Love With ROSE|กุหลาบต้องสาป#วั่งเซี่ยน

ตอนที่ 18 : Love Rose:Chapter SIXTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

เพียงสามวันหลังเว่ยอู๋เซี่ยนถูกจินเฟิ่งฉีโยนลงล่วนจั้งกัง คนสกุลเวินทั้งสามก็ไร้ซึ่งคำกล่าวใดๆที่หลุดรอดออกมา เวินหนิงฟื้นคืนสติจึ้นมาหลังจากเว่ยอู๋เซี่ยนถูกโยนลงไปเพียงหนึ่งวัน ในตอนที่ทราบข่าวก็ตกใจไม่น้อย
งจริง คงมิแคล้วตรอมใจตาย
ทางฝั่งของหลานวั่งจีก็ใช่ว่าจะมิมีปัญหาเสียทีเดียว เพราะหลังกลับจากเหนือน่านล่วนจั้งกัง คุณชายรองสกุลหลานก็จำต้องเผชิญหน้ากับบุตรชายบุญธรรมที่ตื่นมาทั้งน้ำตา ร้องเรียกเพียรหาแต่เว่ยอู๋เซี่ยน

'ท่านพ่อ... ฮึก ท่านแม่เล่า ท่านแม่อยู่ที่ใดหรือ ฮึก ท่านพ่อ ท่านแม่อยู่ที่ใดกัน'เจ๋ออู๋จวินอย่างหลานซีเฉินเห็นเช่นนั้นก็ทำได้เพียงเอ่ยปลอบ นึกสงสารทั้งเวินเยวียน และน้องชายตน

'อาเยวียน หยุดร้องเสียเถอะหนา แม่เจ้าเพียงยังมิกลับมาอย่าได้กังวลไปเลย'แม้นจะได้ยินที่หลานซีเฉินปลอบแต่เวินเยวียนหาได้สงบลงไม่ เด็กน้อยยังคงพร่ำหามารดาบุตรธรรมทั้งน้ำตาไหลอาบนองใบหน้ากลม

'ฮึก ท่านแม่... อาเยวียนเห็น... ฮึก เห็นท่านแม่หายไปในความมืดมิด... ฮึก ท่านแม่ทิ้งอาเยวียนไปแล้วใช่หรือไม่ ฮืออออ'หลานวั่งจีได้ยินเช่นนั้นก็คว้าตัวบุตรชายบุตรธรรมมากอดไว้แนบอก ความร้อนแผ่ซ่านไปรอบดวงตา ราวกับหยาดน้ำตากำลังจะรินไหล นัยต์ตาคมสั่นระริก ก่อนเห็นภาพใครอีกคนปรากฎขึ้นในห้วงความคิด ภาพในหัวสะท้อนให้เห็นเว่ยอู๋เซี่ยนในยามที่กำลังตกลงไปในแดนของดวงวิญญานอาฆาต เสียงกรีดร้องด้วยทรมานยังคงดังก้องอยู่ภายในหัว ก่อนจะเอ่ยตอบเจ้าเด็กแก้มกลมไป

'มิใช่ แม่ของเจ้ามิได้ทิ้งเจ้าไปไหน เขายังอยู่ ยังมิจากไป เลิกร้องไห้เสีย ระหว่างนี้'พ่อ'จะดูแลเจ้าเอง อาเยวียน'นั่นเป็นครั้งแรกที่หลานวั่งจียอมแทนตนว่าเป็นพ่อของเวินเยวียน เจ้าเด็กน้อยร้องไห้อย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่ทำหลานวั่งจีชะงัก

'ท่าน... ฮึก ท่านพ่อจะไม่ทิ้งข้าใช่ไหม จะอยู่กับข้า จนกว่าท่านแม่จะกลับมาใช่หรือไม่ ฮึก จะอยู่กับข้ากับท่านแม่ตลอดไปใช่ไหมขอรับ'ถ้อยคำกล่าวถามทั้งสะอื้นนั้น ทำให้หลานวั่งจีนิ่งงัน ก่อนจะลูบหัวเล็กจองบุตรชายเบาๆแล้วเอ่ยตอบในสิ่งที่หลานซีเฉินมิคิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากปากน้องชาย

