มหาจอมเวทเทพอสูร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 379,561 Views

  • 1,563 Comments

  • 8,491 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,040

    Overall
    379,561

ตอนที่ 38 : เสาผนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1197 ครั้ง
    29 ต.ค. 61

 บทที่ 36  เสาผนึก


                         เป็นอย่างที่ข้าคาดคิดเอาไว้จริง ๆ เสียด้วย

               สัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำตนนี้สามารถหลอมรวมเข้ากับสายเลือดของเทพอสูรได้  สายเลือดของเผ่าเทพอสูรจะกระตุ้นพลังที่หลับไหลอยู่ภาพในของมันออกมา แรงกระเพื่อมสั่นไหวเป็นระลอกถูกปล่อยออกมาจากวัตถุทรงกลมขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำแห่งนี้


               ปีเตอร์หลังจากยืนจ้องมองก้อนทรงกลมนั้นอยู่พักหนึ่งแล้ว  เขาก็ลอยออกมาสำรวจบริเวณโดยรอบบึงน้ำแห่งนี้ แม้ว่าไอหมอกและกลิ่นอายความมืดจะจางหายไปแล้ว  แต่การจะสำรวจบึงน้ำแห่งนี้ก็ไม่ได้ราบรื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย  สภาพแวดล้อมรกทึบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีโพรงรากขนาดใหญ่เลื้อยพันไปทั่ว  


               เศษซากของกิ่งไม้  หรือต้นไม้ที่ล้มตายกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เส้นทางที่สามารถสัญจรได้ก็สลับซับซ้อนคดเคี้ยวอย่างยิ่งทำให้เขาต้องเสียเวลาไปไม่น้อยในการดูทั่วบริเวณแห่งนี้  น้ำในบึงแม้จะมีสีเขียวคล้ำแต่ก็พอจะมองเห็นทะลุลงไปเบื้องล่างอยู่บ้างเล็กน้อย ภายใต้ผืนน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยอาวุธหลากหลายประเภทหลากหลายชนิด เครื่องประดับ อัญมณีเวท รวมถึงหินแร่ต่าง ๆ 


               สภาพของพวกมันในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เนื่องด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลยผ่านไปนานนับหลายหมื่นปีทำให้ข้าวของเหล่านี้ล้วนเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา  หากเป็นสภาพที่สมบูรณ์พร้อมคุณค่าของพวกมันคงจะมากกว่านี้หลายร้อยเท่านัก   เขากวาดมองพวกมันคร่าว ๆ จนไปสะดุดตากับวัตถุชิ้นหนึ่ง


                         "นี่มันอาวุธของเผ่าเทพอสูรนิ เหตุใดมันจึงมาอยู่ที่นี่ได้.......และนั่นอาวุธของเผ่าเทพ!!!" สายตาของเขาจ้องมองไปที่อาวุธกองหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมากนัก  และเมื่อเขาลอยมาถึงก็พบกับเศษซากอาวุธเป็นจำนวนมาก พวกมันทั้งหมดคืออาวุธของทหารเผ่าเทพและเผ่าเทพอสูร   เหตุใดพวกมันจึงมาตกอยู่ที่นี่ได้ หรือว่า......


               ในขณะที่เขากำลังขบคิดถึงเหตุผลที่เหล่าอาวุธพวกนี้มาอยู่ที่นี่   จิตวิญญาณของเทพอสูรก็รับสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างได้จาง ๆ ปีเตอร์หันไปมองยังทิศทางนั้น   สายตาของเขาก็สังเกตุเห็นเหล่าเถาวัลย์  มอส และวัชพืชกองใหญ่เป็นเนินสูงคล้ายกับขึ้นปกคลุมบางสิ่งบางอย่างเอาไว้  


               ปีเตอร์ลอยตรงไปใกล้กับเนินสูงนั้น  ความรู้สึกของสัมผัสเมื่อครู่ก็ยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น ระยะห่างของเขากับมันไม่เกินสิบเมตร จนเขาวิเคราะห์ถึงความรู้สึกนี้ได้อย่างชัดเจน  มันคือสัมผัสของกลิ่นอายเผ่าเทพ แม้จะอ่อนจางเต็มทนแต่เขาก็แน่ใจว่ามันต้องมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าเทพอย่างแน่นอน


