บทเพลงที่ 19 หลงเชื่อ.. กลลวง..
สายลมเย็นพัดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามายังห้องบรรทมของกษัตริย์ส่งให้เส้นผมสีน้ำตาลไหม้ที่ถูกรวบไว้สูงสะบัดไหวน้อยๆ เฟรินที่นั่งเท้าคางกับราวระเบียงอย่างเซ็งจัดกำลังทอดสายตาออกไปไกลยังสวนสวยเบื้องล่าง หลายวันแล้วนับจากที่คาโลนำทัพออกไปเมืองทางใต้เพื่อปราบกบฏแต่นอกจากจดหมายข่าวสั้นๆว่าทัพไปถึงที่หมายเรียบร้อยแล้วแค่ประโยคเดียวนั้นก็ไม่มีข้อความใดส่งมาอีกเลย
เฟรินถอนหายใจยาวเป็นรอบที่สิบสามของวันนับจากการประชุมช่วงเช้าเสร็จ
จะมีอะไรน่าเบื่อไปกว่านี้อีกมั้ย!!??
ได้แต่นั่งถามตัวเอง เพราะความใจอ่อนแท้ๆแค่หมอนั่นพูดดีๆด้วยหน่อยก็รับปากไปหมดทุกอย่างทำให้ตอนนี้ต้องมานั่งเซ็งจัดอยู่คนเดียวแบบนี้.. ยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง ปากบางๆถึงได้ผ่อนลมหายใจยาวออกมาอีกเป็นครั้งที่สิบสี่ ตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังเข้ามา เลเลียกับคาเดียมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนคนอ่อนวัยกว่าจะรับอาสาออกไปดูแทน
"องค์ราชินีเพคะ.." เลเลียที่เดินกลับมาในห้องบรรทมส่วนในอีกครั้งทูลขึ้น
เฟรินละสายตาออกจากสิ่งที่มองแล้วหันหน้าไปทางนางกำนัลคนสนิทก่อนริมฝีปากสีสวยจะขยับถาม
"ใครมาหรอ"
"ท่านเฟรเดอริกเพคะ" เลเลียตอบเรียบๆ "จะทรงให้เข้าพบหรือไม่เพคะ"
เฟรินนิ่งไปนิด หัวสมองหมุนติ้วลำดับความคิดว่าคนชื่อเฟรเดอริกเนี่ยเป็นใครกันแต่แล้วคิ้วเรียวก็จำต้องเลิกขึ้นสูงอย่างแปลกใจ
อาเขยของคาโล??
มาหาเธอทำไม..
"เชิญเขาเข้ามา" เลเลียน้อมกายรับเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปทำตามคำสั่ง
"ถ้ามีข่าวของคาโลมาก็ดีสิ" เฟรินเปรยกับตัวเอง ร่างระหงส์หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วก้าวออกไปยังห้องบรรทมส่วนหน้าทันทีโดยมีคาเดียเดินยิ้มน้อยๆตามไป
เฟรเดอริกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้าได้กำลังนั่งรออย่างสงบบนโซฟาตัวยาวที่ห้องบรรทมส่วนหน้า ไม่นานนักร่างที่เขารอคอยก็เดินออกมาจากหลังม่านกั้นผืนบางสีฟ้าอ่อนผ่านประตูเล็กที่เปิดอ้าเอาไว้อยู่ก่อนแล้วและเดินตรงมาหาเขา
เฟรเดอริกลุกขึ้น ชายหนุ่มทำความเคารพตามแบบพิธีการเล็กน้อยก่อนเฟรินจะเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงแบบเดิมและทำตัวตามสบาย
ตาสีม่วงอมเทามองสำรวจเฟรินแบบไม่คิดจะปิดบัง ตอนนี้เฟรินอยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวดูสบายๆสีฟ้าอ่อนต่างจากชุดพิธีการแต่ไม่เต็มยศนักที่เธอใส่ออกว่าราชการแทนคาโลในช่วงเช้าทำให้ใบหน้าสวยหวานดูอ่อนเยาว์ลงมากต่างจากท่าทางดุจนางพญาในห้องโถงประชุมที่เขาเห็นอย่างสิ้นเชิง
เฟรเดอริกยิ้มกริ่มมุมปากท่ามกลางสายตาไม่พอใจของสองนางกำนัล น่าแปลกที่เฟรินยังคงตีสีหน้าระรื่นได้ทั้งที่เห็นสายตาที่จ้องมองมาอย่างบังอาจนั่นราวกับเธอไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในนัยน์ตาสีม่วงอมเทากระนั้น
