[Fic Got7] ห้วงรักองค์หญิงต้องสาป MarkBam

ตอนที่ 5 : ความแข็งแกร่งของแคว้นต้วนอี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    2 ส.ค. 62


บทที่ 5
ความแข็งแกร่งของแคว้นต้วนอี้



        "พี่มาร์ค....ช่วยแบมด้วย~"         ใบหน้าหวานแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มือเรียวเล็กเอื้อมออกมาราวกับว่ากำลังหาที่ยึดเหนี่ยว  ชายผู้นั่นเป็นใคร....ใยเมื่อข้าเห็นน้ำตาของชายผู้นั้นแล้วข้าจึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเช่นนี้
    
         "พี่มาร์ค....แบมรักพี่มาร์คนะครับ"         คำๆนั่นมีความหมายว่าเช่นไร ใยเมื่อได้ยินมันแล้วข้าจึงได้รู้สึกมีความสุขและเจ็บปวดไปด้วยในเวลาเดียวกัน  ทุกครั้งยามเมื่อหลับตาลงท่านอ๋องแปดก็มักจะฝันเห็นมือเรียวเล็กนั้นยื่นออกมาหาพระองค์เสมอ 

           แต่เมื่อชินอ๋องยื่นมือออกไปหมายไคว่คว้า เอาคนตรงหน้าเข้ามากอดปลอบ แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัส ร่างเล็กของชายผู้นั้นกลับค่อยๆสลายหายไปต่อหน้าต่อตาของพระองค์.....น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามันไหลออกมาอาบพระพักคร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ชินอ๋องเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าน้ำตาที่ไหลออกมานี้ มันเป็นเพราะความรู้สึกใดกันแน่

        "ทูลชินอ๋อง!! ข้าศึกกำลังบุกเข้ามาประชิดค่ายเราแล้วพะยะค่ะ"         เสียงทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานชินอ๋องต้วนอี้เอินในวัยสิบเจ็ดชันษา ที่กำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ในกระโจม

        "เปิ่นหวางเคยบอกไปแล้วมิใช่หรือว่า...ห้ามรบกวนเวลาที่เปิ่นหวางกำลังพักผ่อน!"         ชินอ๋องตะหวาดออกไปเสียงดังลั่น   นายทหารที่ทำหน้าที่เข้ามารายงานต่างพากันทิ้งลงคุกเข่าก้มหัวให้กับคนตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

        "ขอประทานอภัยพะยะค่ะ....เพียงแต่ว่า...."          นายทหารคนนั้นเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้นก่อนที่นิ่งเงียบไป ด้วยกลัวว่าหากทูลความจริงออกไปจักทำให้ชินอ๋องทรงพิโรธหนักกว่าเดิม   ชินอ๋องสูดหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่......

       "เช่นนั้นก็นำชุดเกาะของเปิ่นหวางออกมา....เปิ่นหวางจักเป็นผู้จัดการทำลายกองทัพของแคว้นฉู่ทิ้งเอง"         ไม่ว่ามันผู้นั้นจักเป็นใคร แต่ถ้ามันกล้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของพระองค์  

        พระองค์ก็จักไม่มีวันปล่อยมันไว้เด็ดขาด! 

        พระพักตร์ของชินอ๋องดูเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าท่านอ๋องแปดจักมีพระชนมายุเพียง 17 ชันษา แต่กลับออกรบทำศึกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

       ด้วยท่านอ๋องแปดต้วนอี้เอินมีความปรีชาสามารถเหลือล้น ด้วยวัยเพียงสี่ขวบก็สามารถเปิดพลังปราณขั้นหนึ่งได้ และเมื่อพระองค์มีพระชนมายุเข้าสิบห้าชันษา ก็สามารถเลื่อนขั้นปราณได้ถึงระดับเจ็ดและสามารถปราบสัตว์อสูรไฟที่หลุดออกมาจากป่าวิญญาณ และไล่ฆ่าราษฎษในเขตชายแดนแคว้นต้วนอี้ไม่เว้นแต่ละวัน....

