ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 34 : ผู้ซ่อนกายอยู่ในเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    4 ธ.ค. 59

    



         ‘ท่านมีความเกี่ยวข้องใดกับมู่เซิน'


         ความเงียบเกิดขึ้นทันทีที่จบคำถาม ฉู่เหวินได้ยินคำถามของข้าแล้ว องค์ชายเจ็ดนิ่งขึงด้วยอาการงวยงงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะยิัมออกมาด้วยท่วงท่าไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง ข้ามองใบหน้าคล้ายหวังอี้เสี่ยออกอาการชั่วร้ายแล้วขัดใจนัก จำต้องสะบัดหน้าหนีอีกที คนน่าตายผู้นี้มิใช่เขาคนนั้น ยิ่งได้ยิ้มแย้มเช่นนี้ยิ่งไม่ใช่ คิดเอาเขาเทียบกับอาจารย์หวังจะเป็นการลบหลู่คนตายเปล่าๆ


         “ที่แท้ก็แปลกใจเพราะใบหน้าเราเหมือนกันรึ ดูคล้ายท่านอ๋องจะมิใช่คนประเภทนั้น” คำพูดนั้นบอกชัดว่าเขารู้จัก ข้าฟังแล้วปวดหัวไม่น้อยจึงสูดหายใจลึกๆระงับอารมณ์มิให้พลุ้งพล่านจนออกอาการเหมือนครั้งเจอมู่เซิน ประเดี๋ยวป่วยเข้าอีกจะเป็นเรื่อง


           “เรื่องราวเลยมาถึงตอนนี้ ท่านคงไม่ปิดข้าต่อไปแล้วกระมัง ข้ารู้จักมู่เซิน…” กล่าวแล้วจึงหันไปมองสบตาสีฟ้าที่ไหวระริกคล้ายสนุกสนานและรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา “เขาเป็นพ่อค้า..หรืออย่างน้อยก็กล่าวว่าเป็น ข้าจำได้ว่าคนผู้นี้จับตัวข้ามา และหน้าเหมือนท่าน”


          “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของไห่เยี่ยน”


          ข้าฟังแล้วถอนหายใจ เรื่องภายในงั้นรึ คนกล่าวมาเช่นนี้ก็ได้แต่นวดรอยช้ำที่แขนเงียบๆ “ช่างเถิด ข้าอยากนอนแล้ว”


          “จวิ้น--ท่านอ๋องล้มเลิกง่ายไปกระมัง“คนเหมือนคาดไม่ถึงว่าข้าจะเลิกราง่ายปานนั้น องค์ชายเจ็ดแสดงอาการคล้ายคนถูกขัดใจพลางเข้ามาดึงไหล่ข้าให้หันไปหา บัดซบ ข้าเจ็บ!


         “ช่วยเบามือหน่อยได้หรือไม่” หันไปทำตาเขียวใส่องค์ชายจอมลงไม้ลงมือแล้วกัดฟันกรอด รู้สึกว่าตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างของคนงาม ข้าเจ็บวันนี้วันเดียวมากกว่าผ่านมาเสียอีก ยกมือบีบนวดไหล่ตนเองแล้วยิ่งมองอีกฝ่ายอย่างกล่าวหา เจ้าตัวก๊อปปี้ชอบใช้ความรุนแรง อย่ามาทำให้ภาพลักษณ์หวังอี้เสี่ยในใจข้าต้องเสียหาย!


           “ขออภัย” โดนข้าทำตาขวางจ้องใส่องค์ชายผู้นี้นอกจากจะไม่ขุ่นใจแล้วยังยิ้มน้อยๆ ฉู่เหวินผู้นี้จิตใจปกติดีหรือไม่ ข้านึกสงสัยเสียแล้ว


          “ดูแล้วองค์ชายมิได้รู้สึกผิดนัก” ไม่พูดยังจะดีกว่าออกปากพล่อยๆ ข้าร้องเฮอะส่งไปให้เขา


          “ข้าจะส่งหมอมาดูแล”


          “ไม่ต้องลำบาก ข้ามิคิดรบกวน” ข้าไม่ต้องการให้ตาเฒ่าหนวดเฟิ้มที่ไหนไม่รู้มาดูผิวสวยๆของคนงาม ส่งยาและกระจกบานใหญ่ๆมาให้เป็นพอ


          “ท่านอ๋องรู้จักสิ่งที่เรียกว่า’องครักษ์เงา'หรือไม่?” คำพูดที่จู่ๆโพล่งกล่าวขึ้นมาทำให้ข้าชะงัก หันไปมององค์ชายต้องสาปซึ่งทรุดกายลงนั่งข้างกาย แววตาคู่นั้นไม่ส่งแววล้อเล่นหากจ้องมองข้าอย่างพินิจพิจารณา ข้าสบตาเขา นิ่งเพียงครู่หนึ่งก็รับรู้ความหมาย ดวงตากระจ่างวาบ


