นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 22 : ผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59

               

               มีคนพยายามบุกเข้ามา?!

                ข้าสะดุ้งกายลุกขึ้นมา ชนเข้ากลับขอบโต๊ะพอดิบพอดี เจ็บจนพูดไม่ออก

                “เร็วๆเข้า มัวแต่ยืนอึ้งอยู่นั่นแหละ รีบมาแปลงโฉมให้ข้าเร็ว”

                คุณชายกระซื่อเอ๋อร์เท้ามือลงบนโต๊ะ ค่อยๆลุกขึ้นยืน “รีบร้อนทำไมกัน กลไผ่เจ็ดกลของข้าพอให้เขายุ่งอยู่พักใหญ่ทีเดียว”

                พูดยังไม่ทันจบ เสียงลมขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นอีกครา พร้อมๆกับเสียงขลุ่ยที่ดังก้องกังวานใกล้เข้ามายิ่งขึ้น

                “คนผู้นี้ ทำได้อย่างไรกัน เร็วขนาดนี้ก็สามารถทำลายกลที่ข้าวางไว้ลงได้” ใบหน้าคุณชายกระดูแปลกใจ มือเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออยู่ครู่ หยิบยาเม็ดกลมๆสีเทาออกมา “หน้ากากอยู่ในห้องข้า กลัวว่าคงจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว ท่านกินยาแปลงโฉมนี่ไปก่อนเถอะ”

                ข้ารับยานั้นมา ทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

                พวกเขาหยิบเสื้อคลุมตัวหนึ่งมาคลุมให้ข้า เวลานี้ไม่มีกระจก ข้าเท้ามือลงบนโต๊ะ ชะโงกหน้าลงไปยังอ่างน้ำแกงที่เต็มไปด้วยผักโหยวฉ่าย หวังส่องดู

                แน่นอนอยู่แล้วว่าน้ำแกงจะไปเห็นได้อย่างไร

                ข้าก้มศีรษะลง จะมองยังไงก็ยังดูรู้ว่าเป็นผู้หญิง

                ซื่อเอ๋อร์กำลังช่วยข้าเก็บผมขึ้นด้วยมือไม้ที่ร้อนรนไปหมด

                ข้าคลี่ยิ้ม ยื่นมือออกไปกอดร่างเขาไว้ เขายิ้มขึ้น ในขณะที่ข้าค่อยๆเลื่อนมือไปบนใบหน้าเขา ดึงหน้ากากหนังบนหน้าเขาออกมา

                “ท่าน ท่าน ท่านทำอะไรนี่” ถึงเวลาที่คุณชายกระน้อยโมโหขึ้นมาบ้างเสียแล้ว

        “เจ้าหลบซ่อนตัวอยู่ในยุทธภพมาตั้งหลายปี ตอนนี้ไม่มีใครจำหน้าเจ้าได้แล้วล่ะ วันหนึ่งเปลี่ยนหนึ่งหน้าเจ้าสบายจะตาย หน้ากากผืนนี้ให้ข้ายืมใส่ก่อน เดี๋ยวข้าค่อยคืนเจ้า”

                เขาถอนหายใจ คลี่ยิ้มขึ้นอย่างทำอะไรไม่ได้

                จริงแล้วคนในยุทธภพล้วนรู้ว่าศิษย์ผู้โดดเด่นคนหนึ่งของผู้เฒ่าเทียนซานผู้มีชื่อเสียง มีฝีมือในการแปลงโฉมลึกล้ำ มิหนำซ้ำยังเชี่ยวชาญในธาตุทั้งห้า น้อยคนนักที่จะได้พบเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ทุกคนที่เคยเจอเขาล้วนแต่มีความเห็นต่อใบหน้าของเขาไม่เหมือนกัน แต่ล้วนสรุปได้ว่า เขาเป็นบุรุษผู้งดงาม แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าใบหน้าเหล่านี้ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเขา

    ผมของเขาทำเอาข้ารู้สึกคันไปหมด ไม่มีหน้ากากกึ่งโปร่งกึ่งทึบแสงผืนนี้ปกคลุมใบหน้าแล้วทำเอารอยกะตรงหางตาของเขายิ่งดูชัดเจนเข้าไปใหญ่ ทำเอาใจข้าบีบรัดแน่น เบือนหน้าไปอีกทาง ใจเต้นตูมตามไม่หยุด

                ข้ากำลังคิดจะออกไปดู แต่อีร์กลับกดลงบนมือข้า มองไปเบื้องนอกอย่างมีความหมาย

                ข้าอึ้งไปครู่ มองตามเขาออกไปยังเบื้องนอก ร่างในชุดสีเทาเรียบง่ายคล้ายบ่าวรับใช้ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ตรงนั้น

