ตอนที่ 69 : EP : 67 ถูกเขม้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62




EP : 67 ถูกเขม้น








 “เรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่มันสำคัญตรงที่ท่านเลือกเป้าหมายที่จะฆ่าผิดต่างหาก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่รอบตัวนั้นแผ่ความกดดันออกมาความหนาวเหน็บกัดกินจิตใจของผู้คน ราชาแห่งความตายรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธอย่างมาก ไม่ต้องให้เขาเดาก็พอจะรู้ว่าหญิงสาวคนที่เขาจะฆ่านั้นมีความสำคัญกับชายผู้นี้มากแค่ไหน


“ข้าก็ไม่คิดว่าจะได้มาสู้กับเจ้าอีกครั้ง” ราชาแห่งความตายเอ่ยขึ้น พลางพุ่งเข้ามาเป้าหมายทันทีอย่างรวดเร็ว


“ว่างใจเถอะ ข้าจะส่งท่านกลับไปอย่างขุมนรกเอง แต่จะในสภาพในนั้นก็แล้วแต่ตัวท่าน” หวางชูเอ่ยบอกอีกฝ่าย พร้อมพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายเหมือนกัน


ตู้ม!!!


แรงระเบิดครั้งใหญ่ทำเอาตัวปราสาทปลิวหายไปหมด ฝุ่นที่ลอยอยู่ตอนนี้หนาเกินไปจนไม่สามารถออกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่หรงซู่จินกับรู้สึกปลอดภัย นั้นก็คงเป็นเพราะว่าม่านอักขระที่ถูกกางมาคลุมให้กับร่างกายของเธอต่างหาก


“ซู่เออร์ข้ากลับมาแล้ว”


เพียงแค่ได้ยินเสียงของหวางชูที่เอ่ยออกมาเท่านั้นน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีกรอบ เธอทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพร้อมกับปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ในที่สุดเธอก็เจอกับเขาแล้ว

 



“นายท่านขอรับ” เสียงของลูกน้องคนสนิทเอ่ยเรียกผู้เป็นนายที่นั่งกับอยู่บนโต๊ะทำงาน เมื่อครู่เขาไม่เข้าใจเลย จู่ๆ ท่านราชาแห่งความตายก็หลับไป แต่คงจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ท่านราชาแห่งความตายทำงานหนักก็อาจจะรู้สึกเพลียก็เป็นเป็นได้ แต่จะมาหลับในตอนทำงานสำคัญแบบนี้มันก็ไม่ใช่


วูบ!!


“เวรเอ๊ย!


“นะนายท่าน ข้าน้อยขอโทษขอรับ! แต่งานนี้สำคัญมากหลับนะขอรับ ท่านนายจะมาอารมณ์เสียใส่ข้าน้อยไม่ได้นะขอรับ” ชายคนสนิทกล่าวบอกอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินราชาแห่งความตายลืมตาขึ้นพร้อมกับสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกเขาเข้าไปกวนเวลานอนหลับ


“เจ้าบ้านั้น!! อย่าให้เจออีกนะ!!” ราชาแห่งความตายเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ถูกส่งตัวกลับมาที่เดิม นี่เขาแพ้เจ้าบ้านั้นอีกแล้วรึ!


“ข้าน้อยสมควรตายขอรับ” ชายคนสนิทเอ่ยบอกพร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้นพริ้มกับเอาหัวโขกลงกับพื้น อย่างรู้สึกผิดที่รบกวนเวลาพักผ่อนของราชาแห่งความตาย


“เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ” ราชาแห่งความตายเอ่ยถามผู้เป็นลูกน้องของตัวเองที่อยู่ๆ ก็เอาหัวโขกกับพื้น ตอนนี้เขางงไปหมดแล้ว รู้สึกตัวอีกทีเขาก็กลับมานั่งทำงานเหมือนเดิมเพิ่มเติมก็คือลูกน้องของเขามันเป็นอะไรไปถึงได้เอาหัวไปโขกกับพื้นแบบนั้น

 



“หวางชู” หรงซู่จินเรียกอีกฝ่าย ที่กำลังเดินตรงมาที่เธออย่างช้าๆ  เธอลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปหาอีกคนที่อยากเจอมากที่สุด


หมับ!!


