ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 16 : ~๐(*-*)๐~ ปฐมบทแห่งสงคราม ~๐(*-*)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 48



หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสองวันเต็มๆแล้ว วันที่ใบประกาศแพร่ไปทั่วเอเดนเพียงชั่วข้ามคืน ประชาชนที่ไม่อยากจะเกี่ยวข้องต่างพากันอพยพลงใต้ไปกนหมด ส่วนพวกที่รักตัวกลัวตายก็มีบ้าง พวกนั้นย้ายเข้าไปอยู่ในเขตแดนเดมอสหน้าตาเฉย แต่พวกที่อยากร่วมรบกลับมีมากซะเหลือเกิน ตั้งแต่เธอเกิดมาไม่เคยคิดเลยว่าช่วงเวลาแค่ 2 วันมันจะยาวนานถึงเพียงนี้ แต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนนึกอยากจะไปหมุนนาฬิกาให้มันเร็วขึ้น ความกังวลใจที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะทำให้นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้



ร่างบางในชุดผู้ชายทะมัดทะแมงยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ขอบตาหมองคล้ำอย่างคนพักผ่อนไม่พอ ใบหน้าซูบเพราะแทบจะไม่มีอะไรลงท้องเลย ถ้าคาโลกับคิลไม่บังคับให้กิน ดาบผ่าปฐผีที่ร่วมศึกด้วยนับครั้งไม่ถ้วนแขวนอยู่ข้างตัว ผมสีน้ำตาลยาวสลวยถูกรวบไว้ลวกๆที่กลางหลัง ส่องกระจกดูอีกสองสามครั้งว่าเรียบร้อยแล้วก็ถอยห่างออกมา พร้อมกับเสียงเปิดประตูดังขึ้น



แอ๊ดดด!!



\"เฟรินไปกันเถอะ\" เสียงเรียกของนักฆ่าดังขึ้น เฟรินตวัดสายตาไปมอง ก่อนจะขานรับกลับไป



\"ไปกันเถอะ\" เสียงหวานตอบกลับมา แล้วก้าวเท้าเดินออกไปจากห้อง ในเวลานี้ทุกสิ่งดูโกลาหลไปหมด ไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะคิดอะไรไปกว่าการเอาชีวิตรอดและต่อสู้ ความสิ้นหวังท้อแท้เริ่มเข้าครอบงำช้าๆ ถ้าหากว่าสู้ไปแล้วต้องแพ้ ถ้าหากว่าจะต้องตาย จะยังอยากจะสู้กันต่อไปทำไม ในเมื่อหนทางในการชนะมันมืดมนถึงเพียงนี้ แล้วทำไม่ยังคงจะดันทุรังอยู่ มันไม่รังแต่จะมีการตายมากขึ้นหรือ และนี่คือ..ปฐมบทแห่งสงคราม!!





>>ชายแดนเดมอส<<



ชายแดนที่ปกติจะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้ามากมายมาขายของ แต่บัดนี้ไม่มีเหลือแล้ว มีเพียงกองทัพใหญ่สองทัพที่อยู่ระหวางสองฝั่งแม่น้ำ ทัพใหญ่อันเกรียงไกรของเอเดน นำโดยคิงบาโร วาเนบลีแห่งคาโนวาล อีกทัพคือทัพจากเดมอส นำโดยจ้าวปีศาจเอวิเดส อากาศในยามเช้าที่ควรหนาวเย็นกลับร้อนระอุขึ้นมาทันใด ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้าลองเชิงกันอยางไม่ลดละ ไม่มีใครคิดจะเป็นฝ่ายบุกก่อน เพราะกลัวจะเพี้ยงพลั้งให้ฝ่ายศัตรู



กุบ!! กับ!!