                “นายข้าอยากพบจอมยุทธิ์เซียวเสียน”

                ข้าผลักพวกเขาออก เคลื่อนกายออกไปยังเบื้องหน้า ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ดิน คลี่ยิ้มขึ้น “น่าเสียดายจริงที่นายท่านออกไปท่องยุทธภพ”

                เขาปรายตามองข้า เอ่ยเสียงต่ำ “จอมยุทธิ์เห็นจะเป็นคุณชายเจ็ดผู้เลื่องชื่อ”

                ข้ากรอกตาไปมา ประชิดกายเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว “ทำไมรึ หาข้ามีเรื่องอย่าบอกนะว่าเชิญนายท่านของข้าไม่ได้ แล้วจะเชิญข้าแทน

                เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบด้าน ปกติพวกเขาจะรู้นิสัยขี้แกล้งชอบก่อเรื่องของข้าดีอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนจึงไม่ใส่ใจว่าข้ากำลังจะทำอะไร สองสามคนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกับข้าว หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบกับข้าวกินต่อ

                คิดถึงตอนแรกที่ข้าเจอพวกเขา แต่ละคนช่างดูดียิ่งนัก ทำไมช่วงไม่กี่ปีที่ติดตามข้า นิสัยกลับเปลี่ยนไปได้กันถึงเพียงนี้

                บ่าวรับใช้ผู้นั้นก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “นายข้าสั่งไว้ว่า ถ้าไม่สามารถเจอจอมยุทธ์เซียวเสียน แต่ได้เจอคุณชายเจ็ดก็ยังดี เพราะอย่างไรเสีย ท่านสองคนพบใครก็เหมือนกัน”

        เสียงคุณชายด้านหลังสำลักน้ำชาไอโครกกันไปหมด

                ในขณะที่ข้าเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

        จะว่าไปแล้ว น้อยคนนักจะรู้เรื่องที่ข้าปลอมตัวเป็นคุณชายเจ็ดออกท่องยุทธภพ จะโทษก็ต้องโทษที่ชื่อเสียงของจอมยุทธิ์เซียวเสียนโด่งดังเกินไป ในขณะที่ข้าเองก็ชอบออกไปท่องเที่ยวในยุทธภพ ดังนั้นเรื่องราวทั่วไปเล็กๆน้อยๆ ล้วนแต่เป็นข้าปลอมตัวเป็นคุณชายเจ็ดออกไปจัดการทั้งนั้น

        ดูเหมือนว่า คนผู้นี้จะคุ้นเคยกับข้าเป็นอย่างดี

                ข้าพิจารณามองร่างเขา รู้สึกได้ว่าในใบหน้าที่ก้มต่ำ แววตานั้นกลับมองแน่วแน่ไปยังคุณชายกระที่อยู่ข้างกายข้า

                สายตาแบบนี้ คนรับใช้ไม่น่าจะกล้า

                ซื่อเอ๋อร์คลี่ยิ้มขึ้น เดินผ่านร่างข้าออกไปเบื้องหน้า ยกมือขึ้นตบเบาๆลงไปบนบ่าเขา “ศิษย์พี่ มาตั่งแต่เมื่อไหร่กัน ยังมาแกล้งนายท่านของพวกข้าแบบนี้”

                ศิษย์พี่

        ใบหน้าข้าซีดเซียวไปหมด

                อย่างที่คิดไว้จริงๆ เขาขยับกายหลบ แต่กลับถูกเสี่ยวซื่อขวางไว้ ยื่นมือไปดึงแผ่นหนังบนใบหน้านั้นออก จนใบหน้าอันคุ้นเคยปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

                ผีทะเลหน่งหยู่

                อีร์กระแทกแก้วชาในมือลงบนโต๊ะโครมใหญ่ เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้ามาในครั้งนี้ ต้องการอะไร”

                ข้ามองไปที่หน่งหยู่อย่างลำบากใจ

     แต่เขากลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเสี่ยวซื่อ พลิกใบหน้านั้นดูไปมา “ปกติเจ้าจะใส่หน้ากากตลอด จนข้าแทบจะจำใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าไม่ได้แล้ว นี่เฒ่าเทียนซานเอายาดีอะไรให้เจ้าทาหน้ารึ”

     “นั่นคืออาจารย์ของเรานะ ท่านเรียกอาจารย์อย่างนี้ เท่ากับว่าไม่เคารพอาจารย์”

