RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

เพลงรักจากสองดวงใจ

เขียนโดย RayGuard

เพลงรักจากสองดวงใจ


ช่วงเวลา : หลังพิธีจบการศึกษา



ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง.. เจ็ดปีจะว่านานก็นานจะว่าสั้นมันก็เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เท่านั้นแต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไรเอดินเบิร์กก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคงจะมีแต่พวกเธอเท่านั้นที่เปลี่ยนไป..

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ทุกคนต่างโตขึ้นและเป็นผู้ใหญ่  ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายทั้งวิชาความรู้ในห้องเรียนรวมทั้งสิ่งที่ไม่สามารถหาเรียนได้จากที่ไหน.. นั่นคือ  มิตรภาพ..

หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงส่งเล็กๆที่พวกเขาช่วยกันจัดขึ้นภายในชั้นปีเมื่อคืน  ในวันนี้ทุกคนต่างก็ร่ำลาและแยกย้ายกันไปตามวิถีทางของตนดังที่ได้คุยกันเอาไว้.. 

เริ่มจากโรและกัส.. ทั้งสองคนต่างก็เปิดเผยฐานะที่แท้จริงและเดินทางกลับบ้านเมืองของตนเองอย่างสมเกียรติเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าชายรัชทายาท  สามสาวนางฟ้าแห่งป้อมออกเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองวิทช์ด้วยกันตามประสาก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าของตนเองเช่นกัน..

ส่วนครี้ด.. พวกเขาทั้งสิบคนตกลงใจว่าจะไปลงเรือท่องสมุทรของเจคก่อนเป็นอันดับแรกเรื่องอื่นๆค่อยว่ากันทีหลัง  ทางด้านคิลนั้น.. รายนี้รีบกลับบ้านก่อนใครเพื่อเตรียมการไปสู่ขอเจ้าหญิงเรนอนคนงามตามที่ได้สัญญาเอาไว้กับเจ้าหล่อน..  ที่เหลืออยู่จึงมีเพียงเฟรินกับคาโล 

ความจริงโกโดมนำมังกรดำมารับเฟรินแทบจะทันทีที่เธอก้าวเท้าออกมาจากป้อมแต่คาโลกลับลากเฟรินขึ้นเกวียนของตัวเขาแทนโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรทั้งสิ้นนอกจากสั่งให้คนสนิททั้งสองที่ทำหน้าที่กุมบังเหียนออกเกวียนเดินทางกลับคาโนวาลทันที  โกโดมจึงต้องจำใจส่งข่าวบอกท่านจ้าวเรื่องที่เจ้าหญิงของเขาจะเลื่อนกำหนดกลับเดมอสออกไปและตัวโกโดมก็ติดตามอารักขาพระธิดาของเจ้านายเหนือหัวอยู่ห่างๆ ( คาโลไม่ให้เข้าไปในเกวียน )

เกวียนหลังใหญ่แล่นปุเลงๆออกมาจากเอดินเบิร์กได้สักพักแล้วและเวลานี้พระอาทิตย์ก็เคลื่อนคล้อยขึ้นตรงกลางศรีษะพอดีแต่พวกเขาก็มิได้หยุดพัก  ท่ามกลางธรรมชาติแปลกตาสำหรับคนชาวเดมอสอย่างโกโดมทำให้องครักษ์ตัวน้อยออกอาการตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษจึงได้เอ่ยปากถามชวนสองคนสนิทของเจ้าชายแห่งคาโนวาลพูดคุยไม่หยุด  ทางด้านเมราสและเอลลิคเองก็ให้ข่าวสารแก่คนต่างแดนตัวจิ๋วด้วยความเต็มใจดังนั้นการเดินทางร่วมหลายชั่วโมงนี้จึงได้มีเสียงของพวกเขาทั้งสามคลอตามไปตลอดทางผสานไปกับเสียงล้อเกวียนและกีบเท้าม้าบดลงพื้นถนน  ทว่าบรรยากาศภายนอกที่แสนคึกคักช่างตัดกับอากาศภายในเกวียนของนายเหนือหัวทั้งสองของพวกเขายิ่งนัก

เฟรินนั่งหน้าบูดมาตลอดทางตั้งแต่ถูกฉุดกระชากขึ้นเกวียนมา  เสียงขุ่นของเจ้าหล่อนดังขึ้นมาเป็นระยะตั้งแต่ออกเดินทางแม้กระทั่งตอนนี้

“นี่..อยู่ดีๆก็มาลากฉันขึ้นเกวียนแบบนี้เนี่ยมันหมายความว่าไงกัน”  คำถามรอบที่สามสิบแปดจากเฟรินดังขึ้นแต่คนที่ควรจะตอบกลับยังคงเงียบยังความหงุดหงิดใจให้เจ้าหล่อนยิ่งนัก  ตั้งแต่ออกจากเอดินเบิร์กมาเธอก็ถามคำถามนี้กับเขามาตลอดทางแต่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไรเลยแม้แต่คำเดียว  ไม่มองหน้าเธอและไม่อ่านหนังสือฆ่าเวลาเหมือนทุกที  ที่คาโลทำคือนั่งนิ่งและเงียบ  สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเกวียนตลอดเวลา..

