ll หัวขโมยแห่งบารามอส ll ForEver TiME... ชั่วนิรันดร์...

ตอนที่ 15 : ~๐(>////<)๐~ อนาคต - สงคราม ~๐(>////<)๐~

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ส.ค. 48



เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังขึ้นในสวนหลังป้อมที่ควรจะเงียบสงบ ทำให้ผู้คนที่อยู่ในห้องพักเปิดหน้าต่างออกมาดู แล้วก็ต้องรีบปิดกลับด้วยความเร็วกว่าแสง เมื่อสบเข้ากลับนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยของท่านหัวหน้าป้อม ผู้นั่งจิบน้ำชาอยู่กับผู้คุมกฏสาวพระคู่หมั้น และราชินีจันทราอย่างเงียบๆใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตะหง่านอยู่กลางสวนสวยที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ



ถัดออกมามีร่างของคน 4 คนยืนปั้นตุ๊กตาหิมะอยู่ ถ้าลองเพ่งดูดีๆแล้วก็จะเห็นว่าไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาก็คือ จ้าวปีศาจเอวิเดสแห่งเดมอส คิงวอริเออร์บาโรแห่งคาโนวาล จอมภูติคาเดียแห่งสโนวแลนด์ และน้องชายของผู้วิเศษคาโอแห่งคาโนวาล ทั้งสี่เล่นกันอย่างสนุกสนานราวกับว่าย้อนอายุกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง มันเป็นเพียงเวลาหนึ่งที่พวกเขาจะได้ใช้ร่วมกันอย่างมีความสุข



\"เฟลิโอน่า หลังจากจบจากที่นี่หลานจะไปอยู่ที่ไหนหรอ\" เสียงหวานของราชินีจันทราดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนถูกถามเกือบสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มอยู่



\"แค่ก แค่กๆ ท่านอาว่าอะไรนะฮะ\" เฟรินถามย้ำอีกครั้ง เมื่อกี้เธอคงจะหูฝาดไปเป็นแน่ ราชินีจันทราถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะถามออกมาอีกครั้ง



\"อาถามว่า หลานจะไปอยู่ที่ไหนหลังจากจบจากเอดินเบิร์ก หลานคิดไว้หรือยัง อีกแค่ปีเดียวเองนะจ๊ะ คาโนวาล เดมอส หรือว่าบารามอส\" ราชินีถามอย่างจริงจัง คนถูกถามกลืนน้ำลายเอื๊อก คาโนวาลมาเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย!!



\"ก็คงจะเป็นเดมอส ไม่งั้นก็บารามอสฮะ ว่าแต่ทำไมผมจะต้องไปอยู่คาโนวาลด้วยล่ะ\" เฟรินตอบพลางถามออกไปอีกครั้งอย่างสงสัย แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็ทำเอาหญิงสาวเกือบตกเก้าอี้ลงไปกองกับพื้น



\"อ้าว อานึกว่าพอเรียนจบหลานจะแต่งงานกับคาโลแล้วไปอยู่ที่คาโนวาลซะอีก\" ราชินีอุทานพร้อมตอบกลับมา ส่วนคนที่ถูกกล่าวถึงทั้งสองก็หน้าขึ้นสีเรื่อด้วยความอาย



\'ท่านอานะ ท่านอา ใครบอกว่าผมจะแต่งงานกับไอ้น้ำแข็งงี่เง่านั่นเล่า\' เฟรินคิดในใจแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป ราชินีจันทรามองทั้งสองอย่างประหลาดใจ แล้วเอ่ยถามคำถามที่ทำให้หญิงสาวเกือบตกเก้าอี้เป็นรอบที่สอง



\"นี่ตกลงว่าจะไม่แต่งแล้วไปอยู่ด้วยกันเฉยๆอย่างนั้นหรอ ทำอย่างนั้นไม่ได้นะเฟลิโอน่า นั่นเป็นการเสียเกียรติ์เจ้าหญิงแห่งเดมอสนะ\" ราชินีจันทราพูดออกมาทั้งๆที่รู้อยู่ในใจอยู่แล้ว ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าพระองค์ทรงมีพลังในการอ่านใจ และสามารถมองเห็นอนาคตได้ เฟรินชักสีหน้าปุเลี่ยนแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เสตาไปมองลูกชายสุดที่รักที่เล่นปั้นตุ๊กตาหิมะอยู่อย่างสนุกสนาน



