นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 21 : ความจริงของจอมยุทธ์เซียวเสียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59


    เอ้อเอ๋อร์เปิดหน้าต่างห้องออก

    แสงอาทิตย์สาดแสงเข้ามาจนแสบตา ลมอ่อนโยนพัดโชยเข้ามาเย็นสบาย

    ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใช้น้ำที่เขาเตรียมไว้ให้ล้างหน้าล้างปาก เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเตรียมจะออกไปข้างนอก

   “สวมอีกชั้นหนึ่ง” เอ้อเอ๋อร์รีบหยิบเสื้อคลุมอีกตัวหมายจะคลุมทับลงบนบ่าข้า

   “ไม่ต้อง อากาศเช่นนี้ไม่เย็นเสียหน่อย” ข้ายกมือขึ้นห้าม

                เขาขมวดคิ้วมุ่น ไม่เอ่ยอะไรอีก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเลื่อนไปจับจ้องอยู่ตรงหน้าอกของข้าแทน

                ข้ามองตามสายตาเขาลงไป มองอะไรกัน ร่างกายข้าก็เติบโตปกตินะ

                “ความจริงแล้วนายท่านไม่ควรจะสวมชุดของผู้ชาย” พูดจบเขาก็คลุมเสื้อคลุมอีกชั้นลงบนร่างข้า ก่อนเสริมต่อ “คนอื่นมองมาจะดูไม่ดี”

                ข้ายังคงงุนงง

                ถึงข้าจะคลุมซักกี่ชั้น ก็ไม่อาจบดบังความจริงของร่างกายที่เป็นผู้หญิงได้อยู่ดี และที่จริงแล้วในบ้านนี้ก็มีแต่คนกันเองทั้งนั้น

                ข้าหุบยิ้ม ยกนิ้วขึ้นจับคางเขาเชิดขึ้น “เอ้อเอ๋อร์ เจ้ายุ่งเรื่องต่างๆมากมายขนาดนี้ จนใกล้จะเป็นลูกชายข้าได้แล้ว”

                เขาอึ้งไปครู่ ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมา

                ข้าจับเสื้อคลุมมัดให้เรียบร้อย เปิดประตูเดินออกมา

                สรุป นกฝูงใหญ่บินผ่านหน้าข้าไป

                นี่เรียกว่าอะไรดีนะ

                ลางร้ายหรือเปล่า วันนี้สงสัยข้าจะเคราะห์ร้าย

                เป็นอย่างที่เอ้อเอ๋อร์คาดการณ์ไว้จริงๆ

                ข้าเหลือบตาขึ้นมองร่างในชุดเหลืองที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้เบื้องบน ได้เสียงเขาตะโกนลั่น “ข้าไม่ได้จะฆ่าเจ้าเสียหน่อย วิ่งหนีทำไมกัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะวางยาพิษเจ้าไม่ได้”

                ข้าส่ายหัวไปมาอย่างระอาใจ รับถ้วยชาที่เอ้อเอ๋อร์ส่งให้มาดื่ม รอดูการแสดงต่อไป

                ไม่ต้องบอกก็รู้ คุณชายแห่งพิษจะต้องมีเรื่องกับคนในบ้านเข้าอีกแล้ว เจ้าหมอนี่มาอยู่ข้างกายข้าก็หลายปี อารมณ์รุนแรงกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง

                ข้าเห็นร่างที่วิ่งหนีอยู่หลบไปมาด้วยความเร็วว่องไวราวกับเหาะของหลู่เอ๋อร์

   เจ้าเด็กนี่ เดิมทีร่างกายอ่อนแอ แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้กลับได้ฝึกปรือออกกำลัง จนกำลังภายในดีขึ้นถึงเพียงนี้

                สายตาข้ายังมองตามร่างนั้น ในขณะที่เท้าก้าวเดินไปเบื้องหน้าด้วยความสนใจ

                เสียงใครซักคน ร้องขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ทำเอาข้าต้องรีบชัดเท้ากลับ ก้มหน้าลงมองร่างที่อยู่ใต้เท้าข้าเมื่อครู่