     “ตอนเด็กข้าเรียนวิชาแปลงโฉมกับเขาแค่สามปี ไม่ได้ไหว้เคารพเป็นศิษย์อาจารย์อย่างถูกต้อง จึงไม่นับว่าเป็นศิษย์อาจารย์ เจ้าเองก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่” เขาคลี่ยิ้มเอ่ยเสียงเรียบ เลื่อนสายตามามองที่ข้า “เสาเอ่อ ครั้งนี้ที่ข้ามาเพราะว่ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

     เสาเอ่อ

                  คำนี้ไม่ได้ยินมานานเสียเหลือเกิน

*****************************

               ข้านำหน่งหยู่ปลีกหลบเหล่าคุณชายมายังเก๋งจีนในสวน ความเงียบสงบบังเกิดขึ้น บางครั้งก็มีลมเบาๆพัดพาหอบอากาศอันหอมหวานผสมผสานกับกลิ่นไผ่ลอยเข้ามา ที่นี่ ช่างเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการลำลึกความหลังเสียจริง

                แต่เรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ข้าจะยังคงจำได้อีกนานเท่าไหร่กันนะ

                บนโต๊ะเรียบง่ายมีกาน้ำชาตั้งอุ่นอยู่

                เราสองคนต่างเงียบขรึมไปครู่ ศีรษะเขาก้มต่ำ มือจับแน่นอยู่ตรงหัวเข่า ในที่สุดก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “หลายปีมานี้ ศิษย์น้องของข้าดูแลเจ้าดีหรือไม่”

                เขาไม่เคยรู้เลยว่า ข้าคุ้นเคยกับท่าทางเหล่านี้ของเขาดีนัก ดูออกแม้กระทั้งว่าเขามีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากบอกอย่างไร

                ข้าไม่แสดงอาการใดๆ เพียงปรายสายตามองเขานิดหนึ่ง “อย่าพูดเช่นนี้เลย ล้วนแต่เป็นซื่อเอ๋อร์ที่คอยดูแลข้า ถ้าไม่ใช่เขา ข้าก็คงจะไม่สามารถใช้ชื่อจอมยุทธิ์เซียวเสียนออกท่องอยู่ในยุทธภพโดยไม่มีใครจับได้มาจนทุกวันนี้” ข้ายิ้มแห้งๆให้เขา ส่ายหน้าไปมา “แค่นึกไม่ถึงว่า ฝีมือวิชาการแปลงโฉมของเขาจะร้ายกาจยิ่งกว่าเจ้ามากนัก”

            คิดถึงตอนแรกๆที่ข้าออกมาจากวัง องค์รัชทายาททรงออกคำสั่งให้ทหารออกตามหาข้าไปทั่วเมือง ค้นทุกโรงเตี๊ยม ไม่เว้นแม้กระทั้งบ้านของชาวบ้านทั่วไป

                จนข้ารู้สึกว่าบนโลกนี้ไม่มีแม้แต่ที่ให้ข้าอยู่

                เป็นหน่งหยู่ที่มาเจอข้าเข้าก่อน ในตอนนั้นข้าถึงรู้ว่าร่างของคุณชายกระที่ยืนอยู่ข้างๆเขามีฝีมือการแปลงโฉมที่ร้ายกาจถึงเพียงไหน เขาในตอนนั้นใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ก็สามารถเปลี่ยนให้ข้ากลายเป็นคนแก่ขี้โรค แถมใบหน้านั้นยังเต็มไปด้วยตุ่มหนองที่ไม่หลุดลอกแม้ว่าจะเอาอะไรมาเช็ด

                หลังจากหลบหนีออกมาได้ ข้าก็ตัดสินใจแยกทางกับพวกเขาเพื่อออกไปท่องยุทธภพ แต่คุณชายกระกลับขอติดตามข้า ฟังจากที่เขาบอก อาจารย์ให้เขาลงเขามาเพื่อฝึกฝน เรียนรู้การว่าอะไรคือยุทธภพ และเขารู้สึกว่า ข้าเป็นคนที่ต้องพบพานกับอุปสรรคต่างๆมากมาย ดังนั้นการเข้าใจข้า ก็คือการเข้าใจยุทธภพ

                คิดได้ถึงตรงนี้ มุมปากข้าก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยรอยยิ้ม

                “เส่าเอ่อ” หน่งหยู่เงยหน้าขึ้นมองข้า ไม่พูดอะไรออกมา มือหนึ่งคว้ากาน้ำชาไว้ ราวกับมีคำที่จะเอื้อนเอ่ยออกมา แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปาก

