RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

บทเพลงที่ 4 วัยฝัน วันจริง กับความฝันที่เป็นจริง ( 3 )

เขียนโดย RayGuard

บทเพลงที่  4  วัยฝัน  วันจริง  กับความฝันที่เป็นจริง  ( 3 )




เหล่าทหารต่างพุ่งเข้าโรมรันข้าศึกอย่างลืมความเจ็บปวด  ความกลัวและความตาย  มีอยู่เพียงสองคำเท่านั้นที่ลั่นร้องอยู่ในใจ

ปกป้อง

คำที่ราวกับยาวิเศษ  ราวกับพลังงานขับเคลื่อนให้ร่างกายยังสามารถขยับเคลื่อนไหวฟาดฟันดาบห้ำหันกับศัตรูมาได้จนถึงตอนนี้

"ช่างเป็นการดิ้นรนที่ไร้ประโยชน์นัก"  อาเธอร์บอกกับคาโลด้วยน้ำเสียงเยาะๆหลังจากทั้งคู่ผละออกจากกันและมายืนตั้งหลักกันอยู่คนละทาง  "พวกเจ้าไม่มีวันชนะ" 

"ต่อให้แสงแห่งความหวังจะริบหรี่แต่เราจะไม่ยอมแพ้"  คาโลโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเช่นเดิม  "ถึงแม้จะต้องสังเวยอีกกี่ชีวิตแต่พลังจะยังคงสืบสาน  ปณิธานจะยังสืบทอดและความหวังจะยังเบ่งบานเสมอ"

"ฮ่าๆๆ  ความหวัง  ความหวัง.. ไม่มีความหวังสำหรับพวกเจ้าอีกแล้ว  ตายซะเถอะ"  สิ้นเสียงอาเธอร์ก็ควบม้าพุ่งตรงเข้าหาคาโลทันทีแต่มาได้แค่ครึ่งทางกลับปรากฏเงาร่างหนึ่งทาบทับจากทางเบื้องบน

"คนที่ตายน่ะคือแก!!"  เซรัสตะโกนลั่นพร้อมกับฟันดาบเรียวลงมา

อาเธอร์ยกดาบแห่งกษัตริย์ต้านไว้แต่เซรัสใช้จังหวะนั้นเรียกคทาเข้ามือพร้อมกับฟาดเข้าใส่กลางลำตัวอาเธอร์เต็มเหนี่ยวส่งร่างกษัตริย์บ้าอำนาจให้หล่นลงสู่พื้น 

"แก"  อาเธอร์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ต้องมาเสียท่าให้เด็กตรงหน้าง่ายๆ  เซรัสทิ้งตัวลงบนหลังม้าของอาเธอร์ก่อนจะกระโดดหมุนตัวกลางอากาศลงมายืนที่พื้น  มือทั้งสองข้างกำดาบและคทาแน่น  แววตากร้าวแฝงด้วยความแค้นเปลี่ยมล้น

"ข้าขอแก้แค้นแทนท่านพ่อ"  สิ้นคำร่างเจ้าชายหนุ่มก็พุ่งออกไปทันที

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าตายก่อนเลยก็แล้วกัน"  ทันใดม้าดำกลับกลายเป็นมังกรสูงใหญ่ 

มังกรทมิฬที่ได้ชื่อว่าเป็นมังกรที่แข่งแกร่งที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์มังกรทั้งหมดโผบินเข้าหาเซรัสอย่างเร็วแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจหรือใส่ใจเลยแม้แต่น้อย  ในแววตามีเพียงภาพศัตรูตรงหน้าเท่านั้น

"เซรัส"  คาโลร้องเรียกแต่เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคงไม่มีใจจะฟังเสียงของใครอีกแล้วจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยและทำในสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้

"วิซซาก้า"  หอกน้ำแข็งแท่งยาวรวมเมตร สามแท่งปรากฏขึ้นตรงหน้าทันทีที่ร่ายเวทจบ  พร้อมกับพุ่งตรงเข้าปาดหน้ามังกรทมิฬของอาเธอร์ทันเวลาก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวเจ้าชายหนุ่ม

เจ้ามังกรยักษ์หันกลับมามองคนที่ยื่นมือเข้ามาสอดอย่างหัวเสียก่อนจะเบนเข็มเข้าหาคาโลแทน  คาโลเองก็กระตุ้นม้าให้วิ่งเข้าหามังกรดำเช่นกันก่อนที่จะ

"ไดเร็ก"  เจ้าม้าสะบัดหัวไปมาพร้อมๆกับที่ตัวของมันเริ่มมีแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นและทันใดนั้นเองอาชาไนยสีนิลก็เปลี่ยนร่างเป็นมังกรราตรีสูงใหญ่ไม่แพ้มังกรทมิฬของอาเธอร์เลยแม้แต่น้อย 

มังกรทั้งสอง.. ตัวหนึ่งปล่อยไอเย็น  ตัวหนึ่งปล่อยเปลวเพลิง  ลำแสงสองลำตรงเข้าหากันพร้อมกับเสียงระเบิดกึกก้องและท่ามกลางกลุ่มหมอกควันนั้นร่างมหึมาสองร่างก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

"ฝ่าบาท"  เมราสอุทานขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้าทำให้คิลที่สู้อยู่ถัดไปไม่ไกลนักต้องแหงนหน้าขึ้นมองตามและการละสายตาจากคู่ต่อสู้นั้นเองทำให้ช่องโหว่ของนักฆ่าแห่งซาเรสปรากฏขึ้น  ปีศาจเผ่ามีปีกสามตัวที่เผชิญหน้ากับคิลจึงได้โอกาสใช้จังหวะนั้นกางกงเล็บตะปบเข้าใส่คิลเต็มแรงแต่ด้วยสัญชาตญาณของนักฆ่าจึงทำให้ชายหนุ่มหมุนตัวหลบออกมาได้อย่างฉิวเฉียดแต่ก็ยังมีบาดแผลถูกปาดฝากไว้ที่หน้าอยู่ดี 

