นิมิตรักฟางฮวา (นิยายแปล)

ตอนที่ 15 : ชู้รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    21 พ.ค. 59

    

   

หน่งหยู่


    เที่ยงตรงของอีกวัน

   ข้าหาวขึ้นมาทีหนึ่ง ก่อนจะพบว่าข้ายังคงนอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มยับหยู่ยี่กองกันอยู่ตรงปลายเท้า ควันหอมอ่อนๆที่ตอนนี้เหลือเพียงเถ้าสีดำๆอยู่ในกระถางลอยมาจากข้างหมอน ข้าหยิบมันขึ้นดูนิดหนึ่ง รู้ได้ทันทีว่าเป็นยากล่อมประสาทที่ช่วยในการนอนหลับชนิดหนึ่ง

    ใครกันเอามาวางไว้ตรงนี้

    ข้ามองไปรอบด้าน เคลื่อนกายลงจากเตียงใส่รองเท้า คว้าเสื้อคลุมมาคลุมกาย เดินไปยังห้องข้างๆ

    บนเตียงนั้น ที่นอนของฟางฮวาถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่กลับไม่พบร่างของเขา

    แสงสว่างส่องลอดหน้าต่างเข้ามาส่องกระทบโต๊ะหนังสืออันว่างเปล่า ของที่วางอยู่ตรงนั้นเมื่อคืนก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้วเช่นกัน

    ดูเหมือนว่าข้าจะหลับยาวเกินไปเสียแล้ว

    ประตูถูกใครบางคนผลักเข้ามาจากเบื้องนอก เสี่ยวลี้จึ อุ้มอ่างน้ำเดินก้มหัวเข้ามา

    ข้าหันกายกลับไป ยกมือขึ้นเกาหัว เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “เจ้ารู้ไหมว่าคุณชายฮวาไปไหนแต่เช้า”

    ขันทีน้อยมองมาที่ข้าอย่างงุนงง มือที่ชี้มาที่ข้าสั่นน้อยๆ “นี่มันเที่ยงแล้ว เจ้าเพิ่งจะตื่นรึ”

    พูดจบเขาก็เก็บมือเข้าไปในแขนเสื้อ ทำปากงุบงิบ เดินวนไปวนมารอบๆข้าอยู่สองสามรอบ คลี่ยิ้มกริ่มส่งให้ “คุณชายฮวาถูกเรียกไปดูอาการฮ่องเต้ที่ตำหนักใหญ่ตั่งแต่เช้าแล้ว เจ้านี่จริงๆ มีอย่างที่ไหนตื่นสายกว่านายเสียอีก”

    คิดว่าข้าอยากเหรอ อย่าให้ข้ารู้นะว่าใครเอายานั่นมาให้ข้าดม มีเรื่องแน่

    หลังจากขันทีน้อยแกล้งข้าจนพอใจแล้ว เขาก็กลับมานิ่งสงบลง ทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้น 

    ข้าตกใจถอยหลังออก เห็นเขาคลี่ยิ้มขึ้นมานิดนึง หยิบผ้าที่อยู่ในอ่างขึ้นมา ถูลงบนพื้นเบื้องหน้า

    ที่แท้ก็ถูพื้น

    ข้านึกว่าจะก้มกราบข้าเสียอีก

    ข้าทรุดกายลงบนเก้าอี้ “ทำงานรึ ให้ข้าช่วยอะไรไหม”

    “หยุด ไม่ต้องเลย” เขายกคิ้วขึ้น มองไปรอบด้าน สายตาหยุดตรงที่นอนอันยุ่งเหยิงของข้าบนเตียง คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้น “ข้าทำเองจะดีกว่า ไม่กล้าใช้เจ้าหรอก ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยไม่รู้จะโดนลงโทษอะไร”

    เจ้าขันทีน้อยนี่

    ไม่ใช่ว่าคิดว่าเมื่อคืนข้ากับฟางฮวา….

    เฮ้ยย

    ในหัวสมองเขาบรรจุอะไรอยู่นี่

    ข้าไขว้มือไว้ข้างหลัง ไม่พูดไม่จาเดินออกไปจากห้อง

            ลมเบาๆที่พัดมาต้องกาย ทำให้เริ่มรู้สึกได้ถึงท้องที่ยังว่างเปล่า ความรู้สึกหิวเริ่มปรากฏขึ้นมา

                 ข้าค้นไปทั่ว เปิดนั่นดูนี่ค้นหาของกิน ในที่สุดก็ยอมแพ้เมื่อค้นพบว่าพวกนางในขันทีพวกนั้นไม่ได้เหลืออะไรให้ข้ากินเลยแม้แต่น้อย

