ตอนที่ 25 : EP : 25 เหมือนกับคนคนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 446 ครั้ง
    20 พ.ค. 62






EP : 25 เหมือนกับคนคนนั้น 

 





 

.ตระกูลหรง


“ฆ่าพวกมันให้หมด!!” หรงเฉียงที่เห็นว่าคุณหนูถูกรักพาตัวไปก็ตะโกนบอกคนที่ด้วยความโกรธที่ถูกพรรคทมิฬทำแบบนี้กับคุณหนูของพวกเขา


องค์รัชทายาทและอีกสองพี่น้องฝาแฝดที่เห็นหรงซู่จินนั้นถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา ก็พุ่งเข้าไปต่อสู้กับของคนพรรคทมิฬทันที แต่ก็ยังมีคนของพรรคทมิฬตามมาอีกเรื่อยๆ ไม่หยุด กงกุ้ยเสี่ยวที่ว่าจะเข้าไปต่อสู้ด้วยก็ต้องดูแลหรงอี้จินเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีกคน

 



ห้องทำงานของหรงจินเฉินบัดนี้ได้มีกลิ่นไอสังหารแผ่ออกมาเมื่อได้รู้ข่าวว่าลูกสาวตัวน้อยของเขานั้นถูกพวกพรรค์ทมิฬลักพาตัวไป ยังดีที่หรงเฉาเฉาบอกว่าหวางชูตามไปช่วยแล้ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็โกรธอยู่ดี เจ้าจะไม่เลิกราใช่หรือไม่จุนอี้เวิน


“ไปบอกพวกผู้อาวุโสเตรียมตัวเราจะไปเยี่ยมพรรคทมิฬกัน” หรงจินเฉินสั่งหรงเฉาเฉาก่อนจะลุกขึ้นยืนวันนี้เจ้ากับข้าคงต้องมีใครตายไปคนละข้าง


“ขอรับ” หรงเฉาเฉาก้มหัวก่อนจะหายตัวออกไปจากเรือนของท่านผู้นำตระกูลทันทีเพื่อไปแจ้งคำสั่งให้กับผู้อาวุโสทุกคน และไม่นานผู้อาวุโสและลูกน้องของทุกคนก็ต้องมารวมตัวกันที่ลานประลองที่ตอนนี้มีศพคนของพรรคทมิฬ เลือดสาดกระจายไปทั่วพื้นของลานประลองแห่งนี้


“ผู้อาวุโสที่หนึ่งกับผู้อาวุโสที่สามแล้วและลูกน้องของเจ้ารออยู่ที่นี่ เฝ้าระวังพวกตระกูลที่มันจะโจมตีเราเอาไว้ นอกนั้นตามข้ามาเราจะไปกวาดล้างพรรคทมิฬให้สิ้นซาก” น้ำเสียงก้องกังวานที่แฝงไปด้วยลมปราณทำเอาผู้คนที่ได้ยินพากันอกสั่นขวัญแขวนอย่างห้ามไม่อยู่


“ขอรับ” ทุกพากันรับคำก่อนผู้อาวุโสที่หนึ่งและผู้อาวุโสที่สามและเหล่าลูกน้องจะว่ากันแยกจะย้ายกันไปทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูล


“ไปกัน” หรงจินเฉินเอ่ยแค่นั้นก็จะเคลื่อนกายไปอย่างรวดเร็วโดยที่เหล่าลูกน้องพากันตามไปด้วย ร่วมไปถึงองค์รัชทายาทและสองพี่น้องฝาแฝดก็พากันตามไปด้วย กงกุ้ยเสี่ยวที่เห็นสหายของเขาตามไปก็เลยต้องตามไปด้วย เพราะไม่ว่ายังไง หรงซู่จินก็น้องสาวของหรงอี้จินหญิงสาวที่เขารัก


คล้อยหลังทุกคนหรงอี้จินมองทุกคนที่หายไปจากตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ก็ได้แต่กำหมัดแน่น เพราะทุกคนเอาแต่สนใจหรงซู่จินไปหมด ขนาดกงกุ้ยเสี่ยวที่บอกว่ารักนางนักหนาก็ยังตามไปช่วยหรงซู่จินเลย แล้วเยี่ยหยวนที่เพิ่งจะรู้จักกับหรงซู่จินได้ไม่นานก็ยังมีท่าทีห่วงใยนางจนออกนอกหน้า มันน่าเจ็บใจนัก!!