'อืม พ่อจะอยู่กับเจ้า กับแม่ของเจ้าตลอดไป'

'ท่านสัญญาแล้วหนา ฮึก ท่านพ่อท่านสัญญากับข้าแล้วนะขอรับ'

'อืม สัญญาแล้ว'หลานวั่งจีตอบ สองพ่อลูกบุญธรรมกอดกันอยู่บนตั่ง พานทำให้หลานซีเฉินยกยิ้ม ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างกระมัง

'ถ้าเช่นนั้น อาเยวียนเจ้าเปลี่ยนมาใช้สกุลหลานเถิด'หลานซีเฉินกล่าวบอก

'อาเยวียนแล้วแต่ท่านพ่อ จอเพียงท่านพ่อยังอยู่กับอาเยวียนเช่นนี้ต่อไป'หลังจากนั้นมาเวินเยวียนก็เปลี่ยนมาใช้แซ่หลานเต็มตัว กลายเป็น หลานเยวียน หรือ หลานซือจุย ตามนามที่หลานวั่งจีเป็นคนตั้งให้


กาลเวลาผันผ่านไปเรื่อยๆโดยไร้ซึ่งความสนุกสนานเหมือนดั่งในยามที่เว่ยอู๋เซี่ยนยังอยู่ ในยามนี้นั้นมีเพียงความเคร่งเครียดของสี่ตระกูลใหญ่ที่เหลือ ที่คอยหาทางจัดการกับจินเฟิ่งฉีที่หายตัวไป โดยมีเนี่ยหวายซัง เมิ่งเหยา หรือ จินกวงเหยา ที่ซึ่งเป็นลูกชายของจินกวงซ่านกับนางในหอนางโลมนางหนึ่ง หลังไต่ถามหาความจนสิ้นเรื่องก็ถูกพากลับสกุลจินทันที

ข่าวคราวของจินเฟิ่งฉีที่เนี่ยหวายซังควรได้รับจากเยว่ซูเหมยก็เงียบหายไป สร้างความกังวลใจให้กับคุณชายเนี่ยไม่น้อย ในเมื่อจู่ๆเยว่ซูเหมยก็หายไปอย่างเงียบงันไร้ผู้ใดพบเจอ

"เพียงเจ็ดวันที่เว่ยอู๋เซี่ยนหายไป ตระกูลทั้งหลายก็กลายเป็นเช่นนี้หรอกหรือ ข่าวคราวของจินเฟิ่งฉีก็หายลับไป เราทำสิ่งใดมิได้เลยรึ"ประมุขโอหยางกล่าวขึ้นในการประชุมผู้นำสกุลเซียน ครั้งที่สองหลังเว่ยอู๋เซี่ยนหายลับไป

"คงเป็นเช่นนั้นประมุขโอหยาง ในตอนนี้ยังมิมีเกตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็จริงแต่คงจะไว้ใจมิได้"เนี่ยหวายซังกล่าวน้ำเสียงเคร่งเครียด ปัญหาทุกอย่างถาถมเข้าใส่อย่างไม่มีเวลาให้ตั้งหลักแม้สักนิด

"เราจำต้องหาทางรับมืออย่างเร่งด่วน จินเหิ่งฉีตะลงมือทำสิ่งใดก็หามีใครรู้ไม่ป้องกันไว้ก่อนเป็นดี"หลานฉีเหรินเอ่ยบอก

"คงต้องเป็นเช่นนั้น เราประมาทจินเฟิ่งฉีมิได้เลยจริงๆ"

"หากมิป้องกันไว้คงเสียหายอย่างหนักเป็นแน่เชียว"จินกวงเหยาเอ่ยขึ้นเปรยๆ ก่อนผู้เข้าประชุมเซียนทั้งหลายจะเริ่มหาทางป้องกัน

...