ความน้อยใจเริ่มก่อตัวในจิตใจของเฟริน  เมื่อไม่กี่เดือนก่อนชายหนุ่มเพิ่งจะออกปากขอเธอแต่งงานนี่ยังไม่ทันแต่งด้วยซ้ำกลับทำท่าทางเฉยเมยใส่เธอขนาดนี้ทว่าถึงแม้เฟรินจะน้อยใจอยู่บ้างแต่ด้วยรู้จักกันมานานทำให้เฟรินพอจะดูออกว่าอีกฝ่ายเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจและนี่เป็นนิสัยเสียอย่างหนึ่งของคาโลที่เวลามีเรื่องกลุ้มหรือกังวลเขามักจะเก็บเอาไว้คนเดียวไม่ยอมบอกใคร  เฟรินรู้ดี.. และก็เพราะเหตุนี้เธอถึงได้น้อยใจชายหนุ่มนัก  เธออยากให้เขามองเธอเป็นคนที่พึ่งพาได้  อยากให้เขาวางใจที่จะปรึกษาเรื่องไม่สบายใจกับเธอไม่ใช่เก็บเอามาคิดเองคนเดียวแบบนี้..

“ถ้านายไม่พูดฉันจะรู้มั้ยว่านายเป็นอะไร”  เฟรินพยายามใหม่อีกครั้งแต่คาโลยังคงเฉย  “นายอย่าทำตัวงี่เง่าแบบนี้จะได้มั้ย!!”  พูดอย่างเหลืออดก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นและนั่งบ่นหงุงหงิงกับตัวเองอย่างหงุดหงิดใจเป็นที่สุด

ความเงียบน่าอึดอัดโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่  นาน.. จนเฟรินเกือบจะหลับไปเพราะความเซ็งอยู่แล้วนั่นล่ะคนปากหนักถึงได้ยอมเปิดปากพูดออกมาเป็นครั้งแรก

“ขอโทษ”  เฟรินหันขวับไปมองคาโลความง่วงเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งและเมื่อเห็นว่าตาสีฟ้านั่นมองมายังเธออย่างสำนึกผิดก็ถึงกลับทำให้เธออึ้ง

“ตกลงนายเป็นอะไร”  เฟรินถามสืบไปทันทีเมื่อตั้งสติได้  คาโลเงียบไปนิดแต่ในที่สุดก็ยอมเปิดปากพูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ

“ฉันแค่.. อยากอยู่กับเธอ”  เฟรินเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงนในตอนแรกแต่เมื่อเห็นหน้าขาวๆของชายหนุ่มเริ่มจับสีเรื่อ  เจ้าตัวถึงได้แย้มยิ้มกว้าง  ดวงตาพราวระยับเป็นประกายให้อีกฝ่ายเริ่มไม่ไว้ใจในความคิดพิเรนทร์ๆที่สาวเจ้าอาจจะเอามาแกล้งเขา

“แค่นั้น..”  เฟรินพูดกลั้วหัวเราะ  ร่างเล็กๆเริ่มเบียดเข้าหาคนตัวโตให้อีกฝ่ายใจเต้นไม่เป็นส่ำ  มือบางลูบไล้ต้นแขนซ้ายของชายหนุ่มเบาๆให้คาโลหน้าขึ้นสีมากกว่าเดิมพร้อมกับเสียงหวานๆที่เจ้าตัวจงใจส่งไปเพื่อยั่วอีกฝ่าย

“ที่แท้..เจ้าพี่ก็แค่อยากอยู่กับหญิงสองต่อสองหรือเพคะ”

คาโลมองเฟรินด้วยสายตายากอธิบายเป็นที่สุด  มันทั้งพอใจและหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน

ประโยคที่เจ้าหล่อนพูดกับเขาเมื่อครู่นั้นทั้งอ่อนหวานและน่ารักนักแล้วยังร่างนิ่มๆที่เบียดชิดนี่อีกมันทำให้เขาอดที่จะหวั่นไหวและใจเต้นแรงไปด้วยไม่ได้  แต่ก็นั่นล่ะ.. เขารู้ดีว่าหญิงสาวแค่คิดจะแกล้งเขาเท่านั้นดังนั้นไออารามดีใจที่ก่อตัวขึ้นมานิดๆเมื่อครู่เลยเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดหน่อยๆแล้วความคิดอยากจะสั่งสอนคนตรงหน้าก็เริ่มผลุดขึ้นมาในสมอง