 



. พรรคทมิฬ


 “หึ ท่านทำแบบนี้ทำไม” หรงซู่แค่นเสียงพร้อมกับจ้องมองอีกคนอย่างไม่พอใจจ้องอีกคนอย่างมาดร้ายขึ้นมาทันที เพราะพอจะเดาได้ว่าอีกคนต้องการอะไร


“ข้าอยากพบเจ้า” ผู้นำพรรคทมิฬตอบพลางมองอีกฝ่ายก่อนจะคิดว่านางช่างเหมือนกันนัก นัยน์ตาคมเหมือนเหยี่ยวจ้องมองหรงซู่จินไม่ละสายตาไปไหน


“เฮ้อ เหตุใดท่านต้องอยากพบข้าด้วยละเจ้าค่ะ” หรงซู่จินถาม พลางเหลือบไปมองหวางชูที่มองมาดูเธอด้วยสายตานิ่งๆ หรงซู่จินไม่มองไปทางหวางชูอีก พร้อมกับจ้องตาของผู้นำพรรคทมิฬที่เธอไม่รู้แม้แต่นามของอีกคน


“ข้าก็แค่อยากจะพบเจ้า”


“แต่สายตาของท่านมันมีมากกว่านั้น” หรงซู่จินเอ่ยตามตรงเมื่อสังเกตเห็นมาสักพักแล้วตั้งแต่เริ่มพูดคุยกันมา ชายหนุ่มคนนี้ก็เอาแต่พูดประโยคเดิมๆ แต่ไม่ยอมพูดในสิ่งที่พูดเองอย่างจะพูด


“หึหึ เจ้าฉลาดขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะ” ผู้นำพรรคทมิฬหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ที่เห็นว่าอีกคนที่เขารู้จักนั้นแตกต่างกันนัก หรงซู่จินที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นนางดูฉลาดต่างจากที่เขาคิดเอาไว้มากนัก


“เฮ้อ คุยกันมาตั้งนานก็ข้ายังรู้จักนามของท่านเลย ดูจะเสียมารยาทไปเสียหน่อยนะเจ้าคะ” หรงซู่จินถอนหายใจพลางหลอกถามนามของอีกคน แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าคนตรงหน้านี้ต้องการอะไรจากเธอก็ตาม


“จริงสินะ จริงๆ เจ้าก็ยังไม่บอกนามของเจ้าให้ข้ารู้เลยนะ จะว่าข้าคนเดียวก็ไม่ถูก” ผู้นำพรรคทมิฬกล่าวพร้อมกับยิ้มนิดๆ เมื่อได้เห็นความฉลาดของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะย้อนถามอีกฝ่ายเช่นกัน หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มนิดๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างรู้ทันทีอีกฝ่าย


“ข้าคิดว่าท่านน่าจะรู้จักข้าแล้วนะเจ้าคะ”


“ฮ่าๆ เจ้าช่างฉลาดนัก ข้าจุนอี้เวินผู้นำพรรคทมิฬ” จุนอี้เวินหัวเราะอย่างชอบใจในความฉลาดของอีกฝ่าย ก่อนจะแนะนำตัวเอง


“เพียงแค่ข้ามองท่านก็พอจะเดาได้เจ้าค่ะ” หรงซู่จินบอกจุนอี้เวินเพราะก่อนหน้านี้ชายที่แบกเธอมานั้นพูดบอกชายอีกคนไปบอกผู้นำพรรค และคงไม่ใช่ใครถ้าไม่ใช่คนตรงหน้าของเธอ