“ไม่ร้องสิ” หวางชูกอดอีกคนที่วิ่งเข้ามาหาโดยไม่ได้ระม่านอักขระที่เขากางคลุมเอาไว้เลยสักนิด เขาเอ่ยบอกพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้กับหรงซู่จินไปด้วย


“ท่านกลับมาหาข้าช้า” หรงซู่จินเบ้ปากพร้อมกับเอ่ยขึ้นเหมือนเด็กสาวงอแง


หวางชูที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมานิดๆ เขานึกว่าตัวเองจะตายไปเสียแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ที่เขากลับมาเป็นเหมือนเดิมทันในตอนที่หรงซู่จินตกอยู่ในตอนอันตราย และมันก็ทำให้เขารู้อะไรในหลายๆ อย่างในตอนนี้ ความจริงบ้างอย่างที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา


“ข้ากลับมาแล้ว แต่ว่าข้าอยู่กับเจ้าได้ไม่นาน ตอนนี้อาณาเขตทดสอบกำลังจะหายไปแล้ว เดี๋ยวเราไปเจอกันด้านนอกนะ” หวางชูเอ่ยบอกแค่นั้นพร้อมกับก้มลงไปจูบที่หัวของหรงซู่จินก่อนจะหายหัวไป โดยไม่ให้หรงซู่จินเอ่ยถามอะไรเลยสักนิด


หรงซู่จินมองไปรอบตัวไม่นานทุกอย่างก็กลับมาเป็นลานประลองเหมือนเดิมและที่เธอมายืนอยู่ก็คือจุดที่เธอออกตัววิ่งนั้นเอง


“เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าข้าตายไปแล้วหรือ”


“ข้าถูกพายุดูดไปแล้วนี่!


บางคนก็มองไปรอบด้วยความงุนงง พลางมองตัวเองที่ยังไม่ตาย   บางคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ตัวเองยังไม่ตาย


“ซู่จิน เจ้าร้องไห้ทำไม” หรงซู่จินรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ลู่หมิงหมิงมายืนอยู่ด่านข้างพร้อมกับไป๋หยางหลิน หรงซู่จินกระพริบตาก่อนสองสามครั้งก่อนจะส่ายหน้าไปส่ายพลางเช็ดน้ำตาไปด้วย


“ฝุ่นเข้าตานะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับถูกหรงลู่จินคว้าตัวเขาไปกอดอย่างรวดเร็ว


“ข้าเป็นห่วงท่าน” หรงลู่จินเอ่ยบอกด้วยเสียงอู้อี้ พร้อมกับทำกับฟุดฟิดคล้ายกำลังดมกลิ่น พอแน่ใจกลิ่นแล้วหรงลู่จินมองหรงซู่จินทันที


“เขาไปแล้ว” หรงซู่จินเอ่ยตอบเมื่อเห็นสายตาของหรงลู่จินที่มองมาเธอ  พลางมองธนูที่เธอจำได้ว่าขวางทิ้งไปแล้วตอนนี้มันอยู่ในมือของเธอ มันทำให้เธองงนิดหน่อยเพราะมันมาอยู่ในมือของเธอได้อย่างไร

 



พรึบ!!


“จบการทดสอบแล้ว” ซือเฟิงหลีเอ่ยขึ้นเมื่ออาณาเขตทดสอบได้หายไปแล้ว และทุกคนก็อยู่ประจำด่านที่ตัวเองตาย


“เราไปหาเด็กๆ กันเถอะขอรับ” เสียนเสียนรองเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยขึ้น ก่อนหน้านี้เขานึกว่าหรงซู่จินจะไม่รอดเสียแล้ว แต่ไม่รู้ว่าหรงซู่จินนางทำอย่างไรถึงได้เอาชะได้ เพราะฝุ่นหนาเกินไปจนมองอะไรไม่เห็น เห็นครั้งสุดท้ายก็คือตอนที่หรงซู่จินเอ่ยอะไรสักอย่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะมองไม่เห็นอะไรเลย


พรึบ!!