               ลูกไฟสิบลูกถูกจุดขึ้นมารอบกายของเขาก่อนจะพุ่งตรงไปยังเนินสูงเบื้องหน้า มือเล็ก ๆ โบกสบัดพริ้วไหวไปมาคล้ายกับการร่ายรำอย่างหนึ่ง ลูกไฟเหล่านั้นเคลื่อนไหวไปมาดุจภูติตัวน้อยกำลังเต้นรำ ความร้อนจากพวกมันแผดเผาเถาวัลย์และวัชพืชเขียวที่ขึ้นปกคลุมบางสิ่งบางอย่างเอาไว้   เขาใช้ความร้อนที่ไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พืชเหล่านี้ขึ้นปกคลุมอยู่คือสิ่งใด หากเผลอไปกระตุ้นหรือทำลายมันโดยบังเอิญ  อาจส่งผลเสียร้ายแรงกับเขาได้


               เปลวเพลิงมอบไหม้วัชพืชเหล่านั้นจนกลายเป็นเถ้าสีดำกองใหญ่ เด็กน้อยโบกสบัดมือเล็กน้อยสายลมแรงก็พัดพากองเถ้าเหล่านั้นลอยออกไป  ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำเอาเด็กน้อยแข็งค้างไปด้วยอาการตกใจ ความรู้สึกอึดอัดจนมิอาจบรรยายออกมาได้พลั่งพลูขึ้นภายในหัวใจของเขา


               เสาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของเด็กน้อย พื้นผิวสีเทาดำมีร่องรอยผุกร่อนตามกาลเวลาปรากฏให้เห็น อักขระสีเหลืองอ่อนจางนับพันนับหมื่นตัวสลักอยู่รอบ ๆ เสาต้นนี้ กลิ่นอายของเผ่าเทพอ่อนจางแผ่กระจายออกมา ที่ฐานของมันปรากฏรูปปั้นหินที่มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่โพล่ออกมาให้เห็น พวกมันคือ หัวของทหารเผ่าเทพอสูร  เพลิงแห่งโทสะของปีเตอร์ระเบิดขึ้นภายในใจ  เสียงเล็ดรอดออกมาจากฟันที่ขบกัดกันไว้แน่น


                         "เสาหินผนึกของเผ่าเทพ !!!"


               สิ่งก่อสร้างของเผ่าเทพเช่นนี้เขาเห็นมันมามาก เพียงแค่มองแวบแรกเขาก็แน่ใจทันทีว่ามันคือสิ่งใด  เสาหินผนึกของเผ่าเทพ มีไว้เผื่อทำการผนึกเขตแดนบางอย่างเอาไว้  หรือ ปิดกั้นบางสิ่งบางอย่างที่ใจกลางของผนึกแห่งนี้  การสร้างเขตแดนผนึกขึ้นมาจะใช้เสาทั้งหมดหกต้นด้วยกัน  พวกมันจะสร้างขึ้นหมุนเรียงกันเป็นวงกลม  เผื่อป้องกัน หรือ ปกปิดบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใจกลางของเขตแดนนี้


               ระยะห่างของเขาแต่ละต้นจะห่างกันประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร เสาผนึกแต่ละต้นจะต้องมีแหล่งพลังงานบางอย่างหล่อเลี้ยงพวกมัน  โดยปกติแล้วจะใช้หินผลึกวิญญาณเวทเป็นต้นกำเนิดพลังงาน เสาหินพวกนี้แข็งแกร่งจนยากที่จะทำลายได้  แต่เสาหินเบื้องหน้าของเขาดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น


               สภาพของมันคล้ายจะใกล้พังทลายลงเต็มทีแล้ว แสงของอักขระอ่อนจางจนแทบจะสิ้นพลังงาน ดูเหมือนพวกเผ่าเทพจะใช้ร่างของทหารเผ่าเทพอสูรเหล่านี้เป็นแหล่งพลังงาน พวกมันทุกตัวคงต้องตายทั้งเป็นอย่างแน่นอน เสาต้นนี้คงมีอายุหลายหมื่นปีอย่างแน่นอน 


               เขาอยากรู้ว่าภายในพื้นที่ใจกลางของเขตแดนนี้ ผนึกสิ่งใดไว้กันแน่ ความคิดภายในหัวของเขาเริ่มที่จะลังเลถึงสิ่งที่อยู่ภายใน หากมันผนึกสมบัติของเผ่าเทพเอาไว้ มันก็มีค่ามากพอที่เขาจะเสี่ยงอันตรายไปเอามัน  แต่หากมันกักขังบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังเอาไว้เพื่อไม่ให้มันออกมา นั่นก็อาจจะกลายเป็นจุดจบของเขาก็เป็นได้   หลังจากขบคิดอยู่นาน....หากมันมีสมบัติของเผ่าเทพจริง ๆ มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง!!!