                ข้าเดินไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะไปที่ไหน

   ท่ามกลางสวนดอกท้อที่บานสะพรั่งอยู่เบื้องหน้า นางในสองสามคนห้อมล้อมอยู่ตรงร่างงามของชายผู้หนึ่ง ข้างกายเขามีม้าขาวอยู่ตัวหนึ่ง มันเงยหน้าฝึดฝัดกระทืบเท้าลงบนพื้นไปมาเบาๆราวกับหงุดหงิด

                ในวังขี่ม้าได้ด้วยหรือ

                ข้าใช้มือจับก้านดอกท้อตรงหน้าหลีกออก ก้าวไปเบื้องหน้าหวังให้เห็นชัดขึ้น ม้าตัวนั้นดูแข็งแรงอวบอัดเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเอามาปิ้งจะอร่อยไหมนะ

               นางในสองสามคนใบหน้าแดงซ่าน งดงามราวกับดอกท้อที่บานสะพรั่งอยู่บนต้น ดวงตาแวววาวนั้นเต็มไปด้วยความเชิญชวน

               “แพทย์หลวง นายข้าวันนี้รู้สึกไม่สบายมาตั่งแต่เช้าแล้ว” น้ำเสียงนั้นฟังดูไพเราะ

               “แพทย์หลวงหน่ง นายข้าบ่นว่ารู้สึกมึนหัวมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน ท่านไปดูที่ตำหนักของพวกข้าเสียหน่อยเถอะ” รายนี้ยิ่งฟังดูหวานจับใจเข้าไปใหญ่

               หน่งหยู่ที่ยืนอยู่ระหว่างพวกนางคลี่ยิ้มไม่หุบ มือจับอยู่ที่ม้าขาวตัวนั้น ท่าทางราวกับนักบุญ นิ่งเงียบไปครู่ก่อนเอ่ยเสียงละมุน “วันนี้เห็นจะไม่ได้ เพราะข้าได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ออกไปราชการนอกวัง”

               “จริงรึ บังเอิญจริง” นางในเหล่านั้นก้มหัวลง บิดผ้าเช็ดหน้าในมือ มองตากันไปมา

               “แต่จะมีแพทย์หลวงคนอื่นไปดูอาการแทนแน่นอน” ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ก้มศีรษะราวกับขอโทษนิดหนึ่ง

               ฮึ่ม

               เสแสร้งล่ะซิไม่ว่า

               ท่าทางราวกับนักบุญ แต่จริงๆแล้วคือพังพอนยักษ์ตัวใหญ่ที่วางแผนการไว้เป็นอย่างดี

               นางพวกนี้ยังเด็กนัก ไม่รู้ประสาจริงๆ

               ข้าระบายอารมณ์ชุดใหญ่ในใจ เตรียมตัวจะหลบออกไปเงียบๆ แต่เขาหันมาเห็นเข้าเสียก่อน ข้าเห็นเขาขมวดคิ้วขึ้น คลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยความคิดยามมองมาที่ข้าผ่านร่างนางกำนัลเหล่านั้น

               “ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน” เขากระโดดขึ้นม้า ชุดขาวสะอาดตาดูงดงามราวกับเซียน ค่อยๆดึงบังเหียนม้ามาทางข้าอย่างนุ่มนวล

             ข้าก้มหัวเดินต่อ ไม่อยากจะสนใจเขา

             เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นข้างกาย ข้ารีบยืนนิ่งด้วยความตกใจ เขามองยังไม่มองมาที่ข้าแม้แต่น้อย ฝาดแส้ในมือลงบนม้า แล่นตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวลอยู่เบื้องหลัง

             ข้าถอนหายใจออกมา

             รู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นร่างเขาที่ไกลลับพ้นสายตาไป

             อดอกสั่นขวัญแขวนเสียมิได้ ด้วยคิดว่าเขาจะมีแผนการอะไรมายั่วโมโหตนเอง

             ข้าตบเบาๆลงบนอกตัวเอง หูผึ่งขึ้นมาทันควัน ความรู้สึกไม่ค่อยดีค่อยๆประทุขึ้นในใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงเสียงม้าที่ห่างออกไปแล้วที่ชัดเจนเข้ามาเรื่อยๆ

ข้าค่อยๆหันกายกลับไป ได้ยินเสียงเหล่านางในที่อยู่ข้างๆร้องออกมาอย่างตกใจ ชาวูบไปทั้งกาย เมื่ออยู่ๆร่างข้าก็ลอยขึ้นมาจากพื้น มือของใครบางคนคว้าเอวข้าไว้ ดึงเข้าไปในอ้อมแขน เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น พร้อมกับลมหายใจร้อนๆที่ตกกระทบตรงไรผม ข้ากระพริบตาปริบๆ ยังไม่ค่อยได้สติเสียเท่าใด ร่างแข็งเกร็งก็โดนเขาดึงเข้าไปในอ้อมกอด ขนแกะสีขาวตรงชุดเขาที่ระอยู่ตรงใบหน้าทำเอาข้าจั๊กจี้ไปหมด