                สายตาข้ากดต่ำลง

                นิ้วมือเรียวยาวงดงามที่จับอยู่ตรงกาน้ำชาสีม่วงอ่อน นึกคิดถึงนิ้วมือเรียวงามนี้ยามหยิบเข็มเงินแล้วก็อดนึกไปถึงคนผู้นั้นเสียมิได้

                คนผู้นั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรกันนะ

                มือเขาแตะเบาๆลงบนมือข้า ทำเอาข้าอึ้งไปครู่

                “เจ้า ตอนนี้ยังโทษข้าอยู่หรือไม่” น้ำเสียงอ่อนทุ่มน่าฟังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

                ข้าชักมือออก “ชาเดือดแล้ว ข้ารินให้เจ้าแก้วหนึ่ง”

                “เสาเอ่อ อย่าเปลี่ยนเรื่อง ครั้งนี้ฟังข้าพูดให้จบได้หรือไม่”

                ข้าเหลือบตาขึ้นจับจ้องเขา พูดอะไรรึ เขายังสามารถพูดอะไรได้อีก

                พูดว่าเดิมทีอาการของฮ่องเต้มีทางรักษา แต่กลับ ทำตัวเป็นคนดี ออกยาผิด?!

                พูดว่าหญ้าเผาวิญญาณนั้นเขาเป็นคนทำขึ้น

                พูดว่าเขาโยนความผิดทุกอย่างให้กับฟางฮวา

                ในยามนั้นประโยคที่ว่า “แน่นอนว่าไม่อาจจะละเว้นพวกนางในและขันที” ไม่ใช่ว่าลากข้าเข้าไปเกี่ยวพันด้วยหรือ

                แท้จริงแล้วเรื่องพวกนี้ข้าล้วนเข้าใจดี แค่ไม่กล้าจะคิดอย่างละเอียดก็เท่านั้น

                เวลาล่วงเลยมาจนถึงบัดนี้แล้ว เขาจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกทำไมกัน

                แต่ถ้าเขาอยากจะพูด ข้าก็จะฟัง

                ข้ายิ้มเยือกเย็นขึ้น มองไปที่เขาโดยไม่แสดงอาการอันใด

                เขาชะงักนิ่ง ราวกับพูดไม่ออกขึ้นมา ริมฝีปากที่เต็มไปด้วยความขื่นขมยกขึ้น

                ห้าปีผ่านไป  ท่าทางขี้เล่นของเขาลดลงไปไม่น้อย ในขณะที่ความหนักแน่นกลับเพิ่มขึ้นมาแทน กาลเวลาที่ผ่านพ้นไปเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องหลายคนไปมากมาย

                คนผู้นี้

                ในตอนนั้นคิดจะทำร้ายข้าจริงๆ หรือว่ามีแผนการอื่นแอบแฝง ทำไมตอนนี้ถึงไม่สนใจอะไรตามมาถึงที่นี่กัน

                “เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างที่เจ้าคาดเดา พระอาการของอดีตฮ่องเต้เดิมทีรักษาได้ แต่เป็นเพราะข้าใช้ยาประคองพระอาการไว้ ดังนั้นถึงจะไม่ทรงสวรรคตแต่ก็ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ได้ไม่นาน องค์รัชทายาทด้วยความกตัญญู จึงออกจากวังไปตามหายาชั้นเลิศมารักษาอดีตฮ่องเต้ ดังนั้นจึงเข้าไปอยู่ในบ้านฟางฮวา อดีตฮ่องเต้เป็นทรราช ไม่มีใครไม่รู้เรื่องที่ในวังมีคนอยากให้เขาตาย แต่แค่ไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาหรือขัดขวาง เกี่ยวกับองค์รัชทายาท พระองค์ทรงทำหน้าที่โอรสกตัญญูมาอย่างสม่ำเสมอ ดูแลไม่ห่างพระวรกาย แต่พระองค์ก็ทรงทำได้เพียงค้นหายาและหมอที่ดีที่สุด ในโอกาสและสถานที่ที่พอเหมาะพอเจาะ อดีตฮ่องเต้จะทรงสิ้นพระชนม์อย่างพอดิบพอดี องค์รัชทายาททรงขึ้นครองบัลลังก์ต่อ ข้าก็ถือว่าได้สนองพระเดชพระคุณอย่างเต็มที่แล้ว

                เขามองข้ามสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะมาที่ข้า คว้ามือข้ามาเกาะกุมไว้แน่น “เสาเอ่อ ข้าไม่เคยคิดจะทำร้ายเจ้าแม้แต่น้อย ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นองค์รัชทายาทใช้วิธีการใดจึงเกลี่ยกล่อมฟางฮวาให้เข้าวังได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง”