                         บึ้มมมมม!!!!!    เพล้งงงง!!!!

               หมัดเล็ก ๆ ที่หุ้มด้วยพลังเวทอันหนาแน่นพุ่งจู่โจมไปที่เสาหินเบื้องหน้าอย่างรุนแรง  เสียงระเบิดดังสนั่น  ติดตามมาด้วยเสียงแตกร้าวของบาเรียป้องกันเสาหินที่อ่อนกำลังลงจนใกล้จะสลายหาย  หลังจากที่บาเรียแตกเสาหินเบื้องหน้าก็ถล่มลงมาจนเศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณก่อนที่แสงสว่างสีเหลืองจะพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้าสว่างวาบไปทั่วบริเวณกระจายออกกระเพื้อมจนคล้ายการโยนหินลงน้ำ    เพียงไม่นานก็จางหายไป


               เหลือเสาหินที่ต้องทำลายอีกห้าต้นด้วยกัน ปีเตอร์ค่อย ๆ ร่างแผนที่อย่างคร่าว ๆ ในหัวของตนเองถึงตำแหน่งของเสาหินแต่ละต้นตามตำแหน่งและระยะห่างที่ควรจะเป็นของมัน  ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง  แรงกระเพื้อมอันมหาศาลจนทำให้ผืนน้ำภายในบึงนี้สั่นสะเทือนหวั่นไหวก็พุ่งมาจากทิศทางที่สัตว์อสูรพิทักษ์หนองน้ำอยู่  รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อย


                         "ใกล้จะตื่นแล้วสินะ"


               ปีเตอร์ค่อย ๆ ลอยไปยังทิศทางของสัตว์อสูรที่กำลังจะตื่นจากการหลับไหล กระเพื้อมค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เขาก็มาถึง ภาพเบื้องหน้าคือก้อนทรงกลมขนาดใหญ่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เถาวัลย์นับร้อยนับพันเส้นขยับเคลื่อนไหวไปมาดุจอสรพิษ ไอน้ำในอากาศหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นไอขาว ๆ ล่องลอยรอบ ๆ ที่หน้าแปลกประหลาดคือ ดอกไม้ที่อยู่รอบ ๆ บึงน้ำแห่งนี้ที่เดิมทีเหี่ยวเฉาจนมีสภาพเหมือนใกล้ตาย  แต่ในตอนนี้กลับคล้ายได้รับการเยียวยา จนมีเบ่งบานสะพลั่งส่งกลิ่นหอมพุ่งกระจายไปทั่ว


                         เวลาล่วงเลยไปกว่าสิบห้านาที.........ทันใดนั้นเอง 


                          เปี๊ยะ!!!!!   เปี๊ยะ!!!!!  เปี๊ยะ!!!!!


                  เสียงของเถาวัลย์ที่แตกปริออกร่วงหล่นลงบนน้ำ ละอองแสงสีเขียวและสีฟ้าลอยแทรกออกมาจากรอยแตกนั้น  ทันใดนั้นเองก้อนทรงกลมก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง เศษซากของเถาวัลย์กระเด็นออกไปทั่วบริเวณ ละอองสีเขียวและฟ้าฟุ้งกระจายออกไปทั่วจนคล้ายกับดวงดาวที่ล่องลอยบนท้องฟ้า  


               ร่างเงาสูงใหญ่กว่าสามเมตรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า  รูปร่างของมันเล็กลงกว่าก่อนหน้านี้ แต่กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมากลับทรงพลังกว่าเดิมเสียอีก หลังจากที่ฝุ่นควันค่อย ๆ จางหายไป เขาก็เห็นภาพเบื้องหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น



