Demonstrate ปริศนาสายสัมพันธ์

ตอนที่ 12 : Case 12 ตัวประกัน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

 

 

 

 

ย้อนกลับไปสองชั่วโมงที่แล้ว เวลา 11.00 น.

วินเปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเหล็กเสียดสีกัน ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมชายหนุ่มในชุดปกปิดใบหน้าสองคนเดินเข้ามา

ชายคนหนึ่งที่ดูอวบกว่าก้มลงแก้เชือกที่เท้าให้ ส่วนชายอีกคนที่ดูผอมดึงผมลุกขึ้นยืนแล้วลากให้ตามออกจากห้อง

ทางเดินทึบอับถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผงหนา มีรอยรองเท้าเหยียบย่ำผ่านไปมาหลายรอย ผมถูกพาขึ้นบันไดผ่านประตูเหล็กอีกทีก่อนจะออกมาเจอโถงกว้างโล่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นชั้นหนึ่งของตึกที่ถูกทิ้งร้าง นอกบานหน้าต่างที่แตกร้าวและขึ้นฝ้ามีต้นไม้ใบเขียวยืนรับแดดฤดูร้อนและเสียงแมลง

"เฝ้ามันไว้ เดี๋ยวฉันจะไปตามพี่ก่อน" ชายรูปร่างผอมผลักผมให้คุกเข่าลงกับพื้น เขาล้วงหยิบปืนที่เหน็บไว้ข้างหลังส่งให้ชายร่างท้วมก่อนเดินเลี้ยวหายไปจากสายตา

ผมเหล่มองมุมหนึ่งของโถงกว้างผ่านหางตา มีหญิงสาววัยทำงานกับเด็กชายตัวเล็กๆกำลังกอดกันกลมอย่างหวาดกลัว เธอสบตากับผมขณะหนึ่งก่อนละสายตาไปมองเด็กที่คงจะเป็นลูกของเธอ พวกเขาถูกชายร่างกายบึกบึนนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง น่าจะเป็นตัวประกันเหมือนกับผม

 

เสียงฝีเท้าดังกึกก้องมาตามโถงก่อนจะปรากฏชายร่างผอมคนเดิมที่เดินมากับชายหนุ่มสวมแว่นดูมีภูมิฐาน

"พามันไปขึ้นรถ เราจะไปที่ตึกสาขากัน" เขาเหลือบมองผมและสั่งชายอ้วนถือปืนข้างหลัง ก่อนจะแบนสายตาไปมองสองแม่ลูกที่มุมโถง "ส่วนพวกนั้นหมดประโยชน์แล้ว เอาพวกมันไปขังรวมกับไอ้โปรแกรมเมอร์นั่น"

วินถูกดึงให้ลุกขึ้นตามแรงฉุดกระชาก ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบแนบชิดกลางแผ่นหลังดันให้ต้องก้าวเดิน พวกเขาผ่านออกจากตึกทางประตูหลัง ไกลจากตัวตึกไปประมาณร้อยเมตร รถตู้สีดำจอดหลบใต้เงาไม้และพงหญ้าสูง ความรกร้างที่ถูกทิ้งไว้นานทำให้ยากที่จะมองเห็นแม้จะมีคนเดินผ่านไปมา แต่ทางเดินไร้หญ้าเล็กๆตรงหน้าบ่งบอกได้ว่ามีคนสัญจรไปมาทางนี้ค่อนข้างบ่อย

 

หลังจากขึ้นรถตู้ผมก็ถูกปิดตาด้วยผ้าทำให้มองไม่เห็นทางข้างนอก ไม่รู้ว่านานแค่ไหนรถก็หยุดลงพร้อมแรงดึงให้ผมลงจากรถ

"เดินหน้าไป อย่าคิดจะเล่นตุกติกล่ะ ไม่งั้นฉันจะเป่าหัวแก" ผมก้าวเดินอย่างช้าๆเพราะมองไม่เห็นจนบางครั้งก็ถูกผลักให้รีบเดิน ความรู้สึกของผืนดินใต้เท้าเปลี่ยนเป็นความแข็งของพื้นปูน เสียงกึกก้องของฝีเท้าหลายคู่ยังดังอยู่รอบๆตัวผม

 

ตุบ!! ฝ่าเท้าปะทะกับแผ่นหลังถีบให้วินล้มกลิ้งไปกับพื้นและกระแทกเข้ากับผนัง เขาล่ะอยากเอาผ้าปิดตาออกดูหน้าคนที่ถีบจริงๆ แต่น่าเสียดายที่มือยังถูกมัดไพล่หลังอยู่ และถึงจะเอาออกได้เขาก็คงจะสู้กับคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ดี

เสียงกุกกักเคลื่อนของบางอย่างดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงสั่งของคนที่เขาจำได้ว่าเป็นไอ้แว่นดังตามมา "ไปเปิดตาให้มันซิ"