“ใช่”  คาโลว่าเสียงห้วน  แววตาเริ่มทอประกายดุๆส่งมาปรามหญิงสาวแต่เฟรินกลับหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้แกล้งคนตรงหน้า  ตาสีน้ำตาลวาววับเป็นประกายสดใส

“ฮะฮะ  ในที่สุดก็เปลี่ยนสีหน้าได้ซักที..”  เฟรินพูดพร้อมรอยยิ้ม  “พ่อเจ้าชายน้ำแข็ง ^_^” 

แววความฉงนฉายวาบในประกายตาคาโลอยู่ครู่แต่ไม่ช้าเขาก็เข้าใจ  ที่เฟรินแกล้งเขานั้นเพราะต้องการให้เขาหายเครียด  ทว่าก่อนที่คาโลจะได้ตัดสินใจพูดอะไรเฟรินกลับเอื้อมมือขึ้นมาหาพร้อมกับออกแรงโน้มตัวเขาให้นอนลงหนุนตักนุ่มของเธอ

“ให้เป็นกรณีพิเศษนะ”  เธอว่าขณะใช้มือลูบผมสีเงินของชายหนุ่มเบาๆ

“เฟริน..”

“ในเมื่อนายไม่อยากพูดฉันก็จะไม่เซ้าซี้แล้ว”  เฟรินพูดขัดขึ้น  เธอรู้ว่าเหตุผลที่อีกฝ่ายบอกเธอมาตอนแรกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เขากำลังกลุ้มใจอยู่จริงๆแต่เธอก็ไม่อยากคาดคั้นให้เขาไม่สบายใจอีกเมื่อชายหนุ่มพร้อมเมื่อไหร่เขาคงจะบอกกับเธอเอง

“แต่นายต้องหลับตาแล้วนอนซะ  เอาแต่นั่งคิดอะไรวุ่นวายอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว  ตอนนี้สมองนายน่ะมันล้าเต็มทนแล้วรู้ตัวมั้ย  ถึงจะฝืนคิดไปให้สมองระเบิดตายก็คิดไม่ออกหรอก”

คาโลนอนมองเฟรินว่าตัวเองด้วยสายตารักใคร่ไม่ปิดบัง.. เธอเป็นห่วงเขา.. นี่คือสิ่งที่เขาสัมผัสได้และมันก็ทำให้เขามีความสุข

“นายน่ะต้องหัดปล่อยวางเสียบ้างรู้รึเปล่า  เรื่องบางเรื่องก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่ควรเป็น  มันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่นายคิดก็ได้เพราะฉะนั้นเลิกคิดมากแล้วนอนซะ”

นั่นสินะ.. มันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

รอยยิ้มน้อยๆเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเจ้าชายแห่งคาโนวาล  ตาสีฟ้าคู่สวยไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเฟรินเลยแม้แต่น้อย  มือแกร่งค่อยๆรวบจับมือน้อยของหญิงสาวเอาไว้อย่างทนุถนอมเป็นที่สุดก่อนจะมอบจุมพิศแผ่วเบาบนนิ้วมือนั้นอย่างอ่อนโยน

“เฟริน..”  คาโลพึมพำเบาๆพร้อมกับหลับตาลง  “ขอบใจ”  และแล้วร่างของชายหนุ่มก็นอนหลับอย่างเป็นสุขบนตักของหญิงผู้เป็นที่รัก


///////////////////////////////////////////////////////////////


เป็นเวลาสี่ทุ่มเศษของวันที่สามหลังจากที่พวกเขาออกเดินทาง  ในที่สุดเกวียนหลังใหญ่ก็หยุดลงจอดสนิทในเขตพระราชฐานหน้าประตูวังสีขาว  พระราชวังหลวงแห่งคาโนวาล..

คาโลตัดสินใจพาเฟรินไปเข้าเฝ้ากษัตริย์บาโรผู้เป็นบิดาก่อนจะพาแฟนสาวไปที่พักโดยสั่งให้เมราสกับเอคลิคไปจัดการเรื่องห้องพักของเฟรินล่วงหน้าและให้นำโกโดมไปกับทั้งสองคนนั่นด้วย 

แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนดึกมากแล้วแต่โถงทางเดินภายในวังกลับยังไม่ร้างผู้คน  สองข้างทางยังคงมีทหารเวรเดินกันขวักไขว่และเมื่อคนพวกนั้นเห็นคาโลเดินผ่านก็รีบก้มหัวลงทำความเคารพทันที 

คาโลยังคงนำทางเฟรินเดินไปเรื่อยๆผ่านเสาสูงและโถงทางเดินมากมายจนในที่สุดชายหนุ่มจึงได้หยุดเดินหน้าประตูสีขาวบานใหญ่  ทหารเฝ้าประตูเมื่อเห็นคนทั้งสองก็กำลังจะทำความเคารพแต่คาโลยกมือห้ามไว้ก่อน 

