Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 17 : Love Rose:Chapter FIFTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

เพียงไม่ถึงเค่อหลานวั่งจีก็มาถึงสถานที่กักกังของตระกูลเนี่ย ทว่า... ภายในคุกนั้นกลับโล่งเปล่าไร้ซึ่งผู้ใด เห็นเพียงแสงประกายเล็กๆที่ทอแสงอ่อนบาง หลานวั่งจีเดินไปยังจุดที่มีแสงทอพบว่าเป็นพู่ประดับสีแดงอันงามแสนคุ้นตา

"พู่ประดับสลักลายเหมยกุ้ยสีแดงหรือ..."พลันหวนคิดคนึงถึงเจ้าของมัน อย่างเว่ยอู๋เซี่ยนคาดเดาได้ไม่ยากนักเพราะตัวเว่ยอู๋เซี่ยนนั้นเกิดในแดนแห่งดอกเหมยกุ้ย ซ้ำยังต่อสู้กับใครตั้งมากมายภายในที่แห่งนี้เมื่อไม่กี่เค่อ

"เว่ยอิง..."หลานวั่งจีเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว ชายผู้มิเคยนึกรู้สึกสิ้นหวังกับสิ่งใดกลับเริ่มรู้สึก จะตามหาเว่ยอู๋เซี่ยนเจอได้อย่างไรหากภายในนี้นั้นไร้ซึ่งร่องรอยให้ติดตามหา จะหวังพึ่งโชคชะตาก็คงมิได้เพราะนั่นคือสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ ทุกอย่างล้วนถูกลิขิตเขียนจากโชคชะตาทั้งสิ้น ใยไร้ซึ่งความยุติธรรมนักหนา

"หวังว่าข้าจะตามเจ้าเจอในเร็ววัน"แต่แท้จริงแล้วสิ่งใดเล่าจะคาดเดาได้ หลานวั่งจีนั้นหาได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ หากจะตามหาจะยากเท่าไหร่กัน คนเพียงผู้เดียวเท่านั้น มิช้ามินานประเดี๋ยวก็เจอ เพียงไม่ถอดถอนใจไปเสียก่อน

ชายในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ก้าวเท้าเดินออกมาจากสถานที่คุมขัง หวังจะเร่งตามหาเว่ยอู๋เซี่ยนทันที แต่ทำเช่นนั้นก็คงมิได้ ทั่วแผ่นฟ้าหาได้เล็กจ้อย หากตามหาเพียงลำพังก็คงมิแคร้วงมเข็มในมหาสมุทร

ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!ตึก!

"คุณชายรอง!!!"เสียงเอ่ยเรียกระคนตื่นตระหนกดังขึ้นลั่น คุณชายรองสกุลหลานแลหันกลับไปมองก็พบกับ คุณชายน้องสกุลเนี่ย เนี่ยหวายซังที่วิ่งตามมา ใบหน้าเล็กเรียวนั้นฉายแววความตระหนกอย่างมิคิดปกปิด

"คุณชายเนี่ย"เอ่ยเรียกอีกคนกลับไปเป็นเชิงกล่าวถามว่ามีอะไรหรือไม่ เนี่ยหวายซังหอบหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามถึงใครอีกคนที่ยังมิทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

"แฮ่ก... พี่... แฮ่ก... พี่เว่ยล่ะขอรับ"


"หายไปแล้ว"หลานวั่งจีตอบเพียงเท่านั้น เนี่ยหวายซังก็ยืนนิ่งงั้นด้วยความตกตะลึง

"ดะ... ได้อย่างไรกัน"

"ไม่รู้ ข้าไปไม่ทัน"

"แย่แล้ว... แย่แล้ว... ครานี้แย่จริงๆเป็นแน่"เนี่ยหวายซังกล่าว-วนซ้ำอยู่เช่นนั้น จนหลานวั่งจีต้องเอ่ยถาม

"มีอะไรหรือไม่"

"ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถบอกท่านได้คุณชายรองแต่หากท่านจะกรุณาเชื่อใจข้าสักครา โปรดรีบไปยังผาล่วนจั้งกัง หากชักช้าจะไม่ทันการ"

"ทำไม"

"เชื่อข้าหากท่านไปรีบไป คุณชายเว่ยคงไม่รอด"กล่าวจบเพียงเท่านั้นหลานวั่งจีก็รีบจากไป เนี่ยหวายซังมองตามไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปหาคนอื่นๆเพื่อตามไปนังผาล่วนจั้งกังก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้

.
.
.