            “เจ้าบ้าหน่งหยู่ เจ้าเล่นอะไรอยู่เนี่ย”

            “ชวู่ ก่อนออกจากวังข้าจะพาเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง เลิกโวยวายได้แล้ว เดี๋ยวก็เรียกพวกทหารองครักษ์มาหมดวังหรอก” นิ้วเขาแตะลงเบาๆบนใบหน้าข้า คิ้วงดงามเบื้องหน้าโค้งงอนยามคลี่ยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้

             นี่มัน... ใบหน้าของชายงามชัดๆ

ภายใต้แสงอาทิตย์อ่อนโยนอบอุ่นนั้น ใบหน้างดงามนี้ทำเอาตาข้าเบิกกว้างไม่กระพริบ

**************************************************************

                    บนหลังม้าสะเทือนไปหมด

                    ข้าทำได้เพียงแต่นั่งมึนๆงงอยู่บนหลังม้านั้น อยากจะจับบังเหียนม้าไว้ก็จับไม่ได้ กระเพราะโล่งโหวงเหวง ทั้งหลังและเอวปวดระบมไปหมด

                    “ถึงแล้ว”

                    ในที่สุดก็ถึงเสียที

                    ร่างข้าลื่นไถลลงไปจากหลังม้า รู้สึกได้ถึงก้นที่ปวดระบมไปหมด

                    สัมผัสอ่อนนุ่มเปียกชื้นจากพื้นดินเบื้องล่างปรากฏขึ้นตรงปลายเท้า กลิ่นหอมตลบอลอวลของดอกไม้ลอยฟุ้งอยู่ทั่ว ข้าสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

                    “ชอบไหม” หน่งหยู่ที่ยืนอยู่ข้างกายคลี่ยิ้มขึ้น

                    “ไม่ใช่แค่ชอบนะ แต่ว่า” ข้าถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นสุดขีดของตนเอง

                    ข้ายกชายแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบน้ำลายตรงปาก โฮะๆ ดอกไม้พวกนี้พอฟางฮวากินได้หลายปีเลยนะนี่ ถ้าหากว่าพาอาจารย์มาที่นี่ เขาจะต้องตื่นเต้นดีใจมากเป็นแน่ มอมเหล้าเขาเสียหน่อย ดีไม่ดีเขาอาจจะตกล่องปล่องชิ้นกับข้าก็ได้

                    ยิ่งคิดข้าก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น ตกอยู่ในห้วงภวังค์ฝันหวานนั้นเพียงลำพัง

                    “จริงซิ มีคนวานให้ข้าเอาของอย่างหนึ่งมาให้เจ้า” หน่งหยู่หยิบห่อผ้าห่อหนึ่งจากหลังม้าโยนมาในอ้อมแขนข้า คลี่ยิ้มมองมาที่ข้าพลางเอ่ย “ลองเปิดดูซิ”

                    ข้าก้มศีรษะลงมองอย่างสงสัย กระชับห่อผ้าในมือแน่น สัมผัสที่คุ้นเคย เนื้อผ้าอันคุ้นตา

                    “วันนี้ข้ามีธุระต้องออกไปนอกวัง ดึกๆถึงจะกลับมา” เขาเอ่ยบอกเบาๆ

                    แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ

                    พี่ชาย ท่านไม่ต้องบอกข้าก็ได้ว่าจะไปไหนทำอะไร ไปสามปีไม่กลับมาข้าก็ไม่ว่าอะไรท่านซักคำ

                    ข้าไม่สนใจเขาอีก ทรุดกายลงนั่ง มือแกะปมห่อผ้านั้น

                    สรุป

                    เศษทองกระจายออกมาเต็มร่าง ในห่อยังมีแหวน ปิ่นปักผม มือข้าค้นห่อผ้านั้นต่อด้วยความสงสัย ยังมีเครี่องสำอางอีกหนึ่งตลับ

                    “ยาของฮ่องเต้ยังขาดสมุนไพรอยู่ตัวหนึ่ง ข้าเลยเสนอว่าจะขึ้นเขาไปเก็บยาแถบบ้านเก่าของฟางฮวา ได้ยินมาว่าที่นั่นมียาหายากหลายชนิด อาจารย์เจ้าได้ยินเข้าก็เลยฝากให้ข้านำของพวกนี้ไปให้เจ้า”

                    ข้ายังคงก้มหัวอยู่เหนือห่อผ้านั้น ควานมือหาอะไรบางอย่างในห่อผ้านั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ

                    ในที่สุด ข้าก็เจอของกิน

                    หยาดน้ำตาร้อนๆคลอขึ้นมาเต็มเบ้า

                    หน่งหยู่ทรุดกายลงนั่งข้างกายข้า ดึงห่อผ้านั้นไปดูนิดนึง ปรายตามองข้าที่กำลังกินของว่างในมืออย่างสงสัย “นี่เจ้าฟังข้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

                    ข้าคลี่ยิ้มให้เขา กัดลงไปบนขนมอีกคำ ละล่ำละลักเอ่ย “เจ้าก็ลองไม่ได้กินอะไรครึ่งค่อนวันดูซิ รับรองว่าไม่ได้ดีไปกว่าข้านักหรอก”

                    แววตาเขาดูอบอุ่นมากขึ้น มือเขาค่อยๆเลื่อนขึ้นมาด้านหลัง ยกขึ้นมาตรงบ่าข้า ลูบผมข้าเบาๆอย่างอ่อนโยน

                    “กลับไปข้าจะบอกพวกนั้น ว่าอย่าทำให้เจ้าหิวแบบนี้อีก”

                    “อย่าโทษพวกเขาเลย ข้าไม่ทันระวังตื่นมาอีกทีก็เที่ยงแล้ว จะไปเหลือข้าวให้กินได้ยังไง”

                    เขาอึ้งไปครู่ หันมามองข้าราวกับครุ่นคิด “ฟางฮวาช่างดีกับเจ้าเหลือเกิน”

                    ข้ามองไปที่ห่อผ้านั้น คลี่ยิ้มที่มองดูคล้ายคนโง่ขึ้น “เจ้าว่าเศษทองพวกนี้ขูดมาจากไหนกัน”

                    เขาทำท่านึก จมลึกอยู่ในห้วงความคิดอยู่ครู่ก่อนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ากำลังปวดหัวอยู่เชียวว่าทองบนผนังในตำหนักฮ่องเต้ทำไมถึงถูกขูดไปตั่งเยอะ

                    ข้าจมอยู่ในความเงียบ

                    ฟางฮวาทำอะไรก็ดูง่ายดายไปเสียหมด ลอบคิดราคาคร่าวๆของสิ่งของทั้งหมดในห่อผ้านี้

                    “อิ่มหรือยัง ฮึ? เขาประชิดกายเข้ามาพร้อมกับเอ่ยถาม

                    ข้าหยุดความคิดลง ยัดห่อผ้านั้นเข้าไปในอ้อมแขนเขา คลี่ยิ้มออกมา “ของในวังอร่อยจริงๆ ของที่เหลือพวกนี้เจ้าช่วยเอากลับไปไว้ที่บ้านข้าให้หน่อยเถอะ ข้าอยู่ที่นี่กับเขาไม่สะดวกซ่อนของพวกนี้ จริงซิ” ข้ากระเถิบกายเข้าหาร่างเขา ประชิดหน้าเข้าใกล้ ก้มหัวลงกระซิบเสียงแผ่ว “ใต้ต้นอูถงต้นที่สามหลังบ้านมีไหเหล้าฝังไว้ บอกว่าข้าวานให้เจ้าเอามาฝากอาจารย์ก็แล้วกัน”

       “อ้าปากหุบปากก็เป็นอาจารย์ เจ้าเคยคิดถึงข้าบ้างหรือไม่”

       ข้าหุบยิ้ม เด็ดหญ้าที่อยู่ข้างๆขึ้นมาเด็ดไปเด็ดมา “เจ้าอยากได้อะไรก็ไปหยิบที่นั่นเอาก็ได้นี่”

       “แค่กลัวว่า ของที่ข้าอยากได้ เจ้าจะให้ไม่ไหว”

                    ฉับพลัน มือที่จับผมข้าอยู่ก็เคลื่อนลงมาตรงไหล่ รั้งร่างข้าทั้งร่างเข้าไปในอ้อมแขนเขา

                    ตาข้าเบิกโพลงอย่างตกใจ

                    รอบข้างเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ร่วงหล่นพลิ้วแผ่วลงมาบนผืนหญ้าข้างกาย เขาดันร่างข้างลงเบื้องล่าง ประชิดกายเข้าหา กดข้าอยู่กับพื้น

                    เสียงอ่อนโยนกระซิบแผ่วข้างหู

       “ข้าอยากได้เจ้า”

*******************************************

      ข้าหรี่ตาปรือมองแววตาทีเล่นทีจริงของเขาอย่างตั้งใจ คิ้วสวยโค้งงอนอ่อนโยนนั้นแฝงแววสับสนอยู่ภายใน

      ข้ายกมือขึ้นแตะเบาๆบนใบหน้าเขา เงียบไปครู่ “ทำไมถึงงามสง่าถึงเพียงนี้นะ” 

      ไม่แค่งามสง่านะ หน้ายังหนาอีกด้วย กลางวันแสกๆ ยังกล้าพูดจาเกี้ยวพาผู้หญิงได้ถึงเพียงนี้

