[YURI] ตัวตนของฉันเธอไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ !

ตอนที่ 62 : สบู่เหลวสิของดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

     CHAPTER [62] สบู่เหลวสิของดี


     “นักแบกของระดับพิเศษ !?”


     “คะ ? “


     อะไรล่ะคะนั่น เพิ่งจะเคยได้ยิน ถ้าเป็นนักแบกของระดับสูงก็คิดว่ามีอยู่หรอก...


     ทุกคนต่างตาลุกวาวเป็นประกาย


     “คุณหนูเคยเจอนักแบกของคนอื่นๆ มาบ้างหรือเปล่า ?”


     วาเลนที่อยู่ในท่ากอดอกกำลังหลับตานึกพลางถามออกมา


     “ไม่เคยค่ะ”


     พอลองนึกย้อนกลับไปฉันก็ไม่ได้เข้าปาร์ตี้หรือมีพันธะอะไรมากมายเกี่ยวกับกิลด์นักผจญภัยด้วยสิ จำนวนเควสที่ทำไปทั้งหมดก็ช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน


     “นั่นล่ะ นักแบกของไม่ว่าจะระดับต่ำหรือสูงก็ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของอาหารหรือสิ่งของภายในสกิลกักเก็บของได้หรอกนะ ฉะนั้นคุณหนูเฟลิสจึงเป็นนักแบกของระดับพิเศษยังไงล่ะ”


     “ค่ะ...”


     ไม่เห็นช่วยให้เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเลย


     สิ่งที่ฉันรู้ก็มีแค่ว่ามันเป็นสกิลที่ได้มาจากคุณแกะนั่นล่ะ


     แถมมันยังเรียกว่าไอเทมบ็อกซ์ ไม่ใช่สกิลกักเก็บของอะไรนั่น


     “เอาเถอะ ถือเสียว่าเป็นโชคดีที่ได้ร่วมงานกับคุณหนูล่ะนะ เวลานี้พวกเรามาทานอาหารกันก่อนที่จะเย็นดีกว่า !”


     วาเลนกระดกแก้วไม้ที่มีแอลกอฮอล์เข้าปากอีกครา มื้ออาหารเย็นที่ดูสนุกสนานกันเสียจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นปาร์ตี้เล็กๆ ทุกคนต่างเพลิดเพลินไปกับอาหารกันจนอิ่มแปล้


     ผ่านไปราวๆ ห้าชั่วโมงกระทั่งยามดึก กองไฟด้านนอกยังสว่างไสวแต่ก็ใกล้ที่จะมอดดับ เสียงกรนของเหล่าขี้เมาทั้งหลายก็ดังลั่นมาจากเต็นท์ข้างๆ จนแทบจะกลบเสียงของกองไฟ


     เป็นช่วงเวลาที่ดี


     เด็กสาวตัดสินใจว่าจะไปล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อย เห็นว่าลำธารน้ำอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรนี่เอง


     ช่วงนี้ถ้าไม่ได้อาบน้ำหรือล้างตัวสักหน่อยมันก็จะรู้สึกโหวงแปลกๆ


     ฉันลุกขึ้นมาเบาๆ พยายามที่จะไม่ปลุกซานะที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ พอออกมาจากเต็นท์แล้วจึงมองไปรอบๆ โดยมีแสงจันทร์เทียมส่องสว่างเพียงพอที่จะเห็นสิ่งแวดล้อมรอบด้าน


     ไม่มีการเฝ้าเวรยาม ซึ่งมันสามารถบ่งบอกได้ถึงสองสามอย่าง


     หนึ่ง คือพวกเขามั่นใจว่าไม่มีมอนสเตอร์อยู่ในชั้นนี้อย่างแน่นอน


     สอง นักผจญภัยมีความไว้วางใจกันพอตัว ถ้าหากความคิดนี้ถูกใช้กับเผ่าพันธุ์เดียวกันนั่นก็คือเผ่าปีศาจ แสดงว่าเผ่าอื่นๆ ไม่มีความหมายในสายตาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย


     และอย่างสุดท้าย ความมั่นใจในตนเอง หรือจะเรียกว่าความทะนงตนดีล่ะ ซึ่งข้อนี้ไม่แปลกสักเท่าไรถ้าดูจากความสามารถที่แสดงให้เห็นในวันนี้


     แต่สำหรับฉันแล้วมันก็ประมาทเกินไปนั่นล่ะ


     เด็กสาวเดินไปตามทิศทางที่มีกลิ่นไอของความชื้นที่ถูกพัดพามาตามลม กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านหลัง


     ‘[ตักเตือน] มาสเตอร์คะ...’