“การทดสอบได้จบลงแล้ว ตอนนี้เชิญพวกเจ้าพักได้ เดี๋ยวจะมีศิษย์พี่ของพวกเจ้าพาไปยังที่พัก” ซือเฟิงหลีเจ้าสำนักดาราจุติเอ่ยขึ้นมาปรากฏตัวอยู่ที่ลานประลอง


“ผู้ชายตามข้ามาทางนี้” ต้าเฉียงขึ้นเมื่อเขาถูกท่านอาจารย์ของเขาให้นำทางพวกศิษย์น้องไปยังที่พักที่เป็นเขตผู้ชาย


“ส่วนผู้หญิงตามข้ามา” หญิงสาวที่เก่งที่สุดในสำนักดาราจุติเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องเข้มนไปที่หรงซู่จินอย่างเปิดเผย


ส่วนหรงซู่จินที่ถูกจ้องก็ทำเหมือนไม่เห็นหันไปยิ้มให้กับหรงลู่จินที่ทำท่าจะไม่ยอมไป แต่ก็ยอมไปจนได้เพราะถูกหรงจางหนานดึงให้เดินไปยังที่พักของฝั่งผู้ชาย


“ซู่จินเจ้าจัดการราชานั้นอย่างไรหรือ” ลู่หมิงหมิงเอ่ยถามในขณะที่ทุกคนกำลังเดินตามศิษย์พี่คนนั้นไปยังที่พัก


“ค่ายกลนะ” หรงซู่จินอยากจะตอบว่าไม่รู้ แต่ว่าเดี๋ยวลู่หมิงหมิงจะถามต่ออีกก็เลยตอบแบบนั้นออกไป


“โอ๊ะ!! เจ้าทำค่ายกลเป็นด้วยหรือเก่งจัง” ลู่หมิงหมิงที่ได้ยินก็ร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะการทำค่ายกลขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้ค่ายกลกับอักขระจะคล้ายๆ กันแต่ก็ไม่ใช่จะเรียนรู้กันได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นผู้ใช้อักขระและยังทำค่ายกลขึ้นมาได้นั้นหายากมาก


“ได้นิดหน่อย” หรงซู่จินเอ่ยตอบ ก่อนจะไปยังที่พักที่เป็นเรือนหลังใหญ่สองขึ้น ชั้นแรกเป็นห้องโถง ชั้นบนเป็นห้องนอนที่นอนรวมกัน ยังดีที่มีเตียงให้เป็นของตัวเอง


“ก็ไม่ได้แย่เท่าไร” เสียงของหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังของเธอคนหนึ่งเอ่ยขึ้น  เมื่อเห็นสภาพรอบด้านของที่พักของตัวเอง


“ตอนนี้พวกเจ้าพักกันตามสบาย ส่วนตอนเย็นให้พวกเจ้าเตรียมไปงานเลี้ยงจะใส่ชุดไหนก็ได้” หญิงสาวคนนั้นเอ่ยบอกพร้อมกับจ้องไปยังหรงซู่จินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ได้กล่าวอะไรอีก


“แล้วจัดงานเลี้ยงที่ไหนละเนี่ย” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเมื่อศิษย์พี่คนนั้นกล่าวจบก็เดินจากไปเลย โดยไม่บอกสถานที่จัดงานเลยสักนิด


“ที่ห้องโถงนั้นหรือเปล่า” มีหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น


“ข้าขอเตียงนี้นะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นก็จะกระโดดขึ้นไปนอนที่ใกล้หน้าต่าง โดยไม่สนใจใครอีกพลางคิดว่าเธอจะได้เจอกับหวางชูอีกตอนไหน


“ข้าเอาเตียงนี้” มู่ตานเอ่ยบอกพร้อมกับเดินไปยังมุมห้องซึ่งติดกับหรงซู่จิน


“ข้าขอเตียงนี้แล้วกันนะ” ลู่หมิงหมิงก็เลือกเตียงที่อยู่มุมห้องซึ่งก็ติดกับหรงซู่จินอีกเช่นกัน ส่วนซีเจียกับจินเซียไม่เอ่ยอะไรแต่พากันกระโดดขึ้นไปนอนเตียงด้านข้างที่ใกล้กับหรงซู่จิน


“ข้าไม่ได้เตรียมชุดมาใส่ในงานเลี้ยงเลย” เสียงของหญิงสาวพากันพูดคุยเกี่ยวกับงานเลี้ยงของเย็นวันนี้



 

“ซู่จินๆ ตื่นได้แล้ว” ลู่หมิงหมิงเรียกหรงซู่จินที่ยังนอนอยู่ เพราะตอนนี้ใกล้ได้เวลาไปงานเลี้ยงแล้ว แต่อีกคนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น


