ตอนที่ 70 : EP : 68 อาจารย์สอนการต่อสู้คนใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    11 มิ.ย. 62




EP : 68 อาจารย์สอนการต่อสู้คนใหม่









“รีบไปกันเถอะ งานจะเริ่มแล้ว” กงกุ้ยเสี่ยวที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนำหน้าทุกคนไป ไม่ได้มองไปยังเล่าชายหนุ่มสิบคนที่ยืนงงว่าเหล่าชายหนุ่มที่มาใหม่นั้นรูปงามเกินกว่าที่ตัวเองจะสู้ไหว


“เราจะนั่งกันตามปี พวกเจ้าเป็นปีหนึ่งจะได้นั่งด้านหน้าสุด อาหารมีให้อยู่ด้านนั้น เลือกทานได้ตามสบาย”กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยบอกพลางชี้นิ้วไปที่มุมห้องด้านหนึ่งที่เป็นจุดให้บริการอาหารที่คนทำให้ไม่ต่างจากร้านอาหาร


“ขอบคุณศิษย์พี่เจ้าค่ะ” เหล่าหญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางมองกงกุ้ยเสี่ยวไม่ว่างตากันเลยทีเดียว


“คนนี้รักท่านหรือเจ้าค่ะ หน้าตาของเขาดูซื่อบื้อนะเจ้าคะ” หรงซู่จินที่ได้ยินซีเจียเอ่ยถามแบบนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาทันที มันก็จริงอยู่หรอก แต่เธอไม่อยากจะให้ภาพลักษณ์ภายนอกหลอกเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา เลยไม่คิดว่ากงกุ้ยเสี่ยวก็เหมือนผู้ชายทั่วไป มันก็ต้องมีเล่ห์เหลียมกันบางไม่มากก็น้อย


“ดูเหมือนหลอกใช้ง่าย” จินเซียเอ่ยจบก็นั่งลงโดยไม่สนใจสายตาของเหล่าชายหนุ่มที่มองมาที่ตัวเอง


 “หลินหลิน เจ้าไปไหนมา” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามไป๋หยางหลินทันทีที่เห็นคนรักของตัวเข้ามาในห้องโถง ในใจก็คิดว่าอีกคนไปอยู่กับหญิงสาวคนไหนมาหรือไม่


“ปวดหนัก” ไป๋หยางหลินตอบหน้าตาย ทีจริงแล้วก่อนหน้านี้เขาถูกเจ้าสำนักดาราจุติเรียกไปพบ เพื่อพูดคุยกันนิดหน่อย


“เอ่อ เราไปหาอะไรทานกันดีกว่าหรือไม่” หรงลู่จินเอ่ยขึ้นซึ่งทุกคนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะพากันเดินไปสั่งอาหารที่ตัวเองอยากจะทาน ยังดีที่ไม่ให้ชายหญิงแยกกันนั่ง ทุกคนเลยนั่งกันได้ตามสบาย


“เจ้าคือหรงซู่จินที่เป็นน้องสาวของหรงอี้จินใช่หรือไม่” ในขณะที่หรงซู่จินกำลังรออาหารอยู่ก็ได้มีหญิงสาวเดินมาถามเธอ


“ทำไมหรือเจ้าคะ” หรงซู่จินไม่ตอบแต่กลับเอ่ยถามอีกฝ่ายแทน


“เจ้าคือหญิงสาวไร้ประโยชน์ที่เขาว่ากันใช่หรือไม่” หญิงสาวคนนั้นยังเอ่ยไม่หยุดแถมยังเอ่ยดังขึ้นเรื่อย ถ้ามาแบบนี้คงกะจะให้เธออับอายต่อหน้าคนอื่นสินะ


“ไม่รู้สิเจ้าค่ะ อย่างน้อยข้าก็ผ่านด่านสุดท้ายมาได้” หรงซู่จินเอ่ยตอบอีกฝ่ายพร้อมกับยักไหล่ ด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้


“เจ้า!


