ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 86 : ขุดบ่อล่อปลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    19 เม.ย. 60







                        ข้าวางจอกชาลงบนโต๊ะรับแขก คลี่ยิ้มน้อยๆด้วยสีหน้าและแววตาอันเป็นมิตร จับกาน้ำชาได้จึงค่อยรินชาลงไปช้าๆให้กลิ่นของชาหอมที่ตนเองชื่นชอบโชยออกมาชวนให้สดชื่น ทว่าดูเหมือนความสดชื่นนี้จะไม่ไปถึงบุรุษผู้นั่งฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่ ด้วยชายวัยกลางคนในชุดนักรบเกราะใหญ่องอาจผู้นั้นยังคงมีเพียงรอยยิ้มอย่างฝืดๆมอบให้ ทว่าดวงตาคู่นั้นจ้องมองใบหน้าข้าแล้วขมวดคิ้วเป็นว่าเล่น



                        อากัปกริยาแสดงความสงสัยอย่างโจ่งแจ้งและเปิดเผยทำให้ข้ายิ้มออกมาด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ รู้สึกสนุกอยู่นิดหน่อยในการปั่นหัวผู้คนให้สับสนมึนงงเล่น แม้ข้าเหลียงจื่อซิ่นจะรู้ตัวดีว่าใบหน้าที่ใครว่าเหมือนจวิ้นอ๋องนี่มากสุดแค่คล้าย ทว่าสำหรับคนอื่นที่ไม่เคยสัมผัสเจ้าตัวอย่างชิดใกล้นับว่าเหมือนอยู่มาก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากผู้ที่พบหน้าข้าจะเผลอแสดงสีหน้าจำพวก นี่คือจวิ้นอ๋องใช่หรือไม่ หากไม่ใช่แล้วเหตุใดคล้ายคลึงนักอะไรๆทำนองนั้น เห็นคนทำหน้ามึนงงสงสัยเวลาได้เจอตัวก็สนุกดีเหมือนกัน ดังนั้นข้าจึงเอาแต่คลี่ยิ้มน้อยๆและทำตัวเป็นจวิ้นอ๋องอย่างที่พวกเขาเคยพบ เอาให้งงตายไปซะว่านี่เป็นใครกันแน่



                        อ้อ...ลืมบอกไป คนที่ถูกข้าแกล้—แฮ่ม หมายถึงแสดงท่าทีแบบนั้นใส่ให้งงเล่นก็มีแต่แม่ทัพโม่ที่นั่งทำหน้ามึนอยู่ตรงนี้นั่นล่ะ



                        ยิ้มหวานให้กับการแก้แค้นที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนเอาคืน แม้จะเป็นการละเล่นเป็นอะไรเด็กๆหน่อยก็ยังนับว่าผ่อนคลายดี ข้ายิ้มเรื่อยเปื่อยขณะหรี่ตามองท่านแม่ทัพโม่ที่พยายามจะหันซ้ายหันขวา มองไปรอบๆอย่างไม่อยากจะลุกลี้ลุกลน



                        “จวนท่านแม่ทัพตกแต่งใหม่แล้วงดงามยิ่ง” โม่เยี่ยนเฉวียนหัวเราะเบาๆ แล้วซดชาเข้าปากไปหลายอึกดั่งโคกระหาย



                        “ขอบคุณท่านแม่ทัพโม่ที่ชม ข้าเพียงแต่เห็นว่าบ้านหลังนี้แม้ไม่เล็กแต่ขาดการตกแต่ง น่าเสียดายไม่น้อย ดังนั้นจึงปรึกษากับท่านแม่ทัพว่าจะซื้อเครื่องเรือนมาตกแต่ง ดีที่ท่านพี่อนุญาต” ข้ายิ้มน้อยๆ พลางยกชาขึ้นจิบและทำสีหน้าดั่งภรรยาแต่งเข้าใหม่และสาดวาจาใส่อีกฝ่ายไม่ยั้ง คำว่าท่านพี่นี้ดูจะโจมตีโม่เยี่ยนเฉวียนได้ไม่น้อยเพราะอีกฝ่ายผงะไปครู่หนึ่ง อ้าปากค้างแล้วหุบอย่างไม่พยายามเสียมารยาท แต่จะอย่างไรบนใบหน้าของคนแซ่โม่ก็มีคำถามเขียนอยู่อย่างชัดเจน เช่นคำถามที่ว่า แล้วพวกเจ้าไปแต่งกันตอนไหน แล้วจวิ้นอ๋องที่เคยทำให้แม่ทัพแดนใต้จะเป็นจะตายนั่นล่ะ(โว้ย)



                ก็เพราะสีหน้าแบบนั้นนั่นล่ะ ข้าเลยหยุดเล่นไม่ได้สักที



                        ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีปนชั่วร้ายโดยไม่ให้อีกฝ่ายทันได้มองเห็นก็ปรายตามองรูปภาพอย่างชื่นชมเสียหน่อย อันที่จริงจะบอกว่าข้าปลื้มเรื่องถูกชมก็ไม่ผิดนักหรอก ก็เหมือนคนเราแต่งบ้านใหม่แล้วเพื่อนบ้านมาวี้ดว้ายชื่นชอบนั่นล่ะ ต่อให้จะบอกว่าชมไปตามมารยาทแต่พอใจก็คือพอใจ ข้าเองก็ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาในการเข้าหอ แค่กๆ หมายถึงเวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปแล้วนับจากวันที่เจอกันหลินจวินเจ๋อ นอกจากรักษาตัวด้วยยาหม้อขมๆกับแสดงความรักความคิดถึงกันไปแล้วก็ไม่มีอะไรทำอีก ดังนั้นจึงทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีโดยการออกลากสามีไปซื้อข้าวของทั้งจำเป็นและไม่จำเป็นมาใส่บ้านของหลินจวินเจ๋อ ทำจวนแม่ทัพให้เป็นจวนแม่ทัพไม่ใช่บ้านร้าง ซึ่งผลที่ออกมาก็นับว่าดีไม่น้อยเพราะที่นี่ไม่มีสภาพเหมือนบ้านผีสิงอีกแล้ว



