ตอนที่ 27 : EP : 27 งานประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 415 ครั้ง
    20 พ.ค. 62





EP : 27 งานประลอง









“อย่า อย่าฆ่าพวกข้าเลย” หรงซู่จินมองคนพวกนั้นที่พากันร้องขอชีวิต พลางยิ้มด้วยความเวทนาอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวขึ้นแล้วดีดนิ้วไปด้วย


“ข้าจะช่วยพวกเจ้าให้ไปสบาย” ร่างกายของพวกที่เหลือก็แตกกระจายทันทีในค่ายกลที่เธอสร้าง ก่อนหันไปมองอีกสี่คนที่เหลือที่เธอไม่ได้จัดการ หรงซู่จินตวัดกระบี่อย่างรวดเร็วทั้งสี่คนก็กลายเป็นเศษเนื้อทันที


“ไม่ว่าใครที่ข้าหมายหัวเอาไว้แล้วจะไม่มีทางรอดเด็ดขาด” หรงซู่จินเอ่ยเบาๆ โดยที่ไม่แม้แต่จะมองซากเศษเนื้อพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ


ก่อนจะเดินไปยังที่เดิมที่เธอเคยยืนอยู่ การที่หรงซู่จินทำแบบนั้นมันคือการล้อปลาตัวใหญ่ออกมา เพราะเธอคิดว่าพลางแค่ตัวของเหล่าผู้อาวุโสนั้นไม่สามารถทำอะไรตระกูลของเธอได้แน่ เหล่าผู้อาวุโสพวกนี้ต้องมีคนหนุนหลังอย่างลับๆ เป็นแน่


และการที่เธอเปิดเผยระดับลมปราณของเธอให้ทุกคนในที่นี่รู้นั้นมันจะช่วยให้เธอกำจัดคนพวกนั้นได้เร็วๆ ถึงแม้มันจะมีความเสี่ยงอยู่ว่ามันอาจให้พวกหลบซ้อนตัวอยู่สักพัก หรือจะรีบชิงลงมือจัดการเธอก่อน มันเป็นไปได้ทั้งสองทาง และเธอก็ต้องสี่ยงดวงกับมันดู


เธอสงสัยมานานแล้ว ว่ามีผู้อาวุโสบางคนเพิ่งเข้ามาทำงานในตระกูลได้ไม่นาน และมีการเปลี่ยนเหล่าผู้อาวุโสกับคนก่อนหน้านี้ โดยผู้อาวุโสพวกนั้นต่างพากันหายตัวไปไหนก็ไม่รู้


บางคนก็เคยทำงานกับตระกูลอื่นมาก่อนและบางคนยังเคยทำให้ในรุ่นของท่านปู่ของเธอมาด้วย เช่นผู้อาวุโสที่หนึ่งที่สองและที่สามที่เคยทำงานในรุ่นท่านปู่ของเธอในตอนที่ท่านปู่เป็นผู้นำตระกูล ไม่แน่หนอนบ่อนไส้อาจจะอยู่กับตระกูลของเธอมาหลายรุ่นแล้วได้


หรงซู่จินอยากจะรู้จริงๆ ว่าใครมีส่วนร่วมในการคิดจะกำจัดเธอและตระกูลของเธอกัน และตระกูลของเธอนั้นมีอะไรซ้อนอยู่หรือเปล่า ถึงได้มีคนพวกนี้เข้ามาในตระกูลของเธอแบบนี้

 



“ข้าคงต้องส่งข่าวไปบอกท่านผู้นั้นเสียแล้ว ตอนนี้มันวุ่นวายไปหมดแล้ว” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างวิตกกังวล นาทีนี่ต้องรีบติดต่อท่านผู้ตอนนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะให้ท่านพูดนั้นรีบจัดการหรงซู่จินเสียก่อน เพราะนางเป็นภัยต่อพวกเขา


ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวพลางแอบส่งสารลับไปให้กับอีกคนที่เป็นเจ้านายที่แท้จริงของตัวเอง ต้องรีบเตือนท่านผู้นั้นให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือให้เร็ว เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาทีหลังเหมือนตอนนี้ ที่แผนการที่วางเอาไว้มันผังไปหมดแล้ว


“ต่อไปนี้เราต้องระวังตัวกันให้มากขึ้นเสียแล้วสิ” ผู้อาวุโสนั้นหันไปเอ่ยกับผู้อาวุโสอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตัวเอง เพราะมีเจ้านายคนเดียวกัน

 

“คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ” หรงจ้าววิ่งมาหาเพราะเพิ่งจะออกจากซากไม้ที่ถล่มทับพวกเขาเอาไว้ ส่วนคนอื่นๆ ก็ตามมาพลางมองไปที่ซากศพและผู้อาวุโสที่สองที่ตายอย่างน่าอเนจอนาถใจ เขาพอมองออกมาซากศพพวกนั้นเป็นลูกน้องของผู้อาวุโสที่สอง ใครกันที่สามารถฆ่าผู้อาวุโสที่สองได้กัน จะบอกว่าท่านอาจารย์ของคุณหนูของเธอก็ไม่ได้เพราะหวางชูไม่ได้อยู่ที่นี่


“แล้วข้าเป็นอะไรหรือไม่” หรงซู่จินถามกลับพลางปรับอารมณ์ให้คงที่ ครั้งนี้พวกมันคงต้องระวังตัวกันมากขึ้นแน่ๆ แต่บ้างครั้งมันอาจจะทำให้พวกมันบ้างรีบลงจัดการเธอเร็วๆ เป็นแน่ เพราะเธอไปขัดขวางแผนการหรืออาจจะเป็นผลประโยชน์ของพวกมันเป็นแน่


“แล้วท่านผู้นำตระกูลละขอรับ” หรงเฉียงที่วิ่งมาถึงก็ถามขึ้นเพราะตอนนี้ท่านผู้นำตระกูลและผู้นำพรรคทมิฬหายไปไหนแล้ว


แต่ไม่นานทุกคนก็หายสงสัย เมื่อสองร่างถูกหวางชูโยนทั้งสองผู้นำทำเอาทุกคนตกใจไม่น้อย เพราะสภาพของทั้งสองคนไม่ดีนัก


“เล่นเป็นเด็กๆ” หวางชูกล่าวพลางเดินไปหาหรงซู่จินพลางมองซากเศษเนื้อดูก็รู้ได้ว่าเป็นฝีมือของใคร การใช้กระบี่ตัดแบบนี้คงมีคนเดียว


“ข้าก็คิดแบบนั้นเจ้าค่ะ” หรงซู่จินเอ่ยอย่างเห็นด้วย


“ฝีมือเจ้าใช้ได้” หวางชูกล่าวชมอีกฝ่ายโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ ที่กำลังมองมายังหรงซู่จินที่ตอนนี้ทุกคนในที่นี่ต่างก็ได้รับรู้เรื่องระดับลมปราณของหรงซู่จิน หรงซู่จินยิ้มรับก่อนจะมองไปยังท่านพ่อของเธอที่กำลังรักษาตัวเองอยู่โดยที่จ้องเขมันจุ่นอี้เวินไม่ละสายตาไปไหน


“ท่านพ่อ ท่านเจ็บมากหรือไม่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินเดินไปหาหรงจินเฉินพลางถามไปด้วยแล้วก็นั่งย่องๆ ข้างท่านพ่อของเธอ


“ไม่เลย เกิดอะไรขึ้นกับลมปราณของลูกซู่เออร์” หรงจินเฉินตอบพลางกันไปมองใบหน้าของลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะร้องขึ้นมาอย่างตกใจกับระดับลมปราณของหรงซู่จินแถมครั้งนี้ยังเปิดเผยให้ทุกคนในที่นี่รู้อีก เกิดอะไรขึ้นกันนะ


