[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 5 : 4th Tale : สัมผัสสีเลือด [Final]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

First touch creates the unbreakable bond.

 

Although it is unacceptable,

 

Everything cannot be changed.

 

.

.

.

 

 

4th Tale : โชคชะตาที่หมุนเวียน

 

                บรรยากาศหนาวเย็นตามอุณหภูมิที่เกือบจะติดลบทำให้หลายคนเลือกจะผิงตัวให้อุ่นข้างเตาผิง หรือฮีตเตอร์ภายในบ้านมากกว่าออกมาเตร็ดเตร่ข้างนอก อาจจะเป็นเช่นนี้ในเขตอื่น...แต่ไม่ใช่กับย่านบันเทิงแห่งนี้ แม้เวลาจะปาไปสี่ทุ่มแล้ว ก็ยังมีคนออกมาเดินรับลมอยู่แม้ว่าคนเหล่านั้น...จะอยู่ในสภาพมึนเมา และเดินตุปัดตุเป๋ก็ตามที

 

                ชายหนุ่มร่างสูงเดินสวนคนเหล่านั้นไปอย่างไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เนตรสีดำหรี่เล็กลงอย่างนึกเบื่อหน่าย...ไม่ว่าเมื่อไหร่ มนุษย์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง... เขานึกขณะมองชายหนุ่มในวัยทำงานที่เดินออกมาจากผับแห่งหนึ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์เดินเซไปเซมาจนเพื่อนที่ช่วยพยุงแทบอยากจะปล่อยให้มันลงไปกองกับพื้นให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

                “เดินดี ๆ สิวะไอ้บ้านี่!” เสียงที่ลอยมากระทบโสตประสาทของคนที่ยืนดูอยู่

 

                “อะไรว้า~ ฉันยัง...เอิ้ก...ยังไม่เมานะเฟ้ย!” คนที่ไม่เจียมตัวว่าเมาโวยวายลั่นพร้อมยังสะบัดมือไปมาจนเผลอไปผลักเพื่อนอีกคนที่มาด้วยกันโดยไม่ตั้งใจ

 

                “โว้ยไอ้นี่! เดี่ยวก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ซะเลยนิ” อีกคนว่าออกมาอย่างอารมณ์เสีย แต่มือก็ยังคงช่วยเพื่อนอีกคนช่วยลากเพื่อนขี้เมาให้ห่างจากหน้าร้าน

 

                “กลับบ้านโดยปลอดภัยนะคะ” หญิงสาวหน้าผับเอ่ย และฉีกยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทแม้ว่าในใจนั้นออกจะ...สมเพชกับท่าทางคนชายขี้เมาไม่น้อย

 

                ครอสถอนหายใจเบา ๆ กับภาพที่เห็น ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่ล่ะก็...เขาเองก็ไม่ขอมาเหยียบแหล่งโสมมแบบนี้หรอก ถึงแม้ว่าสถานที่แบบนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของ พวกเขาก็ตาม

 

                ชายหนุ่มชะงักกึก... หน้าที่?

 

                เพียงเพราะเป็นหน้าที่เท่านั้นเหรอ?

 

            เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในใจ หลายครั้งแล้วที่ไม่ได้ไปเมืองอื่น แต่กลับมาที่ลอนดอนครั้งแล้วครั้งเล่านับจากครั้งนั้น... คิ้วเรียวขมวดมุ่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยผมบลอนด์ และรอยยิ้มสดใสไร้การเสแสร้ง

 

                ครอสส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป อีกแล้ว... เขาก่นด่าตัวเองในใจ เผลอทีไรก็นึกถึงเจ้าของใบหน้านั่นทุกคราไป

 

                ...เซดดริก เอเลนอฟ...

 

            แม้กระทั่งชื่อที่ไม่คิดว่าจำได้ ก็จำได้แม่นยำ

 

                ...อยากเจออีกครั้ง?...

 

                ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้งอย่างยอมจำนน ยอมรับก็ได้ว่าอยากเจอ... เขายังคงติดใจกับกลิ่นคาวเลือดเมื่อครั้งที่แล้วไม่หาย  เนตรสีดำหลุบต่ำลง และก้มมองมือขวาที่เคยสัมผัสมือของอีกฝ่าย หากชายคนนั้นเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็คงจะปล่อยมือไปไม่ได้

 

                “พี่ชายคะ มาคนเดียวเหรอคะ?” เสียงหวานที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างกายเรียกให้ร่างสูงหลุดจากห้วงความคิด และหันไปมอง หญิงสาวคนที่เขาเห็นหน้าผับเมื่อครู่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ร่างบางในเสื้อผ้าเนื้อบางเบาน้อยชิ้นสีแดงโชว์สัดส่วนก้าวเข้ามาใกล้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร

 

                “เข้ามาหาอะไรดื่มก่อนสิคะ” ริมฝีปากสีแดงสดด้วยลิปสติกฉีกยิ้มหวานอย่างเชิญชวน “คุณจะนั่งดื่มคนเดียว หรือว่าจะให้ฉันนั่งด้วยก็ได้นะคะ”

 

                เนตรสีดำหรี่เล็กลงอย่างพิจารณา และลอบมองไปที่สถานเริงรมย์ข้างหลังหญิงสาว ป้ายไฟ Nightlife เด่นเป็นสง่าทำให้เขาพอเข้าใจจุดประสงค์

 

                ครอสไม่ทันได้รู้ตัวว่าท่าทางนิ่ง ๆ และดวงตาสีดำคมกริบนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวยิ่งเคลิบเคลิ้ม และมองไม่วางตา  ใบหน้าคมคายได้รูป และริมฝีปากเรียวนั่นช่างน่าสัมผัสจริง ๆ... เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเช่นเดิม เธอก็เคลื่อนกายเข้าไปใกล้กว่าเดิม แล้วมือเรียวก็เอื้อมไปแตะแขนของร่างสูงหวังกระตุ้น...

 

                ชายหนุ่มแทบจะตวัดสายตากลับมามอง แต่กลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาแตะจมูกทำให้เขาสะบัดแขนหนี และเดินผ่านหญิงสาวไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อโค้ทเขาไว้ได้ทันท่วงที

 

                “เดี๋ยวสิคะ” เธอเรียกเสียงหวาน แต่แล้วเธอก็ต้องปล่อยมืออย่างรวดเร็ว เพราะเนตรสีดำคมกริบที่ตวัดมามองอย่างไร้อารมณ์ และเย็นยะเยือก ร่างบางยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว ขาเรียวสวยเริ่มหมดเรี่ยวแรง ทำให้ทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้น

 

                ชั่วแวบหนึ่ง...เธอเห็นว่าดวงตานั้นกลายเป็นสีแดงฉานราวกับสีโลหิต...

 

                ครอสปล่อยให้หญิงสาวข้างล่างเป็นลมล้มพับไปอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่ตนก้าวยาว ๆ ไปที่ทิศทางของกลิ่นที่โชยมา แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

 

                ชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าลายสก็อต และกางเกงยีนกำลังต่อสู้กับคนกลุ่มหนึ่ง เรือนผมสีบลอนด์ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด

 

                เซดดริก เอเลนอฟ?

 

 

-----------------------------------

 

 

            ปึ้ก! พลั่ก!

 

            เสียงหมัด และเท้าปะทะร่างเนื้ออย่างไม่ปราณีปราศรัย และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่างกับอีกสามคนที่หอบหายใจจนตัวโยน และต้องคอยรองรับทั้งมือ และเท้าของคู่ต่อสู้ที่มีเพียงแค่คนเดียว  ใบหน้าของแต่ละคนเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น และคราบเลือดจนดูน่าสงสาร

 

                แต่อีกคน...ยังคงไร้ซึ่งบาดแผลใด ๆ นอกจากรอยเปื้อนเล็กน้อยบนเสื้อผ้า ใบหน้าคมคายยังคงฉีกยิ้มบาง ๆ อย่างเจ้าเล่ห์ จังหวะการหายใจยังคงเป็นปกติแม้จะออกมือออกเท้าไปนานเกือบสิบนาทีแล้วก็ตามที “เมื่อกี้ยังอวดเก่งอยู่เลยนี่” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างกวนอารมณ์

 

                “หนอย...” เอสกัดฟันกรอดด้วยความโมโห  พวกเขามีถึงสามคน แต่กลับทำอะไรคน ๆ เดียวไม่ได้! แถมยังโดนอัดเสียจนหมอบพระรามแบบนี้... รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!!