               ร่างกายสีเขียวเข้มปนน้ำตาล บางส่วนถูกเลื้อยพันด้วยเถาวัลย์และพืชบางชนิด ร่างกายกำยำแข็งแรงคล้ายกับเนื้อไม้อัดแน่นจนคล้ายกับรูปร่างของกล้ามเนื้อ บางส่วนมีกิ้งไม้เล็ก ๆ งอกออกมา ใบหน้านิ่งสงบ  พร้อมด้วยดวงตาสีเหลืองเข้ม รูปร่างของมันคล้ายกับมนุษย์ก็มิปาน   บนหัวปรากฏเขาสีน้ำตาลคู่คล้ายเขากวางอันสง่างาม  ด้านหลังมีเถาวัลย์เส้นเล็ก ๆ หลายสิบเส้นงอกย้อยลงมาจากไหลของมันจนคล้ายจะเป็นผ้าคลุมผืนหนึ่ง


               กลิ่นอายที่ถูกปลดปล่อยออกมาปะปนไปด้วยธาตุไม้และธาตุน้ำ  พลังชีวิตอันเอ่อล้นออกมาสร้างความรู้สึกสดชื่นคล้ายกับบรรยากาศของยามเช้า  สัตว์อสูรเบื้องหน้าสาดส่องสายตาไปทั่วก่อนจะหยุดจ้องมองมาที่เด็กน้อยเบื้องหน้า ความรู้เคารพอย่างหาที่สุดมิได้ปรากฏขึ้นมาในใจ  มันคุกเข่าลงพร้อมกับนำมือขวามานาบไว้ที่อกเพื่อทำความเคารพเด็กน้อยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของมัน


                         "อสูรพิทักษ์ปราการพฤกษา สัตว์อสูรระดับห้า  ที่มีพลังป้องกันและเยียวยารักษาเป็นเลิศ  ต่อแต่นี้ไปนามของเจ้าคือ ปราการน้อย!!! "


               ปีเตอร์นำมือไปลูบหัวของปราการน้อย ก่อนจะส่งมันกลับไปยังมิติของอสูรรับใช้ เขาคำนวณจากทิศทางที่ตั้งของเสาผนึกอีกต้น หากเขาคาดเดาไม่ผิด พื้นที่บริเวณใกล้เคียงของเสาแต่ละต้นจะต้องมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ อย่างแน่นอน เสาผนึกพวกนี้จะแผ่กลิ่นอายเวทอ่อน  ๆ ออกมาด้วย พวกสัตว์อสูรจึงชอบที่จะอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับมัน


                         "บทเวทระดับสูง  ธาตุลม : เทพท่องนภา!!!"     ฟิ้ววววว


               สายลมอันเชี่ยวกราดหมุนวนรอบกายของเด็กน้อย  ความเข้มข้นของธาตุลมรอบตัวจนสังเกตุเห็นเป็นเส้นสายใส ๆ ได้ชัดเจน ชายเสื้อคลุมยาวของปีเตอร์โบกสะบัดปลิวไสวอย่างดงาม ร่างเล็ก ๆ ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำ ผิวน้ำเบื้องล่างกระจายออกจากแรงลมที่พัดอยู่รอบกายของปีเตอร์  ปีเตอร์พุ่งตัวทะยานออกไปในทิศทางของเสาอีกต้น



               ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเขาก็สามารถออกมาจากป่าทึบนั้นได้ ภาพเบื้องหน้าปรากฏทะเลทรายอันร้อนระอุ สภาพอากาศที่ร้อนจัดช่างแตกต่างจากป่าทึบเมื่อครู่โดยแท้  กระแสพลังเวทที่ไหลเวียนภายในบรรยากาศมีการเปลี่ยนแปลงแปรผันอยู่ตลอด ทำให้แต่ละพื้นที่ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้มีสภาพที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว



               เด็กน้อยหยุดลอยอยู่กลางอากาศทะเลทรายเบื้องหน้ามีกระแสพลังบางอย่างไหลเวียนรบกวนอยู่ภายในอากาศ หากจะบินผ่านเข้าไปจำเป็นต้องเร่งเร้าพลังเวทเพื่อต่อต้านมัน แต่หากเดินทางบนพื้นทรายอันร้อนระอุคงจะสร้างภาระให้กับร่างกายไม่น้อยเลยทีเดียว  การลอยไปบนพื้นทรายช้า ๆ คงเป็นการดีที่สุด 