        ช่างน่าขำนัก

                คำว่า ความมั่นคงของราชสำนัก

                ข้ามีเพียงแค่ยุทธภพ

                ก่อนหน้านี้ โลกของข้ามีเพียงบ้านหลังหนึ่ง และสำหรับข้าสิ่งที่มีค่าที่สุดในบ้านหลังนั้นยังเทียบไม่ได้กับอาจารย์เพียงคนเดียวของข้า

                ลำบากเจ้าระลึกถึงมาห้าปี อดีตฮ่องเต้ทรงสิ้นพระชนม์อย่างไร เป็นข้าบริพารผู้จงรักทำร้ายกษัตริย์ หรือว่าเป็นลูกกตัญญูทำร้ายบิดาล้วนเป็นเรื่องในราชสำนักของพวกเจ้า

                เขาดูลังเลอยู่ชั่วครู่ ปรายสายตามองมาที่ข้าแวบหนึ่ง “ฮ่องเต้ปีหน้าจะทรงอภิเษกสมรส คู่หมั้นคู่หมายคือธิดาของขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนัก”

                “จริงรึ” ข้าเผยอยิ้มขึ้น “งั้นข้าคงต้องแสดงความดีใจกับเขาเสียหน่อย ได้ยินคำเล่าลือว่าฮ่องเต้ทรงไม่รับสนม ถ้ายังไม่อภิเษก เห็นทีชาตินี้คงจะไร้ทายาทสืบบัลลังก์เป็นแน่”

                หน่งหยู่ดูเหมือนไม่ค่อยมีความสุข

                ข้าเผยอยิ้ม ใบหน้าแข็งเกร็งขึ้น เขาเอ่ยถึงหานจึชวน ในหัวข้ากลับปรากฏร่างของคนอีกคนหนึ่งขึ้นมา ความคิดถึงแฝงความกังวลทำให้ใจข้าอดไม่ได้ที่จะปวดร้าว

     ข้าอึ้งไปครู่ ค่อยๆเอื้อนเอ่ยออกมาเสียงเครือ “แล้วคนผู้นั้น สบายดีหรือไม่”

                เขาอึ้งไปเช่นกัน คล้ายรู้ดีว่าข้าหมายถึงใคร “ข้าไม่ได้เป็นแพทย์หลวงมาหลายปีแล้ว เรื่องภายในวังหลังข้าล้วนไม่รู้แล้ว”

                “อ๋อ อย่างนั้นรึ” ข้าเปิดเปลือกตาขึ้น ยกแก้วชาขึ้นดื่มอึกหนึ่ง “ข้าไม่เคยได้ยินเจ้าเอ่ยเรื่องนี้มาก่อน”

                “หลังจากองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ ข้าก็ลาออกจากราชการ” เขามองมาที่ข้าอย่างตั้งใจ “ไม่เช่นนั้นข้าจะมีเวลามานั่งสนทนากับเจ้าเช่นนี้รึ จำคำที่ข้าเคยบอกกับเจ้าได้หรือไม่ว่า ข้ามีที่ดินอยู่เป็นหมื่นๆไร่ บ้านอีกหลายหลัง ฐานะทางบ้านนับว่าไม่เลว

                ข้าคลี่ยิ้มขึ้น ประโยคที่เหลือก็คือ ไม่มีบิดามารดา ไม่มีพี่น้อง ยังไม่ได้แต่งงาน ลองเอาข้าไปพิจารณาดูก็ได้นะ?

                บุรุษหนุ่มผู้งามสง่าเต็มไปด้วยคารมคมคายองอาจบนหลังอาชาสีขาวที่ทำให้หญิงสาวพากันหลงใหลนั้น

                ในยามนี้ดูเหมือนจะห่างไกลจากข้าไปเสียเนิ่นนาน

                เขาเอ่ยถึงช่วงเวลานั้น ทำเอาข้านึกถึงช่วงเวลาเก่าๆที่เคยประสบพบเจอร่วมกับฟางฮวา ถ้าพูดถึงในความทรงจำอันงดงามเหล่านั้นหนึ่งส่วน กลับนำพาความทุกข์โศกมาให้ข้าอีกถึงเก้าส่วน ทุกวันนี้แค่นึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดเหล่านั้น ใจข้าก็ยังมิวายเจ็บแปลบรวดร้าว

                เขามองมาที่ข้า รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นตรงริมฝีปาก “เจ้าอยากใช้ชีวิตสงบ แท้จริงแล้วควรจะหาที่สงบๆซักที่ หลบซ่อนตนเอง ทำไมถึงยังแฝงตัวอยู่ในยุทธภพ มิหนำซ้ำยังสร้างชื่อเสียงให้ผู้อื่นเล่าลือไปทั่ว เจ้าไม่รู้หรือว่าพวกเขาทุกวันนี้ยังคงตามหาเจ้า”