“เจ้าฉลาดเหมือนกับคนผู้หนึ่ง” จุนอี้เวินเอ่ยพลางหวนนึกถึงใครอีกคน พร้อมกับยิ้มออกมานิดๆ เมื่อเด็กสาวคนนี้เหมือนกับคนผู้นั้นไม่มีผิด


“ท่านต้องการจะบอกอะไรข้ากันแน่เจ้าค่ะ” หรงซู่จินกล่าวถามพลางมองอีกคนที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนอะไร


“ข้าเพียงแค่จะบอกว่าเจ้าต้องมาเป็นภรรยาของข้า”


ปัง!


ตู้ม!


หวางชูที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าอีกคนต้องการอะไรและคิดอะไรอยู่ และเขาได้แต่ข่มอารมณ์ของตัวเองเขาไว้มาตลอด แต่เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ อารมณ์ที่เขาข่มเอาไว้ก็ระเบิดออกมาทันที


หวางชูมองร่างของจุนอี้เวินที่ตอนนี้กระเด็นจากเก้าอี้ไปยังที่หน้าประตูห้อง จุนอี้เวินมองเด็กสาวที่นั่งนิ่งอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นางมีระดับลมปราณสูงแค่ไหนกัน ถึงทำกับเขาที่มีระดับเซียนขั้นปลายเชียวนะ


หรงซู่จินรู้ได้เลยว่าเป็นฝีมือของใคร เอ่อ เธอก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าหวางชูจะหึงโหดขนาดนี้ แต่ช่างเรื่องนั้นก่อนดีกว่า ยังดีที่หวางชูไม่ปรากฏกายให้จุนอี้เวินได้เห็นเพราะมันจะทำให้เธอที่กำลังวางแผนไว้เปลี่ยนไปทันที ขอยืมมือของท่านหน่อยก็แล้วหวางชู


“เหตุใดถึงได้กล่าวออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้นหรือล่ะเจ้าคะ” หรงซู่จินถาม อีกคนที่แทบจะขยับตัวลุกไม่ไหว เธอรู้ว่าหวางชูอ้อมแรงเอาไว้ เพราะถ้าหวางชูแรงทั้งหมดเห็นว่าคนผู้นี้จะไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้เห็นแม่แต่น้อย


“แค่ก เจ้า แค่กๆ” ยังไม่ทันที่จุนอี้เวินจะได้พูดอะไรมากกว่านั้น เหล่าลูกน้องที่ได้เสียงที่ดูเหมือนจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นก็รีบวิ่งมาดู


ก่อนจะเห็นว่าบานประตูห้องของท่านผู้นำพรรคทมิฬพัง แถมผู้นำพรรคของพวกเขายังนอนสำลักเลือดออกมาอีกด้วย ใครกันที่ทำกับผู้นำพรรคทมิฬได้ขนาดนี้กัน


แต่เมื่อเขามองไปยังข้าในห้องก็เห็นมีเพียงเด็กสาวที่พวกเขาเห็นว่านั่งด้วยถ้าท่าสบายๆ ไม่ได้กังวลอะไร ก็ได้แต่สงสัย หรือจะเป็นนางกัน คงไม่ใช่หรอก


“เกิดอะไร ทำไมท่านผู้นำพรรคถึงเป็นเช่นนี้” ชายคนที่หรงซู่จินจำได้ว่าเป็นคนแบกเธอมาวิ่งเข้ามา ก่อนจะถามทุกอย่างตกใจเมื่อเห็นสภาพของท่านผู้นำพรรค


“เอ่อ พวกข้าก็ไม่รู้เหมือน แต่ว่า” ชายคนหนึ่งที่มาถึงก่อนเพื่อนก็พูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังเด็กสาวที่นั่งอยู่เพียงลำพังกับผู้นำพรรค โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรเลยสักนิด เกิดอะไรขึ้นกัน เป็นไปไม่ได้ที่เด็กสาวคนนี้จะทำผู้นำพรรคของพวกเขาเป็นได้ขนาดนี้