▪ผาล่วนจั้งกัง▪
เว่ยอู๋เซี่ยนถูกจับขึ้นกระบี่เหินมายังผาล่วนจั้งกัง ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใช้ต่อต้านใดๆเพราะกลิ่นยาสลายกำลังที่ได้สูดดมก่อนจะถูกนำขึ้นกระบี่ ยิ่งดิ้นเท่าใดพละกำลังก็จะยิ่งเหือดหาย

"เจ้าคิดจะทำอะไร"เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เว่ยอู๋เซี่ยนตั้งใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเค้นเสียงถามออกไป เพราะลำพังใช้แรงกายพยุงตนให้อยู่ในยามนี้ก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว

"..."ไร้ซึ่งเสียงใดตอบกลับมาชาย ชายในอาภรณ์สีดำสนิทนั้นนิ่งเงียบจนเกรงว่าเขาทั้งหลายอาจจะเป็นใบ้ จึงไม่เอื้อนเอ่ยวาจาสักคำเดียว เมื่อมาบินสูงขึ้นจากเดิมและไกลจากผาก็พบกับชายสวมชุดสกุลจินที่ดูมีฐานะมากยศ คาดเดาได้จากอาภรณ์ที่สวมใส่และเครื่องประดับตั้งมากมาย

"อ่า... เจ้านี่เองเว่ยอู๋เซี่ยน"ชายสกุลจินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็นเยือก น่าผวาและน่าหวั่นเกรงไม่น้อย

"เจ้าเป็นใคร"เว่ยอู๋เซี่ยนไม่เคยนึกรำคาญเสียงตนเองมากขนาดนี้มาก่อน คงเพราะในยามนี้เสียงของตนนั้นทั้งสั่นทั้งแหบพร่าจนน่ารำคาญเลยทีเดียว

"ข้ามีนามว่า จินเฟิ่งฉี เป็นลูกชายคนแรกของประมุขจิน ยินดียิ่งที่ได้พบเจ้า เว่ยอู๋เซี่ยน บุรุษแห่งแดนเหมยกุ้ย หึ หึ"

"เฟิ่งฉี หงส์แห่งความเมตตางั้นหรือ ดูตรงข้ามกับเจ้าจริงๆ"เว่ยอู๋เซี่ยนหัวเราะเย้ยหยัน เมื่อรู้ความหมายของนามเฟิ่งฉี ช่างขัดกับชายตรงหน้าเว่ยอู๋เซี่ยนนัก

"เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ ข้ากลับคิดว่ามันตรงกับตัวข้าจริงๆเชียว มิเช่นนั้นเจ้าคงจะตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลเว่ยแล้วกระมัง"จินเฟิ่งฉียกยิ้มเหี้ยม เด็กหนุ่มตรงหน้านี้น่ะหรือคือผู้เหลือรอดจากตระกูลเว่ย ช่างน่าสิ้นหวังนัก บุรุษร่างกายบอบบางเช่นนี้น่ะหรือจะจัดการคนอย่างจินเฟิ่งฉีได้ น่าเวทนาตระกูลเว่ยนัก คนที่ตายไปดูจักเสียเปล่าเหลือเกิน

