Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 21 : Love Rose:Chapter NINETEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

•ล่วนจั้งกัง•
"ตั้งสมาธิให้มั่นเว่ยอิง ตอนนี้พลังวิญญาณของเจ้านั้นถูกแรงอาฆาตกลืนกินจนหายไปถึงสองในสามส่วนแล้ว หากพลังวิญญาณลดต่ำลงกว่านี้ ร่างกายเจ้าจักรับไม่ไหว ฉะนั้นทำสมาธิให้ดีเพื่อตัวเจ้าและคนรอบๆตัวเจ้า"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวบอกเสียงอ่อน ผ่านมาราวสองเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่เว่ยอู่เซี่ยนถูกโยนลงมายังล้วนจั้งกังแห่งนี้ เสี่ยวซิงเฉินและซ่งหลานก็คอยฝึกวิชาอาคมให้แก่เว่ยอู๋เซี่ยนเพื่อสักวัน เว่ยอู๋เซี่ยนจะกลับไปจัดการกับเรื่องราวทุกอย่าง

"พี่ซิงเฉิน เซวียหยางกับท่านซ่งหลานให้มาเรียกเจ้าค่ะ เว่ยอิงด้วยนะ"สาวน้อยอาจิงบอกเสียงใส นางถูกเซวียหยางและซ่งหลานบอกให้มาเรียกสองอาหลานไปทานข้าว เพราะยามนี้นั้นล่วงเลยเวลาที่ควรมาเนิ่นนานแล้ว เสี่ยวซิงเฉินพยักหน้า ก่อนจะหันไปกล่าวกับหลานตน

"มาพักสักนิดเถอะเว่ยอิง ยังมีเวลาอีกมากเจ้าไม่ต้องรีบร้อน"

"ขอรับอาจารย์อา ข้าขอเวลาสักครู่ ประเดี๋ยวจะตามไปขอรับ"เสี่ยวซิงเฉินยอมอนุญาติแต่โดยดี เพราะเว่ยอู๋เซี่ยนมักจะขอเวลาอยู่ผู้เดียวเสมอ และทุกๆคราก็จะมีเสียงขลุ่ยดังแว่วมา ทำนองช้าๆ ที่ดูมุ่งมั่นเสี่ยวซิงเฉินมักจะได้ยินอยู่ทุกครา

คล้อยหลังอาจารย์อาเดินจากไป เว่ยอู๋เซี่ยนจึงหมุนตัวก้าวเดินไปอีกทาง มือเอื้อมคว้าขลุ่ยเฉินฉิงที่ตอนนี้กลายเป็นของวิเศษประจำตัวไปออกมา ก่อนจะเริ่มบรรเลงบทเพลงที่ใครบางคนเคยเล่นให้ฟังในยามตนหลับไหล เสียงขลุ่ยขานบรรเลงดนตรีทำนองแห่งกูซูตามแดนของผู้แต่ง หลานวั่งจีคงมิรู้ว่าเมื่อยามอยู่ด้วยกันนั้น ในยามที่หลานวั่งจีเผลอคิดไปว่าเว่ยอู๋เซี่ยนหลับไปแล้ว แท้จริงหาใช่ไม่
ได้ยินทุกท่วงทำนองที่อีกคนบรรเลงในฟังในทุกค่ำคืน แม้นห่างไกลแต่ก็เหมือนได้ยินเสียงฉินดังก้องอยู่ทั่วทุกคืน ทำนองเพลงวั่งเซี่ยน ที่ใคอีกคนแต่งขึ้นมาถูกบรรเลงอยู่เนิ่นนาน ก่อนเจ้าของขลุ่ยทมิฬจะหยุดเป่าไป

"พี่ฉิง อาหนิงแล้วก็เวินเฉากับจู๋หลิวจะเป็นเช่นไรบ้างหนา คิดถึงเหลือเกินท่านพี่ฉิง และ... เป็นห่วงเจ้ากับอาเยวียนนัก หลานจ้าน..."เสียงทุ้มนุ่มกล่าวขึ้นเสียงผะแผ่ว ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเป็นเช่นไรบ้างในยามที่เขายังติดอยู่ที่นี่ เว่ยอู่เซี่ยนไม่เคยปล่อยเวลาให้ผันผ่านไปเฉยๆ คอยมั่นฝึกฝนอย่างเต็มที่เพื่อกลับไปช่วยทุกคน แม้นจะเสียพลังวิญญาณไปแต่ไม่ว่าอย่างไรเว่ยอิงก็จะยังคงพยายามต่อไปเรื่อยๆ

...