“อย่าได้สร้างเรื่อง” ยังดีที่มีศิษย์พี่หญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านมาเอ่ยเตือนอีกฝ่าย เพราะการเรื่องวันนี้นั้นมีโทษหนักมากเลย หนักถึงขั้นไล่ออกจากสำนักเลยก็ว่าได้


“เข้าใจแล้วค่ะศิษย์พี่” หญิงสาวที่มาหาเรื่องเธอเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมพร้อมกับก้มหัวให้อีกฝ่ายแล้วเดินจากไป


“เราไปกันเถอะ” จินเซียเอ่ยพร้อมกับมองไปยังศิษย์พี่หญิงคนนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของพวกปีหนึ่ง


“พวกเจ้าหาคู่เต้นรำแล้วหรือ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามเมื่อกลับมานั่งโต๊ะ เพราะเห็นทุกคนไม่เห็นจะสนใจหาคนมาเต้นรำด้วย


“ข้าไม่เอาด้วยหรอก” จินเซียเอ่ยบอกพร้อมกับนั่งท่านอาหารเงียบ ให้ไปลงสนามต่อสู้ยังดีเสียกว่าออกไปเต้นรำเลย


“หลงเยียนเจ้ามีคู่เต้นรำหรือยัง” ซีเจียเอ่ยเพราะอย่างน้อยก็เคยร่วมต่อสู้กัน แต่จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่นางขี้เกียจหาคู่เต้นรำนี่น่าทำไงได้ล่ะ


“เอ่อ ยังเลย” หลงเยียนไปไม่ถูกเมื่อถูกกเด็กสาวถามเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะถูกนางขอเป็นคู่เต้นรำด้วยหรอกนะ


“งั้นเราเต้นรำคู่กันน่ะ” นั้นไง ผิดจากที่เขาคิดไว้หรือไงกันละ


“ได้สิ” เขาเอ่ยตอบพร้อมกับนั่งท่านอาหารที่สั่งมาต่อไปเงียบๆ พร้อมกับเขาที่รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบกับสายตาของหรงซู่จินที่มองมายังเขาราวกับว่าเขาทำอะไรผิด



“นอกจากวันนี้จะเป็นงานเลี้ยงสำหรับศิษย์น้องของพวกเจ้าแล้วก็อาจารย์สอนการต่อสู้คนใหม่นั้นก็คือท่านอาจารย์ชู” ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยเปิดพิธีงานเลี้ยงพลางผายมือไปยังศิษย์ใหม่และอาจารย์สอนการต่อสู้คนใหม่


หรงซู่จินที่ได้เห็นใบหน้าแล้วก็ชื่อของอาจารย์สอนต่อสู้คนใหม่ก็อึ้งไปเลยก่อนจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ ใครจะไปคิดว่าจะเจอกันอีกครั้งแบบนี้กันเล่า ใบหน้าคมเข้าผมและนัยน์ตาสีดำสนิทดูดุดันแบบนี้เธอจะไม่รู้ได้อย่างว่าเป็นเขาน่ะ


“นั้น!...


“อืม ใช่แล้ว”  หรงซู่จินขานรับพร้อมกับเอ่ยเบาๆ บอกหรงลู่จินที่พยายามจะเอ่ยถามเธอ


“พวกเจ้าคุยอะไรกัน” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามเมื่อเห็นทั้งสองกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่สองคน ทันทีที่ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติ


“อ๋อ ข้าแค่คิดว่าเขาดูหล่อเหลากว่าหยางหลินนะ” หรงซู่จินเอ่ยตอบ โดยไม่ได้สนใจสายตาที่มองเธอจากลู่หมิงหมิง


“หลินหลินของข้าหล่อเหลากว่าตั้งเยอะ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับสอดแขนทั้งสองข้างของตัวเองไปกอดแขนของไป๋หยางหลินไปด้วย


“คนรักของข้าหล่อเหลาคนรักของเจ้าอีก” หรงซู่จินเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปสบนัยน์ตาสีดำสนิทคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่เธอตลอดเวลา


“ชิ! หลินหลินเจ้าหล่อเหล่าที่สุดอยู่แล้ว” ลู่หมิงหมิงหันไปมองคนข้างกายของตัวเองก่อนจะเอ่ยบอกไป๋หยางหลินอย่างเอาใจไปด้วย


“อืม” ไป๋หยางหลินขานรับพลางคิดว่าลู่หมิงหมิงตามหญิงสาวคนนี้ไม่ทันหรอก ดูจากสายตาและท่าทางของนางแล้ว หญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดา


“เจ้าว่าอาจารย์สอนการต่อสู้จะมีภรรยาแล้วหรือไม่” หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังของเธอเอ่ยถามสหายของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น


“อย่างเขาก็ต้องมีอยู่แล้ว” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยตอบสหายของตัวเอง เพราะดูจากใบหน้าที่หล่อเหลาแบบนี้มีหรือจะไม่มีภรรยาอยู่แล้วหรอก


“ต่อไปจะเป็นการเปิดงานเต้นรำงานนี้ของเด็กปีหนึ่งมาเต้นเปิดงานด้วย” ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นถึงเวลาอันสำควรแล้ว เหล่าเด็กปีหนึ่งต่างพากันลุกขึ้นเพื่อจะออกไปเต้นรำเมื่อได้ยินเสียงดนตรีอันไพรเราะ


