นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 16 : จุดเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    29 พ.ค. 59

          “จับคนพวกนี้ไว้ให้หมด”

          อ่าาาาาาาา

          จับ

          ทำไมถึงต้องมาจับคนของตำหนักฟางฮวา อีกอย่าง ข้าเพิ่งจะกลับมาแท้ๆ ทำไมต้องจับข้าด้วย

          ข้าทำได้แต่อดทน ไม่กล้าผลีผามวู่วามขัดขืน เนื่องจากกลัวว่าจะเสียแผนเปิดเผยตนเองขึ้นเสียก่อน

          ข้าถูกนำตัวมาจนถึงด้านหน้าตำหนักของฮ่องเต้ ที่มีร่างสั่นงันงกของบรรดาเหล่านางในขันทีขุนนางและบรรดานางสนมคุกเข่าอยู่ด้านหน้า

          ค่ำคืนนี้ช่างหนาวเหน็บนัก

          ประตูตำหนักที่ถูกเปิดไว้มีกลิ่นยาลอยตลบออกมา ตะเกียงในตำหนักถูกจุดสว่างไสวส่องสะท้อนความเงียบเหงาและ ความว่างเปล่า ร่างในชุดสีเหลืองคุกเข่าอยู่บนพื้นข้างแท่นบรรทม เขากุมมือของฮ่องเต้ไว้ ดวงตาแดงก่ำ เสียงแหบพร่าเปล่งขึ้น “เสด็จพ่อ ลูกช่างอกตัญญูนัก”

          แต่ร่างบนเตียงกลับไม่มีท่าทีตอบสนองแต่อย่างใด

          องค์รัชทายาทโน้มกายลงไปกอดร่างนั้นไว้ด้วยร่างสั่นเทา ด้วยท่าทางของลูกกตัญญู เสียใจอย่างสุดแสน ทำเอาคนมองอดไม่ได้ที่จะตื้นตัน

          เกิดอะไรขึ้นกันแน่

          ข้าคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยอาการงงงัน ทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆไปมา

         ขันทีแก่คนหนึ่งยกชายแขนเสื้อขึ้นมาซับน้ำตาตรงดวงตาของตน เปล่งเสียงลากยาวฉะฉานดังก้อง “ฮ่องเต้สวรรคต”

          อะไรกัน

          สวรรคต!!!

          ตำหนักกว้างใหญ่ว่างเปล่า ทุกร่างล้วนหยุดนิ่ง ในหัวข้ามีแต่ความว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นเทา ได้แต่มองไปยังคนรอบข้างที่ต่างอยู่ในอาการเศร้าโศก บางร่างหน้าขาวซีด บางร่างหมอบกายสั่นเทาลงกับพื้นสะอื้นไห้ไปมา

          “บังอาจ เจ้าเป็นผู้ใดกัน”

          “ถอยไป ถอยไป”

          ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูตำหนักรีบยกชายชุดคลุมก้าวเข้ามาอย่างร้อนรน เขาคุกเข่าหมอบกายลงบนพื้น

          “กระหม่อมมาสายไป กระหม่อมสมควรตาย”

          ร่างด้านหลังที่เดินตามมาหยุดเท้าลง มองไปยังฉากแห่งความกดดันวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสงบและงามสง่า

          “ฟางฮวาท่านก็มาแล้วรึ” หานจึชวนเอ่ยเสียงแผ่ว คลี่ยิ้มจางๆขึ้น พูดจบก็ค่อยๆหมุนกายลงนั่ง วางมือเบาๆลงบนโต๊ะ รอยยิ้มในดวงตาคลี่คลายลง มองไปยังอีกร่าง “แพทย์หลวงหน่ง

          “กระหม่อมสมควรตาย”

          “ช่วงไม่กี่วันมานี้อาการของเสด็จพ่อทรงดีขึ้น แต่พอมาวันนี้ทำไมอยู่ๆก็มาจากไปเช่นนี้” น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาเต็มไปด้วยแววเกรี้ยวกราดแห่งอำนาจ “ข้าอยากจะรู้เหตุผล”