“พอดีผู้อาวุโสที่สองคิดจะสังหารลูกนะเจ้าค่ะ ลูกเลยต้องกำจัดคนพวกนี้ทิ้งเจ้าค่ะ” หรงซู่จิบอกพร้อมกับมองไปยังด้านหลังของตัว เพื่อให้ท่านพ่อของเธอเห็นสิ่งที่ก็บอก


 หรงจินเฉินเห็นภาพดังนั้นก็ตกตะลึงอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าลูกสาวตัวน้อยที่จะแสนบอบบางของเขาจะเก่งถึงเพียงนี้ เพราะระดับลมปราณของแต่ละอย่างต่ำก็ระดับลมปราณนภา


และไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสที่สองที่มีระดับลมปราณจักรพรรดิขั้นต้นเลย สู้ได้ขนาดนี้แถมลูกสาวของยังยังไร้ซึ่งบาดแผลอีกด้วย เก่งเหมือนหรงซูซู่แม่ของนางไม่มีผิด แต่เพราะเก่งเกินไปจึงมีหลายคนที่คิดจะกำจัดนางอยู่ตลอดเวลา


แต่เพราะเขานั้นอ่อนแอเกินไปจึงไม่สามารถปกป้องหญิงสาวของตัวเองที่รักมากสุดชีวิตเอาไว้ และนางก็ต้องมาตายเพราะต้องปกป้องเขาและหรงซู่จินลูกสาวตัวน้อยของเขาทั้งสองคนเอาไว้

 



“ไม่จริงน่า นั้นซู่เออร์จริงๆ งั้นหรือ” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อที่หรงซู่จินที่เขาเห็นว่านางเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆ ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้นางเปลี่ยนไปเป็นคนละคนที่เขาได้รู้จักด้วยซ้ำ แถมระดับลมปราณยังสูงกว่าเขาอีกด้วย


“แล้วคิดว่าอย่างไรละ” เยี่ยเฟิงถามกงกุ้ยเสี่ยวกลับไป เพราะพวกเขาไม่ติดใจอะไรอยู่แต่ตกใจกับระดับลมปราณของนางนิดหน่อยเท่านั้นเอง เวลาผ่านไปครู่เดียวนางก็มีระดับลมปราณจนเกือบจะเท่าพวกเขาอยู่ ไม่อีกไม่นานนางอาจจะอยู่สูงกว่าพวกเขาก็เป็นไปได้


“ไม่น่าเชื่อว่านางจะสู้ข้ามระดับได้ขนาดนี้” เยี่ยฟงกล่าวขึ้นมาบ้างด้วยไม่คิดว่าหรงซู่จินจะสู้ข้ามระดับได้ถึงเพียงนี่ แถมยังสู้ต่อได้อย่างสูสีอีกด้วย ถึงแม้จะว่าเขาจะเคยเห็นหรงซู่จินสู้กับองค์รัชทายาทมาแล้วก็ถามแต่ครั้งนี้มันดุเดือนกว่าตอนนั้นมากแถมนางยังดูเหนือชั้นกว่าอีกฝ่ายมาก


“นางเป็นคนพิเศษ” องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองดูหรงซู่จินอยู่ห่างๆ โดยไม่ได้เข้าไปหาอีกคนกำลังพูดคุยกับผู้เป็นพ่อของตัวเองอยู่


“เจ้าสนใจซู่เออร์หรือ” กงกุ้ยเสี่ยวเย้าแหย่อีกคนที่ไม่เคยคิดจะสนใจหญิงใดเลยสักนิด จนเขาอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ ที่สหายรักของเขาสนใจหรงซู่จิน แถมยังพูดเชิงในการชมหรงซู่จินอีกด้วย