ชายหนุ่มยกมือขึ้นและใช้ข้อนิ้วเคาะไปเบาๆสามครั้งบนบานประตู  ไม่นานเสียงทุ้มทรงอำนาจของผู้ที่ประทับอยู่ในห้องก็ดังออกมาเชิญพวกเขาเข้าไป

คาโลผลักบานประตูทั้งสองข้างให้อ้าออกพร้อมกับสาวท้าวเข้าไปภายในโดยมีเฟรินเดินตามอยู่ข้างหลัง  เมื่อร่างสูงสง่าหลังโต๊ะทรงอักษรรับรู้ถึงการเข้ามาของใครบางคนแล้วจึงได้เงยพระพักตร์ขึ้น  แววพระเนตรแสดงถึงความแปลกใจปรากฏขึ้นบนดวงเนตรของกษัตริย์บาโรเมื่อเห็นพระโอรสองค์เดียวกับเจ้าหญิงแห่งเดมอสถวายความเคารพอยู่เบื้องหน้า

“ไม่ต้องมากพิธี”  กษัตริย์บาโรตรัส  ทรงทอดพระเนตรคนทั้งสองอยู่ครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ  “การเดินทางเป็นเช่นไร”

“ราบรื่นดีกระหม่อมพวกหม่อมฉันเลยมาถึงเร็วกว่ากำหนด”  คาโลตอบกลับ  คิงบาโรพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะหันมามองอีกสตรีที่อยู่ในห้อง

“เจ้าสบายดีหรือเฟลิโอน่า”  เฟรินแย้มยิ้มสดใสพร้อมตอบรับอย่างอารมณ์ดี 

“เพคะ”

 ตั้งแต่เธอได้คุยกับคิงบาโรเมื่อคราวก่อนตอนช่วยกันปรุงยาให้พระเจ้าตาไฮคิงทำให้เธอรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดทั้งยังเป็นคนอบอุ่นแม้การแสดงออกภายนอกจะมองไม่ค่อยเห็นก็ตาม  ดูไปก็เหมือนๆกับเจ้าชายมาดมากของเธอเหมือนกันดังนั้นความกลัวที่มีเมื่อก่อนเลยหายไปทำให้เธอกล้าคุยกับคิงบาโรอย่างสนิทใจแต่ก็ยังแฝงความเคารพและยำเกรงไว้อยู่ในที

เมื่อได้ยินเฟรินตอบแบบนั้นคิงบาโรจึงหันพักตร์ไปยังคาโลอีกครั้ง  “เจ้าไม่เห็นบอก ว่าจะพาเฟลิโอน่ามาด้วย”

คาโลยังไม่ได้พูดอะไรแต่เฟรินกลับตอบแทนเสียก่อน

“หม่อมฉันเป็นคนขอตามมาเองเพคะ”  พอเห็นกษัตริย์บาโรหันมาทางเธอเฟรินเลยรีบพูดต่อ  “คือ..หม่อมฉันว่างๆไม่มีอะไรทำแล้วก็ยังไม่อยากกลับเดมอสเลยขอตามคาโล  เอ้ย..  เจ้าชายคาโลมาเที่ยวคาโนวาลด้วยเพคะ”  

 คิงบาโรแย้มสรวลนิดๆก่อนจะดำรัสต่อราวกับล่วงรู้ความคิดของเฟริน  “ฉันไม่ได้จะว่าอะไรคาโลหรอกแต่ถ้ารู้ว่าเราจะมาด้วยจะได้เตรียมการต้อนรับไว้”  เฟรินยิ้มเขินๆก่อนจะพูดตอบกลับ

“ไม่ต้องลำบากหรอกเพคะที่ไหนๆก็อยู่ได้ทั้งนั้น”  คาโลมองท่านพ่อของตนเองคุยกับหญิงคนรักอย่างถูกคอก็ให้โล่งใจ  ดูเหมือนกษัตริย์บาโรจะเอ็นดูเฟรินอยู่ไม่น้อย

“ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้คนจัดห้องพักให้เจ้าก็แล้วกัน”

“ทูลท่านพ่อ..”  คาโลรีบเอ่ยขัด  “ให้เฟลิโอน่าอยู่ตำหนักเหนือก็ได้กระหม่อม  หม่อมฉันสั่งให้คนจัดห้องไว้แล้ว”  คิงบาโรมองลูกชายของตนครู่หนึ่งและดูเหมือนจะทรงนึกอะไรได้แววตาจึงเปลี่ยนเป็นอ่อนลง

“เอาแบบเจ้าว่าก็แล้วกัน พวกเจ้าเดินทางกันมาเหนื่อยๆรีบไปพักเถอะ” 

เมื่อได้รับคำอนุญาตเฟรินกับคาโลจึงถวายคำนับอีกครั้งแล้วขอตัวเดินออกมาแต่พอคาโลจะก้าวออกจากห้องกษัตริย์บาโรกลับตรัสรั้งตัวไว้ก่อนคาโลจึงหันไปบอกให้เฟรินยืนรออยู่ด้านนอกส่วนตัวเขาเดินกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง

“อาทิตย์หน้า..เจ้าพร้อมแล้วใช่มั้ย”  คิงบาโรพูดเมื่อคาโลปิดประตูเรียบร้อยแล้ว

“พร้อมแล้วกระหม่อม”  คาโลตอบและเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรอีกจึงได้เอ่ยทูลลา 

“ถ้าท่านพ่อไม่มีอะไรแล้วหม่อมฉันขอทูลลา”  คาโลทำท่าจะเดินออกจากห้องแต่คิงบาโรก็รั้งเอาไว้อีกครั้ง

“เหลืออีกสี่วัน.. ระหว่างนี้เจ้าก็พาเฟลิโอน่าไปเที่ยวเล่นให้สบายใจก็แล้วกันและถ้าขาดเหลืออะไรก็มาบอกพ่อ”  คิงบาโรพูดเสียงอ่อนกับลูกชายทำให้คาโลที่ได้ยินอึ้งไปนิดก่อนยิ้มรับ 

“ครับท่านพ่อ” 

“อีกอย่าง.. ดูแลน้องเขาให้ดี  พ่อไม่ว่าที่เจ้าจะให้เฟลิโอน่าไปอยู่ที่ตำหนัก ( ตำหนักเหนือเป็นตำหนักของคาโลค่ะ )  แต่ยังไงเสียเฟลิโอน่าก็เป็นผู้หญิง..”

“ลูกทราบ”  คาโลขัดขึ้น  คิงบาโรทอดพระเนตรมองคาโลอยู่สักพักราวกับจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ  พระองค์ทรงหันกลับไปที่งานตรงหน้าอีกครั้งก่อนดำรัส

“ไม่มีอะไรแล้วเจ้าไปนอนเถอะ”  คาโลมองอย่างผิดหวังนิดๆก่อนจะกล่าวทูลลาและในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากห้องชายหนุ่มก็ตัดสินใจหันกลับไปมองพ่อของตนอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยคำพูดออกมาเบาๆเหมือนจะให้ได้ยินเพียงแค่ตนเองเท่านั้นแต่ด้วยความเงียบจึงทำให้คิงบาโรที่เริ่มสะสางงานต่อได้ยินคำนั้นอย่างชัดเจน..

“ราตรีสวัสดิ์ครับ..ท่านพ่อ”  พูดเสร็จคาโลก็ก้าวออกมาจากห้องให้ผู้เป็นพ่อเงยหน้าขึ้นมองประตูที่ปิดตามหลังอย่างอบอุ่นและเจ็บแปลบหัวใจในเวลาเดียวกัน..

คำที่พ่อคิดจะพูดกับเจ้าสักครั้งแต่ไม่เคยพูดกลับเป็นเจ้าที่เป็นคนพูดมันออกมา.. คิงบาโรคิดอย่างปวดใจ 

ขอโทษด้วยที่พ่อต้องทำเหมือนไม่รักเจ้าเพราะความคิดชั่ววูบในกาลก่อนทำให้พ่อผิดต่อเจ้านัก  พ่อเคยลั่นวาจาไว้กับคนๆหนึ่งว่าจะไม่มีวันรักเด็กที่ไม่ได้เกิดจากอลิเซียและที่แต่งงานกับแม่ของเจ้าก็เพียงเพื่อจะสร้างนักรบปีศาจเท่านั้น.. 

ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้รักแม่ของเจ้าแต่พ่ออยากให้เจ้ารู้เอาไว้ 

พ่อรักเจ้ามาก..

แล้วก็..

“ราตรีสวัสดิ์นะ.. ลูกรัก”


//////////////////////////////////////////////////////////


ตลอดสามวันที่อยู่ที่นี่คาโลพาเฟรินไปเที่ยวตลอดตามที่เจ้าตัวขอ  เขาพยายามเก็บเกี่ยวความสุขในช่วงเวลานี้ไว้ให้มากที่สุดเพราะคงจะอีกนาน.. กว่าเขาจะได้พบกับมัน

เช้าวันที่สี่..

วันนี้คาโลพาเฟรินเดินเที่ยวชมในวังแทนที่จะออกไปข้างนอก  ภายในวังคาโนวาลเต็มไปด้วยของสวยงามมากมายอีกทั้งสถานที่ต่างๆก็ใหญ่โตงดงามดูอลังการไปหมดทั้งลานพิธี  สนามฝึกซ้อม  ลานประลอง  หอสมุดขนาดใหญ่ที่ขนาดเฟรินผู้ไม่ชื่นชอบหนังสือยังอดที่จะตื่นตากับความงามและจำนวนหนังสือที่มากมายมหาศาลนี้ไม่ได้  นอกจากนี้ก็ยังมีสวนที่จัดแต่งไว้อย่างวิจิตรอีกมากมายหลายแห่งในวังและเมื่อทั้งสองเดินมาถึงสวนหลังตำหนักกลางเฟรินก็ต้องเบิกตาโตกับความงามของบึงกว้างขวางใสเหมือนกระจกตรงหน้า