                        กวาดตามองห้องรับแขกที่มีโต๊ะไม้หวงหลีขัดมัดระยับราคาสะเทือนกระเป๋าหนึ่งชุดมาแทนโต๊ะตัวเก่า แจกันสีขาววาดภาพต้นไผ่เขียวแม่น้ำใสตั้งคู่กันและแขวนภาพวาดรูปห่านป่าโบยบินที่ผนังด้วยสีหน้าพออกพอใจ อันที่จริงมันก็เป็นการตกแต่งแบบเรียบง่ายไม่มีอะไรมากนัก ทว่าเทียบกับสภาพห้องรับแขกไร้การตกแต่งดูแลแบบเก่าแล้วถือว่าดีกว่าเดิมอย่างมาก ซ้ำของตกแต่งพวกนี้ในความเรียบง่ายนั้นยังแฝงความหรูหราไม่ได้โหมประโคมแต่งซื้ออะไรมาได้ก็จับแขวนแบบเศรษฐีอวดรวย แต่พูดก็พูดเถอะ..พอลองมาแต่งบ้านเองแล้วถึงได้รู้ว่าเงินเดือนแม่ทัพหลายพันตำลึงนี่อันที่จริงไม่ได้มากสักนิด  แค่โต๊ะรับแขกชุดเดียวก็ทำให้ข้าเลิกคิดจะซื้ออะไรมาแต่งจวนเพิ่มไปอีกสักระยะเลยเชียว



                        บ่นอยู่คนเดียวในใจแล้วก็รู้สึกว่าทำตัวเหมือนแม่บ้านจริงๆก่อนจะกระพริบตามองโม่เยี่ยนเฉวียนที่ยังคงยิ้มค้าง ดังนั้นจึงยิ้มใสซื่อให้ไปอีกรอบ “ท่านแม่ทัพโม่?”



                        “ฮ่าๆ ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่าห้องรับแขกนี้ตกแต่งได้ดีจริงๆ..เอ่อ..คุณชาย..” โม่เยี่ยนเฉวียนขยับปากพะงาบๆเหมือนนึกชื่อข้าไม่ออกครู่หนึ่งแล้วกระตุกมุมปากเฮือก “คุณชายจื่อซิ่นเก่งกาจยิ่ง”



                        “ท่านแม่ทัพโม่ชมกันเกินไปแล้ว” ข้าคลี่ยิ้ม “อีกทั้งข้าเป็นเพียงคนธรรมดา เรียกคุณชายได้อย่างไรกัน”



“ได้อย่างไรๆ คุณชายจื่อซิ่นเป็นสหายของท่านแม่ทัพ ข้าผู้แซ่โม่ต้องให้เกียรติอยู่แล้ว” โม่เยี่ยนเฉวียนหัวเราะเบาๆแล้วยกมือประสานทำท่าเคารพนบน้อม ข้าก็ยิ้ม หากเป็นรอยยิ้มที่อีกฝ่ายเห็นแล้วคงขนลุกไม่น้อย



ทั้งๆที่เรียกเป็นท่านพี่กับฮูหยิน สวีทกันแทงตาโม่เยี่ยนเฉวียนตั้งแต่เช้าตรู่ที่อีกฝ่ายมาเยือนเพื่ออัญเชิญแม่ทัพใหญ่กลับค่ายก็ยังไม่ทำให้คนซื่อบื้อนี่คิดเป็นอื่น..ไม่สิ ข้ารู้แหละว่าเขาคิด ดูจากสายตาและสีหน้านั่นก็บอกได้ เพียงแต่ว่าออกจะน่าสงสารนิดหน่อยที่คนไม่อยากยอมรับความจริงจึงทำปิดหูขโมยกระดิ่ง* แสร้งไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ความจริงแทบจาทิ่มตาอยู่แล้ว



เพราะแบบนี้ไงข้าถึงได้บอกว่าตาลุงแซ่โม่คนนี้นี่น่าแกล้งจริงๆ



หัวเราะชั่วร้ายในใจอีกคำรบแล้วจึงปั้นหน้าเคร่ง ข้าทำสีหน้านิ่งเงียบเครียดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยิ้มออกมา แน่นอนว่ามันเป็นยิ้มที่ดูฝืนๆ ซ้ำน่าเวทนายิ่งนัก ย่อมต้องดูน่าสงสารอย่างยิ่งเพราะการแสดงระดับเจ้าบทบาท ข้าแสร้งถอนหายใจนิดๆก่อนจะตอบรับ “จื่อซิ่นขอบคุณแม่ทัพโม่ที่ให้เกียรติ”



“อะ...เอ่อ..” แม่ทัพโม่ดูเหมือนจะช็อคค้างไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนคนถูกรังแกของข้า ซึ่งแน่นอนว่ามันอัพเลเวลเป็นระดับทำให้คนมองรู้สึกเหมือนตัวเองทำความชั่วที่สุดในชีวิตลงไปแล้ว ถามว่ามันมาจากอะไรหรือ..คำตอบก็คือชื่อ  จื่อซิ่นนั่นเอง



                        อย่างที่ข้าเคยกล่าวมาแต่แรก คิดถูกแล้วว่านามของตนต้องทำให้หลายคนแอบสะดุ้ง แม้ข้าจะนามสกุลเหลียง แต่จื่อซิ่นนี่คือชื่อรองของจวิ้นอ๋อง ข้าที่หน้าคล้ายจวิ้นอ๋องและมีชื่อคล้ายจวิ้นอ๋องอีกคงทำผู้คนมึนงงตาลาย ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่หลังจากข้ามาอยู่กับหลินจวินเจ๋อไม่นาน ในเมืองถานเฟิ่งก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า น้องชายของจวิ้นอ๋องปรากฏกาย



                        คนบางคนย่อมจะท้วง จวิ้นอ๋องมีพี่น้องเสียที่ไหน ทว่าแม้กระทั่งข้าเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าท่านอ๋องผู้ล่วงลับคนนั้นลอบมีบุตรแอบซ่อนไว้หรือไม่ จวิ้นอ๋องคนก่อนหวงฉีหงเองก็มีชื่อเสียงด้านความรักอิสระเจ้าสำราญพอตัว ซ้ำข้าหน้าคล้ายจวิ้นอ๋อง ชื่อก็คล้ายกับจวิ้นอ๋อง แม้ไม่ได้ใช้แซ่หวงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนอาจจะมีความเกี่ยวข้อง ยิ่งมองยิ่งสังเกตยิ่งเล่าลือกันใหญ่โต ไปๆมาๆกลายเป็นว่าข้าคือสาเหตุที่ทำให้แม่ทัพหลินถูกราชโองการย้ายมาชายแดนห้ามเข้าเมืองหลวง เนื่องจากไปมีรักต้องห้ามกับน้องชายของจวิ้นอ๋องที่ซ่อนตัวอยู่ในวังจวิ้นอ๋องเสมอมา ประกอบกับเวลาข้าไปไหนกับหลินจวินเจ๋อ หากถูกผู้คนซักถามถึงเรื่องราวส่วนตัวมากเข้าไม่ยิ้มก็ทำหน้าโศกเศร้า ทำเอาพัฒนาการแสดงไปถึงขั้นทำให้ผู้คนเวทนาสงสารจับใจในชีวิตอันรันทด



