[Fic Got7] ห้วงรักองค์หญิงต้องสาป MarkBam

ตอนที่ 6 : สามองค์หญิงออกจากวัง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    18 ส.ค. 62


บทที่ 6
สามองค์หญิงออกจากวัง


         ภายในห้องทรงอักษรตำหนักเถียนฉี ปรากฏเงาร่างของฮ่องเต้ต้วนหมิงหย่งที่กำลังนั่งอ่านฎีกาหลายร้อยฉบับที่เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนักต่างพากันเพียรพยายามส่งมาขอให้ฮ่องเต้ทรงเมตตาพระราชราชโองการสมรสให้เหล่าบุตรีของตนเองกับชินอ๋องแปดต้วนอี้เอินอยู่ไม่เว้นแต่ระวัน

    คิ้วหนาของฮ่องเต้ขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองพระทัยอย่างถึงที่สุด เพราะด้วยรู้ดีว่าพระอนุชาองค์โปรดของพระองค์นั้นกำลังเฝ้ารอใครบางคนที่ปรากฏตัวอยู่ในห้วงแห่งความฝันเสมอมา ถึงแม้ฮ่องเต้จักรู้ดีอยู่แล้วว่าคนผู้นั้นจักไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ด้วยสัญญาที่พระองค์ได้รับปากกับพระอนุชาเอาไว้แล้วว่า...


หากยังต้องการขุมกำลังจากกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬอยู่...ฮ่องเต้จักต้องไม่สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของชินอ๋องแปดต้วนอี้เอินอย่างเด็ดขาด!


     ไม่ว่าจักเป็นผู้ใดต่างก็รู้ดีว่าที่แคว้นต้วนอี้ยังสุขสงบอยู่ได้เฉกเช่นทุกวันนี้เป็นเพราะผู้ใด ในบรรดาแว้นแคว้นน้อยใหญ่หลายต่อหลายแคว้นที่ยอมทำสัญญาสงบศึกกับแคว้นต้วนอี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความแข็งแกร่งชินอ๋องแปดต้วนอี้เอินทั้งสิ้น

     แต่ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังกลัดกลุ้มพระทัยอยู่นั้นขันทีน้อยผู้เฝ้าอยู่หน้าพระตำหนักก็เร่งรีบเดินเข้ากระซิบบอกบางอย่างกับอุ้ยกงกงขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ ก่อนที่ขันทีคนนั้นจักค้อมกายลงและเดินถอยหลังออกไป

    "ทูลฝ่าบาทชินอ๋องแปดต้วนอี้เอินขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"     เมื่อได้ยินเช่นนั้นฮ่องเต้ก็เผยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบวันที่ผ่านมานี้ ก่อนที่จักตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความยินดีอย่างปิดไม่มิด

    "อี้เอ๋อร์กลับมาแล้วเช่นนั้นหรือ!? รีบบอกให้เข้ามาเร็วเข้า!"

   "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ.....ชินอ๋องแปดต้วนอี้เอินเข้าเฝ้าได้!"

     สิ้นเสียงเรียกขานของอุ้ยกงกง ร่างสูงสมส่วนของชินอ๋องก็เดินเข้ามาภายในห้องทรงอักษรด้วยท่วงท่าที่สง่าสงามและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความน่าเกรงขาม 

     "ถวายพระพรฮ่องเต้ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปีพะยะค่ะ"

     "อย่าได้มากพิธีไปเลยลุกขึ้นเถอะเจ้าเป็นเช่นไรบางอี้เอ๋อร์? การศึกครั้งนี้คงทำให้เจ้าลำบากไม่น้อยเลยใช่หรือไม่น้องพี่"     ฮ่องเต้เสด็จลงมาประครองร่างสูงของผู้เป็นอนุชาของพระองค์ให้ลุกขึ้นและพามานั่งที่โต๊ะน้ำชาที่เหล่านางกำนัลได้เตรียมเอาไว้ให้

    "หามิได้พะยะค่ะ! การศึกในครั้งนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แต่ที่ทุกอย่างต้องล่าช้ากว่าที่กระหม่อมวางเอาไว้นั่นก็เพราะว่าแคว้นฉู่ลอบใช้แผนสกปรกเล็กน้อยเท่านั้นพะยะค่ะ...."

    จากนั้นชินอ๋องก็ทรงเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระหว่างทำศึกไปจนหมดสิ้นแน่นอนว่าไม่เว้นแม้กระทั้งเรื่องความฝันของพระองค์เองก็ตาม......