“สวยจัง”  เฟรินอุทานขณะเดินเข้าไปยืนอยู่ริมบึงและชะโงกหน้าลงไปมองปลาแปลกๆที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างรื่นเริง 

“คาโลปลาพวกนี้มันปลาอะไรหรอฉันไม่เคยเห็นมาก่อน” 

คาโลเดินเข้ามาหาตามเสียงเรียกแต่เขาไม่ได้ตอบตาสีฟ้าจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังแย้มยิ้มราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ส่วนสมองก็กำลังไพร่คิดไปถึงเรื่องสำคัญที่เขาจะต้องพูดกับหล่อน 

ชายหนุ่มพยายามสรรหาคำพูดและวิธีการบอกที่ดีที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากและเขาไม่อยากจะให้เกิดความผิดพลาดขึ้นด้วยความเข้าใจผิดอีกเหมือนครั้งก่อนๆที่เขากับเฟรินทะเลาะกันแต่คาโลเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนจนกระทั่งเฟรินที่เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“จริงสิ.. ฉันได้ยินมาว่าพ่อนายจะสละราชสมบัติ”  คำกล่าวของเฟรินทำให้คาโลสะดุ้งแต่เธอไม่เห็น  “แบบนี้ก็ต้องมีการประลองใช่มั้ย..  แล้วจะเริ่มเมื่อไหร่หรอ”

“อีกสองเดือน”  คาโลตอบแต่แล้วจู่ๆเขาก็คว้ามือเฟรินดึงเธอให้หันมามองเขา  เฟรินแปลกใจกับการกระทำนั้นเธอมองจ้องเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มและเห็นประกายร้อนรนอยู่ในนั้น

“นายเป็นอะไรคาโล”

“เฟริน”  คาโลสูดหายใจเข้าลึกก่อนพูดต่อ  “ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันต้องเข้ารับการฝึกพิเศษกับท่านพ่อเพื่อเตรียมตัวชิงตำแหน่ง”

“แล้วทำไม.. อ๋อ  ไม่เป็นไรๆฉันไม่อยู่กวนนายหรอกงั้นเดี๋ยววันนี้ฉันกลับเลยล่ะกัน”  เฟรินว่าซื่อๆเมื่อนึกได้ว่าถ้าอยู่จะเป็นการรบกวนคาโลฝึกซ้อมและเขาเองก็คงอยากจะบอกให้เธอกลับ  แต่พอคาโลได้ยินแบบนั้นกลับตีหน้าเครียด 

เธอกำลังเข้าใจผิดว่าเขาจะไล่เธอกลับ..

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นเฟริน” 

“อ้าว.. แล้วอะไรล่ะ”

“ที่ฉันจะพูดก็คือ..” แต่คาโลกลับหยุดพูดเอาดื้อๆ  ตอนนั้นเองที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมายังที่ที่ทั้งคู่ยืนอยู่

คิงบาโรที่เดินนำอยู่หน้าสุดส่งสัญญาณให้เหล่าเสนาและองครักษ์ที่เดินตามมาเงียบเสียงรวมไปถึงห้ามเมราสกับเอลลิคที่ทำท่าจะเข้าไปรายงานคาโลว่าพระองค์มาให้อยู่กับที่

“เอ้า..ว่ามาสิเอาแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้”  เฟรินที่ไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามที่สี่ยืนฟังอยู่ด้วยก็จัดการต่อว่าคาโลให้ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก

“ตั้งแต่พรุ่งนี้จนกว่าจะถึงวันประลองฉันจะต้องเข้ารับการฝึกหนัก  ส่วนการประลองกว่าจะเสร็จสิ้นก็คงกินเวลาอีกเป็นเดือน”

“เข้าใจ.. แล้วไงล่ะ”

“หลังจากนั้น  ถ้าหากฉันชนะฉันจะต้องทำงานทุกอย่างร่วมกับท่านพ่อเพื่อเรียนรู้หน้าที่และงานต่างๆในฐานะกษัตริย์จนกว่าจะถึงกำหนดสละราชสมบัติและสถาปนากษัตริย์องค์ใหม่ตามที่ท่านพ่อประกาศเอาไว้”  คาโลกำมือเฟรินแน่นขึ้นเมื่อพูดถึงตอนนี้

“ถ้าเป็นอย่างที่ฉันพูดเกือบปีเต็มที่เราจะไม่ได้เจอกัน  ฉันอาจจะยุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่เขียนจดหมาย”  คาโลหันมามองหน้าเฟรินมือทั้งสองตรงเข้าจับต้นแขนเธอเอาไว้แน่น 

“รอฉันนะ”   เขาจบประโยคในที่สุด

รอจนกว่าฉันจะไปรับ.. ขอร้องล่ะเฟริน  ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาในใจ  หัวใจของเขาเต้นระทึกอย่างรอคอยคำตอบเขากลัวจริงๆว่าเวลาที่ยาวนานนั้นจะทำให้เธอเปลี่ยนไป  ไม่มีใครจะรู้ได้ว่าความเหงาจากการเฝ้าคอยโดยไม่ได้พบหน้านั้นจะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง  เธออาจจะหมดรักเขาและไปคบหากับชายอื่น.. นั่นคือสิ่งที่เขากลัวที่สุด 

เขาไม่อยากเสียเธอไป..

ความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอนั้นถ้าจะให้พูดออกมาก็คงได้แค่คำว่า ‘รัก’ ‘รักมาก’ แต่มันก็แค่นั้น  มันบรรยายสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขาออกมาได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวด้วยซ้ำ

เขารักเธอมาก  และ.. จะขาดเธอไม่ได้!!

เมื่อเห็นเฟรินไม่ตอบใจของเขาก็กระตุก  คาโลจึงได้ถามย้ำ

“รอฉัน  ได้มั้ย..”  ประกายขอร้องในแววตานั้นทำให้เฟรินหวั่นไหว  นี่หรือคือเรื่องที่คนตรงหน้ากังวลมาตลอดและนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องพาเธอมาถึงคาโนวาล.. 

ความอบอุ่นแผ่ซ่านในหัวใจ  คาโลยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่างเพราะเธอและตอนนี้สิ่งที่เขากังวลก็คือเรื่องของเธอเช่นกัน  ทั้งๆที่เขาควรจะห่วงตัวเองก่อนเพราะการประลองนั่นถ้าพลาดก็หมายถึงชีวิต  แต่นี่..

ทำไมนายถึงได้น่ารักแบบนี้นะ.. 
 
เฟรินคิดด้วยหัวใจที่พองโตแต่เธอก็เก็บท่าทีเอาไว้ก่อนจะยิ้มน้อยๆตอบรับ  “เห็นแก่สร้อยที่นายให้..”  เฟรินว่าพร้อมกับชี้สร้อยที่คอ  “ฉันจะรอ”  รอยยิ้มกว้างอย่างที่นานๆครั้งจะมีปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย 

“แต่ว่านายต้องรับปากฉันเรื่องหนึ่ง”  เฟรินว่าต่อรวดเร็ว  “ไม่ว่าผลจะออกมายังไงนายต้องมาหาฉันถึงนายจะแพ้ก็ต้องมา.. ”  ถึงตอนนี้หญิงสาวก็ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์  “แล้วนายจะรู้ว่าตำแหน่งราชบุตรเขยของเดมอสน่ะเจ๋งแค่ไหน  หึหึ  ฉันจะเลี้ยงนายอย่างดีเลย คา..  อุ๊บ!!”

คาโลไม่รอให้สาวเจ้าพูดอะไรต่ออีกแล้วริมฝีปากของชายหนุ่มทำหน้าที่ของมันเองอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนทุกครั้ง

“ด้วยสิ่งนี้..”  คาโลพูดเบาๆขณะถอนริมฝีปากออกมาเล็กน้อย  “ฉันจะไม่แพ้”  ว่าเสร็จจูบร้อนก็ถูกประกบลงอีกครั้ง

“ฉันจะชนะ.. แล้วนำเกียรติสูงสุดที่ได้รับไปขอเธอที่เดมอส”  เฟรินหน้าแดงจัดด้วยความเขินกับคำบอกรักกลายๆของชายหนุ่มก่อนจะหยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเล็กๆที่อกเสื้อ

มันเป็นสร้อยเงินเกลี้ยงดูเรียบง่ายที่สายสร้อยมีจี้สีเงินออกโปร่งใสนิดๆห้อยอยู่  ตัวจี้ทำเป็นเส้นเงินเกี่ยวกวัดอย่างชดช้อยงดงามเป็นตัวอักษรนำหน้าชื่อของเฟรินเอง

ตัวงานที่แม้จะดูประณีตแต่คาโลก็พอดูออกว่ามันไม่ใช่ฝีมือของมืออาชีพ 

เธออาจจะทำเอง.. เขาคิด

“ ความจริงฉันกะจะให้ในวันเกิดนายแต่คิดว่าพอถึงตอนนั้นนายคงจะยุ่งมากและฉันก็คงจะไม่สะดวกเอามาให้”  เฟรินว่าจบก็เขย่งตัวขึ้นสวมมันเข้าที่คอของคาโล  มือของเธอยังคงทาบอยู่ที่ตัวจี้ขณะมองหน้าของชายหนุ่มเหมือนจะจดจำภาพของเขาเอาไว้ก่อนที่เธอจะกลับไปในวันนี้  และก็คงจะอีกนานจริงๆกว่าเธอจะได้เห็นใบหน้าที่แสนคิดถึงนี่อีก