                “พวกเขาสองคนไม่ใช่ว่ามีความสุขกันดีรึ จะลำบากตามหาข้าทำไมกัน ข้าเองก็ไม่อยากจะถูกพวกเขารบกวน”

                “พวกเขามีความสุขดี แล้วเจ้าล่ะ ทำไมถึงต้องใช้ชีวิตแบบตามใจตนเองเช่นนี้”

                “ตามใจ? ข้าปรายตาขึ้นมองเขา หัวเราะขึ้นมา “ข้าเพียงแต่ไม่ชอบบ้านที่เยือกเย็น ข้าก็แค่หาใครซักคนมาวาดภาพดีดพิณผสมพิษเป็นเพื่อน บางทีก็ช่วยใครซักคนหนึ่ง แค่ไม่ระวังบ้านก็เปลี่ยนมาครึกครื้นก็เท่านั้น”

                แต่ก่อนอยู่เพียงลำฟังเงียบเหงาจนเคยชิน

                ทุกวันนี้ครึกครื้น จนไม่สามารถกลับไปเป็นเช่นแต่ก่อนได้อีก

                ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอ่ยขึ้นเบาๆ “รอให้พวกเขาได้เจอคนที่ตนเองชอบพอ มีทายาทสืบสกุล กลัวว่าที่นี่จะยิ่งคึกคักยิ่งขึ้น”

                “เสาเอ่อ” เขาเอือมมือมาแตะมือข้าไว้ “ที่นี่ยังขาดคุณชายเจ็ด ไม่รู้ว่าถ้าให้ข้าเข้ามาเติมตำแหน่งนี้จะได้หรือไม่”

                แต่ไหนแต่ไรเขาชอบหยอกล้อแกล้งข้าเล่น

                แต่ครั้งนี้เขากลับดูจริงจังนัก

                ในแววตาของเขาหลุดรอดแววตาแห่งความสงสารออกมา

                ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ จอมยุทธ์เซียวเสียนอย่างข้ามีแต่จอมยุทธ์อื่นๆอิจฉา แต่วันนี้เขากลับส่งสายตาแบบนี้มาให้ข้า ช่างน่าขันยิ่งนัก

                ลมพัดพลิ้วเบาๆ เสี้ยววินาทีรู้สึกราวกับขอบตาที่ร้อนชื้น ราวกับว่ามีบางอย่างผุดทะลักขึ้นมา ในอกเต็มไปด้วยความขมขื่นสุดพรรณนา

                ทันใดนั้น เสียงไอของใครซักคนดังขึ้นจากนอกศาลา ราวกับว่าตั้งใจจะควักปอดออกมาทั้งปอด

                ข้าอึ้งไปครู่ ชะโงกหน้ามองเบื้องล่าง

                คุณชายแห่งพิษกำลังเงยหน้าจ้องมองข้าด้วยสายตาจับผิดราวกับข้ากำลังลักลอบคบชู้สู่ชาย เขาใช่วิชาตัวเบาเหาะขึ้นมาเบื้องบน กระโดดผ่านราวกั้นเข้ามาในศาลา หยุดลงตรงข้างหน่งหยู่ “คุณชายหน่งหยู่ คุณชายใหญ่ของข้าให้มาบอกท่านว่าตอนนี้ห้องเต็มหมดแล้ว เพราะห้องอื่นๆใช้เก็บฝืนไว้หมด คงจะให้ท่านพักไม่ได้ ถ้าท่านอยากจะพักคืนนี้ เห็นทีคงจะต้องนอนห้องข้า”

                “ไม่ต้อง ข้ามีบ้านอยู่หลังห่างจากที่นี่ไม่ไกลนัก พอดีออกมาซื้อของ ก็เลยผ่านมาเยี่ยมเยียน”

                หน่งหยู่ยัดกายลุกขึ้น ประชิดกายเข้ามาใกล้ข้าเอ่ยเสียงแผ่ว “ช่วงหลายปีมานี้หานจึชวนตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน เจ้าจะต้องระวังตนให้มาก”

                ข้าอึ้งไป สายตาว้าวุ่นกังวลใจมองร่างเขาที่เดินจากไป

                คุณชายแห่งพิษมองมาที่ข้า ก่อนจะหันกลับไปมองที่เขา ดูคล้ายกับว่าอารมณ์ใกล้ระเบิดเต็มทน “ทำไมเขาถึงย้ายมาอยู่แถวนี้ได้ล่ะ ผ่านมาเยี่ยมเยียน ชิ แบบนี้เขาเรียกว่าผ่านมาเหรอ แปลงโฉมมาทั้งร่าง เห็นชัดๆว่าตั้งใจมายั่วโมโหท่านนะนายท่าน

