RayGuard
ดู Blog ทั้งหมด

บทเพลงที่ 19 หลงเชื่อ.. กลลวง..

เขียนโดย RayGuard

บทเพลงที่  19  หลงเชื่อ.. กลลวง..




สายลมเย็นพัดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามายังห้องบรรทมของกษัตริย์ส่งให้เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ที่ถูกรวบไว้สูงสะบัดไหวน้อยๆ  เฟรินที่นั่งเท้าคางกับราวระเบียงอย่างเซ็งจัดกำลังทอดสายตาออกไปไกลยังสวนสวยเบื้องล่าง  หลายวันแล้วนับจากที่คาโลนำทัพออกไปเมืองทางใต้เพื่อปราบกบฏแต่นอกจากจดหมายข่าวสั้นๆว่าทัพไปถึงที่หมายเรียบร้อยแล้วแค่ประโยคเดียวนั้นก็ไม่มีข้อความใดส่งมาอีกเลย

เฟรินถอนหายใจยาวเป็นรอบที่สิบสามของวันนับจากการประชุมช่วงเช้าเสร็จ

จะมีอะไรน่าเบื่อไปกว่านี้อีกมั้ย!!??

ได้แต่นั่งถามตัวเอง  เพราะความใจอ่อนแท้ๆแค่หมอนั่นพูดดีๆด้วยหน่อยก็รับปากไปหมดทุกอย่างทำให้ตอนนี้ต้องมานั่งเซ็งจัดอยู่คนเดียวแบบนี้.. ยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง  ปากบางๆถึงได้ผ่อนลมหายใจยาวออกมาอีกเป็นครั้งที่สิบสี่  ตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังเข้ามา  เลเลียกับคาเดียมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนคนอ่อนวัยกว่าจะรับอาสาออกไปดูแทน

"องค์ราชินีเพคะ.."  เลเลียที่เดินกลับมาในห้องบรรทมส่วนในอีกครั้งทูลขึ้น 

เฟรินละสายตาออกจากสิ่งที่มองแล้วหันหน้าไปทางนางกำนัลคนสนิทก่อนริมฝีปากสีสวยจะขยับถาม

"ใครมาหรอ"

"ท่านเฟรเดอริกเพคะ"  เลเลียตอบเรียบๆ  "จะทรงให้เข้าพบหรือไม่เพคะ" 

เฟรินนิ่งไปนิด  หัวสมองหมุนติ้วลำดับความคิดว่าคนชื่อเฟรเดอริกเนี่ยเป็นใครกันแต่แล้วคิ้วเรียวก็จำต้องเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจ 

อาเขยของคาโล??

มาหาเธอทำไม..

"เชิญเขาเข้ามา"  เลเลียน้อมกายรับเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปทำตามคำสั่ง

"ถ้ามีข่าวของคาโลมาก็ดีสิ"  เฟรินเปรยกับตัวเอง  ร่างระหงส์หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง  จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วก้าวออกไปยังห้องบรรทมส่วนหน้าทันทีโดยมีคาเดียเดินยิ้มน้อยๆตามไป


เฟรเดอริกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าได้กำลังนั่งรออย่างสงบบนโซฟาตัวยาวที่ห้องบรรทมส่วนหน้า  ไม่นานนักร่างที่เขารอคอยก็เดินออกมาจากหลังม่านกั้นผืนบางสีฟ้าอ่อนผ่านประตูเล็กที่เปิดอ้าเอาไว้อยู่ก่อนแล้วและเดินตรงมาหาเขา

เฟรเดอริกลุกขึ้น  ชายหนุ่มทำความเคารพตามแบบพิธีการเล็กน้อยก่อนเฟรินจะเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงแบบเดิมและทำตัวตามสบาย