\"เฟลิโอน่า ยังไม่ตอบคำถามอาเลยนะ\" ราชินีจันทราเอ่ยทวงคำตอบ ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว เธอแค่อยากจะให้หลานสาวพูดออกมาด้วยปากของตัวเองเท่านั้น



\"ท่านอาฮะ ผมยังไม่ได้คิดไว้ ไว้ผมคิดได้แล้วจะตอบนะฮะ\" เฟรินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ วิ่งไปร่วมเล่นกับคาเร สองกษัตริย์และหนึ่งจอมภูติที่ปั้นเริ่มเป็นตุ๊กตาหิมะแล้ว



\"โธ่เฟลิโอน่า แล้วอย่างนี้ท่านจะทำอย่างไรล่ะเจ้าชายคาโล\" ราชินีจันทราหันกลับไปถามเจ้าชายคาโลที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ



\"อย่างที่เฟรินว่าแหละพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันยังไม่ได้คิดอะไรไว้เลย\" คาโลตอบสีหน้าเรียบเฉย



\"อย่าโกหกเลยคาโล วาเนบลี เจ้าคิดไว้แล้ว คิดไว้นานมากแล้วด้วยต่างหาก แล้วเจ้าไม่คิดจะบอกให้ข้ารู้หน่อยรึไง ในฐานะที่เป็นอาของว่าที่พระชายาของเจ้าในอนาคต\" ราชินีจันทราเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน



\'ถ้าหากนางรู้ทุกอย่างแล้วจะถามทำไมนะ\' คาโลคิด พลันนัยน์ตาสีฟ้าสวยก็เผลอไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทมีอำนาจของราชินีจันทราที่แย้มรอยยิ้มรอคำตอบ



\"ข้าไม่รู้ทุกอย่างหรอกคาโล วาเนบลี ในโลกนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ข้าไม่รู้\" ราชินีพูดออกมาอย่างในรู้สิ่งที่ชายหนุ่มคิด เขาถอนหายใจ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมา



\"คงไม่มีอะไรที่ข้าจะปิดบังท่านได้\"



\"แล้วตกลงเจ้าจะตอบข้าได้รึยัง ว่าเจ้ามีแผนอะไรอยู่ในใจ\" ราชินีจันทราถามอีกครั้งอย่างต้องการคำตอบ คาโลมองหน้านางนิ่งชั่วครู่อย่างชั่งใจ ถอนหายใจเล็กน้อย ถึงเขาจะไม่บอก นางก็ต้องรู้อยู่ดี สู้บอกๆไปเลยดีกว่า



\"ข้าคิดว่า...............................\" ชายหนุ่มอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกว่าน้ำลายเฝือดคอ ใบหน้าเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆทั้งๆที่เมื่อกี้ยังชาด้วยความหนาวเย็นอยู่เลย



\"เจ้าก็ตอบมาสิ คาโล วาเนบลี หรือว่าเจ้าไม่มั่นใจ ข้าขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ ถ้าหากเจ้าไม่คิดจะจริงใจต่อเฟลิโอน่า เจ้าก็จงอยู่ห่างๆนางซะ อย่าทำให้นางต้องเสียใจ ไม่ฉะนั้นคาโนวาลจะราบเป็นหน้ากอง\" ราชินีเอ่ยอย่างเยือกเย็น



\"ข้าไม่มีวันทำให้นางเสียใจแน่นอน ท่านจงวางใจเถอะ เพราะถ้านางเสียใจข้าจะเสียใจยิ่งกว่านางร้อยเท่า เพราะนางคือคนแรกและคนสุดท้ายที่ข้าจะรัก ข้าจะไม่มีวันทำให้นางต้องเจ็บปวดเด็ดขาด ข้าสัญญา\" คาโลตอบกลับมาอย่างมาดมั่น นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยส่องประกายมั่นใจ



\"ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ดี ขอให้เจ้ารักษาสัญญาด้วยคาโล วาเนบลี หวังว่าข้าคงจะดูคนไม่ผิด\" ราชินีจันทรากล่าว แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปร่วมวงด้วยอีกคน





ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาอยู่กลางหัวบ่งบอกถึงเวลาเที่ยงวัน หลังจากเล่นกันมานานหลายชั่วโมงแต่ไม่มีใครมีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรือนั่งพักเลยซักคน คาโลที่ไม่ขอเข้าไปร่วมวงด้วยยังคงนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจใคร จนเสียงหนึ่งดังขึ้น



