ตอนที่ 26 : EP : 26 เปิดโอกาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 390 ครั้ง
    20 พ.ค. 62





EP : 26 เปิดโอกาส




 




 “จะเอายังไงกับคนพวกนี้” หวางชูถามพลางมองไปที่จุนอี้เวินนิ่งๆ แต่หรงซู่จินรู้สึกว่าสายตาของหวางชูที่มองไปยังจุนอี้เวินมันเย็นยะเยือกเพียงใด


“ไม่รู้สิเจ้าค่ะ” หรงซู่จินกล่าวพร้อมกับยักไหล่ เธอคิดว่าถ้าคนพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเธอก็ไม่จำเป็นต้องสู้กันให้เปลืองแรง แต่หากได้คนพวกนี้เป็นกองกำลังให้กับเธอก็คงจะดีไม่น้อย


แต่ทว่าเธอต้องเอาคืนคนพวกนี้สักหน่อยที่บังอาจมาสร้างความวุ่นวายให้กับตระกูลของเธอ และที่สำคัญที่พวกนี้บังอาจลักพาตัวเธอมา และเธอยังสงสัยอยู่ว่าคนพวกนี้มีใครรู้เห็นเป็นใจเรื่องที่คิดจะฆ่าเธอก่อนหน้านี้หรือเปล่า แต่ใจของเธอบอกให้เชื่อใจคนพวกนี้ แต่เธอก็ยังไม่อาจวางใจได้นัก เรื่องนี้มันเหมือนจะซับซ้อน


“ซู่เออร์!!” เสียงร้องของท่านพ่อของเธอทำให้หันไปส่งยิ้มหวานให้ ลูกน้องของพรรคทมิฬที่ต่างพากันหันอาวุธไปยังท่านพ่อของเธอและลูกน้องของเธอและของท่านพ่อ


“ลูกสบายดีไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบพลางส่งยิ้มหวานให้กับท่านพ่อของตัวเอง ทำเอาลูกน้องของพรรคทมิฬพากันงง คุณหนูหรงซู่จินช่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือรวดเร็วยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ยังจะฆ่าท่านผู้นำพรรคของพวกเขาอยู่เลย


“เจ้าบ้านี่มันได้ทำอะไรลูกหรือเปล่า” หรงจินเฉินรีบเคลื่อนกายมาหาลูกสาวของตัวเองอย่างรวดเร็วพลางรีบถามก่อนจะตวัดสายตาไปมองจุนอี้เวินอย่างโกรธแค้นที่มันบังอาจมาลักพาตัวลูกสาวตัวน้อยของเขา ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ลูกสาวของเขาหายไปตอนนั้นเป็นฝีมือของจุนอี้เวินหรอกนะ


“เขาทำอะไรลูกไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ มีท่านอาจารย์อยู่ด้วย ลูกไม่เป็นอะไรหรอกเจาค่ะ พอดีลูกอยากจะมาเที่ยวเล่นที่พรรคทมิฬนิดหน่อยเลยต้องปล่อยให้ถูกจับตัวออกมาง่ายๆ เจ้าค่ะ ท่านพ่ออย่าได้เป็นห่วง”  หรงซู่จินอธิบายเพราะกลัวท่านพ่อของเธอจะมีเรื่องกับจุนอี้เวินเพราะเธอประกายสายตาของทั้งสองที่จ้องตากันอยู่เหมือนจะฆ่าอีกคนให้ตายไปกันคนละข้าง


“อย่างนั้นหรือ ลูกก็น่าจะบอกพ่อก่อน พ่อจะได้ให้คนมาทั้งหมดถล่มพรรคห่วยๆ นี่ทิ้งไปเสีย”  หรงจินเฉินพูดไปพร้อมกับจ้องจุนอี้เวินไม่วางสายตาและหรงซู่จินรู้ว่าท่านพ่อของเธอทำจริงๆ ไม่ได้เอ่ยออกมาเฉยๆ


“หึ ฝีมืออย่างเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอกหรงจินเฉิน” จุนอี้เวินก็ตอกกลับหรงจินเฉินอย่างไม่น้อยหน้า สายตาดูแคลนอีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะปกปิด


หรงซู่จินที่เห็นทั้งสองที่กำลังทะเลาะกันก็ได้แต่คิดว่า ตกลงสองคนนี้ทะเลาะกันอยู่ตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องของเธอเป็นแน่ อาจจะเป็นเรื่องของทั้งสองคนมากกว่าหรือไม่อาจจะมีท่านแม่ของเธอเกี่ยวด้วย


“ลองดูหรือไม่เล่า!