“อืม” องค์รัชทายาทตอบกลับไปอย่างไม่คิดจะปิดปัง เพราะเห็นหรงซู่จินนั้นดูเหมือนจะในกงกุ้ยเสี่ยวอย่างมาก และเขาก็คิดว่ากงกุ้ยเสี่ยวเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเขาแทนหวางชูไปแล้ว เขาจะต้องกันสองคนนี้ให้ห่างออกจากกันให้ได้


“งั้นเจ้าก็รีบจีบซู่เออร์เสียเลยสิ” กงกุ้ยเสี่ยวเอ่ยบอก เพราะไม่อยากให้หรงอี้จินนั้นชอบสหายของตัวเอง เพราะพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาแย่งหญิงสาวคนเดียวกัน


“หึ” องค์รัชทายาทแค่นเสียงหัวเราะออกมาเพราะรู้ดีว่ากงกุ้ยเสี่ยวที่ต้องการให้เขาจีบหรงซู่จินเร็วๆ นั้นเพราะอะไร


ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าหรงอี้จินจะมาหลงรักเขา แค่สายตาที่หรงอี้จินมองเขา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร สองพี่น้องตระกูลหรงไม่เหมือนกันเลยสักนิด


“กลับกันได้ ฝากจัดการเศษซากเนื้อเน่าๆ นี่ด้วยนะท่านจุนอี้เวิน” เสียงหวานของหรงซู่จินเรียกสายตาให้เขาหันไปมองอีกครั้งนางกำลังสั่งคนของตัวเอง ท่าทีตอนนี้ไม่เหมือนกับตอนนั้นเลย นิน่า นางถึงได้บอกพวกเขาว่าอย่าตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนของนาง


“เจ้าไม่นอนที่นี่สักคืนล่ะซู่เออร์” จุนอี้เวินร้องถามผู้เป็นหลานสาว นานๆ ทีเขาจะได้พูดคุยกับหลานสาวของเขา แต่ดูนี่สิ เขาได้พูดไม่นานนัก เจ้าหรงจินเฉินมันก็ดันมาโผล่หัวมาขัดขวางเขา


“ไม่ล่ะเจ้าค่ะ เอาไว้ว่างๆ ข้าจะมาหาท่านก็แล้วกัน” หรงซู่จินบอกก่อนจะมองที่อยู่ของพรรคทมิฬที่ตอนนี้พังทลายจนบ่นปี้ไปหมดแล้ว จะให้เธอไปนอนที่ไหนกัน ถามไม่คิดเลยจริงๆ


“มีที่ใดให้พักไม่ทราบ ถึงจะมีข้าก็ไม่มีวันให้ซู่เออร์มาพักกับตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างเจ้าหรอกจุนอี้เวิน” หรงจินเฉินตอบกลับอย่างไม่ชอบใจนักกล้าดียังไงมาชวนลูกสาวของเขานอนด้วย เจ้าจุนอี้เวินมันต้องคิดอะไรไม่ดีต่อลูกสาวของเขาเป็นแน่ ยิ่งหรงซู่จินหน้าเหมือนกับหรงซูซู่ราวกับคนคนเดียวกันอยู่ด้วยสิ


“พอแล้วเจ้าคะ พวกท่านจะทะเลาะกันอีกนานหรือไม่ กลับได้แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ” หรงซู่จินเป็นฝ่ายห้ามทั้งสองคน ที่กำลังทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ไปได้ ก็เลยต้องหาเบี่ยงเบนประเด็น


“ก็ได้ๆ เห็นแก่เจ้าที่พูดหรอกน่ะซู่เออร์” จุนอี้เวินพูดขึ้นอย่างเอาใจหลานสาวของตัวเองพร้อมกับสั่งลูกน้องของตัวเองที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรให้เก็บกวาดขยะให้หมด พร้อมกับสั่งให้ทุกคนได้รับบาดรักษาตัวเองไป

 