     ทราบแล้วล่ะค่ะ


     นี่ขนาดลุกออกมาเงียบๆ แล้วทำไมถึงยังรู้สึกตัวอีกล่ะคะ...


     แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะพยายามซ่อนตัวอยู่ ฉันที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาเลยปล่อยให้ตามมาจนกระทั่งถึงจุดหมาย


     ลำธารกว้างที่ไม่ลึกมาก น้ำใสเสียจนมองเห็นพื้นที่อยู่ใต้น้ำแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืน เด็กสาวใช้เวทเสริมพลังแล้วมองลงไปที่น้ำ


     อืม...มีมานาอยู่อ่อนๆ จริงๆ ด้วย สมกับเป็นแหล่งน้ำที่มาจากดันเจี้ยน


     แต่ความเข้มข้นไม่ได้มากถึงขนาดดื่มหรือแช่ตัวแล้วจะเกิดอาการเมามานา เพราะงั้นจึงปลอดภัยสบายหายห่วง


     พอมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอจุดที่มีมานาของสัตว์หรือมอนสเตอร์เลยแม้แต่ตัวเดียว


     แต่ยกเว้นคนที่ตามมาอย่างไม่เนียนคนนั้นอ่ะนะ


     แต่ก็เอาเถอะ


     เด็กสาวยืนอยู่หน้าลำธารก่อนที่จะใช้เทคนิคเดิม


     ไม่มีชื่อเรียกแล้วก็ไม่อยากตั้งชื่อด้วย มันก็แค่การปลดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วยัดลงไปในไอเทมบ็อกซ์ก็แค่นั้นล่ะ


     แต่แค่เรือนร่างเปลือยบางของเด็กสาวก็เพียงพอที่จะจับคนร้ายในเสี้ยววินาทีแรก


     “ว้าย !”


     ถึงเสียงจะไม่ดังมากเหมือนกับเอามือปิดปากตัวเองไว้ก่อนที่จะลั่นเสียงออกมาทั้งหมด แต่เอาจริงๆ ฉันได้ยินชัดเต็มสองหูเลยล่ะ


     เสียงหญิงสาวอันคุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันหันหน้ากลับไปโดยที่มั่นใจว่ายังสวมหน้ากากเต้นรำสีดำอยู่ สายตาจ้องเขม็งไปยังเงาเล็กที่อยู่หลังต้นไม้สูง


     อีกฝ่ายที่รู้ว่าเด็กสาวรู้สึกตัวแล้วจึงค่อยๆ เผยตัวตนออกมา


     ปกติเธอจะมัดผมทรงทวินเทล แต่เพราะเป็นเวลานอนเธอจึงปล่อยเรือนผมสีเทายาวลงมาจนถึงปลายสะโพก


     ฝ่ามือปิดดวงตาทั้งสองข้างมิด ใบหน้าแดงก่ำแสดงถึงความละอายในตัวเอง


     “ขะ ขอโทษเจ้าค่ะ ขอโทษเจ้าค่ะ !”


     ซานะพูดออกมาพลางปากสั่น ฉันเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่อุตส่าห์แอบตามมาจะเปิดเผยตัวตนเร็วขนาดนี้


     “ไม่เป็นหรอกค่ะ แล้วทำไม...?”


     “คะ แค่สงสัยว่ามาทำอะไรคนเดียวกลางดึกเท่านั้นเจ้าค่ะ ! แล้วก็...”


     “แล้วก็...?”


     หลังจากที่หญิงสาวเงียบลงไป เด็กสาวจึงทวนคำพูดสุดท้ายของซานะด้วยความสงสัย


     “คะ แค่อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเฟลิสเป็นใครกันแน่น่ะเจ้าค่ะ ก็เลย...ขะ ขอโทษจริงๆ เจ้าค่ะ ! ทั้งเรื่องแอบตาม...แล้วก็เรื่องแอบมองอีก...”