ตาสีม่วงอมเทามองสำรวจเฟรินแบบไม่คิดจะปิดบัง  ตอนนี้เฟรินอยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวดูสบายๆสีฟ้าอ่อนต่างจากชุดพิธีการแต่ไม่เต็มยศนักที่เธอใส่ออกว่าราชการแทนคาโลในช่วงเช้าทำให้ใบหน้าสวยหวานดูอ่อนเยาว์ลงมากต่างจากท่าทางดุจนางพญาในห้องโถงประชุมที่เขาเห็นอย่างสิ้นเชิง

เฟรเดอริกยิ้มกริ่มมุมปากท่ามกลางสายตาไม่พอใจของสองนางกำนัล  น่าแปลกที่เฟรินยังคงตีสีหน้าระรื่นได้ทั้งที่เห็นสายตาที่จ้องมองมาอย่างบังอาจนั่นราวกับเธอไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในนัยน์ตาสีม่วงอมเทากระนั้น

"ท่านอามาหาฉันนี่มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ"  เฟรินถามขึ้นอย่างเป็นกันเองเพื่อเริ่มบทสนทนา

เฟรเดอริกเอนหลังพิงพนักเล็กน้อยอย่างผ่อนคลายและยังคงรักษาท่าทีสุภาพไว้ก่อนว่า  "กระหม่อมมีข่าวจากทางเมืองโฮรันมาทูล"  เพียงพูดแค่นั้นตาของเฟรินก็เป็นประกายขึ้นมาในทันที

"ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง"  เฟรินรีบถามอย่างร้อนใจด้วยห่วงใครบางคนยิ่งนัก

เฟรเดอริกแสร้งถอนใจก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักๆอย่างกลัดกลุ้ม  "ท่าจะไม่ดีแน่กระหม่อม  สายข่าวของหม่อมฉันเพิ่งมาบอกว่าตอนนี้ทัพของฝ่าบาทถูกล้อมอยู่ในป่าโฮริส  (ป่าที่ล้อมรอบนอกของกำแพงพระราชวังหลวงเก่า)"

"ว่าไงนะ"  เฟรินร้องขึ้นอย่างตกใจ  ใบหน้านวลเครียดขึ้นทันใดพร้อมกับร่างที่หยัดตรงขึ้นแบบนั่งไม่ติดเช่นเดียวกับอีกสองคนในห้องที่ร้อนรนไม่ต่างกันนัก

"สั่งการลงไป..ให้เปิดประชุมด่วนที่สุด"  เฟรินสั่งด้วยความร้อนใจพร้อมกับทำท่าจะเดินออกจากห้องแต่เฟรเดอริกกลับลุกเอาตัวมายืนขวางทางเอาไว้พร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมารั้งไหล่บางอย่างถือวิสาสะ

"เย็นไว้ก่อนเฟลิโอน่า"  แถมยังเรียกชื่อเฟรินตรงๆอย่างไม่สนใจถึงฐานะของคนตรงหน้าอีกด้วย  เฟรินหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนขัด  นัยน์ตาสีน้ำตาลทอประกายกร้าวต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง 

เฟรเดอริกมองแววตานั้นอย่างหลงใหลในใจคิดอยากจะเป็นเจ้าของม้าพยศตัวนี้มากยิ่งขึ้นทว่าถึงภายในจะคิดแผนชั่วร้ายมากแค่ไหนแต่สีหน้าที่แสดงออกกลับตรงกันข้าม  เฟรเดอริกตีสีหน้าจริงจังกลัดกลุ้มพร้อมกับเอ่ยประโยคเชิงสั่งสอนเชิงปลอบโยนในทีให้เฟรินฟัง

"ตอนนี้เรายังบอกให้คนอื่นรู้ไม่ได้เฟลิโอน่าเพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนหวาดกลัวแล้ว  คาโนวาลก็จะเป็นอันตรายด้วย"

เฟรินค่อยคิดตามที่เฟรเดอริกว่าและก็เห็นจริงดังนั้น  เรื่องนี้จะทำอะไรผลีผลามไม่ได้เพราะถ้าข่าวที่คาโลซึ่งเป็นกษัตริย์ถูกโจรล้อมเอาไว้แพร่ออกไปก็จะสร้างความระส่ำระสายขึ้น  นอกจากนี้อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศข้างเคียงฉวยโอกาสเข้ามาแทรกแซงได้อีก