                        ถุย ก่อนจะแหวะใส่ตำนานรักน่าคลื่นไส้ ข้าอยากบอกก่อนว่าหนังหน้าแบบนี้ขอเป็นพี่ชายเถอะ ส่วนเรื่องข่าวลือรักๆใครๆนั่น..เป็นข้าปล่อยเอง



                        นี่เป็นสิ่งที่ตัดสินใจกระทำหลังจากได้พูดคุยกับหลินจวินเจ๋ออีกครั้ง เราทั้งสองต่างทราบดีว่ายามนี้ไม่อาจทำเมินเฉยหรือทำตัวไม่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น จะอย่างไรการมาของเสี่ยวเจี๋ยก็เท่ากับหลินจวินเจ๋อเท่ากับถูกหมายหัวไว้แล้ว แทนที่จะคอยตั้งรับก็รุกใส่เสียดีกว่า ซ้ำเรื่องที่ข้าด่าเขาหน้าประตูเมืองก็ใช่จะปิดปากคนได้หลินจวินเจ๋อไม่อาจซ่อนข้าไว้ในบ้านได้ชั่วชีวิต ดังนั้นไม่สู้เปิดเผยและทำให้ยิ่งใหญ่ไปเสียเลย



                        ถ้าแค่มีคนมาอยู่กับท่านแม่ทัพ โดนเรียกเป็นสหายสนิทหรือคนรักที่มีใบหน้าคล้ายจวิ้นอ๋องจะอย่างไรก็คงมีเสียงซุบซิบเล่าลือ ไม่สู้ปล่อยข่าวลือเองเสีย ก่อนหน้าที่ออกไปด้วยกันก็มีคนซุบซิบเรื่องข้าอาจจะเป็นญาติหรือพี่น้องกับจวิ้นอ๋องอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อไม่อาจห้ามปากคนได้ก็เลริมไปซะ แล้วข่าวลืออะไรจะสนุกปากชาวบ้านเท่าเรื่องรักๆใคร่ๆคาวโลกีย์ของผู้อื่นกันเล่า ตำนานรักรันทดวีรบุราโดนกลั่นแกล้งกับคนรักผู้มีใจมั่นคงนี่ข้าได้พล็อตมาจากแม่นางลี่เซียนอกแฟ่บคนนั้นเชียวนะ แค่เปลี่ยนจากแม่นางผู้นั้นมาเป็นตัวเองเท่านั้น พอข่าวลือลุกลามไปทั้งที่ข้าไม่ได้พยักหน้ายอมรับสักคำเรื่องความสัมพันธ์กับหลินจวินเจ๋อแต่ก็กลายเป็นว่าสร้างความชอบธรรมให้เสียอย่างนั้น เมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนี้แล้วข้าก็อยากทราบนักว่าคนที่รออยู่จะทำเช่นไร



                        ถูกแล้ว ข้ากับหลินจวินเจ๋อกำลังขุดบ่อล่อปลา กำลังรอคอยอย่างใจเย็นให้อีกฝ่ายเผยตัว ไม่ว่าผู้บงการจะเป็นฉู่เหวิน รัชทายาท หรือแม้แต่จวิ้นอ๋อง ข่าวลือนี้ต่างก็สร้างความเสียหายให้ทุกคนโดยเท่าเทียมกัน คิดอยากใช้สี่ยวเจี๋ยล่อหลินจวินเจ๋อออกมา อีกฝ่ายกลับมีคนรักใหม่ ซ้ำคนรักใหม่ที่ว่าดันมีข่าวลือว่าเป็นน้องชายของจวิ้นอ๋อง นี่คงเป็นอีกครั้งที่การปรากฏตัวของข้าขวางทางชาวบ้านไปทั่วกระมัง หลินจวินเจ๋อไม่ยอมผละออกจากชายแดนไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าหมากตัวนี้จะใช้ไม่ได้..แล้วใครจะยอมให้แม่ทัพคุมกำลังพลหลายหมื่นเป็นหมากตาย? ไม่เท่ากับทุกอย่างที่ลงทุนลงแรงมาเสียเปล่าหรือ..



                “แม่ทัพโม่แกล้งฮูหยินของข้าหรือ อาซิ่นจึงทำหน้าเศร้าปานนั้น” หลินจวินเจ๋อส่งเสียงมาก่อนตัวพลางเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยชุดเกราะใหญ่ประจำตำแหน่งอีกฝ่ายเผยสีหน้าเคร่งพลางตวัดสายตามองผู้ใต้บัญชาหนึ่งครั้ง โจมตีโม่เยี่ยนเฉวียนด้วยคำว่าฮูหยินอีกหนึ่งหมัด



                        “ท่านพี่พูดอันใด แม่ทัพโม่หาได้กลั่นแกล้งข้า เพียงแต่กล่าวว่าเราเป็นสหายสนิทกันเท่านั้น” ข้าแสร้งทำเสียงแผ่ว..แบบไม่ได้ฟ้องแต่บอกอย่างชัดเจน



                        “สหายสนิท?” คนฟังทวนคำก่อนจะหลุดหัวเราะแผ่วเบา “ฮูหยิน เหตุใดข้าจึงไม่ทราบเลยว่าเราเป็นสหายสนิทกันตั้งแต่เมื่อใด ยังเข้าใจว่าเจ้าเป็นภรรยาข้าเสียอีก”



                        “ท่านพี่ ท่านอย่าได--”



                        “ฮ่าๆๆ ท่านแม่ทัพพูดถูกแล้ว ผู้น้อยแซ่โม่มีตาหามีแววไม่ บุรุษทั้งเก่งกาจรอบรู้เช่นนี้ได้เป็นฮูหยินถือว่ามีวาสนา” ก่อนจะเจอกับหายนะ โม่เยี่ยนเฉวียนก็เปลี่ยนจากการหลอกตัวเองมารับความจริงอย่างปุบปับทันควันแล้วพลันชี้ไปรอบห้อง “ข้าชื่นชมภาพแขวนภาพนั้นอยู่ ยังคิดว่าสวยงามดูเรียบง่ายสะอาดตายิ่ง ห้องรักแขกนี้เองก็ตกแต่งอย่างดี เช่นนี้ต้องให้ฮูหยินของข้ามาปรึกษาบ้างแล้ว”



                        “ไม่ทัพโม่ชมกันเกินไปแล้ว” เอาล่ะ ถือว่าเจ้าพูดจาได้ถูกใจ ข้าจะยอมละเว้น ข้ามองคนหน้าเจื่อนตรงหน้าแล้วเวทนานึกอยากตบบ่าแม่ทัพโม่เหยื่อตลอดกาลเสียทีแต่ก็ยั้งใจไว้ แสร้งจิบชาเอียงอายปิดอาการกลั้นหัวเราะ พอได้แกล้งคนขึ้นมานี่ต้องยอมรับว่าสมองปลอดโปร่งดีจริงๆ



