[Fic Got7] ห้วงรักองค์หญิงต้องสาป MarkBam

ตอนที่ 4 : ชะตาของสามองค์หญิงน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    24 ก.ค. 62


บทที่ 3
ชะตาของสามองค์หญิงน้อย


           หลังจากที่องค์หญิงทั้งสามพระองค์ฟื้นขึ้นมาจากความตาย พวกนางก็ถูกสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ที่พระตำหนักส่วนพระองค์อยู่ร่วมเดือนนั่นก็เพราะว่า.....

           พระวรกายของพวกนางมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น นั่นก็คือยามใดก็ตามที่พวกนางโกรธมักเผลอปล่อยกลิ่นไอบางอย่างออกมา จึงทำให้ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ต่างก็มีเหล่าขันทีและนางกำนัลล้มตายเป็นจำนวลมากไม่เว้นแม้แต่......

           "อาการของไท่จื่อเป็นเช่นไรบ้างหมอหลวง..."       องค์ฮ่องเต้ตรัสถามถึงพระอาการของประชวรด้วยโรคประหลาดขององค์ไท่จื่อ (ไท่จื่อ หมายถึง องค์รัชทายาท) 

           "อาการประชวรขององค์รัชทายาทยังคงน่าเป็นห่วงพะยะค่ะฝ่าบาท"      สีหน้าของหมอหลวงแสดงความกังวลออกมาให้เห็นอย่างชัดแจน

           "ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"        องค์ฮองเฮารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก พระนางเฝ้าถามตัวเองอยู่ซ้ำๆว่าพระนางทำสิ่งใดผิดไปเช่นนั้นหรือ....ใยสวรรค์จักต้องกลั่นแกล้งพระนางได้โหดร้ายถึงเพียงนี้

            ทั้งๆที่บุตรสาวของพระนางเพิ่งที่จะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ไม่นานแท้ๆ สวรรค์ก็กลับใจร้ายคิดที่จะพรากโอรสไปจากพระนางอีก

            "ร้ายแรงมากพะยะค่ะ....กระหม่อมไร้ความสามารถขอฝ่าบาทโปรดลงอาญากระหม่อมเถิดพะยะค่ะ"           เหล่าหมอหลวงต่างก็พากันทิ้งตัวลงคุกเข่ารอรับการลงอาญาจากองค์ฮ่องเต้

          "เอาเถิดนี่หาใช่ความผิดของพวกเจ้าไม่....ทหาร!! ไปตามธิดาเทพมาพบเจิ้นที่ห้องทรงงานบัดเดี๋ยวนี้ เจิ้นต้องการคำทำนายจากธิดาเทพ"         องค์ฮ่องเต้สั่งเสียงเข้ม ก่อนที่พระองค์จะเสด็จไปยังห้องทรงงานของพระองค์


             ครึ่งชั่วยามต่อมา (ครึ่งชั่ว เท่ากับ 1 ชั่วโมง) ธิดาเทพก็ถูกเชิญตัวมาเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ที่ห้องทรงงานส่วนพระองค์  ธิดาเทพที่เดินเข้ามามีสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าใดนัก ซึ่งนั่นก็สร้างความร้อนใจให้กับองค์ฮ่องเต้ได้ไม่น้อย

              "ธิดาเทพถวายพระพรฮ่องเต้ / ฮ่องเฮ่า ขอทั้งสองพระองค์ทรงพ....."

             "อย่ามัวแต่ถวายพระพรเจิ้นเลยอยู่เลย...ธิดาเทพจงรีบเอ่ยคำทำนายมาเถิดว่าเป็นเช่นไรบ้าง??"         องค์ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความร้อนรนพระทัย

             "ดวงชะตาของโอรสมังกรทองนั่นมีอันต้องดับสูญหากยังคง....มีธิดาหงส์ดำคอยบินวนอยู่รอบข้าง"

             เมื่อองค์ฮ่องเต้และองค์ฮ่องเฮาได้ฟังคำทำนาย พระพักตร์ของทั้งสองพระองค์ต่างมืดครึ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทั้งสองพระองค์นึกรู้ขึ้นมาได้ทันทีเลยว่า ธิดาหงส์ดำและโอรสมังกรทอง ที่ธิดาเทพทำนายออกมานั้นจักเป็นผู้ใดไปได้หากมิใช่