เฟรินถอนหายใจมือบางยกขึ้นปัดมือที่ยังจับไหล่ของหล่อนอยู่ไม่เลิกออกอย่างสุภาพ  เฟรเดอริกแค่ยิ้มๆไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะพูดต่อ  "เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระหม่อมเอง  ฝ่าบาททรงพักผ่อนให้สบายพระทัย  หากได้ความอะไรคืบหน้ากระหม่อมจะรีบมาทูล"

"ขอบใจท่านอามาก  คงต้องรบกวนท่านด้วย"  เฟรินตอบกลับแต่สีหน้ายังไม่คลายกังวล  ทางด้านเฟรเดอริกที่ได้ยินก็ยิ้มขึ้น  มือหยาบยกขึ้นมาประคองมือของเฟรินเอาไว้แผ่วเบาก่อนจะคุกเข่าลงแนบริมฝีปากที่หลังมือนุ่มแล้วเงยหน้าขึ้นมองสบกับตาสีสวยที่เบิกขึ้นอย่างตกใจนิดๆ

"ฝ่าบาทอย่าได้เกรงพระทัย  ขอเพียงเป็นพระประสงค์ของพระองค์  กระหม่อม..ยินดีรับใช้"  ว่าเสร็จร่างสูงก็หยัดกายขึ้นเอ่ยคำทูลลาแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งคนสามคนให้ยืนอึ้งกับการกระทำอันฉาบฉวยของเขาอยู่เบื้องหลัง


///////////////////////////////////////////////////////


ร่างสูงผมดำของเสนาบดีกลาโหมเดินเรื่อยๆไปตามระเบียงชั้นล่างก่อนเหยียบย้ำลงสู่ทางเท้าที่ล้อมด้วยพุ่มไม้เขียวขจีเพื่อมุ่งหน้าสู่ปราสาทจันทรา  ปราสาทประจำองค์เบลีเนีย  พระธิดาองค์โปรดของกษัตริย์ดิอาส  ผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดาของบาโร..  ภรรยาของชายหนุ่ม 

เฟรเดอริกเดินยิ้มกริ่มกับตัวเองมาตลอดทางเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องบรรทม  จนกระทั่งเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้

"ดูท่านจะมีความสุขจริงนะ"  เสียงหวานของหญิงสาวนางหนึ่งดังออกมาจากใต้ต้นไม้ข้างทาง  เฟรเดอริกผินหน้าไปทางต้นเสียงที่ออกแววประชดนั่น

ชายหนุ่มหยุดเดินพร้อมกับกระตุกมุมปากยิ้ม  "ก็นิดหน่อย"  ตอบรับเรียบๆสายตาก็ทอดมองหญิงสาวสะโอดสะองที่ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่

"แล้วเป็นไง..สำเร็จมั้ย"  วาลีนถามสั้นๆ  เฟรเดอริกเลิกคิ้วสูงพลางหัวเราะ 

"หึหึ เจ้าคิดว่าพูดอยู่กับใครกัน  ไม่มีอะไรที่ข้าคิดทำแล้วไม่สำเร็จ"

วาลีนจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง  "อย่าประมาทนัก  อย่างไรเสียนางก็เคยผ่านอะไรมามากคงไม่หลงกลท่านง่ายๆ"  สิ้นคำเฟรเดอริกกลับหัวเราะหนักขึ้นก่อนจะก้าวเข้าไปหาวาลีนที่ไม่คิดจะถอยหนีพร้อมกับส่งสายตาโลมเลียไปยังร่างงามตั้งแต่หัวจรดเท้า  มือหยาบเอื้อมขึ้นจับที่ปลายคางมนเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วเชิดหน้าอีกฝ่ายขึ้นให้ตาของทั้งสองสบกัน