                        “แม่ทัพโม่ไม่ได้ชมเกินไปเลย อาซิ่นของข้าเก่งกาจอย่างยิ่ง” หลินจวินเจ๋อวางมือบนไหล่ข้าแล้วยิ้มพอใจ ไม่ทราบว่ารู้หรือไม่รู้เรื่องที่เหล่าจือแกล้งคนกันแน่ ท่านเทพสงครามแห่งเทียนจิ้นมีสีหน้าอิ่มเอิบผ่องใสแบบแม่ทัพผู้หยุดงานมาครบหนึ่งอาทิตย์ (อย่าได้พูดว่าแม่ทัพหลินทิ้งทัพใหญ่มาอยู่กับข้า นี่ไม่ได้เรียกว่าทิ้งเรียกว่ากลับบ้านปกติ) ชวนให้ข้าหมั่นไส้เล็กๆว่ากว่าจะมีสีหน้าแบบนี้ได้ข้าต้องปวดเอวมาไม่รู้เท่าไหร่



                        “ท่านพี่ชมข้าเกินไปแล้ว” แม้จะนึกหมั่นเขี้ยวแค่ไหน แต่ก็ยังต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดีเดินไปช่วยผูกผ้าคลุมไหล่และสวมหมวกเกราะให้อีกฝ่าย ข้าเอียงคอมองคนที่บัดนี้สวมชุดเกราะสุดเท่ห์กลับเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้องอาจคนเดิมแล้วยิ้มหวาน ”เย็นนี้ท่านจะกลับบ้านหรือไม่?”



                        “กลับสิ ไม่ว่าดึกแค่ไหนก็จะกลับ”



                        “อะแฮ่ม..เอ่อ ท่านแม่ทัพ” ไม่ทันที่หลินจวินเจ๋อจะได้ยิ้มตอบต่อ โม่เยี่ยนเฉวียนก็แทรกขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ “ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะขวางความตั้งใจ ทว่าคืนนี้มีกำหนดประชุมแม่ทัพนายกอง ซ้ำตอนเช้ายังต้องออกตรวจทัพ..”



                        “ไม่เป็นไร ข้าขี่ม้ากลับมาได้”



                        ข้ามองหลินจวินเจ๋อทุบอกประกาศ จู่ๆก็คิดอยากตรวจสอบว่าสามีตาบอดพราะรักรึยังแต่ก็ยังต้องอมยิ้มแก้มตุ่ย “ท่านไม่ต้องลำบากขนาดนั้น ขี่ม้าไปกลับตอนดึกๆนั้นอันตราย”



                        “แต่ไม่ได้นอนกับเจ้าแล้วข้านอนไม่หลับ” คนแซ่หลินที่ป่วยเป็นโรคหลงเมียระยะสุดท้านยิ้มออดอ้อนแล้วกอดข้าไว้ ท่าทางออดอ้อนปัญญาอ่อนทำลายขวัญกำลังใจแม่ทัพใต้บัญชาอย่างราบคาบแต่ข้าก็ทำยิ้มไม่เห็นแล้วกอดตอบ คนตัดสินใจแบบนั้นข้าจะทำอะไรได้ เขาคิดอยากจะกลับมาข้าก็จะรอแล้วกัน ส่วนแม่ทัพโม่ที่ค้างไปแล้วตรงนั้น..นี่ไม่ใช่ความผิดข้านะ



--------------------------



                        ตอนนี้เป็นยามสาย ร้านรวงต่างๆในเมืองถานเฟิ่งเริ่มเปิดกันแล้ว ข้าเดินผ่านร้านน้ำแกงเลือดเป็ดที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสออย่างคนที่เติมท้องมาจนเต็ม นัยน์ตากวาดมองดูรอบๆเพื่อสำรวจตลาดไปพลาง นี่คือถนนเส้นที่หนึ่งซึ่งคึกคักที่สุดในเมืองถานเฟิ่ง มันเป็นถนนที่ทอดยาวจากประตูเมืองตรงไปยังจวนที่ทำการเจ้าเมืองซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลทุกข์สุขชาวบ้าน ข้างมองจวนโอ่อ่าประดับด้วยสิงโตหินหน้าตาดุกันแล้วมองเลยไปอีกที่หนึ่ง อาคารเรือนพักแกะสลักงามวิจิตรที่ปิดไว้อันมีชื่อว่าวังจวิ้นอ๋อง ที่พำนักของอ๋องเจ้าเมืองถานเฟิ่งที่แท้จริง



                        ครั้งก่อนมาในฐานะท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ถูกดูแลเชื้อเชิญเข้าพักดั่งราชา มายามนี้ต้องยืนมองมัน ข้าเองก็ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร แต่ก็นั่นล่ะ..เรื่องราวทั้งหมดผ่านไปแล้ว ไม่รู้จะอาลัยให้ได้อะไรขึ้นมา สู้หันไปซื้อข้าวมาไว้ต้มโจ้กกับซื้อผักซื้อหมูมาทำอาหารมื้อต่อไปดีกว่า



                        ถามว่าข้าเป็นแม่บ้านไปแล้วใช่หรือไม่ คำตอบคือก็ใช่น่ะสิ..



                        ถึงจะไม่อยากยอมรับฐานะแม่บ้านหรือภรรยาเพราะตัวเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง แต่จะอ้าปากปฏิเสธไปก็ใช่ที่ ตอนนี้หลินจวินเจ๋อออกจากบ้านไปทำหน้าที่ของตน ข้าในฐานะคนรักก็ต้องดูแลบ้านรอคอยเขา เมื่อตัดสินใจอยู่ร่วมกันชั่วชีวิตแล้วจะมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องถูกเรียกว่าภรรยาหรือสามีไปทำไม ในอนาคตข้ายังมีโอกาสพลิก—ไม่ใช่ ข้าหมายถึง มาถึงขั้นนี้แล้วทำอะไรได้ก็ต้องทำ หลินจวินเจ๋อเป็นนักรบไม่ถนัดดูแลบ้านข้าก็ต้องลงมือ เขาไม่ถนัดทำอาหาร ข้าก็ต้องเป็นฝ่ายช่วย หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเราต่างก็อยู่กันแบบนี้ จากข้าที่จุดไฟใช้เตาไม่เป็นก็ค่อยๆพัฒนา อันที่จริงจวนแม่ทัพสมควรมีเด็กรับใช้ หลินจวินเจ๋อเองก็เคยกล่าวว่าไม่อยากให้ข้าลำบาก เขาเสนอว่าเงินเดือนแม่ทัพก็พอหาซื้อข้ารับใช้มาสักคนสองคน แต่ด้วยความสัตย์ ข้าเข็ดกับคนอาชีพนี้เต็มที พอคิดว่าเวลากินข้าวแล้วต้องมานั่งระแวงว่าจะมียาพิษใส่อยู่รึเปล่า กวางน้อยตัวนี้จะเป็นคนของรัชทายาทแฝงมาอีกไหม..ยอมนั่งจุดไฟอยู่หน้าเตาซะยังจะดีกว่า



