บทเพลงที่ 6 ความฝัน ความจริง กับฝันที่เป็นจริง ( 5 )
ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งตะลึงค้างอยู่อย่างนั้น ภาพความวิบัติตรงหน้ามันเกิดขึ้นรวดเร็วแบบไม่มีใครคาดคิด
เฟรินเบิกตาโพลง มือที่กำแน่นกำลังสั่นพร้อมกับมีเลือดไหลซึมออกมาทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงสั่งการของโรเวนกับไธนอสให้ช่วยกันสำรวจความเสียหายหูที่ไวเป็นพิเศษของหัวขโมยสาวกลับสดับได้ถึงเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่ง เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆออกมาจากทิศทางที่มาของวิถีดาบ
ฝุ่นควันเริ่มจางลงไปมากและนั่นทำให้สายตาของเฟรินแลเห็นเงาร่างของใครคนหนึ่ง ร่างนั้นหยุดยืนนิ่งพร้อมกับยืดตัวขึ้นช้าๆ กลิ่นคาวเลือด ไอแห่งความสิ้นหวัง กลิ่นไอแห่งความตายคละคลุ้งโชยออกจากร่างให้คนอื่นได้สัมผัสตอนนั้นเองที่ทุกสายตาต่างมองตรงไปยังจุดเดียวกันและเป็นเวลาที่ม่านควันจางหายไปพอดี
“อาเธอร์ บริสตั้น!!” เฟรินคำรามลั่น ร่างบางถีบตัวพุ่งเข้าจู่โจมเป้าหมายรวดเร็วจนไม่มีใครห้ามทัน
อาเธอร์ค่อยหันหน้ามาช้าๆเผยให้เห็นใบหน้าที่ไม่เหลือเค้าของความเป็นมนุษย์ ส่วนของตาขาวเปลี่ยนเป็นแดงก่ำนัยน์ตาสีดำยืดยาวออกคล้ายแววตาของสัตว์ป่า มัดกล้ามทุกส่วนเกร็งเขม็งและมีเส้นเลือดขึ้นปูดโปน
ใบหน้านั้นค่อยๆแสยะยิ้ม เฟรินเบิกตาขึ้นเล็กน้อยกับภาพความเปลี่ยนแปลงที่เห็นก่อนจะตั้งสติมือกระชับดาบมั่น
“ย้ากกก!!” ผ่าปฐพีฟันเข้าแสกหน้าอาเธอร์ แต่ทว่า..
เคล้ง!!
อาเธอร์ยกดาบแห่งกษัตริย์กันไว้ก่อนจะออกแรงดันผลักร่างเฟรินถอยออกไป เฟรินตีลังกากลับหลังลงมาตั้งหลักแต่อาเธอร์ไม่ปล่อยผ่านตามซ้ำทันที
“เฟริน” คาโลรีบถลันลุกขึ้นทันใด “ไอซ์วอล” กำแพงน้ำแข็งถูกกางกั้นขึ้นรับดาบของอาเธอร์ก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยง เฟรินใช้จังหวะที่คาโลดึงไว้ให้ฟันดาบซ้ำเข้าไป อาเธอร์กระโดดหลบพร้อมกับอัดพลังกระแทกเข้าที่ตัวเฟรินจนร่างบางกระเด็นออกไปไกลแต่ขณะที่ร่างของอาเธอร์ยังคงลอยอยู่กลางอากาศร่างของคิลกลับปรากฏขึ้นเหนือหัว ฝ่ามือที่มีกระแสไฟฟ้าไหลวนฟาดเข้าใส่กลางศรีษะ
“อ๊ากกกก..” เสียงคิลแผดร้องลั่นเมื่อกระแสไฟที่คิดว่าเข้าเป้าเต็มๆตีย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง
อาเธอร์หันกลับมารวดเร็วมือข้างที่ไม่ได้ถือดาบพุ่งจับหมับเข้าที่ลำคอของนักฆ่าหนุ่ม
อึก.. แรงบีบรอบลำคอเพิ่มมากขึ้นแต่คิลเองก็ไม่ยอมเสียท่าง่ายๆ มือสองข้างประกบเข้าด้วยกันก่อนจะแยกออก สายใยเล็กๆสีเหลืองที่เขาใช้มันต่างเส้นลวดเสมอก็ปรากฏขึ้น ไม่รอช้าคิลตวัดมันรอบคออาเธอร์บ้างพร้อมกับออกแรงดึง
เส้นลวดที่สร้างขึ้นบาดคอเข้าจนเป็นแผลลึกเรียกเลือดสดไหลซึมแต่ก็ได้เพียงแค่นั้นมันไม่อาจบั่นคอศัตรูตรงหน้าได้ กล้ามเนื้อนั่นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า
เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลและถ้าปล่อยนานไปตัวเขาจะเป็นฝ่ายขาดอากาศตายเสียก่อนคิลจึงปล่อยมือออกจากเส้นลวดก่อนจะสะบัดข้อมือเล็กน้อยมีดสั้นที่เหน็บไว้ใต้แขนเสื้อก็เคลื่อนเข้าสู่มืออย่างเหมาะเจาะ
คิลกำด้ามมีดแน่นก่อนจะใช้ทั้งสองมือออกแรงปักคมมีดวาววับเข้าที่มือของอาเธอร์!!
ฉึก..