        ความเดือดร้อนของราษฎษรู้ไปถึงหูฮ่องเต้ต้วนหมิงหย่ง จนมีราชโองการให้ท่านอ๋องแปดต้วนอี้เอินในวัยสิบห้าชันษา ผู้เป็นอนุชาออกไปปราบปรามเพื่อคืนความสงบสุขให้เหล่าราษฎษ  และเพียงหนึ่งเดือนกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของชินอ๋องก็สามารถสยบสัตว์อสูรไฟลงได้อย่างง่ายดาย 

       และตอนนี้ด้วยวัยสิบเจ็ดชันษา ชินอ๋องต้วนอี้เอินก็สามารถเลื่อนขั้นพลังปราณได้ถึงขั้นเก้าระดับกลาง และก็ถือว่าเป็นผู้มีพลังปราณสูงที่สุดในแคว้นต้วนอี้เช่นนั้นแล้วการที่ชินอ๋องเสด็จออกนำทัพเองเช่นนี้จึงมิใช่เรื่องแปลกประการใด

         "เปิ่นหวางมิคิดมาก่อนเลยว่า...ทัพเล็กๆเพียงนี้พวกเจ้าก็ยังมิสามารถจัดการได้ น่าผิดหวังยิ่งนัก"      เพียงแค่กองทัพเล็กๆก็ยังต้องให้ถึงมือของพระองค์  นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่ากองกำลังพยัคฆ์ทมิฬของพระองค์นั่นยังอ่อนแอยิ่งนัก

         "ถ่ายทอดคำสั่ง! กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬถอยทัพ!"         เมื่อชินอ๋องตรัสออกมาเช่นนั้น เหล่าทหารต่างก็เข้าใจได้ทันทีว่าการถอยทัพในครั้งนี้ของชินอ๋องหาได้เป็นการยอมแพ้ มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นและจุดจบของแคว้นฉู่เท่านั้น

        "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ!! กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬถอยทัพ!"        

       สิ้นเสียงประกาศกร้าว เสียงแตรเขาสัตว์ก็ถูกเป่าดังลั่นไปทั่วทุกสารทิศ เหล่าทหารในกองกำลังต่างเริ่มพากันล่าถอย สร้างความหยิ่มยิ้มหย่องให้กับกองทัพเล็กๆของแคว้นฉู่ที่ต่างพากันคิดว่าการใช้กลอุบายต่ำช้า เช่นการใช้หุ่นวิญญาณที่สร้างขึ้นมาจากศพชายหนุ่มที่ถูกฆ่าตายในคือพระจันทร์สีเลือดและทหารผู้ใช้ฝ่ามือพิษในการทำศึกครั้งนี้นั้นเป็นผลสำเร็จ

      แต่พวกมันหารู้ไม่ว่าหุ่นวิญญาณนั้นมีจุดอ่อน.....เพราะถึงพวกมันจะฆ่าฟันไม่ตายแต่หากพวกมันถูกแผดเผาด้วยเพลิงโลกันต์ พวกมันก็จะสลายไปไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่เพียงเถ้าถ่าน  และผู้ที่จะฝึกพลังเพลิงโลกันต์ได้สำเร็จนั้นหาได้ยากยิ่ง! ว่ากันว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมานี้มีเพียงผู้เดียวที่สามารถฝึกพลังเพลิงโลกันต์ได้สำเร็จ

      นั่นก็คือ............

      ท่านเซียนบูรพา....ผู้ที่เป็นเลิศในด้านวิทยายุทธและศาสตร์ทุกแขนง แถมยังเป็นท่านอาจารย์ของชินอ๋องต้วนอี้เอินผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นศิษย์เพียงหนึ่งเดียว

      "ถอยทัพ!"       เสียงตะโกนบอกของเหล่าทหารที่ต่างพากันถ่ายทอดคำสั่งของชินอ๋องออกไปเป็นทอดๆ จนในที่สุดกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬก็ล่าถอยออกมาอยู่ด้านหลังของชินอ๋องที่ตอนนี้ใช้วิชาตัวเบาเหาะทะยานออกมายืนประจันหน้ากับกองทัพหุ่นวิญญาณและเหล่าทหารของแคว้นฉู่