                สายตาเขาหยุดลงที่ข้า น้ำเสียงแฝงแววกังวล “นายท่านท่านเป็นอะไรหรือเปล่า ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

                ข้าเองไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดี ในหัวเต็มไปด้วยความว่างเปล่า จำได้เพียงประโยคสุดท้ายที่หน่งหยู่เข้ามาประชิดกายบอกข้าประโยคนั้น

   “ฮ่องเต้ทรงออกมาประภาษนอกวัง จุดหมายก็คือแถบนี้”

                พูดไปพูดมาก็คือประโยคที่ว่า ที่ควรมากลับไม่มา ที่ไม่ควรมากลับมาหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น

**********************************************

ยุ่งมากกก ถึงมากที่สุด มาต่อแล้วนะคะอีก 50%

อย่างที่เสาเอ่อบอก คนอยากให้มาไม่มา คนไม่อยากให้มาก็มากันจริง ห้าห้า

คิดถึงฟางฮวาแล้วอ่ะ

แต่จะบอกว่าอาจารย์ท่านเล่นตัวมากๆค่ะ ไม่ยอมออกมาง่ายๆ แต่ออกมาคราวนี้เรียกได้ว่าดราม่าของจริงกันเลยทีเดียว


สรุปตอนนี้อีกครั้ง

คุณชายเจ็ด ของเรา จริงๆแล้วก็คือ เสาเอ่อ  นางใช้อีกชื่อหนึ่งเพื่อที่จะได้ไปไหนมาไหนในยุทธภพได้สะดวก

และ หน่งหยู่เป็นศิษย์พี่ของ ซื่อเอ๋อร์ คุณชายกระ (คุณชายสี่)

ความจริงแล้วตอนนางเอกหนีออกมาจากวัง หานจึชวนไม่ใช่ไม่ตามนะคะ ตามแล้ว แต่หน่งหยู่กับคุณชายกระมาพบนางเสียก่อน

ตอนหลังคุณชายกระก็เลยขอติดตามนาง


เรื่องนี้ยาวมากกกอย่างที่บอกไว้ว่าน่าจะประมาณ 40 ตอน ตอนนี้เพิ่งแปลไปได้แค่ครึ่งเรื่องเองอ่ะ

ยังอีกยาวไกล

ยังไงก็อยู่เป็นเพื่อนกันไปก่อนนะคะ

มาช้าบ้างอะไรบ้างก็อย่าว่ากันเนอะ เพราะว่าผู้แปลก็พยายามเต็มที่แล้ว แต่มันก็มีภาระหน้าที่อื่นๆที่ต้องทำควบคู่ไปเนอะ

แต่ยังไงก็จะพยายามสู้ๆและมาอัพให้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างต่ำนะคะ

^___________^

 Goodnight คร้าาา 

สุ่ยจิง

29 June 2016



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1515 oldcat2000 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 01:50

    ชอบมากเลยได้ทุกรสจริงๆ

    #1,515
    0
  2. #1459 BB oi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 16:05
    ขอบคุณจ้าา
    #1,459
    0
  3. #1335 SAOW (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 19:53
    อุตส่าหนีมาก็ยังจะตามมาอีกกกก
    #1,335
    0
  4. #1227 Tangmoja (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:26
    งานเข้าจนได้
    #1,227
    0
  5. #1154 gracenofhobia (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:08
    สงสารเสาเอ่อ.. ฟางฮวา อยู่ไหนนน #ฟังเพลงลั่วฮวาที่หน้านิยายไปด้วยทีนี่น้ำตาจะไหล..
    #1,154
    0
  6. #1150 Milkiemirkie (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 15:07
    น่าสงสารเสาเอ่อ แม้จะฝึกวิชาไร้กังวลมากเท่าไร

    แต่ถ้ายังมีใครจากอดีตที่เจ็บปวดคอยตามหาอยู่แบบนี้ ความเจ็บปวดจะบรรเทาลงได้อย่างไร

    การที่หน่งหยูกับหานจึชวนมาครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการมาเตือนด้วยความหวังดีหรือตามหาเพื่อลากตัวกลับไป

    ด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ สิ่งที่แน่นอนคือไม่ต่างอะไรกับการเหยียบขยี้แผลเก่าที่ยังไม่ทันสมานกันให้หลั่งเลือดอีกครั้ง