          “เป็นเช่นนั้นนี่เอง…”


           ฉู่เหวินจ้องหน้าข้าซ้ำ องค์ชายผู้นั้นหยิบหน้ากากลายพยัคฆ์ของตนเองมาถือไว้พลางจ้องสบตาเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง ข้าเองก็มองตาเขากลับอย่างไม่ยอมหลบแม้ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดบุรุษผู้นี้จึงขยันมองมา แต่ก็หาได้หวั่นเกรงเพราะคนงามนั้นงามจนทำผู้คนเพ้อหาอยู่แล้ว บางทีฉู่เหวินเกิดประทับใจข้าที่ไม่กลัวใบหน้าและดวงตาของเขาจนเกิดเป็นความรัก ถุย เร็วไป


         เสียงปรบมือดังขึ้นหนึ่งครั้งท่ามกลางความเงียบงัน เมื่อองค์ชายเจ็ดลดมือลงกลับเป็นข้าที่ประหลาดใจ ร่างหนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้า คนผู้นั้นแต่งตัวรัดกุมสวมเสื้อผ้าสีเข้มอันเหมาะแก่การพรางกาย ใบหน้าก้มต่ำไม่แสดงอารมณ์ ไปมาไร้ร่องรอย เงาร่างอันแสนคุ้นตานั้นคือบุรุษที่ครั้งหนึ่งข้าคร่ำเคร่งมองหา..มู่เซิน


           ข้ามองคนหน้าเหมือนทั้งสองปรากฏตัวต่อหน้า คำสถบหยาบคายจู่ๆก็แล่นมาจุกลำคอ จะพามาก็ควรกล่าวล่วงหน้าสักนิด ซ้ายหวังอี้เสี่ยขวาก็หวังอี้เสี่ย มารดามันเถอะ..ข้าตั้งตัวไม่ทัน


           “คนผู้นี้ใช่หรือไม่เถ้าแก่มู่ของท่านอ๋อง” ฉู่เหวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มลึกลับ “เถ้าแก่มู่ มู่เซิน บุรุษที่เหมือนข้ายิ่งนัก”
           “ขออภัยที่ทำให้ท่านอ๋องสับสน บางครั้งภารกิจยุ่งยากวุ่นวาย ข้ามิอาจปรากฏตัวในสองที่ได้ภายในเวลาเดียวกันจึงจำต้องใช้คนเท่านั้นเอง”


          “องค์ชายบอกความลับแก่ข้าเช่นนี้จะดีหรือ?” นิ่งไปพักหนึ่งข้าก็ละสายตาจากคนผู้นั้น ในอกยังรู้สึกแปลบวาบแต่เพียงครู่ก็จางหาย ข้าคลี่ยิ้มน้อยๆเอ่ยถามราวกับว่าตนเองมิได้เป็นฝ่ายซักไซ้ ให้ความสนใจ


           “ถือว่าขออภัยเรื่องที่ลงมือกับท่าน” บุรุษข้างกายสรวลแผ่วเบา เจ้าของร่างสูงใหญ่ผินกายมาหาฉู่เหวินมองข้าตาไม่กระพริบ “ทราบแล้ว..ท่านอ๋องมีความคิดเช่นไร”


          “ข้าหรือควรจะคิดเห็นเช่นใด?” เอ่ยปากถามแล้วข้าก็หัวเราะแผ่วเบา ดวงตาปรากฏระลอกริ้วอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็จางหาย


           องครักษ์เงา เรียกอีกอย่างว่าผู้คุ้มกันในเงามืดหรือกระทั่งคนคอยปฏิบัติภารกิจแทนอีกฝ่าย ไม่ว่าใช้ชื่อเรียกใดหรือใช้กับงานชนิดไหน คำจำกัดความย่อมเป็นข้ารับใช้ที่ยอมมอบกายถวายชีวิตแด่ผู้เป็นนาย ยอมตกตายยอมทรมารเพื่อกระทำตามสั่ง คนเช่นนี้มักถูกเลี้ยงไว้คุ้มกันบุคคลสำคัญ จวิ้นอ๋องก็ยังเคยมีจนกระทั่ง…กระทั่ง..