          “ภายหลังยาของฮ่องเต้ล้วนแต่เป็นยาที่คุณชายฮวาสั่ง โดยมีกระหม่อมเป็นผู้ปรุง ตอนบ่ายวันนี้กระหม่อมไปหาสมุนไพร เพิ่งจะกลับมาถึงวัง” เขาโขกศีรษะลงกับพื้น ปรายสายตาไร้ความหมายไปยังฟางฮวานิดหนึ่ง

          หน่งหยู่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน

          พูดแบบนี้ไม่เท่ากับว่าเป็นการโยนความพิษทั้งหมด

          ข้าเงยหน้าขึ้น มองไปยังสีหน้าไม่ใส่ใจของฟางฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังของหน่งหยู่ เห็นสายตาเขากำลังกวาดมายังบรรดานางกำนัลที่คุกเข่าอยู่ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ข้า

          ข้าอึ้งไปครู่ ในใจเต็มไปด้วยความกังวล

          อาจารย์ ท่านยังไม่รู้ตัวอีกว่า กำลังถูกคนอื่นใส่ร้ายอยู่ มัวแต่มองมาที่ข้าทำไมกัน รีบพูดอะไรออกมาซิ เห็นได้ชัดว่าหน่งหยู่ตั้งใจจะโยนความผิดทั้งหมดให้ท่าน

          ใจข้าร้อนรนไปหมด หวังจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกองครักษ์เบื้องหลังกดบ่าไว้ให้นั่งลงไปตามเดิม

                  สายตาของฟางฮวาจับจ้องมาที่ข้า ก่อนจะหันกลับไปหมายจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา

                    หานจึชวนโบกมือขึ้น ไม่ได้เอ่ยรับคำของหน่งหยู่แต่อย่างใด เขากวาดตามองบรรดาขันทีที่คุกเข่าอยู่รอบข้าง น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น “ขันทีที่มีหน้าที่ต้มยาวันนี้คือผู้ใด ยกยาขึ้นมา”

                    ได้ผลทันตา

                    ในวังทำอะไรก็รวดเร็วเห็นผลทันใจไปหมด

                    เข่าที่คุกอยู่กับพื้นยังไม่ทันปวด ร่างซื่อสัตย์ของแพทย์หลวงคนหนึ่งกับขันทีอีกสามร่างก็ถูกกุมตัวเข้ามาหน้าตำหนัก

                    แพทย์หลวงชราใช้เข็มเงินตรวจสอบยาในถ้วย เขายกเข็มเงินสั่นเทาในมือขึ้นดมนิดหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความแปลกใจ น้ำเสียงชราภาพแหบแห้งหวาดกลัวเอ่ยขึ้น

                    “ข้ากระหม่อมไร้ความสามารถ ขอฝ่าบาททรงลงอาญา ยาเมื่อตอนบ่ายหม่อมฉันเป็นคนต้มด้วยตนเอง กระหม่อมละเลย ไม่ทราบว่าใครแอบใส่ หญ้าเผาวิญญาณ ลงไปตั่งแต่เมื่อใด”

               “หญ้าเผาวิญญาณ” หานจึชวนกวาดตามองร่างนั้นแวบหนึ่ง

                    ในขณะที่แพทย์หลวงชราหวาดกลัวจนพูดอะไรไม่ออกอีก

                    หน่งหยู่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำท่าคารวะก่อนเอ่ยตอบ “ทูลฝ่าบาท หญ้าเผาวิญญาณ นี้ผสมมาจากลำต้นของสมุนไพรที่มีสรรพคุณพิเศษสามชนิด โดยมีข้อแม้ว่าจะใช้น้ำสมุนไพรสดมาผสม เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้มีอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง คนธรรมสามารถรับประทานได้ แต่สำหรับผู้ป่วยจะไม่สามารถต้านทานยาชนิดนี้ได้”

                    เจ้าสิ่งนี้ข้าเคยได้ยินมาก่อน

            ลำต้นของสมุนไพรพวกนี้พอเด็ดมาได้เพียงเสี้ยววินาทีจะต้องนำมาปรุงยาทันที และต้องทานภายในแปดชั่วยามเท่านั้นถึงจะเห็นผล ยิ่งทานเร็วเท่าไหร่ฤทธิ์ยิ่งเห็นผลชัดมากเท่านั้น