"ท่านอามาหาฉันนี่มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ" เฟรินถามขึ้นอย่างเป็นกันเองเพื่อเริ่มบทสนทนา
เฟรเดอริกเอนหลังพิงพนักเล็กน้อยอย่างผ่อนคลายและยังคงรักษาท่าทีสุภาพไว้ก่อนว่า "กระหม่อมมีข่าวจากทางเมืองโฮรันมาทูล" เพียงพูดแค่นั้นตาของเฟรินก็เป็นประกายขึ้นมาในทันที
"ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง" เฟรินรีบถามอย่างร้อนใจด้วยห่วงใครบางคนยิ่งนัก
เฟรเดอริกแสร้งถอนใจก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักๆอย่างกลัดกลุ้ม "ท่าจะไม่ดีแน่กระหม่อม สายข่าวของหม่อมฉันเพิ่งมาบอกว่าตอนนี้ทัพของฝ่าบาทถูกล้อมอยู่ในป่าโฮริส (ป่าที่ล้อมรอบนอกของกำแพงพระราชวังหลวงเก่า)"
"ว่าไงนะ" เฟรินร้องขึ้นอย่างตกใจ ใบหน้านวลเครียดขึ้นทันใดพร้อมกับร่างที่หยัดตรงขึ้นแบบนั่งไม่ติดเช่นเดียวกับอีกสองคนในห้องที่ร้อนรนไม่ต่างกันนัก
"สั่งการลงไป..ให้เปิดประชุมด่วนที่สุด" เฟรินสั่งด้วยความร้อนใจพร้อมกับทำท่าจะเดินออกจากห้องแต่เฟรเดอริกกลับลุกเอาตัวมายืนขวางทางเอาไว้พร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมารั้งไหล่บางอย่างถือวิสาสะ
"เย็นไว้ก่อนเฟลิโอน่า" แถมยังเรียกชื่อเฟรินตรงๆอย่างไม่สนใจถึงฐานะของคนตรงหน้าอีกด้วย เฟรินหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนขัด นัยน์ตาสีน้ำตาลทอประกายกร้าวต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
เฟรเดอริกมองแววตานั้นอย่างหลงใหลในใจคิดอยากจะเป็นเจ้าของม้าพยศตัวนี้มากยิ่งขึ้นทว่าถึงภายในจะคิดแผนชั่วร้ายมากแค่ไหนแต่สีหน้าที่แสดงออกกลับตรงกันข้าม เฟรเดอริกตีสีหน้าจริงจังกลัดกลุ้มพร้อมกับเอ่ยประโยคเชิงสั่งสอนเชิงปลอบโยนในทีให้เฟรินฟัง
"ตอนนี้เรายังบอกให้คนอื่นรู้ไม่ได้เฟลิโอน่าเพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนหวาดกลัวแล้ว คาโนวาลก็จะเป็นอันตรายด้วย"
เฟรินค่อยคิดตามที่เฟรเดอริกว่าและก็เห็นจริงดังนั้น เรื่องนี้จะทำอะไรผลีผลามไม่ได้เพราะถ้าข่าวที่คาโลซึ่งเป็นกษัตริย์ถูกโจรล้อมเอาไว้แพร่ออกไปก็จะสร้างความระส่ำระสายขึ้น นอกจากนี้อาจเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศข้างเคียงฉวยโอกาสเข้ามาแทรกแซงได้อีก
เฟรินถอนหายใจมือบางยกขึ้นปัดมือที่ยังจับไหล่ของหล่อนอยู่ไม่เลิกออกอย่างสุภาพ เฟรเดอริกแค่ยิ้มๆไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะพูดต่อ "เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระหม่อมเอง ฝ่าบาททรงพักผ่อนให้สบายพระทัย หากได้ความอะไรคืบหน้ากระหม่อมจะรีบมาทูล"
"ขอบใจท่านอามาก คงต้องรบกวนท่านด้วย" เฟรินตอบกลับแต่สีหน้ายังไม่คลายกังวล ทางด้านเฟรเดอริกที่ได้ยินก็ยิ้มขึ้น มือหยาบยกขึ้นมาประคองมือของเฟรินเอาไว้แผ่วเบาก่อนจะคุกเข่าลงแนบริมฝีปากที่หลังมือนุ่มแล้วเงยหน้าขึ้นมองสบกับตาสีสวยที่เบิกขึ้นอย่างตกใจนิดๆ
