Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 20 : Love Rose:Chapter EIGHTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

•อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่-กูซูหลาน•
  บุรุษในชุดอาภรณ์สีขาวงามประกาย หยกคู่ทั้งสองแห่งสกุลหลานเดินเลียบชานเรือนของหยกผู้พี่เพื่อคุยปรึกษาเรื่องของการบุกโจมตีกูซูที่ได้ยินมาจากเนี่ยหวายซัง และหาทางรับมือ

  "เช่นนั้นหรือขอรับ"เสียงทุ้มเรียบของท่านหานกวงจวินหยกผู้น้องกล่าวขึ้นหลังฟังเรื่องราวจากหลานซีเฉินจนได้ความว่า ต้องเตรียมรับมือกับเฟิ่งฉีอย่างรอบคอบ

  "อืม เวลาที่เฟิ่งฉีจะทำลายกูซูก็มิแน่ชัด จึงต้องวางเวรยามให้รอบคอบ"หลานซีเฉินกล่าว

  "แล้วแม่นางเยว่เล่า"หลานวั่งจีถามทันทีเมื่อได้นินเช่นนั้น หากนางเป็นผู้เตือนนางก็ย่อมต้องรู้ว่าที่จินเฟิ่งฉีจะลงมือ ใยมิถามนาง

  "แม่นางเยว่นั้นหายตัวไปในวันเดียวกับคุณชายเว่ยแล้ววั่งจี แม้แต่หวายซังก็ไม่เจอนาง"

  "หากเป็นเช่นนั้น กูซูในยามนี้คงมิปลอดภัย"หลานวั่งจีกล่าวบอก บุรุษหยกคู่ตระกูลผู้น้องผินหน้าไปยังชายป่าเขียวขจีด้วยสายตาเหม่อลอย ยามนี้มิว่าเรื่องดีหรือร้ายก็ปะทุขึ้นมามิหยุดหย่อน ไหนเล่าจะเรื่องของเว่ยอู๋เซี่ยน อีกทั้งยังมีหลานซือจุยที่คอยเฝ้าฝันหา

  "วั่งจีเจ้า----"

โครม!!! ตู้ม!!!

  ไม่ทันที่หลานซีเฉินจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงระเบิดจากทางหน้าผาเมฆาก็เรียกความสนใจและตื่นตระหนกจากศิษย์ทั้งหลายได้ไม่น้อย ศิษย์สกุลหลานรีบวิ่งไปยังที่มาของเสียงพร้อมกระบี่ประจำกายไม่เว้นแม้แต่ประมุขหลานและหานกวงจวิน

  ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!

  "ท่านพ่อ!!เกิดสิ่งใดขึ้นหรือขอรับ!?!"อาเยวียนน้อยรีบวิ่งกรูมากอดขาแกร่งของบิดา(?)บุญธรรมด้วยความตื่นกลัว เสียงระเบิดดังปานนั้นจะให้เด็กอายุเพียง 4-5 ปีมิตกใจกลัวก็คงแปลกนัก

  "ซือจุย..."ใบหน้าเรียวคมปานเทพเซียนนั้นฉายแววตกใจและอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตัวของบุตร(?)ชายบุญธรรมขึ้นมาโอบอุ้มไว้แทน

  "อย่าได้ตกใจ มาเถอะพ่อจะอยู่กับเจ้าเสมอ"สิ้นคำกล่าวเจ้าแก้มกลมก็พยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่วายแกะ จับเสื้อคลุมตัวงามของหลานวั่งจีไว้แน่นราวกับลูกนกพึ่งออกจากรัง

  หานกวงจวินอุ้มตัวเจ้าเด็กแก้มกลมมายังหน้าผาเมฆา ก่อนจะพบกับคนที่น่าจะเป็นผู้ฝึกเซียนในอาภรณ์สีดำ สวมผ้าคลุมหน้าคุลมตากำลังบุกรุกเข้ามาภายในกูซูหลาน นัยต์ตาคมแลเห็นเขตอาคมแตกสลายก็พลันรู้ทันทีว่าคนเล่านี้คงมีฝีมือมากมายนัก
ไม่รอช้าเหล่าผู้ฝึกเซียนในชุดสีดำสนิทก็บุกเข้ามาภายในกูซูหลาน คุณชายรองมิรอช้ารีบส่งตัวเจ้าหนูอาเยวี่ยนให้กับท่านอาที่เคารพของตนทันที พร้อมกล่าวฝากฝังก่อนจะไปกันเหล่าผู้บุกรุกไว้

  "ท่านอา วั่งจีขอฝากอาเยวียนด้วย ท่านอาโปรดหนีไปเสียก่อน วั่งจีจะคุ้มกันที่นี่เอง"

  "วั่งจี!!!"ครั้นหลานฉีเหรินจะเรียกรั้งก็มิทันการ เพราะคุณชายรองหลานรักนั้นวิ่งนำออกไปไกลมากแล้ว