ได้ผล.. มือนั้นคลายออกทันใด ร่างนักฆ่าถูกปล่อยเป็นอิสระ คิลรีบถอยห่างออกจากรัศมีการโจมตีไปยืนหอบตัวโยนอยู่อีกด้าน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาไม่กี่นาที.. ความเงียบเข้าครอบงำ ไม่มีใครเคลื่อนไหวแต่แล้วจู่ๆ
หึหึ.. ฮ่าฮ่าฮ่า.. อาเธอร์กลับหัวเราะลั่นทว่าเสียงที่ดังออกมาจากร่างนั้นกลับไม่ใช่เสียงของอาเธอร์อีกแล้ว เสียงนั้นทั้งแหบต่ำ เหยียบเย็นและน่าพรั่นพรึงกว่ามากนัก มันก้องกังวานราวกับดังอยู่ในหัวก็ไม่ปาน
“ความรู้สึกนี้..ความรู้สึกแบบนี้ล่ะ!! ร่างกายของข้า..ในที่สุดข้าก็ได้มันมา.. ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงนั้นพูดอย่างรื่นรมย์ สายตาดุจปีศาจตวัดมองทุกคนที่อยู่ที่นั่น
“เข้ามาพวกเอเดน ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้เห็นนรก!!” สิ้นเสียงดาบใหญ่ก็ตวัดอีกครั้ง คลื่นดาบไม่ผิดกับเมื่อครู่พุ่งตรงด้วยความเร็วสูงไปยังทัพทหารที่เหลือ
โรเวน ลูคัส ลอเรนซ์ และไธนอสรีบถลันไปบังหน้าเอาไว้ ม่านพลังถูกกางกั้นขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที
เปรี้ยง!!
พลังปะทะพลัง ผืนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นฝุ่นควันกระจายคลุ้งแม้คลื่นดาบไม่อาจผ่านเกราะแกร่งของยอดนักเวทแห่งเอเดนทั้งสี่แต่พลังของดาบแห่งกษัตริย์ก็เป่าร่างของพวกโรเวนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
พายุพัดโหมกระหน่ำก่อนจะจางหายเผยให้เห็นพวกโรเวนที่ค่อยยันกายขึ้น
“ไม่ต้องห่วงทางนี้ จัดการอาเธอร์ซะ” โรเวนร้องบอก เซรัสเมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้าเขาพุ่งตัวเข้าประชิดอาเธอร์เหวี่ยงดาบทะแยงมุมขวาง อาเธอร์รับไว้พลางตวัดดาบในมือกดดาบเซรัสปักลงพื้น ส่งพลังทะมึนหวังกระแทกร่างเซรัส เซรัสเบี่ยงตัวหลบแต่พลังนั่นก็ยังเรียกเลือดและเนื้อจากไหล่ซ้ายของเขา ชายหนุ่มไม่สนใจเขาย่อตัวลงชักมีดสั้นที่เอวเสียบเข้าที่ท้องของอาเธอร์แต่อาเธอร์ใช้มือจับข้อมือของเซรัสไว้ได้ก่อนที่มีดนั้นจะได้ทำตามประสงค์ วินาทีนั้นคิลที่รอจังหวะอยู่ก็กระโดดเข้าด้านหลังอาเธอร์ แขนยกขึ้นเสมอไหล่นิ้วเหยียดออกเป็นเส้นตรง
ฉึก..
แต่อาเธอร์กลับเหวี่ยงเซรัสเข้ามากันราวกับรู้ล่วงหน้าโชคยังดีที่คิลยั้งมือเอาไว้ได้ทันปลายนิ้วของนักฆ่าจึงทะลวงได้แค่ผิวภายนอกทว่าจังหวะของพวกเขาก็เสียไปซะแล้ว อาเธอร์จึงใช้ช่วงเวลานั้นเตะอัดเข้าที่ท้องเซรัสจนเขาไปกระแทกเข้ากับคิลทำให้ทั้งคู่กระเด็นออกไปพร้อมกัน
อาเธอร์แสยะยิ้มกว้างอย่างกระหายเลือดมองตามร่างคิลกับเซรัสที่กระเด็นไปอีกฟากก่อนกวาดนัยน์ตาราวสัตว์ร้ายไปรอบตัวเหมือนจะหาคู่ต่อสู้คนใหม่ ตอนแรกนัยน์ตานั่นไปหยุดลงที่ร่างทั้งสี่ของพวกโรเวนแต่แล้วก็มองเลยไปจนกระทั่งแลเห็นร่างของ.. คาโล
“ขอดูหน่อยสิว่านักรบปีศาจแห่งคาโนวาลจะแน่สักแค่ไหน” สิ้นคำจอมปีศาจในร่างอาเธอร์ก็พุ่งตัวเข้าหาคาโลทันที
คาโลยันตัวขึ้นอย่างยากเย็น ไอซ์วอลเมื่อครู่เป็นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เขาพอจะรวบรวมได้แล้ว มาตอนนี้เขาจะทำเช่นไร
ยังไม่ทันที่คาโลจะได้หาทางออกอาเธอร์กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าดาบในมือตวัดฟันรวดเร็วและรุนแรง
กึก!! คาโลเอาคทาพิพากษารับ อาเธอร์ยกขาเตะ คาโลโยกหลบทว่าขาของเขากลับทรุดลงและจังหวะที่กษัตริย์หนุ่มเงยหน้าขึ้นท่อนขาของอาเธอร์ก็อยู่ห่างจากเขาเพียงสามคืบ คาโลรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกันใบหน้าไว้ตามสันชาตญาณ
ปึก!! แรงเตะหนักหน่วงทำให้คาโลกระเด็นออกไป อาเธอร์ตามซ้ำตอนนั้นเองที่เฟรินค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความมึนงง แรงกระแทกในตอนนั้นทำให้เธอหมดสติไปชั่วขณะหนึ่งและเมื่อภาพเหตุการณ์ตรงหน้าผ่านเข้าสู่สายตาเฟรินก็ถึงกับร้องลั่น
“คาโล!!”