เจ้าปีศาจสองในสามตัวนั้นฉวยจังหวะที่คิลถอยไปตั้งหลักสยายปีกสีเทาทะมึนขึ้นก่อนจะออกบินตามร่างมังกรราตรีของคาโลไป  คิลเมื่อเห็นดังนั้นก็คิดจะใช้สายฟ้าเข้าจัดการแต่ไม่ทันเมื่อยังเหลือพวกมันอีกตัวเข้าดักทางเอาไว้

"เสร็จกัน"  คิลสบถอย่างหัวเสียแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อปีศาจสองตัวนั่นอยู่สูงเกินกว่าเขาจะเอื้อมถึงซะแล้ว 

"ถ้าหากมีมังกรล่ะก็"  เมราสร้องอย่างกังวลไม่แพ้กัน  การจะให้กษัตริย์ของเขารับมือกับปีศาจพวกนั้นจะไม่น่าเป็นห่วงเลยหากไม่ใช่ว่าเวทีต่อสู้ในคราวนี้คือบนฟ้า  สนามรบที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดสำหรับมนุษย์เดินดินอย่างพวกเขา

มังกร..  เหมือนมีใครจุดประกายไฟขึ้นในหัวสมองของคิล  นัยน์ตาสีม่วงจึงได้กราดไปทั่วก่อนจะหยุดลงที่ร่างของกษัตริย์แห่งเจมิไน

มังกรน้ำของโรเวน..


/////////////////////////////////////////////////////////


"เธอทำแบบนี้ทำไมยูริซิส"  โรเวนเอ่ยถามทั้งที่มือก็ยังคงกวัดแกว่งดาบฟาดฟันกับคู่สนทนาที่กระโดดขึ้นมายืนอยู่บนหลังมังกรของตน  " ถ้าหากซาเรสชนะศึกนี้เธอรู้เปล่าว่าบารามอสจะเป็นเช่นไร"

"บารามอสจะปลอดภัย"  ยูริซิสตอบเสียงเรียบพร้อมกับฟันดาบสวนกลับไปที่บริเวณท้องของโรเวน  โรเวนพลิกตัวหลบฟันดาบในมือออกไปอีกครั้งแต่คมดาบของยูริซิสก็ยังคงหยุดมันไว้ได้

"เธอแน่ใจได้อย่างไรว่าบารามอสจะปลอดภัย" 

"คิงอาเธอร์รับปากกระหม่อมแล้ว" 

"ว่ายังไงล่ะ"  โรเวนถามต่อแต่มือก็ยังคงไม่หยุดฟาดฟัน  "ว่าจะให้เจ้าได้ปกครองบารามอสต่อจากคิงชามัลเช่นนั้นรึ"

"ใช่"  ยูริซิสตอบรับหนักแน่น  "คิงอาเธอร์รับปากกระหม่อมเอาไว้ว่าหากกระหม่อมให้ความร่วมมือในศึกครั้งนี้ท่านจะช่วยนำกำลังบุกยึดบารามอสให้ "  คำตอบที่ได้รับเรียกเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากโรเวนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

ถึงโรเวนจะได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษหรือวีรบุรุษเช่นไรแต่การกระทำของยูริซิสในคราวนี้ส่งให้ทหารที่จงรักภักดีต่อเขาต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมากเป็นใครก็คงจะห้ามใจให้ระงับโทสะเอาไว้ได้ยาก

"ท่านหัวเราะอะไร"  ยูริซิสตะคอกถาม  โรเวนหยุดหัวเราะแต่ยังคงมีรอยยิ้มเยาะประดับบนดวงหน้า  รอยยิ้มที่เริ่มแปรเป็นเหี้ยมอย่างช้าๆก่อนที่ริมฝีปากจะขยับเอ่ยคำช้าชัด 

"เราหัวเราะที่เจ้าริอาจจะคิดการใหญ่แต่นอกจากจะไม่มีความฉลาดแล้วยังขาดความเฉลียวอีกด้วย"

"นี่เจ้า"  ยูริซิสตวาดอย่างโกรธเกรี้ยวแต่โรเวนไม่สนใจ

"หึหึ  อาเธอร์ว่าจะบุกยึดบารามอสให้  มันก็จริงล่ะนะ  หากศึกนี้เราแพ้นั่นก็หมายความว่าชีวิตของข้าและกษัตริย์แห่งคาโนวาลก็คงจะดับไปด้วยและนั่นก็คือทั้งเวนอลและคาโนวาลก็จะตกเป็นของซาเรสและต่อจากนั้นก็บุกยึดบารามอส  ฮะฮะ  อาเธอร์ท่านช่างเป็นคนรักษาสัจจะเสียจริง"  ทันทีที่โรเวนพูดจบยูริซิสก็เหมือนจะคิดอะไรได้  ใบหน้าถึงได้ซีดเผือด  มือที่จับดาบถึงกับสั่นอย่างยากที่จะควบคุม

"ไม่จริง"  นี่เราหลงกลเช่นนั้นหรอ  ที่บอกว่าจะช่วยยึดบารามอสให้หมายถึงแบบนี้เองน่ะหรอ..