•ล่วนจั้งกัง-ในวันที่เว่ยอู๋เซี่ยนถูกโยนลงมา•
ความมืดมิดและเงียบงันคือสิ่งที่ปรากฎให้เห็น มีเพียงแสงสว่างสลัวๆจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมาในผาที่มืดมิดให้พอมองเห็น ร่างกายเพรียวบางของชายสกุลเว่ยนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้าที่แห้งเหี่ยว ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานจากเสียงกวีดร้องที่จู่โจมสัมผัสที่ใบหู เสียงโหยหวนดังก้องไปจนหูอื้ออึง

"เงียบนะ... เงียบเดี๋ยวนี้!!! หยุดเสียที!!!!"เสียงอ้อนวอนที่แสนจะเจ็บปวดร้องบอกร่างกายสั่นสะท้าน เสียงรอบข้างดังสะท้อนอยู่นั้น โดยไร้ซึ่งการจะหยุด แต่พลันทุกอย่างก็เงียบสะงั่ด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ก้าวเจ้ามาหาเรื่อยๆ

"นี่!ตายรึยังเจ้าน่ะ"เสียงทุ้มห้วนเอ่ยเรียก ก่อนเว่ยอู๋เซี่ยนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังถูกนำมาจิ้มที่ผิวกาย

"เซวียหยางหยุดแกล้งหลานข้าได้แล้ว"เสียงทุ้มค่อนไปทางหวานพูดขึ้นบ้าง เว่ยอู๋เซี่ยนพยายามอย่างหนักที่จะลืมตาขึ้นมองว่าใครกันที่กำลังพูดอยู่ นัยต์ตาคู่งามเปิดขึ้นนิดๆ ภาพต่างๆเองก็พร่าเลือน ไม่เจนจัดชัดเจนแม้เพียงนิด ยิ่งฝืนมองยิ่งปวดหัว

"เจ้ามองไม่เห็นแล้วมั่นใจได้อย่างไรว่านี่คือหลานเจ้าน่ะซิงเฉิน"เซวียหยาง เอ่ยถามพลางหรี่ตามองใครอีกคนอย่างไม่พอใตเล็กน้อย เมื่ออีกคนนั้นมั่นใจเหลือเกินว่าคนที่นอนอยู่ตรงนี้นั้นเป็นหลานตน

"ข้ารู้แล้วกัน เจ้าเถอะเลิกแหย่หลานข้าได้แล้ว"เสี่ยวซิงเฉิน ว่าอย่างเอือมๆ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาร่างระหงส์ที่หยุดดิ้นทุรนทุรายมาสักพัก แล้วกล่าวขึ้นว่า "เว่ยอิง ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยิน ตัวข้านั้นมีนามว่าเสี่ยวซิงเฉิน เป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์เป้าซาน และเป็นปรมาจารย์อาของเจ้า"

"ปรมาจารย์อาหรือ"เว่ยอู๋เซี่ยนทวนคำอย่างนึกฉงน ตนนั้นเคยได้ยินเรื่องของปรมาจารย์อาของตนมาอยู่บ้าง แต่ก็เลือนลางนักเพราะผู้เป็นมารดานั้นเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ยังเยาว์ก่อนที่นางจะจากไปจนตอนนี้ตนก็อายุ 18 ปีแล้วหากจะหลงลืมบ้างคงมิแปลกนัก

"วางใจเถอะหนาเว่ยอิง เสี่ยวซิงเฉินคนนี้ไว้ใจได้ จ้าเป็นผู้ส่งข่าวให้แก่เขาเอง"หญิงสาวนางหนึ่งกล่าวขึ้น เว่ยอู๋เซี่ยนเพ่งมองอย่างหนักแต่ก็เห็นเพียงภาพที่แสนเลือนลาง

"ข้าเยว่ซูเหมย ขอเจ้าโปรดวางใจ พักเสีย เจ้าตื่นขึ้นมาเมื่อใด ข้าจะเล่าให้ฟัง"ไม่ว่าจะเป็นเพราะน้ำเสียงอ่อนนุ้มของหญิงสาวนางนั้น หรือบรรยากาศที่น่าวางใจทำให้เว่ยอิงนั้นยอมหลับตาลงพักโดยง่าย เยว่ซูเหมยจึงหันไปกล่าวกับเซวียหยางและเสี่ยวซิงเฉินว่า... "พาเขาไปพักเถอะ ข้าเกรงว่าคุณชายเว่ยคงตะหลับไปราวสองวันได้ เดี๋ยวข้าจะไปเรียกอาจิงให้ มิรู้ว่าไปถึงที่ใดแล้ว"