            ความคิดสะดุดลงเล็กน้อยกับข้อแคลงใจหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าปัดความจำอันไม่ปะติดปะต่อออกไปก่อน คำนึงถึงคำว่าองครักษ์เงาแล้วตระหนักถึงคำตอบที่ถูกต้องไปด้วย ไม่แปลกหรอกหากจะถูกคัดสรรมาด้วยมีใบหน้าคล้ายผู้เป็นนาย ใช้แสดงตัวแทนได้ ใช้ตายแทนยังได้ เกี่ยวข้องอันใดกับหวังอี้เสี่ย ทุกสิ่งล้วนคิดไปเองทั้งนั้น


           ข้าถอนใจ..ลอบถอนหายใจกับความคิดอันเพ้อเจ้อโง่เง่าของตน มาถึงป่านนี้แล้วคิดคาดหวังสิ่งใด คนหน้าเหมือนหวังอี้เสี่ยทั้งคู่  คนหนึ่งเป็นองค์ชายผู้มีปมด้านหน้าตาซ้ำชอบใช้ความรุนแรง อีกคนเป็นองครักษ์ผู้ถนัดโกหกและปลอมตัวเป็นที่สุด ไม่มีใครเป็นหวังอี้เสี่ย ไม่ใช่ และคงไม่มีวันได้พบ


          “ที่มู่เซินกล่าวว่าท่านอ๋องหวั่นไหวกับใบหน้าของเขา เป็นเช่นนี้เอง”


          “….ท่านต้องการกล่าวสิ่งใด”


          ข้าเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตาสีฟ้าเข้มขององค์ชายเบื้องหน้า เขาผู้มีใบหน้าเดียวกับบุรุษที่ข้าคะนึงหาหากแตกต่างยิ่งนัก ข้าจ้องมองรอยแผลบนใบหน้าคมคายนั้นและจำมันไว้ให้มั่น ตอกตรึงความต่างนี้ไว้ในใจ ขณะที่ฉู่เหวินเอื้อมมือมา ปลายนิ้วแข็งจากการจับดาบแตะเข้าที่ใบหน้าแผ่วเบาและเกี่ยวเส้นผมที่ระแก้มออกไป


         “ที่แท้ไม่กลัวข้า เป็นพราะใบหน้าของข้าและมู่เซินมีผลต่อท่าน ตอนนี้รู้สึกเช่นใดเล่า คลายความคะนึงหาไปได้ หรือเร่าร้อนทุรนทุรายยิ่งกว่าเดิม?”


          “เป็นเพียงแค่คนหน้าเหมือน จะอย่างไรก็แตกต่าง ข้าหวงเทียนหยางจำหน้าคนที่ตนเองอยากระลึกถึงได้ดี องค์ชายอย่าได้ลำบากมาห่วงกังวล” ข้าจับข้อนิ้วที่ยื่นมาเอาไว้ เชิดใบหน้าขึ้นขณะยิ้มน้อยๆและสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มและแววตาหยิ่งทะนง หากคำกล่าวของคนตรงหน้าก็ราวนั่งอยู่กลางใจ


          เหมือนกัน เหมือนแล้วอย่างไร ให้เหมือนคล้ายเช่นใดก็มิใช่ คนตายคือคนตาย หวังอี้เสี่ยคือหวังอี้เสี่ย ไม่ใช่พวกเขา และไม่มีทางได้มายืนอยู่ตรงนี้อีก


           “ท่านอ๋องกล่าวได้ดี เช่นนั้นก็กรุณาอย่านำตัวข้าไปปะปนกับผู้ใดอีก…” ปลายนิ้วที่ถูกกำไว้ตวัดแตะลงบนผิวแก้มขาวอย่างดื้อดึง ข้าถลึงตาใส่เขาวูบแล้วผลักออก ไม่สนใจจะรักษามารยาทกับคนเช่นนี้ “แล้วไม่ทราบว่าแม่ทัพหลินได้รู้เรื่องบุรุษที่ท่านคะนึงหาด้วยหรือไม่?”


            “รู้หรือไม่ เกี่ยวข้องอันใดกับองค์ชาย? เรื่องของสามีภรรยาคนนอกอย่าได้คิดวิตกแทน” แว่วเสียงหัวเราะยียวนโทสะจากคนน่าตายอีกแล้ว ดูเขาจะมีความสุขยิ่งนักยามข้ามีโทสะ ฉู่เหวิน เจ้าไปหาหมอซะ! เจ้ากับหวงไท่หยางกอดคอกันไปหาหมอเสียไป!


            “คนนอกอันใดกัน ฉู่เหวินรึอุตส่าห์จะผูกไมตรีกับเทียนจิ้นด้วยการแต่งท่านอ๋องเป็นชายา”


           “ข้ากล่าวไว้แล้วว่าอย่างท่านเป็นได้เพียงสาวใช้อุ่นเตียงเท่านั้น”


           ข้าคำรามตอบไม่ยอมแพ้ พลางยกมือนวดคอตนเองที่ปวดตุบไปพลางท่ามกลางเสียงหัวเราะแผ่วเบาชวนให้คันคะเยอไปทั้งมือทั้งเท้าจนอยากจับหน้ากากเงินของเขาปาใส่เสียที ข้านึกชังหน้าองค์ชายผู้ถนัดยั่วโทสะคนนี้ยิ่งนัก ตอนแรกมีปมเรื่องหน้า ตอนนี้ยังคิดเผยแผ่ความผิดปรกติของตัวเองเพิ่มอีกหรือ น่าจับมัดรวมกับหวงไท่หยางแล้วถีบตกบ่องูอย่างยิ่ง