เช้าต่อมา ข่าวของหรงซู่จินพูดรับรู้ไปทั่วตระกูลจริงๆ จะพูดว่ารู้ตั้งแต่ที่กลับมาถึงที่ตระกูลแล้วก็เป็นไปได้ และอีกทั้งยังมีข่าวมาใหม่มาพร้อมกับอีก นั้นก็คือจะมีการจัดประลองในตัวเมืองหลวงกิเลยสายฟ้าอีกห้าวันข้างหน้านี้ มีการส่งตัวแทนของแต่ละตระกูลได้ถึงห้าคน


หรงอี้จินนั้นได้ยินเรื่องของหรงซู่จินนั้นก็ได้แต่เจ็บใจนัก เหตุเรื่องถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ตอนนี้ทุกคนต่างพากันให้ความสนใจเกี่ยวกับหรงซู่จินแล้วก็การแข่งขัน และทุกปีนางก็จะเป็นผู้ชนะของเมืองหลวงของกิเลนสายฟ้าตลอด


นางกังวลเรื่องของหรงซู่จินว่าจะลงแข่งด้วยและหรงซู่จินก็จะได้รับความสนใจจากคนอื่นๆ รวมถึงสำนักต่างๆ ที่มาดูงานประลองเพื่อรับแต่ละคนที่ตัวเองถูกใจเข้าสำนัก และนางคิดว่าสำนักดาราจุติของนางคงต้องเชิญหรงซู่จินเข้าไปเป็นลูกศิษย์เป็นแน่


“ท่านพ่อ ท่านจะให้ใครไปแข่งบ้างเจ้าค่ะ” หรงอี้จินมาหาหรงจินเฉินแต่เช้าด้วยความร้อนใจ และยิ่งร้อนใจมากขึ้น


เมื่อได้เจอกับหรงซู่จินที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของหรงจินเฉินและเหมือนกำลังช่วยท่านพ่อทำงานเสียด้วย มีเรื่องอะไรที่นางยังไม่รู้เรื่องอีกกัน ทั้งสองกำลังปิดบังอะไรนางเอาไว้ นางจะต้องรู้ให้ได้


“พ่อยังไม่ได้ตัดสินใจ เขาให้ผู้ที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปีขึ้นไป แต่ดูเหมือนคนของเราที่ยังไม่ถึงยี่สิบมีเพียงนิดหน่อย” หรงจินเฉินไล้สายตาอ่านตัวอักษรไปพลางก่อนตอบหรงอี้จินผู้เป็นลูกสาวอีกคนไปพลาง


“งั้นลูกไปคัดตัวคนที่ฝีมือได้หรือไม่เจ้าค่ะ” หรงอี้กล่าวขึ้นอย่างกระตือรือร้นเพราะไม่เห็นหรงซู่จินกล่าวอะไร เลยคิดว่าคงอยากจะแข่งแต่ไม่กล้าเอ่ยขอท่านพ่อเป็นแน่


โดยที่หรงอี้จินไม่รู้เลยว่าหรงซู่จินไม่ได้มีความคิดที่จะแข่งเลยสักนิด เพราะแข่งไปตัวเองก็ชนะอยู่ดี ระดับลมปราณสูงเพียง สูงสุดก็ระดับนภาเท่านั้น


“อืม ตามใจลูก พ่อเชื่อลูกดูคนออกมาใครเก่ง” หรงจินเฉินเอ่ยขั้นก่อนจะเงยส่งยิ้มเบาๆ ให้กับหรงอี้จินที่อยากจะคัดเลือกคนไปประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้


“เจ้าค่ะ ลูกจะทำเต็มที” หรงอี้จินตอบกลับไปอย่างมั่นใจก่อนจะรีบเดินออกไปขัดเลือกคนที่จะเข้าไปประลองโดยไม่คิดที่จะไปเลือกลูกน้องของหรงซู่จินเลยสักนิด

 