     "เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งนั้นคือเรื่องจริง"      ฮ่องเต้ตรัสถามอนุชาด้วยความรู้สึกหลากหลาย

    "กระหม่อมแน่ใจว่านางและชายที่อยู่ในฝันของกระหม่อมคือคนๆเดียวกันแน่นอนพะยะค่ะเสด็จพี่"

    แน่นอนว่าหากเรื่องที่ชินอ๋องตรัสมานั้นคือเรื่องจริงพระองค์ก็คงจักรู้สึกยินดีมากไม่น้อย เพราะฮ่องเต้ยังทรงจดจำวันนั้นได้ดีวันที่ชินอ๋องผู้เป็นอนุชาตัดสินใจเล่าเรื่องความฝันประหลาดให้พระองค์ฟังเป็นครั้งแรก ฮ่องเต้ที่ในตอนนั้นยังคงเป็นเพียงแค่ไท่จื่อยอมรับได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า


รับไม่ได้!


     เพราะชินอ๋องในตอนนั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นมากที่สุดเกินหน้าเกินตาบรรดาพี่ๆน้องๆคนอื่นแต่กลับยอมรับออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยว่าตนเองนั้นเป็น พวกตัดชายเสื้อ แต่ถึงแม้จะตกใจเพียงใดแต่พระองค์ก็ไม่คิดที่จะเอ่ยห้ามหรือตักเตือนอนุชาแต่อย่างใด ในยามนั้นด้วยใจของพระองค์คิดเพียงแค่ว่าชินอ๋องนั้นยึดติดกับความฝันมากไปหน่อยอีกไม่นานความฝันนั้นก็คงจักหายไปเองตามกาลเวลา.....

    แต่เปล่าเลย เพราะยิ่งนานวันความรักที่ชินอ๋องมีต่อบุรุษในฝันผู้นั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นและดูเหมือนว่ามันจะมั่นคงจนทำให้ชินอ๋องไม่อาจจักหักใจแต่งดรุณีนางใดเข้าวังเหมันตได้แม้แต่เพียงนางเดียวจวบจนถึงทุกวันนี้

    "ดี! ดียิ่ง! เช่นนั้นนางเป็นบุตรีสกุลใดหรือว่าองค์หญิงจากแคว้นไหนจงรีบบอกกล่าวพี่มาเถอะน้องรักพี่จักได้เตรียมการสู่ขอนางให้มาเป็นชายาของเจ้า"      ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี

     "เย็นพระทัยก่อนเถอะพะยะค่ะเสด็จพี่ฮ่องเต้....ถึงกระหม่อมจักรู้ว่านางเป็นหญิงแต่กระหม่อมก็ยังมิอาจระบุได้ว่าแท้จริงแล้วนางอยู่ที่ใด"       แม้ชินอ๋องจักดีใจที่ได้รู้ว่ายังมีโอกาสที่จักได้พบพานผูกวาสนาต่อสตรีผู้เป็นที่รัก

     แต่กว่าจักถึงวันนั้นมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน....การที่จักคนหาดรุณีน้อยนางหนึ่งให้พบมันย่อมมิใช่เรื่องง่าย! แต่ก็ใช่ว่าจักไม่มีทางที่จักเป็นไปได้เพียงแต่ว่าหนทางนั้นคงต้องหวังพึ่งพาคนผู้หนึ่งให้ช่วยนำทาง.....มิเช่นนั้นหนทางการตามหานางนั้นคงจักเหมือนการเดินเข้าไปยังถ้ำน้ำแข็งทมิฬที่แสนหนาวแหน็บและมืดมิดจนไร้ซึ่งทางออก......




                        แคว้นชิงโจว


      ขบวนเสด็จขององค์หญิงทั้งสามพระองค์ช่างเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจจนเกิดเป็นภาพที่ชวนหดหู่ใจให้เหล่าขันทีและนางกำนัลที่อยู่ร่วมในขบวนส่งเสด็จได้เป็นอย่างมาก เสียงร่ำไห้ของมารดาแห่งแผ่นดินและพระสนมชั้นกุ้ยเฟยและเต๋อเฟยสร้างความปวดใจให้กับองค์หญิงทั้งสามได้มากไม่น้อย....