       “สมุนไพรชนิดนี้ไม่มีในวัง แน่นอนว่าจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้แอบเอาเข้ามาจากนอกวัง แล้วอาศัยโอกาสใส่เข้าไปในยาของฮ่องเต้เป็นแน่ กระหม่อมขอให้ฝ่าบาททรงตัดสินเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมด้วย” หน่งหยู่ขมวดคิ้ว สะกดคำพูดออกมา “แน่นอนว่าไม่อาจจะตัดพวกขันทีและนางกำนัลทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง”

                    หายจึชวนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เท้ามือไว้กับศีรษะ ชี้นิ้วไปที่เหล่าแพทย์หลวงและขันทีที่นั่งขุกเข่าตัวสั่นงันงกกลุ่มนั้น “ลากพวกนี้ออกไปประหารซะให้หมด”

                    เขาดูคล้ายแสยะยิ้มขึ้น เอ่ยตัดสินความเป็นความตายของคนอื่นด้วยวาจาอันเรียบง่าย ราวกับไม่ได้สั่งให้ตัดหัวคนพวก แต่แค่สั่งให้ไปตัดหญ้า

                    “ฝ่าบาท แล้วพวกคนรับใช้พวกนี้เล่าจะจัดการเช่นไร” ขันทีท่าทางพิธีรีตองที่ยืนก้มหัวอยู่ด้านข้างแทรกถามขึ้นเบาๆ

                    “ลากออกไปสอบสวน ค้นตัวให้หมดว่ามียาอะไรในตัวหรือไม่ ไม่ได้อยู่ปรนนิบัติข้างกายนายหรือว่าออกไปนอกวังส่งไปให้สอบสวนทรมานให้หมด”

                    อะไรกัน

                    หานจึชวน เจ้าเหี้ยมโหดเกินไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย

                    เสียงวุ่นวายดังขึ้นรอบกาย สายตาข้ามองไปยังบรรดาองครักษ์ที่กำลังจะเข้ามาจับคน ในใจชาวูบไปหมด ตัดสินใจว่าควรจะต่อต้านดีหรือไม่

                    ร่างๆหนึ่งเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าข้า เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

                    “นางกำนัลคนนี้ข้าขอเก็บไว้”

                    ข้าเหลือบตามองใบหน้าด้านข้างของฟางฮวา

                    มือเขากดหนักๆลงบนบ่าข้า ดึงข้าให้ลุกขึ้นมาจากพื้น หันไปยืนยันกับหานจึชวนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง “นางอยู่ปรนนิบัติข้างกายข้าตลอดไม่เคยห่าง”

                    หน่งหยู่ดูประหลาดใจ

                    “คนของท่าน แน่นอนว่าข้าไม่แตะแน่” หานจึชวนคลี่ยิ้ม เอ่ยขึ้นด้วยวาจาเรียบง่าย

                    ข้ารับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงน้ำหนักมือที่ผ่อนแรงลงของฟางฮวาที่กดอยู่ตรงบ่าข้า ร่างทั้งร่างรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

        ข้ามองไปที่เขาด้วยความแปลกใจ

        รู้สึกมึนงงไปหมด

       ทำไมเขาถึงต้องโกหกเพื่อช่วยข้าด้วยนะ

       ถ้าเกิดว่าความแตก เขามิต้อง….

       ในขณะที่ตั่งแต่ต้นจนจบหน่งหยู่ได้แต่ยืนอยู่เบื้องหลังหานจึชวน ข้ามองไม่เห็นแววตาของเขา หวนนึกถึงถ้อยคำที่เขาบอกข้าขึ้นมา ไม่อยากคิด ไม่อยากจะวิเคราะห์ใดๆ

       วังหลวง ไม่ใช่ที่สนุกจริงๆ

       ข้าก้มศีรษะลงกับพื้น  มองดูเงาของตนเองที่สะท้อนอยู่บนนั้น อึ้งไปพักใหญ่

       ข้าเงยศีรษะขึ้นอย่างแปลกใจ แสงไฟอบอุ่นจากตะเกียงส่องสะท้อนไปทั่วบริเวณ กระทบลงบนผ้าม่านบนแท่นบรรทม ทุกสิ่งเงียบสงบ ไร้ซึ่งแม้แต่เสียงลม