. ลานประลองเมืองหลวงกินเลนสายฟ้า


วันนี้เป็นอีกวันที่ในเมืองหลวางกิเลนสายฟ้านั้นคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมายต่างพากันมาดูการประลองและมาค้าขายแล้วก็มาจับจ่ายใช้สอยต่างๆ นาๆ


ตระกูลหรงนั้นต่างพากันไปยังที่นั่งของตระกูลตัวเองที่ถูกจัดเอาไว้ให้ ตลอดการเดินทางนี้หรงจินเฉินนั้นไม่ชอบใจที่ลูกสาวของเขาทั้งสองต่างเป็นที่สนใจโดยเฉพาะชายหนุ่มที่พากับมองจนแทบจะคอเคล็ดอยู่แล้ว


“ท่านพ่อเราได้นั่งใกล้ตระกูลกงหรือเจ้าค่ะ”


“ใช่แล้วซู่เออร์ เอ๊ะ แล้วเจ้ามาทำไมจุนอี้เวิน” หรงจินเฉินหันไปตอบลูกสาวตัวเอง ก่อนจะมองไปเห็นจุนอี้เวินที่มานั่งที่นั่งของตระกูลของเขาหน้าตาเฉย ชักจะมากเกินไปแล้ว


“ข้ามาหาซู่เออร์” จุนอี้เวินมองไปยังหลายสาวผู้งดงามของเขา หรงซู่จินงามราวกับนางเซียนจริงๆ เขาต้องกันชายหนุ่มที่คิดจะเข้ามาเกาะแกะหลานสาวสุดสาวของเขาเสียแล้ว


หรงอี้จินที่ไม่รู้ว่าชายหนุ่มหล่อเหลานี่เป็นใคร ก็ได้แต่เงียบ ทำไมถึงมีแต่คนแบบนี้รู้จักหรงซู่จินอยู่เรื่อยๆ เลย ทำไมไม่เป็นนางกันที่มีคนแบบนี้มารู้จัก


“กลับไปเลย ไม่งั้นเจ้าก็ไปซื้อบัตรแล้วไปนั่งอื่น” หรงจินเฉินไม่ยอมให้จุนอี้เวินมาใกล้ชิดกับหรงซู่จินลูกสาวผู้งดงามของเขาเด็ดขาด


หรงซู่จินเหมือนหรงซูซู่แบบนั้น จุนอี้เวินมันต้องจะจับลูกสาวของเขาไปเป็นภรรยาของมันเป็นแน่ ซึ่งเขารับไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะชายหนุ่มคนไหนก็ตาม เขาก็จะไม่ยอมยกหรงซู่จินนั้นให้ใครแน่


“ก็ข้าอยากจะนั่งกับซู่เออร์เจ้ามีปัญหาหรือ” จุนอี้เวินถามหรงจินเฉินด้วยสีหน้ายียวนกวานประสาทอย่างไม่ยอมแพ้ เรื่องอะไรเขาจะต้องทำตามที่หรงจินเฉินบอกด้วยเล่า


“เอาน่าท่านพ่อ ที่นั่งมีมากมายให้ท่านจุนอี้เวินนั่งกับเราก็ไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ” หรงซู่จินช่วยพูดให้เพราะคนเริ่มมองมาที่ตระกูลของตัวเองแล้ว


และด้วยความที่ไม่อยากจะตกเป็นเป้าสายตาของใครเท่าไรเธอก็เลยต้องรีบพูดบอกกับทั้งสอง และดีที่หวางชูไม่เรื่องมาก มาถึงกันนั่งลงข้างเธอไม่ได้สนใจใครว่าจะมีเรื่องกันสักนิด


เธอยังจำภาพที่หวางชูทิ้งท่านพ่อของเธอแล้วก็จุนอี้เวินลงมาจากฟ้าได้เลย เหมือนผู้ใหญ่ออกไปห้ามเด็กที่กำลังตีกันยังไงก็ไม่รู้ เอ่อ แต่จะว่าไปแล้ว หวางชูก็เป็นผู้ใหญ่จริงๆ นั้นแหละ