"ฝ่าบาทอย่าได้เกรงพระทัย ขอเพียงเป็นพระประสงค์ของพระองค์ กระหม่อม..ยินดีรับใช้" ว่าเสร็จร่างสูงก็หยัดกายขึ้นเอ่ยคำทูลลาแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งคนสามคนให้ยืนอึ้งกับการกระทำอันฉาบฉวยของเขาอยู่เบื้องหลัง
///////////////////////////////////////////////////////
ร่างสูงผมดำของเสนาบดีกลาโหมเดินเรื่อยๆไปตามระเบียงชั้นล่างก่อนเหยียบย้ำลงสู่ทางเท้าที่ล้อมด้วยพุ่มไม้เขียวขจีเพื่อมุ่งหน้าสู่ปราสาทจันทรา ปราสาทประจำองค์เบลีเนีย พระธิดาองค์โปรดของกษัตริย์ดิอาส ผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดาของบาโร.. ภรรยาของชายหนุ่ม
เฟรเดอริกเดินยิ้มกริ่มกับตัวเองมาตลอดทางเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องบรรทม จนกระทั่งเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้
"ดูท่านจะมีความสุขจริงนะ" เสียงหวานของหญิงสาวนางหนึ่งดังออกมาจากใต้ต้นไม้ข้างทาง เฟรเดอริกผินหน้าไปทางต้นเสียงที่ออกแววประชดนั่น
ชายหนุ่มหยุดเดินพร้อมกับกระตุกมุมปากยิ้ม "ก็นิดหน่อย" ตอบรับเรียบๆสายตาก็ทอดมองหญิงสาวสะโอดสะองที่ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่
"แล้วเป็นไง..สำเร็จมั้ย" วาลีนถามสั้นๆ เฟรเดอริกเลิกคิ้วสูงพลางหัวเราะ
"หึหึ เจ้าคิดว่าพูดอยู่กับใครกัน ไม่มีอะไรที่ข้าคิดทำแล้วไม่สำเร็จ"
วาลีนจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง "อย่าประมาทนัก อย่างไรเสียนางก็เคยผ่านอะไรมามากคงไม่หลงกลท่านง่ายๆ" สิ้นคำเฟรเดอริกกลับหัวเราะหนักขึ้นก่อนจะก้าวเข้าไปหาวาลีนที่ไม่คิดจะถอยหนีพร้อมกับส่งสายตาโลมเลียไปยังร่างงามตั้งแต่หัวจรดเท้า มือหยาบเอื้อมขึ้นจับที่ปลายคางมนเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วเชิดหน้าอีกฝ่ายขึ้นให้ตาของทั้งสองสบกัน
"นั่นสินะ" เฟรเดอริกยิ้มเยาะ "แต่ไม่ว่ายังไง ลูกแมวน้อยตัวนั้นก็หนีฉันไปไม่พ้น" ร่างสูงผละตัวออกห่าง "วางใจเถอะ ยังไงเสียแผนนี้ต้องสำเร็จ ถึงตอนนั้นฉันจะยกคาโลให้เธอจัดการ" ว่าเสร็จก็หันหลังเดินกลับปล่อยให้วาลีนมองตามแผ่นหลังของเขา แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มกลับหยุดฝีเท้าลง
"แต่ว่า.." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ ใบไม้ใบหนึ่งปลิวตกลงทางด้านหลังของเฟรเดอริกก่อนจะขาดออกจากกันด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นและแล้วร่างสูงที่ชะงักนิ่งเมื่อครู่กลับค่อยผินหน้ากลับมา..
วาลีนตัวชาวูบด้วยความหวาดหวั่นเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีม่วงอมเทาที่ราวกับมัจจุราชนั่นอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าของเฟรเดอริกแสยะยิ้มราวกับคนโรคจิต
"เฟลิโอน่า.. ข้าจะจัดการเอง"
/////////////////////////////////////////////////////////////
หลังจากเฟรเดอริกคล้อยหลังออกจากบานประตูไปได้ไม่นาน ร่างบอบบางของราชินีแห่งคาโนวาลก็กลับทรุดลงนั่งแหมะบนโซฟาอย่างหมดแรง ใบหน้าหวานฉายแววเครียดขึง คิ้วเรียวขมวดมุ่น
จะทำยังไงดี..