       ข้าอึ้งไป

       ราวกับได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วระรวย ใกล้จะหมดลมในไม่ช้า

       กำลังภายในข้าไม่เลว เป็นธรรมดาที่จะมีความสามารถในการฟังดีกว่าคนปกติ

       หรือว่า

       คนที่ต้องตายไปแล้ว บางทีอาจจะยังไม่ตาย?

       แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อาการของฮ่องเต้แม้ว่าจะรุนแรง แต่ว่าบางทีอาจจะยังต้านพิษของ หญ้าเผาวิญญาณไว้ได้ บางทีหัวใจอาจจะแค่หยุดเต้นไปเพียงครู่ ถ้าช่วยตอนนี้อาจจะยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้

       ทันใดนั้น ร่างของฟางฮวาก้าวไปเบื้องหน้าสองสามก้าว คล้ายกับจะแหวกผ้าม่านนั้นเข้าไป

      หายจึชวนกดบ่าเขาเอาไว้ คลี่ยิ้มเยือกเย็นออกมา

      จนกระทั้งลมหายใจอ่อนระรวยนั้นขาดหายไป เขาถึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อย่ารบกวนผู้ล่วงลับไปแล้วเลย ไม่เช่นนั้นจะโดนกล่าวหาว่าคิดการณ์ไม่ซื่อ”

      แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของเขามาก่อน

      บุรุษผู้เคยอ่อนโยนถ่อมตน มาวันนี้ความอ่อนโยนนั้นยังคงอยู่ ทว่ากลับมีบางอย่างที่ทำให้ข้าขนลุกไปทั้งกายแอบแฝงอยู่ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนนั้น

    เสียงขันทีคนหนึ่งตะโกนประกาศก้องดังไปทั่ว “ฮ่องเต้สวรรคต สิบห้าวันหลังจากนี้องค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ สนมนางในทั้งหมดของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ไม่มีโอรสธิดาฝังทั้งเป็นกับพระศพ”

    ของที่ฮ่องเต้ตอนมีชีวิตอยู่เคยเสพสุข ตายไปแล้วก็ยังมิวายต้องเอาไปด้วยทั้งหมด

    ท่ามกลางบรรดาผู้คนที่ต่างคุกเข่าตะโกน ฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี ฟางฮวาปรายสายตาไปมองเขานิดหนึ่ง หมุนกายไปอีกทาง

    “คุณชายฮวา ท่านเป็นอะไรหรือ” ข้าตามร่างเขาไป เห็นเขาคลี่ยิ้มอ่อนโยนขึ้นให้ข้า

                 ข้ามองไปด้านข้าง เห็นร่างหานจึชวนยืนอยู่ตรงประตูตำหนัก สายตามองตรงมายังร่างที่กำลังเดินจากไปของพวกข้า คลี่ยิ้มอ่อนโยนขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อยู่ห่างจากข้าไปไกลแต่กลับทำให้ข้าสั่นเทาไปทั้งร่าง

    “ค้นตำหนักแพทย์หลวง เพิ่มกำลังคนคอยเฝ้าคุณชายฮวา กักบริเวณห้ามออกจากวังโดยเด็ดขาด”

********************************************

                    เที่ยงตรง

                    ราชองค์การฉบับหนึ่งถูกส่งมาให้ฟางฮวาย้ายจากตำหนักใหญ่ไปยังที่พักแห่งใหม่ ที่พักใหม่ดูเย็นเยียบ ภายในห้องตกแต่งเรียบง่าย ไม่ผิดไปจาก ตำหนักเย็น

                    ตอนนี้อยากจะไปก็ไปไม่ได้ อยู่ต่อก็อยู่แบบไม่เต็มใจ

                    ข้าเดินเรื่อยเปื่อยไปมารอบวังอย่างเบื่อหน่าย

                    ดูเหมือนฟางฮวาจะไม่สนใจสิ่งใดๆทั้งสิ้น เขานั่งอยู่ตรงหน้าต่างเพียงลำพัง นานๆทีก็ยกชาขึ้นดื่ม

       ราวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา

       เขายังไม่รู้ว่า กุ้ยเฟย (หนึ่งในสี่สนมเอก)นางหนึ่งที่ชอบปลูกดอกไม้ปลูกสมุนไพรโดนหานจึชวนประทานผ้าขาวให้ผูกคอปลิดชีพตนเองเมื่อคืนวาน ได้ยินมาว่านางเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้องค์ก่อนนัก ก่อนตายยังกอดบุตรสาวร้องไห้อยู่พักใหญ่ ทำให้ในวังต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บุตรสาวของนางนั้นข้ารู้จักเป็นอย่างดี นางก็คือ เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเคยบุกเข้ามาหาฟางฮวาถึงตำหนัก แถมยังแต่งกายเป็นนางกำนัล เรียกตนเองว่า เสี่ยวหวง นางนั้น

       คิดถึงผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าอยู่ในวังอันโหดร้ายแห่งนี้เพียงลำพัง ข้าก็อดจะกังวลใจแทนนางไม่ได้

     แต่ว่าเรื่องมาถึงทุกวันนี้

     จะทำอย่างไรได้เล่า

     นอกจากการปกป้องตนเอง

     หานจึชวนสุดท้ายยังคงระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างฟางฮวา เหล่านางในขันทีที่โดนจับไปสอบสวนเหล่านั้น แค่เป็นคนที่คอยปรนนิบัติฟางฮวา ก็จะกลับมาโดยไม่ได้รับการลงทัญแม้แต่เพียงปลายนิ้ว

     อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ในวัง เรื่องเล่าลือเล่าขานต่างๆนาๆ แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว แต่ที่จับใจความได้เห็นจะเป็น การสวรรคตของอดีตฮ่องเต้ที่เกี่ยวพันกับคนไม่น้อย หลายคนเข้ามาพัวพันจนต้องเอาชีวิตมาสังเวยในครั้งนี้ เว้นเสียแต่เพียงผู้เดียวที่ยังคงปลอดภัยไม่เป็นอะไร นั่นก็คือ ฟางฮวา เสียงเล่าลือนินทาโจทก์จันไปทั่ว แม้แต่โอรสสวรรค์อย่างฮ่องเต้ ก็ยังต้องพ่ายแพ้แก่ความงาม

            ไร้สาระ

                    ฟางฮวางดงาม เป็นเรื่องจริง

                    แต่ยังไงเขาก็เป็นผู้ชาย

                    มาพูดแบบนี้นับว่าเป็นการลบหลู่เขายิ่งหนัก แน่นอนว่าข้าจะจดจำเอาไว้ คอยดูเถอะ ซักวันข้าจะต้องเอาคืนแทนเขาแน่

                    ข้าอดทนอดกลั้นอยู่หลายวันอย่างเบื่อหน่าย หลายวันมานี้ข้าก็เลยพกผงยาพิษของข้าเดินไปมาจนทั่ววัง ซักพักก็หยิบมันขึ้นมาโปรยออกไปตามลม

                เดินไปเดินมาฟ้าก็มืดเสียแล้ว

                    ให้ตายซิ วันนี้ข้าพลาดเวลาอาหารเย็นเข้าอีกแล้ว

                    ข้าเดินนำพากระเพาะที่บิดเป็นเกลียวด้วยความหิวกลับมา มองเห็นแสงไฟวับวับจากตะเกียงหลังหน้าต่างที่อยู่ห่างไกล

                    ปกติช่วงนี้ตำหนักฟางฮวาไม่ค่อยจะจุดตะเกียงซักเท่าใดนัก เพราะหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่ตำหนักเย็น เทียนที่ส่วนกลางแจกจ่ายมาให้มักไม่ค่อยพอใช้

                    วันนี้เกิดอะไรขึ้นนะ

                    หรือว่า จะมีแขกสำคัญมา

                    ข้ารู้สึกแปลกใจ แนบกายลงกับหน้าต่าง ยื่นมือไปหมายจะทำช่องเล็กๆบนกระดาษสานั้น ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่ใจคิด ร่างข้าก็โดนเสี่ยวลี้จึคว้าเอาไว้เสียก่อน

                    ข้าขมวดคิ้ว เข่นเสียงถามขึ้น “ทำอะไรของเจ้า มือหนักเสียขนาดนี้”

                    “วันนี้ทั้งวันเจ้าหายไปไหนมา”

                    “เกิดอะไรขึ้นหรือ?