 

                ด้วยความคิดเช่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มผมน้ำตาพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะวาดขาขวาออกไป และตามซ้ำด้วยขาเดิม แต่เซดดริกก็ใช้แขนบล็อกไว้ได้ก่อนจะยกขาขวาที่ตั้งหลักอยู่ข้างหลังขึ้นสูง และทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ซอกคอของอีกฝ่ายอย่างแรงดังปึ้ก!

 

                เอสถึงกับเซไปเซมา ความเจ็บปวดที่แล่นจี๊ดเข้าสู่สมองทำเอาใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ ลูกน้องอีกสองคนที่พอตั้งหลักได้แล้ว ก็ล้อมหน้าล้อมหลังและส่งหมัดไปที่ชายผมบลอนด์พร้อมกัน เซดดริกถอยตัวหลบ และเอื้อมมือจับหลังศีรษะของทั้งสอง และออกแรงผลักเข้าหากันจนหน้าผากกระแทกกันดังโป้ก เล่นเอาพวกเขาล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้นพร้อมกับดาวบนหัว

 

                “เอเลนอฟ...” เอสเม้มปากแน่นด้วยความโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาตรงไปกระชากคอเสื้อลูกน้องสองคนที่นั่งมึนอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นอย่างแรง “เฮ้ย ลุกขึ้นดิวะ นั่งหาพ่องแกรึไง!

 

                “ต...แต่หมอนี่มันเก่งมากเลยนะ” คนหนึ่งพูดเสียงสั่นขณะกุมหน้าผากของตนที่ปูดเขียวคล้ำจนน่ากลัว

 

                “ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย!” ว่าแล้วก็ตบหัวให้ฉาดใหญ่ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่หูของลูกกระจ๊อก “พอฉันให้สัญญาณ พวกแกไปล็อคแขนไอ้นั่นจากข้างหลังซะ”

 

                ทั้งสองพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะแยกตัวห่างออกไป และไปยืมล้อมหน้าล้อมหลังอีกฝ่ายเหมือนเช่นตอนเริ่มสู้ เซดดริกเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจแต่ก็ยังคงไม่ประมาท

 

                เอสลอบมองใบหน้าของลูกน้องทั้งสองก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้รับสัญญาณอีกสองคนก็พุ่งเข้าล็อคแขนของชายหนุ่มผมบลอนด์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะไม่นึกว่าจะมาไม้นี่

 

                “หึ...แกเสร็จฉันแน่ เอเลนอฟ” เอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง  วัตถุรูปทรงยาวมีด้ามจับสีดำ และใบมีดขนาดเล็ก แสงไฟสลัวกระทบคมมีดทำให้เห็นว่ามีดเล่มนี้เพิ่งได้รับการลับมาเป็นแน่

 

                “เล่นมีดเลยเรอะ ขี้ขลาดนี่หว่า” เซดดริกสบถอย่างไม่สบอารมณ์ พยายามสะบัดให้หลุดจากการจับกุม แต่ดูเหมือนว่าไอ้สองคนนี้จะทุ่มสุดแรงในการหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเลยทีเดียว

 

                “ใครสน? ถ้าฉันไม่ได้เรียกเลือดจากแก ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ!” สิ้นคำ ร่างสูงก็พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วพร้อมกับอาวุธมีคมในมือ

 

                คนที่ถูกล็อคแขนไว้กระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระโดด และส่งลูกถีบเข้าที่ยอดอกของเอสอย่างแรงดังปึ้กจนร่างนั้นลอยหวือไป ส่วนตัวเขาก็อาศัยจังหวะที่คนล็อคแขนกำลังตกตะลึงสะบัดแขนให้หลุด และใช้ข้อศอกกระแทกไปที่ปลายคางของพวกเขาพร้อม ๆ กันจนสติหลุดลอยไปก่อนจะได้ลงไปกองกับพื้นเสียอีก

 

                ปึ้ก...

 

                เสียงอะไรบางอย่างกระแทกกันเรียกให้เนตรสีฟ้าหันไปมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าร่างของคนที่เขาเพิ่งประเคนลูกถีบให้ไปชนกับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่คุ้นตา

 

                เรือนผมสีดำยาว และดวงตาสีดำคมกริบบนใบหน้าหล่อเหลา...

 

                “คุณครอส?” เซดดริกเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วเบาอย่างตกตะลึง  นี่มันจะบังเอิญไปไหมเนี่ย!?

 

                เจ้าของชื่อยังคงนิ่งเงียบ แม้ว่าคนที่เซมาชนจะหันกลับไปมอง ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงอย่างพิจารณาก่อนจะฉีกยิ้มอย่างเอาเรื่อง “คนรู้จักของเอเลนอฟเรอะ...?” เขาถามเสียงเบา “หึ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง!!” สิ้นคำ คมมีดก็แหวกผ่านอากาศไปที่ลำตัวของคนตัวสูงกว่าอย่างรวดเร็ว

 

                แต่ทว่า...อีกฝ่ายก็หลบได้ด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่เอสก็ไม่หยุดโจมตีแค่นั้น เขายังคงมุ่งทำร้ายอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ครอสก็โยกตัวหลบได้อย่างสบาย ๆ จนอีกคนที่มองนิ่งอึ้ง

 

                ก...เก่งชะมัด... เฮ้ย! ไม่ใช่สิ ๆ  ก่อนจะหลงชื่นชมไปกับฝีมือของคนที่เพิ่งเจอโดยบังเอิญ เขาก็รีบกวาดมองรอบตัว แล้วก็เห็นรองเท้าของลูกน้องของชายหนุ่มผมน้ำตาล เขาก้มลงถอดรองเท้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แม้จะนึกขยะแขยงอยู่บ้าง แต่เวลาแบบนี้มันเลือกได้มากที่ไหน? (ตอนแรกก็อยากจะถอดรองเท้าตัวเองอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าพื้นแถวนั้นมันขรุขระน่ะนะ)

 

                เพียงแค่ชั่วครู่ รองเท้าผ้าใบสีดำกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ก็มาอยู่ในมือของเขา  ชายหนุ่มยกมันขึ้นเหนือหัว และกะจะแรงและระยะทางให้แม่น ก่อนจะโยนไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

 

                ป๊อก...

 

                รองเท้าคู่สวยหล่นลงบนเรือนผมสีน้ำตาลพอดิบพอดีทำให้เอสต้องหยุดการโจมตี และคลำหัวตัวเองก่อนจะตวัดสายตามามองคนโยน “หนอย ไอ้.....” นึกสรรหาคำพูดมาด่าไม่ออก แล้วยิ่งพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ขว้างมาคือรองเท้ากลิ่นตุ ๆ...

 

                “คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน อย่าไปยุ่งกับคนอื่นดิวะ!” เซดดริกพูดเสียงดังก่อนจะตั้งท่าสู้อีกครั้งพร้อมกับกวักมือเรียกอย่างท้าทาย แต่เพราะมัวจดจ่อกับอีกฝ่าย...ทำให้เขาไม่ทันสังเกตลูกน้องคนหนึ่งที่ได้สติขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางโซเซเล็กน้อย ในมือของเขามีก้อนหินสีเทาขนาดพอเหมาะมือ เขายกมือขึ้นสูง และหมายจะฟาดมันลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมสีบลอนด์

 

                ถ้าอยู่ในสภาพเต็มร้อยอาจจะสำเร็จ... แต่เพราะอากาศบาดเจ็บที่คาง ทำให้เขาเซไปเซมา ก้อนหินในมือวาดลงมาอยู่รวดเร็วพอดีกับที่ชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายหันไปมองพอดี

 

                “เฮ้ย!” เซดดริกอุทานลั่นด้วยความตกใจก่อนจะเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที ทำให้ชายคนนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น และหมดสติไปอีกครั้ง...

 

                แต่เพราะครั้งนี้ทำให้เขาลืมระวังตัว และเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้ชายหนุ่มผมน้ำตาลเล็งเห็น... มีหรือจะปล่อยให้มันหลุดลอยไป?  เขากระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่อีกฝ่ายพร้อมกับมีดในมืออย่างรวดเร็ว  เซดดริกที่เพิ่งได้หันหน้ากลับมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

                ไม่ทันแล้ว!

 

            ฉัวะ!!