“ท่านพ่อท่านผู้นี้เป็นใครหรือเจ้าค่ะ” หรงอี้จินถามอย่างสงสัยพลางเหลือบตามองจุนอี้เวินทุกครั้งที่มีโอกาส


หรงจินเฉินที่มองเห็นสายตาของหรงอี้จินที่มองไปยังจุนอี้เวินอย่างสนใจก็ได้แต่ตอบกลับไป ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าหรงอี้จินนั้นเป็นอย่างไร ขออย่าให้นางเป็นเหมือนแม่ของนางเลย


“จุนอี้เวิน” หรงจินเฉินเอ่ยบอกแค่นั้นไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเต็มอีก เพราะหรงอี้จินรู้น้อยเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น วันนี้เขาเป็นคนพาคนในตระกูลมาแข่งและรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสที่เป็นเจ้านายของของน้องลูกของตัวเองที่ได้มาแข่งในครั้งนี้


และในครั้งนี้ไม่มีลูกน้องของเขาหรือลูกน้องของหรงซู่จินเลยสักนิด และเขารู้ว่าหรงอี้จินตั้งใจไม่เลือกลูกน้องของกับหรงซู่จินมาเพราะอะไร


“ดูเหมือนใกล้จะได้เวลาเปิดงานแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ” หรงซู่จินถาม เพื่อไม่ให้บรรยากาศมาคุที่กำลังก่อตัวเพราะท่านพ่อของเธอ  


“ใช่แล้วซู่เออร์” หรงจินเฉินหันไปตอบก่อนจะมองไปยังด้านข้างเพื่อทักทายสหายของเขาที่ข้างกัน หรงซู่จินหันไปมองยิ้มให้กับกงกุ้ยเสี่ยวแล้วก็อีกสามสหายของเธอ


และเธอรู้สึกเหมือนถูกอีกคนที่นั่งข้างกงกุ้ยเสี่ยวจ้องมองอยู่ และถ้าจะให้เธอเดาคนที่มองเธออยู่จะต้องเป็นกงกงเสี่ยวเป็นแน่เพราะหน้าตาคล้ายๆ กับกงกุ้ยเสี่ยว แต่บุคลิกต่างกันลิบลับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท


หรงซู่จินเลยก้มหัวทักท้ายอีกฝ่าย ก่อนหันกลับสนใจงานประลอง หวังว่าความสวยงามของเธอคงจะไม่นำความวุ่นวายมาหาเธอหรอกนะ

 



มาแล้วจร้า กุ้ยเสี่ยวไม่ต้องบอกองค์รัชาทายาทก็จีบอยู่แล้ว กุ้ยเสี่ยวไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นศัตรูอันดับหนึ่งขององค์รัชทายาท

ชอบตอนนี้ก็เม้นหรือกดกำลังให้ได้น่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 415 ครั้ง

738 ความคิดเห็น

  1. #422 El Dorado Bz (@loli-bee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:24
    พี่สาวโปรดยับยั้งชั่งใจด้วยค่ะ
    #422
    0
  2. #271 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:47
    นึกแล้วว่าพี่สาวของนางเอกมันต้องไม่ใช่พี่สาวแท้ๆแน่เลย....
    #271
    0
  3. #188 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:52
    สนุกค่ะ
    #188
    0
  4. วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 20:30

    รอจ้าาาาาาาาาาาาา

    #148
    0
  5. #147 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 07:52
    เอาอีกกก
    #147
    0
  6. #146 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:57

    ความหวังของท่านนั้นไม่เป็นจริง55
    #146
    0
  7. #145 Pannita6701 (@Pannita6701) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:54
    รู้สึกถึงความมั่นหน้านี้ของซู่เอ๋อร์55
    #145
    0