      "แม่ทัพแคว้นฉู่! เปิ่นหวางอยากจักถามเจ้า! เจ้าจักยอมล่าถอยและยอมภักดีต่อเปิ่นหวางแต่โดยดีหรือเจ้าอยากจักหมอดไหม้ไปพร้อมกับกองทัพของเจ้า!"      ชินอ๋องตรัสออกไปด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

      "ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! โธ่...ชินอ๋องเจ้าคิดหรือว่า....เจ้าเพียงผู้เดียวจักสามารถสู้ศึกกับกองทัพหุ่นวิญญาณและผู้ใช้ฝ่ามือพิษของข้าได้น่ะ"         แม่ทัพของแคว้นฉู่พูดท้าทายชินอ๋องอย่างถือดี   รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ของชินอ๋อง

       "เปิ่นหวางถือว่าเจ้าได้เลือกแล้วเช่นนั้นเจ้าก็จงเตรียมหมอดไหม้ไปพร้อมกับกองทัพของเจ้าซะ!"

      ทันใดนั้นก็บังเกิดเปลวเพลิงโหมกระหน่ำขึ้นมาโอบรอบพื้นที่โดยรอบกองทัพของแคว้นฉู่ ก่อนที่พระองค์จักซัดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณใส่เหล่าทหารของแคว้นฉู่ 

       เพียงแต่ว่า.......

       พลังปราณที่ถูกชินอ๋องซัดออกไปนั้นพลันกลายร่างเป็นพยัคฆ์ตัวมหึมาสีดำสนิด ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับว่ามันกำลังกระหายสงครามไม่แพ้กันกับชินอ๋องผู้เป็นนาย

       "กรรจ์~โฮกกกกก!"       เสียงคำรามเป็นการข่มขวัญของพยัคฆ์ตัวมหึมานั่น สร้างความตื่นตกใจให้กับแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างมาก เพราะด้วยขนาดตัวของมันใหญ่โตยิ่งกว่าม้าที่ตัวโตเต็มไวแล้วเสียอีก

         นี่สินะโฉมหน้าที่แท้จริงในพลังของชินอ๋องต้วนอี้เอิน! เราประมาทชินอ๋องผู้นี้มากเกินไปจริงๆ

        "ถอยทัพ!"        เพียงแค่เห็นพยัคฆ์และพลังปราณที่ชินอ๋องปล่อยออกมากดดัน แม่ทัพแคว้นฉู่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าการศึกในครั้งนี้มิอาจต้านทานหรือทัดเทียมชินอ๋องได้เลยแม้แต่น้อย

       "สายไปแล้วล่ะ....เปิ่นหวางจักไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าให้มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่เพียงผู้เดียว!"       

        สิ้นเสียงของผู้เป็นนายร่างของอสูรปราณสีดำสนิดก็พุ่งตรงเข้าไปขย่ำเหล่าทหารผู้ใช้ฝ่ามือพิษคนแล้วคนเล่า เพราะถึงทหารเล่านั้นจักเป็นผู้ใช้ฝ่ามือพิษ แต่พิษเหล่านั้นกลับไม่ระคายเคืองผิวของมันเลยแม้แต่น้อย

       กลับกันนอกจากพิษจะไม่ระคายผิวของมัน และดูเหมือนว่าฝ่ามือพิษที่ทหารเหล่านั้นรุมซัดใส่ กลายเป็นผลดีต่อมันเสียอีก เพราะยิ่งมันโดนฝ่าพิษมากเท่าไหร่ พยัคฆ์ทมิฬของชินอ๋องมันก็ยิ่งใหญ่โตมากขึ้นเท่านั้น.......