“นี่ข้าไม่ไปเต้นรำได้หรือไม่” จินเซียเอ่ยถาม นางรู้สึกไม่ชอบใจเลยจริงๆ กับการเต้นรำ ไม่ใช่ว่านางเต้นรำไม่เป็นแต่เพราะไม่ชอบก็แค่นั้น


“นั้นสิขอรับ” หรงจางหนานเอ่ย เพราะเขานั้นเต้นรำไม่เป็นต่างหากจะให้ไปเต้นได้อย่างไรกัน


“งั้นก็นั่งกับที่นั้นแหละเขาไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าให้ออกไปเต้นรำกันหมดทุกคน” หรงซู่จินเอ่ยบอก พร้อมกับลุกขึ้นเดินตามแรงจูงของหรงลู่จิน ที่ดูเต้นตื่นกับการเต้นรำมาก หรงลู่จินเอามือจับไปที่เอวส่วนมืออีกข้างก็จับมือของหรงซู่จินเอาไว้


“เต้นตามข้านะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกหรงลู่จินที่ดูตื่นเต้นไม่เลิก พร้อมกับเต้นไปตามจังหวะของดนตรี  หรงซู่จินเหลือบสายตาไปมองหวางชูบ้างในบางครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม


จินเซียหรือก็คือหรงจินเซียนั่งมองคนอื่นๆ เต้นรำกันด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ถ้าใครจะถามว่าทำไมนางไม่ใช่นามคือท่านพ่อตั้งให้นั้นก็เพราะว่านางไม่อยากจะใช้นามซ้ำกับใครอย่างไรเล่า เหตุผลมีแค่นั้น


“เจ้าไม่เต้นรำหรือ” หรงจินเซียหันไปมองชายหนุ่มสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของนาง ตอนนี้มีเพียงนางกับชายหนุ่มทั้งสามที่มากับน้องรองของนางเพียงเท่านั้น ส่วนเด็กปีหนึ่งคนอื่นนั้นออกไปเต้นรำกันหมด


“น่าเบื่อ” นางเอ่ยแค่นั้นก่อนจะหันหน้าหนีอีกฝ่ายด้วยอย่างไม่อยากจะเสวนากับอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด


องค์รัชทายาทแห่งแคว้นกิเลนคลั่งที่เห็นท่าทางแบบนั้นของหญิงสาวก็มองอีกฝ่ายนิ่ง นัยน์ตานี้ เขาเคยเห็นที่ไหนกันน่ะ


“ขอถามหน่อยสิ” เยี่ยเฟิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่นั่งนิ่งเหมือนไม่เห็นใครอยู่ด้วย หรงจางหนานเหล่ตาไปมองอีกฝ่ายนิ่งเหมือนเป็นการบอกว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร


“เจ้า!!


“เป็นไปได้อย่างไรกัน!” ฉินหลงเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์อสูรที่จำแลงกายมาเป็นมนุษย์แต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาที่สำนักดาราจุตินี่เพราะมีจุดประสงค์จะทำอะไรกันแน่ แถมยังอยู่ในกลุ่มของหรงซู่จินอีกด้วย แม่นางน้อยของเขาจะรู้หรือไม่ว่านี่เป็นสัตว์อสูรกำแลงกายมา


“เจ้าตกใจอะไร” องค์รัชทายาทเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อครู่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจะตกใจอย่างมาก


“ชายคนนี้เป็นสัตว์อสูรระดับสูง” ฉินหลงเอ่ยบอกอีกฝ่ายทันที พร้อมกับมองดูอีกฝ่ายอย่างเงียบเพื่อรอดูท่าที และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าตัวเองถูกจับตามองอีกด้วย เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะรู้ตัว ถึงแม้ระดับลมปราณจะเท่ากัน แต่เขาเป็นสัตว์อสูรศักดิศิษย์ และอยู่สูงว่าอีกฝ่ายเชียวนะ เป็นไปไม่ได้หรอกที่อีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาแบบมอง


“สัตว์เลี้ยงของเจ้าน่าสนใจดีนะ” ฉินหลงหันกลับไปจ้องหญิงสาวอีกคนอีกครั้ง เมื่อนางเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันมามององค์รัชทายาท นางรู้หรือ แต่นางจะรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้อย่างไรกัน แต่นางบอกว่าสัตว์เลี้ยงนี่น่า ไม่น่าจะเป็นเขาไปได้หรอก