 

 

-----------------------------------

 

                ร่างโปร่งที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างคล่องแคล่วทำให้ดวงตาสีดำประกายประหลาดใจเล็กน้อย เพราะไม่นึกว่าคนที่ดูเหมือนจะเรียบร้อย และเป็นหนอนหนังสืออย่างนั้นจะมีฝีมือในการต่อสู้...ที่อยู่ในขั้นดีมากขนาดนี้

 

                อย่างนี้คงไม่ต้องห่วงอะไร...

 

            ห่วง?

 

                นี่เขากำลังเป็นห่วงงั้นเหรอ!?

 

                แต่ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ประกายจากของมีคมก็เรียกให้เขาหันไปมองอีกครั้ง เนตรสีดำกระตุกเล็กน้อยด้วยความตกใจ “เล่นมีดเลยเรอะ...” เขาพึมพำเบา ๆ และไวกว่าความคิด ขายาวก็ก้าวเข้าไปหาเขตต่อสู้เสียแล้ว

 

                ปึ้ก...

 

                ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลลอยหวือมาชนอย่างแรงทันทีที่ก้าวเข้าใกล้ แต่สายตาของเขาก็ไม่ได้มองที่คนนั้น ครอสมองใบหน้าที่คุ้นเคยฉายแววตกใจ “คุณครอส..” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเสียงเบาหวิวอย่างตกตะลึง

 

เขาเองก็ตกใจ...ไม่นึกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง...

 

                “คนรู้จักของเอเลนอฟเรอะ...?” ร่างที่ลอยหวือมาชนเขาถามเสียงเบาก่อนที่ใบหน้านักเลงจะฉีกยิ้มอย่างเอาเรื่อง “หึ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง!!” แล้วมีดในมือของอีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาหาชายแปลกหน้า

 

                ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉย ไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าหมายจะสร้างรอยแผลสักรอยสองรอย  ตอนแรกยังพอทนได้...แต่พอนานไปเริ่มหงุดหงิด มือกร้านกำลังจะยกขึ้นเพื่อตอบโต้ แต่กลับมีวัตถุบางอย่างลอยหวือมาโดนกลางหัวสีน้ำตาลเข้าอย่างจัง

 

                “คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน อย่าไปยุ่งกับคนอื่นดิวะ!” ครอสได้ยินเสียงของชายหนุ่มผมบลอนด์ว่าเสียงดัง แล้วยังกวักมือเรียกอีกฝ่ายให้เข้าไปหา ร่างสูงเกือบหลุดรอยยิ้มเหมือนเห็นว่าสิ่งที่ลอยมาคือรองเท้าคู่เก่า ๆ กลิ่นเหมือนหนูตาย... แต่แล้วเนตรสีดำก็กระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายคนหนึ่งข้างหลังเซดดริกกำลังลุกขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับก้อนหินในมือ

 

                เขากำลังจะร้องเตือน แต่ชายผู้เป็นเป้าหมายก็เอี้ยวหลบได้ทัน แต่ก็ไม่ทันได้โล่งอกนาน....ร่างตรงหน้าก็พุ่งเข้าไปหาคนที่ไม่ได้ระวังตัวอย่างรวดเร็ว

 

                ดวงตาสีดำเบิกขึ้นด้วยความตกใจ รู้ดีว่าฝ่ายนั้นไม่มีทางหลบได้ทันแน่

 

            ...จะไปช่วยไหม?....

 

            ...จะช่วยทำไมล่ะ? ก็แค่มนุษย์คนหนึ่งเอง...

 

                สองเสียงในความคิดตีกันยุ่งวุ่นวายจนเจ้าของร่างปวดหัวไปหมด ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงอย่างตึงเครียด  บางอย่างฉุดรั้ง...บางอย่างผลักดัน...จนทุกอย่างชาวาบไปหมด

 

                ปัดโธ่เว้ย!

 

            ไม่ทันได้ตัดสินใจดี ขาเจ้ากรรมก็พาเจ้าของพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวแปลกใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร...แต่ที่รู้คือตอนนี้หัวสมองขาวโพลน ไม่คิดอะไรทั้งนั้นนอกจาก...

 

                ฉัวะ!!

 

                ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง...เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีฟ้าที่เบิกโพลงยิ่งกว่าด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีร่างสูงของใครคนหนึ่งพุ่งมาบังร่างของเขาไว้ เรือนผมสีดำยาวสลวยที่ปลิวระใบหน้า และกลิ่นคาวเลือดที่ลอยเตะจมูกเรียกสติให้กลับคืนมา “คุณครอส!!” เซดดริกอุทานลั่น

 

                ส่วนเอส...นิ่งค้างด้วยความตกใจ มือที่กุมด้ามมีดสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความตกใจ...หากแต่เป็นความหวาดกลัวเมื่อสบกับเนตรสีแดงสดที่จ้องมองมาอย่างเย็นเยียบจนเลือดในกายแทบจับตัวแข็ง

 

ลมหายใจติดขัด...แขนขาไม่อาจขยับได้

 

แม้จะรู้ว่าชายตรงหน้าเขากำลังกำคมมีดที่ถูกเบี่ยงไปเฉือนผิวข้างเอวเป็นแผลลึก “อ...อะ....” พูดอะไรไม่ออก มีเพียงคำพูดตะกุกตะกักที่ถูกเปล่งออกมา

 

                “ไปให้พ้น” น้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาดจากชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้เอสเผลอปล่อยมีดด้วยความตกใจ ขาที่สั่นระริกค่อย ๆ ก้าวถอยหลังก่อนจะก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

 

“ป...ปิศาจ...” ชายหนุ่มผมน้ำตาลพึมพำเสียงเบาซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ และวิ่งจากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

                “นี่คุณทำแบบนี้ทำไม!?” เซดดริกแหวอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเอสวิ่งจากไป แม้จะงงงวย แต่อาการบาดเจ็บของคนตรงหน้าก็สำคัญกว่า ตั้งท่าจะด่าต่อ...แต่ร่างที่สูงกว่าจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นจนทำเอาเขาหัวใจหล่นไปตาตุ่ม แล้วเนตรสีฟ้าก็เหลือบไปเห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ข้างเอวของอีกฝ่าย “เฮ้ย!!

 

                ครอสเลื่อนมือไปกุมบาดแผล ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมาเป็นมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนบาดแผลแค่นี้ครู่เดียวก็หาย แต่ตอนนี้....

 

            “กระผมกลัวว่าจะเกินขีดจำกัดของนายท่านขอรับ”

 

            คำเตือนของพ่อบ้านชราดังขึ้นในความคิดทำให้เขาอดคลี่ยิ้มเครียด ๆ ไม่ได้ นั่นสินะ...สงสัยว่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว...

 

            “นี่คุณยิ้มอยู่อีก! ให้ตายเหอะ!!” เสียงทุ้มตื่นตระหนกว่าขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกมาด้วยออกมา และกดลงบนปากแผลอย่างเบามือ “เดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาลนะ”

 

                “ไม่ต้อง” แต่มือกร้านก็ดึงแขนอีกฝ่ายไว้ เรียกให้นัยน์ตาสีฟ้าเบือนมาสบ

 

                “นี่คุณกลัวหมอหรือไง?” เซดดริกพูดล้อด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น “ไม่ตลกเลยนะคุณครอส”

 

                “นายทำแผลให้ฉันได้ ไม่ต้องไปที่แบบนั้น” ครอสเอ่ยพร้อมกับจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ ด้วยดวงตาสีดำที่ไม่มีแววล้อเล่น ราวกับมีมนต์ขลังบางอย่างทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์ต้องถอนหายใจเบา ๆ อย่างจำยอม

 

                อาจเป็นเพราะเพิ่งเคยได้ยินประโยคยาว ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรกจากชายพูดน้อยคนนี้ก็เป็นได้...

 

                ให้ตายเหอะ...