      "ไป๋หู่! (เสือขาว) จัดการพวกมันซะแล้วนำหัวของแม่ทัพฉู่หลงมาให้เปิ่นหวาง!"        สิ้นเสียงคำสั่งของผู้เป็นนาย เจ้าพยัคฆ์ไป๋หู่ก็ตรงตะปบหัวทหารของแคว้นฉู่จนขาดกระเด็นไปคนแล้วคนเล่า 
 
       พยัคฆ์ร้ายทำตามคำสั่งของชินอ๋องได้ดี จนเกิดภาพการนองเลือด และเสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วทุกทิศ ทางฝากฝั่งของชินอ๋องเองก็มิได้น้อยหน้า พระองค์ตรงเข้าต่อสู้ห่ำหั่นกับกองทัพของหุ่นวิญญาณของแคว้นฉู่อย่างดุเดือดไม่แพ้กัน

      "หึ! แม้เหลือเพียงร่างก็ยังถูกนำมาทารุณได้....คนจากแคว้นฉู่นี่ช่างตกต่ำเสียจริง เช่นนั้นเปิ่นหวางจักทำลายพวกเจ้าให้มอดไหม้ไปพร้อมๆกับความโสมมของแคว้นฉู่ทิ้งซะ!"        

       "ชินอ๋อง! กระหม่อมจะช่วยพระองค์เองพะยะค่ะ"       รองแม่ทัพจิ้นเฟยและเหล่านายทหารในกองทัพพยัคฆ์ทมิอาสาเข้ามาช่วยชินอ๋องเมื่อเห็นว่าชินอ๋องกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้กับหุ่นวิญญาณตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหมายบั่นคอชินอ๋อง แต่พระองค์กลับกระโดดหลบดีดตัวขึ้นสูงก่อนที่จักเตะอัดพลังปราณธาตุลมที่ถูกบีบอัด จนมันกระเด็นห่างออกไป

       "ถอยออกไปให้หมด! เปิ่นหวางยังควบคุมเพลิงโลกันต์ได้ไม่ดีพอเช่นนั้นพวกเจ้าอาจจักโดนลูกหลงไปด้วย!"       

       "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"       เมื่อได้ยินเช่นนั้นกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬต่างพากันล่าถอยออกไปอีกครั้งตามคำสั่งของชินอ๋อง

        เมื่อชินอ๋องเห็นว่าเหล่าทหารในความคุ้มครองของพระองค์ล่าถอยไปจนหมดแล้ว ชินองค์จึงเริ่มรวบรวมพลังปราณธาตุไฟเอาไว้ที่ฝ่ามือ เปลวเพลิงสีส้มทองลุกโชติช่วงขึ้นกลางฝ่ามือของชินอ๋อง ก่อนที่พระองค์จะซัดมันลงกับผืนแผ่นดินจนเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่....

       "ฝ่ามือเพลิงโลกันต์แยกพิภพ!"       ชินอ๋องยกฝ่ามือขึ้นเปลวเพลิงมากมายก็พวยพุ่งขึ้นมาจากผืนดิน เหล่าหุ่นวิญญาณเมื่อเห็นเปลวเพลิงที่ถูกชินอ๋องเรียกขึ้นมาจากผืนดิน พวกมันก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเพลิงนั่นคือ.....

        เพลิงโลกันต์!

       "ชินอ๋อง! พวกมันกำลังล่าถอยออกไปแล้วพะยะค่ะ!"      รองแม่ทัพจิ้นเฟยตะโกนบอกเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าเหล่าทหารเดนตายนั่นกำลังหลังกรู่ออกไปเมื่อเห็นเปลวเพลิงโลกันต์ที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาห่อหุ่มสองมือของชินอ๋องเอาไว้

        "อย่าห่วงไปเลย....เพราะถึงอย่างไรเปิ่นหวางก็มิคิดจะรั้งรอสิ่งใดอีกแล้วเช่นกัน!"        ชินอ๋องตรัสออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก

        "ฝ่ามือเพลิงโลกันต์กลืนกิน!"  

        ชินอ๋องดูดกลืนเพลิงโลกันต์เข้าสู่ฝ่ามือจนมันมีขนาดใหญ่ ความร้อนจากเปลวเพลิงแผดเผาทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในรัศมีโดยรอบ แม้แต่กองกำลังพยัคฆ์ทมิฬของชินอ๋องเองก็พลอยโดนผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

       เมื่อเห็นท่าไม่ดี พลังเพลิงโลกันต์นั่นควบคุมยากเพราะพวกมันล้วนเคลื่อนไหวไปเองราวกับว่ามันมีชีวิต ชินอ๋องซัดฝ่ามือออกไปอย่างแรง เปลวเพลิงโลกันต์ลุกโชนแผดเผาทุกสรรพสิ่งและกลืนกินที่ขวางหน้าให้มอดไหม้  หุ่นวิญญาณถูกเปลวเพลิงโลกันต์แผดเผาให้มอดไหม้จนกลายเป็นผุยผงปลิวหายไปกับสายลมด้วยเวลาเพียงไม่ถึงเค่อ....