     ซานะพูดขอโทษออกมาเป็นรอบที่สาม


     ก็ไม่แปลกหรอกที่อยากจะรู้ ขนาดวาเลนที่เป็นชนชั้นสูงด้วยกันเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นใคร


     แต่ที่ยอมรับออกมาตรงๆ ก็ถือว่าเธอเป็นคนจริงใจอยู่พอสมควร


     อ่า...ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่มีแผนที่จะเผยตัวตนในเร็วๆ นี้หรอกนะ


     นอกจากเพราะเดี๋ยวความสนุกมันจะหดหายไปหมดแล้ว มากกว่านี้ก็อาจจะเกิดแรงกดดันให้กับคนในปาร์ตี้อีก ถึงจะแค่คนเดียวแต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าเธอจะไม่เปิดเผยตัวตนของฉัน ถึงแม้ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม


     “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ถือ...ว่าแต่สนใจมาอาบน้ำด้วยกันไหมคะ ?”


     ถึงจะลำบากตรงที่ถอดหน้ากากไม่ได้ก็เถอะ แต่ค่อยหาเวลาล้างหน้าตอนเผลอ ยังไงเสียการถอดหรือใส่หน้ากากโดยใช้ไอเทมบ็อกซ์นั้น ฉันสามารถทำได้โดยใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที


     “ตะ แต่ว่าฉันไม่ได้เอาอุปกรณ์อาบน้ำมา...”


     “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันมีสำรองอยู่”


     แน่นอนว่ามีเยอะเกินพอเลยล่ะ


     ระหว่างที่พูดอยู่ตัวฉันก็ไปอยู่ในน้ำแล้ว จะให้ยืนในสภาพเปลือยเปล่าท่ามกลางสายลมมันก็ใช่เรื่อง


     แน่นอนว่าต้องฝากคุณโอเปอเรเตอร์เตือนหากมีพวกถ้ำมอง


     ซานะพยักหน้าลง เธอที่เห็นว่าฉันไม่โกรธอะไรจึงค่อยๆ ยกมือลงแล้วลืมตาขึ้น หญิงสาวถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นแล้ววางไว้ที่โขดหินที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้นจึงเดินลงมาในน้ำด้วยสภาพเขินอาย


     ก็แค่ยังไม่ชินเท่านั้นล่ะ ถ้าคิดว่าการเปลือยกายอาบน้ำกับคนที่เป็นเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อไร เมื่อนั้นก็จะชินไปเอง


     เหมือนกับเบลหรือคนอื่นๆ นั่นล่ะ


     ถึงจะไม่ใช่น้ำร้อน แต่ก็ไม่หนาวจนถึงกับอาบไม่ได้ ฉันจุ่มทั้งตัวลงไปในน้ำเพราะลมที่พัดมามันช่างหนาวเย็นเสียเหลือเกิน


     อ๊ะ จะว่าไปซิลเลียเตรียมสบู่สูตรใหม่มาให้แล้วนี่นา...ปกติใช้แต่สบู่ก้อนซึ่งไม่ชินสักที ฉันก็เลยแนะนำความคิดเกี่ยวกับสบู่เหลว


     รู้สึกว่าจะอยู่...ว่าแล้วเด็กสาวก็หยิบสบู่เหลวออกมาจากกระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์อาบน้ำที่ซิลเลียเตรียมไว้ให้


     โอ้ แม้แต่บรรจุภัณฑ์ก็เป็นแบบที่ฉันเสนอดีไซน์ไป ดังนั้นวิธีการใช้งานจึงไม่เป็นปัญหา


     “นั่นคืออะไรเหรอเจ้าคะ ?”


     ซานะถามออกมาด้วยความสงสัยหลังจากเห็นสิ่งของที่ไม่คุ้นตา


     ก็ไม่แปลกหรอก เพราะมันกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเลยยังไม่มีการวางจำหน่าย


     “ยื่นมือมาสิคะ”


     พอถามออกไปเธอก็ยื่นมือมาอย่างว่าง่าย ฉันกดหัวฉีดให้ดูเป็นตัวอย่างครั้งหนึ่งก่อนที่จะตั้งมันไว้ตรงโขดหินริมธารเพื่อที่จะได้แบ่งกันใช้


     ซานะที่รับสบู่แบบเหลวไปแบบงงๆ ก็เริ่มลองดมก่อนที่จะถามออกมาด้วยความสงสัย


     “กลิ่นผลไม้เหรอเจ้าคะ สรุปแล้วมันคือ...?”