“ก็เข้ามาเซ่!!” หรงซู่จินมองทั้งสองที่ไม่ยอมกัน และกำลังท้ากันอยู่ ทำไมเธอรู้เหมือนกำลังมองดูเด็กตีกันอยู่เลยนะ


ตู้ม!


โครม!


เปรี้ยง!


ทุกคนต่างพากันหลบออกไปห่างๆ เมื่อผู้นำทั้งสองกำลังต่อสู้กันอยู่ไม่มีใครยอมใคร สู้กันจนกำแพงพังแล้กำลังจะถล่มลงมาในไม่ช้า


เธอกับหวางชูออกมาดูการต่อสู้ของทั้งสองที่ลุกลามออกมาข้างนอก ทั้งสองใช้พื้นที่ในการต่อสู้สิ้นเปลืองไปมาก เพราะขนาดคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ยังต้องหยุดต่อสู้พื้นหลบให้ผู้นำทั้งสองต่อสู้กัน เพราะแรงกดดันที่ปล่อยออกมานั้นแทบจะทำให้คนอื่นๆ หมดแรง


“ข้าว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกันข้าแน่ๆ เจ้าค่ะ”


“อืม” หวางชูรับคำพร้อมกับมองการต่อสู้อย่างเบื่อหน่อย เหมือนเด็กกำลังต่อยตีกันเสียมากกว่า หวางชูมองหรงซู่จินที่กำลังสีหน้าไม่ต่างจากตัวเองนัก


“ไหนๆ เรื่องก็เป็นแบบนี้แล้ว หวางชูข้าอยากให้ถอยห่างจากข้านิดหน่อยได้หรือไม่” หรงซู่จินหันไปหวางชูเมื่อคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน ยังไงวันนี้ก็ต้องมีหนึ่งในผู้อาวุโสที่คิดจะจัดการเธอในช่วงที่กำลังวุ่นวายตอนนี้แน่นอน


หวางชูมองไปยังหรงซู่จินอย่างไม่ค่อยจะรู้นักว่าหรงซู่จินนั้นคิดอะไรอยู่ และเขาก็ไม่รู้ด้วยทำไมเขาถึงอ่านความคิดของหรงซู่จินไม่ออกมา อันนี้เขาก็ยังสงสัยอยู่ว่ามันมีอะไรแปลกๆ แต่เขาพอจะเดาได้ว่าหรงซู่จินอาจจะกำลังวางแผนอะไรบ้างอย่างเอาไว้แน่


“อืม” หวางชูรับคำแค่นั้นก็หายไปในช่วงเวลานั้นแรงกดก็ค่อยๆ หายไปเพราะทั้งสองคนนั้นต่อสู้กันไปไกลจากที่นี่มากแล้ว ยังดีที่แถวรอบๆ นี่เป็นป่าทั้งหมดโดยไม่มีบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ในที่นี่เพราะจะได้ไม่มีอะไรให้เสียหายมากมายนัก


หรงซู่จินยิ้มในใจเมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังเข้าทีเข้าทาง เธอยืนรอนิ่งๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ใครบ้างคนที่คิดจะกำจัดเธอเผยตัวออกมา และจะต้องเป็นหนึ่งในนั้นที่จะรีบจะฆ่าเธอเป็นแน่เมื่อไม่มีหวางชูอยู่ข้างกายของเธอ

 