      ไม่นานทุ้งกว้างที่เคยมีกองทัพของแคว้นฉู่ตั้งอยู่ ตอนนี้กลับเหลือเพียงทุ้งโล่งๆและเปลวเพลิงที่ยังคงแผดเผาผืนดินส่งกลิ่นเหม็นลอยกลบอากาศโดยรอบ

     "แฮกๆ! เปิ่นหวางมิคาดคิดมาก่อนเลยว่าการควบคุมเพลิงโลกันต์ขนาดใหญ่เช่นนี้จักทำให้เปิ่นหวางต้อ
งสิ้นเปลืองพลังปราณไปมากถึงเพียงนี้....."       เสียงหอบหายใจของชินอ๋องยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะการใช้ 'ฝ่ามือเพลิงโลกันต์กลืนกิน' นั่นค่อนข้างที่จะทำให้ชินอ๋องสูญเสียพลังปราณไปเป็นอย่างมาก! ชนิดที่ว่าหากเป็นผู้อื่นก็คงจักหมดแรงล้มลงไปกองกับพื้นดินไปแล้วเป็นแน่....

      เพราะฝ่ามือเพลิงโลกันต์แต่ละกระบวนท่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นท่าที่ดูดกลืนพลังปราณของผู้ใช้มันเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าหากผู้ฝึกมันไม่มีพลังปราณแข็งแกร่งมากพอก็มีสิทธิ์ที่จักถูกเปลวเพลิงโลกันต์แผดเผาจนหมดไหม้ไปพร้อมๆกับสายลมเป็นแน่แท้

     "นี่โอสถฟื้นฟูกำลังพะยะค่ะชินอ๋อง"       ท่านหมอมู่เจี่ยนเฟิงนำโอสถฟื้นฟูกำลังออกมาให้ชินอ๋องเสวย   ซึ่งชินอ๋องก็รับมันมาก่อนที่จะกลืนลงคอไปทันที

      "ไป๋หู่นำหัวของแม่ทัพฉู่หลงออกมาให้เปิ่นหวางได้แล้ว!"      สิ้นเสียงคำสั่งของชินอ๋อง เจ้าพยัคฆ์ตัวสีดำสนิทก็กระโจนออกมาจากกองซากศพของเหล่าทหารแคว้นฉู่พร้อมกับหัวของแม่ทัพฉู่หลง

       วูบ!    โฮกกกก!

      "เจ้าทำได้ดีมาก...เปิ่นหวางอนุญาตให้เจ้ากลับไปพักได้"      ฉับพลันร่างของเจ้าพยัคฆ์ทมิฬที่เกิดจากปราณของชินอ๋องก็หายไปกับสายลม

     "ชินอ๋องจักทรงพักผ่อนก่อนหรือว่าพระองค์จักเสด็จเข้าไปประกาศการยึดครองแคว้นฉู่ดีเลยพะยะค่ะ"      รองแม่ทัพจิ้นเฟยเอ่ยถามกับชินอ๋อง

        ร่างหนาของชินอ๋องยังคงยืนมองเหล่านายทหารคนอื่นๆในกองกำลังของพระองค์ ช่วยกันเก็บซากศพของเหล่าทหารแคว้นฉู่ที่ถูกเจ้าพยัคฆ์ทมิฬกระชากหัวออกมาตะปบเล่นจนไม่สามารถแยกออกได้เลยว่านายทหารรายนั้นคือผู้ใดกันแน่

       "ไว้จัดการเก็บศพนายทหารเหล่านั้นให้หมด...จากนั้นเราจักเคลื่อนทัพเข้ายึดเมืองฉู่ทันที!"

      "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ!"      