“พยายามเข้านะ”  เฟรินพูดขึ้นแผ่วเบา  เธอกำจี้เอาไว้หลวมๆพร้อมกับออกแรงดึงให้ใบหน้าของคาโลโน้มลงมาใกล้ 

“พร้อมๆกับ..พลังของฉัน” 

จุมพิตนุ่มนวลอ่อนหวานที่สุดที่เขาเคยลิ้มลองทาบทับอย่างแผ่วเบาบนริมฝีปากของคาโล  ชายหนุ่มกระชับร่างบอบบางแน่นขึ้นเก็บเกี่ยวความหอมหวานที่เธอมอบให้ด้วยความเต็มใจ

เขาจะถนอมความรักที่มีไว้อย่างดีที่สุด.. 

สายลมโชยแผ่วเบาผ่านร่างทั้งสองที่กอดกระชับกันแนบแน่นด้วยสายใยแห่งรักที่จะเป็นเสมือนสัญญาใจของหัวใจทั้งสองดวงที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวใต้แสงตะวันแรกของต้นฤดูหนาวทว่าสำหรับคนทั้งคู่มันคือความอบอุ่นแห่งหัวใจที่จะไม่มีวันจาง..

ความรักที่งดงามผลิบาน ณ ดินแดนแห่งนักรบ  ผืนดินแห่งความรักที่อีกไม่นานเขาทั้งสองจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน  สถานที่ที่พวกเขาจะเรียกมันว่า บ้าน

ท่ามกลางความยินดีของทุกคนที่เฝ้ามอง  ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็มอบคำสัญญาให้แก่กันและกันด้วยหัวใจ 

เมื่อเวลานั้นมาถึง  เราจะไม่พรากจากกันอีก..

นับจากนี้  และตลอดไป..

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ว้าว !  
กลับมาแต่งต่อแย้ว  เย้ๆๆๆๆ

alqualos
alqualos 6 ส.ค. 49 / 19:18
ท่านอัลเจ้าขา คิงบาโรสละราชบัลลังก์แล้วจะไปไหนเจ้าคะ
หรือว่าไปหาแม่ของคาโลที่สโนว์แลนด์
RayGuard
RayGuard 6 ส.ค. 49 / 21:19
อืม.. นั่นสินะ  ฮิฮุ คงต้องดูกันต่อไปนะคะ Losse จัง
souwanee
souwanee 6 ส.ค. 49 / 21:49
หมายความว่าท่านอัลจะย้ายจากในบทความมาอยู่ที่ไดอารี่ทั้งหมดใช่ไหมเราจะได้ติดตามต่อไป เพราะท่านเขียนได้ดีมีแววรุ่ง อ้อเกือบลืมบ้านใหม่สวยดีนะ
apple_ka
apple_ka 6 ส.ค. 49 / 22:32
apple เองจ้า

อ่านจบหมดแล้วจ้า  พร้อมรอตอนใหม่ของท่านอย่างใจจอจ่อ

ปล.  แอดเอ็มไปคุยกับเราบ้างน๊า  applecom18@hotmail.com  จ้า
-melodia-
-melodia- 7 ส.ค. 49 / 01:32
     ดีใจจังเลยค่ะที่ได้เห็นนิยายของท่านอีกครั้ง ^^ (แม้จะเป็นตอนเก่าก็ตาม...มีโลภ><) หุๆ จะเป็นกำลังใจให้ท่านนะค่ะ สู้ๆ เห็นด้วยค่ะที่ว่าท่านเป็นผู้บุกเบิกการแต่งนิยายในไดอะรี่ ^^ อิอิ จะรอติดตามนะค่ะ~
ปล.ไอดีและรูปในแกลอรี่น่ารักมากค่ะ ><
ความคิดเห็นที่ 7

ซาบซึ้ง ประทับใจเหมือนเดิม
อ่านอีกกี่รอบก็ยังสนุก สำนวนและภาษาที่ใช้ประดี
ขอบคุณนะที่ไม่เลิกเขียนไป

ความคิดเห็นที่ 8
รีบเอาตอนใหม่มาลงเร็วๆนะครับ ผมจะรออ่านนะครับ
sphynx
sphynx 7 ส.ค. 49 / 13:07
ฮี้วววว รู้สึกความรักอบอวลคับห้อง

นั่งรออ่านตอนต่อไป
ความคิดเห็นที่ 10

หัวใจกำลังพองโต 5...4..3..กำลังจะระเบิดประทุ ในไม่ช้า

2...


1...


ตู้ม!!!!  ความรักมันแน่นอก จนสะกดไว้ไม่อยู่เจ้าค่ะ หุหุ

zaruman
zaruman 11 ส.ค. 49 / 15:06

หึหึ  อิจฉาเฟรินอ่ะ  เมื่อไหร่จะมีคนมาพูดทำนองนี้กับเราบ้างนะ