 เขาคลี่ยิ้มขึ้น มือยกขึ้นแตะมือข้าที่อยู่บนหน้าเขา ราวกับลิ้มรสความสุข แววตาแน่วแน่จับจ้องมาที่ข้า เอ่ยเสียงแผ่ว “ดูเจ้าจะพอใจในใบหน้าของข้านะ ชอบใช่หรือไม่

      สุดยอด ไม่เคยเจอใครหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน

     “อืม ประโยคนี้พูดถูกจริงๆ หน้าตาเจ้าถือว่างดงามมากจริงๆ” ข้าเลื่อนมือสัมผัสใบหน้าเขา บีบเบาๆ เห็นเขายังคงหรี่ตาแห่งความสุขขึ้นมองข้า

     ข้าเหลือบเปลือกตาขึ้นมองเขา เอ่ยสรุป “ไม่แน่อาจจะเป็นหน้ากากหนังผืนหนึ่ง”

เขาอึ้งไปครู่ถึงเรียกสติกลับมาได้ หน้าเปลี่ยนสี พลิกกายออกจากร่างข้า คลี่ยิ้มขึ้นยามลุกขั้นนั่ง “ทำลายบรรยากาศจริงๆ”

     ข้ายันกายลุกขึ้นนั่ง ปัดฝุ่นตรงเสื้อของตนไปมา “เล่นก็เล่นแล้ว เข้าเรื่องเถอะ ครั้งนี้ขาดสมุนไพรอะไร ทำไมถึงต้องไปหาถึงแถวบ้านข้า อาการของฮ่องเต้ยังมีทางรักษาหรือไม่”

     เขาปรายตามองข้า “แล้วถ้าข้ากำลังพูดเข้าเรื่องอยู่ล่ะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ คลี่ยิ้มขึ้นกล่าวต่อ “บนโลกนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่กล้าปฏิเสธข้า”

     ข้าอึ้งไป ในขณะที่ใบหน้าเขาค่อยๆเคลื่อนเข้ามา สายตาแน่วแน่มองมาที่ข้า ในดวงตาแฝงแววเศร้าโศกอยู่ภายใน คล้ายกับว่าข้าทำเรื่องอะไรที่ผิดกับเขา

ภาพลวงตา ภาพลวงตา ข้าบอกตนเองไปมาในใจ

     แต่กลับไม่อาจลบเลือนใบหน้างามสง่าที่ประชิดอยู่เบื้องหน้า

     เขาประชิดกายเข้ามากดร่างข้าลงกับพื้น มือยึดไหล่ข้าไว้ เอียงหน้าลงมาจูบเบาๆลงบนหน้าข้า

     ข้ากระพริบตาปริบๆ ซักพักถึงเรียกสติกลับคืนมาได้ สัมผัสอุ่นๆอ่อนโยนตรงใบหน้าเลือนหายไปในทันที เหลือเพียงความเยือกเย็นเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก

แพขนตาเขากระพริบถี่ เบือนหน้าไปอีกทาง พลิกกายลงนอนข้างๆข้า มือหนึ่งเท้าศีรษะไว้ เอียงกายจับจ้องมาที่ข้ามิวางตา แววตาเศร้าโศกในตอนแรกจางหายไป

     ข้าโดนเขาหลอกเข้าอีกแล้ว ชิ

             “เจ้าเจ้าเจ้า ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ….” ข้าลุกขึ้น ก้มหัวลงค้นยาพิษในแขนเสื้อ

             คอยดูว่าข้าจะวางยาพิษอะไรเจ้า

             เขายกมือขึ้นรั้งมือข้าไว้ “ข้าไม่ได้ลวนลามเจ้านะ จูบนี้ถือว่าเป็นของแทนใจของข้าแล้วกัน ใครจะไปรู้ว่าเจ้าจะใส่หน้ากากนี้อยู่บนหน้าทุกวัน ทุกครั้งที่เห็น ข้าก็ไม่อาจควบคุมตนเองได้”

             ข้าพูดไม่ออก หน้ากากหนังนี่ ถ้าข้าไม่ใส่แล้วข้าจะแอบอยู่ในวังต่อไปได้อย่างไรกันล่ะ แล้วหน้ากากหนังผืนนี้กลายมาเป็นของแทนใจระหว่างข้ากับเขาไปเสียตั่งแต่เมื่อไหร่กันนะ

     เขาสับสนอะไรอยู่เป็นแน่ ดูคล้ายกับว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนเรื่องไปอย่างอื่น ข้าจับชายแขนเสื้อเขาแน่น “อาการของฮ่องเต้ทรงตัวแบบนี้มาตั่งนาน ตกลงว่ารักษาได้หรือไม่