อาเธอร์เงื้อดาบคิดจะฟันคาโลซ้ำทั้งๆที่ชายหนุ่มยังลอยคว้างจากแรงเตะอยู่อย่างนั้นแต่ยังไม่ทันได้ทำตามคิดเมราสองครักษ์หนุ่มก็เอาตัวสอดเข้าขวางเอาไว้
เมราสฟาดดาบในมือซ้ายใส่อาเธอร์ อาเธอร์เอี้ยวตัวหลบใช้ดาบตนรับดาบเมราสไว้ ชายหนุ่มได้โอกาสอาศัยจังหวะนั้นใช้ปลายเท้าตวัดเตะดาบที่หล่นเกลื่อนอยู่บนพื้นขึ้นมาเล่มหนึ่งอย่างรวดเร็ว มือขวารับดาบนั่นไว้แม่นยำพร้อมกับตวัดฟันต่อเนื่องไปทันที
อาเธอร์ปัดดาบที่รับไว้ในตอนแรกออกพร้อมกับเหวี่ยงดาบรับดาบที่สองแต่เมราสไม่ปล่อยให้อาเธอร์มีเวลาตั้งตัวเพลงดาบคู่จึงตวัดร่ายรำต่อเนื่องทั้งรวดเร็วและลุกไล่จนอาเธอร์ต้องล่าถอยซ้ำยังต้องปัดป้องดาบนั้นเป็นพัลวันจนในที่สุดเมราสก็สามารถปัดดาบของอาเธอร์ให้เหวี่ยงออกข้างได้สำเร็จพร้อมกับแทงดาบอีกเล่มสวนออกไป
ฉึก!!
คมดาบแทงทะลุอกของอาเธอร์ออกไปจนมิดด้าม อาเธอร์กัดฟันกรอดคำรามลั่น
“คทาแห่งพลัง” สิ้นคำคทาทองคำสลักลายงดงามก็ปรากฏขึ้นในมือของอาเธอร์
หัวคทาเรืองแสงสว่างวาบพลังออร่าสีดำทมิฬก่อตัวรวดเร็ว มิติเริ่มบิดผันและชั่วเสี้ยวนาทีนั้นพลังทมิฬก็พุ่งเข้าใส่เมราสในระยะเผาขน
บึ้ม!!
ตรงที่ๆเมราสยืนอยู่เมื่อครู่กลายเป็นหลุมกว้างลึกลงไปร่วมเมตรห่างจากหลุมนั้นออกไปไกลพอควรเมราสนอนหอบหายใจรวยรินทั่วร่างมีบาดแผลเลือดไหลซึม โชคยังดีที่เขาไหวตัวหลบออกไปได้ทันไม่เช่นนั้นแม้แต่ศพก็คงไม่เหลือให้เห็น
อาเธอร์กระชากดาบออกจากร่างทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดีก่อนจะชูคทาแห่งพลังขึ้นอีกครั้ง
พลังทมิฬที่ใหญ่กว่าคราแรก บิดเบือนมากกว่า ค่อยๆรวมตัวกันที่หัวคทา ถ้าหากปล่อยให้อาเธอร์ซัดพลังนี้ออกมาได้ทุกคนต้องตายกันหมด คิดได้ดังนั้นเฟรินจึงเข้าขวางทันที
“ผ่าปฐพี” วิถีดาบแห่งจิตจากผ่าปฐพีตรงเข้าใส่อาเธอร์แต่อาเธอร์ไม่สะทกสะท้านเขาเพียงแค่วาดดาบออกส่งวิถีดาบแห่งจิตพุ่งเข้าปะทะ
เปรี้ยง!!
วิถีดาบทั้งสองดึงดันกันไปมาก่อนจะเป็นเฟรินที่เพรี่ยงพล้ำ!!..
มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นหากไม่ใช่ว่าร่างของเฟรินไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เพียงชั่วอึดใจที่เฟรินรู้ตัวว่าไม่สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยพลังได้ หญิงสาวก็อาศัยความเร็วเฉพาะตัววิ่งเข้าประชิดอาเธอร์แทนและเพียงกระพริบตาร่างแบบบางของหญิงสาวก็ไปปรากฏอยู่ต่อหน้าอาเธอร์เสียแล้ว
ผ่าปฐพีฟันออก..เป้าหมาย คทาแห่งพลัง!!
เคล้ง!!
อาเธอร์รับดาบของเฟรินทันราวกับรู้ล่วงหน้า เขาสะบัดดาบกระแทกดาบเฟรินให้เหออกก่อนจะฟันซ้ำเข้าที่ไหล่บางจนโชกเลือด เฟรินกัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดเปลี่ยนมือจับดาบรวดเร็วแล้วฟันสวนออกไปอีกครั้ง
ฉัวะ!!
บาดแผลยาวจากช่วงเอวไปจนถึงบ่าขวาปรากฏขึ้นทันทีที่ผ่าปฐพีพาดผ่านแต่มันก็เป็นแค่แผลที่ผิวหนังชั้นนอกเท่านั้นอาเธอร์หลบดาบของเธอทันอย่างหวุดหวิดทั้งที่ไม่น่าจะเป็นได้แต่ฝ่ายที่ตกใจไม่ได้มีเพียงเฟรินเท่านั้นอาเธอร์เองก็แปลกใจไม่แพ้กันที่ร่างของเขาเกิดบาดแผล คงจะเป็นพลังของผ่าปฐพีกระมังที่เรียกเลือดจากเขาได้
เฟรินมองคนตรงหน้าอย่างฉงนแต่สำนึกรู้บางอย่างก็แล่นเข้าสู่สมอง
แหวนแห่งปราชญ์..