"นั่นสินะ"  เฟรเดอริกยิ้มเยาะ  "แต่ไม่ว่ายังไง  ลูกแมวน้อยตัวนั้นก็หนีฉันไปไม่พ้น"  ร่างสูงผละตัวออกห่าง  "วางใจเถอะ  ยังไงเสียแผนนี้ต้องสำเร็จ  ถึงตอนนั้นฉันจะยกคาโลให้เธอจัดการ"  ว่าเสร็จก็หันหลังเดินกลับปล่อยให้วาลีนมองตามแผ่นหลังของเขา  แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มกลับหยุดฝีเท้าลง

"แต่ว่า.."  เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ  ใบไม้ใบหนึ่งปลิวตกลงทางด้านหลังของเฟรเดอริกก่อนจะขาดออกจากกันด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นและแล้วร่างสูงที่ชะงักนิ่งเมื่อครู่กลับค่อยผินหน้ากลับมา..

วาลีนตัวชาวูบด้วยความหวาดหวั่นเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีม่วงอมเทาที่ราวกับมัจจุราชนั่นอย่างไม่ตั้งใจ  ใบหน้าของเฟรเดอริกแสยะยิ้มราวกับคนโรคจิต

"เฟลิโอน่า.. ข้าจะจัดการเอง"


/////////////////////////////////////////////////////////////


หลังจากเฟรเดอริกคล้อยหลังออกจากบานประตูไปได้ไม่นาน  ร่างบอบบางของราชินีแห่งคาโนวาลก็กลับทรุดลงนั่งแหมะบนโซฟาอย่างหมดแรง  ใบหน้าหวานฉายแววเครียดขึง  คิ้วเรียวขมวดมุ่น

จะทำยังไงดี..

ใจหนึ่งเธอก็อยากรีบขวบม้าตะบึงไปหาคาโลเสียเดี๋ยวนั้นแต่อีกใจเธอก็ยังเป็นห่วงทางนี้จนไม่อาจผละจากที่นี่ไปได้  เพราะจากที่คาโลเล่าให้ฟังดูเหมือนทางคาโนวาลเองกำลังมีไส้ศึกหากทางนี้ไม่มีเธอคอยคุมเชิงอยู่สักคนเรื่องราวมันจะยิ่งบานปลายไปในทางใดก็มิอาจทราบแต่ความร้อนรุ่มในอกของเธอตอนนี้เล่า..เธอจะจัดการกับมันเช่นไรดี

ขณะที่หญิงสาวคิดจนหัวปั่นอยู่ๆลมหอบหนึ่งก็พัดวูบเข้ามาในห้องโดยหอบเอาดอกไม้สีม่วงสดใสหลายดอกเข้ามาด้วย  เฟรินมองดอกลาเวนเดอร์ที่หล่นอยู่ที่พื้นเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่งจู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงของใครบางคนในอดีตดังขึ้นมาราวกับแว่วมาจากที่ไกลๆก่อนภาพใบหน้าทะเล้นและดวงตาสีม่วงสดสวยเหมือนลาเวนเดอร์พวกนั้นจะผุดขึ้นมาในสมอง

ชัดขึ้น..ชัดขึ้น..


"เฮ้ย..ขอบใจว่ะเฟริน"  เสียงคนๆนั้นว่าเบาๆขณะปัดฝุ่นบนมือลวกๆ  ใบหน้าขาวยิ้มน้อยๆแบบคนรักสนุก  ที่แทบเท้าของเขามีชายหนุ่มที่ดูท่าจะเป็นรุ่นพี่ชั้นปีหกของป้อมอัศวินนอนแผ่หลาหมดสติอยู่

เฟรินที่ยืนถือดาบพาดบ่าอยู่ข้างๆยิ้มกว้างแม้ใบหน้าจะมีเหงื่อเกาะพราวผิดกับชายที่ขอบคุณเธอเมื่อคู่ลิบลับ  "เอาน่าเพื่อนกันคิดอะไรมากแค่นายเลี้ยงข้าวฉันจนกว่าจะเรียนจบแค่นั้นก็พอ"

