Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 13 : Case 13 ช่วยเหลือตัวประกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   วินยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากหลังจากถูกซ้อมและทิ้งไว้ในห้อง ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เขาอยู่ในห้องนี้ แต่ต้องนานแน่นอน เพราะกว่าเขาจะขยับให้เชือกครูดกับมุมตู้จนขาดได้มันไม่ใช่ง่ายๆ แถมท้องฟ้าข้างนอกยังเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มอมส้มแล้วด้วย

   วินลูบรอยแดงบนข้อมือตัวเองและแกะเทปที่ปากออก เขากวาดตามองหาทางหนีออกจากที่นี่ หน้าต่างทุกบานถูกเสริมด้วยโครงเหล็กอย่างดีที่คงจะงัดออกไม่ได้ ประตูก็ล็อก แต่เรื่องนั้นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเขาเคยศึกษาวิธีสะเดาะกุญแจมาบ้าง

   วินก้มหยิบคลิปหนีบกระดาษที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาสองอัน ยืดมันออกให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการและสอดเข้าไปในรูกุญแจของลูกบิดประตู เขาเลียริมฝีปากเพื่อลดความตึงเครียด พยายามเคลื่อนมือไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่นานก็เกิดเสียงคลิกพร้อมลูกบิดที่หมุนได้เต็มที่

   "สำเร็จ!" วินออกแรงผลักประตูเบาๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียง แต่ทว่า...ประตูกลับเปิดไม่ออกเหมือนมีอะไรขวางทางเอาไว้ "โถ่! ไม่เอาน่า อุตส่าห์สะเดาะกุญแจได้แล้วแท้ๆ"

   ในตอนที่วินกำลังสนใจกับประตูอยู่นั้น เขาก็ได้กลิ่นไหม้ของบางอย่าง เมื่อหันหลังกลับมาก็เจอกลุ่มควันโขมงลอยออกมาจากในตู้เหล็กหลังหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ใต้หน้าต่างตรงข้ามกับประตูที่เขายืนอยู่ เมื่อเปิดประตูตู้ออกดูความร้อนและควันก็พุ่งจู่โจมใบหน้าเขาอย่างเร็วจนต้องรีบปิด วินรีบถอยกรูออกห่างจากตู้และตรงไปทุบประตูทันที

   "แค่ก เฮ้! แค่กๆๆ มีใครอยู่ไหม แค่กๆๆ ช่วยผมด้วย!"

   

   

   "พี่ครอส ได้ของแล้วเรารีบไปเร็ว" คริสวิ่งหอบเอากระเป๋าใบโตพุ่งตัวเข้ามาในรถตู้สีดำอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายร่างบึกบึนกับชายอวบอ้วนชักช้าให้ตะลุมบอนกับตำรวจที่ไล่ตามมาข้างหลัง

   ครอสซึ่งทำหน้าที่รออยู่ที่รถ รีบติดเครื่องและเร่งเผ่นหนีออกมาแม้ประตูยังปิดไม่สนิทด้วยซ้ำ "ไม่นึกว่า ไอ้ประธานนั่นจะยังใจกล้าไม่ไล่ตำรวจกลับไป นายจัดการคนที่เราขังไว้ในห้องแล้วใช่ไหม"

   "ป่านนี้ไฟก็คงจะติดแล้วล่ะพี่ ผมเอาน้ำมันราดตู้แล้วตั้งเวลาให้มอเตอร์ทำงานจนเกิดประกายไฟเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวมันก็ลามไปตามลังกระดาษข้างๆเอง"

   "ดีมาก"

   หลังจากพวกเขาขังไอ้เด็กนั่นไว้ที่ตึกแล้วส่งสถานที่นัดพบใหม่ไปที่ประธาน K Dream เมื่อถึงเวลานัดพบตอนหกโมงเย็น พวกเขาก็ไปรับของ แต่ในตอนที่พวกเขากำลังจะหนี เจ้าประธานนั่นก็เรียกหยุดพวกเขาถามถึงเพื่อนมัน คริสโยนโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้ก่อนจะชิ่งหนีออกมา ไม่คิดว่าจะยังมีตำรวจตามมาด้วย ทำให้เขาต้องทิ้งพรรคพวกทั้งสองไป ถือว่าเป็นการเสียสละแล้วกัน แล้วพวกฉันจะใช้เงินพวกนี้แทนอย่างดีเลย