เมื่อแรงกดดันหายไปเหล่าผู้อาวุโสที่มองไปยังร่างบางที่ยืนอยู่คนเดียวโดยไร้เงาของหวางชูต่างพากันแสยะยิ้ม เมื่อเห็นโอกาส ถ้ายัยคุณหนูไร้ประโยชน์ตายไปทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น ผู้อาวุโสคนหนึ่งได้สั่งลูกน้องของตัวเองไปจัดการหรงซู่จินที่ยืนโง่ๆ ให้เขาจัดการ


“จัดการมันให้เร็วที่สุด”


“ขอรับ” ผู้อาวุโสคนนั้นสั่งลูกน้องฝีมือดีของตัวเองไปเพราะจะได้รีบจัดการให้เสร็จเร็วๆ เพียงเท่านี้ลูกสาวของเขาก็จะได้เป็นฮูหยินของตระกูลแล้ว หึหึ แต่แล้วความหวังของเขาก็ต้องดับลงเมื่อมันไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด



 

หรงซู่จินยิ้มในใจเมื่อเห็นว่ามีหนึ่งในผู้อาวุโสเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว หรงซู่จินไม่จำเป็นต้องมองไปยังคนที่กำลังมุ่งตรงมาหาเธอที่ยืนไปเป็นเป้านิ่ง หรงซู่จินกางม่านอักขระสีฟ้าอมน้ำเงินคลุมร่างกายตัวเองเอาไว้ไม่ได้เกรงกลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใด


เข้ามาเร็วเข้า ข้ารอเจ้าอยู่ หรงซู่จินพูดในใจ คงถึงเวลาที่เธอจะต้องแสดงบางอย่างให้คนพวกนี้เห็นเสียแล้วสิ


ตู้ม!!


ทันทีที่ร่างของชายคนนั้นพุ่งตรงมาที่หมายจะจัดกัดเธอด้วยความรวดเร็ว และไปถึงตัวของหรงซู่จินกริชที่อยู่ในมือปะทะเอาเข้ากับม่านอักขระ ก็เกิดการหักล้างกันแต่เพราะม่านอักขระของหรงซู่จินเหนือกว่าการโจมตีของอีกฝ่าย ทำให้ชายคนนั้นกระเด็นไปไกล แถมยังกะอักเลือดออกมาอีกเสีย สงสัยจะซ้ำในหนักเป็นแน่ หรงซู่จินมองอีกสายด้วยสายตาเย็นชา พลางพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว


“ดูเหมือนจะมีหนอนบอนไส้อีกตัวเสียแล้วสิ”


“แค่กๆ เป็นไป แค่กๆ ไม่ได้” ชายคนนั้นกล่าวขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ในเมื่อตอนนั้นเขาก็เคยจำกัดยัยคุณหนูนี่มาก่อนแล้ว แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน


“เจ้าไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นได้” หรงซู่จินยิ้มเหี้ยมพลางเดินเข้าไปใกล้อีกคนอย่างไม่เร่งรีบ ให้ตอนนั้นเหล่าคนที่เหลือที่เป็นสหายกับชายคนนั้นต่างก็พุ่งมาที่หรงซู่จินทันที เมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายของตัวเอง


“หึหึ เจ้าโผล่หางออกมาแล้วสินะ หนอนบ่อนไส้ตัวที่สอง” หรงซู่จินแค่นเสียงออกมาพร้อมกับแสยะยิ้มไปให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป ที่มองมาที่เธอนิ่งๆ


“จัดการยัยคุณหนูไร้ประโยชน์นี่เสีย”


“ใจร้ายจริงนะ ผู้อาวุโสที่สอง” หรงซู่จินกล่าวพลางเอากระบี่ออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะเดินไปหาชายที่นอนอยู่กับพื้น ไม่ได้สนใจคนอีกห้าสิบห้าคนที่บุกเข้ามาหาเธอพร้อมกับ กระบี่เล่มบางลวดลายสวยงามระดับของมันกดข่มอาวุธทุกอาวุธที่พุ่งตรงมาหาเธอ


มือบางจับกระบี่ในมือพร้อมกับกวาดแกว่งไปมาแอบสร้างค่ายกลโดยที่พวกนั้นไม่รู้ตัวเลยว่ากระบี่ที่เธอกวาดแกว่งไปก่อนหน้านี้นั้นได้สร้างค่ายกลเอาไว้


“เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมข้าขยับตัวไม่ได้” เสียงของชายคนหนึ่งที่พุ่งมาใกล้ตัวเธอเป็นคนแรกก็ก่อนขึ้น แต่มันก็ไม่ทันได้ฉุกคิดหรือร้องเตือนเพื่อนของตัวเองเพราะแต่ละคนต่างก็พุ่งตรงไปหาหรงซู่จินรวดเร็วเกินว่าที่จะร้องบอก


หรงซู่จินกวาดแกว่งกระบี่อีกครั้งเพื่อทำค่ายกลพลางรับมือกับอีกห้าคนที่พุ่งตรงมาหาเธอไปด้วย ค่ายกลที่เธอแอบว่างเอาไว้ ก็สามารถจับทุกคนที่พุ่งตรงมาหาเธอได้แล้ว เหลือก็แต่ห้าคนนี้ที่กำลังมีสีหน้ากังวลขึ้นทุกครั้งที่ได้ต่อสู้กับเธอ


“คงจะเป็นเจ้าสินี่สั่งให้ลักพาตัวข้าไป” หรงซู่จินมองไปที่ผู้อาวุโสที่สองครู่หนึ่งก่อนจะหันมาเล่นสนุกกับคนทั้งที่เหลือ ขอเธอระบายหน่อยเถอะนะ พอดีเก็บกดจากการต่อสู้กับหวางชูไม่เคยชนะสักที


“เจ้า!! ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!! คุณหนูไร้ประโยชน์” ผู้อาวุโสที่สองที่เห็นทาทีหยิ่งผยองนั้นของหรงซู่จินก็เกิดความโมโหจนทนไม่ได้ เวลานี้ลูกน้องของเขาก็ขยับตัวไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกัน


“เอ๊ะ ข้าทำอะไรผิดไปเจ้าคะ แต่เท่าที่ข้าจำได้ก็ไม่มีนี่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินทำหน้าตาใสซื่อพลางตอบกลับอีกฝ่ายไปด้วยพลางเล่นกับอีกห้าคนไปด้วย เธอตัดเนื้อแต่ละชิ้นส่วนเหมือนตอนที่เธอชำแหละเนื้อของสัตว์ไม่มีผิด แต่เธอทำมันอย่างช้าๆ เพื่อจะทรมานพวกมันไปช้าๆ


“ทำไมลูกน้องของท่านช่างอ่อนแอยิ่งนัก ข้าได้ข่าวมันลูกน้องของท่าเก่งเรื่องพิษใช่หรือไม่ แต่เท่าที่ข้าเห็น เฮ้อ ข้าผิดหวังจริงๆ” หรงซู่จินเอ่ยไปพลางถอนหายใจไปพลางอย่างเหนื่อยหน่าย ทำหน้าอย่างผิดหวังที่ลูกน้องของผู้อาวุโสที่สองนั้นไม่ได้เรื่องเลยสักนิด


“โอหังนัก!” ชายทั้งห้าคนกล่าวขึ้นพร้อมกับ โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นถูกเฉือนเนื้อไปหลายแห่งแล้ว ทั้งห้าผลัดกันบุกเข้าไปหาหรงซู่จิน


แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรหรงซู่จินไม่ได้เลย ทำไมกัน ขนาดงานครั้งก่อนที่พวกเขาพากันลักพาตัวนางไปทิ้งเอาไว้ที่ป่ามายาอสูรนางยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังถูกพิษไปอีก แทนที่จะตายไปแล้วแต่นางก็ยังรอดมาได้


“หึหึ เจ้าไม่ใช่หรือที่โอหัง” หรงซู่จินเอ่ยเสียงราบเรียบนัยน์ตาที่ดำอมน้ำเงินเย็นยะเยือกมองคนทั้งห้าพลางตัดแขนของแต่ละคนทิ้งไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ


“อ๊าก! แขนข้า เจ้ามันปีศาจ” ชายคนหนึ่งร้องบอกหรงซู่จินแสยะยิ้ม ก่อนจะเดินไปหาชายคนนั้นที่ใช้มือกุมบาดแผลที่อยู่และร้องโหยหวนว่าเธอ


“เจ้ามันก็ต่างจากข้านักหรอก” หรงซู่จินเอ่ยพลางตวัดกระยี่อีกครั้งแขนอีกข้างที่ยังเหลืออยู่ เลือดพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณรอบๆ แต่ไม่อาจทำให้ชุดของหรงซู่จินเลอะได้เลยแม้แต่น้อย


“อ๊าก! แขนของข้า อ๊าก!!” หรงซู่จินไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของชายคนนั้น ก่อนจะหันไปจัดการกับคนที่เหลือที่ต่างพากันมองเธออย่างหวาดกลัว


“พวกเจ้ากลัวหรือ อย่าได้กลัวไปเลย เพราะข้าจะทรมานใช้พวกเจ้าตายอย่างช้าๆ ให้รับรู้รสชาติของความทรมานเหมือนอย่างที่ข้าเคยได้รับ” หรงซู่จินกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปชายอีกคน ที่กำลังถอยหลังหนีเธอด้วยความกลัว หรงซู่จินยิ้มเหี้ยมพลางเฉือนเนื้อของอีกคนออกไปด้วยไม่ตัดออกเหมือนอีกคนก่อนหน้านี้


“เจ้ามันอมหิตยิ่งนัก” ชายคนนั้นร้องบอก หรงซู่จินยิ้มรับก่อนจะตอบกลับอีกฝ่ายไป


“เจ้ามันก็ไม่ได้ต่างจากข้านักหรอก” หรงซู่จินกล่าวจบก็แทงกระบี่ลงไปที่ตันเถียนของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปหาอีกคนอย่างไม่กลัวว่าใครจะหนีไปไหน


“ต่อไปก็เจ้า!

 



“เป็นไปไม่ได้” ผู้อาวุโสที่สองเอ่ยขึ้นและก็ยิ่งร้อนใจยิ่งนัก ที่มันผิดแผนของเขาไปหมดแล้ว ใยยัยคุณหนูไร้ประโยชน์นี่ถึงได้เก่งขึ้นผิดหูผิดตา หรือตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาถูกหลอกกัน


เหล่าผู้อาวุโสที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของหรงซู่จินต่างพากันยิ่งนิ่งไม่ยอมสอดมือเข้าไปเหลือทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้ทั้งสองจัดการกันเอง พวกเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ถึงจะสงสัยเรื่องที่หรงซู่จินเก่งขึ้นมาผิดหูผิดตาก็ตาม แต่ก็ต้องนิ่งเฉยไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์


ผู้อาวุโสที่สองเห็นท่าไม่ดีเลยคิดจะจัดการกับหรงซู่จินที่ตอนนี้กำลังสนุกกับการทรมานลูกน้องของเขาโดยไม่สนใจจะรอบตัวเลยสักนิด


โอกาสนี่ล่ะ เจ้าไม่รอดแน่ ผู้อาวุโสที่สองคิดพลางแสยะยิ้มในใจลูกน้องเขาจะตายไปก็ช่าง เขาสามารถหาใหม่ได้อยู่แล้ว


“ตายเสียเถอะ!!


ตู้ม!!


“หึหึ เจ้าคิดจะรอบกัดข้างั้นหรือผู้อาวุโสที่สอง” หรงซู่จินที่กำลังจะเล่นสนุกกับชายคนที่สาม แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไร หรงซู่จินพลันรู้สึกว่ามีไอสังหารที่มุ่งหน้าตรงมาหาเธอ มือบางตวัดกระบี่ไปต้านการโจมตีของผู้อาวุโสที่สองที่มีถึงระดับลมปราณจักรพรรดิขั้นต้น


พรึบ!