\"คาโล!!\" เสียงหวานที่ดังเรียกมา ทำให้ชายหนุ่มลดหนังสือลงจากใบหน้า เป็นจังหวะเดียวกับก้อนหิมะขนาดเท่ากำปั้นลอยมากระทบหน้าเจ้าชายหนุ่มอย่างจัง ตามติดมาด้วยเสียงหัวเราะของเจ้าหญิงตัวยุ่ง



\"ฮะ ฮะๆๆ\" หญิงสาวผู้ทำตัวไม่สมหญิงยังคงหัวเราะต่อไป ร่างบางล้มลงไปกองกับพื้นเพราะหัวเราะจนลุกไม่ขึ้น คาโลปัดหิมะออกจากใบหน้า แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงมานี่ ร่างสูงก้าวฉับๆตรงมายังคนที่นั่งหัวเราะอยู่กับพื้น



\"ขอโทษนะครับ เดี๋ยวขอตัวเฟรินซักครู่\" คาโลพูดกับ 2 กษัตริย์ 1 ควีน และ 1 จอมภูติ ทั้ง 4 พยักหน้าอย่างเข้าใจ คาโลจึงดึงแขนเจ้าตัวยุ่งที่ยังหัวเราะไม่หยุดให้ลุกขึ้น แล้วลากออกไปจากสวนทันที



ทางเดินที่มีคนเดินกันพลุกพล่านเพราะเป็นเวลาอาหารเที่ยงแล้ว ระหว่างทางที่คาโลลากเฟรินไปนั้น ผู้คนก็หันมามองไปตลอดทาง แล้วร่างสูงก็ลากร่างบางของหญิงสาวไปหยุดที่หน้าประตูห้องนั่งเล่นของปี 6 เปิดประตูเข้าไปดังปัง ไม่มีใครอยู่ข้างในอย่างที่เขาคาดไว้ เพราะตอนนี้คงรวมกันอยู่ที่ห้องอาหารเป็นแน่



ปากเรียวพึมพำอะไรบางอย่าง ประตูห้องก็ถูกปิดลงแล้วล็อคกลอนอย่างสมบูรณ์แบบ คนที่เริ่มรู้สึกตัวว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ซะแล้ว หยุดหัวเราะ ยิ้มแหยๆอย่างขอโทษ แต่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยกลับไม่สนใจ ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ



\"คะ..คาโล ใจเย็นๆ ฉันขอโทษ\" เฟรินเอ่ยเสียงอ่อยแต่มันหาได้ผลไม่ ขายาวยังคงเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ



\"คาโล ฉันขะ.....\" เสียงขาดหายไป เมื่อริมฝีปากเรียวประกบเข้ากับริมฝีปากบางของคนจะแก้ตัว ริมฝีปากที่บดเคล้าเข้ามาบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ของคนจูบเป็นอย่างดี เฟรินพยายามดิ้นเต็มที่ แต่มันกลับไม่ได้ผลแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ริมฝีปากผละออกจากันเพื่อให้ฝ่ายถูกจู่โจมหายใจ แล้วก็ประกบเข้ามาต่ออย่างไม่เว้นจังหวะให้ขัดขืน ร่างบางที่เคยพยายามดิ้นรนเต็มที่โอนอ่อนลงเรื่อยๆ จนหยุดขัดขืนไป และพวกเขาคงจะยังจูบกันต่อไปถ้าเกิดว่าเสียงหนึ่งไม่ดังขึ้นซะก่อน



\"เฮ้ พวกนายนี่มันห้องนั่งเล่นส่วรวมนะ อยากทำอะไรก็ไปทำที่ห้องตัวเองสิ\" เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้น เฟรินอาศัยจังหวะที่คาโลกำลังเผลอยันคนชอบฉวยโอกาสดังโครม ใบหน้ามนแดงแปร็ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อหันไปมองผู้เข้ามาช่วยชีวิต ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก กขค กิตติมศักดิ์ คิลมัส ฟีลมัส แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีนักฆ่าแค่คนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมชั้นจอมสอดรู้อีกเป็นขโยง



\"พวกนายนี่น้า ชอบทำเหมือนว่าอยู่กันแค่สองคนอยู่เรื่อย\" โรเปรยออกมาอย่างไม่ใสใจ แล้วเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวที่นั่งประจำ



\"พะ..พวกนายมาตั้งแต่เมื่อไหร่\" เฟรินถามออกมาอย่างติดๆขัดๆ นัยน์ตาสีต้ำตาลคู่โตจับจ้องไปที่ใบหน้าของเพื่อนๆแต่ละคนที่ติดจะแดงนิดๆอย่างเอาเรื่อง