   

   ทางด้านวอลที่กำลังขับรถไปที่ตึกสาขาแห่งหนึ่งของนายครอสที่อยู่ห่างไปจากตัวเมืองหลายกิโล พีก็ติดต่อเข้ามารายงานการแลกเปลี่ยนของทันที หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและได้ตัวประกันคืนทุกอย่างก็จบ เขาจะได้หักรถหลับ แต่ถ้าไม่ก็เหลืออีกสามสาขาที่ยังไม่ได้ไปดู เพราะต้องปฏิบัติภารกิจอย่างลับๆและต้องแบ่งกำลังคนทำให้มีพนักงานไม่พอ วอลจึงอาสาที่จะไปสำรวจช่วยที่หนึ่งด้วย

 

   [พวกมันไม่ได้พาวินมาด้วย พี่นิมบอกว่ามันส่งโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้ก่อนหนีไป แถมยังฉายภาพแบบเรียลไทม์จากกล้องวงจรปิด วินกำลังแย่แล้วครับ ห้องที่เขาอยู่มีแต่ไฟกับควัน พี่เร็วหน่อย]

   "ใกล้ถึงแล้ว"

   [อีกสองหน่วยเพิ่งถึงที่ตึกแต่ไม่มีท่าทีว่าเกิดไฟไหม้เลย พวกเขากำลังสำรวจอยู่ บางที่วินอาจถูกขังอยู่ทางพี่ก็ได้]

   "โอเค ฉันถึงแล้ว มีควันลอยออกมาจากหน้าต่างชั้นสองด้วย นายเรียกรถดับเพลิงและรถพยาบาลมาทางนี้ด่วน"

   [ครับ]

   วอลเปิดประตูลงจากรถวิ่งตรงเข้าไปในตัวตึกอย่างไม่ลังเล ลิฟต์ที่ชั้นหนึ่งคงใช้ไม่ได้แล้ว เขาเลี่ยงไปใช้ประตูหนีไฟแทน แต่มันกลับถูกลงกลอนไว้ วอลมองดูรอบๆผ่านความมืดของช่วงเวลาพลบค่ำ ไม่มีวี่แววของคนร้ายอยู่แถวนี้ กลิ่นไหม้ลอยคละคลุ้งเจือจางตามอากาศชั้นหนึ่ง

   "ไม่มีเวลาแล้ว" เขากระแทกเข้ากับประตูอย่างแรงสองสามครั้งประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นบันไดสีปูนที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน

   หลังจากวิ่งตามบันไดขึ้นมาถึงชั้นสองแล้ว วอลก็มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากควันกลิ่นฉุนที่บดบังทัศนวิสัย "วิน! วิน! นายอยู่ที่ไหนน่ะ ถ้าได้ยินแล้วตอบด้วย" แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา

   "พี จากวิดีโอ แค่กๆๆ เห็นไหมว่าวินเป็นยังไงบ้าง แค่กๆๆๆ"

   [ควันเยอะมาก แต่ก็พอเห็นอยู่ ตอนนี้เขาล้มไปแล้วครับ พี่เร็วหน่อย]

   วอลยื่นลังเลชั่วขณะว่าจะไปทางไหนดี ก่อนตัดสินใจวิ่งไปในทางที่คาดว่ามีควันลอยออกมาเยอะที่สุด ดวงตาของเขาแสบร้อนจนน้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ภายในปอดของเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากโดนเผา

   

   "แค่กๆๆ" เสียงไอเบาๆดังขึ้นจากทิศไหนสักทางภายในม่านควัน

   "วิน!! แค่กๆๆ ถ้ายังมีสติอยู่ก็ตอบด้วย!!" วอลกลั้นหายใจเงียหูฟังเสียงรอบข้าง มีเสียงเคาะเบาๆสามสี่ครั้งดังออกมาจากซ้ายมือของเขา แต่นอกจากตู้เอกสารก็ไม่มีประตูอะไรเลย เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งตรงตู้หลังที่สามก่อนเงียบหายไป

   ปัง! วอลดันตู้เหล็กหลายกิโลที่เริ่มอุ่นให้ออกไปพ้นๆ ประตูที่เปิดแง้มซ่อนอยู่ข้างหลัง ควันโขมงลอยออกมาตามซอกพร้อมกับไอความร้อน เด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น ที่ฮู้ดสีขาวยังหลงเหลือรอยเลือดแห้งกรังติดอยู่เป็นจุดๆ