     “สบู่น่ะค่ะ ลองใช้ดูสิคะ”


     เธอเห็นฉันที่ถูตามตัวจนเกิดฟองก็เริ่มใช้บ้าง พอผ่านไปสักพักก็เริ่มติดใจถึงขนาดขอซื้อต่อ ฉันเลยบอกว่าถ้ายังอยู่ในปาร์ตี้เดียวกันแล้วจะอาบน้ำเมื่อไรก็สามารถมาขอได้ไม่ต้องเกรงใจ


     พอพวกเราล้างตัวอะไรเสร็จจากนั้นจึงเดินกลับไปที่เต็นท์เพื่อทำการพักผ่อนเอาแรงสำหรับการมุ่งหน้าลงไปยังชั้นถัดไปในตอนเช้าตรู่


     หัวหน้าวาเลนเดินมาปลุกพวกเราในเวลาประมาณหกโมงเช้า ทั้งฉันและซานะต่างงัวเงียราวกับนอนไม่พอ วาเลนที่เห็นแบบนั้นจึงให้ไปงีบที่ใต้ร่มไม้ก่อนโดยเธออาสาที่จะเก็บเต็นท์ให้


     พวกเรากล่าวขอบคุณก่อนที่จะทำตามที่บอก จากนั้นจึงเริ่มออกเดินทางกันในเวลาประมาณเจ็ดโมง


     ณ ชั้นที่ยี่สิบสี่


     แมงมุมยักษ์ตัวสีน้ำตาลแดง ลำตัวรวมขากว้างสามเมตร สูงประมาณเมตรครึ่งทั้งหมดสามตัวกำลังรออยู่ที่ด้านหน้าห่างออกไปสามสิบเมตร ฉันอาสาที่จะจัดการโดยเป็นข้อยืนยันสำหรับการลงสนามในแนวหน้า


     “มั่นใจงั้นรึ คุณหนู”


     วาเลนหรือคนอื่นๆ ในปาร์ตี้ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าความสามารถของ ‘แมงมุมแดง’ จะไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มีความเร็วหรือพละกำลัง แต่มันสามารถใช้ทั้งใยแมงมุมและเวทมนตร์ธาตุไฟในการศัตรูในทรมานอย่างช้าๆ


     อีกทั้งยังตอบโต้ด้วยขาคมๆ ของมันหากเข้าไปใกล้


     ใยของมันที่นอกจากมีความเหนียวที่ตัดขาดได้ยากแล้ว มันยังมีความต้านทานเวทไฟที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งหากพวกมันอยู่กันเป็นกลุ่มหรือเป็นฝูงก็ยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก


     เด็กสาวพยักหน้า


     ถึงใยของมันจะดูน่ารำคาญ แต่ถ้าใช้เวทธาตุมืดตัดใย...


     ‘[ตักเตือน] ลืมจุดประสงค์แล้วเหรอคะ มาสเตอร์’


     อะฮะฮะ ขอบคุณที่เตือนค่ะ


     การใช้มานาเคลือบอาวุธนั่นหมายถึงการที่ฉันใช้เวทเสริมพลัง


     ถ้างั้นคงต้องหลบอย่างเดียว เห็นว่าใยของมันเป็นลักษณะที่ว่าพ่นออกมาเพื่อจับเหยื่อ


     ทดสอบความเร็วในการตอบสนองสินะคะ


     ฉันหยิบมีดสั้นสีดำออกมาจากไอเทมบ็อกซ์ ในขณะที่แนวหน้าเริ่มเข้าใกล้ระยะขึ้นเรื่อยๆ ดวงตายั้วเยี้ยของแมงมุมแดงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มันพุ่งกระโจนเข้าใส่ศัตรูตามสัญชาตญาณของนักล่า


     เด็กสาวก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วพุ่งกระโจนออกไป ทักษะที่ต้องใช้เมื่อเวลาถือมีดนั้นมีแตกต่างจากตอนที่ถือดาบเป็นอย่างมาก


     ความเร็ว ความแม่นยำ ไหวพริบ คือสามอย่างที่ต้องมั่นใจในระดับหนึ่ง และในเมื่อฉันฝึกโดยไม่ใช้เวทเสริมพลังมันจึงยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว


     ความเร็วที่ลดลงกว่าครึ่งทำให้ฉันเข้าระยะได้ช้ากว่าเดิม ในหัวของเด็กสาวเริ่มคำนวณเวลาถอยหลังก่อนที่จะเข้าปะทะ


     “คุณหนู ! ฉันไม่ได้บอกให้ไปคนเดียวนะ !”