•จินหลังไถ-เรือนของจินกวงเหยา•
"จิ่งอี๋เจ้ามีเรื่องกับพวกเขางั้นหรือ"จินกวงเหยากล่าวถามเด็กชายตระกูลหลานด้วยน้ำเสียงเียบๆเพราะไม่พอใจ ส่วนสาเหตุคงเพราะหลานจิ่งอี๋ เด็กที่เจ๋ออู๋จวินช่วยเหลือเอาไว้นั้นพึ่งจะมีเรื่องบาดหมางกับคนสกุลจินไป จนได้เรื่องกลับมาเสมอ

"ก็... คนพวกนั้น..."หลานจิ่งอี๋อ้ำอึ้งอย่างนึกนักใจ ไม่อยากบอกจินกวงเหยาทว่า หากมิบอกคงมิแคล้วโดนโกรธเป็นแน่

"ว่าอย่างไร"จินกวงเหยาเอ่ยถามซ้ำเมื่อเจ้าหนูผู้มีวาจาร้ายกาจนั้นมัวแต่อ้ำอึ้งมิยอมพูดออกมาเสียที หากปล่อยไปเช่นนี้กวงเหยาเองก็เกรงว่าสักวันหนึ่งจิ่งอี๋จะโดนทำร้ายรุนแรงเข้า จึงต้องรีบไถ่ถามให้รู้เรื่อง

"อาเหยาอย่าว่าจิ่งอี๋เลย เขาคงมีเหตุผลมากพอ คงมิทำสิ่งใดอย่างไร้เหตุ ใช่ไหมจิ่งอี๋"หลานซีเฉินที่ยืนเงียบมานานเริ่มกล่าวแก้ให้หลานจิ่งอี๋ทันที เพราะตนมั่นใจว่าหลานจิ่งอี๋คงทำไปเพราะมีเหตุผลมิกระทำสิ่งใดโดยไร้เหตุผลเป็นแน่

"หยุดเลยพี่หลานฮวั่น ที่ข้าทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อจิ่งอี๋ทั้งนั่น หากจิ่งอี๋ยังคงมีเรื่องบาดหมางกับคนเหล่านั้นอยู่ ภายภาคหน้าเขาอาจถูกทารุณได้ ฉะนั้นพี่หลานฮวั่นโปรดเข้าใจข้าด้วย"จินกวงเหยากล่าวอธิบายเสียงนิ่ง ก่อนจะผินหน้ากลับมามองหลานจิ่งอี๋อีกครา พร้อมกับเอ่ยถาม "ว่าอย่างไรจิ่งอี๋ เจ้ากับพวกเขามีเรื่องใดบาดหมางกัน"

"ก็พวกนั้น!... พวกเขากล่าวว่าท่าน ข้าเพียงไม่ชอบใจเท่านั้น"หลานจิ่งอี๋ก้มหน้าลงต่ำ นัยต์ตาสั่นคลอน เพราะบังเอิญได้ยินคนสกุลจินกลุ่มหนึ่งกล่าวว่าจินกวงเหยา ผู้ที่คอยดูแลตนมาตลอดเดือนนี้ จึงนึกแค้นใจเลยเผลอตนพ่นวาจาใส่ไม่คิดหน้าคิดหลัง
เกินนะ ฮ่าๆ'หลานจิ่งอี๋หยุดยืนนิ่งฟังคำกล่าวว่านั้นต่อไป พร้อมกับความแค้นเคือง จะกล่าวว่าผู้ใดก็ได้แต่ต้องมิใช่กลับตินกวงเหยา บุรุษที่ดีกับหลานจิ่งอี๋ผู้นี้มากเสียเหลือล้น

'คราแรกท่านประมุขคิดจะฆ่าทิ้งเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะเวทนาจึงยอมให้อยู่ที่จินหลิงไถ แต่ไม่นานก็ย้ายไปอยู่สกุลเนี่ย สนิทสนมชมชื่นกับเนี่ยหวายซังจนผู้คนกล่าวขานว่าเป็นต้วนซิ่ว* อับอายขายหน้าตระกูลจินโดยแท้'

คนสกุลจินกลุ่มนี้ยังคงกล่าวว่าไปต่างๆนานาด้วยความชอบใจ แต่หลานจิ่งอี๋กลับแค้นเคืองเสียเต็มประดา เมื่อทนฟังต่อมิไหวจึงรีบเร่งเดินออกไปยืนต่อหน้าเหล่าคนผู้มิรักดีกล่าวหาว่านายตน

'หยุดเดี๋ยวนี้นะ เลิกดล่าวหาอาเหยานะ'เสียงเล็กสั่นเครือด้วยความโกรธเคือง มือเล็กกำแน่น ใบหน้าน่าดื้อดึงนั้นฉายความโมโหไม่น้อย

'อะไรของเจ้าน่ะ เจ้าหนู'

'หยุดกล่าวหาอาเหยานะ! อาเหยาน่ะมิใช่คนเช่นที่เจ้าพูดมาเลย!'

'แน่ใจหรือเจ้าหนู ผู้ใดก็รู้กันว่าจินกวงเกยาเป็นเพียงลูกนางโลม ทำดีเช่นไรก็ต่ำตมดังเดิมนั่นล่ะหนา'ชายสกุลจินยกยิ้มมุมปาก ราวกับธาตุไฟเข้าแทรก หลานจิ่งอี๋จึงหลุดพ่นวาจาไร้มารยาทออกไป

'เจ้านั่นแหละที่ต่ำตม! อาเหยาน่ะเป็นคนดี! มิได้ชั่วช้าเช่นพวกเจ้า! คอยแต่จะเหยียบย่ำผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า! ริษยาหรือไร! เจ้ากล่าวว่าอาเหยาต่ำตมเช่นนั้นพวกเจ้าคงมิต่างจากเถาวัลย์ที่คอยแต่จะเกาะผู้อยู่สูงกว่า มิมีคุณประโยชน์อันใดเลย!!!'