                    “คุณชายฮวาหลังจากกลับมา ก็ตามหาเจ้าอยู่ครึ่งค่อนวัน เจ้าเป็นคนรับใช้ประจำตัวอย่างไรกัน ปล่อยนายทิ้งไว้เพียงลำพัง ไม่ดูแล”

                    ข้าจะบอกว่าข้าไปจัดการพวกปากมากในวังได้ไหมนะ

                    ไม่ค่อยจะดีมั้ง

                    ข้าก้มหัวลง มือบิดชุดไปมา เหลือบสายตาขึ้นมองเขา เอ่ยเบาๆ “ข้าก็กลับมาแล้วนี่ไง เจ้าก็ให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติซิ”

                    “คุณชายฮวากำลังดื่มเหล้าอยู่กับองค์รัชทายาท ได้ยินมาว่าเป็นเหล้าที่เอามาจากที่พักเก่า อยู่ข้างในกันพักใหญ่แล้ว”

                    ทำไมข้ารู้สึกได้ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวยังไงก็ไม่รู้นะ

                    หานจึชวนวันนี้ทำไมถึงมีเวลาว่างมาที่นี่ได้กัน แต่กระนั้นข้าก็รู้สึกเบาใจเพราะคิดว่าเขาคงไม่ทำให้ฟางฮวาลำบากใจอะไรเป็นแน่

                    ข้าหรี่ตามองเข้าไปภายในห้องที่ปิดสนิทนั้น ทำได้เพียงเดินไปเดินมาอยู่ด้านนอก ย่อกายลงนั่งบนโต๊ะหิน ปรายตามองขันทีน้อย “ยังมีอะไรให้ข้ากินอีกไหม”

                    “ข้าเพิ่งจะยกกับแกล้มจากข้างในออกมา รอประเดี๋ยวนะ ข้าจะไปหยิบมาให้เจ้า”

                    ถั่วจานหนึ่ง เนื้อหั่นบางๆหนึ่งจาน เนื้อแกะอุ่นๆอีกจาน

                    ข้างงไปหมด

                    “ของพวกนี้คุณชายฮวากินได้หรือ”  

                    “ก็กินไม่ได้นะซิ ดังนั้นองค์รัชทายาทชิมไปสองสามคำก็ให้คนยกออกมา”

                    ข้ายกตะเกียบขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ ของกินของนาย ข้าเอามากิน ดูไม่ค่อยถูกกฎยังไงไม่รู้

                    “จริงๆแล้วองค์รัชทายาทยังอยากเสวยต่อ แต่คุณชายฮวาเรียกคนมายกเก็บ บอกว่าจะเหลือไว้ให้ผีอดอยาก” เขายกมือขึ้นปิดปาก ปรายตามองข้า ลอบหัวเราะขึ้น

                    “ยังมีหมั่นโถวหรือไม่”

                    “มีมีมี เจ้ารอข้าแปบ”

                    ผีอดอยาก เขาหมายถึงข้าเหรอ

                    ชิ ผีที่ไหนงดงามขนาดนี้กัน ข้าหยิบเนื้อขึ้นมาฉีกกินอย่างสำราญ

                    ทันใดนั้น

                    ประตูถูกเปิดออกโครมใหญ่

                    ร่างในชุดสีเหลืองโงนเงน สาวเท้าไม่มั่นคงเดินออกมา

           “ข้าจะไปเข้าห้องน้ำ อย่าขวางข้า”

                    “ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ ทางนี้” ร่างขันทีที่อยู่ด้านข้างรีบชี้มือโบกไปอีกทาง มิวายช่วยประคองกลัวว่าร่างนั้นจะล้มไปเสียก่อน