"ครับ" ในที่สุดผมก็มองเห็นรอบๆ มันค่อนข้างจะต่างจากที่เดิมมาก นี่น่าจะเป็นห้องห้องหนึ่งในตึกสักตึก พื้นปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะอาดแต่ดูเก่าและแตกร้าว มีหน้าต่างเสริมโครงเหล็กที่ด้านหน้าผมและอีกบานทางซ้ายมือตรงข้ามกับประตูทางเข้า ตามมุมห้องยังมีลังกระดาษวางซ้อนกันระเกะระกะ ตู้เหล็กสนิมกินอีกหลายตู้

คนร้ายมีทั้งหมดสี่คน สามคนยืนพิงผนัง หนึ่งในพวกเขาซึ่งเป็นคนร่างกายบึกบึนสูบบุหรี่พ่นควันฉุนสีขาวจนนายอ้วนไล่เขาออกไปสูบข้างนอก ส่วนคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าคงจะเป็นไอ้แว่นที่นั่งบนโต๊ะที่น่าจะเคยเป็นที่วางของซึ่งตกกระจายอยู่บนพื้นตรงหน้าผม

"ตอนนี้กี่โมงแล้ว ถึงเวลารึยัง" เขาเอ่ยถามขึ้นมาพลางมองไปที่ชายร่างผอม

"อีกไม่กี่นาทีก็เที่ยงแล้วพี่ครอส ให้ผมส่งข้อความไปเลยไหม"

"ส่งไปเลย อ้อ เอาคอมในกระเป๋านายมาหน่อยคริส" คนที่ชื่อคริสหยิบคอมเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ส่งให้ครอส ก่อนจะก้มพิมพ์ข้อความบางอย่างในโทรศัพท์

"นายเอารถไปรอรับของแถวนี้ก่อน ถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรผิดพลาดฉันจะโทรไปหาอีกที"

"ครับลูกพี่" ชายร่างอวบรับกระดาษแผ่นหนึ่งจากครอสก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถดังแว่วมาก่อนจะเบาลงและหายไป

 

 

"พี่ครอสพวกเราจะไม่โดนจับใช่ไหม"

"นายจะกลัวอะไรคริส เราทำมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องทำไปให้สุดสิ อีกนิดเดียวเราก็จะได้เงินสามสิบล้านแล้วนะ ข้อมูลของมันถ้าเราเอาไปขายให้คู่แข่งมัน นอกจากจะได้เงินแล้วยังทำให้ไอ้ประธานที่ทำให้ชีวิตเราล่มจมต้องเจออย่างที่เราเจอบ้าง หลังจากนั้นเราก็จะหนีออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับเงินก้อนโต"

วินมองพวกเขาคุยกันเรื่องหนีออกนอกประเทศอย่างเหม่อลอย เขารู้สึกไม่มีแรง เหนื่อยมากและหน้ามืดบ่อยๆมาตั้งแต่ขึ้นรถ อาจเป็นเพราะเขายังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วแม้แต่น้ำสักหยดเดียว ถ้าแกะเทปออกริมฝีปากตอนนี้จะต้องซีดมากแน่นอน ทุกครั้งที่กลืนน้ำลายเขาจะรู้สึกได้ถึงความแสบร้อนที่ลำคอราวกับถูกไฟเผา แถมยังปวดหัวตุบๆอีกด้วย

 

ชายร่างบึกบึนเปิดประตูกลับเข้ามาใช้เท้าขยี่บุหรี่กับพื้นพลางเหลือบมองที่ผม "ลูกพี่สภาพหมอนั่นดูไม่ดีเลยนะ" เขานั่งยองๆลง จับใบหน้าของตัวประกันให้เงยขึ้นมาสบตา "มันจะตายก่อนที่เราจะได้เงินรึเปล่า หน้าซีดอย่างกับแผ่นกระดาษ"

คนที่เป็นหัวหน้าเหลือบมองวินเล็กน้อย แล้วสั่งลูกน้องอย่างลวกๆก่อนกลับไปสนใจกับจอคอม "นายไปเอาน้ำให้มันกินสักหน่อยแค่นั้นก็พอแล้ว"

ชายคนนั้นไหวไหล่เดินไปหยิบขวดน้ำจากกระเป๋าแล้วยื่นมาตรงหน้าผม "อย่าเอะอะล่ะ ไม่งั้นหัวนายคงจะได้มีรอยกระสุนเป็นเครื่องประดับ" ผมพยักหน้าเบาๆ เขาจึงได้แกะเทปที่ปากออกและเลื่อนขวดน้ำมาจ่อที่ริมฝีปาก ผมค่อยๆดื่มน้ำช้าๆผ่านลำคอที่แห้งผาก ก่อนจะต้องสำลักไอเมื่อชายคนนั้นเล่นยกขวดน้ำขึ้นจนผมกลืนไม่ทัน เสื้อฮู้ดสีขาวที่คลุกฝุ่นเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำเป็นทาง เมื่อน้ำหมดขวดเขาก็ปิดปากผมเอาไว้เหมือนเดิม