"หึหึ  ไม่ค่อยโลภเลยนะเว้ย"  อีกฝ่ายยังคงตอบเรื่อยๆ  สีหน้ากวนๆมองไปรอบๆอย่างระวังศัตรูที่อาจจะโผล่เข้ามาได้ทุกเมื่อ  ขณะที่เพื่อสาวข้างๆกลับยืนสบายๆโหมดระวังตัวหายไปหมดสิ้น

"อ้าวแล้วกัน  ถ้าไม่เอาให้คุ้มมันก็เสียชื่อหัวขโมยอย่างฉันหมดน่ะสิ"  เฟรินว่าพร้อมกับหัวเราะ  แม้จะเป็นศึกชิงตำแหน่งสภาสูงเช่นนี้แต่อดีตหัวขโมยก็ยังคงรักษาดีกรีตัวกวนได้ดีไม่มีลด


ภาพต่างๆนาๆที่พวกเธอสามคนอยู่ด้วยกันค่อยๆผุดขึ้นมาทีละภาพ  ทีละภาพ 

คำต่อล้อต่อเถียงของคู่หูหัวหน้าชั้นปีในชุดนักเรียนโรงเรียนพระราชาที่ดังขึ้นอย่างเป็นกิจวัตรโดยมีเจ้าชายหนุ่มรูปงามยืนทำหน้าเย็นชาเป็นแบ็กกราวชั้นดีอยู่ข้างหลัง  ภาพที่เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้จากคนรอบข้างเสมอแม้ว่าหนึ่งในนั้นจะกลายเป็นหญิงไปแล้วก็ตามแต่ความสัมพันธ์ที่มีมาของคนทั้งสามกลับไม่ได้ลดลงเลยกลับจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน..

วันวานอันอบอุ่น  อดีตที่ยังไม่มีบ้านเมืองและการแก่งแย่งชิงดีเข้ามาเกี่ยวข้อง  ความทรงจำแสนสุขเหล่านั้นสร้างรอยยิ้มขึ้นบนริมฝีปากบางได้อีกครั้ง 

เฟรินนั่งนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา  การผจญภัยหลากหลายที่เธอฝ่าฟันมันไปกับเพื่อนพร้อง..

นักฆ่าที่เธอไว้ใจที่สุด!!


"เอาเป็นว่ามีอะไรก็เรียกฉันแล้วกัน"  เสียงเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอดังขึ้นในความคิดอีกครั้ง  ภาพที่เธอเห็นเป็นร่างสูงโปร่ง  ผิวขาว  ผมสีดำจัดทรงเข้ารูปกว่าเคยแม้ใบหน้าคมจะฉายแววรักสนุกไม่หายแต่อย่างน้อยเมื่อเจ้าตัวยอมใส่สูทเต็มยศและวางท่าให้เรียบร้อยสมกับงานมงคลครั้งใหญ่ในคาโนวาล  ภาพลักษณ์โดดเด่นของนักฆ่าแห่งซาเรสก็ส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าเธอดูไม่ต่างจากเจ้าชายสักเท่าใดนัก

ใบหน้าคมเข้มยิ้มน้อยๆจากใจจริง  ตาสีม่วงสว่างมองเพื่อนสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้ความงามไม่ต่างจากเทพธิดาบนสวรรค์  ก่อนเสียงทุ้มกลั้วหัวเราะจะเอ่ยต่ออย่างนึกขำเมื่อเพื่อนสาวตัวดีเอ่ยปากทวงของขวัญ

"ชั้นให้สิทธิเธอใช้บริการนักฆ่าคนนี้ได้เสมอโดยไม่คิดตังค์  อยากให้ไปฆ่าเจ้าเมืองที่ไหนก็ได้ฉันจะไม่เกี่ยงขออย่างเดียวรายการค่าหัวเจ้าเอวิเดสไม่เอา"

เฟรินฟังแบบนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนด่าแบบไม่จริงจัง  "ไอ้บ้า..วันดีๆดันมาพูดเรื่องฆ่าไม่ฆ่า  แถมใครจะบ้าสั่งฆ่าพ่อตัวเองเล่าไอ้ประสาท.. หนอย..เดี๋ยวแม่ก็สั่งกุดหัวคนพูดประเดิมเป็นรายแรกซะเลย"

คำโต้ของเพื่อนสาวทำเอาผู้ได้ชื่อว่านักฆ่าหัวเราะร่วน  ทางฝ่ายเฟรินเองก็หัวเราะตามไปด้วยเช่นกัน 

"เอาน่า.. หึหึ ถือว่าฉันยอมขาดทุนให้ของขวัญแต่งงานชิ้นใหญ่นายไปแล้วนะเฟริน  แล้วไม่ต้องมาทวงอีกล่ะ"

"เออๆ เดี๋ยวพอนายแต่งมั่งฉันจะเอาบัตรบริการ 'ขโมยทั่วสารทิศไปให้' รับรองว่าฟรีชัวร์ไม่มีคิดตังค์ หึหึ"

"ไอ้บ้า!!"


เสียงหัวเราะของพวกเขายังไม่จางหายเช่นเดียวกับมิตรภาพที่ไม่มีวันลบเลือนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดและไม่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง

นั่นสินะ..ถ้าหากจะหาใครที่ไว้ใจได้ในตอนนี้..

คิล..

คงมีแต่นายเท่านั้น!!

คิดได้แบบนั้นเฟรินก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปยังห้องบรรทมส่วนในทันทีจนนางกำนัลทั้งสองแทบลุกตามไม่ทัน 

ร่างบางสาวเท้าข้ามประตูเชื่อมไปยังห้องอักษรเล็กที่อยู่ด้านข้าง  มือบางรื้อค้นหาบางสิ่งจากลิ้นชักซึ่งใส่ของวิเศษจากเดมอสที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นเอาไว้

ขอให้มันยังอยู่ทีเถอะ

และแล้วดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจ  สายตาของเฟรินจึงไปสะดุดเข้ากับลูกบอลสีดำลูกเล็กๆขนาดเท่าลูกกอล์ฟเข้า  ตัวลูกบอลมีหนามแหลมยืนออกมาเหมือนเม่น

เฟรินยิ้มกว้าง  มือบางหยิบขึ้นมาทันใด

ถึงเวลาที่ฉันจะใช้ของขวัญของนายแล้วนะคิล..

สิ้นความคิดริมฝีปากก็เปิดอ้าออกร้องเรียกชื่อของเพื่อนรักในทันที

"คิลมัส  ฟีลมัส!!"

ลูกบอลหนามสีดำส่องแสงวาบลอยสูงจากมือของเฟรินราวสองนิ้วก่อนหนามแหลมจะหมุนคว้างควงสว่านผลุบหายเข้าไปในลูกบอล 

บอลสีดำยิ่งลอยสูงพร้อมกับขยายใหญ่ขึ้นเป็นก้อนพลังงานบิดม้วนบรรยากาศในห้องให้ปั่นป่วน  สายลมร้อนพัดวูบออกมาจากกระแสพลังสีดำสนิทที่หมุนวนและแล้วร่างของใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากบอกพลังย้ายมิติ





/////////////////////////////////////////////////////////////

OK!! จบตอนแล้วนะคะ ครบ 100% แล้ว

ฮิฮิ

เจอกันตอนหน้าเด้อ


RayGuard
10/12/2006



////////////////////////////////////////////////////////////

เฮ้อ.. วันนี้โดนพี่แย่งเล่นคอมทั้งวันเลย เอาไป 50% ก่อนแล้วกันนะ

เดี๋ยวค่อยมาลงต่อให้
 

แล้วเจอกันค่ะ


RayGuard
9/12/2006


ปล. ที่ m3uw ถามเรามาน่ะค่ะ ว่าเรียนอะไร  ฮิฮุ.. ตอนนี้กำลังเรียนคณะสหเวชศาสตร์สาขากายภาพบำบัดอยู่ค่ะ  โฮะๆๆ (อายจัง^///^)