      ทั้งๆที่พยายามจะเข้าใจแล้วแท้ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พวกตนจะต้องพบเจออยู่แล้วหากอยู่ในร่างนี้ แต่การที่จะต้องมาเห็น บุคคลที่ตนเอ่ยเรียกได้อย่างเต็มปากว่า เสด็จแม่ ต้องมาร้องไห้ราวกับจะขาดใจตายเสียตรงนี้มันก็นับว่าเป็นภาพที่ทรมานองค์หญิงทั้งสามคนได้มากไม่ต่างกัน

    "เสด็จแม่ฮองเฮาเลิกร้องไห้ได้แล้วนะเพคะ....หากพระองค์ยังทรงร้องมากๆประเดี๋ยวเสด็จพี่ไท่จื่อก็ทรงล้มป่วยไปอีกหรอก..."      แม้ปากจักเอ่ยบอกให้ผู้เป็นมารดาหยุดร้องแต่นวลหน้าของดรุณีน้อยกลับชุ้มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวด....

      ความเจ็บปวดที่นางไม่สามารถที่จะหลีกหนีได้ แม้จะรู้เหตุการณ์ต่างๆมาจากยายเฒ่าจนหมดแล้วแต่ตอนนั้นพวกเค้ากลับไม่ได้มีความรู้สึกร่วมไปกับสิ่งใดเลย ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดของฮองเฮาและพระสนมทั้งสองที่อยู่ตรงมาเสียพระธิดาไปในคืน พระจันทร์สีเลือด หรือแม้แต่ความโดดเดี่ยวของเหล่าองค์หญิงน้อยทั้งสามที่บ่อยครั้งมักจะโดนนางสนมบรรณาการจากแคว้นซุ่ยแย่งความรักและความสนใจจากฮ่องเต้ผู้เป็นเสด็จพ่อไปอย่างไร้อย่างอาย พวกเค้าก็ไม่เคยรู้สึกใดๆตลอดการเฝ้าดูเรื่องราวทั้งหมด

     แต่ตอนนี้พวกนางเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นเช่นไร! ความเจ็บ! ความแค้นไม่สามารถที่จะระบายออกมาได้! แม้จะอยากตามจองล้างจองผลาญกับผู้ที่ทำให้นางต้องมาพบเจอกับเรื่องนี้มากแค่ไหนแต่ก็รู้ดีว่าด้วยกำลังเพียงแค่นี้คงมิอาจจักอันใดได้จึงเลือกที่จักเก็บสะสมความแค้นเอาไว้รอจนกว่าจะถึงวันนั้น.....

    "เจ้าเองก็มิควรร้องนะรู้มั้ยน้องหญิงของพี่....อึก! แค่กๆ! พี่จักดูแลมารดาของเราแทนเจ้าเอง"       ไท่จื่อโจวหยางเฟิงแม้จะรู้ดีว่าการที่ตนเข้าใกล้ผู้เป็นขนิษฐามากเท่าไหร่พิษในกายและอาการป่วยที่แสนแปลกประหลาดนี้ก็จักยิ่งรุกลามมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ก็ยังคงเลือกที่จะทำ...เลือกที่จะเดินเข้าหาแม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามถอยห่างมากเท่าไหร่ก็ตาม

     "เสด็จพี่ไท่จื่ออย่าเข้ามาใกล้น้องเพคะ ฮือๆ น้องไม่อยากให้เสด็จพี่ไท่จื่อต้องมาเจ็บปวดเพราะน้องอีกแล้วเพคะ ฮือๆ"          แบมแบมร้องเตือนออกไปด้วยรู้ว่าคำสาปนี้มันทำงานเช่น


ยิ่งใกล้ยิ่งทำลาย ยิ่งถอยห่างยิ่งปลอดภัย


      นี่แหละคือตัวตนของมัน และยิ่งคนที่พวกนางเข้าใกล้คือคนที่พวกนางรักและใส่ใจ คำสาปนั้นก็พร้อมที่จะทำงานทันที แต่ข้อดีของคำสาปเหล่านี้ก็คือมันจะเริ่มทำงานครั้งละคนเท่านั้น และราชวงค์ที่โดนสาปนี้เป็นคนแรกนั่นก็คือ......


องค์ไท่จื่อโจวหยางเฟิง


     ช่างเข้าใจเลือกซะจริง....แน่นอนล่ะว่าถ้าหากพวกเค้าทั้งสามคนยังอยู่ที่นี่องค์ไท่จื่อที่เป็นความหวังของเสด็จแม่ฮองเฮาและตระกลูดั้งเดิมของเสด็จแม่ฮองเฮาก็จักต้องพังทลายลง พร้อมๆกับชีวิตขององค์ไท่จื่อเป็นแน่......