           “ยังไม่แน่ว่าเทียนจิ้นหรือไห่เยี่ยนจะได้ชัย” เสียงหัวเราะแผ่วเบานั้นจบลงแล้ว เจ้าของดวงตาสีฟ้าเจิดจ้ายิ้มอย่างหยิ่งยโส


           “ใช่ ไม่แน่ว่าฝ่ายใดจะชนะ” ข้าสบตาคู่นั้น เชิดหน้าไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย


            แม้ข้าจะถูกจับตัวมา แม้ไห่เยี่ยนจะเสียฐานที่มั่นและถูกล้อม แต่สงครามนี้ยังคงดำเนินต่อไป จะแพ้หรือชนะไม่มีใครรู้..


         “เส้าไป๋และเสี่ยวเจี๋ยสบายดีอยู่หรือไม่?” เงียบไปครู่หนึ่ง ข้านึกถึงคำกล่าวอ้างของซุนลู่หยุนได้จึงเอ่ยถาม คำกล่าวนั้นไม่แน่ชัดว่าเอ่ยกับผู้ใด แต่ข้ามองตรงไปที่มู่เซิน องครักษ์ผู้นั้นจึงเงยหน้ามองผู้เป็นนาย เฮอะ ช่างเชื่อฟังและภักดีอย่างยิ่ง


          “วันนี้ท่านอ๋องถามคำถามมากไปแล้วกระมัง” เช่นนี้แสดงว่ามิอาจซักไซ้ถามปากเปล่าได้อีก ข้าหรี่ตามองใบหน้าอันประกอบด้วยความเจ้าเล่ห์ฉาบฉาย แทบลืมไปแล้วว่าคนบ้าคนใดที่จะเป็นจะตายเรื่องใบหน้าตนเมื่อครู่


          “จะเอาอะไร?” ข้าคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้ว ซ้ำเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ


           “ไม่ให้ข้าเรียกจวิ้นอ๋อง ข้าต้องเรียกท่านว่าอย่างไร?”


           ข้านึกว่าเขาจะถามคำถามเกี่ยวกับที่ตั้งทัพหรือการสงคราม มิคาดว่าจะเป็นเช่นนี้จึงรู้สึกคาดไม่ถึงอยู่มาก ข้ากระพริบตาช้าๆ ใช้ดวงตาอันงดงามของหวงเทียนหยางจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะล้วงเข้าไปในดวงใจ ความงามอันร้ายกาจของจวิ้นอ๋องจะสั่นคลอนดวงใจเขาได้หรือไม่ ข้าไม่แน่ใจนัก หากเมื่อแย้มรอยยิ้มน้อยๆ ดวงตาสีฟ้ากลับเบนหลบ เช่นนี้นับว่าน่าพอใจอยู่บ้าง..


           “อาซิ่น”


           เห็นดวงตาคู่นั้นไหวเป็นระลอกริ้วด้วยความนัยบางอย่าง ข้ามองเขาด้วยดวงตาใสกระจ่างไร้พิษภัยแล้วหัวเราะให้เขาอย่างเปิดเผยแล้วเบนสายตากลับมา เลิกคิ้วส่งสัญญาณถามมู่เซินว่าจะตอบได้หรือยัง


          “ทั้งสองคนไม่เป็นอันตรายใด” ตาสีดำคู่นั้นจ้องแต่นายตน ก่อนจะเอ่ยปากตอบ


          “อ้อ..ที่แท้เถ้าแก่มู่กับกุนซือซุนรวมหัวกันโกหกข้าหรอกหรือ” แล้วมาทำข้าคิดมากถึงเพียงนี้ น่าแค้นใจนัก


         “เส้าไป๋ฝีมือดีไม่น้อย ตามข้าน้อยมาถึงนอกประตูเมืองก่อนจะถูกจัดการ ส่วนข้ารับใช้คนนั้นตามมาไม่ทัน คงได้แต่มาช่วยพาร่างนายน้อยไปพักฟื้นแล้ว”


          “เถ้าแก่มู่รังแกเด็กสนุกสนานดีหรือไม่?” ฟังแล้วพบว่าเด็กน้อยของข้าถูกรังแกจริง ทำเอามีโทสะขึ้นมา ลูกกวางน้อยพวกนั้นโตขึ้นแล้วจะน่ากินอย่างยิ่งนะ กล้าลงมือได้เยี่ยงไร


          “ไม่ได้ร้ายแรงถึงตาย”


          “ดังนั้นท่านจึงไม่ละอายใจที่รังแกเด็กน้อยงั้นรึ?”