องค์หญิงสิบเอ็ดและองค์ไท่จื่อสองโอรสธิดาที่เกิดมาจากนางพญาหงส์และมังกรทองเช่นพระองค์และองค์ฮองเฮ่าคู่ทุกข์คู่ยาก


              "พอจักมีทางแก้ไขคำทำนายนั่นบ้างหรือไม่ธิดาเทพ"        องค์ฮ่องเต้ทอดถอนพระทัยออกมาด้วยความเจ็บปวด

              "ธิดาหงส์ดำจากถิ่นคืนชีวิญให้โอรสมังกรทอง"         เมื่อฟังจบองค์ฮ่องเต้ก็กลับนิ่งเงียบไป เมื่อองค์ฮ่องเฮ่าทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นจึงเป็นผู้ตรัสถามสิ่งที่พระนางสงสัยขึ้นมาแทน

                "ธิดาเทพคงมิได้กำลังจักบอกว่าเปิ่นกงต้องเลือกระหว่างองค์ไท่จื่อกับหนี่ว์เอ๋อร์ธิดาของเปิ่นกงหรอกนะ??"

                "ทุกอย่างล้วนเป็นลิขิตสวรรค์เพคะฮองเฮา.....หากมิทำเช่นนี้ชะตาของผู้คนมากมายจักมีอันต้องล้มตาย......แม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็มิอาจรอดพ้น"         

                 ร่างของพระนางทรุดลงกับพื้นจนนางกำนัลคนสนิทต้องรีบเข้ามาช่วยประครองให้พระนางนั่งลงไปบนเก้าอี้เสียใหม่  สูญสิ้นแล้วมาดนางพญาหงส์ผู้สูงส่งและสง่างาม ยามนี้พระนางก็เป็นเพียงแค่มารดาที่กำลังจักถูกพรากบุตรไปจากอกก็เพียงเท่านั้น

                 บุตรสาวของพระนางเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่แปดขวบปีเท่านั้น ใยสวรรค์จึงต้องทดสอบบุตรสาวของพระนางได้โหดร้ายถึงเพียงนี้ นางเป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังคงต้องการความรักและการเอาใจใส่จากมารดาเช่นพระนาง มิใช่การจับแย่งเช่นนี้

                 "เปิ่นกงยอมให้ทำเช่นนั้นมิได้......หนี่ว์เอ๋อร์นางยังมิแข็งแรง...ฝ่าบาทได้โปรดเถิดเพคะลูกยังต้องการหม่อมฉัน"          พระนางตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ

                 "เช่นนั้นเจ้าพร้อมที่จักสูญเสียผู้คนมากมายไปเพื่อบุตรสาวของเจ้าเพียงผู้เดียวแล้วเช่นนั้นหรือ??"         องค์ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยไม่เชื่อว่าพระนางจะตรัสเรื่องเช่นนี้ออกมา

                "หนี่ว์เอ๋อร์ก็เป็นธิดาของพระองค์นะเพคะ....ใยพระองค์ตรัสราวกับว่าหนี่ว์เอ๋อร์นางมิใช่ธิดาของพระองค์"           พระนางตรัสด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ ที่อยู่ๆองค์ฮ่องเต้ก็ตรัสราวกับว่าองค์หญิงสิบเอ็ดมิใช่พระธิดาของพระองค์อีกแล้ว

                 "ฮองเฮาเย็นพระทัยเอาไว้ก่อนเจิ้นมิได้หมายความว่าเช่นนั้น....ธิดาเทพพอจะมีทางอื่นที่มิต้องให้ธิดาของเจิ้นจักต้องแยกจากฮองเฮาบ้างหรือไม่??"       องค์ฮ่องเต้ตรัสถาม  เพราะมิใช่เพียงแค่ที่องค์ฮองเฮาเท่านั้นที่มิอยากแยกจากองค์หญิงสิบเอ็ด องค์ฮ่องเต้เองก็มีความรู้สึกไม่ต่างกัน

             "มิมีทางแก้อื่นอีกแล้วเพคะ....เพียงแต่หาได้มีเพียงองค์หญิงสิบเอ็ดไม่......"   