เสียงควบม้าดังลั่นมาแต่ไกลจากทางฝ่ายเอเดน ทหารหลายพันนายต่างหลีกทางให้ผู้มาเยียน ม้านับสิบมุ่งตรงมายังริมฝั่งแม่น้ำเลทิส ฝุ่นฟุ้งกระจัดกระจายจนมองไม่เห็นผู้มาเยียนบนหลังม้า พอฝุ่นเริ่มจางลง ร่างบางของใครบางคนก็กระโดดลงจากหลังม้า แล้วเดินก้าวฉับๆอย่างคล่องแคล่วมาทางคิงบาโรทันที



นัยน์เนตรสีฟ้าสวยมองอย่างประหลาดใจ คิ้วเลิกขึ้นด้วยความงุนงง นางมาทำอะไรที่นี่ ทั้งๆที่ไม่ใช่ที่ควรจะอยู่ ธิดาแห่งความืดมาทำอะไรถึงสนามรบ จะมาเพื่อร่วมรบหรือว่าจะมาขัดขวาง..!!~



\"เจ้ามาทำอะไรที่นี่เฟลิโอน่า\" คิงบาโรเอ่ยถามด้วยสุรเสียงราบเรียบ ผิดกลับใจที่กำลังตั้งคำถามต่างๆนาๆมากมาย



\"หม่อมฉันมาเพื่อยุติสงครามครั้งนี้เพคะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หม่อมฉันก็ต้องหยุดมันให้ได้\" เฟรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง ร่างบางเซเล็กน้อยเพราะไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย คนอื่นๆที่ตามมาก็เดินมาสมทบด้วย ใบหน้าของทุกคนดูจริงจังจนผิดหูผิดตา



\"ไม่มีทางเฟลิโอน่า ไม่ว่าเจ้าจะพยายามขัดขวางซักแค่ไหน แต่ข้าจะไม่ยอมยกเลิกสงครามครั้งนี้เด็ดขาด เจ้าจงกลับไปยังที่ที่เจ้าควรจะอยู่ซะ\" คิงบาโรตอบกลับมาด้วยสุรเสียงเย็นชา แต่หญิงสาวหากลัวไม่ ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตที่ได้จากพระมารดาส่อแววก้าวขึ้นมาทันที



\"คิงบาโร ท่านอย่าหาว่าข้าก้าวร้าวเลยนะ แต่ท่านเองที่ประพฤติตัวไม่ถูก ท่านเป็นผู้นำประเทศ ท่านเป็นบุคคลสำคัญ แต่ท่านกลับทำอะไรที่ไร้สาระเยี่ยงนี้ ท่านคิดว่าท่านทำถูกแล้วหรือ ท่านเคยคิดถึงผลกระทบที่ตามมามั้ย ทหารกล้ามากมายที่ยืนอยู่นะที่นี่ ก็มีลูก มีภรรยา มีครอบครัวที่รัก หากพวกเขาที่เป็นเสาหลักของบ้านตายจากไป ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าคนที่เหลืออยู่จะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร พวกเขาจะโศกเศร้าเสียใจมากแค่ไหน ในทางกลับกัน ถ้าเป็นท่านบ้างล่ะ ถ้าหากว่าลูกชายของท่าน ต้องออกรบแล้วตายในสนามรบ ท่านจะรู้สึกเช่นไร ไม่ว่าท่านจะรู้สึกเช่นไร ประชาชนเหล่านั้นก็รู้สึกเหมือนท่านทั้งนั้นแหละ ถ้าท่านมัวแต่คำนึงถึงศักดิ์ศรีที่มันกินไม่ได้อยู่ล่ะก็ เลิกคิดซะเถอะ เพราะถ้าท่านมัวแต่คิดอย่างนั้น ท่านก็เป็นกษัตริย์ที่ดีไม่ได้หรอก ท่านจะปกครองประเทศชาติไม่ได้ หรือแม้แต่ครอบครัวของท่านเอง ท่านก็ปกครองไม่ได้!!\" เฟรินกล่าวออกมาอย่างเหลืออด ทุกสรรพสิ่งเงียบไปหมด ไม่มีใครสามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้อีกหลังจากฟังคำพูดที่เด็กสาววัยเพียงเท่านี้ไม่น่าจะพูดออกมาได้



นัยน์ตาสีฟ้าสวยหลุบลงต่ำ พลางนึกย้อนไปเมื่อครั้งอดีต เมื่อครั้งที่เขาจะขึ้นครองราชย์ เมื่อครั้งนั้นที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สอนสิ่งหนึ่งในเขาไว้ สิ่งที่เรียกว่า \'ศักดิ์ศรี\'