“เจ้าไม่รีบรักษาเขาหรือ ตายไปก็อย่ามาโทษข้านะ” หรงซู่จินเอ่ยขึ้นพร้อมกับยักไหล่ให้คนพวกนั้นที่กำลังมองมาที่เธออยู่ตอนนี้  หรงซู่จินกำลังรอให้อีกฝ่ายโจมตีเธอ แต่คนพวกนั้นก็ไม่ยอมทำเสียทีจนเธอนึกสงสัย


“แค่กๆ ข้าไม่ตาย แค่กๆ หรอกน่า” จุนอี้เวินสำลักเลือดอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อก็สำลักเลือดอีกครั้งช่างเป็นการกล่าวที่ยากลำบากยิ่งนัก จุนอี้เวินจ้องมองหรงซู่จินอย่างสงสัย


“หึหึ อาการหนักขนาดนั้น อีกไม่กี่ลมหายใจท่านก็ลาโลกไปแล้วล่ะ” หรงซู่จินหัวเราะในลำคอก่อนจะพูดอย่างเย้ยยันอีกฝ่ายที่ถูกลูกน้องพยุงให้ลุกขึ้นมานั่ง

 



.ด้านหน้าของพรรคทมิฬ


“บุกไปเลยดีหรือไม่ขอรับ” ผู้อาวุโสที่สองถามขึ้นเมื่อพวกเขาพากันมาถึงยังที่อยู่ของพรรคทมิฬ แต่ท่านผู้นำตระกูลยังไม่สั่งให้บุก จริงๆ ก็ไม่อยากจะมาโจมตีพรรคทมิฬเลย แต่เพราะขัดคำสั่งไม่ได้เลยต้องทำเลย มันไม่คุ้มเสียเท่าไรที่จะมาช่วยยัยคุณหนูไร้ประโยชน์ ถ้าให้เขาไปช่วยคุณหนูหรงอี้จินก็ว่าไปอย่าง มันคุ้มกว่ากันเยอะ


“รอก่อน” หรงจินเฉินเอ่ยพร้อมกับมองไปยังด้านใน พลางใช้จิตสัมผัสแผ่กระจายไปตรวจสอบว่าลูกสาวของเขาอยู่ที่ไหนและยังปลอดภัยดีหรือไม่


“ขอรับ” ผู้อาวุโสรับคำพลางแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของท่านผู้นำตระกูลที่มองไปข้างหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยพร้อมกับไอสังหารอ่อนๆ อยู่รอบๆ ตัวของท่านผู้นำตระกูล


“หึ บุกได้” สิ้นเสียงของท่านผู้นำตระกูล ทุกคนก็บุกเข้าไปยังพรรคทมิฬทันที เหล่าพรรคทมิฬที่ถูกบุกว่าอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รับมืออย่างงุนงง


“พวกเจ้าเป็นใคร รู้หรือไม่ อ๊าก!!” ชายคนที่กำลังถามเหล่าผู้บุกรุกก็ร้องขึ้นมาทันทีเมื่อถูกดาบฟันไปที่แขน เหล่าลูกน้องของพรรคทมิฬข้าง ก็ต่างพากันมายังด้านหน้ามองเหล่าผู้บุกรุกที่มาราวสามร้อยกว่าคน เกิดอะไรขึ้นกัน


“อย่าให้พวกมันรอดไปได้” หรงจินเฉินสั่งพร้อมกับนำคนที่เป็นลูกน้องของตัวเองและลูกน้องของหรงซู่จินไปยังด้านในเพื่อไปตามหาลูกสาวของเขา

 



ภายในด้านในของห้องหรงซู่จินที่มองจุนอี้เวินพยายามลุกขึ้น เมื่อรักษาตัวเองก่อนหน้านี้เสร็จแล้วแม่ว่าจะยังไม่หายสนิทก็ตาม จุนอี้เวินมองหรงซู่จินนิ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้น