เพราะแหวนบ้านั้นมันทำให้อาเธอร์รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไป เฟรินสบถหัวเสียก่อนจะต้องยกดาบขึ้นรับดาบอันหนักหน่วงของอาเธอร์อีกครั้ง อาเธอร์ฟันดาบหนักหน่วงต่อเนื่องสามดาบจนเฟรินที่เป็นฝ่ายรับถึงกับมือสั่นควบคุมดาบไม่อยู่ อาเธอร์เห็นดังนั้นก็ตวัดวิถีดาบแห่งจิตเข้าใส่ เฟรินยกดาบขึ้นรับแม้จะรับได้ทันแต่แรงอัดมหาศาลก็ผลักร่างหล่อนกระเด็นออกไปอีก
“พวกเอเดน..” อาเธอร์ที่หัวเสียจากบาดแผลที่ได้รับคำรามขึ้นพร้อมปลดปล่อยพลังทมิฬออกมา แต่ตอนนั้นเอง..
“พยุหนาคา” แสงสว่างวาบเป็นวงดาบพุ่งตรงไปที่คทาแห่งพลัง อาเธอร์หันกลับมามองพลางโยกคทาหลบ
“เสร็จฉันล่ะ” คิลพุ่งตัวเข้ามาเสริมทันทีตามแผนที่วางไว้กับเซรัส มือของนักฆ่าเรืองแสงสีเหลืองสว่างวาบพร้อมกับสายฟ้าเส้นเล็กวิ่งวนไปมา คิลเล็งฝ่ามือพุ่งตรงเข้าที่หัวใจของอาเธอร์ แต่แล้ววินาทีที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะถึงตัวเป้าหมายลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้นักฆ่าหนุ่มเบี่ยงมือออกเคลื่อนเข้าหาเป้าหมายใหม่ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาเธอร์เอาดาบแห่งกษัตริย์ขึ้นมากันตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเองเอาไว้พอดี
“ย้ากกกก..”
ฝ่ามือของคิลเคลื่อนตรงปะทะเข้ากลางคทาอย่างจังท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอาเธอร์
เคล้ง! เคล้ง! เคล้ง!
คทาแห่งพลังหักครึ่งหล่นลงกระทบพื้น พลังมหาศาลพุ่งวูบออกจากคทาเข้าไปในร่างเฟรินทันที
“คทาข้า..” อาเธอร์กรีดร้องลั่น ฟันดาบกษัตริย์เป็นวงกว้างใส่ทั้งคิลและเซรัสพร้อมกันในดาบเดียว ทั้งสองกระโดดหลบแต่ไม่พ้นแรงอัดของดาบซัดร่างทั้งคู่กระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับพื้นเป็นหลุมลึกพร้อมกับกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก
“แก.. ตาย!!” อาเธอร์พุ่งตัวตามซ้ำอย่างโกรธเกรี้ยวแต่วินาทีนั้นกลับมีร่างหนึ่งพุ่งวูบเข้าขวางเขาเอาไว้
“คู่ต่อสู้ของแกคือฉัน” เฟรินพูดเสียงเหี้ยม ประกายตาเด็ดเดี่ยวจริงจังแฝงอำนาจเปลี่ยมล้น ผ่าปฐพีในมือฟาดฟันกับอาเธอร์อย่างดุเดือด
ย้ากกกก!!
ฉัวะ!! เฟรินฟันดาบโดนแขนของอาเธอร์เป็นแผลยาวจากศอกไปจนถึงมือทำให้ดาบแห่งกษัตริย์ล่วงหล่น เฟรินวาดขาเตะดาบนั่นจนปลิวกระเด็นไปปักที่พื้นอีกด้านก่อนจะพลิกตัวกลับดาบในมือพุ่งเข้าเสียบที่ตัวอาเธอร์อีกครั้ง
สวบ..
เลือดสีแดงฉานหยดลงสู่พื้นหยดแล้วหยดเล่าทว่ามันเป็นเลือดที่ไหลออกมาจากมือแกร่งที่ยื่นมาหยุดดาบของเฟรินเอาไว้.. อาเธอร์ออกแรงกระชากดาบเข้าหาตัวทำให้เฟรินเสียหลักถลาไปข้างหน้าเขาใช้จังหวะนั้นซัดฝ่ามือที่ล้อมรอบด้วยพลังทมิฬเข้าที่อกของเฟรินเต็มแรง
อัก!!
เฟรินกระอักเลือดก่อนร่างบางจะกระเด็นไปตามแรงมหาศาลที่ซัดเข้าใส่ หญิงสาวลอยวืดราวกับว่าวที่สายป่านถูกตัดขาดตรงกระแทกเข้ากับก้อนหินใหญ่อย่างแรง
เฟรินนอนหอบหายใจอยู่บนเศษซากก้อนหินที่แตกกระจายอยู่บนพื้นนัยน์ตาเริ่มพร่ามัวพอๆกับสติที่เริ่มจะเลือนลาง
ในภาพพร่ามัวนั้นเธอเห็นอาเธอร์กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาแต่พอปลายตามองไปอีกด้านก็เห็นภาพร่างของคนที่คุ้นเคยกำลังเรียกเธออยู่
คาโลร้องเรียกเฟรินสุดเสียงพลางพยายามจะพาร่างของตัวเองไปให้ถึงที่ตรงนั้นแต่อาการบาดเจ็บของเขาทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดั่งใจ
ตาสีฟ้ามองประเมินสถานการณ์ เมราส คิลและเซรัสเจ็บหนักส่วนพวกโรเวนหากมีใครคนใดคนหนึ่งขยับออกห่างที่ตรงนั้นอาเธอร์จะต้องพุ่งเป้าไปทางนั้นแน่.. เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างไม่เช่นนั้นเฟรินคง..
คาโลมองเฟรินที่ค่อยๆยันตัวขึ้นด้วยสายตาอาทรนัก ยิ่งเห็นร่างนั้นเจ็บหัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบจนแทบสลาย คนที่เขาอยากปกป้องมากที่สุดแต่พอถึงเวลาจริงๆเขากลับทำอะไรไม่ได้ แล้วสิ่งที่เขาอุตส่าห์เรียนรู้มา เวทที่เขาสู้ฝึกฝนอยู่ทุกวัน จะทำไปเพื่ออะไร!!