\'บาโร ฟังไว้นะลูก เจ้าอย่าทรนงในศักดิ์ศรีมากเกินไป เพราะศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้เข้าใจมั้ย การเป็นกษัตริย์ที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย สิ่งแรกที่เจ้าต้องคำนึงถึงคือประชาชน ประชาชนจะอยู่ดีกินดีมั้ย ประชาชนจะมีความสุขเช่นไร นั่นแหละคือหน้าที่ของกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ในประเทศที่ต้องทำ ถ้าประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุข ก็แสดงว่าเราเป็นกษัตริย์ที่ดี เป็นผู้มีความสามารถในการจะปกครองประเทศชาติของตัวเอง\'



คำพูดของท่านพ่อที่ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจส่วนลึก คำพูดที่เขาเกือบลืมมันไปอยู่แล้ว แต่เฟลิโอน่า เด็กสาวคนนี้ที่เป็นเพียงธิดาแห่งความมืด นางกลับมีบางอย่างที่ข้าไม่มี นางกลับสอนข้าในสิ่งที่ข้าขาดหายไปได้ หรือว่านางจะเป็นคนที่ฟ้าประทานมาให้เป็นราชินีแห่งคาโนวาล เป็นคนที่จะนำพาคาโนวาลให้อยู่รอดอย่างเกรียงไกรต่อไป



\"บาโร บาโร ท่านเป็นอะไรรึเปล่า\" เสียงหวานดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้กษัตริย์ผู้เป็นหนึ่งแห่งคาโนวาลสะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันที พอหันมามองก็พบกับใบหน้าของพระชายาสุดที่รัก ใบหน้าของเธอซีดเผือด ริมฝีปากสีกุหลาบซีดจนแทบไม่มีเลือด อาจจะเป็นเพราะผลของเวทย์เคลื่อนที่ก็เป็นได้



\"ข้าไม่เป็นอะไร เจ้าไปพักก่อนดีกว่านะคาเดีย\" คิงบาโรพูดอย่างอ่อนโยนพลางแย้มรอยยิ้มส่งไปให้พระชายา แต่เธอกลับส่ายหัววืดๆ



\"ไม่ ข้าไม่ไปหรอก ขณะที่สงครามดำเนินอยู่ ท่านจะให้ข้าพักผ่อนได้อย่างไร ข้าทำไม่ได้หรอก\" คาเดียตอบแล้วส่ายหัวซ้ำอีก คิงบาโรมองอย่างขัดใจ ก่อนแววตาจะทอดกระแสอ่อนโยนขึ้นมาทันที



\"ไม่มีสงครามคาเดีย มันไม่มีแล้ว เพราะงั้นเจ้าไปพักก่อนนะ เดี๋ยวข้าจะกลับไปหาเจ้า หลังจากที่เราคุยกันเสร็จแล้ว ทหารพาท่านคาเดียไปพักที่ค่ายก่อน\" คิงบาโรพูดแล้วหันไปออกคำสั่งกับทหารนายหนึ่งที่ยืนอยู่ เขาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว แล้วนางกำนัลก็เข้ามาประคองคาเดียพากลับค่ายพักไป คิงบาโรมองตามร่างของพระชายาสุดที่รักไปจนลับตา แล้วหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเอวิเดสอีกครั้ง



\"อย่างที่ข้าบอก จะไม่มีสงครามเกิดขึ้น เอาเป็นว่าให้คาเรอยู่กับท่าน 2 อาทิตย์ แล้วมาอยู่กับข้า 2 อาทิตย์ ตกลงมั้ย\" คิงบาโรต่อรองไป เอวิเดสมองหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยปากตอบ



\"ตกลง เป็นอย่างนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ\" เอวิเดสตอบกลับมา พวกเฟรินจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แค่นี้น่ะหรอ อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนมา 2 วันเพียงเพราะการต่อรองที่ว่าง่ายแค่นี้น่ะหรอ ไม่เข้าใจพวกกษัตริย์จริงๆเล้ย



\"ก็ดีแล้วฮะ ผมจะได้ไม่ต้องเสียแรง\" เฟรินพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ทุกคนเองก็เช่นกัน ไม่มีสงคราม ไม่มีคนตาย ไม่มีคนเจ็บ ทุกคนยังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป



กุบ!! กับ!! กุบ!! กับ!!