“เจ้าเหมือนแม่ของเจ้าไม่มีผิดซู่เออร์” เมื่อหรงซู่จินได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าพูดถึงผู้เป็นท่านแม่ของเธอก็พลางขมวดคิ้วแล้วมองอีกคนอย่างสงสัย ชายคนนี้รู้จักท่านแม่ของเธออย่างนั้นหรือ


“เหมือนยังไงเล่า หน้าตาหรือนิสัยของข้ากัน” หรงซู่จินถามพลางลุกขึ้นเดินไปหาอีกคนที่ยังไม่หายบาดเจ็บดีอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น


“ทั้งสองอย่าง” จุนอี้เวินบอกพร้อมกับมองทวงท่าการเดินที่เหมือนกันเหลือเกิน เหมือนหรงซูซู่เหลือเกิน ไม่มีส่วนไหนที่ไม่เหมือนเลยสักนิด


“ไหนบอกมาสิว่าท่านรู้จักท่านแม่ของข้าได้อย่างไร” หรงซู่จินเอากระบี่ออกมาจ่อคอจุนอี้เวินด้วยสายตาเรียบนิ่งโดยไม่สนใจเหล่าลูกน้องที่ชัดอาวุธออกมาทันทีที่เห็นเธอเอากระบี่จ่อคอผู้นำของพรรคทมิฬ


ตั้งแต่มาสถานที่แห่งนี้เธอก็ไม่ได้รู้เรื่องของท่านแม่ของเธอมากนัก รู้แต่ว่าหน้าตาเหมือนกับผู้เป็นแม่ของเธอในโลกก่อนหน้านี้


“รู้จักดีเลยล่ะ” จุนอี้เวินพูดพร้อมทั้งหวนคิดไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ก่อนจะยิ้มนิดๆ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันราวกับว่าคือคนคนเดียวกับคนที่เขา


“อย่าบอกเชียวว่าท่านหลงรักท่านแม่ของข้า” หรงซู่จินที่มองดูสายตาของอีกฝ่ายก็พอจะรู้ได้ แล้วทำไมจุนอี้เวินจะต้องการเธอด้วยเล่า เธอไม่ใช่ท่านแม่ของเธอเสียเมื่อไร หรือเพราะว่าอยากจะได้เธอไปแทนที่ของท่านแม่ของเธอ เพราะไม่อาจจะครองคู่กับท่านแม่ได้


“เจ้าฉลาดเหมือนกับซูซู่” จุนอี้เวินพูดเมื่อได้กลับมาจากการหวนคิดเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นมากมายกับเขาหรงซูซู่และหรงจินเฉิน มันเป็นอะไรที่เขายอมรับไม่ได้จริงๆ


“หึ ข้าไม่ได้อยากจะเป็นตัวแทนของใคร ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นท่านแม่ของข้าตาม” หรงซู่จินพูดและก็ยิ่งไม่พอใจยิ่งนักเมื่ออีกคนที่จะให้เธอเป็นตัวแทนของท่านแม่ของเธอ


“เฮ้อ ไม่ว่าเจ้าหรือซูซู่ก็ปฏิเสธข้าทุกครั้ง” จุนอี้เวินพูดพร้อมกับยิ้มเศร้า ก่อนจะพูดขึ้นเมื่อได้ยินลูกน้องวิ่งเข้ามารายงาน


“ท่านผู้นำพรรคขอรับ ตอนนี้มีใครก็ไม่รู้นำคนมาโจมตีพวกเราอยู่ด้านนอกขอรับ” ชายคนนั้นร้องบอกพลางหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบเพราะรีบเร่งมารายงานท่านผู้นำพรรค


“หึหึ พ่อของเจ้าคงจะมารับเจ้ากลับไปแล้วสินะ หวงลูกสาวไม่เคยเปลี่ยน” จุนอี้เวินพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะมองหรงซู่จินแล้วพูดบอกอีกฝ่าย


