Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 22 : Love Rose:Chapter TWENTY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

•อวิ๋นเมิ่งเจียง-ท่าเรือสัตตบงกช•
หญิงสาวคนงามแห่งฉีซานเวินที่ล่มสลายยืนคอยท่ารอใครสักคนที่ท่าเรือสัตตบงกชในอวิ๋นเมิ่งเจียง ข้างกายมีน้องชายยืนอยู่เคียงกันในชุดสีแดงชาติตามต้นกำเนิดตระกูลตน ประชาชนในอวิ๋นเมิ่งล้วนรู้จักกันดี

สองพี่น้องสกุลเวินที่น่าสงสาร ประมุขถูกสังหาร ตระกูลล่มสลายผู้คนในตระกูลก็ล้วนตายจากกันไป เหลือเพียงสองพี่น้องคู่นี้ และคุณชายน้อยเวินเฉากับเวินจู๋หลิว หากมินับรวมกับคุณชายน้อยหลานซือจุยบุตรบุญธรรมของหลานวั่งจีและเว่ยอู๋เซี่ยน

"ท่านป้า!!! ท่านน้า!!!"เสียงเล็กดังขึ้นมาก่อนเจ้าตัวน้อยหลายซือจุยจะวิ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ร่างเล็กๆโผลเข้าสู่อ้อมแขนผู้เป็นป้า

"อาเยวียน!?เจ้านี่นะ ซนจริงๆเชียว ถ้าล้มขึ้นมาจะทำเช่นไร หื้ม?"เวินฉิงเอ่ยดุหลานชายด้วยความไม่จริงจังนัก ริมฝีปากแย้มยิ้มบาง เพียงชั่วเวลาที่หลานซือจุยวิ่งเข้ามาหาก็พลันเห็นภาพซ้อนทับของใครอีกคนที่แสนคิดถึง เหมือนกันเหลือเกิน เหมือนกันจนเผลอไผลคิดไปไกลว่าบางทีซือจุยและเว่ยอู๋เซี่ยนอาจจะเป็นแม่ลูกกันจริงๆเสียอย่างไรอย่างนั้น

"ไม่ล้มหรอกขอรับ อาเยวียนไม่ล้มง่ายๆหรอกขอรับ คิกคิก"วาจาอวดเก่งเช่นเดียวกันกับผู้เป็นแม่ไม่มีผิดเชียว

"มาเถอะอาเยวียน ท่านป้าเยียนหลีทำน้ำแกงรากบัวตุ๋นซี่โครงไว้รอเจ้าแล้ว"เวินหนิงว่าพร้อมกับก้มตัวลงเล็กน้อย จูงมือเล็กป้อมของเจ้าก้อนแป้งออกมาจากเวินหนิงและพาเดินจากไปยังห้องโถงกลางที่มีประมุขเจียง อวี๋ฟูเหรินรวมถึงบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองรออยู่

เวินฉิงมองตามน้องชายและหลานซือจุยไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเหความสนใจมายังชายที่เป็นบุพการีบุญธรรมของหลานชายเช่นเดียวกับศิษย์น้องตน

"คุณชายรอง..."นางโค้งตัวลงคำนับเล็กน้อย หลานวั่งจีก็โค้งรับเช่นกัน เวินฉิงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า... "ข้ามีลางไม่ดี อวิ๋นเมิ่งในยามนี้มิปลอดภัย ข้าคิดว่าอีกไม่นานเฟิ่งฉีคงบุกมา"

"ข้าก็คิดเช่นเจ้าแม่นางเวิน เรื่องนี้ประมุขเจียงรู้รึไม่"

"ข้าได้กล่าวเตือนไปแล้ว ประมุขเจียงกำลังหาทางป้องกัน เกรงว่าคงให้อาเยวียนอยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก คงต้องรบกวนท่านช่วยพาหลานชายข้าหนีไปก่อน"

"คงมิได้ เพราะคนที่สมควรหนีคือแม่นางและคุณชายฉงหลิน"

"ท่านก็รู้มิใช่หรือ อาเยวียนพึ่งจะเสียอาอิงไป ยามนี้ท่านสำคัญกับเขามากกว่าข้าและอาหนิง"