ใจหนึ่งเธอก็อยากรีบขวบม้าตะบึงไปหาคาโลเสียเดี๋ยวนั้นแต่อีกใจเธอก็ยังเป็นห่วงทางนี้จนไม่อาจผละจากที่นี่ไปได้ เพราะจากที่คาโลเล่าให้ฟังดูเหมือนทางคาโนวาลเองกำลังมีไส้ศึกหากทางนี้ไม่มีเธอคอยคุมเชิงอยู่สักคนเรื่องราวมันจะยิ่งบานปลายไปในทางใดก็มิอาจทราบแต่ความร้อนรุ่มในอกของเธอตอนนี้เล่า..เธอจะจัดการกับมันเช่นไรดี
ขณะที่หญิงสาวคิดจนหัวปั่นอยู่ๆลมหอบหนึ่งก็พัดวูบเข้ามาในห้องโดยหอบเอาดอกไม้สีม่วงสดใสหลายดอกเข้ามาด้วย เฟรินมองดอกลาเวนเดอร์ที่หล่นอยู่ที่พื้นเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่งจู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงของใครบางคนในอดีตดังขึ้นมาราวกับแว่วมาจากที่ไกลๆก่อนภาพใบหน้าทะเล้นและดวงตาสีม่วงสดสวยเหมือนลาเวนเดอร์พวกนั้นจะผุดขึ้นมาในสมอง
ชัดขึ้น..ชัดขึ้น..
"เฮ้ย..ขอบใจว่ะเฟริน" เสียงคนๆนั้นว่าเบาๆขณะปัดฝุ่นบนมือลวกๆ ใบหน้าขาวยิ้มน้อยๆแบบคนรักสนุก ที่แทบเท้าของเขามีชายหนุ่มที่ดูท่าจะเป็นรุ่นพี่ชั้นปีหกของป้อมอัศวินนอนแผ่หลาหมดสติอยู่
เฟรินที่ยืนถือดาบพาดบ่าอยู่ข้างๆยิ้มกว้างแม้ใบหน้าจะมีเหงื่อเกาะพราวผิดกับชายที่ขอบคุณเธอเมื่อคู่ลิบลับ "เอาน่าเพื่อนกันคิดอะไรมากแค่นายเลี้ยงข้าวฉันจนกว่าจะเรียนจบแค่นั้นก็พอ"
"หึหึ ไม่ค่อยโลภเลยนะเว้ย" อีกฝ่ายยังคงตอบเรื่อยๆ สีหน้ากวนๆมองไปรอบๆอย่างระวังศัตรูที่อาจจะโผล่เข้ามาได้ทุกเมื่อ ขณะที่เพื่อสาวข้างๆกลับยืนสบายๆโหมดระวังตัวหายไปหมดสิ้น
"อ้าวแล้วกัน ถ้าไม่เอาให้คุ้มมันก็เสียชื่อหัวขโมยอย่างฉันหมดน่ะสิ" เฟรินว่าพร้อมกับหัวเราะ แม้จะเป็นศึกชิงตำแหน่งสภาสูงเช่นนี้แต่อดีตหัวขโมยก็ยังคงรักษาดีกรีตัวกวนได้ดีไม่มีลด
ภาพต่างๆนาๆที่พวกเธอสามคนอยู่ด้วยกันค่อยๆผุดขึ้นมาทีละภาพ ทีละภาพ
คำต่อล้อต่อเถียงของคู่หูหัวหน้าชั้นปีในชุดนักเรียนโรงเรียนพระราชาที่ดังขึ้นอย่างเป็นกิจวัตรโดยมีเจ้าชายหนุ่มรูปงามยืนทำหน้าเย็นชาเป็นแบ็กกราวชั้นดีอยู่ข้างหลัง ภาพที่เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้จากคนรอบข้างเสมอแม้ว่าหนึ่งในนั้นจะกลายเป็นหญิงไปแล้วก็ตามแต่ความสัมพันธ์ที่มีมาของคนทั้งสามกลับไม่ได้ลดลงเลยกลับจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน..