'อย่าได้คิดว่ามีหลานซีเฉินคอยปกป้องเจ้าแล้วพวกข้าจะมิกล้าทำอันใด!!! วาจาร้ายกาจเช่นนี้น่ะหรือศิษย์สกุลหลาน'ชายสกุลจินผู้หนึ่งที่ถูกความโกรธครอบงัมจิตใจพุ่งตัวเข้ามาคว้าลำคอเล็กของหลานจิ่งอี๋ทันที หากจิ่งอี๋ยังคงปากเก่งต่อไปคอคงจะหักคามือชายผู้นี้เป็นแน่

'จิ่งอี๋!!!!'ทว่า... สวรรค์ยังคงเข้าข้างเด็กน้อยผู้นี้อยู่เมื่อสหายตัวน้อยของหลานจิ่งอี๋โผลมาด้วยสีหน้าร้อนรนเมื่อเห็นว่าหบานจิ่งอี๋ถูกชายสกุลจินกำคอและพร้อมที่จะหักมันด้วยมือนั้นเมื่อต้องการ

'ปล่อยสหายข้านะ!! พวกท่านจะทำอะไร!!'แม้นจะตกใจแต่เะราะถูกคุณชายรองหลานอบรมมาอย่างดีจึงยังคงมิแตกตื่น

'อย่าได้ยุ่งมากนักคุณชายน้อย'ชายสกุลจินกล่าวเสียงเรียบ ซือจุยยิ่งร้อนรนเมื่อลำคอเล็กของสหายคนสำคัญเริ่มถูกบีบรัดไปทีละน้อย

'หยุดนะ!!!'ร้องห้ามอย่างร้อนรน หลานจิ่งอี๋เป็นสหายเพียงคนเดียวของซือจุย นั่นจึงมีความสำคัญต่อคุณชายน้อยมากมายนัก

'อาเยวียน'เสียงเรียกแสนคุ้นเคยดังขึ้น เสียงทุ้มเรียบนิ่งของคุณชายรองหลาน คนสกุลจินรีบปล่อยมือออกทันที ก่อนจะเดินหนีไป ซือจุยวิ่งเข้าไปหาสหายตนทันทีเมื่อหลานจิ่งอี๋ทรุดตัวลงกับพื้น ลำคอเล็กขึ้นรอยแดงเล็กน้อย แต่กลับสร้างความกังวลใจให้หลานซือจุยยิ่ง

'อาเยวียนมาทำอะไรที่นี่... จิ่งอี๋?'

'ท่านพ่อ คือว่า...'ซือจุยรีบกล่าวเล่าเท่าที่ตนรู้ให้บิดาบุญธรรมฟังทันที หลานวั่งจีจึงพาเจ้าเด็กทั้งสองมาที่เรือนรับรองของตนกับอาเยวียน เพื่อลบรอยแดงรูปมือที่คอของหลานจิ่งอี๋ออก หากมิมีซือตุยกับหลานวั่งจีโผลมาเสียก่อน จิ่งอี๋ก็คงมิรู้ว่าจะเป็นเช่นไร

"จิ่งอี๋ฟังข้า คำกล่าวพวกนั้นเจ้ามิจำเป็นต้องโต้ตอบหรอก อย่างไรเสียมากกว่าครึ่งล้วนเป็นความจริง แม้นข้าจะปฏิเสธมันเพียงใด อย่างไรก็คือความจริง มิจำเป็นค้องปฏิเสธเพียงไม่ต้องใส่ใจ ผู้ใดจะว่าเช่นไรมิต้องสน เพียงเจ้าคิดว่าข้าดีก็เพียงพอแล้วล่ะจิ่งอี๋"จินกวงเหยากล่าวเสียงอ่อน พร้อมกับย่อตัวลงไล้มือไปกับแก้มกลมของเจ้าหนูน้อยที่พึ่งจะมีเรื่องมาเพราะเรื่องของตน

"ขอบใจเจ้ามากที่แก้ต่างให้ข้า ครานี้ข้าไม่ว่า แต่หากมีอีกคราอย่าได้คิดกระทำเช่นนี้อีก หากเจ้าหนูแสนดื้อของข้าเป็นอะไรไป ข้าคงเสียใจมากเป็นแน่"

"จิ่งอี๋สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ขอโทษที่ทำอะไรไม่คิดนะอาเหยา ท่านประมุข"จิ่งอี๋ก้มหน้าสำนึกผิด เฝสองเซียนซื่อมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเอ็นดู จินกวงเหยาคว้าตัวหลานจิ่งอี๋เข้ามากอดแนบออกด้วยความเอ็นดู

"ทำตามด้วยเล่า เจ้าเด็กดื้อ"

"ขอรับ"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าขอเพียงให้จิ่งอี๋ปลอดภัยก็เป็นพอ
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น