                บนพื้น ร่างหนึ่งนอนแผ่อยู่บนนั้น ใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยความโกรธจัด ดูเหมือนว่าจะถูกพิษ ทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

                ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเหยียบเขานะ

                ตัวข้าเย็นเยียบ ก้มลงย่อกายลงหาร่างนั้น “อู่เอ๋อร์ที่น่าสงสารของข้า เกิดมาหน้าตาไม่ดีแล้วยังโชคไม่ดีอีก เมื่อวานข้าเพิ่งจะแก้พิษไปให้เจ้าได้บ้าง มาวันนี้ก็มาโดนคุณชายแห่งพิษวางยาพิษเสียอีกแล้ว”

                “นายท่าน ท่านบังข้าแล้ว” เอ้อเอ๋อร์ร้องบอก ส่ายหัวไปมา

                “อ๋อ” ข้ารับคำ ยกมือขึ้นเช็ดหน้าทีหนึ่ง ยัดกายขึ้นเดินไปอีกไม่กี่ก้าว ก็เห็นร่างงามสง่าสองร่างที่นั่งอยู่บนโต๊ะหิน

    ข้าประชิดกายเข้าไปด้วยความอยากรู้ “เล่นอะไรกันอยู่หรือ”

                “หมากรุก” เสียงหนักแน่นเสียงหนึ่งเอ่ยตอบ “พวกเรากำลังรอให้เอ้อเอ๋อร์ปรนนิบัติท่านเสร็จ รอให้เขามาช่วยแก้พิษให้เสี่ยวอู่”

                “นายท่านวันนี้ทำไมตื่นแต่เช้าเชียว เดี๋ยวๆ ตาข้าลงไม่ใช่เหรอ หยุดเลยๆ หยุด” ร่างงดงามอีกร่างหยิบหมากไว้ในมือ นิ่งขรึมไปครู่อย่างใช้ความคิด ราวกับคิดไม่ตก รอยกระตรงหางตามองดูเด่นชัด

                ข้าเบือนสายตาไปอีกทาง กระพริบตาถี่รัว เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนอย่างเหม่อลอย

                “ข้าเดินจากนี่มานี่”

                “ชนะ” เสียงกังวานของอีกร่างดังขึ้น ก่อนจะวางหมากตัวสุดท้ายในมือลงอย่างงดงาม “ตานี้ข้าชนะเจ้าเงินสองก้อน รวมทั้งหมดที่เจ้าแพ้ไปเก้ากระดาน รวมดอกเบี้ยทั้งหมดเป็นเงินหนึ่งร้อยยี่สิบก้อน”

                อ่า

                เล่นกันรุนแรงนาดนี้เชียวหรือ ระวังจะล้มละลายนะ

                เขากวาดเงินที่อยู่บนโต๊ะ ยกยิ้มมุมปากขึ้น เสร็จแล้วก็หันมาพูดกับข้า “ใช่ซิ รอบนี้พิษที่เสี่ยวอู่โดนน่าจะเป็นพิษชีฉิงซ่าน ห้ามใช้มือสัมผัส….” เขามองไปยังร่างของเอ้อเอ๋อร์ที่ตอนนี้มือจับอยู่ตรงคอของอู่เอ๋ออยู่ “แต่ช่างเถอะ จับไปแล้ว ยังไงเสียเจ้าก็ไม่กลัวพิษ”

                ร้ายกาจ

                เพิ่งจะมาพูดตอนนี้

                ตั้งใจล่ะซิ

                จะต้องเป็นเพราะว่าเมื่อคืนข้าอยู่ที่ห้องเสี่ยวอู่จนดึกดื่นเป็นแน่ ถึงได้รังแกเขาแบบนี้

                เป็นอย่างที่คำโบราณเอ่ยไว้จริงๆ

                คนที่ภายนอกยิ่งดูงดงาม จิตใจภายในกลับยิ่งร้ายกาจราวกับงูพิษ

                น่ากลัวว่าบนโลกนี้ จะไม่มีใครเหมือนคนผู้นั้นอีกแล้ว งามสง่าแต่กลับไร้ซึ่งพิษภัยใดๆ