ผู้อาวุโสกระโดดถอยหลังออกมานิดหน่อย พลางตกตะลึงที่อีกฝ่ายรับการโจมจีตัวเองได้ เป็นไปได้ยังไงกัน นางรับการโจมตีเขาที่มีระดับลมปราณสูงขนาดนั้นได้ยังไง ทั้งๆ ที่นางเพิ่งจะฝึกวรยุทธได้ไม่นานเอง และต่อให้นางฝึกมาตั้งแต่เด็กก็ไม่อาจตั้งรับการโจมตีของเขาได้แน่นนอน


ทุกคนที่พากันมองดูอยู่ต่างมีอาการตกตะลึงไม่แพ้กันที่เห็นหรงซู่จินนั้นรับการโจมตีของผู้อาวุโสได้ เกิดอะไรขึ้นกัน หรือนางในกลลวงอะไรหลอกพวกเรากัน ใช่แล้ว พวกเขาลืมอาจารย์ของนางไปได้ยังไงกัน อาจารย์ของนางอาจจะช่วยนางอยู่ห่างๆ ก็เป็นได้


“ตกใจหรือ หึหึ” หรงซู่จินตวัดกระบี่อีกครั้ง ประกายสายฟ้าก็แลนไปตามตัวของกระบี่ ระดับพลังของมันตัดร่างของเหล่าลูกน้องของผู้อาวุโสที่สองตายกันไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะแสร้งเป็นว่าตกใจแล้วพูดขึ้น


“อุ้ย! ตายจริง ข้าเผลอฆ่าลูกน้องของเจ้าไปเสียแล้วสิ ทำไมลูกน้องของเจ้ามันอ่อนแอเยี่ยงนี่นะ ช่างไม่ได้เรื่อง!” ประโยคสุดท้ายนัยน์ตาสีดำอมน้ำเงินแสดงถึงความเย็นเฉียบบาดลึกไปถึงกระดูด น้ำเสียงที่สามารถฆ่าทุกคนที่ได้ยินเลยทีเดียว


“เจ้า! หึ ถ้าไม่มีอาจารย์ของเจ้าคอยช่วยอยู่ห่างๆ ก็ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ข้าเคยจำกัดเจ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถึงเจ้าจะรอดมาได้ ครั้งนี้เจ้าไม่รอดแน่ เพราะว่าไม่มีใครคิดจะช่วยเจ้าหรอก ฮ่าๆๆ” ผู้อาวุโสกล่าวอย่างโมโหโดยไม่เกรงกลัวว่าผู้นำตระกูลจะมาได้ยินเรื่องที่ตัวทำผิดเอาไว้


กล่าวจบก็จะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ และยิ่งสะใจเมื่อตอนนี้นางไม่มีใครค่อยดูแลอย่างข้างกายแล้ว เขาจะฆ่านางไปก็ไม่ต้องกลัวว่าท่านผู้นำจะมาเห็น


“เฮ้อ ข้าชักขี้เกียจแสดงละครเสียแล้วสิ” หรงซู่จินขึ้นพลางปลดปล่อยลมปราณที่ถูกหวางชูกดข่มเอาไว้เพื่อปกปิดไม่ให้ใครรู้


ที่ทุกคนได้สัมผัสกับระดับลมปราณราชันย์ขั้นต้นของหรงซู่จินต่างพากันตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะไม่คิดว่าหรงซู่จินนั้นซ้อนลมปราณ เอาไว้ แถมระดับลมปราณของนางยังสูงกว่าทุกคนในวัยเดียวอีกด้วย บ้าไปแล้ว มันมีคนแบบนี้ด้วยหรือ


“ตกใจสินะ หึหึ เอาละ เรามาต่ออีกครั้งดีกว่า” หรงซู่จินกล่าวจบก็พุ่งตรงไปหาผู้อาวุโสที่สองทันทีอย่างรวดเร็ว จนผู้อาวุโสนั้นมองตามแทบไม่ทัน


ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสเกิดความวิตกกังวลขึ้นมาแล้วเมื่อได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น


“เจ้าหลอกพวกข้า!!” ผู้อาวุโสที่สองกล่าวขึ้นอย่างโมโหเมื่อตัวเองนั้นเสียรู้เด็กสาวที่เกิดได้ไม่กี่วัน หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มเยาะเย้ยอีกฝ่ายทันที