\"ก็ตั้งแต่พวกนายจูบกันน่ะสิ ยืนรอตั้งเกือบ 20 นาที เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว\" คิลพูดแล้วเอนตัวพิงไหล่เจ้าหญิงเรนอนคนงามที่นั่งอยู่ข้างๆ



\"คุณคิล!!~\" เสียงหวานติดจะดุดังออกมาจากปากเจ้าหญิงคนงามให้นักฆ่าที่ทำอะไรไม่รู้จักกาละเทศะ เอนไปพิงพนักแทน



\"คาโล นายจะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ยน่ะ\" คิลถาม เจ้าชายที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้นด้วยแรงถีบอย่างลุกไม่ขึ้น ร่างสูงหันมาจ้องเขม็ง ยันตัวลุกจากพื้นแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ประจำของตัวเอง



\"นายไม่ต้องมองอย่างนั้นเลยนะ ก็พวกนายอยากจะทำอะไรไม่รู้จักที่เองนี่นา ดีนะที่เป็นพวกฉันเข้ามาเห็น ถ้าเป็นพ่อมันกับพ่อแกล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น\" คิลเปรยออกมาพลางยิ้มยิงฟันอย่างกวนประสาทก่อนที่คาโลจะเอ่ยปากว่า



\"ฉันกลับไปหาคาเรก่อนล่ะ\" เฟรินพูดแล้วเดินจากกลุ่มเพื่อนไปด้วยความเร็ว มือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตู แต่ยังไม่ทันได้บิดประตูก็ถูกเปิดออกซะก่อน ร่างของกษัตริย์ ราชินี และจอมภูติเดินเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กของเด็กน้อยที่นอนอยู่ในอ้อมแขน



\"ท่านพ่อ มีอะไรหรอฮะ\" เฟรินถามอย่างสงสัย คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ



\"เห็นว่ายังไม่กลับไปเลยมาตามน่ะ คาเรก็หลับไปแล้วด้วย\" จ้าวปีศาจตอบกลับมา เฟรินมองที่คาเดียที่อุ้มคาเรอยู่แล้วรีบวิ่งไปรับร่างของเด็กน้อยมาทันที



\"ว่าแต่มาทำอะไรกันที่นี่รึ\" เอวิเดสถามขึ้นอีก เมื่อมองไปยังโซฟาที่มีปี 6 นั่งกันหน้าสลอนอยู่



\"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกฮะท่านพ่อ แต่ผมกำลังอยากจะปรึกษาท่านพ่อพอดีเลย ไม่ทราบว่าจะว่างรึเปล่า\" เฟรินถาม เอวิเดสมองด้วยสายตาประหลาดใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ เก้าอี้ตัวสวย บุด้วยผ้าเนื้อดี 5 ตัว ปรากฏขึ้นแล้วจ้าวปีศาจก็นั่งลงพร้อมกับคนอื่นๆ



\"คือว่าเรื่องคาเร คาเรกำลังถูกคนตามล่า.................................  ผมอยากจะฝากคาเรไว้กับท่านพ่อซักพักจนกว่าจะจับคนร้ายได้ได้มั้ยฮะ\" เฟรินเริ่มเล่าเรื่องทั้หมดให้ทุกคนฟังอย่างจิรงจังแล้วเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจในประโยคสุดท้าย



\"มันเป็นใคร!!\" สุรเสียงที่เกรี้ยวกราดดังกึกก้องไปทั่วห้อง ทำเอาทุกคนเสียวสันหลังวาบ



\"ตอนนี้ยังไม่รู้ฮะ ผมถึงอยากจะฝากคาเรไว้กับท่านพ่อ\" เฟรินพูด เอวิเดสมองหน้าลูกสาวสุดที่รักอย่างชั่งใจ แต่ก็พยักหน้าตกลง



\"เดี๋ยว\" เสียงทุ้มออกมาจากปากของคิงบาโรผู้นั่งเงียบมา ทุกคนจึงหันไปมองด้วยความสนใจ



\"มีอะไรหรอเพคะ\" เฟรินเปลี่ยนสรรพนามการพูดทันที แต่คิงบาโรก็ยังไม่ตอบอะไรกลับมา ใบหน้าคมของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ฉายแววไม่พอใจอย่างหนัก