                คิดบ่นในใจพร่ำเพรื่อไปก็เดินเที่ยวตลาดพลางส่งยิ้มอ่อนหวานให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย รอยยิ้มข้าแม้ไม่มีอานุภาพให้คนมองละเมอไปสามวันแบบจวิ้นอ๋องแต่ก็พอนับว่าใช้ได้เพราะอย่างน้อยเมื่อมันแถมพกกับข่าวลืออันรันทดก็ทำให้ข้าซื้อร้านไหนได้ของแถมมามากโข อันที่จริงไม่ได้คิดมาซื่อของอย่างเดียวที่กำลังมาสำรวจตลาดด้วย จากการใช้เงินซื้อของเข้าจวนทำให้ข้ารู้ว่าตอนนี้เงินเก็บของหลินจวินเจ๋อมีเหลืออยู่ประมาณหนึ่งหมื่นตำลึง แท้ไม่ถือว่าน้อยแต่ข้าก็ไม่อยากฝากความหวังกับเงินเดือนแม่ทัพเพียงอย่างเดียว ยิ่งมีว่าที่ผู้นำอย่างหวงไท่หยางข้ายิ่งไม่ไว้ใจ ด้วยระดับความโรคจิตประมาณนั้นใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้อาจถูกปลด ดังนั้นข้าจึงไม่คิดงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆ มีเงินในมือย่อมต้องรู้จักนำมาลงทุนให้งอกเงย



ข้ากวาดสายตาดูร้านรวงต่างๆ กำลังคิดว่าจะทำอะไรดี ร้านขายข้าวสาร? ร้านขายเสื้อผ้า? ร้านอาหาร? โรงเตี๊ยม? จำได้กว่าก่อนหน้าข้ายังเคยปรามาสว่าหลินจวินเจ๋อไม่เห็นข้อดีของการมีภรรยาเป็นจวิ้นอ๋อง ไม่รู้จักดูแลบ้าน จัดสรรเงินทอง มาตอนนี้จะทำให้เขารู้เองว่ามีเหลียงจื่อซิ่นเป็นคนรักก็ทำกำไรได้ไม่แพ้กัน



“คุณชายท่านนี้ ท่าทางมีสง่าราศี ไม่ทราบว่าสนใจดูดวงบ้างหรือไม่?” ร้านดูดวง..ไม่ ข้าไม่มีความสนใจในศาสตร์ลี้ลับด้านนี้อย่างสิ้นเชิง ข้าหรี่ตามองคนพูดซึ่งเป็นชายท่าทางลึกลับสวมเสื้อคลุมเต็มยศทั้งที่อากาศกำลังเริ่มร้อนซ้ำสวมหมวกปกปิดหน้าตา ในใจได้แต่พูดว่า คนบ้า ก่อนจะตัดสินใจเดินหนี



“ข้ารับดูดวงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คุณชายจะไม่สนใจจริงหรือ?” น้ำเสียงที่แหบพร่าอย่างบ่งบอกว่าเจ้าตัวน่าจะแก่ชราดังขึ้นจากร่างภายใต้เสื้อคลุมไม่หยุด ซ้ำยังรั้งชายกางเกงข้าไว้เสียด้วย เหลียงจื่อซิ่นหันไปมองคนลงมันทันทีด้วยสายตา..วันนี้ท่าจะได้มีเรื่องกับคนบ้าให้คนอื่นชมดู



“ท่านหมอรับดูดวงให้ข้า แล้วท่านรู้ดวงชะตาของตนเองในวันนี้หรือไม่?” เช่นที่ว่าตาเฒ่ากำลังจะโดนกระทืบ



“ลิขิตสวรรค์ไม่อาจเผย” เหอะ ลิขิตสวรรค์บ้าบออะไร มั่วก็บอก



“การฝืนลิขิตสวรรค์เป็นกรรม” ข้ายิ้มแย้ม ดึงชายกางเกงออกจากปลายนิ้วอีกฝ่ายอย่างแยบยลแล้วตบเบาๆสามสี่ที “ข้าผู้เยาว์ไม่อาจหักใจทำให้ท่านหมอเดือดร้อน ดังนั้นต้องขอลา”



หยิบเอาคำพูดอีกฝ่ายโยนใส่อย่างรวดเร็วยิ้มแล้วข้าก็เตรียมตัวเดินหนี จะลิขิตอะไรก็ช่างอยู่ที่ว่าข้าไม่เล่นด้วยก็พอแล้ว ดังนั้นก็เชิญลิขิตอะไรกันไปเองเถอะ หมอดูลวงโลกพรรคนี้เหล่าจือไม่อยากจะยุ่งด้วย



“ลิขิตสวรรค์เผยได้เฉพาะกับบางคนเท่านั้น” แต่ดูเหมือนท่านหมอนี่จะไม่หยุดพยายาม ข้าขมวดคิ้ว จ้องอีกฝ่ายซึ่งมือไวมาตะปบชายกางเกงคนอื่นซ้ำเขม็ง



“ข้าไม่อยากทราบ ท่านหมอปล่อยชายกางเกงข้าได้หรือไม่?”



“คุณชายท่านนี้ ท่านยังมีคำบางคำที่เคยถามคนผู้หนึ่งและยังไม่ได้ยินคำตอบ” เอาเข้าไป..เห็นความพยายามแล้วข้ากัดฟันกรอดๆอยู่ในใจแล้วร้องจิ๊กจั๊กในลำคอ กวาดตามองคนรอบๆไปด้วยเผื่อว่าต้องทำส้นดานนักเลงข้างถนนจริงๆจะไม่มีคนเจอเยอะ “ท่านเคยบอกคนผู้นั้นว่าตนเองรอฟัง ทว่ากลับไม่เคยอยู่เลย”



“....แล้วอย่างไร?” ข้าชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่ก็ยังยืนนิ่ง หากแต่ดวงตาที่เคยมองอีกฝ่ายอย่างรำคาญใจกลับเริ่มแปรเป็นเพ่งพินิจ พิจารณาไปทีละส่วน..ทีละส่วน



“ในที่สุดคนผู้นั้นก็ได้บอกเหตุผลกับท่าน ทว่าเป็นเหตุผลที่กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเพราะอะไร”



“ความรักย่อมไม่มีเหตุผล” ข้าหัวเราะแผ่วเบาแล้วดึงชายเสื้อออกมาช้าๆ “แต่ความเกลียดชังกลับมีต้นสายหลายเหตุ”



“ความรักถูกจดจำด้วยหัวใจ”



“ความเกลียดชังเองก็ถูกสลักไว้บนวิญญาณ”



“คุณชายคิดว่าระหว่างความรักกับความชัง สิ่งใดจะชนะ?”