    "รอพี่....หากวันใดที่พี่แข็งแกร่งพอพี่จักเป็นผู้ไปรับเจ้าและเราสองพี่น้องจักไปทำลายผู้ที่มันทำให้เจ้าและเสด็จแม่ต้องเจ็บปวดด้วยกัน!"       ไท่จื่อโจวหยางเฟิงตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับกระชับอ้อมกอดเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้นางได้รู้ว่า พี่ชายคนนี้ยังอยู่เคียงข้างเสมอ

     แม้ว่าอาการประชวนจักยังไม่หายดีแต่หยางเฟิงก็ได้สั่งให้องครักษ์เงาของพระองค์ติดตามสืบหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมานี้อยู่เสมอจนในที่สุดก็ได้รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้!


     รู้แล้วอย่างไร? ไม่รู้แล้วอย่างไร?  


      เพราะสุดท้ายเสด็จพ่อก็เลือกที่จะเชื่อนางจิ้งจอกนั่นมากกว่าเสด็จแม่อยู่ดี

     
 50%


      "เสด็จพี่ไท่จื่อทรงทราบหรือเพคะ?"        แบมแบมเอ่ยถามหยางเฟิงไท่จื่อออกไปด้วยความสงสัย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบและทำเพียงแค่ลูบผมนางเบาๆด้วยความเอ็นดูและส่งยิ้มบางๆกลับมาให้เท่านั้น

       "องค์หญิงเสด็จขึ้นรถม้าเถอะพะยะค่ะ...พวกเรายังต้องเดินทางกันอีกไกล"     แม่ทัพหวังเดินเข้าหาทั้งสองพระองค์เมื่อเห็นว่าใกล้ได้เวลาออกเดินทางเต็มทีแล้ว

       "เปิ่นกงเข้าใจแล้ว...เชิญท่านแม่ทัพกลับไปก่อนเดี๋ยวเปิ่นกงจักตามไป"       แบมแบมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ซึ่งแม่ทัพหวังก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

        "เสด็จแม่ฮองเฮาแล้วก็เสด็จพี่ไท่จื่อ...พระองค์ทั้งสองจักต้องทรงรักษาสุขภาพนะเพคะหนี่ว์เอ๋อร์ต้องไปแล้วนะเพคะ..."     แบมแบมเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

        "เจ้าเองก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะหนี่ว์เอ๋อร์...แม่รักเจ้าเสมอนะลูกรัก"       สักวันแม่จักต้องพาเจ้ากลับมาอยู่ในวังของเราอีกครั้งให้จงได้! และวันนั้นจักต้องเป็นวันที่นางจิ้งจอกและนางแม่หมอนั้นจักต้องหายไปตลอดกาล

         "แม่นมลู่...เปิ่นกงฝากหนี่ว์เอ๋อร์ของเปิ่นกงด้วย...จงจำเอาไว้เจ้าจักต้องดูแลหนี่ว์เอ๋อร์ของเปิ่นกงให้ยิ่งกว่าชีวิตของเจ้ามิเช่นนั้น...เปิ่นกงจักสั่งประหารหัวของเจ้าและคนตระกลูลู่ทั้งตระกลู!"

        "หม่อมฉันขอน้อมรับพระบัญชาเพคะฮองเฮา"

        "หนี่ว์เอ๋อร์ไปก่อนนะเพคะ...จากกันวันนี้หนี่ว์เอ๋อร์ก็ยังมิรู้ว่าจักได้กลับมาอีกเมื่อไหร่...เพราะฉะนั้นฝากเสด็จพี่ไท่จื่อดูแลเสด็จแม่แทนน้องด้วยนะเพคะ"

         "พี่รับปากเจ้า...พี่จักดูแลเสด็จแม่แทนเจ้าเอง...พี่รักเจ้าเสมอนะ"

        "ขอพระทัยเพคะ...เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ"

       ร่างระหงยอบกายลงถวายพระพรลาเสด็จแม่ฮ่องเฮาและเสด็จพี่ไท่จื่อของนาง ก่อนที่จักเดินออกไปขึ้นรถม้าส่วนพระองค์ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว  ไม่นานขบวนเสด็จขององค์หญิงน้อยทั้งสามพระองค์ก็ได้เคลื่อนตัวออกไปจากพระราชวังโดยไร้ซึ่งเงาของฮ่องเต้ผู้เป็นเสด็จพ่อของทั้งสามพระองค์มาส่งเลยแม้แต่น้อย