          “คำสั่งคือคำสั่ง” เออ เหล่าจือไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว ข้าลอบถอนใจ ทราบว่ามู่เซินคนนีัคงไม่พูดอันใดอีกก็หันไปมองข้างกายที่มีหวังอี้เสี่ยตาฟ้านั่งจ้องอยู่ ฮึ่ม มันช่างน่าขัดใจจริงเชียว หันไปทางใดก็เจอแต่หน้าเขาหลอกหลอน อาจารย์หวัง..นี่ผมได้ทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจตอนไหน


          “อาซิ่นเสร็จธุระกับเงาของข้าแล้วหรือไม่?” ฉู่เหวินยิ้มน้อยๆกล่าวพลางจ้องมองมา ข้าจ้องกลับ แต่พบว่าเมื่อถูกเรียกอาซิ่นเช่นนี้ด้วยใบหน้าคล้ายหวังอี้เสี่ยกลับทำให้หัวใจเสียหายมากขึ้นไปอีก..ท่านย่ามันเถอะ


          “องค์ชายมีธุระใดจะกล่าว” นิ่งไปอึดใจหนึ่งกว่าจะตั้งตัวได้ ข้ายกมือนวดต้นแขนที่เป็นรอยช้ำเบาๆไปพลาง


          “เมื่อท่านหมดข้อสงสัย ข้าฉู่เหวินจะขอกล่าวถึงกฏที่ท่านอ๋องควรตระหนักและทำตามอีกครั้ง”


           “อย่าได้ท้าทายข้าด้วยวิธีการเช่นนี้อีก ข้าฉู่เหวินมิใช่บุรุษที่ใจเย็นหรือนิยมรักหยกถนอมบุปผา หากอาซิ่นยังไม่อยากมีรอยแผลมากกว่านี้  โปรดสงบใจและอาศัยอยู่ในกระโจมนี้อย่างสงบ อย่าได้คิดหนี ส่งข่าว หรือแม้แต่กระซิบฝากคำแก่ผู้ใด…สงครามยังไม่จบ ไม่แน่ว่าผู้ใดจะแพ้หรือชนะ อยากอยู่ในฐานะแขกของข้าหรือเชลยศึกก็จงเลือกเอา”


         “แล้วหากข้าไม่ยอมอยู่นิ่ง..” ข้ายืนยิ้มมองเขา ดวงตาแฝงแววท้าทาย


         “หากย่างเท้าออกนอกกระโจม ข้าสั่งประหารคนเฝ้ากระโจม หากคิดหลบหนี เชือดคอทหารยาม เช่นนี้ดีหรือไม่”


           “ดีอย่างยิ่ง” ข้ายิ้ม คิดว่าเหล่าจือเป็นพ่อพระหรือไร คนเหล่านั้นคือทหารไห่เยี่ยน ยิ่งฆ่าก็เท่ากับหมดศัตรูไปหนึ่ง ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเห็นพวกเดียวกันลงมือฆ่ากันเองอีกแล้ว


          “เช่นนั้น หากย่างเท้าเลยออกนอกกระโจมเพียงนิด ข้าจะกุดหัวเชลยศึกชาวเทียนจิ้น แล้วบอกว่าเป็นเพราะเจ้า” คำขู่ของฉู่เหวินยิ่งฟังยิ่งไร้สาระ ถ้าคิดเอามโนธรรมมาโจมตีผู้คน ควรสืบทราบเสียก่อนว่าผู้นั้นมีสำนึกหรือไม่ กรณีให้ใช้ได้ผลควรเป็นกับหลินจวินเจ๋อ มิใช่ข้า


           “ทหารเหล่านั้นย่อมยินดีที่ได้สละชีพเพื่อข้า และมิใช่หูหนวกตาบอดจึงไม่เห็นว่าคนกระทำคือไห่เยี่ยน”


           “เช่นนั้น…” ดวงตาคู่นั้นวาววับแฝงแววอันตรายอยู่ครู่หนึ่งเมื่อขยับมาประชิด ข้าหรี่ตามองเขาอย่างระแวดระวัง เจ้าของใบหน้าคล้ายหวังอี้เสี่ยเอื้อมมือมากุมลำคอข้าไว้หลวมๆ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ


           “ข้าจะทำให้อาซิ่นได้เป็นชายาข้าก่อนตบแต่งดีหรือไม่?”


           “ไม่ต้อง”


          ข้าขยับลุกขึ้น ปัดมือหนาออกไปทันทีท่ามกลางเสียงหัวเราะทุ้มพร่า ฉู่เหวินผละออกไปแล้วพลางยกหน้ากากเงินสวมอีกครั้ง ข้าจ้องเขาเขม็งจนร่างใหญ่เปิดกระโจมออกไปจนลับตา ในใจสถบด่าองค์ชายผู้นีัไม่หยุด  อย่าได้คิดว่าข้าผีเสื้อราตรีสิ้นลายแล้ว แต่จงดูตัวเลือกน่าปวดศีรษะนี่เสียก่อน ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนมีหนามแหลมเยอะเกินไป ข้าไม่อยากนอนๆอยู่ถูกขย้ำตาย มันไม่คุ้ม!