“เจ้า!” องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายมองเหมือนกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีหญิงสาวคนไหนกล้าใช้สายตาแบบนี้มองเขามาก่อนเลย นั้นทำให้เขาไม่ชอบใจนิดหน่อย ยิ่งใบหน้าของนางที่แสดงออกว่าไม่รู้สึกรู้สานั้นยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจมากขึ้น


“เอาออกมาให้ข้าลูบหัวสักครั้งสองครั้งหน่อยสิ” ไม่เคยมีใครกล้าสั่งเขาแบบนางมาก่อน ขนาดท่านพ่อของเขาที่เป็นถึงฮ่องเต้ยังไม่กล้าเลย แล้วนางเป็นใครถึงได้กล้ามาสั่งเขากัน


“ศิษย์น้องอย่าได้กล่าวอะไรแบบนั้นเลย เจ้าสนใจจะไปเดินเล่นสักหน่อยหรือไม่” เยี่ยฟงเอ่ยเมื่อเห็นท่าทางขององค์รัชทายาทของเขากำลังไม่พอใจ ซึ่งด้านนี้ไม่ได้มีให้เห็นได้ง่ายๆ เลยจริงๆ


“ไม่ล่ะ” หรงจินเซียเอ่ยปฏิเสธหน้าตายก่อนจะมองเท้าคางมองคนอื่นๆ ที่กำลังเต้นรำกันด้วยท่าทางเบื่อหน่ายสุดๆ


“ข้าจะไปสั่งอาหารอีกเจ้าอยากท่านอะไรหรือไม่” หรงจางหนานที่รู้สึกว่าถูกจ้องมองก็เอ่ยถามหญิงสาวข้างกายที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่าย


“ก็ดี” หรงจินเซียเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกสามคนที่ยังยืนอยู่ด้านหลังของนางแม่จะมีหญิงสาวมากมายมาชวนชายหนุ่มสามคนนี้ก็ตอบปฏิเสธทันที


“นางรู้ได้อย่างไร” ทันทีที่หรงจินเซียเดินจากไปได้ไม่นาน องค์รัชทายาทก็เอ่ยถามฉินหลงทันทีอย่างสงสัยท่าทางหยิ่งผยองเมื่อครู่ที่นางแสดงออกมาครู่เดียวนั้นอีก มันทำให้เขาไม่ชอบใจนางสุดๆ คิดว่าตัวเองใหญ่มากจากไหนกัน!


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฉินหลงเอ่ย เขาไม่รู้ว่านางรู้ได้อย่างไร เพราะเขาจับสัมผัสอะไรจากนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่จะว่าไป ดวงตาของนางเช่นดูคุ้นเคยเหลือเกิน เหมือนเคยเห็นที่จากที่ไหนมาก่อน


“อย่างเจ้านี่นะ! จะไม่รู้!” องค์รัชทายาทเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะมองไปยังหรงซู่จินที่ยังคงเต้นรำกับชายหนุ่มอีกคนโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย


“จะว่าไปชายคนที่เต้นรำกับแม่นางน้อยก็เป็นสัตว์อสูรเหมือนกันนะ” ฉินหลงเอ่ยขึ้นพลางคิดว่าทำไมมีแต่พวกสัตว์อสูรระดับสูงอยู่กับหรงซู่จินได้กันนะ


“เจ้าว่าอะไรนะ!!” องค์รัชทายาทเอ่ยถามฉินหลงเสียงดังด้วยความตกใจที่ได้ยินฉินหลงกล่าวเช่นนั้น

 



“นางคิดว่านางเป็นใครกันถึงได้กล้าใช่สายตาเช่นนั้นมององค์รัชทายาท” หญิงสาวมองไปยังหรงจินเซียที่กล้าใช้สายตาหยิ่งผยองมององค์รัชทายาทแบบนั้น เห็นว่าตัวเองผ่านด่านสุดท้ายมาได้ก็เลยคิดว่าตัวเองเก่งกาจกว่าองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือไง


“อย่าก่อเรื่องตอนนี้” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยขึ้นเพื่อห้ามอีกคนที่ดูอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด ก่อเรื่องวันนี้เท่ากับการฆ่าตัวตายชัดๆ


“ข้ารู้น่า!” หญิงสาวเอ่ยบอกอีกคนอย่างรำคาญ พลางหันไปมองอีกสาวอีกคนที่กำลังเต้นรำอย่างมีความสุข คอนนี้มีความสุขไปเถอะ อีกไม่นานนางก็จะหมดเวลาแห่งความสุขแล้ว


อย่าทำเสียเรื่องก็พอ” หญิงคนนั้นเอ่ยก่อนจะเดินจากไปทันที

 