เสียงควบม้าด้วยความเร็วอย่างเร่งเต็มที่ดังขึ้น ทุกคนจึงหันไปมองด้วยความตกใจ ร่างบางของมาด้ากระโดดลงมาจากม้า พอเท้าถึงพื้นเธอก็แทบเซถลาเลยทีเดียว ที่แขนมีเลือดไหลออกมามาก ใบหน้าสวยมีเหงื่อเต็มไปหมดด้วยความเร่งรีบหนีออกมา



\"เกิดอะไรขึ้นมาด้า\" เฟรินถามพลางวิ่งเข้าไปดูอาการของหญิงสาวทันที เสียงหอบหายใจรัวดังไม่หยุดหย่อน ร่างบางทรุดลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา



\"เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ\" มาด้าตอบกลับมา แต่เสียงหอบยังคงดังต่อไป ทำให้เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ทั้งหมดในคราวเดียว



\"เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาด้า บอกมาเร็วๆสิ\" เฟรินพูดพลางเขย่าตัวรุ่นน้องอย่างร้อนใจ จนเพื่อนๆต้องเข้ามาห้ามเอาไว้



\"คือว่าเมื่อกี้หลังจากพวกพี่ออกมาแล้ว พวกเราก็เลยไปนั่งเล่นกันในสวน แล้วอยู่ๆพวกคนชุดดำก็โผล่มา พวกนั้นเข้ามาล้อมพวกเราไว้ คาโอบอกให้ฉันออกมาส่งข่าวให้พวกพี่รู้ก่อน\" มาด้าอธิบาย ใบหน้าของเฟรินซีดเผือดทันที แล้วคาเรจะเป็นยังไงบ้างตอนนี้



\"แล้วคาเรล่ะ คาเรล่ะ\" เฟรินถามอย่างรีบร้อน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตฉายแววร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด



\"คือว่าคาเรอยู่กับลูคาซัสและซาลิสซ่าค่ะ\" มาด้าตอบ เธอเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่าคาโอกับลูคาซัสจะต้านพวกมันไหวมั้ย เธอหนีมาก่อนอย่างนี้ เธอคงเห็นแก่ตัวมากสินะ หนีเอาตัวรอด ทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลัง



พอฟังจบประโยคเฟรินก็ไม่พูดอะไรอีก ร่างบางวิ่งด้วยความเร็วชนิดที่ไม่มีใครตามทัน กระโดดขึ้นม้า แล้วควบออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้ว่าม้าจะเร็วขนาดไหน ก็ไม่ทันใจเธอที่ร้อนลุ่มดังเพลิงที่จะเผาไหม้ทุกสิ่งให้พินาศ พวกคาโลที่เห็นเฟรินวิ่งออกไปก็รีบวิ่งตามไปทันที ราวกับว่าทุกคนรู้ถึงภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น เอวิเดสและบาโรสั่งให้ทหารถอยทัพกลับไป แล้วมุ่งหน้าไปที่เอดินเบิร์กด้วยมังกรดำที่ถือว่าเป็นมังกรที่บินเร็วที่สุด



ขออย่าให้คาเรเป็นอะไรไปเลย ได้โปรดเถอะพระเจ้า ผมไม่เคยวิงวอนขอสิ่งใดกับท่าน แต่ครั้งนี้ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ขอให้คาเรปลอดภัย\' เฟรินคิดในใจขณะเร่งความเร็วของม้าให้เร็วขึ้น



ม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก เฟรินรีบกระโดดลงจากหลังม้าทันที ขาเรียวสวยวิ่งไปเรื่อยๆด้วยความเร็วที่ทำลายสถิติโลกได้เลยทีเดียว วิ่งผ่านประตูหน้าโรงเรียน ผ่านสถานที่ต่างๆมากมาย ผู้คนมากมายกล่าวทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม แต่เธอไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะตอบรับกลับไป ทำได้เพียงวิ่งผ่านไปเฉยๆ ปล่อยให้พวกนั้นงงต่อไป



ขาเรียวสวยมาหยุดอยู่ที่สวนหลังป้อมอัศวินอันเป็นที่เกิดเหตุ เสียงหอบหายใจรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นตามไรผมสีน้ำตาลสวย ริมฝีปากเรียวอ้าไม่หยุดเหมือนกับคนขาดออกซิเจน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจกับภาพที่เห็นข้างหน้า



ลูคาซัสนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น แต่ดูแล้วคงยังไม่ตาย แค่ลุกไม่ขึ้น คาโอกำลังต้านเวทย์ของฝ่ายชายชุดดำอยู่เฉกเช่นคราวที่แล้ว ส่วนคาเรก็อยู่กับซาลิสซ่าที่กำลังสู้กับนาวิลล่า ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจทันที มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมซาลิสซ่ากับนาวิลล่าถึงสู้กันเอง ทำไม!! เฟรินยืนดูทั้งสองสู้กันอยู่นานด้วยความสับสน



พลันดาบที่อยู่ในมือซาลิสซ่าก็ถูกปัดออกไปให้พ้นทางที่มือจะเอื้อมไปเก็บมาได้ ดาบเล่มยาวจ่อที่ลำคอระหงอย่างหวังเอาชีวิต เด็กสาวที่แสนจะเรียบร้อยและอ่อนโยนคนนั้น กำลังจะฆ่าซาลิสซ่า เสียงตะโกนในใจเฟรินดังขึ้น แต่ด้วยความตกใจทำให้เธอไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้เลย ได้แต่เฝ้ามองการต่อสู้ต่อไป



\"นาวิลล่าเธอ?? เธออยู่ฝ่ายชายชุดดำอย่างนั้นหรอ\" ซาลิสซ่าถามอย่างไม่แน่ใจ หลังจากที่มาด้าออกไปแล้ว ลูคาซัสก็กำลังปะมืออยู่กับชายชุดดำคนหนึ่งอยู่ก็ถูกนาวิลล่าแทงจากด้านหลัง แต่คิดว่ายังคงไม่ตาย แล้วนาวิลล่าก็ตวัดดาบหันมาทางเธอกับคาเรที่ยืนอยู่ แล้วการต่อสู้ระหว่างเราสองคนก็เริ่มขึ้น



\"ใช่ ฉันอยู่ฝั่งนั้น ที่ฉันเข้ามาเรียนโรงเรียนนี้ก็เพื่อสืบเรื่องคาเรเท่านั้น และน่าที่ของฉันคือฆ่าเขาเมื่อไหร่ก็ได้ที่มีโอกาส แต่มันกลับไม่มีเลย ไม่มีซักนิดเดียว ทุกครั้งที่ฉันจะลงมือเธอ..ซาลิสซ่า ก็มักจะมาขวางฉันไว้ได้ทันเสมอ แต่วันนี้ไม่มีอีกแล้วไม่มีอะไรจะมาขัดขวางฉันได้อีก\" นาวิลล่าพูดพลางกลั้วหัวเราะอย่างถูกใจ



\"ไม่!! ฉันไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้นแน่ เดี๋ยวพวกพี่เฟรินก็กลับมา พวกเธอต่างหากที่ควรจะกลับไปได้แล้ว\" ซาลิสซ่าตะโกนออกมาอย่างเหลืออด นี่เธอถูกหลอกมาตลอดเลยงั้นหรอ ยัยนั่นเห็นเธอเป็นแค่คนโง่ที่หลอกได้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ แต่ประโยคต่อมาก็ทำเอาซาลิสซ่าถึงกับตาค้างด้วยความตกใจ



\"เธอคิดว่าพวกพี่เฟรินจะกลับมาทันรึไง หรือว่าถ้าทันก็คงมาเก็บศพพวกเธอนั่นแหละ เธอคิดหรอว่าฉันจะปล่อยให้มาด้ารอดไปบอกข่าวพวกพี่เฟรินได้\" นาวิลล่าพูด นัยน์ตาฉายแววชั่วร้ายซึ่งบ่งบอกได้ดีว่าเธอไม่ได้พูดเล่น



\"มาด้า......\" ซาลิสซ่าเผลอเรียกชื่อเพื่อนสนิทออกมา นัยน์ตาสีฟ้าไหววูบไป ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที



\"เธอมันอำมหิต นาวิลล่า ฉันไม่น่าไว้ใจเธอเลย ฉันไม่น่าเป็นเพื่อนกับเธอเลย เธอมันเลวที่สุด นังสารเลว!!\" ซาลิสซ่าด่าทอหญิงสาวที่ยืนเอาดาบจ่อคอตัวเองอยู่อย่างหมดความอดทน ใบหน้าของผู้ถูกด่าแดงด้วยความโกรธขึ้นมาทันที