                ใจข้าปวดแปลบขึ้นมา มือทั้งสองข้ากำแน่นโดยไม่รู้ตัว

                โครม

                เสียงกระดานหมากทั้งกระดานร่วงหล่นลงพื้นกระจายไปทั่ว

                “ไม่เล่นแล้ว เงินเดือนนี้ทั้งเดือนของข้าเสียให้เจ้าไปหมดไม่เหลือแล้ว” ร่างงามสง่าของคุณชายที่ใบหน้าประดับด้วยรอยกระจางๆตรงหางตาสะบัดกายลุกขึ้น

                เจ้าหนุ่มนี่ ดูก็รู้ว่าแกล้งทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข้า อยากจะให้ข้าอารมณ์ดีขึ้น

                เขาเงยหน้าขึ้นมองข้า คลี่ยิ้มขึ้น “เป็นเพราะนายท่านคนเดียวเลย ทำให้ข้าใช้เงินฟุ่มเฟือยเช่นนี้ เงินพวกนี้ข้าต้องขายหน้ากากหนังอีกกี่ผืนถึงจะเอากลับคืนมาได้กันนี่”

                ใจข้าอบอุ่นขึ้น เถียงกลับ “ซื่อเอ๋อร์ คราวที่แล้วเจ้าไม่ได้บอกว่าหน้ากากหนังเล็กๆผืนหนึ่งสามารถขายได้แพงมากหรอกรึ”

                “นั่นมันหน้ากากหนังมนุษย์” เขาค้อนใส่ข้า “ตอนนี้ข้าอยู่กับท่าน มีหรือจะกล้าลอกหนังมนุษย์ หนังหมูจะขายได้เงินซักเท่าไหร่กันเชียว”

                เขากรอกตาไปมา ดวงตางดงามสุกสกาวขึ้น ประชิดกายเข้าหาข้า เอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าไม่มีเงิน งั้นข้ากินอยู่กับท่าน ท่านว่าดีหรือไม่

                “ได้ซิ!

                เขาคลี่ยิ้มขึ้น รอยกะจางๆตรงหางตาดูเด่นชัดอยู่บนผิวนั้น ค่อยปรายตามองข้าอย่างดีใจ

                เห็นท่าทางดีใจของเขาแบบนี้ ทำเอาข้าอยากดึงเขาเข้ามากอด

                แต่ท่ามกลางคนมากมายขนาดนี้ ข้าทำไม่ได้

                แต่เขากลับอาศัยจังหวะที่เหล็กยังร้อนอยู่ (สำนวนจีนที่มีความหมายว่าอาศัยช่วงจังหวะที่มีโอกาส หรือโอกาสดี ทำสิ่งที่มุ่งหมายต่อให้สำเร็จ) ประชิดกายเข้าใกล้ เสริมต่ออย่างรวดเร็ว “ผ้าห่มข้าบางไปหน่อย ตอนแรกคิดว่าถ้าชนะก็จะเอาเงินมาซื้อผ้าห่มผืนใหม่ ตอนนี้กลับแพ้เสียราบคาบ วันนี้ข้าไปนอนเบียดเตียงท่านได้หรือไม่ ท่านไม่รังเกียจข้าใช่หรือไม่”

                “ไม่รังเกียจแน่นอน

                ทันใดนั้น ใครซักคนเตะเข้าที่ด้านหลังข้าทีหนึ่ง

                หัวที่ว่างเปล่ากลับมามีสติอีกครั้ง

                เดี๋ยวก่อนนะ

                เมื่อครู่เขาเพิ่งพูดอะไรนะ จะนอนเบียดเตียงเดียวกับข้า?!