      หนึ่งชั่วยามต่อมากองกำลังพยัคฆ์ทมิฬก็เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองหลวงของแคว้นฉู่ทันที ชินอ๋องสั่งการให้เหล่านายทหารทำการปิดล้อมเมืองหลวงเอาไว้ทั้งหมด ก่อนที่พระองค์จะควบม้าตรงไปยังหน้าพระราชวัง

       "ฮ่องเต้แคว้นฉู่! เจ้าจักโผล่หัวออกมาจากราชวังเองหรือว่าเจ้าจักให้เปิ่นหวางเข้าไปลากคอเจ้าออกมา!"       ชินอ๋องประกาศกร้าวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมออกมาพบพระองค์

      "เจิ้นยามแล้ว! ขอเพียงแค่ชินอ๋องยอมปล่อยราษฎรของเจิ้นไป....เจิ้นจะมอบสารสงบศึกแผ่นนี้ให้และทุกๆปีแคว้นฉู่ของเราจักจัดส่งเครื่องบรรณาการไปถวายชินอ๋องถึงแคว้นต้วนอี้มิให้ขาดแม้เพียงปีเดียว"       
      ในที่สุดฮ่องเต้แคว้นฉู่ก็ยอมออกมาพบชินอ๋องพร้อมด้วยพระราชสารยอมจำนนตกเป็นเมืองหน้าด่านของแคว้นต้วนอี้ พร้อมด้วยคำมั่นสัญญาว่าแคว้นฉู่จักส่งเครื่องบรรณาการไปให้แก่ชินอ๋องในทุกๆปีในช่วงที่อยู่ในสัญญาสงบสุข

     "ดียิ่ง! เปิ่นหวางเองก็มิอยากจักทำให้ชาวบ้านและเด็กตาดำๆต้องมาล้มตายไปอย่างสูญเปล่า"        

       ขึ้นชื่อว่าการศึกหากจักมิให้มีการบาดเจ็บล้มตายมันก็ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้  เช่นนั้นหากหลีกเลี่ยงการทำศึกได้ชินอ๋องก็พร้อมที่จะเลี่ยง และการทำศึกในครั้งนี้หลักๆแล้วพระองค์เพียงแค่ต้องการมาทำศึกตามสารท้ารบที่แม่ทัพฉู่หลงส่งไปให้ก็เพียงเท่านั้น

        "ชินอ๋องมิอยากทำศึกเช่นนั้นหรือมันหมายความว่าเช่นไรกันแน่"        เสียงของชายแก่ร่างท้วมคนหนึ่งพูดขึ้น

        "นั่นสิ...ไหนท่านแม่ทัพบอกว่าชินอ๋องต้องการทำศึกเพื่อยึดครองแคว้นฉู่ของเรามิใช่หรือ?"       เสียงพูดคุยของเหล่าชาวบ้านดังขึ้นมาเป็นระยะ แม้จะหวาดกลัวต่อกองทัพพยัคฆ์ทมิฬของชินอ๋องที่ยังคงปิดล้อมเอาไว้อยู่

        แต่ด้วยความอยากรู้ก็มีอยู่มากด้วยเช่นกัน  รองแม่ทัพจิ้นเฟยมีท่าทีโกรธเคืองอยู่ไม่น้อยที่เจ้าแม่ทัพถ่อยคนนั้นคิดใส่ความกล่าวหาว่าชินอ๋องเป็นฝ่ายส่งสารท้ารบมาในครั้งนี้

       "เหอะ! ผู้ที่เป็นฝ่ายคิดการใหญ่ส่งสารท้ารบมาก่อนหาใช่ชินอ๋องไม่! แต่เป็นเจ้าคนสารเลวนั่น! หากพวกเจ้าอยากจักเคืยงแค้นก็จงไปเคืองแค้นแม่ทัพถ่อยของพวกเจ้านู้นหาใช่ชินอ๋องไม่!"