"เจ้า!ที่แท้... ก็เป็นเจ้า!เป็นเจ้าที่สังหารคนตระกูลข้า!!!"เว่ยอู๋เซี่ยนตวาดลั่นด้วยความคับแค้นใจ ผู้ที่สังหารบิดาและมารดาที่รักยิ่งอยู่หน้าแท้ๆแต่ตนก็ไม่อาจกระทำสิ่งใดได้เลย น่าเจ็บใจนัก อยากพุ่งไปกระชากคอเจ้าคนอัมหิตตรงหน้านี้นัก แต่ติดตรงที่ตนนั้นไร้ซึ่งกำลัง อ่อนแอเป็นที่สุดในยามนี้

"โอ้~ อย่าได้มองข้าเช่นนั้น เจ้าควรดีใจที่เจ้ารอดมาได้ต่างหากเล่าเว่ยอิง หึ"จินเฟิ่งฉีฉีกยิ้มเยาะ สาแก่ใจตนนักที่ได้เห็นไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำรมดิ้นทุรนทุราย อยากฆ่าเขามากนักแต่ก็มิอาจทำได้ น่าสมเพสจริงๆ

"อย่ามาบังอาจเรียกนามรองข้า!!!"เว่ยอู๋เซี่ยนตวาดกร้าว หลงลืมซึ่งความอ่อนแรงก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น ในยามนี้นั้นมีเพียงความแค้นเคียง ความเดือดดานเพียงเท่านั้น

"ใจเย็นๆเด็กน้อย ข้าใจดีกับเจ้าที่สุดแล้วหนา"จินเฟิ่งฉีกล่าวเสียงหยอกเย้า ยิ่งเพิ่มพูนความเดือดดานในใจของเว่ยอู๋เซี่ยนยิ่งกว่าเดิม

"ความใจดีของเจ้าข้าไม่ต้องการ!!!เจ้าคนชั่วชาจินเฟิ่งฉี!!!"

"เว่ยอิง!!!อย่าได้มาตะคอกใส่ข้า!!!"เฟิ่งฉีตวาดลั่นด้วยความหมดความอดทน เว่ยอู๋เซี่ยนชักจะเหิมเกริมเกินไปเสียแล้ว คิดว่าตนเป็นผู้ใดจึงมาตะคอกใส่เขา

"เจ้าถือสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า!!!"เว่ยอู๋เซี่ยนเองก็หาได้ยอมไม่ นึกปนิธานในใจตนเอาไว้อย่างแน่วแน่ว่าไม่ว่าจะเป็นเช่นไร จะไม่มีวันยอมคุกเข่าให้จินเฟิ่งฉีเป็นอันขาด

"นี่เจ้า---!!!!"

"เว่ยอิง!!!"เสียงร้องเรียกแสนคุ้นเคยเรียกให้เว่ยอู๋เซี่ยนหันกลับไปมองอยากไม่ทันได้คิดอะไร ชายในชุดสกุลหลานขี่กระบี่สี่ขาวพิสุทธิ์เอ่ยเรียกเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยท่าทีร้อนรน จนเว่ยอู๋เซี่ยนนึกแปลกใจ

"หลานจ้าน... นี่เจ้า..."ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกนามอีกคนอย่างไม่อาจห้ามได้ จินเฟิ่งฉีจ้องมองไปยังบุรุษสกุลหลานด้วยความนิ่งและเฉยชา นัยต์ตาเรียวนั้นทอประกายไม่พอใจอย่างมากจนไม่จำเป็นต้องสังเกตก็มองเห็น

"หึ อะไรกัน คุณชายรองหลานนี่เอง มีธุระอันใดหรือ"จินเฟิ่งฉีแสร้งยิ้มบาง ทั้งที่ภายในกายนั้นรุ่มร้อนจนอยากจะฉีกกระชากร่างหยกคู่สกุลหลานคนน้องให้ขาดออกจากกัน

"ปล่อยเว่ยอิงมาให้ข้า"หลานวั่งจีตอบเสียงนิ่งเรียบน่าผวาหวั่นเกรง

"หากให้ปล่อยเว่ยอู๋เซี่ยนไปให้ท่านคงมิได้ แต่หากให้ข้าปลดตัวเขาลงไปนั้นย่อมได้ หึ"จินเฟิ่งฉีกล่าวตอบ