พลัง!!
ถ้าหากมีพลังมากกว่านี้..
มือขาวกำแน่นจนเลือดไหลซึม เนตรสีฟ้าปรือปิดลง
ขอแค่ครั้งเดียว.. อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น.. ขอพลังที่จะปกป้อง
เฟริน!!
พลังวิญญาณมหาศาลแผ่พวยพุ่งออกจากร่างสูงของกษัตริย์แห่งคาโนวาลที่ยืนทรงคทานิ่ง ท้องนภามืดลงทันใด หิมะสีขาวสะอาดโปรยปรายสู่พื้นดินก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นพายุหิมะโหมกระหน่ำ ผืนดินเอเดนกลับกลายเป็นเขตแดนน้ำแข็งอันหนาวเย็นแห่งสโนวแลนด์อีกครั้ง
อาเธอร์หยุดชะงักหันกลับไปยังที่มาของไอเวทรุนแรงที่สัมผัสได้เช่นเดียวกับเฟรินและคนอื่นๆและวินาทีนั้นตาสีฟ้าเข้มลึกสุดหยั่งก็ปรือเปิดขึ้น
“แปดประตูด่านมรณะ!!”
หัวคทาเรืองแสงวาบเป็นสีดำสนิท พลังวิญญาณไหลทะลักออกจากคทาดำราวกับน้ำป่าหลากพร้อมๆกับพลังชีวิตของคาโลถูกสูบเข้าไปแทนที่ ไอดำทะมึนยิ่งกว่าคราแรกแผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าก่อเกิดพายุโหมกระหน่ำนภาบิดเบือนปั่นป่วน ทันใดประตูเหล็กสีดำสนิทแปดบานกลับแทรกผ่านพื้นดินออกมาล้อมรอบอาเธอร์ไว้
บานประตูทั้งแปดเปิดออก เสียงหวีดร้องโหยหวนกรีดโสตประสาทกังวานก้องเรียกความพรั่นพรึนจับขั้วหัวใจของทุกผู้และไม่ถึงอึดใจวิญญาณนับร้อยก็พวยพุ่งออกจากประตูเหล่านั้น
เหล่าวิญญาณต่างตรงเข้าไปหาอาเธอร์ราวกับผีร้ายหิวกระหาย อาเธอร์ใช้มือเปล่าปัดป้องพร้อมกับซัดพลังเข้าใส่แต่ไม่เป็นผลทุกอย่างทะลุผ่านร่างโปรงใสของวิญญาณเหล่านั้นไปเหมือนกับพวกมันไม่มีตัวตนตรงกันข้ามกับวิญญาณเหล่านั้นที่เริ่มฉีกทึ้งร่างของอาเธอร์ราวกับอาหารอันโอชะอย่างน่าสยดสยอง
ความเจ็บปวดประดังเข้าสู่ร่าง ความโกรธทบเท่าทวี อาเธอร์ที่เครียดแค้นถึงที่สุดกลับปลดปล่อยพลังมหาศาลอย่างที่ก่อนหน้านี้เทียบไม่ติด เขาจะต้องทำลายกรอบเวทนี่..
อาเธอร์ตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายจากการโจมตีใส่วิญญาณที่ไร้ตัวตนมาเป็นกระหน่ำใส่ประตูดำทั้งแปดบานแทน พลังทมิฬถูกส่งเข้ากระแทกบานประตูไม่หยุดยั้ง..
ประตูแกร่งไม่สั่นคอนแต่กลับเป็นร่างเจ้าของเวทที่โดนเข้าไปเต็มๆ
ทั่วร่างของคาโลเริ่มปรากฏบาดแผลขึ้นทีละแห่งๆจากแรงสะท้อนกลับของพลังเวทแต่เจ้าตัวยังคงกัดฟันทนทว่าอาการบาดเจ็บภายนอกยังไม่สาหัสเท่ากับภายใน..
คทาพิพากษา.. คทาอาถรรพ์แห่งเดมอส..กำลังสูบพลังชีวิตเขา แล้วพลังชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้จะยืดเวลาออกไปได้อีกนานเท่าไร
เฟรินเบิกตากว้างอย่างตระหนกเมื่อร่างสูงของชายผู้เป็นที่รักเริ่มเลือนลางราวกับจะสูญสลาย สายใยอะไรบางอย่างที่มองแทบไม่เห็นกำลังถูกคทาพิพากษาดูดออกจากร่างไปเรื่อยๆ
“คาโล!!” เฟรินวิ่งอย่างทุลักทุเลเข้าไปหา “พอได้แล้วคาโล!!.. พอที!!” ร่างบางทรุดลงตรงหน้าก่อนจะยันกายขึ้นอีกครั้งมือบางตรงเข้าเขย่าแขนร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่ง
“ฉันบอกให้หยุดยังไงล่ะ นายอยากตายรึไง” เฟรินกรีดร้องขวัญเสีย “คาโล!!” มือบางคว้าจับด้ามคทาเดมอสแน่น
ถ้าหากเขาไม่ยอมหยุด เธอจะเป็นคนหยุดมันเอง!!
ทว่าวินาทีที่เฟรินสัมผัสถูกคทานัยน์ตาสีฟ้ากลับเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับเสียงร้องคำรามลั่นของอาเธอร์ดังออกมาจากวงล้อมของประตูดำ เฟรินรีบหันกลับไปมอง ไอทะมึนมหาศาลทะลักล้นออกมาจากร่างโชคเลือดนั่นกลุ่มไอสีดำคละคลุ้งไปทั่วทั้งกรอบเวทผลักดันบานประตูทั้งแปดจนสั่นระรัว
บึ้ม!!