                    ตำหนักเงียบลงในที่สุด เมื่อร่างนั้นเดินจากไป

                    ข้าค่อยๆเดินเข้าไปในห้องที่ประตูเปิดอยู่

                    ภายในห้องดูอบอ้าว กลิ่นหอมหวานของเหล้าตลบอบอวลไปทั่ว

                    เก้าอี้ตัวหนึ่งล้มอยู่กับพื้นที่เต็มไปด้วยเปลือกถั่วและเศษจานกระเบื้องที่แตก

                    ร่างนางกำนัลที่นั่งอยู่บนพื้นใช้ผ้าเช็ดเก็บกวาดเงยหน้าขึ้นมามองร่างที่หมอบกายอยู่กับโต๊ะของฟางฮวาตัวสั่นงันงกกันไปหมด

                    ดูคล้ายกลับกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมา

                    ห้องของฟางฮวาจะให้คนนอกถือวิสาสะเข้ามาอย่างนี้ได้รึ

                    ข้าเดินเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ ส่งสายตาไปทางพวกนาง

                    พวกนางส่งสายตาราวกับขอบคุณมาที่ข้านิดหนึ่ง ก้มตัวน้อมกายเดินออกไปจากห้อง แถมยังไม่ลืมปิดประตูลงให้ด้วย

                    ปิดประตู

                    พวกนางจะปิดประตูเพื่อ

***************************************************

ไป Outing กับบริษัทมาคร้า กลับมากก็รีบปั่นเลย  ต่อกันอีก 50%สำหรับตอนนี้ ดูสั้นๆเนอะ ห้าห้า

อ่านหลายๆคอมเม้นท์แล้วเหมือนกลัวผู้แปลโกรธเนอะ เลยไม่กล้าตาม ตามได้คร้า แค่เม้นน่ารักๆ ว่ามารอ ก็ดีใจแล้วค่ะ เป็นกำลังใจในการแปลเป็นอย่างมาก

เพราะบางช่วงยุ่งๆ ไม่มีเวลาแปลเลย พอเห็นคอมเม้นท์ตามรู้ว่ามีคนรออ่านอยู่นะ ก็ทำให้มีกำลังใจแปลขึ้นเยอะ ไม่งั้นบางทีจะมีแอบคิดว่า เอ๋ เรื่องไม่น่าสนใจหรือเปล่า ไม่มีใครมาเม้นท์ตามเลย ประมาณนี้ เยอะไปม่ะ ห้าห้า


ตอนหน้าเรียกได้ว่าเป็นจุดไคลแม๊ค ของเรื่องเลยก็ว่าได้ค่ะ

ฟางฮวาเราเมาอีกแล้วววว เคยเห็นวีรกรรมยามเมาของท่านอาจารย์กันแล้วน่าจะรู้เนอะว่าฟินขนาดไหน >///<

จะบอกว่าตอนต่อไปทั้งฟินทั้งหน่วง เฮ้ออ ไม่รู้จะสงสารใครดีเลยเรื่องนี้


เรื่องนี้เนื่องจากตัวละครเอก เสาเอ่อ ของเราเป็นตัวดำเนินเรื่องนะคะ เพราะฉะนั้นเราจะได้รู้เรื่องต่างๆ ผ่านทางมุมมองความคิดของนางเท่านั้น เรื่องอะไรที่นางไม่รู้ เราก็ไม่รุู้ ทำให้เรื่องนี้มีปมลับมากมายเต็มไปหมด

คงต้องรอเจ้าของปมอยากเล่าให้เสาเอ่อฟัง เราถึงจะรู้ความจริงด้วย

เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อตามสิ่งที่เสาเอ่อคิดหมดนะคะ เพราะบางทีนางก็คิดผิด หรือคิดเองเออเองอยู่เหมือนกัน ห้าห้า