     ถ้ารักษาไม่ได้ยังจะรักษาทำไมกัน เอาอาจารย์ทิ้งไว้ที่บ้านก็จบแล้ว

     “เรื่องบางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา หลายเรื่องมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ” เขาคลี่ยิ้มขึ้น “จริงๆจะรักษาให้หายก็ไม่ยาก อีกอย่างก็มีฟางฮวาอยู่ทั้งคนนี่จริงไหม”

ข้าคลี่ยิ้มขึ้น ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ความจริงแล้วจากการสังเกตในช่วงไม่กี่วันมานี้ สูตรยาที่ฟางฮวาให้ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ว่าพอต้มออกมาแล้วกลับไม่เหมือนเดิม ได้เข้าไปถึงท้องของฮ่องเต้รึเปล่ายังพูดยากเลย

“เจ้าน่ะ อะไรๆก็ดีไปหมด” ใบหน้าเขาคลี่ยิ้มขึ้น แววตาดูอบอุ่น เปลี่ยนเป็นท่าทีจริงจังขึ้นมา “มีแผนการเยอะแยะ แต่กลับแสดงทุกอย่างอยู่บนใบหน้า ท่าทางไร้เดียงสาแบบนี้หายากนักในวัง”

ข้าอึ้งไปครู่ ฝืนยิ้มขึ้น ตบเบาๆลงบนบ่าเขา น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น “วันนี้เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ดูแปลกๆ”

“แต่เจ้าควรจะฟังคำเตือนของข้า” ในแววตาเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ ดวงตาแน่วแน่จับจ้องมาที่ข้า “ในวังได้ยินได้เห็นอะไรก็เงียบไว้ ไม่อย่างนั้นจะนำภัยมาสู่ตัวเจ้าเอง”

ข้ามองเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เห็นเขาหัวเราะขึ้น และนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นท่าทางจริงจังของเขาแบบนี้

“ในวังซับซ้อนวุ่นวาย ใจคนอยากยั้ง ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรไม่ควรให้เจ้าอยู่ในวังต่อไปหรือไม่ บางทีการตัดสินใจนี้ของข้าอาจจะผิดตั้งแต่ต้น” เขายกมือขึ้นลูบเบาๆบนผมของข้า

“เสาเอ่อ ฟังข้านะ เจ้าไม่เหมาะจะอยู่ในวัง”

ข้ารู้สึกแปลกๆกับท่าทีจริงจังที่กำลังเอ่ยเตือนของเขา จะว่าไปก็จริง ข้าไม่คิดจะพูดถึงเรื่องขันทีแปลกๆคนนั้นตอนต้มยาถวายฮ่องเต้ให้เขาฟัง จากคำพูดของเขา เหมือนกับว่าในวังกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเป็นแน่

“ข้าไม่คุยเล่นกับเจ้าแล้ว นี่ก็สายมากแล้ว” เขาลุกขึ้น ไม่แม้แต่จะปัดเศษหญ้าออกจากชุด “ถึงแม้ว่าม้าตัวนี้จะเป็นม้าฝีเท้าดี แต่ไปกลับบ้านฟางฮวาอย่างน้อยก็ใช้เวลาอยู่ครึ่งค่อนวัน”

“ในที่สุดเจ้าก็คิดได้นะว่ามีคนกำลังรอยาจากเจ้าอยู่น่ะ” เขายกยิ้มมุมปาก กระโดดขึ้นไปบนหลังม้า นิ่งไปครู่ก่อนเอ่ย “ถ้าเกิดว่ารักษาฮ่องเต้ได้แล้ว เจ้ามีแผนการอย่างไรต่อไป”

ข้าเหลือบตาขึ้นมองเขา “ข้าจะอยู่กับอาจารย์ เขาไปไหน ข้าก็ไปนั่น”

ภายใต้แสงอาทิตย์อบอุ่นนั้น เขาคลี่ยิ้มขึ้น มองมาที่ข้า “ข้ามีที่ดินอยู่หมื่นๆไร่ บ้านอีกหลายหลัง ฐานะทางบ้านนับว่าไม่เลว ที่สำคัญ” เขาโน้มตัวลงมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายหารือ

“ข้าไม่มีบิดามารดา แล้วก็ไม่มีพี่น้อง แถมยังไม่แต่งงาน ลองเอาข้าไปพิจารณาดูก็ได้นะ

“แพทย์หลวงหน่ง ถ้าท่านยังไม่ไปอีก กลัวว่าร่างกายของฮ่องเต้จะรอยาจากท่านไม่ไหวเสียกระมัง”