  "ท่านผู้อาวุโสทางนี้ขอรับ เราคงต้องหลบหนีไปก่อน"ศิษย์ในสำนักกล่าวเรียก เมื่อหลานฉีเหรินมีท่าทีจะปฏิเสธ ศิษย์ในตระกูลหลานจึงรีบกล่าวขึ้นว่า "ท่านต้องรีบพาซือจุยหนีก่อนหนาขอรับ" รีบยกเจ้าหนูแก้มกลมที่มองตามหานกวงจวินตาละห้อยขึ้นมาเป็นการกดดัน หลานฉีเหรินมีทางเลือกมิมากนักจึงต้องยอมโอนอ่อนแต่โดยดี

  "ท่านอาจารย์ขอรับ ท่านพ่อจะไปด้วยใช่ไหม"อาเยวียนถามขึ้นคล้อยหลังหลานฉีเหรินพาหนีออกมา ผู้อาวุโสหลานนิ่งเงียบ นึกเป็นห่วงหลานชายอยู่จับใจ แต่คงต้องกล่าวปลอบเด็กน้อยคนนี้ก่อนกระมัง

  "อย่าได้ห่วง ประเดี๋ยวพ่อเจ้าคงตามมา"แม้นจะแปลกใจที่ต้องแทนสรรพนามของหลานชายเป็นพ่อของเจ้าหนูนี่แต่หลานฉีเหรินก็หาได้ใส่ใจไม่ ในเมื่อตนถูกชะตากับเจ้าหนูนี่เหลือเกิน

  "ขอรับ..."แม้นจะตอบรับแต่ซือจุยหาได้คลายกังวลไม่ ยอมหลบหนีออกมากับอาจารย์หลานก็จริงอยู่ แต่ก็ยังคงเป็นห่วงผู้เป็นบิดานักหนา หลังจากที่ท่านแม่หายไปก็เศร้ามามากพอแล้ว หากเสียบิดาบุญธรรมผู้นี้ไปอีก เกรงว่าซือจุยคงมิมีแรงอยากใช้ชีวิตต่อแล้วกระมัง

...

  "หานกวงจวิน โปรดหนีไปก่อนเถิด"ศิษย์ในสำหนักผู้หนึ่งร้องขึ้นบอก หลานวั่งจีหาได้สนใจไม่รีบตวัดปลายกระบี่เข้าใส่ผู้ฝึกเซียนในอาภรณ์สีดำอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ศิษย์สกุลหลานทั้งหลายทั้งต่อสู้ทั้งร้องบอกให้คุณชายรองผู้นี้หนีไปเสีย

  "หานกวงจวิน!ได้โปรดหนีไปก่อนเถิดขอรับ!"เสียงร้องบอกเช่นนี้ดังขึ้นเรื่อยๆ จากปากของเหล่าศิษย์สกุลหลาน หวังให้คุณชายรองรีบหนีไปเสียที

  "..."และเป็นเช่นเคยที่หลานวั่งจีมิกล่าวตอบสิ่งใด ยังคงวาดปลายกระบี่สวนกับผู้บุกรุกทั้งหลายอย่างมิหวั่นเกรง ศิษย์ทั้งหลายขมวดคิ้วมนก่อนจะเริ่มกันไปสนใจการต่อสู้ตรงหน้าตนต่อเพราะรู้ดีแล้วว่าหลานวั่งจีคงมิหนีไปแล้วเป็นแน่

  การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ศิษย์สกุลหลานจำนวนไม่น้อยถูกปริดชีวิตลง จนกำลังคนเริ่มร่อยหรอ หลานวั่งจีเองก็เสียพลังวิญญาณไปไม่น้อย ทันใดนั้นเองกลิ่นเหม็นไหม้ก็เริ่มสาดโชย เห็นเปลวเพลิงอยู่ร่ำไร ฝ่ายนักฝึกเซียนดำคงเป็นเป็นผู้เผาเรือนฝึกเหล่านั้น

  "แย่แล้ว จิ่งอี๋ลูกข้าอยู่ที่เรือนฝั่งนั้น"ศิษย์ผู้หนึ่งร้องขึ้นอย่างร้อนรน เมื่อหวนนึกขึ้นได้ว่าตนให้ภรรยาและลูกชายหลบอยู่ที่เรือนในทิศที่เกิดไฟไหม้ หลานวั่งจีได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า...

  "เจ้าไปเถิด ช่วยบุตรชายเจ้าและภรรยาให้ได้ พาคนไปด้วย ทางนี้ข้าจัดการเอง"นับเป็นคำพูดที่ยาวมากทีเดียวถ้าเทียบกับที่ผ่านมา ศิษย์ผู้นั้นลังเลอยู่ใหญ่ก่อนจะโค้งลาและไปยังเรือนที่บุตรชายและภรรยาอยู่พร้อมกับสหายร่วมสำนักอีกสามคน

เคร้ง! เคร้ง! ฉึก! เคร้ง!