               ปีเตอร์ลอยเข้ามาภายในทะเลอันร้อนระอุ กวาดสายตามองไปทั่วบริเวณก็ไม่พบกับสิ่งใด ต้นไม้ ก้อนหิน หรือแม้แต่สัตว์อสูรสักตัวก็ไม่ปรากฏ   แปลกประหลาดมากทั้ง ๆ ที่ดันเจี้ยนแห่งนี้ในส่วนอื่นยังพอสัมผัสถึงสัตว์อสูรได้บ้าง  แต่เหตุใดทะเลทรายแห่งนี้กลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งใดเลย  หรือจะเป็นเพราะกระแสพลังเวทที่ผันผวนในอากาศบิดเบือนการรับรู้ของเขากันแน่


               ปีเตอร์เดินทางเข้ามาภายในทะเลทรายแห่งนี้กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว  ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏคือบ่อน้ำขนาดใหญ่พร้อมทั้งต้นไม้อันเขียวชอุ่ม ดอกไม้ที่สวยสดงดงามเบ่งบานส่งกลิ่นหอมลอยมาตามลม ความร่มรื่นที่เหล่านักเดินทางในทะเลทรายใฝ่ฝันหาคือสถานที่แห่งนี้ มันเปรียบเสมือนกับบ่อน้ำแห่งชีวิตที่ช่วยเติมเต็มและเยียวยาความเหนื่อยล้า



               ในขณะที่เขากำลังจะลอยเข้าไปใกล้มัน  ภายในใจกลับฉุดคิดขึ้นมาได้ถึงสิ่งผิดปกติเพียงเล็กน้อยที่ปรากฏขึ้น ภาพเบื้องหน้าของบ่อน้ำดังกล่าว  เมื่อครู่เกิดการบิดเบือนเพียงเล็กน้อยที่ยากจะสังเกตุ  นักเดินทางบางคนอาจคิดว่าเป็นเพราะอากาศที่ร้อนจึงเกิดการหักเหของแสงจนเกิดการบิดเบือนเป็นธรรมดา แต่ด้วยประสบการณ์ของเขาทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่นอน



               ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัดเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว  บอลเพลิงลูกใหญ่พวยพุ่งออกไปเบื้องหน้า ตรงเข้าไปยังบ่อน้ำแห่งนั้นทันที  เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างน่าแปลกประหลาด ภาพบ่อน้ำเบื้องหน้าเลือนลางหายไป ฝุ่นผงฝุ่นควันฟุ้งกระจายออกไปทั่วบริเวณบดบังทัศนียภาพโดยรอบจนสิ้น 


               ทันใดนั้นเองพื้นดินบริเวณนั้นก็เกิดการระเบิดขึ้น  ปรากฏเงาร่างใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้น เงาดำขนาดใหญ่พุ่งตรงมาทางเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่าฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายอยู่ไม่ใช่อุปสรรคในการมองเห็นของมัน  ปีเตอร์กระโดดหลบอย่างรวดเร็วออกทางด้านข้าง 


               พื้นดินที่ถูกกระแทกลงเมื่อครู่ปรากฏหลุมแอ่งลึกขนาดใหญ่  ความรุนแรงของการโจมตีเมื่อครู่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ หลังจากเขาเคลื่อนที่ออกมาจากบริเวณที่มีฝุ่นควันแล้ว ภาพของสัตว์อสูรตรงหน้าก็ชัดเจนยิ่งขึ้น  ลำตัวยาวเป็นปล้อง ๆ ผิวหนังหยาบหนาคล้ายกับก้อนดินแห้ง ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าสี่เมตรที่ส่วนปลายสุดมีปากขนาดใหญ่ที่มีฟันเรียงรายนับร้อยล้อมกันเป็นวงกลม  สัตว์อสูรหนอนทะเลทรายคือนามของมัน


                         "สนุกแล้วสิงานนี้!!!"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.197K ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #198 tople55 (@tople55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 08:16
    ขออีกคราฟ
    #198
    0
  2. #197 poiice222 (@poiice222) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 20:55

    อัพอีกได้ไหม มันค้างงง
    #197
    0
  3. #196 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 19:35
    thank you
    #196
    0
  4. #194 0878275869 (@0878275869) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 01:03
    รอนะค่ะ😍
    #194
    0
  5. #193 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 19:19
    แบบนี้ก็ได้อสูรมารับใช้อีก หลายตัวเลย เยี่ยมๆ # ค่อยลุ้นว่าอะไรที่ถูกผนึกอยู่
    #193
    0
  6. #192 Shihe (@beequits) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 18:31
    ต่อออออออ
    #192
    0
  7. #191 PrawaManonthong (@PrawaManonthong) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 17:59

    รอจ้า สนุกมาก
    #191
    0