"ปล่อยเว่ยอิงมาให้ข้า!"หลานวั่งจีเริ่มเพิ่มความดังและแรงอารมณ์เข้าไปในน้ำเสียงเมื่อจินเฟิ่งฉีดูจะอยากก่อกวนตน

"อืมมม~ เช่นนั้นคงต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้างกระมัง"

"อะไร"

"ก็... อย่างเช่นให้ข้าสังหารท่าน แล้วจ้าจะปล่อยเว่ยอู๋เซี่ยนไป ดีรึไม่"

"..."หลานวั่งจีนิ่งไป แต่หาใช่กลัวตนจะตายไม่หากแต่กำลังคิดไต่ตรองถึงความเป็นไปได้ตามที่จินเฟิ่งฉีกล่าวมา

"อ่า... คิดดูแล้วไม่ดีกว่า หากฆ่าท่านไปคงน่าเสียดาย ตัวข้าเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ฉะนั้นฆ่าเว่ยอู๋เซี่ยนย่อมดีกว่า หึ โยนตัวเขาลงไป!!!"กล่าวจบบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทก็โยนจัวเว่ยอู๋เซี่ยนลงไปในล่วนจั้งกังทันที หลานวั่งจีรีบรุดพุ่งไปหวังจะช่วยแต่จินเฟิ่งฉีรู้ทันจึงสั่งสมุนตนไปว่า... "กันคุณชายรองไว้ให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามห้ามให้เขาช่วยเว่ยอู๋เซี่ยนทัน"

"อ้ากกกกกกกกก"เว่ยอู๋เซี่ยนหวีดร้องด้วยความทรมาณเมื่อพุ่งดิ่งลงมาพร้อมกับที่หูเริ่มได้ยินเสียงกรีดร้อง เสียงโหยหวน เสียงร้องไห้ และเสียงอื่นๆอีกมากมาย ทรมานจนเกินทนไหว ทำได้เพียงหวีดร้องเท่านั้น จะดิ้นทุรนทุรายก็ไม่อาจทำได้เพราะตนนั้นกำลังพุ่งลงดิ่งสู้ล่วนจั้งกัง เมื่อพยายามทุกหนทางก็สิ้นสติและตกหล่นลงไปสู้สถานที่แห่งความหน้าผวา

"เว่ยอิง!!!!"หลานวั่งจีร้องเรียกด้วยความตกใจ และแค้นเคืองตนเองที่ไม่อาจช่วยเหลือเว่ยอู๋เซี่ยนได้ ทั้งที่ห่างกันเพียงไม่กี่เอื้อมมือ

"คุณชายรอง!!!พี่เว่ย!!!"เนี่ยหวายซังที่ตามมาถึงทีหลังเอ่ยเรียกหลานวั่งจีด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะแลเห็นร่างกายบางของเว่ยอู๋เซี่ยนกำลังร่องลงไปยังล่วนจั้งกัง

"อาอิง!!!!"เวินฉิงที่ขอตามมา รีบพุ่งดิ่งลงไป แต่เมิ่งเหยาไวกว่า รีบคว้าตัวไว้เสียก่อน เวินฉิงหันมามองผู้ที่ดึงรั้นตนไม่ให้ช่วยเหลือศิษย์น้องที่เปรียบเหมือนน้องชายแท้ๆด้วยความไม่เข้าใจ ใบหน้าเรียวงามของหญิงสกุลเวินเปื้อนเปรอะไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความโศกเศร้าที่ต้องมาเห็นศิษย์น้องที่รักตกลงไปสู้แดนแห่งความตายอย่างไม่อาจช่วยเหลือได้

"คุณชายเมิ่งเหยาปล่อยข้านะ!ข้าจะช่วยอาอิง!"นางกล่าวบอกน้ำตาไหล ทุกข์ระทมอยากดึงร่างนั้นเข้ามาโอบกอดไว้ใจจะขาด เว่ยอู๋เซีายนก็ตัวบางเพียงนั้น แต่กลับแบกรับทุกอยากไว้มากมาย อยากช่วย... อยากจะช่วยเหลือเกิน อาอิง