ข้าเงยหน้ามองฟ้า พลันก็เหยียดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำถาม ข้าไม่แปลกใจอีกแล้วว่าเขาเป็นใคร อันที่จริงจะบอกว่ารอคอยมาตลอดก็ย่อมได้ ข้าปล่อยข่าวนั้นก็ด้วยอยากให้เขาปรากฏกายส่วนหนึ่ง ทั้งบอกชื่อของตน บอกเล่าเรื่องความคล้ายคลึงของตนกับคนผู้หนึ่ง รวมทั้งบอกเล่าถึงความสนิทสนมรักใคร่กับคนผู้หนึ่งเพื่อให้เขาทราบและรู้สึกสนใจจนยอมออกจากที่ซ่อนในที่สุด



“ข้าไม่ทราบ” ถอนหายใจเล็กน้อย ข้าลังเลแค่ชั่ววูบเดียว แค่วูบเดียวจริงๆจึงหยิบถึงเงินออกมาและควักเงินตำลึงวางตรงหน้าแผงดูดวงของหมอดูตรงหน้า “สำหรับข้า ไม่ว่ารักหรือเกลียดต่างก็ไม่เป็นอย่างไร พญาช้างสารรบกันต้นหญ้าหาได้สะเทือน..เพียงแต่รู้สึกใจหายเล็กน้อยเท่านั้น..”



“ท่านหมอ นี่เงินค่าดูดวงและค่าจ้าง ที่บ้านข้ากำลังอยากปรับฮวงจุ้ยใหม่ วานท่านช่วยไปดูด้วย”



“ขอบคุณ คุณชาย”




ข้าไม่ตอบอะไรนอกจากหมุนตัวเดินออกมาเพื่อซื้อของต่อ แวะร้านข้าวสาร แวะซื้อเกลือและปลา จากนั้นก็ไปซื้อผักเสียจนข้าวของเต็มสองมือ แขนข้าวซ้ายใช้ได้แล้วแม้จะขัดๆอยู่เล็กน้อยแต่ข้าก็ไม่มีปัญหา ข้าค่อนข้าเดินช้าอยู่บ้างเนื่องจากไม่อยากทรมารขาตัวเองทำให้หมอดูผู้นั้นเดินมาทันได้ง่ายๆ แท้จริงแล้วคนแม้สวมเสื้อคลุมติดกายท่าทางชราภาพแต่เวลาเดินเหินกลับคล่องแคล่วว่องไว ข้าเดินอีกไม่นานก็ถึงถนนเส้นที่สองอันเป็นที่ตั้งของจวนแม่ทัพ ไม่นานก็ก้าวเข้าประตูบ้านด้วยท่าทีของคนที่ไปจ่ายตลาดมาจนเหงื่อไหล จากนั้นจึงเอาข้าวของไปเก็บและล้างหน้าล้างตา เมื่อหันหลังมาก็ยังพบว่าหมอดูท่านนั้นยืนอยู่ข้างหลังเช่นเคย



ข้าเชิญเขาไปนั่งในห้องรับแขก จากนั้นก็รินชาหอมและค่อยๆมองดูความเปลี่ยนแปลงเบื้องหน้า..



จากร่างที่คลุมเสื้อสีเข้มหลังงองุ้มกลับเป็นยืดตรง ร่างนั้นสูงกว่าข้ามากทว่าคนกลับนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางผึ่งผายไม่ได้มีส่วนเก้งกางสักนิด เมื่อสลัดผ้าคลุมสีหม่นออกที่อยู่ภายในคือเสื้อสีดำรัดกุมและร่างกายบึกบึนแสดงถึงความพร้อมของร่างกาย หมวกใบใหญ่ที่เคยปิดหน้าตาเสียหมดถูกดึงออกเผยให้เห็นปลายคางได้รูปและใบหน้าอันเคยคุ้น เจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มที่ไม่ได้สวมหน้ากากอีกต่อไปแล้วกระพริบตามองข้า องค์ชายเจ็ดแห่งไห่เยี่ยนผู้ถูกประกาศจับยังมีชีวิตอยู่ซ้ำแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการราวกับจะยั่วโทสะให้คนออกประกาศอกแตกตาย ใบหน้าที่คล้ายเหมือนกับหวังอี้เสี่ยยิ่งนักจ้องมองมาเงียบๆครู่ใหญ่จึงถอนหายใจเบาๆ



“นี่คือใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าหรือ?”



“ใช่” ข้ากล่าวพลางยกชาขึ้นจิบช้าๆก่อนจะวางจอกชาลง “ผิดหวังหรือไม่?”



“ไม่” ฉู่เหวินตอบอย่างรวดเร็วยิ่ง ดวงตาคู่นั้นจ้องมอใบหน้าข้าไม่กระพริบราวกับจะสลักไว้ในดวงใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด “ข้าดีใจ..”



น้ำเสียงอันแหบพร่าของเขานั้นข้ารับไม่ไหวแล้ว ข้าถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “บางครั้งข้าก็คิดว่าท่านนี่จะยึดติดกับข้ามากขนาดนี้เพื่ออะไร...”



“ยังไม่ชัดเจนอีกรึว่าข้าชอบเจ้า” ฉู่เหวินกล่าวหน้าตายก่อนจะมองไปรอบๆห้องแล้วเริ่มอ้าปากวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน “นี่น่ะรึจวนแม่ทัพ? เทพสงครามแห่งเทียนจิ้นอาศัยอยู่ในบ้านที่เก่าและโทรมขนาดนี้หรือ อาซิ่น เจ้ามาอยู่กับข้าดีว่า เจ้าเองก็รู้ว่าข้าทำให้เจ้ามีความสุขได้ ดีกว่าต้องอยู่กับแม่ทัพไร้น้ำยาเช่นนั้น ตอนที่เจ้าจากไปเขายังทำอะไรไม่ได้ แล้วจากนี้เขาจะช่วยอะไรได้กัน ดูสิขนาดมีเจ้าอยู่ด้วยยังทำได้แค่นี้ มอบให้เจ้าได้แค่บ้านผุผังเก่าโทรมกับห้องโถงที่มีแค่ของประดับเล็กน้อยจนน่าสังเวช..”