“หลงเยียนเจ้าอย่าก้าวเท้ายาวสิ ข้าตามไม่ทัน” ซีเจียหรือหรงซีเจียเอ่ยบอกเพราะตัวที่ต่างกันมากทำให้หรงซีเจียก้าวเท้าตามอีกคนไม่ทัน


“ขอโทษนะ” หลงเยียนเอ่ยแค่นั้นก็รวบตัวของเด็กสาวขึ้นมาเหยียบที่เท้าของสองข้างของตัวเอง เพราะจะได้ไปตามจังหวะเดียวกัน และเขาจะได้กะจังหวะถูกว่าต้องก้าวเท่าไรถึงจะพอดีกับเด็กสาวที่สูงไม่ถึงอกของเขาด้วยซ้ำ


“เจ้า!” หรงซีเจียเอ่ยแค่นั้นก่อนจะมุ่ยหน้า นางไม่น่าขอชายหนุ่มคนนี้เต้นรำด้วยเลย ตัวต่างกันมากขนาดนี้ น่าจะขอชายหนุ่มที่รู้สึกว่าเป็นสหายของท่านพี่อีกคนก็ดีเสียกว่า


“เจ้าหิวหรือไม่” หลงเยียนเอ่ยถามเด็กสาวเพราะพวกเขาเต้นรำมานานแล้ว จนเด็กปีอื่นก็เข้ามาร่วมเต้นด้วยแล้ว แต่เด็กสาวคนนี้ก็ยังคงเต้นรำต่อไป


“ไม่เท่าไร ว่าแต่เจ้ารู้จักกับพี่ซู่จินนานหรือยัง” หรงซีเจียเอ่ยถามพร้อมกับปล่อยตัวไปตามแรงของหลงเยียนที่ขยับร่างกายเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของดนตรี


“อืม ก็นานอยู่” หลงเยียนเอ่ยตอบ หญิงสาวคนหนึ่งที่พยายามจะเต้นเข้ามาใกล้พวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาส ขนาดเขาเต้นหนีมาแล้วก็ยังตามเขามาอีก


“นางดูเหมือนจะชอบเจ้าน่ะ” หรงซีเจียเอ่ยบอก ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวคนนั้นที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นพวกศิษย์พี่ของนาง


“เจ้าคงหิวแล้วเราไปหาอะไรท่านกันเถอะ” หลงเยียนเอ่ยบอก พร้อมกับยกตัวของเด็กสาวลงก่อนจะจูงมือเล็กๆ ไปยังบริเวณอาการ ยังดีที่ตอนนี้นายท่านกลับมาแล้ว นั้นหมายความว่าผู้สืบทอดจ้าวจักรพรรดิมังกรต้องอยู่ในสำนักนี่เป็นแน่ แต่จะเป็นคนไหนนั้นเขาไม่อาจรู้ได้


“เดินช้าๆ ไม่ได้หรือไง” หรงซีเจียเอ่ย นางยิ่งขาสั่นอยู่ด้วย รอให้นางโตกว่านี้ก่อนเถอะ


“เจ้าอยากให้ข้าอุ้มหรือ” หรงซีเจียถลึงตามองหลงเยียนทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของหลงเยียน นางไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยจะมาอุ้มทำไม




มาแล้วจร้า วันนี้เลิกงานมาก็รีบปั่นเลยได้ยาวก็ที่คิดเอาไว้อีก ฮ่าๆๆๆ  ถ้าเจอคำผิดก็ต้องขอโทษด้วยน่า ชอบก็เม้นได้น่าหรือไม่ก็กดให้กำลังใจก็ได้จร้า



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

737 ความคิดเห็น

  1. #658 PhToon (@PhToon) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 07:58
    รออยู่นะคะ พึ่งเปย์ไป 100 อย่าพึ่งทิ้งน่าาา
    #658
    1
    • #658-1 Rensaki (@Rensaki) (จากตอนที่ 70)
      13 มิถุนายน 2562 / 19:19
      ขอบคุณน่า ช่วงนี้เราฝึกงานอยู่ อาจจะมาอัพช้าหน่อยน่า
      #658-1
  2. #657 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:28

    เดี๋ยวเถอะ!พวกชะนี!ระวังจะโดนเล่นงานคืนเจ็บหนักเยี่ยงปางตายล่ะ!

    ปล.รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ^_^
    #657
    1
    • #657-1 Rensaki (@Rensaki) (จากตอนที่ 70)
      13 มิถุนายน 2562 / 19:24
      มาแล้วจร้าาา
      #657-1
  3. #654 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:15
    ชอบๆๆๆๆๆๆ
    #654
    0
  4. #652 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 14:01
    รอค่าา
    #652
    0