\"ให้คาเรไปอยู่กับฉันที่คาโนวาล ที่เจ้าไม่ให้คาเรไปอยู่คาโนวาลเพราะกลัวว่าคาโนวาลจะดูแลคาเรไม่ได้อยางนั้นหรึ เฟลิโอน่า\" คิงบาโรถามเรียบๆ แต่ใบหน้าของฝ่ายท่านตาเคร่งขึ้นมาทันที



\"ไม่ใช่เพคะ แต่หม่อมฉัน........\" เฟรินกำลังจะอธิบายแต่ก็ถูกขัดขึ้นก่อน



\"ไม่ได้คาเรต้องไปอยู่เดมอส\" เอวิเดสพูดเสียงเย็น แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคิงบาโรอยู่แล้ว ทั้งสองจ้องกันเขม็ง ไม่มีใครยอมละสายตาไปก่อน เพราะถ้าละสายตาไปเท่ากับว่ากลัวอีกฝ่าย



\"คาโนวาล\" คิงบาโรพูดอีกครั้งเพื่อเน้นย้ำ ใบหน้าของจ้าวปีศาจเย็นชาขึ้นมาทันที แล้วประโยคต่อไปที่หลุดออกมาจากปากก็ทำเอาทุกคนตกตะลึงไปตามๆกัน



\"งั้นสงสัยเราต้องทำสงครามกันซะแล้วล่ะ ข้าไม่เคยคิดจะยกหลานข้าให้ใครอยู่แล้ว ท่านก็รู้นี่บาโร\" เอวิเดสเอ่ยเสียงเย็นเหยียบ เฟรินลอบกลืนน้ำลายอยากจะตะโกนออกมาแทบตาย \'แค่หลานคนเดียวจะทำสงครมกันทำม๊ายยยย\' แต่ก็ได้แต่นั่งสงบเสงี่ยมต่อไป



\"ได้ คาโนวาลรับคำท้าเสมอ คาเรเป็นหลานข้าเช่นกัน เพราะงั้นข้าไม่ทางแพ้แน่นอน\" คิงบาโรพูด แล้วลุกขึ้นยืน หันหลังกลับไปเดินไปยังประตูทันที แต่ก่อนที่จะก้าวออกจากห้องก็ได้ทิ้งประโยคที่แสนหน้าปวดหัวไว้ให้



\"อีก 3 วันเจอกันในสนามรบ\" จบประโยคร่างของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็เดินออกจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูดังกึกก้อง ใบหน้าของผู้ที่ยังอยู่ในห้องถอดสีกันหมด จะเว้นก็แต่เอวิเดสและราชินีจันทราเท่านั้น



\"ท่านพ่อจะทำสงครามจริงๆหรอฮะ\" เฟรินถามอย่างนึกให้คำพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องล้อเล่นแค่นั้น



\"แน่นอน เดมอสไม่แพ้คาโนวาลแน่ เห็นทีพ่อต้องขอตัวกลับก่อนล่ะ อีก 3 วันเจอกันนะเฟลิโอน่า ลูน่าไปกันเถอะ\" เอวิเดสพูดกับเฟริน แล้วลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ร่างของจ้าวปีศาจและราชินีจันทราพูดยิ่งใหญ่หายไปทันที



\"จะทำยังไงดีเนี่ย\" เฟรินเปรยออกมาอย่างร้อนใจพลางถอนหายใจอย่างหนักอก เรื่องแค่นี้ต้องทำสงครามกันด้วยรึไง อยากจะบ้าตายจริงๆเลย ไม่น่าจะพูดเรื่องนี้ซะตั้งแต่แรกแล้ว



\"แล้วเราจะทำยังไงดี\" คิลถามอย่างขอความคิดเห็น แต่เฟรินแค่ส่ายหัวเท่านั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยจับจ้องไปที่ร่างเล็กของผู้เป็นที่รักของใครๆที่นอนรับไม่รู้เรื่องอยู่ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น



\"ฉันก็ไม่รู้ หวังว่ามันคงเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น เพราะถ้าสงครามเกิดขึ้นจริงๆประชาชนจำนวนมากจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ\" เฟรินพูดแล้วหลุบเปลือกตาลงต่ำอย่างใช้ความคิด ไม่มีใครสามารถเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้อีก เพียงเพราะคำพูดแค่คำเดียว คำเดียวเท่านั้นที่เป็นดั่งมีดคมกริบที่ทิ่มแทงจิตใจให้เจ็บปวดยามได้ยิน...สงคราม!!