วันวานอันอบอุ่น อดีตที่ยังไม่มีบ้านเมืองและการแก่งแย่งชิงดีเข้ามาเกี่ยวข้อง ความทรงจำแสนสุขเหล่านั้นสร้างรอยยิ้มขึ้นบนริมฝีปากบางได้อีกครั้ง
เฟรินนั่งนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา การผจญภัยหลากหลายที่เธอฝ่าฟันมันไปกับเพื่อนพร้อง..
นักฆ่าที่เธอไว้ใจที่สุด!!
"เอาเป็นว่ามีอะไรก็เรียกฉันแล้วกัน" เสียงเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอดังขึ้นในความคิดอีกครั้ง ภาพที่เธอเห็นเป็นร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ผมสีดำจัดทรงเข้ารูปกว่าเคยแม้ใบหน้าคมจะฉายแววรักสนุกไม่หายแต่อย่างน้อยเมื่อเจ้าตัวยอมใส่สูทเต็มยศและวางท่าให้เรียบร้อยสมกับงานมงคลครั้งใหญ่ในคาโนวาล ภาพลักษณ์โดดเด่นของนักฆ่าแห่งซาเรสก็ส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าเธอดูไม่ต่างจากเจ้าชายสักเท่าใดนัก
ใบหน้าคมเข้มยิ้มน้อยๆจากใจจริง ตาสีม่วงสว่างมองเพื่อนสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้ความงามไม่ต่างจากเทพธิดาบนสวรรค์ ก่อนเสียงทุ้มกลั้วหัวเราะจะเอ่ยต่ออย่างนึกขำเมื่อเพื่อนสาวตัวดีเอ่ยปากทวงของขวัญ
"ชั้นให้สิทธิเธอใช้บริการนักฆ่าคนนี้ได้เสมอโดยไม่คิดตังค์ อยากให้ไปฆ่าเจ้าเมืองที่ไหนก็ได้ฉันจะไม่เกี่ยงขออย่างเดียวรายการค่าหัวเจ้าเอวิเดสไม่เอา"
เฟรินฟังแบบนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนด่าแบบไม่จริงจัง "ไอ้บ้า..วันดีๆดันมาพูดเรื่องฆ่าไม่ฆ่า แถมใครจะบ้าสั่งฆ่าพ่อตัวเองเล่าไอ้ประสาท.. หนอย..เดี๋ยวแม่ก็สั่งกุดหัวคนพูดประเดิมเป็นรายแรกซะเลย"
คำโต้ของเพื่อนสาวทำเอาผู้ได้ชื่อว่านักฆ่าหัวเราะร่วน ทางฝ่ายเฟรินเองก็หัวเราะตามไปด้วยเช่นกัน
"เอาน่า.. หึหึ ถือว่าฉันยอมขาดทุนให้ของขวัญแต่งงานชิ้นใหญ่นายไปแล้วนะเฟริน แล้วไม่ต้องมาทวงอีกล่ะ"
"เออๆ เดี๋ยวพอนายแต่งมั่งฉันจะเอาบัตรบริการ 'ขโมยทั่วสารทิศไปให้' รับรองว่าฟรีชัวร์ไม่มีคิดตังค์ หึหึ"
"ไอ้บ้า!!"
เสียงหัวเราะของพวกเขายังไม่จางหายเช่นเดียวกับมิตรภาพที่ไม่มีวันลบเลือนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดและไม่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง
นั่นสินะ..ถ้าหากจะหาใครที่ไว้ใจได้ในตอนนี้..
คิล..
คงมีแต่นายเท่านั้น!!
คิดได้แบบนั้นเฟรินก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปยังห้องบรรทมส่วนในทันทีจนนางกำนัลทั้งสองแทบลุกตามไม่ทัน
ร่างบางสาวเท้าข้ามประตูเชื่อมไปยังห้องอักษรเล็กที่อยู่ด้านข้าง มือบางรื้อค้นหาบางสิ่งจากลิ้นชักซึ่งใส่ของวิเศษจากเดมอสที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นเอาไว้
ขอให้มันยังอยู่ทีเถอะ
และแล้วดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจ สายตาของเฟรินจึงไปสะดุดเข้ากับลูกบอลสีดำลูกเล็กๆขนาดเท่าลูกกอล์ฟเข้า ตัวลูกบอลมีหนามแหลมยืนออกมาเหมือนเม่น
เฟรินยิ้มกว้าง มือบางหยิบขึ้นมาทันใด
ถึงเวลาที่ฉันจะใช้ของขวัญของนายแล้วนะคิล..