"ยอมรับความจริงซะเถอะยูริซิสเพราะความละโมบของเจ้าทำให้ถูกอาเธอร์หลอกใช้ได้ง่ายๆ  มือเจ้าในตอนนี้แปดเปื้อนด้วยเลือดของเหล่านักรบผู้กล้ามากมายที่ต่างยอมพลีกายเพื่อบ้านเมืองไม่เหมือนกับเจ้าที่ขายบ้านเมืองตัวเองให้กับคนอื่น..  ตอนนั้นข้าเองก็แปลกใจว่าทำไมอดีตไฮคิงถึงไม่ยกตำแหน่งคิงบารามอสให้เจ้าแต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว  ตัวเจ้าที่คิดขายพวกเดียวกันได้ลงคอไม่สมควรที่จะได้ปกครองดูแลใครทั้งนั้น.."

"ไม่ใช่.."

"ตัวเจ้านอกจากจะเป็นคนทรยศของบารามอสแล้วยังเป็นคนถ่อยของเอเดนอีกด้วยและตอนนี้ข้าจะขอเป็นตัวแทนบารามอสลงทัณฑ์เจ้าเอง  รับมือยูริซิส!!" 

สิ้นเสียงดาบผ่ามิติก็สำแดงเดชฟันดาบในมือของยูริซิสหายวับไปในพริบตา  โรเวนใช้ช่วงเวลานั้นพุ่งตัวเข้าประชิดก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าที่ต้นคอของยูริซิสส่งร่างนั้นตกลงไปกองอยู่กับพื้นแต่ก่อนที่จะได้ตามเข้าไปซ้ำเสียงเรียกของคิลกลับดังขึ้นก่อน

"พี่โรเวน"  คิลร้องเรียกทั้งที่มือก็ยังสาละวนจัดการกับปีศาจที่ต่างดาหน้ากันเข้ามา  "คาโล.."   ไม่ต้องให้บอกจนจบ  โรเวนเงยหน้าขึ้นมองตามมือคิลทันทีพร้อมกับชักมังกรน้ำให้ถลาบินขึ้นไปบนฟ้าตามปีศาจสองตัวนั้นไปอย่างเร็ว..


เราถอยไม่ได้แล้ว..  ยูริซิสคิดขณะยันตัวขึ้น   

นอกจากเจ้าจะเป็นคนทรยศของบารามอสแล้ว  ยังเป็นคนถ่อยของเอเดนอีกด้วย..  

คำพูดที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว  ยูริซิสสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไปก่อนจะเรียกคทาเข้ามือพร้อมกับร่ายคาถาเข้าใส่เป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุด

ถ้าหากไม่สู้ก็มีแต่ตายเท่านั้น..  สิ้นความคิดปากก็บริกรรมคาถาบทสุดท้ายทันที

"ธันเดอร์เวป"  กระแสไฟฟ้าแรงสูงพุ่งตรงเข้าหาคิลที่ยังคงสู้ติดพันอยู่กับปีศาจที่ล้อมอยู่ทั้งหน้าหลังทำให้พื้นที่ส่วนนั้นระเบิดเป็นจุนพร้อมๆกับร่างห้าร่างที่เคยยืนอยู่ตรงนั้นหายไปไม่เหลือซาก

ต้องฆ่า  ฆ่าก่อนจะถูกฆ่า..  ยูริซิสคิดราวกับคนเสียสติ  เดินโซเซไปข้างหน้าเหมือนร่างที่ปราศจากวิญญาณ  นัยน์ตาว่างเปล่ามองหาเป้าหมายใหม่แต่เพียงก้าวไปได้แค่สองก้าวเท่านั้น  สายลมวูบหนึ่งกลับพัดวูบเข้าด้านหลังพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีใครยืนประชิดพุ่งเข้าจับประสาท

"หากคิดว่ากระแสไฟฟ้าแค่นั้นจะฆ่าฉันได้ล่ะก็.. ผิดถนัด"  เสียงเย็นชาของคิลดังขึ้นข้างหลังของยูริซิส  "หากจะฆ่าฉันล่ะก็  ต้องทำให้ได้แบบนี้"  สิ้นคำกระแสไฟฟ้าที่แรงยิ่งกว่าก็ปะทะเข้าที่ร่างของยูริซิสทันที  เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วก่อนจะเงียบหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ..


ทางด้านโรเวน..  เมื่อมังกรน้ำตามปีศาจสองตัวนั้นจนทัน  เจ้าตัวก็ไม่รอช้าสั่งให้มันปล่อยพลังจู่โจมทันที 

สายน้ำทรงพลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพุ่งตัดปีกทั้งคู่ของปีศาจทั้งสองตัวในคราวเดียว  เมื่อไร้ปีกร่างของพวกมันก็พุ่งดิ่งลงกับพื้น 

โรเวนชักมังกรให้บินขึ้นไปต่อ  ไปยังสังเวียนอีกแห่งเบื้องบน..


///////////////////////////////////////////////////////////// 


มังกรราตรีที่เกิดจากคาถาแปลงของคาโลยังคงสู้กับมังกรทมิฬของอาเธอร์อย่างสุดชีวิตแต่ร่างแปลงมีหรือจะสู้ของจริงได้ทว่าในขณะที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำนั่นเองมังกรน้ำของโรเวนก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับปล่อยพลังน้ำตัดพลังไฟของมังกรทมิฬเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี

"พี่โรเวน" 

"ทางนี้ฉันจัดการเองลงไปช่วยเซรัสที"  โรเวนรีบบอก  คาโลพยักหน้าให้ก่อนจะสั่งให้มังกรของตัวดิ่งลงไปยังเบื้องล่าง 

โรเวนปลายตามองตามพร้อมรอยยิ้ม  "ฝากด้วยนะ"