**************************************

               ด้านหลังที่ถูกเตะเมื่อครู่ยังคงแสบๆร้อนๆไม่หาย ดูเหมือนคนเตะจะใช้แรงไม่เบา

                ข้าเหลือบตามองคุณชายกระนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ย “ตอนนี้เดือนเก้า อากาศตอนกลางคืนจะเย็นได้อย่างไรกัน ซื่อเอ๋อร์เจ้าทำอย่างนี้ไม่ถูก ข้าเลี้ยงเจ้าสั่งสอนเจ้าช่วยชีวิตเจ้า แต่เจ้ากลับพยายามสุดชีวิตที่จะขึ้นมาเบียดข้าบนเตียง มิเท่ากับว่าเป็นการทำลายความบริสุทธ์ของข้าหรอกหรือ”

                เขาคลี่ยิ้มราวกับเทพเซียนขึ้น ไม่เอ่ยสิ่งใด แต่กลับส่งสายตาอาฆาตไปยังร่างที่นั่งอยู่ด้านข้าง ร่างหนึ่งที่ไม่พูดไม่จา แต่กลับสามารถเตะข้าอย่างเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงใดๆ

                ดูเหมือนว่าคุณชายกระจะโกรธมากทีเดียว

                “เจ้าเชี่ยวชาญธาตุทั้งห้า เรื่องง่ายๆอย่างหมากรุกทำไมถึงแพ้ได้ ไม่ใช่ว่าตั้งใจแพ้หรอกนะ”

                เขาโกรธมากขึ้น “ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่สน มีสองอย่างเท่านั้น ถ้าท่านไม่มาห้องข้า ไม่อย่างนั้นข้าก็ไปห้องท่าน”

                ข้ากระพริบตาปริบๆ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใดออกไป เสียงคนข้างๆที่นั่งฟังอยู่นานก็ดังขัดขึ้น “ทำไม่ถึงพูดกับนายท่านเช่นนี้เล่า”

                พูดยังไม่ทันจบ ร่างนั้นก็หันมาสบสายตาให้ข้านิดหนึ่ง สายตาข้าสานสบเขาอย่างเข้าใจ เดินไปหยิบชาบนโต๊ะหินด้านข้างเทลงแก้วให้เขาอย่างนอบน้อม กว่าจะรู้สึกได้ถึงความไม่ถูกต้อง เขาก็รับถ้วยชาที่ข้าส่งให้ไปดื่มเสียแล้ว

                นี่เรียกว่าอะไรกันนะ

                บ่าวรับใช้?

                แต่ไหนแต่ไรข้าเป็นคนที่ต้องคอยดูแลปรนนิบัติคนอื่น ในสายตาของคนนอก เรื่องราวเล่าลือมากมาย การครอบครองคุณชายผู้มากความสามารถทั้งเจ็ด

                ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ ข้าต้องขมขื่นเพียงไหน อย่าให้ต้องพูดเลย จอมยุทธ์เซียวเสียน ผู้ลือชื่ออย่างข้า แท้จริงแล้ว กลับถูกพวกเขาเรียกว่า คนว่างงาน

                จะว่าไปแต่ละคนข้าล้วนช่วยมาบ้าง ล่อลวงมาบ้าง

                แต่พอเอากลับมาถึงที่นี่แล้ว ถึงค้นพบว่าเชิญมานั้นช่างง่ายดายนัก แต่จะส่งกลับนั้นยากยิ่งกว่า

                โดยเฉพาะ นายใหญ่คนนี้

                แม้ว่าถ้านับจากเวลาที่เข้ามาในบ้านเขาจะไม่ใช่คนแรกๆ แต่กลับได้ชื่อเป็นอันดับแรกคือ อีร์ (คุณชายหนึ่ง)

                ตอนแรกคิดว่าเขาเป็นถึงประมุขพรรคอู่หลิน นึกไม่ถึงว่าข้าจะต้องมาช่วยชีวิตเขาโดยการช่วยแก้พิษในร่างของเขาไว้ ตอนแรกที่กะจะแค่ช่วยชีวิต คิดไม่ถึงเลยว่าเขากลับหยิบดาบขึ้นมาขู่ข้า ให้พาเขาไปด้วย เพื่อจะตอบเเทนบุญคุณข้า

                แต่หลายปีมานี้ เพื่อที่จะได้อยู่กับข้า เขาต้องปกปิดชื่อแซ่ตนเอง ไม่กล้าแม้แต่จะใช้กำลังยุทธ์ของตนด้วยกลัวคนอื่นจะล่วงรู้ โชคดีที่คุณชายกะแนะนำให้เขาเปิดกิจการค้าขายขึ้น คิดไม่ถึงว่าเพราะเหตุนี้ เงินทองมากมายจึงหลั่งไหลเข้ามาในบ้าน ดังนั้นทุกวันนี้เงินทองค่าใช้จ่ายต่างๆในบ้าน ล้วนแล้วแต่มาจากเขาทั้งสิ้น

