Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 14 : Case 14 นายรู้เรื่องพวกเราได้ไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

   

   

   

   ในตอนที่สติกำลังจะดับลงท่ามกลางเปลวไฟ ผมรู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงเรียกชื่อของผมดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ถึงแม้มันอาจจะเป็นเพียงจินตนาการ แต่ถ้าส่งเสียงเรียกออกไปก็คงจะดีเหมือนกัน ผมอาจจะรอดก็ได้มั้งนะ ดีกว่าต้องมาเสียใจภายหลัง

   "แค่กๆๆ" ทั้งที่พยายามจะพูด แต่เขม่าควันในอากาศทำให้ลำคอผมแสบไปหมด ประตูก็อยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่กลับออกไปไม่ได้

   ปัง! เสียงบางอย่างถูกกระแทกอย่างแรง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนร่างกายผมกำลังลอยขึ้น

   

   ความอบอุ่นราวกับกำลังปลอบโยนให้หายหวาดกลัวจากแผ่นหลังกว้างของคนที่มาช่วยผมช่างเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและน่าคิดถึงจริงๆ เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับพี่ชายของผมเลย "พี่ครับ"

   

   ความอึดอัดแน่นอยู่ในอกเหมือนมีอะไรติดอยู่ข้างใน ราวกับจะถ่วงดึงให้จมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร ตามมาด้วยแรงหนักๆกดทับที่อกหลายครั้งเหมือนกับโดนค้อนทุบ ดึงผมกลับมาสู่ความเป็นจริง "แค่ก เฮือก แค่กๆๆ"  

   ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มถูกแต่งแต้มด้วยควันเป็นทางยาว ผมมองเห็นแสงสว่างวูบไหวสีส้มแดงผ่านหางตาซ้ายมือ และใครบางคนที่กำลังเรียกอยู่ทางขวา ผมมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด แถมไม่ได้ยินที่เขาพูดเพราะเสียงอื้ออึงที่ดังอยู่ในหู แต่จับใจความได้นิดหน่อยจากการขยับปากจึงพยักหน้ากลับไป นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้

   

   ในตอนที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็อยู่บนเตียงในห้องสีขาวสะอาดเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทุกแห่ง เสื้อผ้าถูกผลัดเปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ผ้าก๊อซที่พันรอบหัวทำให้รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย

   

   แกร๊ก! ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออกโดยแพทย์หญิงในชุดกาวน์ที่เดินเข้ามาพร้อมใบจดบันทึก

   "ตื่นแล้วหรอคะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง" เธอถามด้วยรอยยิ้มขณะเดินมาเช็กถุงน้ำเกลือด้านข้าง

   "ปวดหัวนิดหน่อยครับ"

   "บาดแผลภายนอกโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ นอนให้น้ำเกลือคืนหนึ่งพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลย ช่วงวันสองวันนี้ก็หมั่นกินน้ำบ่อยๆนะคะเพราะว่าร่างกายคุณค่อนข้างขาดน้ำมาก"

   "ครับ"

   "งั้นฉันขอตัวก่อน ถ้ามีอะไรสามารถกดปุ่มเรียกหมอได้เลยนะคะ"

   "ขอบคุณครับ" ผมล้มตัวนอนอีกครั้งหลังจากที่ประตูห้องปิดลง ในตอนที่คุณหมอออกไปผมเห็นว่าข้างนอกมีตำรวจยืนเฝ้าอยู่ด้วย คงไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยแล้ว ดวงตาสีดำเป็นประกายเหม่อมองนาฬิกาที่แสดงเวลาแปดโมงเช้าอย่างเบื่อหน่าย

   โทรศัพท์ของผมน่าจะหล่นอยู่ที่สวนสาธารณะตอนถูกลักพาตัวแน่ๆเลย ป่านนี้ไม่รู้จะถูกเอาไปทิ้งที่ไหนแล้ว

   

   แกร๊ก! หลังนอนเหม่อได้ไม่นาน ประตูก็เปิดอีกครั้ง ทำให้วินต้องละสายตาจากนาฬิกาบนผนังไปมองที่ทางเข้า ได้ยินเสียงพูดคุยของคนหลายคนดังเข้ามาตั้งแต่พวกเขายังอยู่ที่หน้าห้อง หนึ่งในนั้นมีเสียงเพื่อนสนิทของเขาอยู่ด้วย

   "ไง ฟื้นแล้วหรอ ไม่เป็นไรใช่ไหม" สกายเป็นคนแรกที่เดินเข้า ตามด้วยอีกสองคน หนึ่งในนั้นเป็นคุณวอลที่เคยไปส่งเขากับสกาย

   "อื้ม พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว"

   สกายเดินเข้ามาจองเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย ปล่อยให้คนทั้งสองยืนอยู่ที่ปลายเตียง "ขอโทษนะ นายต้องมาโดนลูกหลงเพราะเรื่องของบริษัทฉันแท้ๆเลย"