      "พระองค์ทรงเป็นเสด็จพ่อที่ไร้หัวใจที่สุดเท่าที่หม่อมฉันเคยรู้จักมาเลยเพคะเสด็จพ่อ"       แบมแบมเลิกม่านลูกไม้ที่กั้นหน้าต่างขึ้นก่อนจะยื่นหน้าหันกลับไปมองยังวังหลวงอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ

      "องค์หญิงอย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลยเพคะ...."

      "เปิ่นกงพูดผิดเช่นนั้นหรือ? เสด็จพ่อทรงเนรเทศเปิ่นกงและพวกเสด็จพี่ทั้งสองให้ไปอยู่ในวังกลางหุบเขาแถบชายแดนเช่นนี้ แถมวันนี้วันที่พวกเปิ่นกงจักต้องออกจากวังไปเสด็จพ่อก็ยังมิคิดที่จะออกมาส่งพวกเปิ่นกงเลยสักนิด! ดูท่าเสด็จพ่อคงจักเห็นว่าเปิ่นกงและพวกเสด็จพี่กลายเป็นนางปีศาจน่ารังเกียจไปเสียแล้วกระมัง" 

       "องค์หญิง! มิควรพูดเช่นนี้นะกับองค์ฮ่องเต้นะเพคะมันมิควร"    

       "แล้วแม่นมจักยังให้เปิ่นกงคิดเสด็จพ่อยังคงเป็นเสด็จพ่อที่พระทัยดีที่สุดสำหรับพวกเปิ่นกงอยู่อีกเช่นนั้นหรือ!? ทั้งๆที่เปิ่นกงก็รู้ดีอยู่เต็มอกว่าแท้จริงมันเป็นเช่นไร....เปิ่นกงไม่เคยโกรธที่เสด็จพ่อจักทรงเนรเทศเปิ่นกงและพวกเสด็จพี่ไปเช่นนี้แต่ที่เปิ่นกงโกรธและเจ็บปวดเป็นที่สุดนั่นก็คือ.....เสด็จพ่อไม่แม้แต่จักออกมาพบพวกเปิ่นกงเลยสักนิด ทั้งๆที่เสด็จพ่อก็ทรงรู้ว่านี่อาจจักเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพ่อลูกจักได้พบหน้ากัน......แต่พระองค์ก็เลือกที่จักไม่มา"     

       "โธ่! องค์หญิงอย่าทรงคิดเช่นนั้นเลยนะเพคะ"          แบมแบมเลือกที่จะเงียบและไม่โต้ตอบสิ่งใดกลับไปอีกก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงและนอนหลับไปในที่สุดทั้งๆจิตใจยังคงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง



          ขบวนรถม้ากว่าสิบคันที่มีองค์หญิงทั้งสามพระองค์ประทับอยู่พร้อมข้ารับใช้กว่ายี่สิบชีวิต ยังคงมุ่งหน้าสู่เขตชายแดนทางเหนือทั้งวันทั้งคืนจนแทบที่จะไม่หยุดพักกินเวลาเดินทางมากว่าหนึ่งเดือนเข้าไปแล้ว  ร่างระหงขององค์หญิงน้อยที่นั่งนิ่งอยู่ในรถม้ามีใบหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด

       "องค์หญิงทรงเบื่อหรือเพคะ?"     แม่นมลู่เอ่ยถามกับองค์หญิงน้อยที่กำลังทำหน้าตาหงิกงออยู่ไม่เลิก

       "อืม~ก็นิดหน่อย..ตอนนี้เราถึงเมืองใดกันแล้วหรือจ๊ะแม่นม?"      แบมแบมเอ่ยถามทั้งๆที่สายตายังคงจ้องมองสิ่งของต่างที่อยู่ในรถม้าขึ้นมาทำแก้เบื่อ

       "กำลังจักเข้าเมืองเฉิงตูแล้วเพคะองค์หญิง"       เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าหวานฉายแววตาแห่งความยินดีออกมาอย่างเห็นได้ชัด