" ... ข้าจะเก็บไปคิดอีกครา"หลานวั่งจีตอบก่อนจะเดินไปทางโถงกลาง เวินฉิงมองตามชายผู้สูงศักดิ์แห่งอวิ๋นเซินไปด้วยสายตาคิดหนัก พร้อมถอนหายใจออกมา ดื้อดึงเหมือนเว่ยอิงมิมีผิด

"เอาเถอะ เมื่อถึงเวลาข้าจะช่วยท่านเอง ทั้งหมดนี้ข้าทำเพื่อทดแทนท่านที่เข้ามาช่วยให้อาอิงได้ลดภาระอันหนักหนาออกไป แม้นจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆก็ตามที"

...

•เมืองอี้•
ณ เมืองอี้เสี่ยวซิงเฉินและเซวียหยางลอบออกมาจากล้วนจั้งกังผ่านทางลับที่มีมาเนิ่นนาน เซียนซื่อทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางแสนคุ้นเคย เพื่อพบกับใครบางคนที่ลอบออกมาเช่นกัน

"ซิงเฉินท่านมาแล้ว ต้องขออภัยที่มาโดยมิบอกกล่าว"หญิงงามท่านหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าของเสี่ยวซิงเฉินและเซวียหยางด้วยใบหน้าอ่อนแรง ร่างกายอันแสนคุ้นเคยในชุดสีอ่อน พร้อมผ้าสีขาวบางที่ปกปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้

"มิเป็นไรหรอกแม่นางซูเหมย"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวตอบ

"หายไปนานนะเจ้าน่ะ ตั้งแต่มาส่งขาวเรื่องเว่ยอิงก็หายไปเลยเชียว"เซวียหยางกล่าวเสียงห้วนพร้อมรอยยิ้มทะเล้น เขาและเสี่ยวซิงเฉิน รวมถึงอาจิงกับซ่งหลาน ล้วนเคยพบเยว่ซูเหมยมาก่อน ในวันที่เว่ยอู๋เซี่ยนถูกโยนลงล้วนจั้งกัง เยว่ซูเหมยนั้นหลบหนีจากจินเฟิ่งฉีมาบอกข่าวกับเสี่ยวซิงเฉินที่เมืองอี้นี้ เพื่อให้เสี่ยวซิงเฉินไปพบกับศิษย์หลานเว่ยอิง เพื่อฝึกวิชาให้ โดยใช้ทางลับที่มิเคยมีผู้ใดรับรู้เป็นทางผ่านไปยังล้วนจั้งกัง

"ขออภัย ข้าถูกเฟิ่งฉีพาตัวไป และวันนี้ข้ามีเวลาไม่มาก"ซูเหมยมีท่าทีรีบร้อนจนเซวียหยางและเสี่ยวซิงเฉินจำต้องตั้งใจรับฟัง เพราะหากกล่าวตามตรงแล้วเขาทั้งคู่เองก็ต้องรีบกลับเช่นกัน

"ตอนนี้เฟิ่งฉีอยู่ที่อวิ๋นผิง กำลังเตรียมเข้าโจมตีอวิ๋นเมิ่งเจียง เมื่อคืนวานข้ามีนิมิตเห็นคุณชายรองและคุณชายน้อยตระกูลหลานถูกพาตัวไปยังปู๋เยว่เทียน หากเว่ยอิงไปมิทันการ หลานวั่งจีและหลานซือจุยจะตายโดยเสียเปล่า"

"จินเฟิ่งฉีคิดจะจับคุณชายรองกับหลานเยวียนไปงั้นหรือ"เสี่ยวซิงเฉินถามเสียงเรียบ

"เป็นเช่นนั้น เพราะยามนี้ที่อวิ๋นเมิ่งมีคนสำคัญของเว่ยอู๋เซี่ยนอยู่มากมายจึงพลาดพลั้งได้ง่าย"

"แต่หลานวั่งจีจะจับตัวง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ"

"หากมีใครให้ใช้บีบบังคับก็ย่อมจับได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามท่านต้องรีบฝึกให้เว่ยอิงพร้อมโดยเร็วเพราะนิมิตหมายนี้ไม่แน่นอน"

"แต่----!?"