คาโลบังคับมังกรให้ถลาล่อนลงมาถึงพื้นได้ในที่สุด  ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นร่างมังกรราตรีก็กลับไปเป็นม้าทรงสีนิลตามเดิม  เจ้าม้าทรุดฮวบนอนลงอย่างหมดแรงเมื่อมันส่งร่างเจ้านายมาถึงที่หมายได้โดยสวัสดิภาพ  คาโลลูบหัวของมันเบาๆพร้อมกับร่ายเวทรักษาแผลให้ก่อนจะกางม่านพลังคุ้มกันให้มันอีกที

"พักเสียเถอะ"  เจ้ามาผงกหัวรับอย่างรู้ความและนอนลงตามคำสั่ง  คาโลหันหลังกลับก่อนจะออกวิ่งไปยังทิศที่สัมผัสได้ถึงไอเวทรุนแรงที่สุดเบื้องหน้า

รอก่อนเถอะ  อาเธอร์  บริสตั้น..


////////////////////////////////////////////////////


"เจ้ามีน้ำยาแค่นี้เองเรอะ  ท่าทางจองหองในตอนแรกหายไปไหนซะล่ะ"  อาเธอร์พูดเสียงเยาะเย้ย  ตาสีนิลกราดมองไปยังบาดแผลตามตัวของเซรัสด้วยความสมเพช

เซรัสเองก็ได้แต่กัดฟันกรอดรับคำปรามาสเพราะมันเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรคนตรงหน้าได้เลยนอกจากบาดแผลเท่ารอยแมวข่วนสองสามรอยเท่านั้น 

ความจริงที่ทำให้เจ้าชายหนุ่มถึงกับร่างสั่นสะท้านด้วยความแค้นใจและได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่ไร้ความสามารถ  มือขวาที่กำด้ามดาบแน่นนั้นอาบไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกจากไหล่ที่แทบจะหมดสภาพ  บนพื้นก็เจิ่งนองไปด้วยเลือดสดๆที่ยังคงหยาดหยดลงมาตามเสื้อผ้าไม่ขาดสายแต่ถึงแม้เจ้าตัวจะเสียเลือดไปมากมายเท่าไรทว่าด้วยความมุ่งมั่นที่มีจึงทำให้เขายังสามารถยืนหยัดอยู่ได้และตอนนี้ในหัวของชายหนุ่มก็คิดแต่เรื่องที่จะแลกชีวิตกับศัตรูของพ่อเท่านั้น

"เจ้าในตอนนี้ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว  ยอมแพ้ซะแต่โดยดีเถอะ"  อาเธอร์พูดด้วยรอยยิ้มอย่างมีชัย  "แล้วข้าจะช่วยให้เจ้าไปสบายเอง"

"ไม่จำเป็น  ถ้าหากฉันจะตายฉันก็จะเอาแกไปด้วย"  เซรัสตวาดลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่อาเธอร์แบบกะแลกชีวิต  อาเธอร์ที่ยืนรอรับอยู่แล้วก็ยกดาบแห่งกษัตริย์ขึ้นแต่ก่อนที่จะได้ฟันเด็กอวดดีตรงหน้าให้แหลกลานคามือ  ทันใดนั้น..

"วีสกาย่า"  หมาป่าน้ำแข็งจำนวนมากวิ่งตรงเข้ามาขวางระหว่างคนทั้งคู่ทำให้เซรัสต้องหยุดชะงัก  เมื่อขัดขวางเจ้าชายแห่งเจมิไนได้สำเร็จพวกหมาป่าน้ำแข็งจึงเบี่ยงเข็มกระโจนเข้าใส่อาเธอร์ต่อในทันที

"เจ้าถอยไปซะ"  เสียงนุ่มคุ้นหูดังขึ้นใกล้ๆเรียกให้เซรัสหันไปมอง

"ไม่พ่ะย่ะค่ะ"  เซรัสเอ่ยเสียงแข็งเมื่อเห็นชัดแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใครพลางตั้งท่าจะเข้าไปสู้กับอาเธอร์อีกครั้ง

"เซรัส"  คาโลปรามเสียงเข้มทำให้เซรัสต้องจำใจหยุดอยู่กับที่

"เจ้าคงไม่อยากให้การตายของพ่อเจ้าต้องสูญเปล่าหรอกนะ..  พ่อเจ้าสละชีวิตก็เพื่อจะให้เจ้าอยู่รอดหากเจ้าคิดจะทำเพื่อพ่อจริงอย่างปากว่าก็อย่าเอาชีวิตมาทิ้งอย่างไร้ค่าเช่นนี้"

"ฝ่าบาท.." 

"เจ้ายังมีสิ่งที่ทำได้อยู่ไม่ใช่หรือทำไมไม่ทำมันซะล่ะ"  คาโลพูดต่อพร้อมกับมองเลยไปยังด้านหลังเจ้าชายหนุ่ม  เซรัสเองก็หันกลับไปมองตามและสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือเหล่าทหารที่ยังคงสู้อยู่อย่างไม่ยอมแพ้  "คนพวกนั้นกำลังรอเจ้าอยู่  จงปกป้องคนของเจ้าซะ"

"แต่ว่า.. แต่กระหม่อมไร้ความสามารถ  หน้าที่นี้คงจะ.." 