      สิ้นเสียงของรองแม่ทัพจิ้นเฟย หัวของฉู่หลงก็ถูกโยนลงไปกองอยู่แทบเท้าของของฮ่องเต้แคว้นฉู่ ท่ามกลางตื่นตกใจของเหล่าชาวเมือง  บรรดาเสียงสาปแช่งของเหล่าญาติพี่น้องของเหล่านายทหารต่างก็ดังขึ้นโดนรอบสร้างความกดดันกับเหล่าฮ่องเต้แคว้นฉู่ได้ไม่น้อย

      ชินอ๋องที่เห็นเช่นนั้นจึงได้กวักมือเรียกให้รองแม่ทัพจิ้นเฟยนำหนังสือสัญญายึดครองและตราประทับออกมาให้ฮ่องเต้แคว้นฉู่ได้ลงนาม   เมื่อการลงนามทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดีแล้วชินอ๋องจึงเสด็จกลับแคว้นต้วนอี้ในทันที 

      ชินอ๋องปล่อยให้รองแม่ทัพจิ้นเฟยและเหล่าทหารในกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬกึ่งหนึ่งอยู่จัดการระเบียบการปกครองของแคว้นฉู่เสียใหม่ตามแบบแผนที่พระองค์ได้วางเอาไว้ตั้งแต่ต้น

      ชินอ๋องใช้เวลาร่วมสี่เดือนในการเดินทางจากแคว้นฉู่มายังเขตเมืองหลวงแคว้นต้วนอี้ของพระองค์บรรยากาศการค้าขายโดยรอบของเมืองก็ยังคงคึกคักเช่นเดิม เหล่าชาวบ้านต่างพากันหลีกทางให้กับขบวนเสด็จของรถม้าที่มีตราประทับของชินอ๋องแปดต้วนอี้เอิน

      "ชินอ๋องจะทรงเสด็จเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้เลยหรือพะยะค่ะ"    องครักษ์อู๋อิงสงเอ่ยถามในขณะที่บังคับม้าให้มาเดินกับเทียบรถม้าที่ชินอ๋องนั่งอยู่

      "อืม! เปิ่นหวางอยากจักไปรายงานเสด็จพี่ฮ่องเต้ให้เรียบร้อยเสียก่อน"       ชินอ๋องตรัสออกไปเพียงแค่นั้นก่อนที่จักนั่งทำสมาธิรวบรวมพลังปราณธรรมชาติเพื่อรวบรวมกำลังภายในที่สูญเสียไปให้กลับมามีกำลังอีกครั้ง    

       ฉับพลันภาพของชายหนุ่มหน้าหวานที่ชินอ๋องเฝ้าฝันถึงมาตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์ ใบหน้าหวานนั้นหันมาหาชินอ๋องก่อนที่จะเอ่ยบางอย่างออกมา....

       "แบมรอพี่มาร์คอยู่นะครับ"     คนตัวเล็กคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

      "เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไรกันแน่? เจ้าช่วยพูดให้เปิ่นหวางเข้าใจหน่อยได้หรือไม่?"       คนตัวเล็กคนนั้นนิ่งเงียบไปก่อนที่พระพักตร์ของชินอ๋องจักถูกประดับไปด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของคนตัวเล็ก......

       "ข้าจักรอท่าน...ไม่ว่าจักนานเท่าไหร่...ข้าก็จักเฝ้ารอการมาของท่านเสมอนะท่านอ๋อง"

     "ได้สิ! เปิ่นหวางจะตามหาเจ้า...ต่อให้เปิ่นหวางจักต้องใช้ทั้งชีวิตเพื่อตามหาเจ้าเปิ่นหวางก็จักทำ..."

     ชินอ๋องตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะตั้งแต่เล็กจนโตคนเพียงผู้เดียวที่สามารถทำให้ชินอ๋องต้วนอี้เอินผู้นี้ ใจเต้นแรงและเจ็บปวดได้ก็มีเพียงแค่....ชายหนุ่มตัวเล็กตรงหน้านี้เท่านั้น ต่อให้พระองค์จักต้องกลายเป็นพวกตัดชายเสื้อ (ชายรักชาย) แต่ถ้าหากว่ามันจะสามารถทำให้พระองค์ได้โอบกอดชายตรงหน้านี้...