 

            “ก็ได้ ๆ” ร่างเล็กกว่ายอมแพ้ก่อนจะสอดแขนเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบไปจากตรงนี้แล้วล่ะครับ ผมว่าอีกไม่นานชาวบ้านแถวนี้คงได้ยินเสียง แล้วก็ได้กลิ่นเลือดอีก” แล้วเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นพร้อมกับพยุงร่างสูงกว่าให้ยืนขึ้นได้

 

                “ไม่ไกลจากตรงนี้มีซอยที่ไม่ค่อยมีคนผ่านเท่าไหร่ ตรงนั้นน่าจะพอหลบได้สักพัก” เซดดริกเอ่ย พยายามซ่อนใบหน้าเหยเกไว้ เพราะน้ำหนักที่ต่างกันเกินไป ทำเอาเขาแทบทรุด ถ้าไม่ติดว่าคน ๆ นี้บาดเจ็บแล้วล่ะก็...เขาก็คงปล่อยให้ร่วงไปแล้ว

 

                ครอสนิ่งเงียบไปพูดอะไรขณะลอบมองคนข้างกาย ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานเล็กน้อย และจมูกโด่งสวยได้รูป เหงื่อกาฬหลายเม็ดไหลอาบใบหน้าทำให้พวงแก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย คาดว่าเพราะหลังจากสู้มาเป็นเวลานาน แล้วยังต้องมาช่วยพยุงคนที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองอีก...คงเสียแรงไปไม่ใช่น้อย

 

                ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่อาจละสายตาจากชายหนุ่มข้าง ๆ ได้เลย ราวกับมีมนต์ขลังสะกดให้จ้องมองอยู่เช่นนั้น...

 

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มจากคนที่ถูกจ้องมองทำให้ครอสรู้สึกตัวเมื่อเห็นเนตรสีฟ้าหันมา

 

                “เปล่า...ก็แค่แปลกใจนิดหน่อย” เขาตอบกลับเสียงเรียบ

 

                “แปลกใจ?”

 

                “...” แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบกลับมา ทำเอาชายหนุ่มผมบลอนด์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างปลงตก...คงยากหากอยากได้คำตอบเป็นคำพูด

 

                “ผมก็แปลกใจคุณเหมือนกัน...” เซดดริกว่าขณะมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนน เวลาดึกขนาดนี้คงไม่มีใครคิดโผล่หน้าออกมานอกหน้าต่างแล้ว แล้วเขาก็พูดต่อเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะเอ่ยอะไร “...ที่อยู่ดี ๆ คุณก็มาช่วยผมจนตัวเองบาดเจ็บแบบนี้น่ะ”

 

                เมื่อพูดจบ เขาก็หยุดเดิน และค่อย ๆ ย่อตัวลงให้ร่างสูงกว่าได้นั่งพิงกำแพงอิฐที่เป็นที่หมาย... ชายหนุ่มผมบลอนด์ทิ้งตัวลงข้าง ๆ หน้าก่อนจะก้มลงดูบาดแผลที่เอวอีกฝ่ายอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเริ่มฉายแววลำบากใจ “เลือดไหลไม่หยุดเลยแฮะ....” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะฉีกปลายเสื้อของตัวเองเพื่อเอาซับเลือดแทนผ้าเช็ดหน้าที่ตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงข้น

 

                “ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย” ครอสเอ่ยเสียงเบาขณะมองอีกฝ่ายจัดการห้ามเลือดที่ไหลไม่หยุด

                เนตรสีฟ้าตวัดมอง “ได้ไงครับ?” เซดดริกว่าเสียงแข็ง “คุณน่ะช่วยผมไว้นะ แล้วครั้งนี้มันก็มากไป...มากเกินไปจริง ๆ”

 

                น้ำเสียงตอนท้ายสั่นระริกเมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดไม่ต่างอะไรไปจากชายหนุ่มตรงหน้าเขาตอนนี้  ภาพที่ซ้อนทับกันทำให้ก้อนเนื้อที่อกซ้ายบิดเร่า ๆ ด้วยความเจ็บปวด

 

                ดวงตาสีดำฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นความสั่นไหวในดวงตาอีกคู่ แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “เราเพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น ทำไมคุณถึงได้ช่วยผมถึงขนาดนี้ล่ะครับ?” คราวนี้เนตรสีฟ้าที่เคยสั่นระริก กลับมั่นคงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

 

                ครอสนิ่งเงียบ... แม้แต่ตัวเอง...ยังหาคำตอบให้ไม่ได้เลย... ตอนนั้นร่างกายไปเร็วกว่าความคิด

 

                ...รู้ตัวอีกทีก็พุ่งเข้าไปหาเสียแล้ว...

 

                เซดดริกพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ทำใจแล้วว่าอีกฝายคงไม่ตอบอะไรเช่นเคย เขาจึงก้มลงมองบาดแผลอีกครั้ง “ผมว่า...แบบนี้ยังไง ๆ ก็ต้องไปโรงพยาบาลแล้วล่ะครับ เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้น่ะ” เขาเอ่ยด้วยความกังวลใจ

 

                “ไม่ต้อง”

 

                คำตอบเดิมทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์อดแหวขึ้นมาไม่ได้ “จะดื้อก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิครับ! ถึงคุณจะบอกว่าให้ผมทำแผลให้ แต่นี่ก็จนปัญญาแล้วนะครับ!” เขาตวาดก่อนจะหลุบใบหน้าลงต่ำจนอีกฝ่ายไม่อาจมองเห็นสีหน้าได้ มือกำหมัดแน่นเมื่อความรู้สึกเดิม ๆ ที่เคยรู้สึกเมื่อนานมาแล้วหวนกลับมาอีกครั้ง

 

                ความหวาดกลัวต่อการสูญเสีย...

 

                ...ก็แค่ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว...

 

            “ผมอยากช่วยคุณนะ ให้ผมได้ช่วยก่อนที่ผมจะไม่ได้ทำเถอะ...” เสียงที่แปร่งไปทำให้เนตรสีดำหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิด

 

                คงจะมีบาดแผลในใจ...

 

            ดวงตาค่อย ๆ ปิดลงก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วจึงลืมตาขึ้นเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ แม้จะยังไม่มั่นใจ...แต่เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้

 

                “นายอยากช่วยฉันจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงห้าวที่เอ่ยขึ้นเรียกให้ใบหน้าของอีกฝ่ายเงยขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าคมคายอยู่ห่างเพียงแค่คืบ

 

                “ครับ” เซดดริกตอบเสียงเบาหวิวจนตัวเองยังรู้สึกแปลกใจ

 

                “อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”

 

                “หา?...”

 

                ไม่ทันได้พูดจบ มือกร้านก็เอื้อมไปดึงคอเสื้อของคนตัวเล็กกว่าให้เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วก่อนจะโน้มใบหน้าลงที่ซอกคอ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวยาวสีขาวที่มุมปากก่อนที่มันจะฝังลงในผิวเนื้อ!

 

                เนตรสีฟ้าที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ความเจ็บปวดจากการถูกบางอย่างทิ่มแทงเข้าผิวกายแล่นเข้าสู่สมอง แต่ไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อด้วยความตกใจสุดขีด ไม่แม้แต่จะขัดขืนเมื่ออีกฝ่ายโอบรอบเอวเขาไม่ให้ทรุดกายลง

 

                เนตรสีดำค่อย ๆ ปรือลงเมื่อของเหลวสีแดงข้นไหลเข้าโพรงปาก และลงสู่ลำคอ...เรี่ยวแรงที่เคยหายไปเริ่มกลับคืนมาราวกับต้นไม้ที่ได้รับน้ำแห่งชีวิต...กลิ่นคาวเหล็ก และรสหวานที่น่าหลงใหลคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก...

 

                เนิ่นนาน....ไปเท่าไรก็ไม่อาจทราบได้ ราวกับเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ

 

                “นี่...คุณ...” เสียงทุ้มครางแผ่วเบาเรียกให้ชายหนุ่มผมดำได้สติ และถอนเขี้ยวออกพอดีกับที่ร่างในอ้อมแขนหมดสติและฟุบลงบนไหล่หนา มืออีกข้างเช็ดริมฝีปากของตนเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมองบาดแผล

 

                ตอนนี้เลือดหยุดไหลแล้ว...

 

                อย่างที่คิดเลย คน ๆ นี้...  ครอสผินมองเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าที่สลบไสลไม่ได้สติก่อนจะเลื่อนไปมองที่รอยแผลที่ซอกคออันเกิดจากฝีมือของตน

 

                ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขนาดนี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้เขาไม่อาจหยุดได้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสชาติพิเศษชวนให้ลุ่มหลงทำให้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วครู่

 

                ...ทั้ง ๆ ที่เคยควบคุมตัวเองได้แท้ ๆ...