เซรัสก้มหน้าพูดพร้อมกำหมัดแน่น  คาโลมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะยกมือขึ้นวางบนไหล่ของเซรัส 

"ข้าเชื่อในตัวเจ้า"  เซรัสเงยหน้าขึ้นจ้องสบเนตรสีฟ้ากระจ่างรวดเร็วเมื่อได้ยิน  คาโลยิ้มน้อยๆส่งให้พร้อมกับพูดต่อ

"ฝากคนของเราด้วย"  สิ้นคำคาโลก็สาวเท้าเข้าหาอาเธอร์ทันทีพร้อมกับการเริ่มต้นของสมรภูมิสุดท้าย

เซรัสยังคงมองตามร่างกษัตริย์แห่งแดนนักรบที่มุ่งหน้าออกไปอย่างมั่นคง  มองไปยังแผ่นหลังอันยิ่งใหญ่ที่เขาจะต้องไปให้ถึงสักวันหนึ่ง

กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง..  ฝ่าบาท


/////////////////////////////////////////////////////////////////


"ท่านคิลแบบนี้เราสู้ไม่ได้แน่จะทำเช่นไรดี"  เมราสร้องถามเมื่อพวกเขาถูกเหล่าปีศาจต้อนจนหลังชนกัน  "เจ้าพวกนี้ราวกับไม่มีวันหมดทั้งๆที่ฆ่าไปก็ตั้งเยอะแต่กลับดาหน้ากันเข้ามาไม่หยุด  จะทำเช่นไรดีท่านคิล"

คิลยิ้มเครียดกับคำถามเขาเองก็อยากจะหาใครสักคนมาตอบให้เช่นกันว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร..  เจ้าพวกที่โดนฆ่าไปตนแล้วตนเล่านั้นเหมือนกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิต  ทั้งๆที่เลือดข้นหนืดก็ยังสาดกระจายอยู่เต็มพื้น  ซากศพกองอยู่เกลื่อนกลาดแต่เขากับจับได้ถึงสัมผัสบางอย่างที่ไม่ปกติจากศพพวกนั้น  ไม่แค่นั้นในจำนวนปีศาจเกือบทั้งหมดที่เขาสู้อยู่ในตอนนี้ก็ให้ความรู้สึกประหลาดแบบนั้นด้วยเช่นกัน 

ความผิดปกตินี้มันคืออะไรกัน..

"ท่านคิลดูข้างบนนั่น"  คิลแหงนหน้ามองไปบนฟ้าตามคำบอก  บนนั้นมังกรน้ำของโรเวนกำลังต่อสู้กับมังกรทมิฬอย่างดุเดือดทว่ามังกรทมิฬนั้นมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว..

"สามตัว!!  มันมาจากไหนกัน"  คิลร้องอย่างตระหนก 

แบบนี้โรเวนแย่แน่จะทำยังไงดี..  เดี๋ยวสิ!!โรเวนอยู่บนนั้นคนเดียว  ถ้างั้น..

คิลกวาดสายตาไปทั่วท่ามกลางสนามรบที่ฆ่าฟันกันอย่างบ้าคลั่งและแล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเรือนผมสีเงินที่สะท้อนแดดเป็นประกาย 

คาโล!!


//////////////////////////////////////////////////////


คาโลยังคงใช้คาถาเดิมปลดปล่อยหมาป่าน้ำแข็งออกมาตัวแล้วตัวเล่า  ทางด้านอาเธอร์ก็ต้องใช้ดาบแห่งกษัตริย์ฟาดฟันพวกมันตลอดไม่ได้หยุดอย่างไม่มีทางเลือก  ยิ่งผ่านไปนานเข้าความหงุดหงิดก็เริ่มก่อตัวจนกระทั่งแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

"เจ้าจะเล่นของเด็กเล่นพวกนี้ไปถึงเมื่อไหร่หรือว่าคาโนวาลมีปัญญาเพียงเท่านี้"  อาเธอร์ตะคอกอย่างหงุดหงิดยิ่งไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายความเดือนดาลก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

"หนอย.. อัศวินดำ!!"  อาเธอร์ร้องอย่างหัวเสียเมื่อถูกหมาป่าน้ำแข็งกัดเข้าที่แขนและขา  จนถึงขนาดโยนดาบแห่งกษัตริย์ทิ้งแล้วเรียกอัศวินดำเข้ามือแทน

ท่านอ่อนแอลงมากท่านอาเธอร์..  คาโลคิดอย่างสังเวชใจ  ถ้าเป็นเมื่อก่อนท่านคงไม่สูญเสียความเยือกเย็นระหว่างสู้รบด้วยเรื่องเพียงแค่นี้แน่

นักรบชุดเกาะดำจำนวนมากพวยพุ่งออกจากวิถีแห่งดาบทันทีที่มันถูกฟาดฟัน  เหล่าอัศวินดำพุ่งเข้ากำจัดหมาป่าน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่งแต่คาโลไม่สนใจกษัตริย์หนุ่มปล่อยหมาป่าน้ำแข็งชุดใหญ่ออกไปอีกครั้งทว่าคราวนี้เขากลับพุ่งตัวตามพวกมันไปด้วย

นักรบที่สูญเสียความเยือกเย็นสิ่งที่รออยู่ก็คือความตายเท่านั้น..

สิ้นความคิดคาโลก็เข้าประชิดร่างของอาเธอร์  ดาบประกายเงินด้ามยาววาดออกพร้อมฟาดฟัน 

อาเธอร์เบิกตาโพลงอย่างคาดไม่ถึงด้วยเพราะจิตใจจดจ่อแต่กับหมาป่าน้ำแข็งเหล่านั้นมากเกินไปจึงไม่ได้ทันสังเกตผู้เป็นเจ้าของเวทเลยแม้แต่น้อย

ปลายดาบคมกริมห่างลำคอเพียงคืบและในวินาทีนั้น..