    
             ชะตาสวรรค์นั่นลิขิต...ให้หงส์น้อยสองนางติดตามไป....จวบจนได้พบเจอคู่ครองเรือนจึงหวนคืน...


            ธิดาเทพเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย  อยู่ๆก็เกิดคลื่นลมอ่อนๆพัดวนอยู่รอบๆกายของนาง คำทำนายที่ธิดาเทพกล่าวออกมานั้น สร้างความตื่นตกใจให้ทั้งสองพระองค์มิใช่น้อย

           "ธิดาเทพ...อีกสองนางคือผู้ใดเช่นนั้นหรือ??"        องค์ฮ่องเต้ตรัสถาม ทั้งๆที่ในพระทัยขององค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮาก็ล้วนมีคำตอบนั่นอยู่แล้ว

           "อย่าทรงตรัสถามในสิ่งที่พระองค์ทรงรู้อยู่แล้วไปเลยเพคะ....หากฮ่องเต้ไม่มีสิ่งใดจะตรัสถามแล้วหม่อมฉันขอทูลเพคะ"       องค์ฮ่องเต้สะบัดมือเล็กน้อยแทนการเอ่ยคำพูดใดๆออกมา


           "เติ้งกงกงรับราชโองการ!! เจิ้นจักให้ขอแต่งตั้งให้แม่ทัพหวังเหว่ยและรองแม่ทัพหยางเฉิงมีหน้าที่คุ้มกัน องค์หญิงสิบเอ็ดโจวกันหนี่ว์ องค์หญิงเก้าโจวเจินหรง องค์หญิงสิบโจวหรงจ่าย ออกไปส่งให้ถึงยังเขตชายแดนหุบเข้าตงเทียน (ฤดูหนาว)...ในอีกสองวันให้หลัง....ส่วนข้ารับใช้และคนครัว...."         

            ในขณะที่องค์ฮ่องเต้ทรงกำลังตัดสินพระทัยว่าพระองค์จักจัดส่งเหล่าข้ารับใช้ไปเท่าใดจึงจังเหมาะสมกับการเป็นอยู่ของเหล่าองค์หญิงน้อยทั้งสามพระองค์  เสียงของฮองเฮาคู่ทุกข์คู่ยากของพระองค์ก็เอ่ยขัดขึ้นกลางลำเสียก่อน

              "ฝ่าบาทเพคะ....หม่อมฉันขอเป็นผู้จัดเตรียมข้ารับใช้และทรัพย์สินที่บุตรสาวของหม่อมของหม่อมฉันจำเป็นจักต้องนำติดตัวไปใช้ด้วยตนเองเพคะ.....ขอพระองค์โปรดเมตตาหม่อมฉันสักครั้งจักได้หรือไม่เพคะ"       

                องค์ฮองเฮาเลือกที่จะพูดเน้นย้ำคำว่า บุตรสาวของหม่อมฉัน แทนที่จะเป็น ธิดาของพระองค์ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น พระนางทำราวกับว่าองค์ฮ่องเต้นั้นเป็นชายไร้หัวใจที่คิดส่งบุตรสาวไปอยู่กลางหุบเขาอันหนาวเหน็บเช่นนั้นได้อย่างเลือดเย็น

            พระนางรู้ดีว่าการจักเป็นนางพญาหงส์ผู้สง่าที่โบยบินอยู่เหนือฝูงหงส์ด้วยกันจักต้องมีความเด็ดขาดและพร้อมที่จะสูญเสียทุกสิ่งเพื่ออำนาจในการปกครองวังหลังของตน

            หากแต่การสูญเสียในครั้งนี้กลับยากเกินกว่าที่พระนางจักยอมรับได้ หากมิย่อมปล่อยบุตรสาวออกจากอก ก็จักต้องสูญเสียบุตรชายที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์ไท่จื่อไป หากเป็นเช่นนั้นจริงอำนาจปกครองวังหลังและความมั่นคงของต้นตระกลูเดิมของพระนางก็จักต้องถูกสั่นคลอน

             "เช่นนั้นเรื่องข้ารับใช้และคนครัวเจิ้นยกให้เฮาเป็นผู้สั่งการจบราชโองการ"        