\"เธอเงียบไปซะดีกว่า ฉันยังไม่อยากจะฆ่าเธออีกคน คนที่ฉันต้องการมีเพียงคนเดียวเท่านั้น\" นาวิลล่าพูดแล้วเหลือบตาไม่มองคาเรทียืนอยู่ในข่ายเวทย์ที่คาโอสร้างขึ้น



\"ไม่มีทางหรอก ฉันไม่มีทางให้เธอสมหวังแน่\" ซาลิสซ่าพูดแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เธอประมาทนาวิลล่าเกินไป ยัยนั่นใช้จุดอ่อนของเธาให้เป็นประโยชน์!!



\"ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูสิ\" นาวิลล่าพูดอย่างท้าทาย ซาลิสซ่าแย้มรอยยิ้มอย่างน่ากลัว ปากเริ่มบริกรรมคาถาอย่างชำนาญ ท้องฟ้าในยามสายของวันแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ายฝนจะตก ลมพัดกระโชกจนทำให้คนปลิวได้ ถ้ายืนไม่มั่นคงพอ แต่ร่างบางของฝ่ายศัตรูกลับยืนเฉย เธอแย้มรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา รอยยิ้มที่ขัดกลับบุคลิกสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง



\"มีปัญญาทำได้แค่นี้งั้นหรอ งั้นฉันก็คงต้องให้เธอหลับไปแล้วล่ะ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเรื่องราวเหล่านี้มันก็คงจะจบไปแล้ว\" นาวิลล่าพูดแล้วบริกรรมคาถาเช่นเดียวกัน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าดังเดิม ลมที่พัดเมื่อกี้หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน ซาลิสซ่าล้มลงนอนกับพื้น ดวงตาปิดสนิทเหมือนคนนอนหลับ แต่เธอถูกมนตร์สะกด



\"ต่อไปก็ถึงตานายแล้วนะหนูน้อย\" นาวิลล่าพูดเสียงเย็น แล้วเดินเข้าไปใกล้ข่ายเวทย์มากขึ้น ดาบในมือถูกกระชับเพื่อให้มั่นคง เฟรินยืนมองอยู่อย่างนั้น เธอควรจะทำอย่างไรดี เธอจะเข้าไปตอนนี้เลยหรอ แต่ถ้าไม่เข้าไปช่วยคาเรต้องแย่แน่ๆ ไวเท่าความคิดร่างบางของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ก้าวเดินเข้าไปในสวนอย่างเงียบสงบ วิชาประจำตระกูลที่ถูกฝึกมาอย่างดี ถูกนำมาใช้อีกรอบ



ข่ายเวทย์ที่ล้อมรอบคาเรไว้ ถูกคลายออกเพียงเวลาไม่ถึงนาที นาวิลล่ายิ้มอีกครั้งอย่างพอใจ เธอจะได้เสร็จสิ้นภารกิจซะที พอเสร็จสิ้นภารกิจนี้ เธอก็จะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว



\"ขอให้ไปสู่สุคตินะ หนูน้อย\" นาวิลล่าพูด แล้วง้างดาบขึ้นหมายจะฟาดฟัดให้ขาดครึ่ง แต่เพียงชั่ววินาทีเท่านั้น ก่อนที่ดาบจะฟันลงไป ก่อนที่มันจะสายเกินไปสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง



เคร้ง!!



เสียงดาบกระทบกันดังขึ้น นาวิลล่าหันไปมองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นดาบที่กระทบกับดาบเธอเมื่อครู่ ผ่าปฐพี!! เสียงร้องดังกึกก้องในใจ และในเมื่อดาบอยู่เจ้าของจะไม่อยู่ได้ยังไง นาวิลล่าหันไปมาทางที่มาของดาบพร้อมกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ



นั่นใคร!!