            “เดี๋ยว”


            “……”


           “เถ้าแก่มู่..ท่านเคยกล่าวเรื่องความฝัน ไม่ทราบว่าเป็นความฝันอันใด?”


           หนึ่งความสงสัยที่ยังค้างคาอยู่ลึกๆผลักดันให้กล่าวเมื่อเงาร่างของมู่เซินกำลังตามหลังผู้เป็นนายออกไป ข้าจ้องมองใบหน้าแสนคุ้นตา บอกตนเองว่าควรไขข้อสงสัยทั้งหมดให้จบ..จะได้จบสิ้นไปจริงๆเสียที


             “ข้าน้อยไม่เคยฝันอันใด”


            เป็นเพียงคำพูดลมลอยไร้ความจริง



           คนหันหลังเดินออกไปแล้ว เสียงนี้กลับดังขึ้นในหัวราวจะบอกว่าข้านั้นแสนโง่งม ฟังแล้วยังต้องหัวเราะหยัน ข้าจ้องมองแผ่นหลังคุ้นตาที่ลับไป แสยะยิ้มพลางยกมือนวดขมับตนเองเงียบๆ


             ที่แท้ก็โกหกทั้งนั้น…


+++++++++++


       ภายในฐานที่มั่นที่หนึ่ง กองกำลังหลักของเทียนจิ้นมีเสียงลั่นกลองรบดังอยู่ไม่ขาดสาย ทหารชั้นผู้น้อยผู้ใหญ่ต่างวิ่งกันขวักไขว่ ขยันขันแข็งและกระตือรือล้นเป็นอย่างยิ่ง ภาพที่ปรากฏนั้นน่าชื่นชมในสายตาผู้อื่น หากแต่ขุนทัพทั้งหลายทราบดีว่าในแววตาของทหารใต้บังคับบัญชามีแววประหวั่นเคร่งเครียดปรากฏอยู่


       จะไม่ให้หวั่นใจได้อย่างไร ด้วยนับแต่ท่านแม่ทัพประกาศก้องว่าจะบุกทัพไห่เยี่ยนอีกครั้งก็เริ่มต้นตรวจสอบกำลังพลเคี่ยวกรำผู้คนอย่างหนัก แม่ทัพใหญ่ผู้ไร้ฮูหยินยังองอาจหาญกล้าเช่นเดิมทว่าก็มีเสียงกระซิบลอยตามลมว่าดุดันเหี้ยมเกรียมขึ้นจนผู้คนแทบมิกล้าเข้าใกล้ หลินจวินเจ๋อสั่งระดมพลเตรียมตัว กระจายกำลังพลทุกฐานที่มั่นโอบล้อมฐานที่มั่นที่หกเพื่อเตรียมโจมตีทัพไห่เยี่ยนและชิงตัวจวิ้นอ๋องขณะที่แม่ทัพหลายนามนิ่งรอคำสั่งจากราชสำนักว่าจะจัดการเช่นไร


         ยามสนทยามาถึงพร้อมเสียงกีบม้าแล่นรัว ม้าเร็วมาถึงแล้วพร้อมกับข่าวสารที่ทุกคนคอยท่า ในกระโจมใหญ่แม่ทัพทุกนามต่างทยอยกันปรากฏตัวเพื่อรอฟังข่าวจากทางการ ขณะที่หัวโต๊ะยังมีร่างของแม่ทัพใหญ่นั่งอยู่ด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้มและพาดกระบี่อาญาสิทธ์ไว้เช่นเดิมโดยมีม้วนผ้าสีเข้มบรรจุคำสั่งส่งตรงลงมายังกองทัพวางอยู่เบื้องหน้า


          “เมื่อมาถึงกันหมดแล้ว ข้าจะไม่กล่าววาจามากความ” ดวงตาสีเข้มกวาดมองสบตาขุนทัพทั้งหลายอย่างดุดัน “มีคำสั่งจากทางการมาถึงแล้ว จะเปิดอ่านแจ้งทุกท่านในคราเดียว”


        กล่าวแล้วแม่ทัพใหญ่ก็หยิบสารคลี่เปิดออกผืนผ้าสีน้ำตาลเขียนด้วยหมึกปรากฏตัวอักษรและตราประทับพระราชลัญจกรส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ หลินจวินเจ๋อกวาดตามองข้อความเที่ยวหนึ่ง ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไป


        “ท่านแม่ทัพ..”ผู้มองเห็นสีหน้าเช่นนี้ต่างทราบโดยทั่วกันว่ามีปัญหาแล้ว เป็นเว่ยชางหลางรองแม่ทัพเอ่ยปากถาม ท่ามกลางบรรยากาศแฝงความหนักอึ้ง


        “ราชสำนักมีคำสั่ง” นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แม่ทัพใหญ่ก็กล่าวเสียงก้องกังวาน หลินจวินเจ๋อกระชับม้วนผ้าในมือแน่น มองแม่ทัพใต้บัญชาที่ต่างประสานมือรอคำสั่งเบื้องหน้า “การศึกที่ชายแดน เสียหายหนัก จวิ้นอ๋องถูกจับตัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมิอาจผลีผลาม ให้หยุดทัพรอเจรจา อย่าได้เข้าตีชิง...”