“แน่นอน ถ้าให้ข้าเดาพวกท่านคงเป็นสหายกันมาก่อนสินะ” หรงซู่จินพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาที่พูดถึงพ่อของเธอมันมีทั้งความแค้นและก็ความรักอยู่ในนั้น


“ข้าภูมิใจที่ได้มีหลานฉลาดอย่างเจ้า” จุนอี้เวินที่ไม่อยากบังคับเด็กสาวที่เป็นลูกสาวของผู้ที่หลงรักและไม่คิดที่จะรักหญิงสาวคนไหนอีกนอกจากหรงซูซู่


จุนอี้เวินกล่าวขึ้นมันก็ถูกที่หรงซู่จินพูดวาเขาอยากให้เธอมาแทนที่ของหรงซูซู่ แต่เมื่ออีกคนไม่ยอมเขาก็จะไม่บังคับ ยังไงเขาก็ไม่อยากให้คนที่เขารักต้องมาทุกข์ทรมานที่จะต้องทนอยู่กับเขาหรอก นี่หรือเปล่านะที่ทำให้เขาต้องเสียหรงซูซู่ให้กับหรงจินเฉิน


“หึ ข้าไปเป็นหลานท่านตอนไหนกัน” หรงซู่จินมองอีกคนที่ไม่ได้คิดร้ายต่อเธอ แต่ก็แค่อยากจะได้เธอเป็นตัวแทนก็แค่นั้น มิน่าเล่า เขาถึงไม่สั่งให้ลูกน้องโจมตีเธอ แต่ว่าสิ่งที่เธอสงสัยนั้นก็คือเขามีส่วนรู้เห็นในการรอบฆ่าของเธอหรือไม่


“หึหึ ข้าดีใจที่เมื่อวานเจ้าไม่เป็นอะไร” จุนอี้เวินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับเด็กสาวตัวน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื่อไขของผู้หญิงที่รักคนจนหมดหัวใจ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากคนของเขาที่มันทำงานไม่รู้เรื่อง


“ข้านึกว่าท่านจะดีใจเสียอีก” หรงซู่จินกล่าวพร้อมกับเอากระบี่ออกจากลำคอของอีกคน ก่อนขยับตัวถอยห่างออกมา พร้อมกับหวางชูที่ปรากฏตัวของข้างกายของเธอ ทำเอาทุกคนงงไปหมดว่าชายหนุนหล่อเหลาคนนี้มาจากไหนกัน และมาตั้งแต่เมื่อไร


“ทำไมข้าต้องดีใจด้วยยามเจ้าได้รับบาดเจ็บ แต่ข้าเสียใจต่างหากที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้เหมือนกับแม่ของเจ้าที่ข้าไม่อาจปกป้องนางได้” จุนอี้เวินพูดพร้อมกับคิดไปยังภาพสุดท้ายที่เขาไม่อาจช่วยเหลืออะไรหรงซูซู่ได้เลย มันทำให้เขาเจ็บใจนัก เลยต้องหันมาปกป้องหรงซู่จินอยู่ห่างๆ โดยไม่ให้ใครรู้เรื่อง

 



มันอาจจะทำให้งงนิดหน่อย เพราะเรื่องมันซับซ้อนจร้า พอดีวันนี้เรานั่งแก้ผิดนิยายเรื่องหนึ่งเพื่อจะเอาไปทำอีบุ๊คก็เลยยุ่งๆ ไม่ได้มาอัพนิยายให้ (พอดีว่าช่วงนี้ร้อนเงินนะฮ่าๆๆ)

ชอบก็เม้นได้จร้าาาหรือจะกดกำลังใจให้ก็ได้น่า 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 446 ครั้ง

734 ความคิดเห็น

  1. #139 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 09:33

    จากบอสลับกลับไปเป็นพระรอง
    #139
    0
  2. #137 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 03:59
    หักมุมโคตร
    #137
    0
  3. #111 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:48
    โอ้!!!!
    #111
    0