    เหมือนยิ่งพยายามหนีให้ไกล ก็ยิ่งโดนตามติด

    จะร้องไห้ ให้เสาเอ่อมีความสงบบ้างเห๊อะ

    #1,150
    1
    • #1150-1 Shui Jing(จากตอนที่ 22)
      3 กรกฎาคม 2559 / 17:05
      จริงค่ะ แต่ถ้าไม่ตามมา เสาเอ่ออาจจะไม่ได้เจอฟางฮวาอีกเลยตลอดชีวิตนี้ก็ได้นะ แล้วจะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของเสาเอ่อเลยทีเดียว :)
      #1150-1
  7. #1134 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 18:49
    ฟางฮวาที่น่าสงสาร สาวกฟางฮวาค่าาาาาาา
    ขอขอบคุณมากค่ะไรท์ จะติดตามอย่างเหนียวแน่น
    ไรท์ขาสู้สู้นะคะ ขอบคุณค่ะ
    #1,134
    1
    • #1134-1 Shui Jing(จากตอนที่ 22)
      2 กรกฎาคม 2559 / 23:03
      ขอบคุณมากคร้า :)
      #1134-1
  8. #1132 mituna-dj (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 14:09
    สนุกมากค่ะ ติดตามนะคะ
    #1,132
    0
  9. #1130 Jin283-bs (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 20:42
    ฟางหว่าจะคิดถึงเสาเอ่อไหมคะ

    ฮือออ
    #1,130
    1
  10. #1129 1976 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 20:23
    ชอบมากค่ะ ขอบคุณไรท์ที่น่ารักนะคะ
    #1,129
    2
  11. #1128 มายอีฟ. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 18:01
    ฟางฮวาโผล่มาหน่อยยยยยย
    #1,128
    0
  12. #1127 9namfon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 16:54
    เอ๋อน้อย อาจารย์
    #1,127
    0
  13. #1126 แคปพลีส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 15:36
    คิดถึงฟางฮวา า า า !!!!! คนอื่นไม่สนแล้วค่า ฟางฮวา มา มะ มาๆ
    #1,126
    0
  14. #1125 lzzy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 13:47
    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ ติดตามๆไม่หนีแน่นอน :)
    #1,125
    0
  15. #1124 waralakN1 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 12:20
    โอ้ยยยย อยากอ่านอีกอะ แบบ โอ้ยยยย>< รอนะค่ะ
    #1,124
    0
  16. #1123 TiNa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:57
    ขอบคุณค่ะ
    #1,123
    0
  17. #1122 DragonEyEs (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:54
    ขอบคุณค่ะ
    ไม่ชอบหานจึชวนจริงๆ แต่อยากให้หานจึชวนเจอเสาเอ่อร์เร็วๆ
    ให้นางตอกให้หน้าหงาย
    จะได้ตัดใจซะ และหายไปจากชีวิตนางเสียที
    #1,122
    0
  18. #1121 butterflyya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 11:25
    ขอบคุณมากค่ะ
    ไม่ชอบหานจึชวนเลย คุณชายหนึ่งสองสามสี่ห้าหก รวมพลังช่วยกันขัดขวางอย่าให้ได้เจอกันเลยเถอะ
    #1,121
    0
  19. #1120 TeeTy_MaMaHa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:58
    รอนะคะ ขอบคุณคะ
    #1,120
    0
  20. #1119 มุกฝืด (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:39
    เกลียดฮ่องเต้ ตัวขัดขวางทางรัก
    มาทีหลังแท้ๆ เจือกไม่เจียม และยังไม่รู้ตัว หมั่นไส้
    #1,119
    1
  21. #1118 PIP'3 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 09:13
    ขอบคุณค่าาาาาาาาาา
    #1,118
    0
  22. #1117 ผมเป็นเจ้าชายนะฮะ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 07:37
    สนุกมากกก ขอบคุณค่ะ
    #1,117
    0
  23. #1116 FC_Chen Yue (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 06:45
    ลุ้นอ่า สรุปฟางฮวานี่ยังไง ??
    #1,116
    0
  24. #1115 gussda (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 06:13
    สู้ๆๆนะคะไรท์เป็นกำลังใจให้เสมอจะรอนะคะจะเข้ามาเม้นทุกวันเลยไรท์จะได้มีกำลังใจอัพต่อเร็วๆๆเน้อ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ สู้ๆๆๆจ้า????????????
    #1,115
    2
  25. #1113 BBuKa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 05:32
    สู้ๆนะคะ
    ฟางฮวาเป็นตัวตนที่เราไม่เข้าใจความคิดเลย บางทีอยากโกรธฟางฮวา แต่ก็สงสารจนโกรธไม่ลง
    #1,113
    1