อยากต่อตอนหน้าแล้ววววอ่า ฟินมากก ใครอยากอ่านขอเสียงหน่อยเนอะ

^________^

สุ่ยจิง  29 May 2016  












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1454 BB oi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 14:55
    งง หนักมาก
    #1,454
    0
  2. #955 jib-john (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 01:48
    งง และค้างงง
    #955
    0
  3. #861 TiNa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:42
    ปมเยอะจริงค่ะ เรื่องนี้ แอบเครียดอยู่เหมือนกัน
    #861
    0
  4. #782 hussarak2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:05
    อยากอ่านมากกกกก....ค่ะ
    #782
    0
  5. #781 Ppearl (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:36
    อ่านรวดเดียวบเลยค่ะ รออ่านต่ออยู่นะคะ ลุ้นมาก
    #781
    0
  6. #780 ยัยบ้าเพ้อฝัน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 11:08
    สนุกมากค่ะ รอนะคะ อยากรู้จริงว่าองค์ชายนิเป็นเกย์หรือคะ
    #780
    0
  7. #779 firstloveDavill (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 23:48
    งั้นจากรีไปจะตามเต็มที่คร้าาสา
    #779
    0
  8. #778 Waranya Worakhunpiset (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 22:40
    ปักกกกกกกก น่ารักมากกก รอข่าาาาา
    #778
    0
  9. #777 Lady Lilac (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:45
    แปลได้ดีมากกกกกกก เลยค่ะ อยากอ่านมากๆเลยเรื่องนี้ แต่ไม่รีบเนาะ ถ้าว่างก็มานะคะ
    #777
    0
  10. #776 t_g_k (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:40
    รอต่อนะคะ <3 รักฟางฮวาที่สุดดด
    #776
    0
  11. #775 Earn Thanapha K (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:21
    ชอบจัง ฟางฮวาน่ารัก ผู้แปลสู้ๆ รออยู่นะ
    #775
    0
  12. #773 chrysalis_devil (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 19:57
    ทำไมดูปิดประตูส่ง
    #773
    1
  13. #772 gracenofhobia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 19:44
    รอค่าาา
    #772
    0
  14. #771 Triffs (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:50
    เย้อัพแล้ววว. ยังปักธงรออยุ่นะค้าา
    #771
    0
  15. #770 Momo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:46
    ลุ้นๆๆ

    แต่ว่าฟางฮวาน่าจะรู้นะว่าเป็นเสาเอ่อ
    #770
    0
  16. #769 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:20
    ฟางฮวาเมา งี้ก็เสร็จเสาเอ่อสิ จ้องฟางฮวาตาวาวมานานแล้วนี่ 5555
    #769
    1
  17. #768 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 17:38
    บ๊ะะะะะะะะะ ฟางฮวาเมาเหล้าแล้วค่าาาา รออะไรคะ เตรียมทิชชู่ซิ อ๊ะไม่ช่ายยยยยย
    รอเสมอค่าาาา สู้ๆน้าาาาา
    #768
    1
  18. #767 3633 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 16:30
    ชอบตอนฟางฮวาเมามากกกกกกแก
    #767
    0
  19. #766 ดาค่ะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 11:46
    รอต่อไป ชอบมากๆ อบอวล ไออุ่น นุ่มละมุน หวานบ้างขมบ้าง มันไม่ใช่ทุกอย่างที่อยากให้เป็น แต่ต้องรับรู้รสชาดนั้นๆนะเสาเอ๋อร์
    #766
    1
  20. #765 ข้าวหน้าเนื้อ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 11:24
    รออ่านอยู่นะคะ
    #765
    0
  21. #764 .Pdl² (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 09:31
    กริ๊สส อยากอ่านตอนหน้าเร็วๆจัง
    #764
    0
  22. #763 DragonEyEs (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 09:21
    แสดงว่าฟางฮวาต้องรู้แน่เลยว่านี่คือเสาเอ่อร์
    สรุปคือเหลือหานจึชวน ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียว
    แต่ดีแล้ว เราทีมฟางฮวาค่ะ 5555

    ขอบคุณไร้ท์มากค่า
    #763
    0
  23. #762 Margaret Jibman (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 09:11
    ยกมือขึ้น10ข้างเลยค่ะ 555
    #762
    0
  24. #761 หนก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 08:40
    ขอบคุณค่ะ
    #761
    0
  25. #760 BBuKa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 07:54
    รอค่ะ รอความฟิน อิอิ
    #760
    0