         กล่าวถึงจุดนี้ผู้ฟังต่างสูดหายใจลึก รอเจรจา เช่นนี้หมายถึงจวิ้นอ๋องจะต้องอยู่ในเงื้อมือทัพไห่เยี่ยนต่อ ยิ่งลากนานยิ่งเสี่ยงอันตรายชวนให้วิตกยิ่งนัก แต่คำสั่งกองทัพมาเช่นนี้ ผู้ใดเล่าจะกล้าขัดขืน..


        โม่เยี่ยนเฉวียนใจกล้าเงยหน้ามองแม่ทัพใหญ่ครู่หนึ่ง หากเพียงพบเห็นสีหน้าแววตานั้นก็หลบตาวูบด้วยสะท้านไปทั้งกาย จากอัปกริยาของแม่ทัพใหญ่ที่พร้อมรบรา เมื่อถูกห้ามปรามเช่นนี้ มีหรือจะไม่เกิดโทสะ แต่หมากการเมืองในราชสำนักเริ่มแล้วใครเล่าจะหยุดได้


         “เรื่องข้อเสนอของทัพไห่เยี่ยน ราชสำนักมิอาจยอมรับ ให้แต่งตั้งฑูตไปเจรจาไว้ก่อน..”


         “ส่วนของกองทัพ แม่ทัพเหลียงเสียชีวิต ให้แต่งตั้งแม่ทัพเว่ยชางหลางขึ้นเป็นรองแม่ทัพใหญ่ตามที่เสนอมา ราชโองการแต่งตั้งจะมาถึงหลังจากนี้”


         “ผู้น้อยรับคำสั่ง!” แม่ทัพเว่ยร้องประสาน คุกเข่าลงข้างหนึ่ง


         “แม่ทัพเว่ยลุกขึ้นเถอะ หนังสือคำสั่งยังมีต่อ” กล่าวยังไม่จบ แม้อารมณ์ขุ่นมัวเพียงไรก็ต้องเอ่ยต่อ หลินจวินเจ๋อสูดหายใจลึก พยายามข่มโทสะ หากประโยคสุดท้ายนั้นเองที่ทำให้รังสีฆ่าฟันบนร่างมิอาจระงับได้อีกต่อไป


       “องค์รัชทายาทรับตำแหน่งผู้ตรวจการ จะเดินทางมาตรวจทัพและเจรจากับไห่เยี่ยนด้วยพระองค์เอง”


       ขุนทัพทุกนามตัวสั่นสะท้าน ฤดูหนาวที่ไม่เคยมีของแดนใต้เกิดขึ้นแล้ว ซ้ำหนาวเหน็บเสียดกระดูกยิ่งนัก…


++++++++++


มาแล้วอย่างช้าๆ เพิ่งได้ปั่นเลยลงได้ดึกพอสมควร
ตอนนีัข้อสงสัยเรื่องตัวก๊อปปี้1&2 คลี่คลายแล้ว ส่วนฉู่เหวินก็กำธงแน่นต่อไป ขณะที่การรวมดาวตัวร้ายกำลังใกล้เข้ามา #ทั่นแม่ทัพอย่าร้องไห้
ปล. ทำทวิตสำหรับพูดคุยกันแล้วค่ะ ใครมีแอคทวิตกดฟอลได้ที่นี่ >>@Secrate_Wind   แต่ส่วนใหญ่มีไว้ติ่งและบ่นล่ะค่า55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13747 kuddy2 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 03:33