"หึ หึ พวกท่านมาช้าไปเสียแล้วหนา"จินเฟิ่งฉีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ดูชั่วช้าอย่างถึงที่สุด

"เจ้า!!!ข้าจะฆ่าเจ้า!!!"เวินฉิงร้องตวาดด้วยความคับแค้นใจ ชายผู้นี้โหดเหี้ยมนัก ทิ้งร่างน้องชายนางลงไปเช่นนั้นได้อย่างไร ทำเช่นนี้กับน้องชายที่น่าสงสารของนางได้อย่างไรกัน

"เจ้า... ฮึก เจ้าทำอะไรลงไป ฮึก เจ้าทำไปได้อย่างไร ทำไม... ฮึก ทำไมต้องมาทำร้ายน้องข้าขนาดนี้!!!"เวินฉิงร้องไห้ออกมาอย่างไม่นึกอาย ยามนี้นั้นไม่มีสิ่งใดต้องอายอีกแล้วในเมื่อน้องชายที่คอยทำให้นางและอาหนิงยิ้มได้อยู่เสมออย่างเว่ยอู๋เซี่ยนถูกโยนลงไปยังล่วนจั้งกังแล้ว

"รู้รึไม่เล่า... ฮึก ว่าเจ้าพึ่งจะพรากสิ่งใดไปจากข้า!!! เจ้ารู้รึไม่ว่าอาอิงสำคัญกับข้า กับอาหนิงเพียงใด!!! รู้รึไม่ว่าเด็กคนนั้นต้องทนทุกข์ทรมานมามากเพียงใด!!!"เวินฉิงทั้งร้องไห้และตวาดใส่จินเฟิ่งฉีที่ยังคงทำหน้าระรื่น จิตใจของหญิงสาวสกุลเวินในยามนี้ก็ไม่ต่างจากหยกที่แตกร้าว ความเศร้าโศก ความเสียใจ ความแค้นใจ ความสงสาร ความสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้นางหมดสติไป เจียงหวั่นอิ๋นจึงรีบปรี่เข้าไปรับร่างของหญิงสกุลเวินไว้ทันที

"พี่เฟิ่งฉีท่าน... ทำไมถึง..."จินจื่อเซวียนมองคนที่ได้ชื่อว่าพี่ชายตนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา คนที่เคยใจดี อ่อนโยนขนาดนั้นในวัยเยาว์ ใยกลายเป็นชายที่โหดเหี้ยมปานฉะนี้

"หึ วันนี้ข้าจัดการเว่ยอู๋เซี่ยนได้แล้ว เรื่องอื่นก็มิเกี่ยวกับข้า"กล่าวจบเปลวไฟสีเหลืองทองก็ลุกขึ้นจากกระบี่สีทองอร่ามของเฟิ่งฉี ก่อนร่างของจินเฟิ่งฉีและสมุนทุกคนจะมลายหายไป

"หายไปแล้ว"ศิษย์จากสกุลทั้งสี่(ไม่รวมเวินเพราะถูกฆ่าล้างไปแล้ว)กล่าวขึ้น พร้อมกับเอ่ยไปต่างๆสารพัด หลานวั่งจีกำมือตนแน่น ช่วยอะไรไม่ได้เลย... ที่เคยบอกว่าจะช่วยสุดท้ายก็ช่วยไม่ได้

"เว่ยอิง..."
.
.
.
.
.
.
.
"ข้าขอโทษ"
.
.
.
.
.
.
.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #44 supernei46 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:09
    พี่หลาน ลงไปหาเลยยย
    #44
    1
    • #44-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 17)
      25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:09
      อย่ายุจิ เดี๋ยวพ่อหลานก็ลงไปหาจริงๆหรอกค่ะ😂😂
      #44-1