เสียงร้องถามดังกึกก้องในใจ นั่นคือใครกันแน่ ผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่มีผมและนัยน์ตาสีดำสนิทราวกับรัตติกาล ผู้หญิงที่มีโครงหน้าคล้ายกับเจ้าของดาบอย่างมาก ผิดกันแค่สีผมกับสีตาเท่านั้นเอง ว่าแต่เธอคือใครกันแน่ นัยน์ตาสีดำรัตติกาลมองมายังเธออย่างเย็นชา มันดูว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว ความรู้สึกกลัวจับใจแล่นเข้าสู่หัวใจเป้นครั้งแรกในชีวิต ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเท่านี้มาก่อนเลย



\"เจ้าเป็นใคร!!\" นาวิลล่าตะโกนถามไป แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา คนถูกถามยังคงเงียบ ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบเสียจนน่าแปลก น่าแปลกจริงๆ



\"ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร ตอบมาสิ\" นาวิลล่าถามอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมา เธอมองอย่างลังเลใจเล็กน้อย นั่นจะใช่รุ่นพี่เธอรึเปล่า รุ่นพี่ที่ยิ้มแย้มและขี้เล่นเสมอ ใช่รึเปล่า



\"หยุดการกระทำของเธอซะ ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป อย่าให้ชีวิตที่ยังอีกยาวนานของเธอ ต้องมาจบลงภายใต้น้ำมือฉัน\" เฟรินเอ่ยเสียงเย็น พลางปัดดาบของรุ่นน้องผู้ทรยศออกห่างจากคาเร



\"ไม่!! เธอนั่นแหละถอยไปเดี๋ยวนี้ อย่ามาขัดขวางงานของฉัน ถอยไป\" นาวิลล่าตอบกลับมา แววตาแสดงความโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด พูดอยางนี้แสดงว่าหยามเธอน่ะสิ พูดอย่างนี้เหมือนว่าเธอสู้ไม่ได้งั้นหรอ เธอจะแสดงให้ดู



\"ในเมื่อพูดกันดีๆไม่ฟัง คงต้องใช้กำลังซะแล้วล่ะ\" เฟรินพูดอีกครั้ง พลันดาบที่หนักขนาดผู้ชายบางคนยังยกไม่ไหวก็ถูกตวัดอย่างคล่องแคล่วทันที นาวิลล่าเอี้ยวตัวหลบอย่างชำนาญ แต่มันก็สร้างบาดแผลไว้ที่แขนของศัครูได้อย่างไม่ยากเย็น เลือดสีแดงไหลรินออกมาจากแขนของนาวิลล่า



\"ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้อย่าทำ\" นาวิลล่าพูดแล้วง้างดาบในมือ ฟาดมันลงไปที่เฟริน แต่เธอยกผ่าปฐพีขึ้นมากันไว้อย่างไม่ยากเย็น



\"ฉันต่างหากที่เป็นคนพูด ถ้ามีปัญญาทำได้แค่นี้ก็อย่าทำซะเถอะ เธอสู้ฉันไม่ได้อยู่แล้ว เธอก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วจะดันทุรังสู้ต่อไปทำไม\" เฟรินเอ่ยออกมาอีกครั้ง แต่คนถูกสั่งสอนกลับไม่รู้สึกอะไร เธอแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย แล้วการปะทะดาบก็เริ่มขึ้นทันที



เคร้ง!!



เคร้ง!!



เคร้ง!!



เคร้ง!!



เคร้ง!! เสียงดาบประทะกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนที่ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้เลย นาวิลล่าถือว่าเป็นนักดาบที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง แต่เธอยังขาดไปสิ่งหนึ่ง สิ่งที่เรียกว่า \'ความเชื่อใจ\'



เคร้ง!!



เคร้ง!!



การปะทะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครหันกลับไปสนใจเด็กน้อยที่นั่งอยู่โดยไม่มีข่ายเวทย์อีกต่อไปแล้ว คาโอรับมือกับชายชุดดำ เฟรินสู้กับนาวิลล่า ไม่มีใครที่จะมีเวลามาปกป้องคาเรแม้แต่น้อย และเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น



\"ไปจัดการเด็กนั่นซะ\" เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆพยักหน้า แล้วย่างเท้าเข้าไปใกล้คาเร ร่างสูงของบุรุษแปลกหน้าเดินไปหยุดหน้าเด็กน้อย มีดสั้นเล่มเล็กๆถูกดึงออกมาจากปลอกที่ติดอยู่กับรองเท้า เขาก้มตัวลงให้มีความสูงเท่ากันคาเรที่นั่งอยู่