"ข้าจะกลับไปภายในวันรุ่งขอรับท่านซูเหมย"เสียงทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นขัด เว่ยอู๋เซี่ยนเดินออกมาจากที่หลบซ่อนที่ตนแอบฟังอยู่เนิ่นนาน เพราะสังหรณ์ใจไม่ดีจึงได้วางยานอนหลับซ่งหลานและอาจิงหลบออกมา

"เว่ยอิงเจ้าแน่ใจหรือ ร่างกายเจ้ายังไม่พร้อมรับศึกหนักหนา"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวเตือนด้วยความกังวลใจ แม้นจะอยู่ด้วยไม่นานแต่ก็ผูกพันธ์ไม่น้อยกว่าผู้ใดเลย

"ข้าแน่ใจขอรับท่านอา วันรุ่งข้าจะกลับคืนสู่ยุทธภพ"เว่ยอู๋เซี่ยนตอบอย่างหนักแน่น นัยต์ตางามหาได้หวั่นเกรงไม่เพียงคิดว่าเจ้าก้อนแป้งอันเป็นบุตรบุญธรรมของตนจะต้องตายจากก็เจ็ปมากเหลือคณา ไหนเล่าจะหลานวั่งจีที่ตนรู้สึกหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้จำต้องตายจากยิ่งเจ็บปวด ราวกับจะตายให้ได้

"ถ้าเช่นนั้นเว่ยอิง ข้าอยากให้เจ้านำสิ่งนี้ไปเสีย"เยว่ซูเหมยว่าพร้อมกับวาดลายอักษรสีเงินขึ้นต่อหน้าก่อนบางสิ่งจะปรากฏขึ้นต่อหน้า เหล็กสีดำทมิฬที่มีไอความชั่วร้ายพวยพุ่ง ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนตกตะลึงไม่เว้นแม้กระทั่งเซวียหยาง ส่วนเสี่ยวซิงเฉินแม้นมองไม่เห็นก็สัมผัสได้ถึงความขั่งร้ายที่แผ่ออกมา

"เหล็กทมิฬ... ทำไมถึง..."เว่ยอู๋เซี่ยนผินใบหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ใบหน้างามใต้ผ้าบางๆนั้นแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบ

"ข้าขโมยมาจากเฟิ่งฉีในยามที่เขาไม่อยู่ รับไปเสียหลอมมันเข้ากับเหล็กทมิฬที่อยู่กับเจ้า เพราะเฟิ่งฉีเองก็มีเหล็กทมิฬอยู่กับตัว ข้านำมาได้เพียงชิ้นเดียว"

"หลอมกับเหล็กทมิฬที่อยู่กับข้าหรือ... หมายความว่าอย่างไร"

"ข้าไม่มีเวลาอธิบาย หากข้าอยู่นานกว่านี้เฟิ่งฉีอาจตามมาได้ เรื่องเหล็กทมิฬนั้นเจ้าถามจากอาจารย์อาของเจ้าเถอะ ข้าขอตัว"กล่าวจนนางก็หายวับไป เว่ยอิงมองเหล็กทมิฬที่ลอยมาอยู่ภายในมือตนอย่างนึกสงสัย แต่ทว่า...

"อึ่ก... ทำไมข้าถึง.... รู้สึกแปลกๆเช่นนี้ อึ่ก"เหล็กทมิฬในมือของเว่ยอู๋เซี่ยนสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับที่กายบางของเว่ยอิงจะทรุดลงไป มืออีกข้างยกขึ้นกุมตำแหน่งจินตาน ความรวดร้าวแพร่กระจายไปทั่วร่างจนแทบจะทนไม่ไหว

"เจ้าต้องทำสมาธิดีๆเว่ยอู๋เซี่ยน อย่าได้วอกแวก มิเช่นนั้นจินตานเจ้าจะถูกทำลาย"เซวียหยางกล่าวบอกเสียงนิ่ง เว่ยอิงหลับตาลงพัก พยายามควบคุมจิตตนให้นิ่งไม่วอกแวกดั่งเช่นเซวียหยางกล่าวเตือน จนรู้สึกได้ถึงแรงอาฆาตภายในกาย