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





หลังจากครุ่นคิดทางแก้ไขปัญหาอยู่หลายชั่วโมง ก็ไม่มีใครคิดออกซะที ไม่ว่าจะเป็นวิธีอะไร หรือแผนไหนๆก็คงจะหยุดกษัตริย์เลือดร้อนทั้งสองไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าหยุดทั้งสองไม่ได้ ไม่ใช่แต่พวกเธอจะลำบาก ผู้ที่จะลำบากกว่าก็คือปวงประชาทั้งแผ่นดิน ผู้คนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และเมื่อถึงเวลานั้นจริง เลือดจะนองไปทั้งแผ่นดิน!!~



\"ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวแม่ลองไปคุยกับสองคนนั้นดูก็ได้นะ บาโรคงจะไม่ได้ซีเรยสอะไรขนาดนั้นหรอก ไม่ต้องคิดมากหรอกนะจ๊ะ\" คาเดียพูดขึ้นอย่างร่าเริง เฟรินหันมามองนิดหน่อย แล้วก็พยักหน้าตกลงเป็นว่าให้คาเดียจัดการ



\"ขอบคุณฮะท่านแม่\" เฟรินพูดแล้วแย้มรอยยิ้มออกมาในรอบหลายชั่วโมงมานี่



\"ไม่เป็นไรจ้ะ ไปพักผ่อนกันได้แล้วล่ะ เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับบาโรเรื่องสงคราม\" คาเดียพูดอย่างใจเย็น เธอก็เป็นคนอย่างนี้แหละ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ยังคงควบคุมสติอารมณ์ไว้ได้มั่นคงเช่นเดิม ทุกคนพยักหน้ารับแล้วทยอยกันออกจากห้องไป



นัยน์ตาสีทองสวยมองทุกคนจากไปจนลับตา แล้วร่างบางของจอมภูติก็หายไปทันที ด้วยเวทย์เคลื่อนที่ที่ไม่จำเป็นจริงๆเธอก็ไม่อยากจะใช้นัก เพราะมันสูญเสียพลังเวทย์เป็นจำนวนมาก





>>พระราชวังแห่งคาโนวาล<<



เสียงวิ่งทักๆดังไปตลอดทางเดินอันยาวเหยียด ขาเรียวสวยวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดรับการทำความเคารพของใครเลยซักคน นางกำนังและข้าราชบริพารต่างตกใจกันใหญ่ที่เห็นเธอ เพราะเธอผู้นี้ ผู้จากที่นี่ไปเมื่อ 15 ปีก่อนตอนเจ้าชายคาโลอายุเพียง 5 พรรษาเท่านั้น กำลังวิ่งไปยังจุดหมาย ห้องประชุม..!!



ร่างบางของจอมภูติมาหยุดที่หน้าห้อง จัดผมเผ้าให้เข้าที่เรียบร้อย หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าเนื้อดีมาเช็ดตามใบหน้าที่มีเหงื่อออกจำนวนมากเพราะวิ่งมาตั้งแต่มาถึงหน้าพระราชวัง ตามไรผมสีเงินสวยมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นอย่างไม่หยุด แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว มือบางเอื้อมไปผลักประตูบานใหญ่เบื้องหน้าออก



ภายในห้องที่กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียด หันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน แต่จอมภูติกลับไม่รู้สึกหวั่นแม้แต่น้อย เธอก้าวฉับๆด้วยความมั่นใจ ตรงไปหาพระสวามีที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ



\"คาเดีย เจ้ามาทำอะไรที่นี่\" คิงบาโรถามด้วยสุรเสียงที่แปลกใจเป็นอยางมาก ตอนนี้นางน่าจะอยู่ที่เอดินเบิร์กนี่นา



\"ข้ามาเพื่อห้ามท่านบาโร สงครามรังแต่จะสร้างความหายนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ลำบาก แต่ท่านน่าจะนึกถึงประชาชนซักนิด ท่านเคยคิดมั้ยว่าพวกเขาจะลำบากยากเข็นเพียงใด เมื่อสงครามเริ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล คนมากมายต้องล้มตายในสงครามแล้วครอบครัวพวกเขาล่ะจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร หยุดเถอะบาโร อย่าทำสงครามกันเลย\" คาเดียพูดเสียงดังก้อง ทุกคนมองเธอย่างอึ้งๆ คิงบาโรขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างขัดใจ