 

                ชายหนุ่มกลับไปมองใบหน้าของเซดดริกอีกครั้งด้วยสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก คน ๆ นี้ควรจะได้ใช้ชีวิตเช่นคนทั่วไป แต่ว่า... ขอโทษนะเซดดริก ดูเหมือนว่าฉันไม่อาจจะปล่อยนายไปได้แล้วล่ะ

 

            คิดได้ดังนั้น ใบหน้าคมคายก็ระบายยิ้มดูแคลนตัวเองจาง ๆ ... “นายจะทำยังไงต่อเมื่อรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นมนุษย์เหมือนอย่างนาย”

 

                สิ้นคำ ณ ที่ตรงนั้นก็ว่างเปล่า ไม่แม้แต่คราบเลือด หรือร่องรอยว่าเคยมีใครปรากฏอยู่ตรงนั้นมีก่อน มีเพียงเสียงกระซิบอันเศร้าสร้อยที่ล่องลอยมาสายลมเย็นยามราตรีกาล

 

 

            สัมผัสแรกสร้างสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาด...

 

            แม้ว่าจะต้องการหรือไม่...ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว...

 

4th Tale : สัมผัสสีเลือด

 

บรรยากาศหนาวเย็นตามอุณหภูมิที่เกือบจะติดลบทำให้หลายคนเลือกจะผิงตัวให้อุ่นข้างเตาผิง หรือฮีตเตอร์มากกว่าออกมาเตร็ดเตร่ข้างนอก อาจจะเป็นเช่นนี้ในเขตอื่น แต่ไม่ใช่กับย่านบันเทิงแห่งนี้ แม้เวลาจะปาไปสี่ทุ่มแล้ว ก็ยังมีคนออกมาเดินรับลมอยู่แม้ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในสภาพมึนเมา และเดินตุปัดตุเป๋ก็ตาม

ชายหนุ่มร่างสูงเดินสวนคนเหล่านั้นไปอย่างไม่แม้แต่จะเหลียวมอง ดวงตา สีดำหรี่เล็กลงอย่างนึกเบื่อหน่าย

ไม่ว่าเมื่อไหร่ มนุษย์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขานึกขณะมองชายหนุ่มในวัยทำงานที่เดินออกมาจากผับแห่งหนึ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์เดินเซไป เซมาจนเพื่อนที่ช่วยพยุงแทบอยากจะปล่อยให้มันลงไปกองกับพื้นให้มันรู้แล้วรู้รอด

โว้ยไอ้นี่เดี่ยวก็ปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้แม่ง!” คนโดนผลักว่าออกมาอย่างอารมณ์เสีย แต่มือก็ยังคงช่วยเพื่อนอีกคนลากคนเมาให้ห่างจากหน้าร้าน

ครอสถอนหายใจเบา ๆ กับภาพที่เห็น ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่ เขาเองก็ไม่ขอมาเหยียบแหล่งโสมมแบบนี้แม้จะเป็นที่โปรดของ ‘พวกเขา ก็ตาม

ชายหนุ่มชะงักกึก... หน้าที่?

            เพียงเพราะเป็นหน้าที่เท่านั้นเหรอ?

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในใจ หลายครั้งแล้วที่ไม่ได้ไปเมืองอื่น แต่กลับมาที่ลอนดอนครั้งแล้วครั้งเล่านับจากครั้งนั้น... คิ้วเรียวขมวดมุ่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยผมบลอนด์ และรอยยิ้มสดใสไร้การเสแสร้ง

            ครอสส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป อีกแล้ว... เขาก่นด่าตัวเองในใจ เผลอทีไรก็นึกถึงเจ้าของใบหน้านั่นทุกคราไป

            ...เซดดริก เอเลนอฟ...

แม้กระทั่งชื่อที่ไม่คิดว่าจำได้ ก็จำได้แม่นยำ

          ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้งอย่างยอมจำนน ยอมรับก็ได้ว่าอยากเจอ เขายังคงติดใจกับกลิ่นคาวเลือดเมื่อครั้งที่แล้วไม่หาย  ดวงตาสีดำหลุบต่ำลง และก้มมองมือขวาที่เคยสัมผัสมือของอีกฝ่าย

หากชายคนนั้นเป็นเช่นนั้นจริง เขาก็คงจะปล่อยมือไปไม่ได้

            “รูปหล่อ มาคนเดียวเหรอคะ?” เสียงหวานที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างกายเรียกให้ร่างสูงหลุดจากห้วงความคิดและหันไปมอง หญิงสาวร่างบางในเสื้อผ้าเนื้อบางเบาน้อยชิ้นสีแดงโชว์สัดส่วนก้าวเข้ามาใกล้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร

            “เข้ามาหาอะไรดื่มก่อนสิคะริมฝีปากสีแดงสดด้วยลิปสติกฉีกยิ้มหวานอย่างเชิญชวน คุณจะนั่งดื่มคนเดียว หรือว่าจะให้ฉันนั่งด้วยก็ได้นะคะ

            ดวงตาสีดำหรี่เล็กลงอย่างพิจารณา และลอบมองไปที่สถานเริงรมย์ข้างหลังหญิงสาว ป้ายไฟไนท์ไลฟ์เด่นเป็นสง่าทำให้เขาพอเข้าใจจุดประสงค์

            ครอสไม่ทันได้รู้ตัวว่าท่าทางนิ่ง ๆ และดวงตาสีดำคมกริบนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวยิ่งเคลิบเคลิ้ม และมองไม่วางตา ใบหน้าคมคายได้รูป และริมฝีปากเรียวนั่นช่างน่าสัมผัสจริง ๆ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเช่นเดิม เธอก็เคลื่อนกายเข้าไปใกล้กว่าเดิม แล้วมือเรียวก็เอื้อมไปแตะแขนของร่างสูงหวังกระตุ้น...

ชายหนุ่มแทบจะตวัดสายตากลับมามอง แต่กลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาแตะจมูกทำให้เขาสะบัดแขนหนี และเดินผ่านหญิงสาวไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ เธอเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อโค้ทเขาไว้ได้ทันท่วงที

เดี๋ยวสิคะเธอเรียกเสียงหวาน แต่แล้วเธอก็ต้องปล่อยมืออย่างรวดเร็ว เพราะดวงตาสีดำคมกริบที่ตวัดมามองอย่างไร้อารมณ์ และเย็นยะเยือก ร่างบางยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว ขาเรียวสวยเริ่มหมดเรี่ยวแรง ทำให้ทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้น

            ชั่วแวบหนึ่ง...เธอเห็นว่าดวงตานั้นกลายเป็นสีแดงฉานราวกับสีโลหิต

            ครอสปล่อยให้หญิงสาวเป็นลมล้มพับไปอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่ตนเร่งก้าวไปที่ทิศทางของกลิ่นที่โชยมา แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

            ชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าลายสก็อต และกางเกงยีนกำลังต่อสู้กับคนกลุ่มหนึ่ง เรือนผมสีบลอนด์ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด

เซดดริก เอเลนอฟ?

###


ปึ้กพลั่ก!

           เสียงหมัด และเท้าปะทะร่างเนื้ออย่างไม่ปราณีปราศรัย และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่างกับอีกสามคนที่หอบหายใจจนตัวโยน และต้องคอยรองรับทั้งมือทั้งเท้าของคู่ต่อสู้ที่มีเพียงแค่คนเดียว ใบหน้าของแต่ละคนเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น และคราบเลือดจนดูน่าสงสาร

           แต่อีกคนยังคงไร้ซึ่งบาดแผลใด ๆ นอกจากรอยเปื้อนเล็กน้อยบนเสื้อผ้า ใบหน้าคมคายยังคงฉีกยิ้มบาง ๆ อย่างเจ้าเล่ห์ จังหวะการหายใจยังคงเป็นปกติแม้จะออกมือออกเท้าไปนานเกือบสิบนาทีแล้วก็ตามที เมื่อกี้ยังอวดเก่งอยู่เลยนี่เสียงทุ้มเอ่ยอย่างกวนอารมณ์

หนอย...เอสกัดฟันกรอดด้วยความโมโห พวกเขามีถึงสามคน แต่กลับทำอะไรคน ๆ เดียวไม่ได้แถมยังโดนอัดเสียจนเละแบบนี้ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!!