"แม่นางเยว่โปรดระวังด้วยในล่วนจั้งกังใข่จะดี ท่านในตอนนี้มิได้ตัวคนเดียว ระวังไว้ให้มากท่านเองก็เปรียบเหมือนศิษย์น้องข้า"เสี่ยวซิงเฉินกล่าวบอกก่อนจะให้เซวียหยางพยุงร่างกายเพรียวบางจองเว่ยอู๋เซี่ยนขึ้น เพื่อพาไปพักยังที่พักชั่วคราว

"ขอบคุณ และ ขอโทษท่านด้วยพี่ซิงเฉิน"เยว่ซูเหมยกล่าว ก่อนจะเดินแยกจากไปเพื่อตามหาสาวน้อยผู้ติดตามของเสี่ยวซิงเฉินอย่าง อาจิง สาวน้อยที่มักจะปลอมเป็นคนคาบอดอยู่บ่อยๆ

"มิเป็นไร เซวียหยางเจ้าพนุงเขาดีๆล่ะนั่นหลานข้าเชียวหนา"ประโยคแรกเอ่ยตอบเยว่ซูเหมยเสียงแผ่ว และในประโยคต่อมานั้นคือการกล่าวกับเซวียหยางก่อนจะช่วยพยุงร่างคนสลบสไลไปพักผ่อน

"ข้ารู้น่า เจ้าสั่งข้าขนาดนี้มิมาเป็นฟูเหรินให้ข้าเลยเล่าซิงเฉิน"เซวียหยางกล่าวเย้าตามนิสัยตนด้วยเสียงหัวเราะขำๆ

"ฝันอยู่หรือเซวียหยาง รีบตื่นเสียคิดจะให้น้องข้าเป็นฟูเหรินหรือ ข้าคงยอมมิได้"ชายร่างสูงในชุดอาภรณ์สีดำทั้งตัว ยืนกอดอกมองเซวียหยางที่กำลังเย้าแหย่เสี่ยวซิงเฉินด้วยความมิพอใจ ซ่งหลาน จ้องมองคนทั้งคู่อยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินหนีไป

"ศิษย์พี่เจ้านี่... อคติกับข้าเสียจริงๆ"

"เป็นเช่นนั้นหรือ ใยข้าคิดต่าง"

"เพราะเขาคือพี่เจ้าอย่างไรเล่า ศิษย์น้องอย่างเจ้าย่อมเทิดทูนยิ่ง"

"ไม่ใช่กระมัง เจ้าต่างหากที่อคติจนเกินจริง"สองเซียนซื่อเดินตามซ่งหลานไปพร้อมเสียงพูดคุยที่ดังอยู่ตลอดทาง หาได้เงียบงันเช่นเดิมไม่
.
.
.
.
.
ล่วนจั้งกังที่จริงคือที่ใด คำตอบนั้นมิยากเลย
.
.
.
.
.
.
.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #37 Namkhing2410 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 20:29
    อ่านซ้ำก็ยังคงความสนุก><
    #37
    2
    • #37-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 18)
      13 มกราคม 2563 / 21:31
      ขอบคุณฮะ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ลงต่อนะ พอดีติดติวโอเน็ตแบบฟ้าถล่ม คือ ถ้าอี้ฉินหายไป โปรดจงรู้ไว้ หนังสือทับคอ 5555
      #37-1
    • #37-2 Namkhing2410(จากตอนที่ 18)
      14 มกราคม 2563 / 16:32
      555รอจ้าาา
      #37-2
  2. #36 WinnyBambam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:31
    ก็เขียนดีอยู่นะ เนื้อเรื่องก็สนุกดี ทำไมคนอ่านน้อยจัง สู้ๆนะคะ รออ่านต่ออยู่
    #36
    1
    • #36-1 Star_Yichin(จากตอนที่ 18)
      12 มกราคม 2563 / 23:33

      ขอบคุณค่ะ เราไม่ท้อหรอกแค่คนอ่านน้อยเอง ที่สำคัญคือนังมีคนอ่านทั้งที่เราจากบ้านหลังนี้ไปนานต่างหาก คนอ่านตั้งขนาดนี้เลยนะคะ แค่นี้เราก็ภูมิใจแล้วค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
      #36-1