Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 2 : Case 2 ช่วยเพื่อนเป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   "ช่วยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ"

   "ค่ะ ฉันกับลูกอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ด้วยกันสองคน วันนี้อากาศค่อนข้างร้อนแล้วลูกชายก็มีงานที่ต้องเร่งทำ พวกเราเลยโทรสั่งอาหารมากินที่บ้านค่ะ..."

   "สั่งอะไรมากินบ้างครับ" คุณโอมที่กำลังนั่งฟังเอ่ยขัดขึ้น

   "เอ..ไก่ทอด ข้าวผัด แล้วก็กาแฟค่ะ"

   "แล้วสั่งจากร้านไหนครับ" โอมถามขณะที่มือก็จับปากกาลากจดไว้ในสมุดพก

   "ข้าวสั่งจากร้านอาหารข้างๆอพาร์ทเมนท์ค่ะ แต่กาแฟสั่งจาก Upbeat Art Cafe"

   "พวกเขามาส่งถึงหน้าห้องเลยรึเปล่า"

   "ถ้ากาแฟน่ะใช่ค่ะ แต่ข้าวฉันลงไปเอาด้านล่าง"

   "เชิญเล่าต่อเลยครับ" โอมกระซิบบอกนายตำรวจคนหนึ่งให้ไปสืบหาตัวคนที่มาส่งข้าวและกาแฟ ก่อนเชิญให้หญิงสาวพูดต่ออีกครั้ง

   

   "พอข้าวและกาแฟมาส่ง วิทย์ดื่มจนกาแฟหมดไปก่อนมานั่งกินข้าวด้วยกัน แต่กินข้าวไปได้สักระยะวิทย์ก็เอามือกุมคอตะเกียกตะกายทรมาน ฉันก็นึกว่าข้าวติดคอเลยรีบยื่นน้ำให้ พอกำลังจะลุกไปลูบหลังประตูบ้านก็ถูกเปิดเข้ามาค่ะ แต่ฉันแน่ใจนะว่าล็อกแล้ว มีชายสวมเสื้อมิดชิดปิดหน้าปิดปากด้วยแมสกับแว่นตาบุกเข้ามา ไม่ทันที่จะได้ร้องขอความช่วยเหลือท่อนไม้ในมือของชายคนนั้นก็ฟาดใส่จนฉันสลบไปเลยค่ะ" หญิงสาวกุมมือแน่นลดอาการสั่นขณะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตำรวจตรงหน้าฟัง

   

   "ผลการชันสูตรออกมาแล้วครับ ผู้ตายเสียชีวิตจากสารหนูเจือจางที่ถูกผสมในกาแฟครับ" นายตำรวจคนหนึ่งถือเอกสารการชันสูตรมาให้ฟรีที่นั่งฟังโอมสอบถามผู้เสียหายอยู่ห่างๆกับวอล เขาพยักหน้ารับก่อนนายตำรวจคนนั้นจะขอตัวไปทำงานต่อ ฟรีพลิกเปิดเอกสารในมือคร่าวๆก่อนส่งให้คนข้างๆไปอ่าน

   "เอาล่ะ เราไปตามจับตัวคนส่งกาแฟมาสอบสวนกันเถอะ" ฟรีเรียกลูกน้องให้ตามตนออกไป แต่วอลยังคงนั่งจมในความสงสัยบางอย่างและครุ่นคิดถึงมันไม่ตก

   

   'บางอย่างมันแปลกๆ'

   

   "พี สืบประวัติของครอบครัวนี้โดยละเอียดให้หน่อย" วอลแตะที่เครื่องมือสื่อสารในหูเบาๆ

   [โอเค] เสียงตอบรับดังขึ้นจากหูฟังไร้สาย วอลตัดสินใจที่จะกลับไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง

   

   18.20 น.