"เดทซอเรอร์"  อาเธอร์ร้องลั่น  ทันใดดาบสีดำดุจค่ำคืนที่ไร้จันทร์ก็ปรากฏขึ้น  มันตวัดตัวรับดาบของคาโลอย่างว่องไวโดยที่ไม่มีผู้ใดบังคับราวกับมีชีวิต 

เดทซอเรอร์ใช้แรงของตัวปัดดาบของคาโลให้เบนออกพร้อมฟันซ้ำ  คาโลรับไว้ก่อนจะฟันต่อเนื่องไปบ้าง  ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกและรับอย่างไม่มีใครยอมลงให้ใคร

ดาบในตำนาน..  เดทซอเรอร์  ได้ยินว่าเป็นดาบที่ใช้สำหรับสถิตวิญญาณนักรบในตำนาน  เป็นดาบที่มีชีวิต

"ดาบมีชีวิตเป็นแบบนี้เอง"  คาโลพึมพำเบาๆ 

ถ้าอาเธอร์เข้ามาตอนนี้แย่แน่..

และก็เป็นดังคาดอาเธอร์พุ่งตัวเข้ามาอย่างเร็ว  ตาสีนิลเปลี่ยนเป็นแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยว  มือข้างหนึ่งถือดาบอัศวินดำอีกข้างกำด้ามดาบแห่งกษัตริย์แน่น

ไม่ได้การ..

"ฮีลซ็อต"  คาโลเรียกฮีลซ็อตออกมาเพื่อรับมือกับเดทซอเรอร์ส่วนตัวเองก็รีบตวัดตัวหมุนดาบรับดาบอัศวินดำไว้ทันเวลาพอดีแต่ก็ยังไม่พ้นเพราะยังไม่ทันที่เสียงดาบทั้งสองปะทะกันจะหายไปดาบแห่งกษัตริย์ในมือขวาก็ตามมาในทันที  

ฉัวะ!!

เลือดสีสดไหลซึมออกจากแผลที่ท้องย้อมฉลองพระองค์สีขาวเป็นสีแดงเข้ม  มือแกร่งกุมท้องที่มีเลือดไหลทะลักไม่หยุดนั้นไว้พลางพยายามรักษาแผลไปพลางๆแต่ก็ลำบากเต็มทนเพราะแผลที่ได้รับแม้จะไม่โดนจุดตายเพราะหลบมาได้อย่างฉิวเฉียดแต่มันก็ลึกมากถึงขนาดที่หากเขาผลีผลามขยับตัวมากไปอาจจะทำให้แผลเปิดกว้างขึ้นจนต้องเสียเลือดตายก็ได้ 

ยิ่งกว่านั้นก่อนหน้านี้เขาใช้พลังเวทไปมากบวกกับต้องแบ่งพลังชีวิตเพื่อคงร่างฮีลซ็อตไว้รวมไปถึงการเสียเลือดไม่น้อยในคราวเดียวก็ทำให้พลังเวทอันแข็งแกร่งของชายหนุ่มลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ 

คาโลยืนหอบหายใจตัวโยนด้วยความเหนื่อย  นัยน์ตาเริ่มพล่ามัวเพราะแผลที่ไม่ยอมสมาน  ผิวที่ขาวจัดอยู่แล้วเริ่มซีดเหมือนกระดาษ  หมาป่าน้ำแข็งทั้งหมดหายไปอย่างรวดเร็วและแม้แต่ร่างของฮิลซ็อตเองก็เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ

อาเธอร์เก็บดาบอัศวินดำเหลือเพียงดาบแห่งกษัตริย์พร้อมกับย่างสามขุมเข้าหาคาโล  ใบหน้าเหี้ยมประดับรอยยิ้มอย่างมีชัย

"เจ้าแพ้แล้ว.. หึๆ เห็นแก่ความพยายามอย่างไร้ประโยชน์นั่นข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้เจ้าไปสบายโดยไม่เจ็บปวดเอง"  ว่าเสร็จก็หัวเราะลั่นอย่างสะใจแต่คาโลกลับขยับยิ้มละไมไม่เข้ากันกับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่ต้องเผชิญเลยแม้แต่น้อยและนั่นก็ทำให้อาเธอร์ต้องเปลี่ยนจากแย้มยิ้มเป็นขมวดคิ้วอย่างฉงนแทน

"จะตายอยู่แล้วยังจะยิ้มอยู่อีก  หรือเจ้ากลัวจนเสียสติไปแล้ว"  อาเธอร์ถามอย่างดูถูกแต่นั่นไม่ได้ทำให้รอยยิ้มละไมจางลงเลยแม้แต่น้อยกลับตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำก่อนเจ้าตัวจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมพูดว่า

"มีคนเคยบอกท่านไหมว่าอย่าเพิ่งดีใจกับชัยชนะที่ยังมาไม่ถึงน่ะ"  สิ้นคำของคาโล  อาเธอร์ก็ต้องรีบหันขวับกลับไปด้านหลังอย่างเร็วพร้อมกับยกดาบกันดาบของฮิลซ็อตที่ฟันลงมาหมายบั่นศรีษะ  ตาสีแดงก่ำดุจปีศาจตวัดมองไปยังอีกด้านที่เดทซอเรอร์นอนทอดร่างอยู่

อาเธอร์สบถอย่างหัวเสียเมื่อดาบที่บรรจุวิญญาณนักรบในตำนานนับสิบกลับไม่อาจสู้นักรบในตำนานตรงหน้าเพียงตนเดียวได้  ไม่เพียงเท่านั้นเดทซอเรอร์กลับหักเป็นสองท่อนกองอยู่กับพื้นราวกับเศษเหล็กไร้ค่า