“ของพวกนี้ข้าเป็นคนซื้อมาเอง” ข้าตอบอีกคนเสียงเรียบ



“เจ้าแต่งห้องโถงนี้ได้สวยและมีเอกลักษณ์ยิ่ง”



ข้ามองคนที่พลิกลิ้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อย่างรวดเร็วชวนปวดศีรษะแล้วลอบส่ายหน้า แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี ได้เห็นว่าคนที่ต้องเผชิญวิบากกรรมเพราะตนเองส่วนหนึ่งยังยิ้มได้และมีชีวิตอยู่ความรู้สึกผิดในใจก็บางลง ทว่ามันก็เป็นไปได้แค่ครู่หนึ่งก่อนที่ข้าจะชี้ไปที่ประตู “ไปซะ”



“อาซิ่น?”



“ไปซะเถอะ ฉู่เหวิน ท่านเองก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ใด ที่ตอนนี้ข้าไม่แจ้งผู้อื่นเพราะข้าถือว่าตนเองมิใช่จวิ้นอ๋องแล้วและเห็นแก่น้ำใจเก่าก่อน ทว่าอย่างไรสามีข้าก็เป็นแม่ทัพของเทียนจิ้น หากเขามาถึงข้าเองก็ไม่คิดปกปิด เมื่อนั้นท่านจะลำบากแล้ว”



“แล้วที่เจ้ามา เจ้าให้ข้ามาทำไม” นิ่งไปครู่หนึ่งฉู่เหวินก็ถามข้าด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ฟังดูแหบพร่าเป็นพิเศษ



“แล้วถ้าข้าไม่ให้ท่านมา ท่านจะไม่ตามมาหรือ?” ข้ายิ้ม มองเขาอย่างคนที่รู้ถึงนิสัยดื้อดึงนี้ดี “ท่านเห็นข้าแล้ว รู้จักข้าแล้ว ท่านย่อมต้องตามมาในที่สุด จวนแม่ทัพไม่ใช่ที่ตั้งลับอะไร ท่านเองก็ใช่จะไร้วิชาถึงขั้นไม่มีปัญญาปีนกำแพงเล็กๆนี่ แล้วจะต่างอันใดหากข้าพาท่านมา..อันที่จริงอาจจะต่างอยู่บ้างเพราะที่ข้าเชิญมา จริงๆอยากถามเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านคิดจะทำ..แต่ก็ช่างเถอะ..”



ข้าถอนหายใจเล็กน้อย มองไปยังประตูที่ทอดยาวสู่ด้านนอกแล้วหันมาสบตาอีกฝ่าย “แค่ข้ารู้ตัว แค่หลินจวินเจ๋อไม่กลับไปเมืองหลวง แผนการณ์ของท่านก็ยังไม่อาจเดินไปต่อ ก็เป็นอย่างที่ข้าเคยพูด จะรักหรือชังสำหรับข้าแล้วไม่เป็นอย่างไร เพียงแต่คิดถึงน้ำใจเก่าก่อนจึงอยากให้ท่านยอมถอยแล้วกลับ—ไม่สิ ท่านไม่มีที่ให้กลับ นอกจากทำให้สำเร็จเท่านั้น”



“เจ้าเองก็รู้ดีอยู่แล้ว” ฉู่เหวินแสยะยิ้ม



“ไม่มีทางเลยหรือ?”



“ไม่มี”



“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ได้คำตอบแล้วว่ารักหรือชัง สิ่งใดชนะกันแน่”



“ไม่มีใจให้ข้าแต่กลับกล่าวตัดพ้อ..” ฉู่เหวินหัวเราะคล้ายจะหยันพลางมองหน้าข้า “ใจของข้ามีไว้ให้เจ้าเหยียบเล่นงั้นรึ?”



“แล้วรักของท่านมันต้องได้เท่านั้นหรือยังไง?” ข้าสบตาเขา จ้องมองคนตรงหน้าตาไม่กระพริบครู่หนึ่งก่อน ข้ามองเห็นแววตาอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนไปมาก็ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นช้าๆ “ช่างเถอะ ข้าเองก็พูดอะไรไม่ได้ ข้าเองถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ จะดื้อดึงจะดื้อรั้นไม่ยอมปล่อยไม่ว่าจะต้องแย่งหรือต้องทำอะไรก็ตาม..ข้าเข้าใจท่าน ถึงได้บอกว่าเราเป็นคนประเภทเดียวกัน แต่ท่านเองก็เห็นแล้ว ในสภาพแบบนี้อย่าว่าแต่พูดถึงความรัก..ให้ข้าพูดเลยไหมว่าเอาชีวิตให้รอดก่อนเถอะ”



“ก็ตรงดี” ฉู่เหวินพูดออกมาได้แค่นั้น ทว่าคนที่ข้าทำแล้งน้ำใจใส่จนคิดว่าอีกฝ่ายจะชังน้ำหน้ากลับนิ่งไปเพียงครู่แล้วคลี่ยิ้มน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่ข้าเองรู้สึกไม่ไว้ใจอย่างยิ่ง มันแฝงแววเจ้าเล่ห์เฉกที่องค์ชายเจ็ดแห่งแคว้นไห่เยี่ยนพึงมี ชวนให้สังหรณ์ใจอย่างประหลาด ร่างของอีกฝ่ายขยับชะโงกหน้าเข้ามาใกล้แล้วคลี่ยิ้มร้าย ท่าทางไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อโน้มกายมาใกล้จนข้าต้องขมวดคิ้ว



“อาซิ่น เจ้าคิดหรือว่าแผนของข้ามีเท่านั้นจริงๆ ไม่สิ..เจ้าคิดหรือว่าพวกเราชาวไห่เยี่ยนโง่งมถึงเพียงนั้นจริงๆ?”