\"ท่านรับปากข้าได้มั้ยบาโร\" คาเดียเอ่ยถามอีกครั้ง แต่คิงบาโรก็ยังลังเลที่จะตอบ ร่างบางที่เหนื่อยจัดเพราะใช้เวทย์ขั้นสูงและวิ่งมาตลอดทาง ล้มลงกับพื้นแต่โชคดีที่คิงบาโรมารับได้ทันไม่งั้นหัวคงกระแทกพื้นไปแล้ว เปลือกตาค่อยๆปิดลงเรื่อยๆ สติที่มีอยู่เริ่มเลือนลางขึ้นทุกที ภาพสุดท้ายคือใบหน้าของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญกำลังร้องเรียกว่า \'คาเดีย อย่าหลับ\' คำนั้นดังกึกก้องซ้ำไปซ้ำมาในสมอง แล้วดวงตาก็ปิดลงในที่สุด





แสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องบรรทมของคิงบาโร ร่าบางที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่ไหวตัวนิดหน่อย แพขนตาหนากระพือขึ้น นัยน์ตาสีทองสวยฉายแววสงสัยเล็กน้อย มองไปรอบๆสะดุดเข้ากับร่างสูงของผู้เป็นใหญ่ในคาโนวาล ยันตัวขึ้นนั่งบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็แย้มรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเขากำลังหลับอยู่



ใบหน้าหล่อเหลาที่ถึงแม้จะมีรอยแผลเป็นอยู่บนหน้า ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามยังคงเหมือนเดิม ทำให้เธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เรื่อยตั้งแต่พบกันครั้งแรก เสียงทุ้มนุ่มหูที่เมื่อได้ยินแล้วรู้สึกสบายใจ มักจะพูดปลอบโยนยามโศกเศร้า ไหล่กว้างที่ให้พักพิง อ้อมแขนกำยำที่โอบกอดไว้ทุกครั้งยามต้องการใครซักคน มองไล่ไปถึงเส้นผมสีทองสลวยที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังเหมือนเดิม



\"อะ..อืม\" เสียงครางเล็กน้อยดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังมองสะดุ้งอย่างตกใจ นัยน์ตาสีฟ้าสวยมองอย่างฉงน ก่อนเอื้อนเอ่ยออกมา



\"มีอะไรหรอ\"



\"เปล่า ข้าหลับไปนานแค่ไหน\" คาเดียตอบปัดๆ แล้วถามอีกคำถามเพื่อให้อีกฝ่ายลืมเรื่องเมื่อกี้



\"ก็หลายชั่วโมงทีเดียว ตอนนี้พระอาทิตย์ก็จะตกดินอยู่แล้ว ว่าแต่ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรอคาเดีย ว่าห้ามใช้เวทย์เคลื่อนที่ เจ้าก็รู้สภาพตัวเจ้าดี ถึงเจ้าจะแข็งแรงแค่ไหน แต่ก็ไม่ควรใช้\" สุรเสียงดุดังออกมาจากคนที่แสนจะเป็นห่วงเมื่อยามเธอล้มลงต่อหน้าเขา ตอนนั้นหัวใจราวกับจะหยุดเต้น กลัวเธอจะเป็นอะไรไป



\"ก็จะไม่ให้ข้าใช้ได้ไงล่ะ พวกท่านน่ะชอบทำตัวเหมือนเด็ก แค่นี้ก็จะทำสงครามกันแล้ว ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ไม่รู้ว่าข้าคิดถูกคิดผิดที่แต่งงานกันท่าน\" คาเดียพูดแล้วค้อนขวับเข้าให้ ทำเอาใบหน้าคมของกษัตริย์ชอบทำตัวเป็นเด็กงอขึ้นมาทันที



\"เรื่องอย่างนี้ยบอมได้ที่ไหนล่ะ ในเมื่อฝ่ายเดมอสเป็นคนเริ่มสงคราม ทางเราถูกท้ามา ไม่ตอบกลับ คนจะครหากันได้ว่าคาโนวาลขี้ขลาด กลัวเดมอส\" คิงบาโรตอบอย่างจริงจัง แต่จอมภูติส่ายหัวน้อยๆ



\"ท่านนี่นะ ยังไงๆก็ยังเด็กอยู่ดีนั่นแหละ\" พูดแล้วก็แอบหัวเราะคิกๆอยู่ในใจที่ได้ว่าพระสวามีสุดที่รัก