            เมื่อมองไม่เห็นหนทางอื่น ที่จักช่วยเหลือองค์ไท่จื่อและเหล่าข้ารับใช้ภายในเขตพระราชวังได้ องค์ฮ่องเต้จึงจำยอมที่จะผิดใจกับพระนางเพียงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม


           "เติ้งกงกงน้อมรับราชโองการพะยะค่ะ"         เติ้งกงกงถวายพระพรลา และเดินถอยหลังออกจากห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ไป เพื่อที่จักได้นำพระราชโองการในครั้งนี้ไปส่งยังพระตำหนักขององค์หญิงทั้งสามพระองค์ตามลำดับ


                 ณ.พระตำหนังกลางสวนขององค์หญิงสิบเอ็ด ร่างระหงนั่งถอดถอนอารมณ์มอง กรีบดอกท้อที่ถูกสายลมพัดให้หลุดลอยกรีบแล้วกรีบเล่า  เวลาร่วมหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นอกจากการนอนและอ่านตำราแล้วก็แทบจะไม่ได้หยิบจิบสิ่งใดอีกเลย

             แถมการที่จักไปพบและพูดคุยกับจินยองและยองแจที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในร่างของ องค์หญิงเก้าและองค์หญิงสิบ นั้นกลับไม่ใช่เรื่องที่จักทำได้ง่ายๆ ส่วนเหตุผลนั่นก็เพียงเพราะว่า.... องค์หญิงสิบเอ็ดโจวกันหนี่ว์คือบุตรสาวที่เกิดมาจากองค์ฮองเฮาดังนั้นจึงถือว่ามียศสูงกว่า และการที่ทั้งสองจักขอเข้าเฝ้าได้ในแต่ละครั้งล้วนไม่ใช่เรื่องง่าย

           "แม่นม...เปิ่นกงเบื่อ...เปิ่นกงอยากได้อิสระ...."          ก็รู้อยู่หรอกว่าที่ต้องถูกสั่งกังขังให้อยู่เพียงแค่ในเขตพระตำหนักเฉิงเฉียนนั่นก็เพราะว่า.....เมื่อไหร่ก็ตามที่นางเผลอลืมตัวแสดงความโกรธออกมาผู้คนลอบข้างก็จักล้มตาย

             "อดทนหน่อยเถิดนะเพคะองค์หญิง...อีกไม่นานองค์ฮองเฮาก็จักทรงต้องหาทางให้องค์หญิงได้รับอิสระเช่นเคยแน่นอนเพคะ"

            "แต่เปิ่นกงคิดว่าคงจักไม่มีวันนั่น อีกไม่กี่วันเปิ่นกงอาจจักต้องไปจากที่นี่....แม่นมก็รู้ว่าตั้งแต่ที่เปิ่นกงฟื้นขึ้นมา....เปิ่นกงก็หาใช่คนเดิมไม่....ทุกสัมผัสของเปิ่นกงยามโกรธหรือไม่พอใจก็มักจักเต็มไปด้วยพิษ แม้แต่เสด็จพ่อที่เคยโปรดปรานเปิ่นกงและพี่ๆทั้งสองยังมิเคยคิดที่จักมาพบเปิ่นกงเลยแม้แต่ครั้งเดียว"  

       แบมแบมว่าพรางจุมนิ้วลงไปในถ้วยน้ำชา พลันน้ำชาที่อยู่ในถ้วยก็กลับกลายเป็นสีม่วงปนดำ

            "แม่นมเห็นหรือไม่.....เพียงแค่เปิ่นกงมิพอใจที่จักต้องถูกสั่งกังบริเวณเช่นนี้....พิษที่อยู่ในกายของเปิ่นกงมันก็พร้อมจักทำงาน"        

            แม่นมลู่เฝ้ามององค์หญิงสิบเอ็ดด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ เพราะตั้งแต่ที่องค์หญิงน้อยฟื้นคือจากความตาย ทุกๆอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป......องค์หญิงน้อยนางมักจะพูดราวกับว่าสักวันหนึ่งจักต้องจากวังหลวงไปยังที่ไกลแสนไกล.......