    อาซิ่นผู้โง่งม ไร้สาระ

    #13,747
    1
    • #13747-1 ฟองฟู่(จากตอนที่ 34)
      20 พฤษภาคม 2563 / 12:57
      คิดถึงความรู้สึกและจิตใจตัวละครด้วยนะคะ ในชาติก่อนอาซิ่นกำพร้าพ่อแม่ ได้อาจารย์หมิงเซี่ยช่วยดูแลเลี้ยงดูจนเกิดเป็นความรัก แถมยังมาจากกัน ตามหาตัวไม่พบอีก เห็นคนหน้าตาเหมือนจะอาลัยอาวรณ์เขาก็ไม่แปลกค่ะ อย่างน้อยอาซิ่นเขาก็รู้ตัวและแยกแยะได้นะคะ ไม่ได้โง่เง่าและจมอยู่กับการโกหกตัวเอง
      #13747-1
  2. #13604 basdy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 16:58
    รถไฟจะชนกันแล้วววว อาซิ่นทำไงดี
    #13,604
    0
  3. #13593 VKK42 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 09:43
    สงสาร อาซิ่น...งู2ตัวมาเจอกัน
    #13,593
    0
  4. #13422 ploybrf2 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 18:59
    โอ้ยสงสาร
    #13,422
    0
  5. #13360 พญานก T^T (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:56
    มาแล้วววววว
    #13,360
    0
  6. #13292 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 05:11
    เอาแล้ววววว ตัวร้ายๆมาปะทะกันนี่มันดีต่อใจจริงๆ ฮาเร็มไปเลยเถอะะ555555555
    #13,292
    0
  7. #13066 PrincesSFungi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 11:13
    กรี๊ดดดดดดดดด พระเอกในดวงใจของข้าาาาาาาาาา ไท่จื่อสายsที่รักของข้า แงงงงงงง ไม่ต้องไปหานังแล้ว มาหาเราดีกว่า
    #13,066
    0
  8. #13025 Payom☁ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 00:57
    วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆเลย มีอันใดง่ายสำหรับคนงามมั้ย?
    #13,025
    0
  9. #12917 Ployngern (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 18:08
    #ทีมรัชทายาท 55555 #เรือผีที่แท้ทรู
    #12,917
    0
  10. #12897 ต่งต่ง8894 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 05:18
    ศึกชิงนางที่แท้ทรู 555555
    #12,897
    0
  11. #12849 มูตี้ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:42
    ^______^
    #12,849
    0
  12. #12846 แม่เอง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:17
    เชี่ยยย นางมาว่ะ จะมาทำไมวะอีไท่หยางงง คนงามของเจ้แปดเปื้อนหมด
    #12,846
    0
  13. #8668 The.zmb (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 23:52
    เอาจริงง  ขอทุกคน
    #8,668
    0
  14. #8121 มากิริจัง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 00:44
    คนโรคจิต ต้องเอาคนโรคจิตกว่ามาปราม
    สงสารซิ่นเตรียมรับศึกหนัก
    #8,121
    0
  15. #7990 YoGurT_Yo^^ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:44
    อุต๊ะใจคอไรท์จะไม่ให้รีดได้หายใจหายคอเลยทีเดียว
    #7,990
    0
  16. #7850 gracenofhobia (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 07:55
    โฮะ เหล่าฮาเร็มของอาซิ่นมารวมตัวกันแล้ว
    #7,850
    0
  17. #7783 ✚ADAM (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:11
    ยังข้องกับมู่นะ .. ส่วนรัชทายาทเนี่ย มาดีมมร้ายคะ ฮื่ออ
    #7,783
    0
  18. #7403 Shenoraq (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 20:48
    อมกกกกกกกก สงสารอาซิ่นโดนดับความหวังเรื่องฝัน
    คนงามช่างงามจนมีบุรุษมากมายข้องแวะและแย่งชิง รัชทายาทก็มาาาาาาาาา
    /คำผิดค่า สบถ นะ ไม่ใช่ สถบ , อากัปกิริยา ค่ะ เราไม่เคยเห็นคำว่า อัปกริยา นะ , สถานการณ์ การันต์อยู่บน ณ นะคะ
    #7,403
    0
  19. #7071 TOEY_KCR (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 20:55
    ถ้าตัวป่วนใาอยู่ด้วยกันนายเอกเราคงได้ตายกันเเน่ๆ ปวดหัวเเทนเลย555 แต่เชื่อว่าอาซิ่นต้องรับมือไหว นายเอกสายสตรองต้องอดทนน
    #7,071
    0
  20. #6737 Park_jiminnie (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 22:17
    จัดว่าเด็ด รวมพลฮาเร็ม กร๊ากๆ
    สู้น้าพึ่งมาอ่านติดตามค่ะ สนุก^0^
    #6,737
    0
  21. #6715 [เส้นขนในจมูกแจ็คสัน] (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:19
    ใครพระเอกตอบที นี่เชียร์องค์ชายเจ็ดถึงจะอัปลักษณ์และเป็นศัตรูก็เถอะ
    #6,715
    0
  22. #6714 Machi-Kream (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:08
    รัชทายาทมาเอง 5555 มีความไม่เชียร์พระเอก
    #6,714
    0
  23. #6490 noo_parekapoom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:29
    ยำรวมมิตรไปอีกก
    #6,490
    0
  24. #6251 Mongmong (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 20:27
    อาซิ่นรับศึกหนักสุดๆ
    #6,251
    0
  25. #5711 MEandZERO (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 02:08
    องค์รัชทายาท องค์ชายเจ็ด เจอกันเมื่อไหร่ อาซิ่นได้เตรียมถีบพวกนางตกบ่องูตามที่แช่งไว้แน่ 5555555555
    #5,711
    0