   ณ ย่านการค้าใกล้ศูนย์กลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินสวนกันไปมา แม้ดวงอาทิตย์จะลับหายและท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทถูกแต่งแต้มด้วยประกายดาว เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นไม่ขาดสายตามทางเดินกว้างที่ถูกเติมเต็มด้วยผู้คนในช่วงเวลาเลิกงาน

   

   เสียงกีต้าร์ใสดังคลอตามสายลมจากร้านคาเฟ่ติดถนนในย่านนั้น ช่วยให้ผู้คนผ่อนคลาย หลายคนอดไม่ได้ที่จะไปแวะเวียนเข้าร้านเพื่อฟังเสียงเพลงนุ่มละมุนหู พนักงานยิ้มรับลูกค้าที่เดินเข้ามาอย่างเป็นมิตร

   Upbeat Art Cafe เป็นร้านที่ผสมผสานระหว่างศิลปะทางดนตรีและอาหารเข้าด้วยกันเหมือนกับชื่อของมัน ผนังและเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านล้วนเป็นสีดำ เทาหรือน้ำตาลเข้ม แสงไฟที่เปิดสลัวๆพอเหมาะและต้นไม้ที่ปลูกประดับตกแต่งร้านเป็นหย่อมๆ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูหม่นหมองไปเลยแม้แต่น้อย กลับช่วยเติมเต็มความหรูหราในความธรรมดาของร้านได้อย่างลงตัว ดนตรีที่ดังคลอบ้างจากเครื่องดนตรีจริงๆบ้างจากเครื่องเสียงเข้ากับบรรยากาศชวนให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

   

   กริ๊ง~ เสียงกระดิ่งดังพร้อมประตูที่ถูกดันเข้ามาโดยชายสองคน

   

   "ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ" พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์เอ่ยถามลูกค้าด้วยรอยยิ้มเหมือนเช่นเคยทุกครั้ง

   "พวกเราเป็นตำรวจ เราขอพบกับพนักงานที่ไปส่งกาแฟที่ KM อพาร์ทเมนท์หน่อยครับ" โอมหยิบบัตรตำรวจให้พนักงานดู เธอหรี่ตามองอย่างสงสัยว่าตำรวจมาทำอะไร แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ เธอเชิญพวกเขาไปที่ห้องพักพนักงานเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนลูกค้าท่านอื่น

   

   "วันนี้มีพนักงาน 2 คนที่ไปส่งที่นั่นค่ะ" หญิงสาวสวยผมยาวเป็นลอนคลื่นสีน้ำตาลและดวงตาสีคาราเมลเป็นประกาย ในชุดเครื่องแบบประจำร้านเดินตรงมาหานายตำรวจทั้งสอง ที่อกเสื้อด้านซ้ายติดป้ายชื่อบ่งบอกถึงฐานะผู้จัดการร้านแห่งนี้

   

   เธอยื่นกระดานหนีบที่มีใบเอกสารอะไรสักอย่างมาให้นายตำรวจ ฟรีรับมาเปิดดู ปรากฏเป็นใบลงชื่อสำหรับคนที่จะไปส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้า เพราะมันเป็นบริการพิเศษ พนักงานที่เสียสละไปส่งจะได้โบนัสเป็นเงิน 15% จากราคาของที่ลูกค้าสั่ง เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการคำนวณจึงได้มีการจดบันทึกชื่อพนักงานที่จะไปและสถานที่ส่งเอาไว้พร้อมวันเวลา

   "แค่สองคนเท่านั้นหรอครับ คุณ...เฮเซล" ฟรีเหลือบมองป้ายชื่อหล่อนนิดหน่อยก่อนกลับไปสบตาอีกครั้ง

   "ค่ะ มีแค่สองคนที่ไปที่นั่นวันนี้"

   "แล้วคนไหนไปส่งที่ห้อง 506"

   "ฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้มีแค่สกายที่ยังทำงานอยู่นะคะ อีกคนกลับไปแล้ว"

   "ไม่เป็นไร ช่วยเรียกเขามาหน่อยได้ไหมครับ" ผู้จัดการสาวพยักหน้า บอกให้พนักงานคนหนึ่งไปเรียกชายหนุ่มนามสกายซึ่งกำลังเล่นกีตาร์โปร่งกับคนรู้จักที่อาสามาช่วยบนเวทีขนาดย่อมของร้าน

   

   สกายเมื่อถูกเรียกพบกะทันหันก็ทำสีหน้างุนงง ก่อนผละตัวจากคนรู้จักไปห้องพักพนักงานที่มีคนอยากเจอตนอยู่