   "ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องขอโทษหรอ ฉันก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสสักหน่อย แล้วพวกเขามาทำอะไรหรอ" บทสนทนาถูกเปลี่ยนหัวข้อมาถามถึงคนสองคนที่ยืนมองเขาทั้งคู่อยู่

   "คุณวอลนัทเขามาเยี่ยมน่ะ เมื่อวานหลังจากช่วยนายออกมาจากกองไฟเขาก็ไปตามหาคนร้ายช่วยตำรวจต่อ" วินมองไปยังเจ้าตัวที่ยืนยิ้มนิ่งๆอยู่ที่ปลายเตียงเมื่อถูกพูดถึง และเอ่ยขอบคุณ

   "ขอบคุณที่ช่วยครับ" คนที่ไปช่วยเขาคือคุณวอลหรอเนี่ย

   "อื้ม ปลอดภัยก็ดีแล้ว" ในตอนที่วินกำลังจ้องหน้าวอลอยู่นั้น ภาพของคนบางคนก็ซ้อนทับขึ้นมา จนต้องส่ายหัวให้ภาพหายไป

   

   'พี่...ไม่หรอก เราคงแค่คิดถึงขึ้นมา ยังไงพี่เขาก็...ตายไปแล้วนี่'

   

   "ส่วนคุณฟรีเป็นตำรวจที่ทำคดีนี้ เจอกันข้างหน้าเมื่อกี้เอง เห็นบอกว่าจะมาสอบปากคำนาย ทั้งที่ฉันบอกว่าให้มาเวลาอื่นแท้ๆ"

   "ไหนๆพยานก็ฟื้นแล้วจะเสียเวลาอยู่ทำไม ถ้าคนร้ายสองคนที่หนีลอยนวลไปกลับมาอีกจะทำยังไงล่ะ"

   "คุณให้วินพักก่อนค่อยมาก็ได้ครับ"

   "นายไปจัดการเรื่องของบริษัทตัวเองเถอะ"

   "นั่นมันก็ไม่เกี่ยว---"

   เสียงโทรศัพท์ของสกายดังขึ้นขัดจังหวะการมีปากเสียงพวกเขาทั้งคู่ สกายมองเขม่นไปที่นายตำรวจก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ

   

   "ครับ คุณกร" เขาขานรับปลายสายที่น่าจะเป็นเลขาของเจ้าตัว คิ้วของเขาค่อยๆขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินในสิ่งที่ปลายสายพูด "อะไรนะ! ทำไมพวกนักข่าวรู้เรื่องเร็วขนาดนี้ล่ะครับ โอเคผมจะรีบเข้าไป แค่นี้ก่อนนะครับ"

   "ฉันกลับก่อนนะวิน อ้อ!" เขาทำหน้าเหมือนพึ่งนึกออกแล้วหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้ผม "นี่โทรศัพท์นาย มีอะไรก็ติดต่อมาล่ะ เรื่องค่าพยาบาลฉันจัดการให้แล้ว"

   "ขอบใจ"

   "เห็นว่าเพราะทำนายเดือดร้อนเฉยๆหรอกนะถึงจ่ายให้ แล้วก็คุณวอลนัท เรื่องค่าจ้างผมขอเลื่อนไปคุยพรุ่งนี้นะครับ" สกายหันไปคุยกับหัวหน้ากลุ่มนกฮูกราตรี ก่อนเดินออกไปจากห้องอย่างรีบร้อน

   เมื่อประตูปิดลง เสียงจากตำรวจตรงหน้าก็เรียกให้ผมหันกลับมามอง เขาถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงโดนลักพาตัวสักพัก จนเมื่อได้ข้อมูลคนร้ายที่ต้องการครบแล้วก็เดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับคุณวอลสองคน

   

   "เอ่อ คุณวอลไม่ไปด้วยหรอครับ" วินถามหลังจากเห็นนายตำรวจเดินออกไปแต่คนตรงหน้าเขาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเดินออกไปด้วย แถมยังดึงเก้าอี้มานั่งเล่นโทรศัพท์ข้างๆเตียงอีก

   "ไม่ล่ะ ผู้ว่าจ้างฉันบอกให้อยู่เฝ้านาย" วินย้อนนึกไปถึงบทสนทนาเมื่อกี้ของเพื่อนสนิท "สกายหรอครับ"

   "ใช่ อีกอย่างก็มีสมาชิกคนอื่นคอยช่วยอยู่แล้ว"

   

   "กลุ่มนกฮูกราตรีนี่ก็ดีเหมือนกันนะครับ" วินกล่าวนิ่งพลางก้มหยิบโทรศัพท์มาเช็กสภาพ ไม่สนใจวอลที่ละสายตามาจ้องหน้าเขา

   "ก็คิดอยู่ว่าสกายรู้เรื่องพวกฉันมาจากใคร ที่แท้ก็นายนี่เอง แล้วนายรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง" วอลเก็บโทรศัพท์ลงและมานั่งคุยกับผมอย่างจริงจัง สายตามองสำรวจอย่างจับผิด

   "ช่วยไม่ได้นี่ครับ มันไม่ใช่ความลับอะไรมากมาย แถม...สร้อยที่คอคุณมันออกข่าวดังเลยนี่นา" วินตอบกลับอย่างไม่ทุกร้อน มองสร้อยที่หลุดออกมาจากคอเสื้อของคู่สนทนาแวบหนึ่ง วอลนิ่งมองที่เขาสักพัก ก่อนถอนหายใจแล้วเก็บสร้อยกลับเข้าไปในเสื้อ "รู้เร็วขนาดนั้นเลย?"