            สรุปก็คือ บ้านนี้ แม้ว่าคนจะเยอะไปเสียหน่อย

                แต่ชีวิตก็ดำเนินไปอย่างมีความสุขดี ข้าไม่พิถีพิถันอะไรมาก แค่อยู่ไปวันๆก็พอใจแล้ว

                พวกเขาล้วนพูดว่า ข้าไม่ยอมรับน้ำใจจากพวกเขา

                น้ำใจแบบไหนกันแน่นะ

                ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย

                “คิดอะไรอยู่หรือ” ใครบางคนยกเท้าขึ้นจากด้านหลัง ออกแรงถีบมาที่ข้าเบาๆ “คนทั้งบ้านรอเจ้าตื่นนอนมากินข้าว”

                ข้าอืมไปคำ

                เขาเดินผ่านด้านหลังข้าไป ชุดคลุมปลิวไหวแต่ดูหนักแน่นงามสง่า

                ไม่เสียแรงที่เป็นที่หนึ่ง ร่างทั้งร่างแผ่กำจายกำลังภายในที่ข้าฝึกแปดร้อยปี ก็ยังเทียบเขาไม่ติด

                 ข้าทำปากพะเยิบพะยาบ เดินกระโผลกกระเผลกตามร่างเขาไป

                ทุกคนต่างนั่งลงล้อมรอบโต๊ะกลมเจ็ดที่นั่งนั้น ขาดไปสองที่ นับไปนับมา หนึ่ง สอง สี่ ห้า ไอ้หย่า หน้าเสี่ยวอู่ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ล่ะ ดูเหมือนว่าจะโดนพิษไปไม่น้อยเลยทีเดียว

                กับข้าวเก้าอย่างถูกวางลงบนโต๊ะ ยังมีน้ำแกงที่เต็มไปด้วยผักโหยวฉ่ายอีกชามใหญ่

                ข้าชะโงกหน้ามองไปข้างนอก

   หิวจัง

                ตกลงพวกเขาจะกินไม่กินนี่

                “ได้เวลากินข้าวแล้ววววว” ข้าใช้กำลังภายใน ตะโกนขึ้นเสียงดัง

                เสียงใบไผ่เบื้องนอกเขย่าไหวไปมา ร่างในชุดส้มอ่อนแหวกใบไผ่สีเขียวชอุ่มออกมาจากยอดไผ่ หลบซ่อนกายจากใครบางคน มือเขากอดต้นไผ่ไว้แน่น มองมาที่ข้าด้วยแววตาน่าสงสาร

                “ลงมาเดี๋ยวนี้นะ” ร่างในชุดเหลืองตะโกนบอกเขา ในมือกำผงพิษไว้แน่น รอคอยอยู่เบื้องล่างต้นไผ่นั้น

                แม้แต่ข้ายังไม่กล้าจะรบกวนพวกเขาสองคน

                “กินข้าว” นายใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยตนเองในที่สุด ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

                แต่ไหนแต่ไรเขาจะใช้การกระทำเสียมากกว่า เขาค่อยๆหยิบตะเกียบบนโต๊ะขึ้นมา สาดมันออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะปรายสายตาไปมอง เสียงหวีดหวิวของตะเกียบลอยผ่านลมแยกออกเป็นสองทิศทางไปยังร่างบนต้นไผ่และร่างที่อยู่บนพื้น ห่างจากเสื้อคลุมทั้งคู่เพียงคืบ

                ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาเป็นถึงประมุขพรรคอู่หลิน

                ฉับพลัน เบื้องนอกปรากฏลมพัดวูบเข้ามา พริบตา ตำแหน่งที่นั่งทั้งเจ็ดบนโต๊ะก็ครบถ้วน ทุกคนทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เริ่มกินข้าวในมือของตนเอง