   "วิน! แค่กๆๆ วิน!" ผมตีที่หน้าเรียกสติ แต่เขาสลบไปแล้ว วอลเลยต้องแบกร่างเด็กหนุ่มขึ้นหลังพาหนีออกมาจากตึก

   "พี่ครับ" วอลเหลือบมองเด็กหนุ่มที่พึมพำบางอย่างอยู่ข้างหูของเขาในตอนที่กำลังวิ่งลงบันได แต่ก็ต้องกลับมาสนใจทางข้างหน้าต่อทันที

   

   [พี่เป็นอะไรไหม! บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า]

  "เฮือก! แค่กๆๆ เฮ้อ ฉันไม่เป็นไร" วอลสูดหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอด แสบไปทั่วลำคอ ยังมีความรู้สึกขมปร่าของเขม่าควันติดอยู่ที่ปลายลิ้นไม่หาย

   เสียงไซเรนและแสงกะพริบเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น รถดับเพลิงสองคันวิ่งเข้ามาจอดด้านข้าง พนักงานดับเพลิงกระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว ลากสายฉีดน้ำเข้าไปใกล้ตึกสามชั้นที่ถูกเปลวไฟแผดเผาท่ามกลางความมืดและแสงจันทร์ ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดพวกเขาคงได้โดนย่างสดแน่ๆ

   "วิน ได้ยินที่ฉันพูดรึเปล่า" วอลเขย่าตัววินเบาเป็นการเรียกสติ แต่เขาก็ยังไม่ฟื้น ผมตรวจดูแผลภายนอกที่อาจถูกเปลวไฟ โชคดีที่ไม่มี หลังจากนั้นก็เช็กชีพจรและลมหายใจของชายหนุ่มที่นอนนิ่งไม่ไหวติ่ง

 

   ชีพจรยังเต้นอยู่แต่ไม่หายใจแล้ว!

 

   "พีอีกนานแค่ไหนรถพยาบาลถึงจะมาถึง!"

   [อีกประมาณห้านาที]

   "แบบนี้วินต้องแย่แน่ๆ เขาหยุดหายใจไปแล้ว"

   [อะไรนะ!]

   วอลจัดท่าทางวินให้นอนราบกับพื้นดีๆ แผลที่หัวปากแผลไม่ใหญ่มากและเลือดหยุดไหลไปแล้ว เขาแนบหูลงที่อกเด็กหนุ่มอีกครั้งเช็กการเต้นของหัวใจ มันค่อยๆเบาลงเพราะอาการหยุดหายใจ วอลวางมือลงที่อกซ้ายให้แขนตั้งฉากและเริ่มทำ CPR สลับกับผายปอดทันที

   "1..2..3..4..5..6..7..8..9..10 ฟู่~" เขาทำซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ ไม่นานนักเสียงไซเรนของรถพยาบาลกับตำรวจก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ มันยังไม่ถึงห้านาทีเลยนี่นาพึ่งจะสองนาทีเอง เหมือนจะรู้ใจ พีตอบคำถามผ่านหูฟังทันที

   [พี่ฟรีขอให้ตำรวจที่อยู่สถานีใกล้ๆมาขับรถนำทางเปิดถนนให้]

   

   หน่วยกู้ภัยถือเปลกับกล่องพยาบาลตรงมายังคนเจ็บทั้งสอง "เป็นอะไรไหมครับ"

   "ผมไม่เป็นไร วินไม่หายใจแต่หัวใจยังเต้นอยู่ครับ" วอลตอบคำถามของกู้ภัยไปพร้อมๆกับการทำ CPR ด้วย

   "แค่ก เฮือก! แค่กๆๆ" วินสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอดอย่างโหยหา ก่อนจะไอตัวโยนเพราะอาการแสบคอ เขาปรือตาขึ้นมองรอบๆ

   "นายไม่เป็นไรใช่ไหม" ผมพยุงวินขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า ก็ให้สัญญาณกับกู้ภัยนำเปลมาหามวินไปขึ้นรถทันที วอลมองตึกที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางกองไฟอีกครั้ง แล้วเดินไปขึ้นรถตัวเองขับตามรถพยาบาลที่เคลื่อนตัวออกไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น