           "องค์หญิงเพคะ....เติ้งกงกงขอเข้าเฝ้าเพคะ"       นางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้ามากราบทูลด้วยใบหน้ากล้าๆกลัวๆ

            "เจ้าไปเชิญกงกงเข้ามาได้"       เมื่อเอ่ยเสร็จแบมแบมก็เปลี่ยนมาจัดท่านั่งให้ดูเรียบร้อยและสง่างามกว่าเดิม

            "กระหม่อมเติ้งกงกงถวายพระพรองค์หญิงสิบเอ็ดพะยะค่ะ"     เติ้งกงกงกล่าวถวายพระพรองค์หญิง ก่อนที่ทหารจักทูลเชิญพระราชโองการขององค์ฮ่องเต้ออกมา

             "องค์หญิงสิบเอ็ดโจวกันหนี่ว์รับราชโองการ....เนื่องจากดวงชะตาและเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับเหล่าองค์ชายและข้ารับใช้ในวังหลวง ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้ องค์หญิงเก้า องค์หญิงสิบ องค์หญิงสิบเอ็ด ออกเดินทางจากวังหลวงไปยังเขตชายแดนหุบเขาตงเทียนในอีกสองวันให้หลังและไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาที่ฉางอันอีกจนกว่าจักมีพระราชโองการอีกครั้ง จบราชโองการ!!"      

              "องค์หญิงสิบเอ็ดโจวกันหนี่ว์น้อมรับราชโองการ...ฮึก!!....ขะ...ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปีเพคะ"         แม้จะรู้อยู่แล้วว่าสักวันจะต้องออกจากวังหลวงไป แต่แบมแบมก็อดที่จะใจหายไม่ได้

                หลังจากที่เติ้งกงกงจากไป ร่างระหงก็ทรุดตัวลงร้องไห้กอดสารราชโองการที่ผู้เป็นพ่อมอบให้ด้วยความปวดร้าว......แบมแบมจะไม่รู้สึกเสียใจมากขนาดนี้เลยถ้าหากว่าองค์หญิงทั้งสามพระองค์จะไม่ถูกเนรเทศไปอยู่ไกลถึงเขตชายแดนด้วยวัยเพียงแค่แปดขวบปีเช่นนี้


ใยเสด็จพ่อถึงได้ใจร้ายกับพวกหม่อมฉันถึงเพียงนี้....


             "ฮือๆน้องสิบเอ็ด!!" X2      เสียงร่ำไห้ขององค์หญิงเก้าและองค์หญิงสิบวิ่งผ่าเหล่าขันทีและนางกำนัลเข้ามาด้วยน้ำตาอาบแก้ม

           "องค์หญิงเพคะ....เอ่อ....หม่อมฉันขออภัยด้วยเพคะที่มิได้กราบทูลพระองค์ก่อน"         

           "ไม่เป็นไรเปิ่นกงเองก็อยากจักพบเสด็จพี่ทั้งสองอยู่แล้ว...แม่นมเปิ่นกงคงจักต้องมีเรื่องให้ปรึกษากันตามลำพังเช่นนั้นแล้วอย่าให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนเปิ่นกงได้เข้าใจหรือไม่!?"      แบมแบมปาดน้ำตาออกก่อนที่จักเอ่ยสั่งแม่นมและเหล่านางกำนัลเสียงเข้ม

            "หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ"      แม่นมลู่และเหล่านางกำนัลย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อรอรับพระบัญชาขององค์หญิงสิบเอ็ด

           "ส่วนเสด็จพี่ทั้งสอง เชิญเสด็จตามหนี่ว์เอ๋อร์มาทางนี้เพคะ"         แบมแบมเดินนำหน้าจินยองและยองแจที่ตอนนี้อยู่ในร่างขององค์หญิงเก้าและองค์หญิงสิบมายังห้องพระบรรทมของตนเอง

            เมื่อทั้งสามอยู่ในห้องของแบมแบมตามลำพังแล้ว ทั้งคู่จึงเริ่มเปิดปากโวยวายขึ้นมาทันที

           "อีแบม!! กูไม่อยากไปอยู่ชายแดนอ่ะมึง ฮือๆ"

          "พี่สิบกับน้องสิบเอ็ด!! ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วนะ ว่าให้เจ้าเรียกข้าและแทนตัวเองแบบนี้ และอีกอย่างนี่มันเป็นราชโองการของเสด็จพ่อเจ้าก็น่าจะรู้....กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ!!"