                ข้าดึงร่างในชุดสีส้มอ่อนนั้นเข้ามาในอ้อมแขน รู้สึกได้ถึงทรวงอกที่ยังหอบเหนื่อยของเขา ใบหน้าที่แดงก่ำเสียยิ่งกว่าดอกท้อทำเอาข้านึกสงสาร

     ข้ายกชายแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อให้เขา ก่อนเอ่ยเตือน “มา กินเนื้อกระต่ายนี่ ช่วยบำรุงกำลังขา”

                เขาส่ายหน้าไม่มา หยิบตะเกียบขึ้นคีบเนื้อชิ้นหนึ่งส่งให้คุณชายแห่งพิษ

                เด็กดี

   นี่ไม่เท่ากับว่าเป็นการดึงข้าเข้าไปด้วยหรือ ข้าก้มหน้าลง เป่าน้ำแกง ดื่มลงไปรวดเดียวจนหมด

                ทันใดนั้น ซื่อเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น ราวกับได้ยินอะไรบางอย่างผิดสังเกตเข้า “นายท่าน มีคนมาเยี่ยมเราเข้าเสียแล้ว”

                ข้าพ่นน้ำแกงที่อยู่ในปากออกมา รีบยกชายแขนเสื้อขึ้นเช็ดปาก

                ให้ตายเถอะ

                ใครกันมาเยี่ยมเยือนตอนคนอื่นเขากินข้าว เห็นได้ชัดว่ากะจะมาขอข้าวกินชัดๆ ข้าลุกขึ้นกวาดสายตามอง ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่หูกลับได้ยินเสียงบางอย่างเข้าเช่นกัน

   เสียงต้นไผ่ล้มระเนระนาด ใบไผ่เสียดสีกันไปมาสะท้อนก้องกังวาน พร้อมกับเสียงขลุ่ยที่ดังกังวานขึ้น

                ดูเหมือนว่า

                กลที่เสี่ยวซื่อทำเอาไว้จะถูกใครบางคนทำลายลงเสียแล้ว

                ดูเหมือนว่า ใครบางคน กำลังพยายามจะบุกเข้ามาในเขตที่พักของพวกเรา 

**************************************

100% คร้า

ตอนนี้มีตัวละครใหม่เพิ่มมาอีกแล้ว ไม่งงกันนะ เดี๋ยวสรุปให้อีกทีนะจ๊ะ 

คุณชายแห่งพิษ (ซานเอ๋อร์ คุณชายสาม) โกรธเสาเอ่อ ก็เลยพลาญวางยาพิษคนอื่น

ผู้โชคร้ายของเราก็ คือ หลู่เอ๋อร์ (คุณชายหก ที่มีคัมภีร์ไร้กังวลสลักอยู่บนร่าง เป็นใบ้) 55+ 

คนที่ถูกพิษอยู่บนพื้นแล้วเสาเอ่อเดินมาเหยียบคือ อู่เอ๋อร์ (คุณชายห้า ที่หน้าตาไม่ค่อยดีอ่ะ) 

เอ้อเอ๋อร์ (คุณชายสอง) เดินตามหลังมาจะมาช่วยแก้พิษให้

คนที่นั่งเล่นหมากลุกอยู่ คนที่ชนะคือ อีร์เอ๋อร์ (คุณชายหนึ่ง เจ้าสำนักพรรคอู่หลิน) พูดอยู่แค่ไม่กี่ประโยค 

ส่วนอีกคนหนึ่งที่พูดมากๆแล้วแพ้ คือ ซื่อเอ๋อร์ (คุณชายกะ คนที่เก่งด้านการแปลงโฉม)


สรุปก็คือในบ้านนี้ ถึงแม้ว่า เสาเอ่อจะเป็นนายท่าน แต่ลูกพี่ใหญ่จริงๆคืออีร์ (คุณชายหนึ่ง) คร้า

เสาเอ่อเราออกแนวเกรงใจอีร์ ห้าห้า

ให้ทายว่าใครมาหาเสาเอ่อกันแน่ ;)