"เป็นเช่นไรบ้างเว่ยอิง"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง เว่ยอู๋เซี่ยนลืมตาขึ้นมาพร้อมความเหนื่อยล้าที่มากเกินทน ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเหลือเกิน

"ท่านอา เซวียหยาง ข้า... เหนื่อยเหลือ เกิน"สิ้นเสียงอันไร้เรี่ยวแรง เว่ยอู๋เซี่ยนก็สลบไป มือเรียวนั้นยังคงกำเหล็กทมิฬไว้แน่น เสี่ยวซิงเฉินจึงให้เซวียหยางช่วยพยุงเว่ยอู๋เซี่ยนกลับไปยังล้วนจั้งกัง เพื่อลดแรงอาฆาตจากเหล็กทมิฬ เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้เว่ยอู๋เซี่ยนอาจถูกแรงอาฆาตควบคุมก็เป็นได้

...

•อวิ๋นเมิ่งเจียง-ท่าเรือสัตตบงกช•
ท่าเรือสัตตบงกชที่อวิ๋นเมิ่งทีาแน่นคับไปด้วยผู้คนมากมาย ดูรื่นเริงตาไม่น้อย คนทั้งหลสยต่างใช้ชีวิตอย่างสบายใจ จนมินึกกังวลกับเหตุการณ์ที่กำลังปั่นป่วนตระกูลเซียนทั้งหลายเลยแม้แต่น้อย

ตุบ ตุบ ตุบ

เสียงรองเท้ากระทบพื้นดินดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ภายในซอกซอยที่เปล่าเปลี่ยว ร่างกำยำของผู้มาเยือนในชุดสีดำสนิทกลมกลืนกับความมืดมิดเดินย่องไปตามจุดต่างๆ โดยมีจุดหมายคือโถงกลางอันเป็นที่พักของคนสำคัญที่กำลังจะจากจรเพราะคำสั่งจากผู้เป็นนาย

เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นทั่วสำนักตระกูลเจียง เพราะงานสังสรรค์เล็กๆภายในสำนักเซียนตระกูลเจียง คุณชายน้อยหลานซือจุยเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมีสุขกับงานสังสรรค์จนมิได้สังเกตเลยว่ามีผู้มิหวังดีกำลังล้อมรอบสำนักเซียน

"สนุกกันไปเถอะ:) เพราะอีกไม่กี่จิบน้ำชา ข้าจะทำให้งานสังสรรค์นี้งดงามขึ้นด้วยโลหิตของพวกเจ้า หึ :)"จินเฟิ่งฉีพร้อมด้วยบริวารยกยิ้มเหี้ยมก่อนจะส่งสัญญานให้กับเหล่าชายชุดดำทั้งหลาย

"เอาล่ะ กรีดร้องกันหน่อยสิ เพราะหลังจากนี้ ข้าจะขึ้นเป็นผู้ปกครองยุทธภพ เพียงหลานวั่งจีและหลานซือจุย และเหล่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว่ยอู๋เซี่ยนตายไปเท่านั้น"

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

การบุกทำลายอวิ๋นเมิ่งเริ่มขึ้นแล้ว งานสังสรรค์เริ่มถูกย้อมไปด้วยเลือดของเหล่าศิษย์สกุลเจียงมากมาย เสียงกระบี่ประทะกันดังไปทั่ว รอบๆสำนักเองก็พลางได้ยินเสียงกรีดร้องมากมายดังลั่น

"อาเยวียน!!!"เวินฉิงรีบวิ่งเข้าหาหลานชายตนทันที เมื่อเห็นว่าหลานซือจุยนั้นกำลังจะถูกกระบี่เฉือดเข้าที่ผิวกายนั้น เพียงมือเรียวคว้าเข้าที่ลำแขนน้อยเวินฉิงก็ใช้ร่างตนเป็นกำบังป้องกันหลานชาย ในยามที่กระบี่ถูกวาดมายังคนทั้งสอง เจียงหวั่นอิ๋นก็รีบเข้ามาขวางทันที ตามด้วยสองผู้ปกครองอวิ๋นเมิ่ง เจียงเฟิ่งเหมียนและอวี๋จื่อเหยียน