แสงวาววับที่สะท้อนเข้าตาเฟริน ทำให้หญิงสาวหันกลับมาดูทันที ภาพชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆคาเรทำให้เธอตกใจมาก จนควบคุมสติไม่อยู่ พุ่งเข้าไปหาร่างของเด็กน้อยทันที แต่นาวิลล่าก็เข้ามาขวางไว้ แถมยังสร้างบาดแผลที่แขนให้เธอ เลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกมาจากบาดแผลลึก แต่เธอกลับไม่สนใจ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือช่วยคาเร



\"อย่าเหม่อสิ ท่านธิดาแห่งความมืด เดี๋ยวผิวสวยๆจะเป็นรอยซะหมดนะ\" นาวิลล่าพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ การที่เธอจะจัดการกับธิดาแห่งความืดตอนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสู้กับคนที่ไม่มีใจอยากจะสู้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่จะเอาชนะ แต่แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก มันไม่สาสมกับคำที่ดูถูกเธอไว้ มันต้องเจ็บปวด มันต้องได้เห็นเด็กนั่นตาย!!



\"หลีกไป!!\" เสียงคำสั่งดังขึ้นจากผู้ที่ได้ชื่อว่า ธิดาแห่งความมืด แต่นาวิลล่าไม่สนใจ กลับยิ้มออกมาอย่างสะใจ



\"ฉันบอกให้หลีกไป!!\" เฟรินพูดอีกครั้ง แต่นาวิลล่าก็ยังคงทำเช่นเดิม ใช่ ทรมานเข้าไป เจ็บปวดเข้าไปสิ เธอต้องเจ็บปวดมากกว่านี้ธิดาแห่งความมืด เธอต้องโศกเศร้าเสียใจไปชั่วชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอ



\"ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ\" นาวิลล่าเอ่ยถามออกมาอย่างกวนประสาท เฟรินหันไปมองด้วยสายตาเย็นเฉียบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเกลียดผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจับใจ คนที่เคยเป็นรุ่นน้องแสนน่ารัก คนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันอาทิตย์กว่า คนที่มักจะอ่อนโยนและละเอียดอ่อนเสมอ คนที่เธอไม่นึกว่าจะทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้



\"นาวิลล่า ฉันเตือนเธอครั้งสุดท้าย จงหลีกไปซะ\" เฟรินพูด แล้วหลุบเปลือกตาลงต่ำ ถ้ามันจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยคาเรได้ ถึงแม้เธอต้องฆ่าคนที่อยู่ข้างหน้าขณะนี้ ก็ต้องทำ



\"ฉันบอกแล้วว่าไม่หลีก เอ้า บอกลาลูกชายสุดที่รักซะสิ\" นาวิลล่าพูด เฟรินจึงหันกลับไปมองที่คาเรทันที เด็กชายยังนั่งเหม่อราวกับถูกมนตร์สะกด มีดสั้นเล่มเล็กถูกจ่อที่ตรงหัวใจ หากว่าชายแปลกหน้าคนนั้นกดลงไปซักนิด มันคงจะทะลุผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็น



\"คาเร!! หลีกไป คาเร!!\" เฟรินพยายามตะโกนบอกเด็กน้อย แต่มันกลับไม่ได้ผล ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะตอบกลับมา คาเรหลบสิ วิ่งหนีสิ ใช้พลังสิ พลังที่มีอย่างไม่จำกัดไง ใช้มันสิ ใช้มันเพื่อปกป้องตัวเอง ใช้สิคาเร เฟรินพยายามพูดกับเด็กน้อยในใจ แต่มันกลับไม่ได้ผลเลยซักนิด ไม่มีประโยชน์ ทำอะไรไม่ได้เลยรึไงนะ และแล้วความคิดก็หยุดลงเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น



ฉึก!!





...................................................................................................................................................................................





100% ค่า



ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อย



ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ



MiSS Miss MisS YoU...^o^



P.s ถึงคุณหมีขาวค่า



คือว่าช่วยโพสต์ Url ของฟิคใหม่ให้หน่อยได้มั้ยคะ



คือว่ามูนจำไม่ได้อะค่ะ



ขอบคุณล่วงหน้าค่า





                                                                            >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

353 ความคิดเห็น