“หลอก ข้าหลอกอะไรไม่ทราบ” หรงซู่จินตอบพลางพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายที่กำลังโมโหจนไม่ได้สติเผลอเปิดช่องโหว่ให้เธอโจมตี


หรงซู่จินตวัดกระบี่ไปที่ช่วงท้องที่เป็นจุดตันเถียน โดยที่อีกคนได้แต่มองไปยังหรงซู่จินอย่างตกใจ ไม่คิดว่านางจะอาศัยช่วงที่เขาเผลอโจมตีตัวเอง


“เจ้ามัน


“ปีศาจ ฮ่าๆ ข้าอยากจะหัวเราะดังๆ นัก! เจ้ามันไม่เคยดูตัวเองเลยหรือไง เพราะเจ้ามันก็ไม่ต่างจากคำที่เจ้าจะพูดมันออกมานักหรอก ขนาดตระกูลที่เจ้าอาศัยอยู่เจ้ายังคิดจะทรยศเลย ข้าควรเรียกเจ้าว่าอย่างไรดี เนรคุณคำนี้ได้หรือไม่” หรงซู่จินพูดพลางตวัดกระบี่ใส่ผู้อาวุโสอีกครั้ง จนดาบของผู้อาวุโสหักครึ่ง


“เจ้า!


“ข้าเบื่อที่จะเล่นกับเจ้าแล้ว ตายๆ เสียเถอะ” หรงซู่จินตวัดกระบี่อีกครั้งหัวของผู้อาวุโสก็หลุดออกจากบ่าทันที


เหล่าผู้คนที่มองอยู่ต่างพากันอึ้งจนลืมวิธีแม้จะจะหายใจ ยิ่งพวกลูกน้องของเหล่าผู้อาวุโสที่เหลือต่างพากันหวาดหวั่นเมื่อเห็นเจ้านายของตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างที่ตัวเองนั้นทำอะไรไม่ได้เลย

 




เอาละ เฉลยไปแล้วว่าใครลักพาตัวนางเอก ส่วนผู้อาวุโสอื่นๆ นั้นมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นเดี๋ยวหรงซู่จินเก็บผู้อาวุโสไปเรื่อยๆ สาวนใครที่อยากรู้ว่าลูกสาวของผู้อาวุโสที่สองนั้นเป็นใครนั้น นางยังไม่ออกมาตอนนี้หรอกนะคะ อีกสักพัก วันนี้หรงซู่จินมาโหดหน่อย เนื่องจากเก็บกดจากหวางชู ฮ่าๆๆ ถ้าชอบก็เม้น หรือถ้าจะกดให้กำลังใจแทนก็ได้จร้า



เมื่อท่านผู้นำทั้งสองตีกัน ไม่รู้ตีกันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ถูกทุกคนลืมไป กลับมาเถอะนะ ฮ่าๆๆ แซวขำๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 390 ครั้ง

733 ความคิดเห็น

  1. #289 Earthkid (@Earthkid) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:07
    ชอบโหดโหดค่ะสะใจดี
    #289
    0
  2. #277 PreaMB (@pream09my12) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:06
    จำกัด หมายถึง กำจัด หรือเปล่าคะ
    #277
    0
  3. #187 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:13
    สนุกค่ะ
    #187
    0
  4. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:46

    รอจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

    #144
    0
  5. #143 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 11:05

    รอๆๆๆๆ
    #143
    0
  6. #142 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:42
    พวกมันจะอยู่ให้เก็บเรอะ
    #142
    0
  7. #141 Harmony18 (@Harmony18) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:50
    เมียโหดแบบนี้อนาคตข้างหน้าระวังตัวด้วยนะหวางชู555
    #141
    1
    • #141-1 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 26)
      17 มีนาคม 2562 / 11:05
      ++++เห็นด้วย55
      #141-1
  8. #140 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:21
    น่าจะไล่เก็บเงียบๆ ไก่ตื่นหมด
    #140
    0