"แม่นางเวินพาอาเยวียนหลบไปเสีย!"เจียงหวั๋นอิ๋นกล่าวบอก เวินฉิงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย เพราะตนนั้นไร้ซึ่งอาวุธเพราะลืมวางกระบี่ประจำกายไว้ที่เรือนรับรอง จะให้กลับไปเอาก็กระไรอยู่

"ท่านป้า..."เสียงเล็กๆกล่าวเรียกผู้เป็นป้าที่กำลังอุ้มตนหนีออกไปนอกเรือนด้วยความสงสัยและมึนงง

"อาเยวียน ไม่ต้องกลัวนะป้าจะพาเจ้าหนีเอง"เวินฉิงกล่าว แม้นจะอยากให้หลานวั่งจีเป็นผู้พาอาเยวียนหนีไปแต่ก็คงฝ่าเข้าไปหามิได้ เพราะคุณชายรองหลานนั้นกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก แม้นจะมีเจียงเฉิงคอยช่วยกันให้แต่ก็เยอะมากอยู่ดี

"ท่านพ่อล่ะขอรับท่านป้า..."

"ไม่ต้องห่วงอาเยวียนเมื่อเจ้าปลอดภัย ป้าจะช่วยพาเขามาหาเอง"เวินฉิงตอบพร้อมทั้งออกวิ่งไปเรื่อยเพื่อหนีจากตัวเรือน เสียงกรีดร้องยังคงดังไปทั่ว แต่กลับไร้เงาคนตามเวินฉิง แม้สักคนก็ไม่มี ในขณะที่ก่อนออกมากลับมีคนตั้งมากมายต่อสู้ดึงรั้งคุณชายรองหลานกันมากมายจนน่าสงสัย

"หรือว่า?!!!!"เมื่อนึกอะไรได้เวินฉิงก็เตรียมวิ่งกลับทันที หากนางคิดไม่ผิดคงมีใครสักคนดักรอนางอยู่เป็นแน่ คนพวกนี้คงคิดเอาไว้แล้วว่าตนต้องเป็นคนพาอาเยวียนหนี จึงได้ให้คนตั้งมากมายดึงรั้งหลานวั่งจีเอาไว้ แล้วปล่อยให้นางหนีมา ทว่า... เมื่อคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว

ชิ่ง!

กระบีาฝ่ถูกนำมาจี้คอนางทันทีที่นางเตรียมจะวิ่งกลับ เวินฉิงมองผู้เป็นเจ้าของกระบี่เวินก็จำต้องตกตะลึง จินเฟิ่งฉีฉีกยิ้มบางที่ดูน่าหวั่นให้กับนาง พร้อมกับเสียงชักกระบี่ดังขึ้นรอบตัวของนาง แสงสะท้อนของคมกระบี่กับแสงจันทร์มีให้เห็นรอบตัว จนหลานซือจุยตัวสั่นคลอน มือเล็กกำเสื้อผู้เป็นป้าแน่นด้วยความหวั่นเกรง

"หึ ส่งตัวคุณชายน้อยมาเสียแม่นางเวิน มิเช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้นแม่นางคงทราบดี"เวินฉิงมองจินเฟิ่งฉีอย่างไร้ทางเลือก แม้นจะรู้ว่าหากตนยังคงไม่ปล่อยหลานซือจุยจะเกิดอะไรขึ้น แต่มือเรียวกลับมิยอมปล่อยง่ายๆ จินเฟิ่งฉีหันไปหาชายที่ยืนอยู่ข้างตนก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงสั่งให้

ชายร่างสูงเดินตรงเข้าไปหาเวินฉิงพร้อมทั้งอุ้มหลานซือจุยออกมา มือเล็กนั้นยังคงกำเสื้อป้าตนแน่นมิยอมปล่อย จนต้องแกะมือออก

"ท่านป้า... ฮึก"เสียงสะอื้นดังขึ้นเบาๆ จินเฟิ่งฉียกยิ้มแสยะ ก่อนคนที่จี้กระบี่อยู่จะเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม แล้วเข้าจับเวินฉิงเอาไว้

"มาเถอะคุณชายน้อย ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านพ่อของเจ้า หึ :)"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น