เนตรสีฟ้าจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้าอย่างวิตก  ฮีลซ็อตในตอนนี้อาจจะสู้ได้อย่างสูสีแต่จะได้อีกนานเท่าไหร่ในเมื่อตัวเขาในตอนนี้ก็แทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว 

คาโลยังคงรวบรวมสมาธิรักษาบาดแผลฉกรรจ์เท่าที่จะทำได้โดยให้มีผลกระทบกับร่างของฮีลซ็อตน้อยที่สุดแต่ในความเหนื่อยล้าย่อมต้องปรากฏช่องโหว่ขึ้นซึ่งนั่นก็ถูกจับจ้องด้วยสายตาของใครบางคน  ร่างนั้นลอบเข้ามาทางด้านหลังของกษัตริย์หนุ่มโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้สึก  ดาบที่เก็บมาจากศพๆหนึ่งบนพื้นกระชับมั่นในมือแน่นพร้อมๆกับเงื้อมขึ้นสูง

"คาโล!!"  คิลร้องลั่นเมื่อทันทีที่เขากวาดสายตามาเจอร่างสูงของคาโลก็กลับเห็นร่างโชกเลือดของเพื่อนสนิทกำลังจะถูกลอบทำร้ายจากทางด้านหลัง

แม้คาโลจะไม่ได้ยินเสียงร้องเตือนของคิลแต่จู่ๆลมที่ไม่รู้มาจากไหนก็พัดแรงมาจากเบื้องหลังทำให้กษัตริย์หนุ่มหันไปมอง  ทันเห็นคมดาบที่ลอยห่างตัวเพียงไม่กี่นิ้ว 

คาโลพลิกตัวหลบแต่เพราะการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นจนเจ้าตัวถึงกับต้องทรุดลงกับพื้น

เนตรสีฟ้าจ้องสบตากับเจ้าของดาบนั้นด้วยแววเย็นเหยียบพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยิ่งกว่า

"ยูริซิส"
 


คิลสบถอย่างเจ็บแค้นที่เขาพลาดไปไม่สามารถฆ่าคนทรยศนั่นได้ทำให้ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนเขาเองที่ลำบากโดยที่เขาเข้าไปช่วยไม่ได้เลย  คิลจึงได้แต่ระบายความแค้นไปที่ปีศาจตรงหน้าเท่านั้น

"หนอย..ไอ้เจ้าตุ๊กตาเดินได้พวกนี้"  เมราสที่ทนไม่ไหวก็ร้องออกมา  ตัวเขาเองเป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์แท้ๆแต่ตอนนี้กับช่วยนายเหนือหัวของตัวเองไม่ได้  แต่เพราะคำพูดของเมราสนั่นเองทำให้คิลได้คิด

"ตุ๊กตา.. ใช่แล้วตุ๊กตา!!"  คิลร้องอย่างดีใจเรียกให้เมราสมองอย่างงุนงง  นักฆ่าจากซาเรสในตอนนี้ไม่สนใจการต่อสู้อีกแล้ว  เขาเรียกคทาออกมาพร้อมกับใช้เวทค้นหาในทันทีแต่เพียงร่ายไปได้ครึ่งบทปีศาจตัวหนึ่งก็กระโจนเข้าใส่ทว่าคิลกลับไม่หลบและไม่คิดจะตอบโต้เลยด้วยซ้ำ

"ท่านคิล"  เมราสร้องอย่างขวัญเสียแต่ก็ปลีกตัวไปช่วยไม่ได้  ปีศาจตนนั้นแสยะยิ้มอวดเขี้ยวสีเหลืองในปากเตรียมจะกินคิลเป็นอาหารแต่นาทีนั้น..

ฉัวะ!!

หัวของเจ้าปีศาจตนนั้นกระเด็นหลุดจากร่างไปทันที  ร่างใหญ่มหึมาล้มลงเผยให้เห็นร่างสูงสมส่วนของเจ้าชายเซรัสยืนอยู่เบื้องหลัง

"ท่านทำอะไรของท่าน  ท่านคิล"  เซรัสถามอย่างแปลกใจมือก็ตวัดดาบคอยคุ้มกันคิลที่ดูท่าจะไม่ยอมขยับเขยื้อนออกจากที่ตรงนั้นเลย  ซ้ำไม่ตอบคำถามของเขาด้วย 

ใบหน้าขาวของนักฆ่าเริ่มผุดพลายด้วยเหงื่อแต่ก่อนที่คิลจะตายเสียก่อนเพราะฝืนใช้เวทมากไปเวทของเขาก็ปะทะกับบางสิ่งบางอย่าง  ตาสีม่วงลืมพรึบขึ้น  เซรัสเห็นดังนั้นก็จะถามคิลต่อแต่เป็นคิลเองที่ตอบให้เสียก่อน

"เจอแล้ว"  คิลร้องอย่างยินดี  เซรัสตีหน้างงก่อนถามกลับ

"เจออะไรครับ"

"เจ้าของเวทตุ๊กตาหุ่นศพพวกนี้ไงล่ะ"  เซรัสเบิกตาเมื่อได้ยินเพราะนี่เองคือความรู้สึกแปลกๆที่เขาสัมผัสได้  กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว  เมื่อรวมกับสิ่งที่คิลเคยบอกพวกเขาไว้ถึงจำนวนที่มากผิดจากที่เครือข่ายของตระกูลฟีลมัสสืบมาได้ยิ่งเข้าล็อก  ต้องมีคนร่ายเวทชักใยศพพวกนี้แน่

"ทางไหน"  เซรัสถาม

"ทิศห้านาฬิกา  บนเนินนั่น"  คิลบอก  เซรัสพยักหน้ารับก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อม  สองมือกระชับดาบมั่น