        ด้วยเมืองเฉิงตูที่ขบวนเสด็จกำลังจะเดินทางไปถึงนี้ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งการค้า ไม่ว่าจักเป็นเครื่องประดับที่ทำมาจากอัญมณีหลากหลายชนิด และแพพันจากชนเผ่าต่างมากมายจนนับไม่ถ้วน เพราะที่เมืองนี้มักจะมีเหล่าพ่อค้าแม่ค้าจากหลากหลายชนเผ่านำสินค้าออกมาวางขายมิเคยว่างเว้น เมืองเฉิงตูแห่งนี้จึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เสียภาษีและเป็นแหล่งรายได้มหาศาลของทางวังหลวง

      "แม่นมบอกคนบังรถม้าให้หยุดพักที่เมืองนี้ก่อน เปิ่นกงอยากจักไปเที่ยวชมเมืองนี้สักวันสองวัน"      แบมแบมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ

       "จะดีหรือเพคะองค์หญิง?"       แม่นมลู่มีท่าทีลังเลเล็กน้อย

       "ดีสิ! เสด็จพ่อมิได้บังคับให้เปิ่นกงต้องรีบเดินทางไปให้ถึงชายแดนวันนี้พรุ่งนี้เสียหน่อยเพราะฉะนั้นเปิ่นกงจักไปเดินเที่ยวที่เมืองนี้เข้าใจหรือไม่!?"       แม่นมลู่เผยยิ้มออกมาอย่างจนใจ ในที่สุดองค์หญิงน้อยผู้แสนเอาแต่ใจคนเดิมก็กลับมาเสียที

        "เช่นนั้นหม่อมฉันจักบอกคนบังรถม้าให้ไปบอกท่านแม่ทัพให้นะเพคะว่าองค์หญิงมีพระประสงค์จักทรงหยุดพักที่เมืองนี้"       แบมแบมพยักหน้าเบาๆก่อนที่แม่นมลู่จักเปิดม่านออกไปบอกกับคนบังรถม้าตามที่นางสั่ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงของฝีเท้าของม้าดังข้างๆรถม้าคันที่นางนั่งอยู่ 

        "ขอประทานอภัยด้วยพะยะค่ะองค์หญิง! กระหม่อมแม่ทัพหวังเองพะยะค่ะ"        เมื่อได้ยินดังนั้นมือเรียวสวยจึงเลิกม่านลูกไม้ออกช้าๆ

         "ท่านมีปัญหาอะไรเช่นนั้นหรือท่านแม่ทัพ"       แบมแบมเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

         "อ่อ....กระหม่อมเพียงสงสัยว่าพระองค์ทรงอยากจักพักอยู่ที่เมืองเฉิงตูนานหรือไม่พะยะค่ะ"

         "สองวัน! เปิ่นกงต้องการเวลาในการเที่ยวเมืองนี้สองวัน! ท่านแม่ทัพมีปัญหาเช่นนั้นหรือ!?"

         "กระหม่อมมิกล้าพะยะค่ะ....เช่นนั้นกระหม่อมจักให้ม้าเร็วรีบไปส่งข่าวแก่ท่านเจ้าเมืองให้รีบจัดเตรียมห้องพักให้แก่องค์หญิงทั้งสามพระองค์เดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ"         

        ถึงจักถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงราวกับว่าทั้งสามพระองค์มิมีความสำคัญต่อราชวงค์อีกต่อไป แต่ด้วยบรรดาศักดิ์ของทั้งสามพระองค์ยังมิได้ถูกถอด และการเข้าพักในแต่ละที่ๆผ่านมาย่อมต้องเป็นจวนเจ้าเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งนั่นก็ทำให้แบมแบมรู้สึกหงุดหงิดมากเป็นพิเศษ

        "มิต้อง! เปิ่นกงต้องการพักที่โรงเตี๊ยม"       เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งแม่ทัพหวังและแม่นมลู่ต่างก็มีท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างถึงที่สุดเพราะถึงอย่างไรนางก็คือองค์หญิงที่เกิดจากมารดาของแผ่นดินครั้นจะให้ไปเข้าพักในโรงเตี๊ยมตามที่ทรงรับสั่งก็คงจักไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก

       "องค์หญิงเพคะหม่อมฉันเห็นว่าเรื่องนี้มิเหมาะเท่าใดนักนะเพคะ"      แม่นมลู่รีบเอ่ยค้านขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าแม่ทัพหวังเอาแต่นิ่งเงียบทำหน้ากลืนไม่เข้าค่ายไม่ออกอยู่อย่างนั้น