          "แต่น้องสิบเอ็ด....นั่นมันชายแดนเลยนะ...ที่นั่นล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรแถมหุบเขานั่นน่ะชื่อก็บอกอยู่ว่าฤดูหนาว....เพียงแค่คิดข้าก็ทำใจไม่ได้แล้วอ่ะ...ฮือๆ"      

           จินยองคงเป็นอีกคนนอกจากเค้าที่สามารถปรับตัวได้ดี สำหรับคำพูดคำจาที่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ผิดกับยองแจที่รายนั้นมักจะเผลอพูดตัวพูดคุยกับเค้าด้วยคำพูดในแบบของภพเดิมที่พวกเค้าจากมาเสมอ

            "พวกเจ้าจะเอาแต่ตัดพ้อไปใยในเมื่อ....พวกเราต่างก็รู้ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ?? ว่าสักวันพวกเราจักต้องจากไปเพื่อมิให้ผู้อื่น ต้องมาล้มตายเพราะคำสาปพิษที่นังแม่หมอมนต์ดำนั่นทำเอาไว้"

             เอาเถอะ....อย่างน้อยๆเค้าก็เชื่อว่าหากสวรรค์จงใจพาพวกเค้ากลับมาที่นี่ นั่นก็แสดงว่าสวรรค์ย่อมมีสิ่งอื่นที่ดีกว่าเตรียมเอาไว้ให้รออยู่ก่อนแล้ว

             "ข้าก็รู้ว่านี่มันคือสิ่งที่พวกเราจักต้องเจอ....เพียงแต่ว่า....ถูกเนรเทศออกไปตอนนี้จักไม่เด็กเกินไปหรอกหรือ??"          ยองแจที่ตอนนี้เริ่มอารมณ์เย็นขึ้นแล้วแต่ก็ไม่วายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อน้อยใจ

             "สิ่งใดจะเกิดมันก็ย่อมต้องเกิด....จะช้าหรือเร็วพวกเราก็จักต้องถูกเนรเทศอยู่ดี"        

              "ยอมเข้าใจแล้วก็ได้!! เช่นนั้นข้าจะขนเครื่องประดับ ไข่มุข เงินทอง ที่มีอยู่ในตำหนักไปด้วยให้หมดเลยคอยดู!!"        เมื่อตัดสินใจได้แบบนั้น ยองแจก็เดินกระทืบเท้าปึงปังออกไป เพื่อที่จะได้เตรียมขนสมบัติไปให้หมดอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ

              "เช่นนั้นข้าเองก็จักทำเช่นนั้นด้วย....แต่ข้าไม่อยากจากเสด็จแม่ไปเลย"        จินยองที่ตอนนี้เริ่มจะผูกพันกับพระสนมจิงจูที่เป็นพระมารดาขององค์หญิงเก้าไปเสียแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

               "ข้าเองก็ไม่ต่างกัน...เสด็จแม่ฮองเฮามอบความรักให้ข้ามาก...จนข้าเองไม่อยากที่จะแยกจากเสด็จแม่ฮองเฮาไปไหนเลย....แต่ในเมื่อมันเป็นโชคชะตาและเพื่อรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ย่อมดีกว่าการเห็นแก่ตัว.....เจ้าเองก็รีบกลับไปหาพระสนมจิงจูเถิด...อยู่กับนางให้นานๆก่อนที่จะต้องจากไปไม่ได้พบกันอีก"

                แบมแบมกอดปลอบจินยองก่อนจะพูดในสิ่งที่เค้าคิดออกไป เพราะอย่างน้อยๆช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งองค์ฮองเฮาและพระสนมก็เคยให้พวกเค้าได้เรียกว่า....แม่  ซึ่งคำๆนี้มันมีความหมายมากสำหรับพวกเค้าทั้งสาม ที่ต้องตายจากพ่อแม่แท้ๆมาโดยที่ไม่มีโอกาศแม้แต่จะได้เอ่ยคำร่ำลา

               เพราะฉะนั้นการที่พวกเค้าได้มีแม่ให้บอกรักอีกครั้ง ถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่ามากจริงๆ