พลังทมิฬระเบิดออกเป็นวงแหวนซ้อนกันหลายชั้นโดยมีอาเธอร์เป็นสูญกลางตรงเข้ากระแทกบานประตูทั้งแปดจนปริร้าวก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยง..
เมื่อกรอบเวทถูกทำลายพลังเวทจึงตีย้อนกลับใส่ร่างเจ้าของและนั่นถึงกลับทำให้คาโลกระอักเลือดออกมาพร้อมกับร่างสูงที่ทรุดลงกับพื้น เฟรินรีบปราดเข้าไปประคองชายหนุ่มทว่าวินาทีนั้นลูกบอลพลังสีดำลูกยักษ์กลับพุ่งแหวกม่านควันตรงมายังพวกเขา
เสียงอากาศลั่นแสบแก้วหู มิติบิดผันตามเส้นทางที่ลูกพลังนั้นเคลื่อนผ่าน เฟรินเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่คิดอะไรอีกแล้วร่างบางถลันเข้ากำบังชายคนรักพร้อมกับฟันผ่าปฐพีในมือ
เปรี้ยง!!
พลังทมิฬลูกยักษ์กระแทกเข้ากับคมดาบของผ่าปฐพีเกิดเสียงดังสนั่น พลังทั้งสองยังคงดึงดันกันไปมาให้คลื่นลมรุนแรงโหมกระหน่ำ จนกระทั่ง..
เปรี๊ยะ!!
เสียงปริแตกดังขึ้น ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างทันใดด้วยความตกใจสุดขีด..
ดาบผ่าปฐพีของเธอ กำลัง.. ร้าว!!
รอยร้าวเริ่มลามขึ้นมาเรื่อยๆจากรอยบิ่นเล็กๆที่คมดาบก่อนจะลุกลามปริแตกไปทั่ว จนในที่สุด..
เพล้ง!!
ผ่าปฐพีแตกออกเป็นเสี่ยง.. เฟรินตกตะลึงจนถึงที่สุด ร่างทั้งร่างถูกตรึงค้างอยู่ท่านั้นไม่ขยับไม่คิดแม้แต่จะหลบลูกพลังที่กำลังพุ่งเข้าเอาชีวิตของตน
“เฟริน!!” เสียงร้องของพวกคิลดังลั่นเรียกให้สติของหญิงสาวกลับเข้าสู่ร่างแต่ลูกพลังยักษ์ก็อยู่ใกล้เธอเกินกว่าจะหลบได้อีกแล้ว
เฟรินหลับตาลงเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแต่ตอนนั้นเองมือของใครบางคนกลับคว้าจับข้อมือของเธอไว้ มืออันอบอุ่นคุ้นเคยทำให้เฟรินลืมตาขึ้นพร้อมๆกับที่ร่างของเธอถูกดึงให้ล้มลงในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งที่คอยปกป้องเธอเสมอ ร่างนั้นตวัดพลิกตัวกลิ้งหลบพาเธอและเขาหลุดรอดก้อนพลังมรณะมาได้อย่างหวุดหวิด
อัก..
แต่ชายหนุ่มกลับกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง คาโลทิ้งร่างลงบนตัวของเฟรินอย่างอ่อนแรง
“ไม่เป็นไรใช่มั้ยเฟริน” เสียงเอ่ยข้างหูนั้นช่างแผ่วเบาจนน่าใจหาย เขากำลังเจ็บหนักแต่ยังเป็นห่วงเธอก่อนตัวเองเสมอ เป็นแบบนี้มาตลอด..
นัยน์ตาเฟรินร้อนผ่าวน้ำตาหลั่งไหลออกจากเนตรสีเปลือกไม้คู่งามมือบางกอดชายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับตอบรับเสียงเบาให้อีกฝ่ายสบายใจ
“อือ..” คาโลยิ้มบางก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่ของเฟรินอย่างเหนื่อยอ่อน..
“พวกแก..” อาเธอร์ค่อยๆก้าวออกมาจากหมอกควันที่จางลงทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ไม่อาจสมานด้วยเวทใดๆเพราะมันคือแผลต้องคำสาปที่เหล่าวิญญาณบาปเหลือทิ้งไว้ให้
ใบหน้าบิดเบี้ยวเงยขึ้นสองมือกางออกข้างตัว ประกายพลังสีดำสนิทก่อตัวขึ้นอีกครั้งเหนือหัวของเขาขึ้นไปหลายเมตร
“พินาศไปซะ” ก้อนพลังสีดำนั้นลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ท้องฟ้าปั่นป่วนบ้าคลั่งเสียงคำรามก้อง สายฟ้าผ่าฟาดลงมายังพื้นดินจนแตกกระจุย ทั่วทั้งผืนดินตกอยู่ในความมืดมิด เสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว โศกเศร้า สิ้นหวังดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ
“ไธนอส ลูคัส ลอเรนซ์ดูแลทหาร ฉันจะออกไป!!” โรเวนสั่งเสียงเฉียบขาดแต่ยังไม่ทันให้เขาได้ขยับเคลื่อนตัวด้วยซ้ำขุมพลังมหาศาลอีกแห่งกลับพวยพุ่งออกมาให้เขาได้สัมผัส
ที่นั่น..ร่างของเฟรินค่อยๆยันกายขึ้นช้าๆหลังจากที่เธอประคองคาโลให้นอนลงกับพื้น ใบหน้าหวานเงยขึ้นตาสีน้ำตาลวาวโรจน์อย่างโกรธจัดดุจมีดวงไฟเต้นระริกอยู่ภายใน
สายลมหมุนวนล้อมรอบร่างบางจากปลายเท้าขึ้นไปทั่วร่างตอบรับพลังเวทในกายที่หลั่งทะลัก สายลมพัดวูบให้ประกายความร้อนพุ่งขึ้นสูง ใบไม้แห้งที่ล่วงหล่นอยู่ตามพื้นพลันลุกเป็นไฟลอยละลิ่วตามแรงลมที่โบกสะบัด
อาเธอร์มองประจันหน้ากับหญิงสาวโดยมีดาบแห่งกษัตริย์ปักอยู่ที่พื้นขวางกั้นระหว่างคนทั้งคู่ เสียงเหยียบเย็นแหบต่ำดังขึ้น
“ถึงจะดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ เจ้าหยุดมันไม่ได้อีกแล้ว..”