   คราวนี้เป็นฟรีที่แสดงป้ายประจำตัวตำรวจ สายตาของสกายยิ่งทวีความงุนงงมากกว่าเดิมเมื่อคนที่อยากพบเขาคือตำรวจ

   "มีอะไร...รึเปล่าครับ"

   "วันนี้คุณ..สกายไปที่ KM อพาร์ตเมนท์ใช่ไหมครับ"

   "ก็ใช่ครับ ผมไปส่งกาแฟน่ะ"

   "ใช่คุณรึเปล่าที่ไปส่งที่ห้อง 506"

   "ครับ ผมเอง มีอะไรครับ"

   "วันนี้เวลาบ่ายโมง คนที่พักในห้อง 506 เสียชีวิตเพราะยาพิษและเราพบยาพิษในกาแฟที่คุณเอาไปส่งครับ "

   "แต่ผมไม่ได้ทำนะ"

   "คนร้ายทุกคนก็พูดอย่างนี้แหละ เชิญไปให้ปากคำต่อที่โรงพักเถอะครับ"

   "ด..เดี๋ยวก่อน ผมเปล่านะ" นายตำรวจสองคนเดินเข้ามาคล้องแขนสกายพาเดินออกทางหลังร้านขึ้นรถตำรวจไปเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เขาร้องปฏิเสธแต่ก็ไร้ผล สุดท้ายก็ต้องขึ้นรถไปอย่างจำยอม

   

   "เฮ้ สกา..เกิดอะไรขึ้นน่ะครับ ทำไมสกายเขาถึง...โดนตำรวจพาไปแบบนั้น" ประตูห้องพักพนักงานถูกเปิดออกด้วยชายหนุ่มผมสีดำสนิทจัดเป็นทรงทูบล็อกง่ายๆ มีหน้าม้าตกลงมาพอประมาณดูหล่อ ผิวขาวเหมือนคนไม่ค่อยโดดแดด นัยตาสีดำเป็นประกายเทาแปลกประหลาด แต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับมีเสน่ห์ มือข้างหนึ่งยังถือกีตาร์โปร่งตัวโปรดเอาไว้

   แม้เขาไม่ได้เป็นพนักงานของร้านแต่ก็ได้รับอนุญาตจากผู้จัดการให้เข้าออกได้ตามสะดวก เพราะเขาเป็นคนรู้จักกับพนักงานในร้าน ทั้งยังมีอัธยาศัยดีและเป็นมิตร ทำให้ปรับตัวเข้ากับพนักงานในร้านได้อย่างง่ายดาย หลายครั้งมาช่วยเล่นดนตรีเรียกลูกค้าให้กับร้านอีกด้วย

   วินมองไปที่ประตูหลังร้านอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาตามคนรู้จักกลับกลายเป็นว่าเห็นเขาถูกตำรวจพาตัวขึ้นรถออกไปซะงั้น

   

   "อ้าวน้องเทวินทร์ สกายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมน่ะสิ พี่คิดว่าไม่ใช่สกายหรอก แต่พี่ก็ยื้อพวกเขาไว้ไม่ได้ด้วย หวังว่าจะไม่เป็นไรนะ" เฮเซลมองประตูหลังร้านที่ปิดไปแล้วด้วยแววตาเป็นห่วง

   "ไม่เป็นไรหรอกครับ สกายไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก ถ้าเกิดมีเรื่องผิดใจจริงๆเขาก็ไม่ใช้วิธีนี้ แต่คงเดินไปต่อยหน้าตรงๆเลยล่ะครับ ฮ่ะๆๆ" วินพูดอย่างติดตลก แต่ก็เรียกรอยยิ้มให้พนักงานในร้านได้ไม่ยาก ก่อนพวกเขาจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง วินก็กล่าวลาเฮเซลเพื่อขอตัวกลับทันที

   

   "ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเจ้าสกายหน่อยแล้ว ไปขอร้องใครถึงจะดีนะ" วินเอ่ยพึมพัมกับตัวเองขณะแบกกีตาร์เดินกลับบ้านท่ามกลางฝูงชนยามราตรี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น