ข้ามองฉู่เหวินแล้วนิ่งเงียบ สังหรณ์ร้ายบางอย่างกำลังกรีดร้องอยู่ในใจอย่างเงียบงันขณะที่ยกมือขึ้นปิดจมูกอย่างสุดระงับ ข้านิ่งไปครู่หนึ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก นอกจากจะเบือนหน้าหนีเขาแล้วถอนหายใจเฮือก



“เห็นแก่จมูกข้าเถอะ อย่าได้ใส่เสื้อคลุมตัวนี้อีกเลย”




------



*ปิดหูขโมยกระดิ่ง – หลอกตัวเอง

ก็ถามตัวเองว่าทำไมฉู่เหวินต้องโดนแบบนี้55555 //ชายฉู่ตบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13727 Amarry (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 19:36
    ยังคงยืนยันว่าพี่ฉู่เป็นคนตลกนะมีมุมน่ารักน่าเอ็นดูเยอะเลยล่ะ ถ้าตัดความร้ายความเหลี่ยมจัดความเป็นองค์ชายต่างแคว้นไป พี่แกเป็นตัวเลือกที่กร๊าวใจจนน่าสงสารที่รักไม่สมหวัง เซ็งงงงงงง
    #13,727
    0
  2. #13679 DARA T. (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:26
    แม่! หน่องชอบพอฉู่เหวิน ทำไมแม่ต้องหักหานในใจด้วยคำว่าเหม็นแบบอ้อมๆนั่น ก็คนกำลังหนีอะแม่! มันเอาเวลาไหนไปซักผ้าอะแม่!
    #13,679
    0
  3. #13051 มูตี้ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 19:50
    ^_____^
    #13,051
    0
  4. #12890 Lolipop (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:25
    มาต่อเร็วๆนะไรเตอร์ ค้างมาก อยากอ่านตอนคนงามบ้างแล้ว เชียร์นางกับองค์รัชทายาทมาก คิดถึงงงงงงง
    #12,890
    0
  5. #12869 funny1605 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 14:42
    คิดถึงแล้วไรท์
    #12,869
    0
  6. #12865 xmlove.exo (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 11:40
    งื้อออ อยากอ่านต่อแล้ว องค์ชายขี้ตื้อวางแผนอะไรอีกกก
    #12,865
    0
  7. #12832 PuingSama (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:57
    หลังจากอ่านเพลินๆมาอย่างยาวนาน ก็ค้นพบข่าวร้าย ไม่มีหน้าถัดไปให้กด! กรี๊ด รอนะคะไรท์ กำลังสนุกเลย แงงง องค์ชายเจ็ดนี่รักอาซิ่นจริงๆ ขี้ตื้อสุดพลัง พลิกลิ้นชมว่าบ้านสวยแทบไม่ทัน555555555 ชอบนางนะ ขำปย.สุดท้ายของอาซิ่น อยากให้ฉู่เหวินจบแบบดีๆจังเลย แล้วไท่หยางกับจวิ้นอ๋องล่ะเป็นไงกันบ้าง
    #12,832
    0
  8. #12807 MarkBam195mYears (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:33
    ชอบมากๆๆๆเลยค่ะ รอมาต่อเร็วๆนะคะ
    #12,807
    0
  9. #12802 Bowbewmin (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:03
    ขอฮาเร็มได้ไหมค่ะ
    #12,802
    0
  10. #12801 Bowbewmin (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:02
    ขอแบบฮาเร็มได้ไหมค่ะ
    #12,801
    0
  11. #12780 กระต่ายผู้อ่อนเยาว์ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:58
    มาต่อไวๆนะคะ รออออออออ
    #12,780
    0
  12. #12774 gatezii (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:24
    องค์ชายเจ็ดขี้ตื้อจริงๆเลยคงรักอาซิ่นมาก ม่าๆอีกแล้ววว
    คิดถึงท่านอ๋องจังเลยหายไปไหนแล้ว เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #12,774
    0
  13. #12766 _JING_ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 14:23
    สงสารฉู่เหวิน 3P เลยมั้ย5555555
    #12,766
    0
  14. #12759 Kaning Guliko (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 04:12
    จะมีคู่ดามใจให้ชายเหวินไหมคะ55555 สงสารนางละเกินนนTT
    #12,759
    0
  15. #12751 KimFa-rin (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:19
    องค์ชายแม่งรักจิงตื้อจิง ชอบอ่ะไม่อยากให้ช้ำใจเลย แต่สัมมีย์ก่ตัลร๊ากขี้อ้อนขี้ประจบทำให้เจ็บไม่ลง แต่แบบคู่นภากับอาทิตย์นี่สิ. อยากให้ได้กันน่ะแต่แม่มเนื่องพี่น้องนี่ โอยยปวดจายยย
    #12,751
    0
  16. #12750 Fa_black (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 12:20
    ทำไมฉู่เหวินต้องน่าสงสารขนาดนี้ ถถถถถ
    #12,750
    0
  17. #12746 funny1605 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 01:21
    ฉู่เหวินผู้น่าสงสาร55555 รอนะค่ะไรท์
    #12,746
    0
  18. #12744 pookie123 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 22:17
    อ่านแล้วรู้สึกสนุกมากกกกเลยยังไงเป็นกำลังใจให้นะค่ะไรต์
    รีบมาต่อน่าาาา
    #12,744
    0
  19. #12743 Rain The Frist (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 21:04
    โอ้ยยยตลกตอนแรกบอกโทรมไร้รสนิยม พออาซื่อบอกข้าเป็นคนซื้อมาเอง นางเหวินบอก เจ้าช่างแต่งได้มีเอกลักษณ์จริงๆ ขำนานมาก5555555 ได้แต่หวังว่านางจะพบรักแท้ได้สักที สงสารนาง เมื่อไหร่คุณไท่คุณจวิ๋นจะมีบทททท ถูกกักในวังมิใช่ถูกแทะถูกเอสเอ็มจนพรุนแล้วรึ ได็โปรดเถิดไรต์โปรดเขียน เราอยากอ่านคู่นี้ม๊วกกกกก
    #12,743
    0
  20. #12742 Mook Kanokwan (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 20:25
    ร้ายกาจจจ-...- ตัดบทซะไปไม่เป็นเลย5555
    #12,742
    0
  21. วันที่ 22 เมษายน 2560 / 15:56
    คนเขียนเกลียดชายเจ็ดใช่ไหม 5555
    #12,739
    0
  22. #12738 nnar♡ (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 15:51
    เกือบครบหน้ากันแล้ว
    #12,738
    0
  23. #12736 np42 (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 07:51
    ฮาประโยคสุดท้าย อาซิ่นพูดได้ตรงมาก 555
    #12,736
    0
  24. #12730 luknamalotte (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 00:46
    ตอนนี้เริ่มงงแล้วค่ะ 5555 ฉู่เหวินจะมีแผนอะไรอีก
    ที่รู้แน่ๆคืออาซิ่นน่าจะต้องเดือดร้อนค่ะ 5555
    จริงๆชอบอ่านตอนแบบนี้นะคะ อาซิ่นทำกับข้าว
    จ่ายตลาด ตกแต่งบ้าน คิดทำธุรกิจช่วยสามี
    เป็นฮูหยินที่ดี มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย 
    อบอวลไปด้วยความรักและความสงบดีจริงๆค่ะ
    #12,730
    0
  25. #12726 oraiza (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 19:48
    #ทีมตัวร้าย
    #12,726
    0