          ด้วยความคิดเช่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มผมน้ำตาลพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะวาดขาขวาออกไป และตามซ้ำด้วยขาเดิม แต่เซดดริกก็ใช้แขนบล็อกไว้ได้ก่อนจะยกขาขวาที่ตั้งหลักอยู่ข้างหลังขึ้นสูง และทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ซอกคอของอีกฝ่ายอย่างแรงดังปึ้ก!

เอสถึงกับเซไปเซมา ความเจ็บปวดที่แล่นจี๊ดเข้าสู่สมองทำเอาใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ ลูกน้องอีกสองคนที่พอตั้งหลักได้แล้ว ก็ล้อมหน้าล้อมหลังและส่งหมัดไปที่ชายผมบลอนด์พร้อมกัน

เซดดริกถอยตัวหลบ และเอื้อมมือจับหลังศีรษะของทั้งสอง และออกแรงผลักเข้าหากันจนหน้าผากกระแทกกันดังโป้ก เล่นเอาพวกเขาล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้นพร้อมกับดาวบนหัว

เอเลนอฟ...เอสเม้มปากแน่นด้วยความโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาตรงไปกระชากคอเสื้อลูกน้องสองคนที่นั่งมึนอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นอย่างแรง เฮ้ย! ลุกขึ้นดิวะ นั่งหาพ่องแกรึไง!

            “ต...แต่หมอนี่มันเก่งมากเลยนะคนหนึ่งพูดเสียงสั่นขณะกุมหน้าผากของตนที่ปูดเขียวคล้ำจนน่ากลัว

ไอ้ขี้ขลาด!” ว่าแล้วก็ตบหัวให้ฉาดใหญ่ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่หูของลูกน้อง พอฉันให้สัญญาณ พวกแกไปล็อคแขนไอ้นั่นจากข้างหลังซะ

ทั้งสองพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะแยกตัวห่างออกไป และยืล้อมหน้าล้อมหลังอีกฝ่ายเหมือนเช่นตอนเริ่มสู้ เซดดริกเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจแต่ก็ยังคงไม่ประมาท

เอสลอบมองใบหน้าของลูกน้องทั้งสองก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้รับสัญญาณอีกสองคนก็พุ่งเข้าล็อคแขนของชายหนุ่มผมบลอนด์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะไม่นึกว่าจะมาไม้นี่

            “แกเสร็จฉันแน่ เอเลนอฟเอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะหยิบวัตถุรูปทรงยาวมีด้ามจับสีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง เมื่อใบมีดขนาดเล็กกระทบแสงไฟสลัวทำให้เห็นว่ามีดเล่มนี้เพิ่งได้รับการลับมาเป็นแน่

            “เล่นมีดเลยเรอะ ขี้ขลาดนี่หว่าเซดดริกสบถอย่างไม่สบอารมณ์ พยายามสะบัดให้หลุดจากการจับกุม แต่ดูเหมือนว่าไอ้สองคนนี้จะทุ่มสุดแรงในการหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเลยทีเดียว

            “ใครสน? ถ้าฉันไม่ได้เรียกเลือดจากแก ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ!” สิ้นคำ ร่างสูงก็พุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วพร้อมกับอาวุธมีคมในมือ

            คนที่ถูกล็อคแขนไว้กระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระโดด และส่งลูกถีบเข้าที่ยอดอกของเอสอย่างแรงดังปึ้กจนร่างนั้นลอยหวือไป ส่วนตัวเขาก็อาศัยจังหวะที่คนล็อคแขนกำลังตกตะลึงสะบัดแขนให้หลุด และศอกกระแทกไปที่ปลายคางของพวกเขาพร้อม ๆ กันจนสติหลุดลอยไปก่อนจะได้ลงไปกองกับพื้นเสียอีก

            ปึ้ก...

เสียงอะไรบางอย่างกระแทกกันเรียกให้ดวงตาสีฟ้าหันไปมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าร่างของคนที่เขาเพิ่งประเคนลูกถีบให้ไปชนกับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่คุ้นตา

เรือนผมสีดำยาว และดวงตาสีดำคมกริบบนใบหน้าหล่อเหลา...

ครอส?” เซดดริกเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วเบาอย่างตกตะลึง  

จะบังเอิญไปไหมเนี่ย!?

เจ้าของชื่อยังคงนิ่งเงียบแม้ว่าคนที่เซมาชนจะหันกลับไปมอง เขาหรี่ตาลง ครุ่นคิดก่อนจะฉีกยิ้มอย่างเอาเรื่อง คนรู้จักของเอเลนอฟเรอะ?เขาถามเสียงเบา แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง!!” สิ้นคำ คมมีดก็แหวกผ่านอากาศไปที่ลำตัวของคนตัวสูงกว่าอย่างรวดเร็ว

แต่อีกฝ่ายก็หลบได้ด้วยท่าทีสบาย ๆ แม้ว่าเอสจะไม่หยุดโจมตีแค่นั้น แต่ถึงอย่างนั้นครอสก็โยกตัวหลบได้อย่างสบาย ๆ จนอีกคนที่มองนิ่งอึ้ง

            เก่งชะมัด เฮ้ยไม่ใช่สิ ก่อนจะหลงชื่นชมไปกับฝีมือของคนที่เพิ่งเจอโดยบังเอิญ เขาก็รีบกวาดมองรอบตัว แล้วก็เห็นรองเท้าของลูกน้องของชายหนุ่มผมน้ำตาล เขาก้มลงถอดรองเท้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แม้จะนึกขยะแขยงอยู่บ้าง แต่เวลาแบบนี้มันเลือกได้มากที่ไหน?

            แล้วรองเท้าผ้าใบสีดำกลิ่นเหม็นเน่าก็มาอยู่ในมือของเขา เขายกมันขึ้นเหนือหัว และกะจะแรงและระยะทางให้แม่น ก่อนจะโยนไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

ป๊อก...

รองเท้าข้างนั้นหล่นลงบนเรือนผมสีน้ำตาลพอดิบพอดีทำให้เอสต้องหยุดการโจมตีก่อนจะตวัดสายตามามองคนโยน หนอย ไอ้...นึกสรรหาคำพูดมาด่าไม่ออก แล้วยิ่งพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ขว้างมาคือรองเท้ากลิ่นเหม็นตุของลูกน้องตัวเอง

คู่ต่อสู้ของนายคือฉัน อย่าไปยุ่งกับคนอื่นดิวะ!” เซดดริกพูดเสียงดังก่อนจะตั้งท่าสู้อีกครั้งพร้อมกับกวักมือเรียกอย่างท้าทาย แต่เพราะมัวจดจ่อกับอีกฝ่าย ทำให้เขาไม่ทันสังเกตลูกน้องคนหนึ่งที่ได้สติขึ้นมา และลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางโซเซเล็กน้อย ในมือมีก้อนหินสีเทาขนาดพอเหมาะมือ คนคิดลอบทำร้ายยกมือขึ้นสูง และหมายจะฟาดมันลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีบลอนด์

ถ้าอยู่ในสภาพเต็มร้อยอาจจะสำเร็จ แต่เพราะอากาศบาดเจ็บที่คาง ทำให้เขาเซไปเซมา ก้อนหินในมือวาดลงมาอยู่รวดเร็วพอดีกับที่ชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายหันไปมองพอดี

เฮ้ย!” เซดดริกอุทานลั่นด้วยความตกใจก่อนจะเอี้ยวตัวหลบได้ทันท่วงที ทำให้ชายคนนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น และหมดสติไปอีกครั้ง...

แต่เพราะครั้งนี้ทำให้เขาลืมระวังตัว และเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้ชายหนุ่มผมน้ำตาลเล็งเห็น มีหรือจะปล่อยให้มันหลุดลอยไป เขากระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่อีกฝ่ายพร้อมกับมีดในมืออย่างรวดเร็ว  เซดดริกที่เพิ่งได้หันหน้ากลับมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

ไม่ทันแล้ว!

                ฉัวะ!!

###

 

...จะไปช่วยไหม?....

...จะช่วยทำไมล่ะ? ก็แค่มนุษย์คนหนึ่งเอง...

            สองเสียงในความคิดตีกันยุ่งวุ่นวายจนเจ้าของร่างปวดหัวไปหมด เขาเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงอย่างตึงเครียด  บางอย่างฉุดรั้ง...บางอย่างผลักดัน ขัดแย้งกันจนน่ารำคาญ

ไม่ทันได้ตัดสินใจดี ขาเจ้ากรรมก็พาเจ้าของพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวแปลกใจ

            ฉัวะ!!

            ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีฟ้าที่เบิกโพลงยิ่งกว่าด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีร่างสูงของใครคนหนึ่งพุ่งมาบังร่างของเขาไว้  เรือนผมสีดำยาวสลวยที่ปลิวระใบหน้า และกลิ่นคาวเลือดที่ลอยเตะจมูกเรียกสติให้กลับคืนมา ครอส!!” เซดดริกอุทานลั่น

            ส่วนเอส...นิ่งค้างด้วยความตกใจ มือที่กุมด้ามมีดสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความตกใจ หากแต่เป็นความหวาดกลัวเมื่อสบกับดวงตาสีแดงสดที่จ้องมองมาอย่างเย็นเยียบจนเลือดในกายแทบจับตัวแข็ง

ลมหายใจติดขัด...แขนขาไม่อาจขยับได้

แม้จะรู้ว่าชายตรงหน้าเขากำลังกำคมมีดที่ถูกเบี่ยงไปเฉือนผิวข้างเอวเป็นแผลลึก อ...อะ...พูดอะไรไม่ออก มีเพียงคำพูดตะกุกตะกักที่ถูกเปล่งออกมา

“ไปให้พ้นน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาดจากชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้เอส  เผลอปล่อยมีดด้วยความตกใจ ขาที่สั่นระริกค่อย ๆ ก้าวถอยหลังก่อนจะก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

ป...ปิศาจ...ชายหนุ่มผมน้ำตาลพึมพำเสียงเบาซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ และวิ่งจากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            “คุณทำแบบนี้ทำไม!?” เซดดริกแหวอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเอสวิ่งจากไป แม้จะงงงวย แต่อาการบาดเจ็บของคนตรงหน้าก็สำคัญกว่า ตั้งท่าจะด่าต่อ แต่ร่างที่สูงกว่าจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นจนทำเอาเขาหัวใจหล่นไปตาตุ่ม ดวงตาสีฟ้าเหลือบไปเห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ข้างเอวของอีกฝ่าย เฮ้ย!!

            ครอสเลื่อนมือไปกุมบาดแผล ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมาเป็นมาก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนบาดแผลแค่นี้ครู่เดียวก็หาย แต่ตอนนี้....

            

ข้ากลัวว่าจะเกินขีดจำกัดของนายท่านขอรับ

           

คำเตือนของพ่อบ้านชราดังขึ้นในความคิดทำให้เขาอดคลี่ยิ้มเครียด ๆ ไม่ได้ สงสัยว่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว...

นี่คุณยิ้มอยู่อีกให้ตายเหอะ!!” เสียงทุ้มตื่นตระหนกว่าขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกมาด้วยออกมา และกดลงบนปากแผลอย่างเบามือ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาลนะ

ไม่ต้องแต่มือกร้านก็ดึงแขนอีกฝ่ายไว้ นัยน์ตาสีฟ้าเบือนมาสบ

นี่คุณกลัวหมอหรือไง?” เซดดริกพูดล้อด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ไม่ตลก

            “นายทำแผลให้ฉันได้ ไม่ต้องไปที่แบบนั้นครอสเอ่ยพร้อมกับจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ ด้วยดวงตาสีดำที่ไม่มีแววล้อเล่น ราวกับมีมนต์ขลังบางอย่าง ทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์ต้องถอนหายใจเบา ๆ อย่างจำยอม

อาจเป็นเพราะเพิ่งเคยได้ยินประโยคยาว ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรกจากชายพูดน้อยคนนี้ก็เป็นได้ ให้ตายเหอะ...

ก็ได้ ๆร่างเล็กกว่ายอมแพ้ก่อนจะสอดแขนเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่าย งั้นก็ต้องรีบไปจากตรงนี้แล้วล่ะ ผมว่าอีกไม่นานชาวบ้านแถวนี้คงได้ยินเสียง แล้วก็ได้กลิ่นเลือดแล้วเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นพร้อมกับพยุงร่างสูงกว่าให้ยืนขึ้น

ไม่ไกลจากตรงนี้มีซอยที่ไม่ค่อยมีคนผ่านเท่าไหร่ ตรงนั้นน่าจะพอหลบได้สักพักเซดดริกเอ่ย พยายามซ่อนใบหน้าเหยเกไว้ เพราะน้ำหนักที่ต่างกันเกินไป ทำเอาเขาแทบทรุด ถ้าไม่ติดว่าคน ๆ นี้บาดเจ็บแล้วล่ะก็...เขาก็คงปล่อยให้ร่วงไปแล้ว

            ครอสนิ่งเงียบไปพูดอะไรขณะลอบมองคนข้างกาย ใบหน้าหล่อเหลา         ติดหวานเล็กน้อย และจมูกโด่งสวยได้รูป เหงื่อกาฬหลายเม็ดไหลอาบใบหน้าทำให้พวงแก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย คาดว่าเพราะหลังจากสู้มาเป็นเวลานาน แล้วยังต้องมาช่วยพยุงคนที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองอีก...คงเสียแรงไปไม่ใช่น้อย

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่อาจละสายตาจากชายหนุ่มข้าง ๆ ได้เลย ราวกับมีมนต์ขลังสะกดให้จ้องมองอยู่เช่นนั้น...

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มจากคนที่ถูกจ้องมองทำให้ครอสรู้สึกตัวเมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าหันมา

            “...” แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบกลับมา ทำเอาชายหนุ่มผมบลอนด์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างปลงตก...คงยากหากอยากได้คำตอบเป็นคำพูด

            “นึกยังไงของคุณถามจริงเหอะเซดดริกว่าขณะมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนน เวลาดึกขนาดนี้คงไม่มีใครคิดโผล่หน้าออกมานอกหน้าต่างแล้ว แล้วเขาก็พูดต่อเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะเอ่ยอะไร “...อยู่ดี ๆ คุณก็มาช่วยผมจนตัวเองบาดเจ็บแบบนี้น่ะ”

เมื่อพูดจบ เขาก็หยุดเดิน และค่อย ๆ ย่อตัวลงให้ร่างสูงกว่าได้นั่งพิงกำแพงอิฐที่เป็นที่หมาย ชายหนุ่มผมบลอนด์ทิ้งตัวลงข้าง ๆ หน้าก่อนจะก้มลงดูบาดแผลที่เอวอีกฝ่ายอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเริ่มฉายแววลำบากใจ

เลือดไหลไม่หยุดเลยแฮะเขาพึมพำก่อนจะฉีกปลายเสื้อของตัวเองเพื่อเอาซับเลือดแทนผ้าเช็ดหน้าที่ตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงข้น

ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายครอสเอ่ยเสียงเบาขณะมองอีกฝ่ายจัดการห้ามเลือดที่ไหลไม่หยุด

ดวงตาสีฟ้าตวัดมอง คิดว่าบาดแผลมันรักษาตัวเองได้หรอ?” เซดดริกว่าเสียงแข็ง “แผลก็ลึกขนาดนี้ เดี๋ยวก็...ได้ตายขึ้นมาจริง ๆ

            น้ำเสียงตอนท้ายสั่นระริกเมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...หญิงสาวคนหนึ่งที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดไม่ต่างอะไรไปจากชายหนุ่มตรงหน้าเขาตอนนี้ ภาพที่ซ้อนทับกันทำให้ก้อนเนื้อที่อกซ้ายบิดเร่า ๆ ด้วยความเจ็บปวด

ดวงตาสีดำฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นความสั่นไหวในดวงตาอีกคู่ แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน เราเพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น ทำไมคุณถึงได้ช่วยผมถึงขนาดนี้ล่ะครับ?” คราวนี้ดวงตาสีฟ้าที่เคยสั่นระริก กลับมั่นคงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

            ครอสนิ่งเงียบ แม้แต่ตัวเองยังหาคำตอบให้ไม่ได้เลย ตอนนั้นร่างกายไปเร็วกว่าความคิด รู้ตัวอีกทีก็พุ่งเข้าไปหาเสียแล้ว...

            เซดดริกพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ทำใจแล้วว่าอีกฝายคงไม่ตอบอะไร  เช่นเคย เขาจึงก้มลงมองบาดแผลอีกครั้ง ผมว่าแบบนี้ต้องไปโรงพยาบาลแล้วล่ะ เลือดไหลไม่หยุดแบบนี้น่ะเขาเอ่ยด้วยความกังวลใจ

            “ไม่ต้อง

            คำตอบเดิมทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์อดแหวขึ้นมาไม่ได้ จะดื้อก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย! ถึงคุณจะบอกว่าให้ผมทำแผลให้ แต่นี่ก็จนปัญญาแล้วนะครับ!”     เขาตวาดก่อนจะหลุบใบหน้าลงต่ำจนอีกฝ่ายไม่อาจมองเห็นสีหน้าได้ มือกำหมัดแน่นเมื่อความรู้สึกเดิม ๆ ที่เคยรู้สึกเมื่อนานมาแล้วหวนกลับมา

ความหวาดกลัวต่อการสูญเสีย...

            ไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

ถือว่าผมขอเถอะ ให้ผมทำสักอย่างเพื่อช่วยก่อนที่ผมจะไม่ได้ทำเถอะเสียงที่แปร่งไปทำให้ดวงตาสีดำหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ แล้วจึงลืมตาขึ้นเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

แม้จะยังไม่มั่นใจ...แต่เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้

           “อยากช่วยฉันจริง ๆ เหรอ?” น้ำเสียงห้าวที่เอ่ยขึ้นเรียกให้ใบหน้าของ      อีกฝ่ายเงยขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าคมคายอยู่ห่างเพียงคืบ

ครับเซดดริกตอบเสียงเบาหวิวจนตัวเองยังรู้สึกแปลกใจ

           “อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน

           “หา?

           ไม่ทันได้พูดจบ มือกร้านก็เอื้อมไปดึงคอเสื้อของคนตัวเล็กกว่าให้เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วก่อนจะโน้มใบหน้าลงที่ซอกคอ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวยาวสีขาวที่มุมปากก่อนที่มันจะฝังลงในผิวเนื้อ!

           ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ความเจ็บปวดจากการถูกบางอย่างทิ่มแทงเข้าผิวกายแล่นเข้าสู่สมอง แต่ไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะร่างกายทุกส่วนแข็งทื่อด้วยความตกใจสุดขีด ไม่แม้แต่จะขัดขืนเมื่ออีกฝ่ายโอบรอบเอวเขาไม่ให้ทรุดกายลง

ดวงตาสีดำค่อย ๆ ปรือลงเมื่อของเหลวสีแดงข้นไหลเข้าโพรงปาก และลงสู่ลำคอ เรี่ยวแรงที่เคยหายไปเริ่มกลับคืนมาราวกับต้นไม้ที่ได้รับน้ำแห่งชีวิต...กลิ่นคาวเหล็ก และรสหวานที่น่าหลงใหลคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก

            เนิ่นนาน...ราวกับเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ

“นี่...คุณ...เสียงทุ้มครางแผ่วเบาเรียกให้ชายหนุ่มผมดำได้สติ และถอนเขี้ยวออกพอดีกับที่ร่างในอ้อมแขนหมดสติและฟุบลงบนไหล่หนา มืออีกข้างเช็ดริมฝีปากของตนเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมองบาดแผล

            ตอนนี้เลือดหยุดไหลแล้ว...

            อย่างที่คิดเลย คน ๆ นี้...  ครอสผินมองเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าที่สลบไสลไม่ได้สติก่อนจะเลื่อนไปมองที่รอยแผลที่ซอกคออันเกิดจากฝีมือของตน

            ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขนาดนี้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้เขาไม่อาจหยุดได้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสชาติพิเศษชวนให้ลุ่มหลงทำให้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วครู่

            ...ทั้ง ๆ ที่เคยควบคุมตัวเองได้แท้ ๆ...

            ชายหนุ่มกลับไปมองใบหน้าของเซดดริกอีกครั้งด้วยสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก ถ้าหากพวกเขาไม่เจอกัน อีกฝ่ายคงไม่มีชะตากรรมแบบนี้ 

ขอโทษนะเซดดริก ดูเหมือนว่าข้าไม่อาจจะปล่อยเจ้าไปได้แล้ว

คิดได้ดังนั้น ใบหน้าคมคายก็ระบายยิ้มดูแคลนตัวเองจาง ๆ  นายจะทำยังไงต่อเมื่อรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นมนุษย์เหมือนอย่างนาย

            สิ้นคำ ณ ที่ตรงนั้นก็ว่างเปล่า ไม่แม้แต่คราบเลือด หรือร่องรอยว่าเคยมีใครปรากฏอยู่ตรงนั้นมีก่อน มีเพียงเสียงกระซิบอันเศร้าสร้อยที่ล่องลอยมาสายลมเย็นยามราตรีกาล


    

To be continued....




กำลังจะเปิด Pre-Order นะคะ รอติดตามกันน้า :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,070 ความคิดเห็น

  1. #1041 bluetomorrow999 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:34
    ฟินๆๆๆๆ ลุ้นจนเกร็งอ่ะ
    #1,041
    0
  2. #818 Fronztear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 20:15
    ชอบมากค่ะฉากดูดคอ เอ๊ย ดูดเลือด
    #818
    0
  3. #800 braben (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 00:07
    เอ่อ ยังจะกลับอยู่มั้ยเซด?
    #800
    0
  4. #754 manat's (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:49
    โดนกัดแล้ว//จะเปนไงงต่อน่
    #754
    0
  5. #651 Angelprimo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 21:48
    Blood ><
    #651
    0
  6. #620 เนอเวย์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 20:59
    ในที่สุดก็ที่กัด!!! (มันบ้ารึป่าว - -;;)
    #620
    0
  7. #581 sugar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 20:57
    หัวใจจะ Y ตายอยู่แล้วขอรับ
    #581
    0
  8. #568 Nikki Vio (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 02:03
    กัดแล้วแหละ  อิอร๊างง  กัดแล้วว 
    #568
    0
  9. #551 x_✿lด็กxวาulย็u✿_x (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2555 / 00:13
    พูดปุ๊บทำปั๊บ เราช๊อบชอบ -/-
    #551
    0
  10. #490 HanChul Forever (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2555 / 23:12
     >< อย่ารุนเเรงกับเซดนะ
    #490
    0
  11. #429 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 21:06
     สนุกสุดยอดดดดเซดจะเป็นไรมั้ยเนี่ย
    #429
    0
  12. #428 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 21:06
     สนุกสุดยอดดดดเซดจะเป็นไรมั้ยเนี่ย
    #428
    0
  13. #403 Doll_lucky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 23:41
     ชอบจังงง

    จะทำยังไงต่อไปน๊า เซด 
    #403
    0
  14. #383 Black-apple (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 20:29
    โห้ววววววววว !! O[]O
    #383
    0
  15. #362 กริฟฟินไร้เงา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 13:49
     แต่ละเม้นต์ฮามากก  ทำไมมีแต่คนลุ้นให้โดนกัด 555

    แต่ชอบตอนนี้อ่าาา โรแมนติกแบบเศร้าๆ แอร๊...ครอสหล่อมากกกกกกก
    #362
    0
  16. #303 ดั้งเเหมบ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 / 08:51
    กัดแล้วห้ามทิ้งนะป๋าครอส
    ฮี่~
    #303
    0
  17. #283 zd-knight (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 19:17
    กัดแล้วต้องกด 5555
    #283
    0
  18. #249 S___P (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 16:02
    กัดเเล้ว

    เซดต้องมีอะไรพิเศษเเน่เลย
    #249
    0
  19. #231 ๏ Len ๏ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 10:32
     โหโดนกัดเเล้ว
    #231
    0
  20. #226 cartooncartoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 22:42
    นุกมากๆ
    #226
    0
  21. #216 Joker Mask (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2554 / 22:43
    โดนกัดแล้ว จะเป็นอะไรมั้ยนะ
    #216
    0
  22. #201 ท่านapollo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2554 / 15:49
    เซดจังงานเข้าเเว้ว
    #201
    0
  23. #181 Qbec. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 23:13
    งั่ม!!

    โดนกัดไปเเล้ว

    ตอนนี้เจ้าคือ นายหญิงเเห่งเเวมไพร์ 555555555555555555555555
    #181
    0
  24. #150 kwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 17:14
    โดนงับเข้าให้แล้ว



    แต่ว่าเซต ต่อมีอะไรที่พิเศษแน่ๆๆเลย



    #150
    0
  25. #141 zzz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 21:27
    โดนงับแล้ว (O.O)
    #141
    0