        "เหมาะหรือมิเหมาะ....เปิ่นกงคือผู้ที่ตัดสินใจหรือพวกท่านว่าไม่จริง!?"        หากไล่เลียงกันไปมาแล้วในขบวนเสด็จครั้งนี้แบมแบมก็คือผู้ที่มีอำนาจมากที่สุด

         "กระหม่อมมิกล้าพะยะค่ะ"

         "ดียิ่ง! เช่นนั้นก็เร่งเดินทางกันเถิด...เปิ่นกงอยากให้ไปถึงที่นั้นก่อนค่ำจักได้มีเวลาว่างเข้าไปไหว้พระที่อารามไป๋หวิ๋นเสียหน่อย...เปิ่นกงเคยได้ยินเสด็จแม่ฮองเฮาเอ่ยถึงบ่อยๆ"

         "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ! กระหม่อมจักให้เร่งเดินทางคาดว่าไม่เกินยามเซิน ( 15:00 - 16:59 ) ก็น่าจะถึงแล้วพะยะค่ะ"     แบมแบมพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่แม่ทัพหวังจักเร่งควบม้ากลับไปยังหน้าขบวนตามเดิมเพื่อสั่งการให้ลูกน้องคนอื่นๆเร่งการเดินทางเพื่อไปให้ถึงเมืองเฉิงตูเร็วขึ้นกว่าเดิม....


          "โรงเตี๊ยมจวี๋ฮวา ( ดอกเบญจมาศ ) ยินดีต้อนรับนายท่านและคุณหนูทุกท่านขอรับ"  

          "ที่นี่ยังมีห้องพักอยู่บ้างหรือไม่?"       เป็นรองแม่ทัพหยางเฉิงที่อาสาเข้าไปถามไถ่เรื่องห้องพักแทนคนอื่นๆ

          "มีขอรับ! ไม่ทราบว่านายท่านต้องการพักห้องรับดับไหนดีขอรับ"      เสี่ยวเอ้อที่มีหน้าที่ต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้าเอ่ยถาม

           "ขอห้องที่ดีที่สุดห้าห้องส่วนอาหารเรื่องอาหารไว้ข้าจะลงมาบอกอีกที"     

          "ได้ขอรับนายท่าน! เชิญตามมาทางด้านนี้ได้เลยขอรับ"   

         โรงเตี๋ยมจวี๋ฮวาคือโรงเตี๊ยมที่แบมแบมเลือกที่จะเข้าพักในวันนี้เนื่องด้วยเป็นโรงเตี๊ยมขนาดกลางแต่ก็มีความหรูหราอยู่พอสมควร และความปลอดภัยของที่นี่ก็นับว่าดีเยี่ยม พอๆกับโรงเตี๊ยมที่ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆของเมืองเฉิงตูแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ

         "อืม...เป็นโรงเตี๊ยมที่ดีเหมาะสมกับที่เป็นฐานลับของเสด็จพี่ไท่จื่อเสียจริง"       แบมแบมยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อได้เห็นสภาพของห้องพัก

        "พระองค์จะทรงพักผ่อนก่อนดีหรือไม่เพคะองค์หญิง?"

        "ไม่ล่ะเปิ่นกงจักไปไหว้พระเสียหน่อย อ้อจริงสิ! แม่นมช่วยไปถามเสด็จพี่เก้ากับเสด็จพี่สิบให้เปิ่นกงทีว่าทั้งคู่จักไปด้วยหรือไม่"        ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่บนรถม้าเสียเป็นส่วนใหญ่ บอกได้คำเดียวเลยว่า


เบื่อโว๊ย!!


         "เจ้านี่รู้จักสถานที่สวยงามเช่นนี้ด้วยหรือน้องสิบเอ็ด?"        เจินหรงหรือจินยองเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย ทั้งๆที่ก็ทุลุมิติมาพร้อมๆกันแท้ๆแต่แบมแบมกลับใช้ชีวิตได้เลื่อนไหลราวกับว่าตนเองเป็นคนของที่นี่ก็มิปาน

          "นั่นน่ะสิ! เจ้านี่รู้ไปเสียทุกเรื่องจริงๆแม้แต่อารามสวยๆที่อยู่ห่างไกลจากวังหลวงถึงเพียงนี้เจ้ายังอุตส่าห์ไปรู้จักอีก"       หรงจ่ายเองก็มีสีหน้างุนงงสงสัยไม่ต่างกัน