 

 

"เจ้าประธานนั่นมันขัดข้อตกลงนี่ ดูสิ! มันแจ้งตำรวจด้วย" ครอสชี้ให้อีกสองคนในห้องดูที่จอคอม ภาพปรากฏเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่ขังตัวประกันสามคนไว้ในที่ที่พวกเขาพึ่งจากมาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว พร้อมกับตำรวจหลายนายที่บุกเข้าไปช่วยเหลือตัวประกัน

ประธาน? คนรู้จักผมที่สามารถเรียกว่าประธานได้ก็คงมีแต่สกายเท่านั้น พวกมันจับผมมาต่อรองกับเจ้าสกายหรอเนี่ย พวกมันเป็นใครแล้วมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

"ดีนะที่พี่บอกให้ติดกล้องไว้ในห้องที่ขังเจ้าโปรแกรมเมอร์นั่นด้วย ไม่งั้นเราคงไม่รู้ว่ามันจะเล่นตุกติก"

"ส่งข้อความบอกไอ้อ้วนไม่ต้องไปรับแล้ว กลับมาเลย คงต้องสั่งสอนคุณประธานสักหน่อยแล้ว จะระเบิดให้เป็นจุลเลยคอยดู" หลังจากชายชื่อครอสสั่งให้คริสส่งข้อความไปหานายอ้วนที่ออกไปก่อนหน้านี้ เขาก็กดเบอร์แล้วโทรไปยังที่ที่หนึ่ง แต่ไม่ได้ยกโทรศัพท์มาแนบหู เขาบอกว่าจะระเบิดที่ไหนกัน โทรศัพท์เครื่องนั้นต้องเป็นเครื่องจุดระเบิดระยะไกลอย่างแน่นอน

 

ครอสหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ออกมา แล้วกดโทรออกไปที่เบอร์ๆหนึ่ง กดลำโพงเปิดเสียงเอาไว้ให้พรรคพวกอีกสองคนได้ยินด้วย "ฮัลโหล" ปลายสายซึ่งเขามั่นใจว่าเป็นเสียงของเพื่อนเขาตอบกลับมา แสดงว่าเขาคิดถูก

"สวัสดี ท่านประธาน"

"พวกแกอยู่ไหน ฉันเตรียมของที่ต้องการมาให้แล้ว ทีนี้ก็ส่งตัวเพื่อนฉันมา"

"จุ๊ๆๆๆ ท่านประธาน คุณนี่ช่างเป็นคนที่ดื้อดึงจริงๆ ไม่ใช่บอกว่าอย่าแจ้งตำรวจรึไง คุณคงอยากจะให้เพื่อนคุณตายเร็วๆงั้นสิ ฉันต้องแสดงตัวอย่างให้ดูก่อนไหมคุณถึงจะทำตามที่สั่ง ปัง!!!" ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนผมร้องไม่ออก

ชายร่างบึกบึนสบตากับครอสที่พยักหน้าให้ ก่อนหยิบปืนที่เหน็บเอาไว้หันมาทางผมและเหนี่ยวไกโดยไม่แม้แต่จะเล็ง ลูกกระสุนปืนแล่นผ่านอากาศฝังเข้าที่ผนังปูนเฉียดหูผมไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

"วิน!!!"

"โอ้ โทษทีนะเหมือนปืนจะลั่น เจ้าหนู แกนี่โชคดีจริง เฉียดหัวไปแค่นิดเดียวเอง เหมือนว่าคุณประธานเพื่อนแกจะอยากให้แกตายเร็วๆนะ ถ้าจะโทษก็ไปโทษเพื่อนของแกที่ไม่ยอมทำตามที่พวกฉันสั่งละกัน นายสั่งสอนมันสักหน่อยสิ"

ผมได้แต่มองไปยังชายร่างบึกบึนที่กำลังหักนิ้วอย่างมันมือ หมัดหนักถูกซัดเข้าที่หน้าอย่างจังจนมึน ก่อนผมจะโดนเตะซ้ำที่ท้องอีกหลายรอบจนต้องล้มนอนคู้ตัวที่พื้น

"อย่านะ พวกแกทำอะไรเขา!"

"นั่นสิ ถือว่าฉันใจดีจะให้โอกาสแกเลือกอีกสักครั้งว่าจะช่วยหรือจะฆ่าเขา เลือกให้ดีๆ บอกให้ตำรวจถอนตัวไปซะ อ้อ แต่โทษฐานที่ไม่ยอมทำตาม คงต้องมีการเชือดไก่ให้ลิงดูสักหน่อย แล้วพวกฉันจะติดต่อไปใหม่"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น