     วาเลนตะโกนไล่หลังมา แต่เด็กสาวที่กำลังมีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่สามารถตอบกลับไปได้


     แมงมุมแดงที่อยู่ด้านหน้าสุดพ่นใยหนาออกมาด้วยความเร็วสูง เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างก่อนที่จะตั้งบาลานซ์ขึ้นอีกครั้ง


     ครืดดด


     เสียงรองเท้าไถลไปกับพื้นแข็ง


     ให้ตายสิ เมื่อกี้เฉียดแบบสุดๆ


     แม้ว่าสมองหรือสายตาจะตอบสนองทันทุกอย่าง แต่ร่างกายที่ชินชาไปกับเวทเสริมพลังจึงตอบสนองได้ไม่ดีเท่าเก่า


     ถึงอย่างไรก็ตาม ร่างกายที่มีมานาอยู่เต็มเปี่ยมจึงมีความเร็วที่มากกว่าตอนเป็นนักลอบสังหารในโลกก่อนอยู่หลายเท่า


     เด็กสาวพุ่งกระโจนเข้าไปอีกครา แมงมุมแดงสองตัวที่เหลือพ่นลูกบอลเพลิงออกมาอย่างแม่นยำ เด็กสาวกลิ้งตัวหลบอีกครั้งแล้วพยายามมองหาจุดบอด


     ยังดีที่พวกมันไม่ได้ทำงานกันเป็นกลุ่ม ถ้าแบบนั้นอาจจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้


     สไตล์ของฉันมันยิ่งไม่เหมาะกับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งเสียด้วย


     “คุณหนู ! เวทเสริมพลัง ! ร่ายเวทเสริมพลังด้วย !”


     ในฐานะที่เธอเป็นชนชั้นสูงเธอจึงมีเนตรปีศาจสำหรับการมองการเคลื่อนไหวของมานาได้นิดหน่อย


     วาเลนวิ่งเข้ามาจนอยู่ในระยะ พอมองไปก็เห็นเธอมีสีหน้ากังวลใจอยู่ ฉันไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดีจึงชูนิ้วโป้งไปแทนคำว่าฉันโอเคก็แล้วกัน...


     วาเลนสั่งห้ามเทอร์ม่าที่กำลังเตรียมร่ายเวทเพราะกลัวฉันโดนลูกหลง ฉันพยักหน้าลงหนึ่งครั้งเพื่อให้เธอสบายใจ


     เด็กสาวตั้งสมาธิขึ้นอีกครั้งเพื่อรับมือกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


     แมงมุมแดงเริ่มย่นระยะเข้ามาเรื่อยๆ หวังจะล้อมกรอบไม่ให้เด็กสาวหนี ฉันที่เห็นว่าจะแย่จึงตัดสินใจใช้แผนที่เพิ่งคิดมาสดใหม่


     ก็ไม่เชิงแผนสักเท่าไร แต่ก็...นั่นล่ะ


     ฉันตัดสินใจจัดการตัวที่อยู่ทางขวาก่อน และต้องให้สำเร็จภายในเวลาไม่เกินสามวินาทีก่อนตัวอื่นจะตามมา


     เด็กสาววิ่งพุ่งเข้าไป มันอ้าปากจะพ่นใยหรือเวทไฟออกมาอีกรอบ เด็กสาวเห็นเช่นนั้นจึงปามีดสั้นสีดำออกไปสุดแรงเกิด


     เสียงดังฉึกของใบมีดที่ปักเข้าเป้าตรงกลางตามที่เล็งไว้ ฉันที่อยู่ในระยะประชิดแล้วจึงทำให้แมงมุมตัวอื่นไม่กล้าใช้เวทใส่เผ่าพันธ์ุเดียวกัน พวกมันเริ่มวิ่งอ้อมหวังจะเข้าจากด้านข้าง แมงมุมตัวที่โดนมีดต้องสาปเริ่มกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด


     เด็กสาวไม่รอช้า เธอใช้ฝ่ามือเล็กดันมีดต้องสาปจนมันปักลึกลงไปด้านใน


     เลือดสีเขียวพุ่งกระจายออกมาแล้วเริ่มสลายกลายไปเป็นแสงละออง ฉันดีดตัวเองออกมาก่อนที่จะพิจารณาสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง


     สำเร็จไปหนึ่งเพราะความสามารถของมีด แต่กว่าจะรอให้ร่างมันสลายไปทั้งหมดคงกินเวลาประมาณหนึ่งถึงสองนาที


     ในเมื่อขาดอาวุธไป เธอจึงหยิบสุ่มดาบมาสักอันจากไอเทมบ็อกซ์


     ของใครก็ไม่รู้ เพราะหลายๆ ครั้งก็แค่เก็บยัดเข้ามาเผื่อสำรองในหลายๆ สถานการณ์


     อย่างเช่นในตอนนี้ยังไงล่ะ !