       "เปิ่นหวางจักยอมกลายเป็นตัวประหลาดเพื่อเจ้า....ขอเพียงแค่เจ้าบอกออกมาว่าเปิ่นหวางจักหาเจ้าพบได้ที่ใดกัน"        คนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าส่งยิ้มจนตาหยี๋กลับมาให้ชินอ๋อง และก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปก็ไม่วายเอ่ยบางอย่างที่เปรียบดังแสงแห่งความหวังให้กับชินอ๋องอีกครั้ง.....

       กลิ่นหอมของดอกท้อที่ชินอ๋องมั่นใจเลยว่าไม่เคยได้กลิ่นดอกท้อแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต...มันเป็นกลิ่นหอมที่วิเศษมากที่สุด ได้กลิ่นเพียงครั้งเดียวแต่มันกลับสลักลึกลงไปภายในจิตใจของชินอ๋องราวกับว่าสวรรค์เบื้องบนไม่ต้องการให้พระองค์หลงลืมกลิ่นนี้ได้อีกเลยชั่วชีวิต!

     "หากชินอ๋องต้องการพบข้า....ก็จงตามหา...สามบุบผางามผู้ต้องสาป...มีเพียงหนึ่งที่ส่งกลิ่นกายหอมเช่นดอกท้อ...แล้วข้าจักรอท่านชินอ๋องผู้เป็นที่รักยิ่งของข้า"        

      พลันชายหนุ่มตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็น...เด็กสาวน่าตาน่ารักผู้เป็นเจ้าของริมฝีปากอวบอิ่มและสิ่งที่ดึงดูดสายตาของชินอ๋องมากที่สุดก็เห็นจะเป็น....ไฝหยดน้ำตาที่ติดอยู่ภายใต้ดวงตากลมโตข้างซ้าย...

      ไม่ผิดแน่! นางนี่แหละคือคนที่เปิ่นหวางจักต้องตามหา....ขอบคุณสวรรค์ที่เมตาชี้ทางให้เปิ่นหวางมากถึงเพียงนี้

       "รออีกไม่นานเปิ่นหวางจักตามหาเจ้าให้พบ...ไม่ว่าเจ้าจักอยู่ที่ใดก็ตาม"


☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘

ในที่สุดก็แต่งตอนนี้เสร็จสักที เฮ้อ! เอาเป็นว่าช่วงนี้เค้าอาจจะลงช้าหน่อยนะคะ

พอดีงานยุ่งเหลือเกิน....ปกติตอนเดียวแต่งแค่ไม่วันหรือสองวันก็เสร็จแล้วแท้ๆ

แต่นี่คือแบบ....เฮ้อ! ลากยาวมาหลายวันโครตอ่ะ ยังไงอ่านแล้วก็ช่วยกันเม้นด้วยนะคะ

บอกเลยว่าไรท์ต้องการกำลังใจในการแต่งฟิคด่วนๆเลยจร้าาา....ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะบ๊ายบี

และนี่คือไป๋หู่ของชินอ๋อง...ชื่อไป๋หู่แปลว่าเสือขาวแต่เจ้าพยัคฆ์ทมิฬตัวนี่ดันเป็นสีดำสนิดไปซะงั้น555




                                                                                                                                                                                        
       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #52 panida_1062_ (@panida_1062_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:08
    สนุกมากคับ
    #52
    0
  2. #43 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 03:06

    สนุกมากเลย รอวันที่พวกเค้าจะได้เจอกันนะ
    #43
    0
  3. #42 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 00:31
    ชินอ๋องคือเก่งสุด แต่ก็ยังมีมุมอ่อนไหว น่ารัก
    #42
    0
  4. #41 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:31
    ข้าจะรอเจ้านะไรท์(อินเกิน)
    สู้ๆๆคะเป็นกำลังใจให้นะ
    #41
    0
  5. #40 KGXUSOO6 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 06:09
    รอนะคะไรท์
    #40
    0
  6. #39 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 06:04

    เราจะรอวันที่ชินอ๋องจะได้พบกับน้องนะครับ...ไรท์สู้ๆนร้าา
    #39
    0
  7. #38 wepaweesriprom (@wepaweesriprom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 05:36
    สู้ๆค่ะไรท์
    #38
    0
  8. #37 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 05:20
    รีบตามหาน้องให้เจอน้าาา
    #37
    0