          "ข้าเคยได้ยินเสด็จแม่ฮองเฮาเล่าให้ฟังบ่อยๆน่ะ"         แบมแบมเอ่ยก่อนที่จะเดินยิ้มเข้าไปภายในอารามไป๋หวิ๋น    ก่อนที่ทั้งสองจะเดินตามเข้าไปด้วย

         แม้แบมแบมจะไม่ได้เป็นที่เคร่งศาสนาและไม่ค่อยเชื่อในเรื่องที่อยู่เหนือกฏแห่งธรรมชาติสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อในชีวิตนี้ได้เจอเรื่องที่เหนือธรรมชาติมากับตัวเสียขนาดนี้เห็นทีว่าจะไม่เชื่อก็คงจะไม่ได้เสียแล้ว  และในเวลาแบบนี้สิ่งเดี๋ยวที่พอจะยึดเหนี่ยวจิตใจได้ก็คงจะหนีไม่พ้นการไหว้พระขอพร แม้มันอาจจะช่วยไม่ได้มากแต่ก็ยังดีกว่าการที่ไม่ทำอะไรเลย

        และหลังจากที่ทั้งสามไหว้พระและขอพรเสร็จทั้งสามก็พากันเดินเที่ยวชมวันต่อจนมืดค่ำ เพื่อที่จะใช้เวลาในวัยเด็กให้คุ้มค่าที่สุดก่อนที่ทั้งสามจะต้องสูญเสียช่วงเวลาแห่งความสุขเฉกช่นเวลามนุษย์ปกติไปแล้วมุ่งหน้าฝึกฝนตนเองเพื่อเข้าสู่เส้นทางของผู้ใช้พิษอย่างแท้จริง.......


                   
☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘


เฮ้อ! ในที่สุดก็มาต่อจนครบ 100% ซะทีไม่รู้ว่ายังมีคนรออ่านอยู่มั้ยเอ่ย?
ถ้ามีก็ช่วยกันเม้นแล้วก็กดหัวใจให้ไรท์ด้วยนะคะ  บ๊ายบี!

          


     

    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #58 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 12:55
    รออ่านตอนต่อๆไปอยู่นะคะ รอวันที่เค้าจะได้เจอกัน ^^
    #58
    0
  2. #57 KGXUSOO6 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 07:48
    รอนะคะไรท์มาต่อเร็วๆนะคะ
    #57
    0
  3. #56 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 05:59
    เมื่อไหร่จะเจอกันอ่าๆๆๆ
    #56
    0
  4. #55 (@Sumintra-0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:05

    มาต่อให้ครบร้อยแล้วนะคะทุกคน! อย่าลืมมาช่วยกันเม้นล่ะรู้มั้ยhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #55
    0
  5. #54 iloveimjaebeom (@iloveimjaebeom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 22:11
    อยากให้พบรักกันแล้วว
    #54
    0
  6. #53 panida_1062_ (@panida_1062_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:12
    รอนะคะ
    #53
    0
  7. #51 Ptoodtu (@Ptoodtu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:45
    รอนร้าาาา
    #51
    0
  8. #49 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 09:17

    ในที่สุดไรท์ก็มาซะที...รีบๆมาต่ออีกนะครับรออยู่^^
    #49
    0
  9. #48 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 08:27
    รีบมาต่อนะ...รอค่ะ
    #48
    0
  10. #47 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 06:45

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนตอนต่อๆไปอยู่นะคะ ^^
    #47
    0
  11. #46 KGXUSOO6 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 06:30
    รอนะคะไรท์มาต่อเร็วๆนะคะสู้ๆนะ
    #46
    0
  12. #45 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 05:14
    งื้อออองหญิงงง
    #45
    0
  13. #44 Kimon_nice (@Kaew_k) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 23:00
    ฮือออสนุกมากๆเลยค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ นี่เพิ่งอ่านตอนที่5จบไปยังนึกอยู่เลยว่าจะมาต่อเมื่อไหร่ พอกดออกแอปผ่านไป5นาที แอปแจ้งเตือนว่าเรื่องนี้อัพ รีบเข้ามาอ่านอย่างไว555
    #44
    1
    • 15 สิงหาคม 2562 / 23:24
      งือ~น่ารัก! ขอบคุณนะคะที่เม้นพอดีช่วงนี้ไรท์ยุ่งๆเลยไม่ว่างมาอัพให้อ่านกันเลย
      #44-1