\"เอาเป็นว่า ไม่ว่ายังไงสงครามก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อีก 3 วันเจอกันในสนามรบ ระหว่างนี้ข้าอยากให้เจ้าพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วกลับสโนวแลนด์ไปซะ ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าร่วมสงครามครั้งนี้\" เสียงเย็นชาดังออกมาจากปากเรียวของคิงผู้สูงศักดิ์ แต่นัยน์ตากลับส่อไปอีกทาง มันบ่งบอกได้ว่า เขากำลังเป็นห่วง เป็นห่วงเธออย่างมาก



\"ไม่ล่ะ ข้าจะอยู่ แต่ข้าไม่อยู่ที่นี่ งั้นอีก 3 วันเจอกันในสนามรบอย่างที่ท่านว่าแล้วกัน\" คาเดียพูดแล้วแย้มรอยยิ้มอย่างขำๆให้บาโร แล้วร่างบางของจอมภูติก็หายไปทันที





------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





แสงอรุณแห่งวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพัก ร่างบางของหัวขโมยตัวยุ่งลุกขึ้นจากเตียงอย่างเหนื่อยล้า แล้วตรงเข้าห้องน้ำไปทันที เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนเลย เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องสงครามที่จะเกิดขึ้นมะรืนนี้แล้ว แต่เธอก็หวังนิดๆว่าขอให้ท่านแม่เกลี้ยกล่อมคิงบาโรได้สำเร็จด้วยเถิด



พอออกมาจากห้องน้ำก็พบกับพระคู่หมั้นและทายาทนักฆ่านั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าของทั้งสองดูจริงจังมาก มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ไวเท่าความคิดปากก็ถามออกไปทันที



\"เกิดอะไรขึ้นคาโล คิล\" คำถามที่มั่นคงถึงแม้เสียงจะแผ่วเบาเพราะไม่อยากให้ร่างเล็กที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา ทั้งสองไม่ตอบอะไรพลางยื่นกระดาษใบหนึ่ง มีข้อความอยู่ว่า





                                                                            ประกาศ!!



      ขอให้ประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 วันข้างหน้า อพยพไปอยู่ยังที่ที่ปลอดภัย

  ส่วนผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมด้วยให้มารายงานตัวที่คาโนวาลโดยด่วน


  

        

                                                                                                              ลงนาม



                                                                           บาโร วาเนบลี เดอะ คิงเวอริเออร์ ออฟ คาโนวาล





\"ท่านแม่กล่อมท่านพ่อไม่สำเร็จ\" เฟรินพูดอย่างตกใจ เมื่อประกาศออกมาอย่างนี้ สงครามคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ซะแล้ว



\"มียิ่งแย่กว่านั้นอีกนะ\" คิลพูด แล้วยื่นกระดาษอีกแผ่นให้เฟริน เธอรับมันมาไว้ในมือ แล้วแทบจะทำมันตกพื้นทันทีที่อ่านจบ





      ชาวเอเดนจงฟังไว้ เจ้าจะพินาศย่อยยับในอีก 2 วันข้างหน้า ถ้าหากใครรักตัวกลัวตายก็จงมาที่เดมอสซะ

  ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน






                                                                                                    ลงนาม



                                                                        เอวิเดส เกรเดเวล เดอะ คิง ออฟ เดมอส





ใบหน้าที่เคยอมชมพูซีดเผือกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ กระดาษที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงไปบนพื้น สงคราม!! สงครามไร้สาระที่กำลังจะเกิดขึ้น มันจะคร่าชีวิตผู้คนไปซักเท่าใดกัน..!!





...................................................................................................................................................................................





อัพจบแล้วค่า



เฮ้อ กว่าจาจบตอนนี้ได้



ตอนนี้มูนคิดม่ายออกจริงอ่าค่ะ



ถ้าตัดตอนเร็วไปหน่อยก็อย่าว่ากันเลยนะคะ



ใครมีอะไรอยาก ติ ก็ว่ามาเลยนะคะ



มูนจะรับฟังแล้วเอาไปแก้ไขค่า



Love LoVe LoVE  U..^^





                                                                         >>Minnie~Moonie<<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #322 Helena. (@mint-fah) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 / 23:47
    โตแต่ตัวนะอย่างนี้
    #322
    0
  2. #308 Kochan De' BlackStone (@loveshinichikun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 13:42
    ไร้สาระมากมาย

    #308
    0
  3. #302 bowjung01 (@bowandai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 11:43
    55+

    ทำตัวเป็นเด็กๆกันทั้ง 2 คนเลย

    ทำไมไม่แบ่งวันกันดูคาเรละ

    - -
    #302
    0
  4. #260 fong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2551 / 14:02
    หนุก...
    #260
    0