“อืม” หรงซู่จินขานรับ ก่อนจะลืมตาขึ้น เธอรู้อยู่แล้วว่าทุกคนกำลังเตรียมตัวไปงานเลี้ยง  ก็เลยรอให้ทุกคนเตรียมตัวเสร็จก่อนแล้วค่อยลุกขึ้น


“เจ้ารีบไปอาบน้ำเข้า” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกเธอพร้อมกับดึงเธอให้ลุกขึ้นก่อนจะดันหลังของเธอไปยังห้องอาบน้ำที่ว่างอยู่


“เจ้าจะเข้ามาด้วยทำไม” หรงซู่จินหันไปถามลู่หมิงหมิงที่เข้ามาในห้องอาบน้ำกับเธอ ยังดีที่มันยังเป็นห้องอาบน้ำแบบส่วนตัว เธอจะได้ไม่ต้องกังวลเวลาคนอื่นมองมาที่เธอ


“เอ่อ ข้าเดี๋ยวข้าไปรอด้านนอกนะ” ลู่หมิงหมิงมึนงงก่อนจะชี้นิ้วไปด้านนอกก่อนจะเอ่ยหรงซู่จินไปด้วย แล้วก็รีบเดินออกจากห้องอาบน้ำไป


หรงซู่จินเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในบริเวณนั้นก็หาตัวเข้าไปในมิติทันที พร้อมกับรีบไปอาบน้ำแล้วก็แต่งตัวในเวลาไม่นาน เธอหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกก่อนจะแต่งหน้าบางๆ แล้วก็ออกจากมิติ ก่อนจะเดินออกจากห้องอาบน้ำในเวลาต่อมา


“ซู่จินทำไมเจ้าอาบน้ำเร็วนักล่ะ” ลู่หมิงหมิงที่เพิ่งจะเดินมานั่งรอที่เตียงก็เอ่ยถามทันทีอย่างงุนงงว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้อาบน้ำเร็วนัก แถมยังแต่งตัวอย่างรวดเร็วอีกด้วย


“ขี้เกียจ” หรงซู่จินตอบแค่นั้นก่อนจะมองไปยังทุกคนที่แต่งตัวกันเรียบร้อยแล้วลู่หมิงหมิงอยู่ในชุดสีเขียวสลับขาวพร้อมกับดอกไม้ประดับตามรอบชุดดูแล้วเหมือนให้รู้สึกสดใสเหมือนนางเซียนที่เป็นพวกนางไม้ 


ส่วนจินเซียอยู่ในชุดที่ม่วงอ่อนสลับสีดำมองดูก็รู้ว่าเป็นผ้าเนื้อดีขนาดไหน ไม่ต่างจากซีเจียที่อยู่ในชุดที่ขาวมีดอกไม้ประดับที่หน้าอกเป็นสีเหลืองเล็กๆ ส่วนมู่ตานนั้นก็ในชุดสีชมพูเป็นชุดที่เธอเคยซื้อให้กับมู่ตานเอาไว้


“ไปกันเถอะ” จินเซียเอ่ยขึ้น ก่อนจะที่ทุกจะเดินลงไปชั้นล่างที่ตอนนี้มีทุกคนกำลังนั่งรอเวลาอยู่


“ซู่เออร์” กงกุ้ยเสี่ยวที่อาสามารับหน้าที่รับสาวๆ เอ่ยเรียกหรงซู่จินที่กำลังเดินออกมาจากที่พักพอดี


“ท่านมารับพวกข้าหรือ” หรงซู่จินเอ่ยถามอีกฝ่าย นึกว่าจะเป็นหญิงสาวคนนั้นเสียอีก


“อืมใช่ ไปกันเถอะ งานใกล้จะเริ่มแล้ว” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยพลางมองหรงซู่จินอีกครั้งราวกับว่าอยากจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง


“ว่าแต่ว่าเราจะพักที่นี่นานเท่าไรหรือเจ้าคะ” หรงซู่จินเอ่ยถามในขณะที่เดินตามกงกุ้ยเสี่ยวไม่ห่าง