  เสียงกระบี่ฟาดฟัดเข้าใส่กันดังอย่างต่อเนื่อง จนไฟเริ่มลามมายังเรือนที่หลายวั่งจีและศิษย์สกุลหลานที่เหลือต่อสู้อยู่ หากยังคงฝืนทนสู้ต่อคงไม่แคล้วถูกไฟครอกตายเป็นแน่ หลานวั่งจีจึงนำเหล่าคนที่เหลือ หลบออกมายังลานกว้างทันที

  แต่ทว่า... เมื่อออกมาที่ลานคนทั้งหลายก็ได้เห็นว่า ไฟที่กำลังลุกลามนั้นโหมลุกโชนอยู่ล้อมรอบ สายตาก็พลันเห็นหลานซีเฉินกำลังขี่กระบี่เหินมาทางหลานวั่งจี พร้อมกับเจ้าหนูน้อยที่อายุอานามน่าจะพอๆกับหลานซือจุย

  "วั่งจี!ขี่กระบี่ หากยังอยู่ต่อคงมิปลอดภัย"หลานซีเฉินร้องบอก หลานวั่งจีไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อไฟร้อนไหม้ลามจนขังพวกเขาไว้ภายในลานหน้าเรือน คุณชายรองขึ้นกระบี่เหินขึ้นไปหาหลานซีเฉินทันที

  "หลบไปที่จินหลังไถก่อน ท่านอารออยู่ที่นั่น"หลานวั่งจีพยักหน้า คนสกุลหลานที่เหลืออยู่มากพอควรจึงมุ่งหน้าไปยังจินหลิงไถเพื่อรวมตัวกับหลานฉีเหรินและคนจากอีกสี่ตระกูล

...

°•จินหลิงไถ•°
  "ท่านพ่อ!!!"ทันทีที่เห็นหลานวั่งจี ซือจุยก็มิรอข้ารีบปรี่เจ้าหาท่านพ่อที่รักนิ่งทันที หลานวั่งจีย่อตัวลงรอรับเจ้าเด็กแก้มกลมเล็กน้อย เมื่อได้เจ้ามาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อบุญธรรม ซือจุยก็มิรอข้ารีบซุกหน้าลงบนไหล่พ่อทันที

  "เป็นอย่างไรบ้างหานกวงจวิน เจ๋ออู๋จวิน"จินกวงเหยาถามถึงสถานการณ์ทางอวิ๋นเซินปู้จื่อฉู่ทันที ด้วยสีหน้าเป็นกังวล

  "อวิ๋นเซินปู้จื่อฉู่ถูกเผาไปมากกว่าครึ่ง เกรงว่าต่อไปคงมิใช่แค่นี้"หลานซีเฉินตอบ จินกวงเหยามีสีหน้าหม่นหมองไปเล็กน้อย ก่อนจะสังเกตเห็นเจ้าหนูน้อยในอ้อมแขนของหลานซีเฉิน ใบหน้าเปื้อนคราบเขม่าดิน ชุดสกุลหลานสีขาวมีรอยไหม้อยู่หลายจุด

  "เด็กคนนี้คือผู้ใดหรือ"กวงเหยาถาม มือเรียวขาวแตะลงบนใบหน้าเปื้อนเขม่านั้นด้วยความอ่อนโยน

  "หลานจิ่งอี๋ สหายของซือจุย"

  "แล้วพ่อแม่ของเขาเล่า"

  "... พวกเขาตายแล้ว"เมื่อได้คำตอบจินกวงเหยาก็เบิกตากวาง ใบหน้างามมองสบตาหลานซีเฉินเล็กน้อย ก่อนจะลูบแก้มของจิ่งอี๋อย่างแผ่วเบา

  "โถ่~ เด็กน้อยช่างน่าสงสารนัก ท่านพี่ซีเฉิน อาเหยาขอพาเขาไปพักได้หรือไม่"หลานซีเฉินพยักหน้า จินกวงเหยาช้อนตัวจิ่งอี๋ออกมาเบาๆ ก่อนจะอุ้มไปยังเรือนของตน เพื่อให้เจ้าหนูได้พักผ่อน

  "คุณชายรองหลาน เจ๋ออู๋จวินเชิญทางนี้ขอรับ"คนสกุลจินผู้หนึ่งเดินมาบอก หลานวั่งจี หลานซีเฉินและศิษย์ทั้งหลายจึงรีบเดินไปยังห้องโถงกลางทันที
.
.
.
.
.
.
.
.
  'ประชุมกันไปเถอะ ไม่มีซูเหมยแล้วพวกเจ้าก็ไม่มีทางรับมือได้หรอก แล้วเจอกัน...
.
.
.
ตระกูลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง :)'
.
.
.
.
.
.
.
.
_______________________

มาต่อแย้ววว~ คิดถึงกันมั้ยเอ่ย?
ขอโทษที่ปล่อยให้รอนะตัวเองง ไม่ว่างเลยเพราะ พึ่งสอบโอเน็ตเสร็จครับผม เป็นไทแย้วว~

 คิดถึงทุกคนมากเลยค่ะ รีดเดอร์ทุกคนคิดถึงเรามั้ยคะ ตอนนี้เรากลับมาเป็นไรท์เตอร์ผู้ขี้เกียจแล้ว จะอัพยาวๆเลย บายครัฟ

____________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น