     ก็อยากจะปาดาบปามีดไปอยู่หรอก แต่นั่นมันคงไม่เรียกว่าการฝึกจริงๆ


     แต่ให้สู้กับศัตรูที่ใช้เวทมนตร์ระยะกลางถึงไกลจะให้ทำไงได้...


     ฉันเริ่มคิดหาวิธีขึ้นอีกครั้ง ทั้งมือขวาและมือซ้ายต่างถือดาบเหล็กกล้าที่ดูแล้วน่าจะหนักพอตัว แต่เอาเข้าจริงก็ยกได้สบายๆ แมงมุมแดงที่เริ่มโกรธจัดหลังจากเห็นเพื่อนของมันตายก็รีบใช้ขายั้วเยี้ยของมันวิ่งเข้ามาพลางส่งเสียงร้องดัง


     กี๊ซ กี๊ซ


     เด็กสาวกำดาบแน่น เธอเปลี่ยนจากสไตล์เดิมเป็นการตั้งรับหวังสวนกลับแทน


     ถ้าแบบนี้น่าจะรับมือได้ง่ายกว่า ว่าแล้วฉันก็ร่นระยะเข้าไปอย่างช้าๆ ทีละก้าว


     เป็นไปตามคาด แมงมุมแดงทั้งสองตัวเริ่มพ่นทั้งไฟและใยออกมาอย่างบ้าคลั่ง ฉันหลบได้อย่างง่ายดายก่อนที่จะพุ่งสวนกลับเข้าไป


     เวลาที่พวกมันจะใช้เวทไฟออกมาได้อีกครั้งอยู่ที่ราวๆ ห้าวินาที ส่วนใยเหนียวอยู่ที่ประมาณเจ็ดวินาที ถ้าเช่นนั้น...


     เด็กสาววิ่งเข้ามาอยู่ในระยะ แมงมุมแดงกรีดร้องออกมาอย่างน่ารำคาญ มันยกสองขาที่อยู่ด้านหน้าขึ้นไปด้านบนก่อนที่จะฟันลงมาราวกับใบมีด


     เคร้ง !


     เสียงราวกับเหล็กกระทบกันอย่างจัง ฉันใช้ดาบยาวในมือซ้ายรับขาที่ราวกับใบมีดของแมงมุมแดง จากนั้นจึงหมุนตัวพร้อมกับตวัดดาบเหล็กกล้าที่อยู่ในมือขวา


     ฉัวะ


     เลือดสีเขียวติดไปตามใบดาบแล้วเริ่มสลายกลายเป็นละออง เด็กสาวเปลี่ยนท่าจับดาบที่ถูกเหวี่ยงไปตามทิศทางตามเข็มนาฬิกาก่อนที่จะเหวี่ยงสวนกลับไปทางเดิม


     ข้อเท้า เอว ไหล่ ลำตัวแทบทั้งท่อนทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ


     และเพราะเป็นดาบที่มีความคมด้านเดียวฉันเลยต้องบิดข้อมือเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ใบมีดทะลุลูกตาของมันสวนทางไปจนกลายเป็นรอยกากบาท เลือดสีเขียวไหลทะลักออกมาราวกับเป็นน้ำพุขนาดย่อม


     มือซ้ายแทงดาบยาวลงไปตรงลำตัวด้านซ้ายและปักคาไว้แบบนั้น


     ฟู่ววว


     สุดปลายสายตาเหลือบไปเห็นแสงสีส้มพอดิบพอดี


     เหวอ...!


     บอลเพลิงขนาดใหญ่พุ่งผ่านใบหน้าของฉันไปอย่างฉิวเฉียด เด็กสาวตีลังกากลับออกมาราวกับนักกายกรรมแล้วตั้งท่าร่างขึ้นอีกครั้ง


     แมงมุมตัวที่ถูกดาบยาวปักคาไว้เริ่มดิ้นอย่างทุรนทุรายอยู่บนพื้น


     ทีนี้ก็เหลือตัวสุดท้าย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

254 ความคิดเห็น

  1. #75 0835424543 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:28

    จะมีแต่คนบ่นว่าสั้นเกินอะสิ
    #75
    0
  2. #74 -Unknown (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:04
    ไม่มีใครบ่นว่าตอนยาวไปหรอกนะ555
    #74
    0