“หนึ่งปี ปีหนึ่งจะต้องอยู่ที่นี่ ส่วนปีสองพวกเจ้าก็ต้องไปอยู่อีกที่ใครที่ถูกอาจารย์รับไปเป็นศิษย์ก็จะได้ไปพักอยู่กับอาจารย์” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยเพราะเขาไม่ได้ถูกพวกอาจารย์รับไปเป็นศิษย์ก็เลยพักกับพวกสหายของเขายกเว้นเจ้าเยี่ยสามคนนั้นที่ถูกท่านเสียนเสียนรองเจ้าสำนักรับไปเป็นศิษย์


“เป็นเช่นนี้ ข้านึกว่าท่านจะไปหาพี่อี้จินเสียอีก” หรงซู่จินพึมพำเบาๆก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายไปด้วย เพราะเธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมารับพวกเธอไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงเองแบบนี้


“พอดีอาจารย์ใช่ข้ามารับเพราะเห็นว่าข้าสนิทกับเจ้า” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยบอก ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อด้านหน้านั้นมีกลุ่มศิษย์น้องขวางทางอยู่สิบกว่าคน


“พอดีพวกข้าอยากจะชวนพวกเจ้าเป็นคู่เต้นรำ” ชายคนที่อยู่ด้านหน้าสุดเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองตรงมายังหรงซู่จินอย่างเปิดเผยว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น


“พี่สาว!!” หรงลู่จินที่ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไรก็ร้องเรียกเธอเสียเสียงดังก่อนกระโดดมากอดเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับหลงเยียนหรงจางหนานลี่เฟยและกงกงเสี่ยวที่เดินมาล้อมรอบตัวของเธอ


“เจ้ายังใส่ชุดเดิม” หรงซู่จินเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นว่าหรงลู่จินยังใส่ชุดเดิมอยู่เลย


“ข้าไม่ได้เอาชุดมาด้วยนี่ขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับมุ่ยหน้าไปด้วย


“ชุดของจางหนานก็ยืมได้ไม่ใช่หรือ” หรงซู่จินเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่หรงจางหนานที่อยู่ด้านซ้ายมือของเธอ


“โธ่ ก็ชุดของจางหนานใหญ่นี่ขอรับ ว่าแต่เขาวายืนขวางทางเราทำไมหรือขอรับ” หรงลู่จินเอ่ยบอกก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มสิบที่ยืนขวางทางพวกเขาอยู่ก่อนจะเอ่ยถามเธอไปด้วย


“ไม่รู้สิ” หรงซู่จินตอบหน้าตาย ทำราวกับว่าไม่ได้ยินในสิ่งที่ชายหนุ่มสิบคนนั้นเอ่ยขึ้นก่อนหน้านี้ และก็มีคนที่ใสซื่ออยู่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น


“เขาชวนพวกข้าไปเต้นรำด้วย” ลู่หมิงหมิงเอ่ยบอกพร้อมกับชะเง้อคอมองไป๋หยางหลินไปด้วย


“เต้นรำ ไม่ได้ๆ พี่สาวบอกจะเต้นคู่กับข้านี่น่า” หรงลู่จินเอ่ยพึมพำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ยอมพร้อมกับกระชับอ้อมกดอดแน่นขึ้นไปอีก


“รู้แล้วๆ ปล่อยข้าก่อนเถอะ” หรงซู่จินเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปทางหรงจางหนานว่าให้ช่วยดึงหรงลู่จินออกไปที ตอนนี้เธอหายใจไม่ออกเพราะถูกหรงลู่จินกอดแน่นเกินไป



หรงลู่จินผู้หวงแม่ หวางชูในบอกว่าเจอกันด้านนอกไง หายไปไหนอะ น่าสงสารราชาแห่งความตายยังไงก็ไม่รู้แหะ

ปล. เนื่องจากดูหนังแล้วพบว่าพระเอกหรือไม่ก็พวกตำตรวจชอบมาตอนท้ายๆ เราเก็บกดก็เลยเอามาลองเขียนมั้ง ฮ่าๆๆๆ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

734 ความคิดเห็น

  1. #649 piy_U (@piy_U) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 01:49
    หรงลู่จินน่ารักกกกกห่วงแม่จริงๆ
    #649
    0
  2. #648 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 20:17

    สงสารลูกน้องราชาเเห่งความตายย ....ไม่ใช่อะไรนะที่สงสารเพราะมีเจ้านายสติไม่ดีต่างหากศเเถมหูอื้ออีก5555 เรียกตั้งนานศเเหกปากจนจะตายเเต่ยังไม่ได้ยิน
    #648
    0