สุ่ยจิง 20 June 2016

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1458 BB oi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 15:47
    ขอบคุณจ้าา
    #1,458
    0
  2. #1334 SAOW (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 19:35
    จำยากไปสักนิดฮาเรมของนางเอก 
    #1,334
    0
  3. #1226 Tangmoja (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:06
    ใครมาขัดจังหวะตอนกำลังกินข้าวเนี่ย??
    #1,226
    0
  4. #1072 ผมเป็นเจ้าชายนะฮะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 00:56
    ทำมายยยยยย
    #1,072
    0
  5. #1071 gracenofhobia (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:58
    ฟางฮวา ฟางฮวา ฟางฮวา!!//ถือป้ายไฟ
    #1,071
    0
  6. #1070 jinYoojin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 19:20
    ใครมาาา
    #1,070
    0
  7. #1069 Waree Saeyang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:53
    ตอนแรกๆก็สนุกนะแต่พอมา2ตอนหลังเหมือนอ่านอีกเรื่องไปเลย
    #1,069
    1
  8. #1068 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 19:17
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด พี่หานแน่เลยใช่ไหม มาทำไมมมมม๊ บรรยากาศกำลังดีๆอยู่่เชียว
    #1,068
    1
  9. #1067 ปิ้งกว่อ [氷菓] (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 16:04
    ใครมา?!!!!!!!!!!! รออ่านต่อนะคะ~~~~
    #1,067
    0
  10. #1066 9namfon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 15:27
    ผู้ใดมากันเล่า ขัดจังหวะจริงๆ
    #1,066
    0
  11. #1065 ◆Chilli liz◆ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 14:01
    สนุกมากค่าาาาา
    #1,065
    0
  12. #1064 Ppearl (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 13:43
    ไรท์ค่ะ มาอัพต่อเถอะค่ะ อยากรู้ใครมา พลีสสสสส
    #1,064
    0
  13. #1062 งุงิ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 10:02
    สนุกมากรออยู่น้า
    #1,062
    0
  14. #1061 Mapao555 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 09:55
    อิจแรงงงง
    #1,061
    0
  15. #1060 1964 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 09:44
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไปค่ะ
    #1,060
    0
  16. #1059 แคปพลีส (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 08:09
    มาสั้นจังเยย ไม่จุใจอ่ะค่ะ ฮืออ ~ พยายามเข้านะคะไรท์เป็นกำลังใจให้ อิอิ
    ปล.หวังเหลือเกินว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่แนวฮาเร็ม
    #1,059
    2
  17. #1058 butterflyya (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 07:40
    ขอบคุณค่ะ
    ลุ้นๆใครมาเยี่ยมกันนะ
    #1,058
    1
  18. #1056 Lollipop _sweet (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 05:42
    รอมาต่อค้าาา ถ้าเป็ยไปได้อยากได้ฮาเร็มคุณชายทั้ง 7 มากกว่าพรเอก (ขอโทดคะเราลืมชื่อพระเอกไปแล้ว55555) ไปประท้วงแปบ????
    #1,056
    1
  19. #1055 nona72 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:44
    คนที่เจ็ด ยังไม่ออกมาเลยคะ
    #1,055
    1
  20. #1054 Pep.mintz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:17
    หมอหลวงหรือเปล่าไม่น่าใช่นะ ????
    #1,054
    0
  21. #1053 TiNa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:09
    อีตาหมอหลวงแน่ๆเลย
    #1,053
    0
  22. #1052 gussda (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:57
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะสนุกมากเลยค่ะเข้ามารอไรท์อัพทุกวันเลยอ่ะ วันไหนเห็นว่าอัพต้องกดเข้ามาอ่านเรื่องเเรกเลย55555ชอบมากจริงๆๆค่ะแปลเรื่องดีๆๆแบบนี้มาอีกเยอะๆๆนะคะ รักฟางฮวากับเสาเอ่อคิดถึงอ่ะะ รออัพจ้าาาาา
    #1,052
    1
  23. #1051 PIP'3 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:57
    ฮาเร็มสิน้าาาาาา ...
    #1,051
    0
  24. #1050 Rie44 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:53
    ใจจะขาดเพราะรอไรท์#ไรท์จ๋ามาเร็วๆ
    #1,050
    0
  25. #1049 kiim.u (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:49
    จะรอน้า สู้ๆ นะคะ
    #1,049
    0