“หุบปาก” เสียงหวานเอ่ยเบาแต่เฉียบขาด อาเธอร์แสยะยิ้ม
“หึหึ พวกเจ้าต้องตายกันทั้งหมด..”
“ฉันบอกให้หุบปาก!!” เฟรินตวาดลั่นร่างบางพุ่งเข้าหาอาเธอร์รวดเร็ว
ย้ากกกก.. มือบางคว้าจับด้ามดาบแห่งกษัตริย์ก่อนจะดึงมันขึ้นมา
“ฉันจะไม่ยอมให้แกได้ฆ่าใครอีกแม้แต่คนเดียว!!” ด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อร่างของหญิงสาวกลับไปปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าอาเธอร์อีกครั้ง
ย้ากกกกก.. ดาบแห่งกษัตริย์ตวัด
ฉัวะ!!..
อ๊ากกกกกกกกก!!
นิ้วทั้งสี่ของอาเธอร์ถูกตัดกระเด็นในดาบเดียวเลือดสดไหลทะลักออกจากมือพร้อมกับแหวนแห่งปราชญ์ที่หล่นกลิ้งโคโล่อยู่บนพื้น
“แกต้องตาย..” อาเธอร์ร้องลั่นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น มืออีกข้างยกขึ้นเสียบทะลุเข้าที่ท้องของเฟรินอย่างจัง หญิงสาวผวาตามแรงความเจ็บปวดแล่นวาบไปทั่วร่าง เลือดไหลออกจากริมฝีปากแต่เธอกลับขยับยิ้ม เฟรินกัดฟันทนความเจ็บปวดเอื้อมมือไปจับข้อมืออาเธอร์เอาไว้ตรึงร่างของอีกฝ่ายไว้เช่นนั้น..
“คนที่จะตาย.. มีแต่แกเท่านั้น!!” สิ้นคำดาบแห่งกษัตริย์ก็เหวี่ยงออกอีกครั้งจนสุดแรง
ย้ากกกกกก.. ฉัวะ!!
หัวของอาเธอร์กระเด็นหลุดออกจากร่างในบัดดล ร่างไร้ศรีษะค่อยๆกร่อนสลายกลายเป็นเศษทุลีปลิวไปกับกระแสลมหอบหนึ่งที่พัดมา..
สรรพเสียงเงียบกริบมีเพียงความตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วนั้นก่อนความสำนึกรู้จะแทรกผ่านสติให้ดวงหน้าทุกผู้ปรากฏรอยยิ้ม..
พวกเขาชนะ!!
เฮ!!.. เสียงโห่ร้องดังลั่นไปทั่ว
เฟรินทรุดฮวบลงกับพื้นมือบางกุมแผลที่ท้องเอาไว้ หญิงสาวหอบหายใจหนักใบหน้าขาวซีด..
ท่ามกลางความยินดีกลับไม่มีใครสังเกตว่าท้องฟ้าเบื้องบนยังคงดำทะมึน คลื่นพลังที่อาเธอร์ส่งออกไปนั้นยังคงดูดซับเอาความมืดรอบตัวเข้าไปไม่หยุด มันลอยสูงอยู่เหนือม่านเมฆก่อตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ..
เปรี้ยง!! เสียงท้องฟ้าร้องดังสนั่น สรรพเสียงเงียบลงทันใดทุกชีวิตต่างยืนนิ่งสนิทก่อนจะค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมองฟ้า ภาพท้องฟ้าเปล่งประกายแสงสีแดงฉานราวโลหิตสลับกับสายฟ้าสีดำสนิทที่ฟาดลงมาแทบจะหยุดทุกลมหายใจ ท่ามกลางความเงียบนั้นเสียงแหบต่ำเหยียบเย็นกลับดังขึ้นอีกครั้ง
“หึหึ พวกแกต้องตายกันทั้งหมด..” เสียงดังออกมาจากส่วนหัวของอาเธอร์ที่ยังคงมีมงกุฎมารสวมอยู่ก่อนหัวนั้นจะค่อยๆสลายไปเหลือเพียงมงกุฎแห่งใจนอนนิ่งอยู่ที่พื้นพร้อมกับคำพูดสุดท้ายที่แทบสาปทุกคนให้เป็นหิน “จงแหลกสลายไปพร้อมกับข้า.. เอเดน!!..”