เขาดึงบังเหียนม้าขึ้น ค่อยๆเยื้องย่าง จับแส้ในมือไว้แน่น หันมาคลี่ยิ้มให้ข้า

“เสาเอ่อ เจ้าต้องจำคำข้าไว้ให้ดีล่ะ” พูดจบเขาก็คลี่ยิ้มขึ้นอีกครั้ง

 ยิ้มนั้น แฝงด้วยบางสิ่งบางอย่าง

ข้ายังไม่ทันได้เรียกสติกลับมา เขาก็ฝาดแส้ในมือลงบนหลังม้า พุ่งทะยานออกไป

ฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่เต็มหน้าข้า

ข้าอึ้งไปครู่ รู้สึกโกรธขึ้นมา

หน่งหยู่ อ่า หน่งหยู่ ภายใต้ท่าทีอ่อนโยนนุ่มนวลนั้น แต่ใจกลับดำเหลือเกิน หนทางตั่งไกล เอาข้ามาทิ้งไว้ที่นี่ แล้วข้าจะกลับยังไงล่ะเนี่ย

มีแต่ดอกไม้กับต้นหญ้า ไม่มีแม้แต่เงาผู้คน ตกลงข้าอยู่ที่ไหนกันล่ะนี่

ข้าค่อยๆคลำทางไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเดินอยู่นานแค่ไหน แสงอาทิตย์เริ่มลับสายตาลงเรื่อยๆ

ม้าชั้นดีรึ

ฮึ ช่างเป็นม้าชั้นดีจริงๆ

ข้าโดนเขาทรมานนั่งอยู่บนหลังม้าแปบเดียวก็ถึง

แต่ พอข้ามาเดินเองกว่าจะกลับถึงวัง ไปถึงตำหนักที่ฟางฮวาอยู่ ฟ้าก็มืดเสียแล้ว

     แสงจันทร์สาดแสงไปทั่ว

     ตำหนักของฟางฮวามืดสนิท ภายในมีเพียงแสงสว่างวิบวับลอดออกมา ข้าค่อยๆแทรกกายเข้าไปภายในตำหนักอย่างเงียบเชียบ ปิดประตูลง หันกายกลับมาเห็นขันทีน้อยหลายคนก้มหน้างุดร่างกายสั่นเทาเฝ้าอยู่ด้านใน ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัด ราวกลับไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง

    “เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ” ยังไม่ทันพูดจบเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด 

    ยังไม่ทันจะตั้งสติ แสงวิววับจากคมดาบมากมายก็ห้อมล้อมอยู่รอบด้าน

    ร่างขององครักษ์นับสิบถือดาบล้อมพวกเราเอาไว้

    ร่างข้าสั่นเทาขึ้นมา ยังไม่ทันจะก้าวถอยหลัง ร่างหัวหน้าองครักษ์ก็ก้าวขึ้นมาเบื้องหน้า เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานหนักแน่น

    “จับคนพวกนี้ไว้ให้หมด”

****************************************

100% สำหรับตอนนี้

เฮียหน่งเรามาแรงอีกแล้ว อร้ายยยย อยากได้เสาเอ่อเลยรึ แร๊งงงงไปไหม

อัพนี้แม้ฟางฮวาจะหายไป แต่ก็ฝากของแทนใจมาให้เสาเอ่อนะ น่าร๊ากกกที่สุด ช่วยชีวิตเสาเอ่อผู้หิวโหยเอาไว้ 

ตอนนี้แอบเทใจห้เฮียหน่งไปเลย ตลกตรงที่บอกว่า มีที่ดินหมื่นไร่ บ้านหลายหลัง ฐานะทางบ้านดี ที่สำคัญไม่มีญาติพี่น้อง ยังไม่แต่งงาน สนใจไหม ฮาาาา ขายตัวเองสุดๆคนอะไรนี่ 

ปล. หลายคนบอกว่า หน้าหล่อๆนี้ใส่หน้ากากอยู่รึเปล่า คิดเหมือนเสาเอ่อเลยอ่ะ


เห็นรีดเดอร์เม้นกันยาวๆ เค้าก็อยากเม้นบ้าง ห้าห้า

ขอเม้าส์สั้นๆในฐานะนักอ่าน ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกนะคะว่า 

เห็นในบอร์ดคนจีนแนะนำเรื่องนี้เยอะว่าสนุก ก็เลยลองอ่านดู เรื่องนี้ได้หลายอรรถรสมาก ไม่ว่าจะเป็น ความน่ารัก ความตลก ความฟิน ความอบอุ่น ความเศร้า คือครบทุกรสเลย (แล้วแต่ละรสชาติแบบว่าสุดติ่ง)