แล้วเจอกันนะคะ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

มาแว้วๆ
คนที่ 1 เลย โฮะๆ แต่..ยังไม่ได้อ่าน ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าชมไว้ก่อนเลย 55+
ตอนนี้สนุกจัง มาลงอีกในเร็ววันนี้นะจร้ะ จุ๊ฟๆๆ
ปล.วันนี้แกบ้าอะไรมาป่ะเนี่ย เหอๆ มีการชมก่อนอ่าน ม่าไหวๆ -*-

ความคิดเห็นที่ 2
ตอนนี้ก็สนุกอีกแล้วค่ะ
เรียน PT หรือเนี่ย จุฬาใช่ไหมเอ่ย? พี่ก็เป็น PTนะจ๊ะ
 โลกกลมแฮะ เอาเป็นว่าตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงไม่มีเวลา ตอนพี่เรียนน่ะยุ่งมากจนไม่มีเวลากินข้าวด้วยซ้ำ จนบัดนี้ทำงานแล้วก็ยังยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกลางวัน ตอนเย็นก็มีเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงมาเล่นเน็ต

ขอบคุณมากๆเลยนะจ๊ะที่อุตส่าห์เจียดเวลาเอาฟิคมาลง เก่งจัง
redkop
redkop 10 ธ.ค. 49 / 00:49
โอ๊ย หมอนั่นมันคิดจะทำอะไรเฟรี่ บังอาจมาแก ถ้าคาโลรู้เข้าแกตายยยยยยย รีบมาอัพนะท่าน
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้ามีคิลคอยช่วยล่ะก็คงไม่ต้องห่วงเฟรินกับคาโลแล้วล่ะ

พี่เรียนจบแล้วจ้ะจบมาเกือบ 2 ปีแล้วปีหน้าก็จะเรียนต่ออ่ะนะ
ว่าแต่ Rayจังเรียนปีไหนแล้วอ่ะ 3 หรือ 4จ๊ะ อีกแป๊บเดียวก็จบน้า สู้ๆนะจ๊ะ
konrakbaramos
konrakbaramos 11 ธ.ค. 49 / 17:26
คิลคุงจะกลับมามีบทแล้ว
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
>w<
ท่านเรย์อัพด่วนเจ้าค่ะ
PS.  ขอให้ความบ้าบารามอสจงอยู่คู่เรา อาเมน
misuno
misuno 12 ธ.ค. 49 / 12:53

เย้ๆๆๆคิล(สุดที่รัก)ของเรา ได้มีบทแล้ว>0<

รีบอัพเร็วๆนะคะ อยากอ่านบทของคิลใจจะขาดแล้ว

มีคิลอยู่ รับรองไม่ต้องเป็นห่วง โหะๆ

ฝากเรื่องของเราด้วยนะคะ
[Fic หัวขโมยแห่งบารามอส] เรื่องราวของสองเรา เรื่องยาว
รักหวานแหวว อัพเดท: 17 ก.ย. 49 , เข้าชม :2/411 , โพสท์ :4 , Rating :4.5 คำอธิบาย : รักหวานๆของคิลกับเรนอน

-melodia-
-melodia- 13 ธ.ค. 49 / 02:26

เย้ อัพแล้ว >O<
เนื้อหาเข้มข้นน่าติดตามมากมาย ><"
คิลโผล่แล้ว หุ ๆ ขอให้คาโลกับเฟรินอยู่ด้วยกันไว ๆ นะงับ
สุท้าย...รีบอัพอีกนะคะ ^^


PS.  ..บทเพลง บรรเลง เชื่องช้า จากลา ด้วยใจ หม่นหมอง เฝ้าฝัน เฝ้าใฝ่ หทัยปอง เศร้าหมอง กับการ จากลา..บทเพลง บรรเลง แสนเศร้า บอกเล่า อารมณ์ คะนึงหา เฝ้าฝัน สักวัน จะกลับมา เหมือนดั่ง ธารา หวนคืน..แด่นาว^^
zaruman
zaruman 13 ธ.ค. 49 / 08:49
เย้  อัพแล้ว  สนุกมากเลยตอนนี้ คิดถึงคิลจัง  ตอนหน้าต้องได้ออกมาแล้วแน่เลยอิอิ  มาอัพต่อเร็วๆ นะคะ
RayGuard
RayGuard 13 ธ.ค. 49 / 14:56