ท้องฟ้าค่อยๆแหวกออกเป็นวงตามแรงหมุนเหวี่ยงบ้าคลั่งของมฤตยูดำบนท้องฟ้า ความหวาดหวั่นเข้าจับจิต เสียงร้องระงมตื่นตระหนกทวีก้องกับภาพก้อนพลังมหึมาที่สามารถเป่าเอเดนให้หายไปได้ในพริบตา
ความหวัง ความปีติยินดีเมื่อครู่ดับวูบลงทันใด เสียงหัวใจของทุกผู้เต้นระทึกกับวินาทีดับจิตทว่ากลับมีร่างๆหนึ่งแหงนมองมหันตภัยร้ายนิ่ง เนตรสีน้ำตาลเปล่งประกายราวกับได้ตัดสินใจอะไรบางสิ่ง
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนแห่งความสิ้นหวังร่างของเฟรินกลับยืนหยัดขึ้นมั่นคง ใบหน้าที่ถึงแม้จะซีดขาวไร้สีเลือดแต่กลับดูเด็ดเดี่ยวอย่างประหลาด
เธอตัดสินใจแล้ว.. และเลือกที่จะไม่ยอมให้การสูญเสียเกิดขึ้นไปมากกว่านี้ เธอจะไม่ยอมเป็นคนที่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังอีก..เป็นครั้งที่สอง
คาโลปรือนัยน์ตาขึ้นภาพท้องฟ้าสีโลหิตที่แหวกออกให้เห็นก้อนพลังทมิฬลูกยักษ์นั่นแล่นเข้าสู่สายตาเป็นอย่างแรก ชายหนุ่มกวาดนัยน์ตาไปรอบๆท่ามกลางเสียงร้องระงม เขารู้ได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเห็นมงกุฏและแหวนนอนนิ่งอยู่ที่พื้นรวมไปถึงก้อนพลังบนท้องฟ้าและอีกสิ่งที่ทำให้หัวใจเขาเต้นกระตุก
ความรู้สึกราวกับจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปเข้ากอบกุมจิตใจของชายหนุ่ม นัยน์ตาสีฟ้ามองตรงไปยังหญิงสาวที่หันหลังให้กับตนด้วยใจที่ร้อนรนโดยไม่มีสาเหตุก่อนความทรงจำเมื่อครั้งวันวานจะโลดแล่นในห้วงคิด..
หลานน่ารักเฟลิโอน่า เสียดายที่อายุไม่ยืนเท่านั้น..
เสียงนั้นดังก้องไปมาอยู่ในหัวของเขาราวกับไม่มีวันจบให้ชายหนุ่มเบิกตาขึ้นด้วยความตระหนก
ไม่จริง..
เนตรสีฟ้าไหววูบเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งที่หญิงสาวคิดจะทำ ชายหนุ่มขยับริมฝีปากจะร้องห้ามทว่าในตอนนั้นเธอกลับหันมามองเขา
เฟรินส่งยิ้มอ่อนโยนให้คาโล นัยน์ตาสีน้ำตาลวูบไหวสั่นระริกสื่อความหมายอันหลากหลายออกมาให้เขาได้รับรู้โดยไม่ต้องใช้คำพูดและการกระทำนั้นเองที่ตรึงร่างและเสียงของเขาเอาไว้ราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เฟรินเบือนหน้ากลับเป็นเวลาเดียวกับที่พลังมฤตยูพุ่งลงสู่พื้น..
คลื่นพลังมฤตยูถาโถมแหวกอากาศให้กรีดเสียงร้องลั่นแต่เฟรินกลับยืนนิ่งเธอมองก้อนพลังมรณะที่พุ่งตรงมายังร่างของเธอด้วยสายตาที่มั่นคง แขนสองข้างกางออกราวจะโอบกอดท้องนภาเบื้องบน ราวกับจะแบกรับลางหายนะนั้นเอาไว้ ใบหน้าของหญิงสาวเผยรอยยิ้มอีกครั้ง
คำตอบของคำถามที่เธอไม่เคยแน่ใจบัดนี้เธอรู้แล้วและมั่นใจในคำตอบนั้น.. คำตอบของหัวใจแห่งกษัตริย์
หัวใจแห่งกษัตริย์.. หัวใจแห่งการโอบอุ้ม.. เธอกำลังจะทำสิ่งนั้นเหมือนที่ท่านแม่และท่านตาทำเพื่อทุกคน
หญิงสาวปรือปิดนัยน์ตาลง ริมฝีปากบางขยับร่ายมนตรามหาเวทโบราณอันยิ่งใหญ่ เปลี่ยนเลือดเนื้อและชีวิตเป็นพลัง แปรวิญญาณให้ก่อเกิดกำแพงมนตราที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
แสงสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์ส่องสว่างออกมาจากร่างของเฟรินก่อนแสงนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นปีกขนนกสีขาวขนาดมหึมาทว่าบริสุทธิ์เปล่งประกายงดงามราวกับมีดวงดารามาประดับ ปีกนั้นโบกสะบัดไปมาอย่างนุ่มนวลราวกับจะปลอบประโลมจิตใจ..
ทันทีที่คลื่นพลังมรณะเคลื่อนเข้ามาใกล้ นัยน์เนตรสีเปลือกไม้คู่งามก็ปรือเปิดขึ้นพร้อมกับปีกทั้งคู่ที่ตวัดตัวเข้ากำบังพื้นปฐพี..
“เฟรินนนนนนน!!..”
ความคิดเห็น
อ๋า ทำไมหยุดแบบนี้ล่ะคะ พี่อัล กำลังหนุกๆเลย -*-
มาต่อเรวๆน้าค้า หนุกๆๆๆ
ไปล่ะค่า แวะไปอ่านของหนูบ้างน้า
เอาเถอะฮะ ยังไงอัลก็ตัดสินใจไปแล้วนี่นา
ก็เอาเป็นว่าเราจะคอยตามอ่านก็แล้วกัน
ถึงจะไม่ค่อยได้เข้ามาก็เถอะ
อัพเร็วๆนะฮะ
พี่อัลค้า ถ้านู๋เฟรินใช้เวทย์นั่นก็ตายสิคะ แงๆๆๆๆ
อย่าให้เฟรินตายนะคะ หนูไม่ยอมแน่ๆเลย ฮือๆๆๆ น่าสงสารคาโลนะคะ TTOTT
อัพไวๆนะคะ จะรออ่านค่ะ
อ่านแล้วลืมหายในเลยนะฉากนี้
แงแงแงเฟริน อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ
ฮือๆ จับใจ