   "พวกคุณหละหลวมเกินไปต่างหาก ถ้าผมเป็นพวกผู้ร้ายคงเอาไปป่าวประกาศหรือบุกไปสำนักงานคุณแล้ว" วินยังคงตอบคำถามของเขาโดยที่มือยังยุ่งวุ่นวายกับการตรวจเช็กโทรศัพท์ ถ้าตอนนั้นเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองคุณวอลคงได้เห็นสีหน้าที่ดูแปลกใจปนสนใจของเขาแน่ๆ

   "นายดูนิ่งดีนะ ถ้าเทียบกันคนวัยเดียวกันที่เจอเหตุการณ์แบบนี้"

   "ผมหรอ? คุณก็พูดเกินไป ไม่ว่าใครก็ต้องกลัวกันทั้งนั้นแหละ ผมแค่อาจจะเป็นคนที่ปรับตัวและยอมรับอะไรได้รวดเร็วมากกว่าเท่านั้น"

   "หรอ?" วอลเลิกคิ้วขึ้น สายตาปรากฏร่องรอยของความไม่เชื่อ เขาจึงยิงคำถามใส่อีก "แต่ว่านะ มีอย่างนึงที่ฉันสงสัย นายช่วยตอบหน่อยสิ"

   "โอ้ หัวหน้าเหล่านกฮูกมีอะไรสงสัยหรอครับ ถ้ารู้ผมจะตอบให้" วินเงยหน้าขึ้นมารอฟังคำถาม

   วอลนึกย้อนไปถึงวันที่เจอเด็กหนุ่มตรงหน้าครั้งแรก "ฉันว่าตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ฉันก็ไม่ได้ทำสร้อยหลุดออกมานอกเสื้อนี่นา แล้วนายรู้ได้ไง"

   "..." ลมหายใจของวินชะงักค้างชั่ววินาทีหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของวอลไปได้ "ว่าไง"

   "นั่นสินะครับ ผมอาจเป็นอัจฉริยะก็ได้" วินตอบกลับด้วยใบหน้าอมยิ้ม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   

   [พี่ครับ ทำไมยังไม่มาอีก ผมกับพี่นิมรอจนเมื่อยแล้วนะ จะไปกินข้าวได้ยัง ตั้งแต่เมื่อวานผมได้กินขนมปังก้อนเดียวเอง เห็นใจคนใช้แรงงานบ้าง] พีติดต่อผ่านทางหูฟังมาขัดจังหวะพอดี น้ำเสียงบ่งบอกถึงความแกล้งทำสุดๆ ทำให้บทสนทนาของวอลกับวินจบที่ตรงนั้น

   วอลเหลือบมองชายหนุ่มที่กลับไปนั่งเปิดโทรศัพท์เล่นอยู่บนเตียง "พวกนายไปกันเลย ฉันต้องอยู่เฝ้าวินน่ะ" สุดท้ายก็เลือกตอบไปแบบนั้น

   [อ้าว แล้วแบบนี้ใครจะเป็นคนจ่ายล่ะ]

   [ใช่ค่ะหัวหน้า เจ้ามือไม่มาไม่ได้นะคะ] เสียงหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มดังเสริมขึ้นมา บ่งบอกว่ามื้อนี้เขาต้องเลี้ยง

   "คุณวอลไปเถอะครับ ลูกทีมเรียกอยู่ไม่ใช่หรอ ไม่ต้องอยู่เฝ้าผมหรอก ข้างหน้าก็มีตำรวจเฝ้าอยู่แล้ว" วินละสายตาจากจอมาพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกเป็นความนัยว่าอยากให้เขาไปๆซะที

   [เห็นไหมพี่ ผมได้ยินนะว่าวินอนุญาตแล้ว มาเร็ว ไปร้านประจำกัน ผมหิวมากเลย]

   "แล้วนายล่ะ"

   "ผมดูแลตัวเองได้ครับ ไม่ต้องห่วงหรอก อีกเดี๋ยวผมก็คงลงไปหาอะไรกินที่โรงอาหารของโรงพยาบาลแล้ว คุณอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้ทำหรอกครับ" วอลมองวินที่ยักไหล่ให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนเดินออกจากห้องไป

   "ไว้ฉันจะแวะมาเยี่ยมใหม่" วอลหันมาพูดกับวินก่อนปิดประตูห้อง

   "ไม่จำเป็นครับ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น