เอ่อ.. ความคิดเห็นที่ 8 กับ 9 มันหายไปไหนล่ะค่ะนี่

_ _"

เอาเป็นว่าเจอกันวันเสาร์แล้วกันนะคะ

ขอบคุณทุกคนเลยค่ะ

ฮิฮิ


PS.  Ray..... ขอแสงสว่างจงส่องนำทาง......
beatrice
beatrice 14 ธ.ค. 49 / 16:21
 ได้เวลา คิลลี่ออกโรงแล้ว...
PS.  นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่คนที่กำหนดวันหมดอายุคือตัวเราเอง
Nixel
Nixel 14 ธ.ค. 49 / 22:31
อ่ะฮะ เม้นฮะเม้น

ก่อนอื่น คำแรกขอรับท่าน

มันคือ เฟลิโอน่านะท่าน ท่านรั่วอีกแล้ว

ไม่เชื่อเลื่อนขึ้นไปได้

ตามมาด้วยคำที่สอง บัตร ท่าน มันคือบัตรขโมยทั่วสารทิศมิใช่รึ

เท่าที่สังเกตเห็นก็สองคำ ตอนที่แล้วไม่มีฮะ

เอาล่ะฮะ เรานึกออกซะที่ว่าอะไรที่มันติดอยู่ในความรู้สึก

มันคือความง่ายฮะ

ทุกอย่างมันง่ายไป ง่ายจนดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล

แน่ล่ะฮะ เรายังเห็นเหตุผลรองรับของทุกการกระทำ

แต่เรายังเห็นว่าเหตุผลเหล่านั้นยังค่อนข้างอ่อนไปกับความง่ายในการดำเนินเรื่อง

เอาล่ะฮะ ในฐานะที่แต่งเรื่องเหมือนกัน

เราค่อนข้างจะเข้าใจอย่างแรงกล้าฮะ ว่าความสมเหตุสมผลไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ

แต่เราจำเป็นต้องลองเขียนในมุมมองคนอ่านฮะ

เราเชื่อว่าอัลต้องอ่านเรื่องมาหลายๆเรื่องมากแน่ๆ

ลองอ่านแล้วเอาไปเทียบดูฮะ

จะเห็นได้เลยว่าเรื่องทั้งๆหลายที่ตีพิมพ์ได้นั้นทุกอย่างล้วนดูสมจริง

และมีเหตุผลมารองรับทุกการกระทำ และเป็นเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ

พูดมันก็ง่ายนะฮะ แ
ความคิดเห็นที่ 12

ท่านนิค เม้นท์ ได้ชัดเจน เด็ดขาด เห็นภาพมาก
แต่ท่านอัลอย่ายอมแพ้นะ สู้ สู้ เราเป็นกำลังใจให้นะ
เราชอบเรื่องนี้เพราะเนื้อเรื่องดี ถึงแม้ในรายละเอียดบางอย่างอาจจะขาดน้ำหนักไปบ้าง แต่อ่านแล้วก็ยังสนุกอยู่มาก

สู้เขานะ

dedepim
dedepim 16 ธ.ค. 49 / 10:25
อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะเป็นยังไงต่อน่ะ อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
simssims
simssims 17 ธ.ค. 49 / 15:12

อยากรู้มากๆๆเลยสนุกสุดๆๆ เลยตอนนนี้ เฟรินกับคิลน่ารักมากๆๆ มิตรภาพแบบนี้ ซึ้ง

สนุกมากเลยนะคะ ทำให้อยากรู้เข้าไปอีก

ความคิดเห็นที่ 15
กำลังมันส์เลย