               "อืม....ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก...ข้าจะไปอยู่กับเสด็จแม่และบอกรักเสด็จแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พวกเราจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกนาน"           เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนจินยองเองก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะอย่างน้อยๆการเนรเทศในครั้งนี้พวกเค้าทั้งสามก็ถูกส่งไปยังที่ๆเดียวกัน


              "ขอให้มีความสุขนะเพคะ...พระสนมหนิงเซียน...แล้วสักวันข้าจักเอาคืนท่านและทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่เว้นแม้แต่แคว้นซุ่ยของท่านให้สาสมกับน้ำตาของข้าที่เสียไปในวันนี้!!"      

              แววตาที่เคยอ่อนโยนของแบมแบมถูกเปลี่ยนให้เป็นแววตาแข็งกร้าว ริมฝีปากอวบอิ่มเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมาด้วยจิตที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกทำลายชีวิตมาแล้วถึงสองชาติสองภพ......

              เค้าต้องทำตัวตามคำโบราณที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า....น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก....แม้ว่าภายในของเค้าจะโกรธแค้นมากแค่ไหนเค้าก็จะไม่ยอมแสดงสิ่งใดออกมานอกเสียจากสีหน้ายิ้มแย้มเท่านั้น

สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็มีเพียงแค่รอเวลาที่พวกเค้าจะแข็งแกร่งพอแล้วกลับมาทวงคืนทุกสิ่ง






☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘☘


        สวัดดีจร้าาาาาาา!! มีใครรออ่านนิยายเรื่องนี้อยู่บ้างมั้ยเอ่ย?? ถ้ามีก็ช่วยกันเม้นให้ไรท์หน่อยนะรู้มั้ย
        ตอนนี้ก็ออกจะยาวกว่าตอนที่แล้วหน่อย....นั่นก็เพราะว่าไรท์ไม่รู้ว่าจะลงตรงไหนดี
เพราะถ้าตอนนี้ยังหาทางลงไม่ได้ท่านอ๋องแปดของไรท์ก็จะยังเปิดตัวไม่ได้ซะที....แต่ก็อย่างว่าแหละเนาะ
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น!! เพราะตอนนี้บอกตรงๆว่าพยายามปั่นหลายคืนมาก!!
เพราะงั้นถ้ารีดเดอร์ที่รักพากันอ่านแล้วก็เม้นให้ไรท์ด้วยนะคะแล้วเจอกันใหม่......บ๊ายบี~


                                         




                 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #50 Ptoodtu (@Ptoodtu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:15
    อ่านอยู่จร้าษาา
    #50
    0
  2. #36 iloveimjaebeom (@iloveimjaebeom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:36
    ยังรออ่านอยู่ค่า รอวันที่น้องจะกลับมาเอาคืนอยู่ อยากเห็นน้องใช้ความพิเศษมากเด้อออ
    #36
    0
  3. #35 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 06:36
    รอนะคะ
    #35
    0
  4. #34 7togi (@7togi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:14

    รออ่านต่อนะๆๆๆๆ
    #34
    0
  5. #33 IngIng5685 (@IngIng5685) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 17:42

    อ่านต่อเลยได้มัยยยยยยยย
    #33
    0
  6. #32 thatnoppharat (@thatnoppharat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 16:04

    อ๊ายยยยยยย ชอบhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #32
    0
  7. #31 Angels Tent Tent (@tent_6969) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 12:44

    มาต่อเถอะนะ
    #31
    0
  8. #30 aeayzii (@aeayzii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 12:06

    มาอัพบ่อยๆๆนะค่ะชอบๆๆ
    #30
    0
  9. #29 Bipool0405 (@Bipool0405) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 06:45
    สงสารองค์หญิงทั้ง3อ่ะยังเด็กอยู่เลย//ปล.รอทั้งอ๋องอยู่นร้าไรท์​~
    #29
    0
  10. #28 แฟนบอยตัวน้อย (@Skypoppy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 06:08

    ยังเด็กอยู่แท้ๆเสร็จพ่อใจร้าย แง้ๆ~
    #28
    0
  11. #27 narissarasanjo1 (@narissarasanjo1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 05:50
    ฮือออออองหญิงทั้งสาม
    #27
    0