"พยุหนาคา"  ดาบเรียวในมือฟาดฟัน  วิถีดาบที่รุนแรงและรวดเร็วพุ่งตรงไปยังทิศที่คิลว่า

 อากาศถูกแหวกเป็นทางเกิดเสียงสะท้อนไปมาลั่นโสตประสาทก่อนจะกระทบกับม่านพลังบนเนินนั่น  ม่านสีม่วงเผยออกมาให้เห็นชัดพร้อมกับร่างชราของนักเวทชั้นสูงเบื้องหลังม่าน

ม่านพลังและวิถีดาบกระทบกันชั่วระยะหนึ่งก่อนจะแตกกระจายไปคนละทาง  นักเวทคนนั้นลืมตาขึ้น  ดวงตาสีเทาไร้แววมองลงมายังเซรัส  เสียงแหบแห้งแต่กังวานเอ่ยออก

"เก่งมากที่หาข้าจนพบ  ไม่นึกว่าเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเจ้าจะหาข้า พ่อมดมืดแห่งวานาลเจอ" ( วานาลเป็นเขตที่จัดว่าอันตรายที่สุดในดินแดนเดมอสที่ๆเป็นที่รวมเหล่าพ่อมดศาสตร์มืดทั้งหลาย )

"พ่อมดมืดจากวานาล"  คิลทวนคำแม้แต่พ่อมดจากเดมอสก็มาร่วมกับอาเธอร์หรือนี่..

"เอายังไงดี"  เซรัสกระซิบถามคิล  คิลยิ้มให้

"ไม่น่าถาม"  สิ้นคำ  คิลวิ่งด้วยความเร็วสูงขึ้นเนินไปทันที

ถ้าไม่กำจัดเจ้านี่ก่อนกองทัพปีศาจนั่นก็จะโผล่กันขึ้นมาเรื่อยๆ..  คิลและเซรัสคิดขึ้นแทบจะพร้อมกันแต่เห็นพ่อมดนั่นชราถึงเพียงนี้พิษสงกับร้ายกาจนัก 

คิลและเซรัสยังคงร่วมมือกันต่อกรกับพ่อมดมืดจากวานาลอย่างตึงมือพลางสมองของนักฆ่าจากซาเรสก็หวนนึกไปถึงเพื่อนอีกคนที่เคยผ่านด่านพวกนี้มาแล้ว  ( เพราะท่านเจ้าใช้ให้ว่าที่ลูกเขยคนสำคัญผ่านด่านเขตสีต่างๆของเดมอสให้ได้ทั้งหมดก่อนถึงจะยอมยกแม่ตัวยุ่งให้ ) 

"ตอนนั้นนายจัดการกับพวกตาแก่หนังเหนียวนี่ยังไงกัน คาโล" 

ส่วนใหญ่แล้วพวกนักเวทสายความมืดมักจะไม่ถูกกับมนต์แสง..  เสียงทุ้มของเพื่อนซี้ดังขึ้นในหัว

มนต์แสง..  "เฮ่..เซรัส  เธอใช้เวทแสงเป็นรึเปล่า"  คิลตะโกนถามเซรัสเมื่อนึกถึงคำของคาโลขึ้นมาได้  เซรัสไม่ได้หันมาเพราะมัวแต่สู้กับโครงกระดูกเดินได้ที่ล้อมตัวเองอยู่จึงเพียงแค่ตะโกนตอบกลับ

"ไม่เป็นครับ"

"แล้วจะสู้กับมันยังไงเนี่ย" 

"หึหึ แค่เวทแสงธรรมดาๆพวกนั้นมันไม่ระคายผิวข้าหรอก ฮะฮะ.." พ่อมดเฒ่าพูดขัดความคิดคิลเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง

"แต่ถ้าเป็นมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกนักบวชชั้นสูงก็อาจจะสะกิดผิวข้าได้บ้างหรอกนะแต่ดูพวกเจ้าแล้ว.. "  ตาสีเทาไร้แววกราดมองคิลและเซรัส  " นักฆ่าอ่อนเวทกับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกเจ้าคงจะยาก"  ว่าเสร็จเจ้าตัวก็หัวเราะลั่นอย่างดูถูกให้คิลกับเซรัสกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ  ทว่า..

"เช่นนั้นรึ"  เสียงที่คิลรู้สึกคุ้นเคยนักราวกับไม่ได้ยินมานานดังขึ้นจากแมกไม้เบื้องหลังพ่อมดมืดแห่งวานาล  "งั้นวันนี้เจ้าคงชะตาขาดซะแล้วล่ะ"

ความคิดเห็น

datenote
datenote 10 ส.ค. 49 / 21:26

แร้วจะมาอ่านอีกน้าค้า

แต่งเก่งอะ

แต่งเองหรอเนี่ย

RayGuard
RayGuard 10 ส.ค. 49 / 22:42

แต่งเองสิค้า ฮิฮุ

teenzclubz
teenzclubz 10 ส.ค. 49 / 23:33
แต่งเก่งจังเรยอ่ะ
แล้วมาต่อไวๆนะ
ความคิดเห็นที่ 4

เป็นฉากการต่อสู้ที่ดุเดีอดมาก ๆ อ่านแล้วลืมหายใจเลย

carna_chan
carna_chan 12 ส.ค. 49 / 11:21
ว้าว คิลเก่งที่สุดๆเลยค่า เท่จังเลย ^W^

แต่งฉากต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมอย่างแรงเลยค่ะ ลุ้นจนตัวโก่งเหมือนกำลังเชียร์ฟุตบอลรอบชิงยังไงอย่างงั้น

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
zaruman
zaruman 17 ส.ค. 49 / 11:11

ลอรี่  มาแล้ววววว