ยิ่งตอนแปลเองแล้ว ได้อ่านอย่างละเอียด ยิ่งซึ้งเข้าไปใหญ่

อยากจะเม้าให้เยอะกว่านี้ แต่เดี๋ยวจะหลุดสปอยอะไรออกมา ห้าห้า


สรุปว่า..... ขอบคุณอีกครั้งที่รักนิยายแปลเรื่องนี้ รักฟางฮวา รักเสาเอ่อ นะคะ

เจอกันใหม่อัพหน้าคร้า

สุ่ยจิง 21 MAY 2016


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1453 BB oi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 14:39
    เกิดอะไรขึ้นน
    #1,453
    0
  2. #1332 SAOW (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 18:29
    เฮียหน่งไม่ธรรมดาๆๆ เป็นอีกตัวเลือกของนางเอกที่ดีจริงๆ อิอิ
    #1,332
    0
  3. #1266 Sai Suphaphorn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:04
    เชียร์หน่งบอกตรงๆเลอออ
    #1,266
    0
  4. #1222 Tangmoja (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 17:18
    หน่งหยู่นี่อันตรายต่อใจมาก
    #1,222
    0
  5. #996 Pep.mintz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 08:14
    พี่หน่งนางขายตัวเองน่ารัก
    #996
    1
    • #996-1 Shui Jing(จากตอนที่ 15)
      17 มิถุนายน 2559 / 22:02
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและเม้นย้อนหลังให้แทบทุกตอนนะคร้า :)
      #996-1
  6. #954 jib-john (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 01:28
    ขอกันอย่างนี้ก็ได้เหรอ555555
    #954
    0
  7. #860 TiNa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:30
    เฮียหน่ง >///<
    #860
    0
  8. #666 Nut'reeeee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 18:31
    พี่หน่งคุณสมบัติดีงามมากอ่ะ หล่อรวยที่สำคัญไม่มีญาติ นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับชีวิตสุขสบายเรียบง่าย

    เอาจริงไม่อยากเชียร์ให้นางเอกรักอาจารย์ตัวเองเลยนะ ถ้าอาจารย์มีคนในใจอยู่แล้วอะ

    เราว่าฟิลลิ่งแบบครอบครัว ผู้ปกครองมันอบอุ่นและกินใจมากกว่า นางเอกถูกเขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กกลับคิดไม่ซื่อ ทั้งที่ตอนแรกยังเรียกเขาว่า"แม่" มันเลยดูหดหู่เรื่องของศีลธรรมทางใจไปหน่อย
    #666
    1
  9. #665 Alize_ Alizia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 16:23
    พี่หน่งทำคะแนนขาดลอยแล้วค่าาาา เชียร์ดีไหม เชียร์เถอะนะ แต่เรายังไม่ลืมอาจารย์น้าาาา
    เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้วน้ออออออ
    #665
    0
  10. #664 แคปพลีส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 09:45
    น่าร้ากกกก แต่ใจยังอยู่ที่ฟางฮวาค่า า
    #664
    0
  11. #662 Ōkami-san◆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 01:54
    กรี้ดดดดด เชียร์ท่านหน่งเจ้าค่าาาาาา
    #662
    0
  12. #661 gracenofhobia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 00:12
    กล้าดียังไงมาทำอย่างงี้กับเส่าเอ๋อร์!! .ตบกะโหลกองครักษ์รัวๆ
    #661
    0
  13. #660 VixTA-SK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 23:46
    รออยู่นะคะ
    #660
    0
  14. #659 Jin283-bs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 19:53
    ขอบคุณนะค ทีมฟางฮวาคะ
    #659
    0
  15. #658 พร่างพราย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 19:23
    ยังไงตอนนี้ก็ทีมฟางฮวาน้าจ้า
    #658
    0
  16. #657 9namfon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 18:28
    มีเรื่อง
    #657
    0
  17. #656 crimbo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 17:09
    ผช.เรื่องนี้ ดีงามมากอ่าา
    #656
    0
  18. #655 XinSin_SERA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 16:06
    ยังยืนยันคำเดิม #ทีมฟางฮวา
    #655
    0
  19. #654 มีอานา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 13:31
    เฮ้ยย...อะไรเนี่ยอยู่ๆเอาดาบมาจ่อคอ==;
    #654
    0
  20. #653 1964 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 13:00
    เกิดเรื่องไรขึ้นอ่ะ งานนี้จะเจออะไร !!!!
    #653
    0
  21. #652 DragonEyEs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:57
    พี่หน่งอะไรๆก็ดี คุณสมบัติดีหมด สเป็คแบบสามีในฝันชัดๆ ยกเว้นอย่างเดียว ดูเจ้าเล่ห์ไปนี่แหละ

    ยังไงก็ทีมซือฝุจ้า
    #652
    0
  22. #651 pair_narak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:35
    ซวยแล้วววว
    #651
    0
  23. #650 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 12:19
    งานงอก
    #650
    0
  24. #649 APRIL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 11:59
    เกิดอะไรขึ้นนนน
    #649
    0
  25. #648 butterflyya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 11:57
    แย่แล้ว โดนจับเรื่องอะไรกัน
    #648
    0