สิ้นความคิดริมฝีปากก็เปิดอ้าออกร้องเรียกชื่อของเพื่อนรักในทันที
"คิลมัส ฟีลมัส!!"
ลูกบอลหนามสีดำส่องแสงวาบลอยสูงจากมือของเฟรินราวสองนิ้วก่อนหนามแหลมจะหมุนคว้างควงสว่านผลุบหายเข้าไปในลูกบอล
บอลสีดำยิ่งลอยสูงพร้อมกับขยายใหญ่ขึ้นเป็นก้อนพลังงานบิดม้วนบรรยากาศในห้องให้ปั่นป่วน สายลมร้อนพัดวูบออกมาจากกระแสพลังสีดำสนิทที่หมุนวนและแล้วร่างของใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากบอกพลังย้ายมิติ
/////////////////////////////////////////////////////////////
OK!! จบตอนแล้วนะคะ ครบ 100% แล้ว
ฮิฮิ
เจอกันตอนหน้าเด้อ
RayGuard
10/12/2006
////////////////////////////////////////////////////////////
เฮ้อ.. วันนี้โดนพี่แย่งเล่นคอมทั้งวันเลย เอาไป 50% ก่อนแล้วกันนะ
เดี๋ยวค่อยมาลงต่อให้
แล้วเจอกันค่ะ
RayGuard
9/12/2006
ปล. ที่ m3uw ถามเรามาน่ะค่ะ ว่าเรียนอะไร ฮิฮุ.. ตอนนี้กำลังเรียนคณะสหเวชศาสตร์สาขากายภาพบำบัดอยู่ค่ะ โฮะๆๆ (อายจัง^///^)
แล้วเจอกันนะคะ
ความคิดเห็น
มาแว้วๆ
คนที่ 1 เลย โฮะๆ แต่..ยังไม่ได้อ่าน ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าชมไว้ก่อนเลย 55+
ตอนนี้สนุกจัง มาลงอีกในเร็ววันนี้นะจร้ะ จุ๊ฟๆๆ
ปล.วันนี้แกบ้าอะไรมาป่ะเนี่ย เหอๆ มีการชมก่อนอ่าน ม่าไหวๆ -*-
เรียน PT หรือเนี่ย จุฬาใช่ไหมเอ่ย? พี่ก็เป็น PTนะจ๊ะ
โลกกลมแฮะ เอาเป็นว่าตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงไม่มีเวลา ตอนพี่เรียนน่ะยุ่งมากจนไม่มีเวลากินข้าวด้วยซ้ำ จนบัดนี้ทำงานแล้วก็ยังยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกลางวัน ตอนเย็นก็มีเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงมาเล่นเน็ต
ขอบคุณมากๆเลยนะจ๊ะที่อุตส่าห์เจียดเวลาเอาฟิคมาลง เก่งจัง
พี่เรียนจบแล้วจ้ะจบมาเกือบ 2 ปีแล้วปีหน้าก็จะเรียนต่ออ่ะนะ
ว่าแต่ Rayจังเรียนปีไหนแล้วอ่ะ 3 หรือ 4จ๊ะ อีกแป๊บเดียวก็จบน้า สู้ๆนะจ๊ะ
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
>w<
ท่านเรย์อัพด่วนเจ้าค่ะ
PS. ขอให้ความบ้าบารามอสจงอยู่คู่เรา อาเมน
เย้ๆๆๆคิล(สุดที่รัก)ของเรา ได้มีบทแล้ว>0<
รีบอัพเร็วๆนะคะ อยากอ่านบทของคิลใจจะขาดแล้ว
มีคิลอยู่ รับรองไม่ต้องเป็นห่วง โหะๆ
ฝากเรื่องของเราด้วยนะคะ
[Fic หัวขโมยแห่งบารามอส] เรื่องราวของสองเรา เรื่องยาว
รักหวานแหวว อัพเดท: 17 ก.ย. 49 , เข้าชม :2/411 , โพสท์ :4 , Rating :4.5 คำอธิบาย : รักหวานๆของคิลกับเรนอน
เย้ อัพแล้ว >O<
เนื้อหาเข้มข้นน่าติดตามมากมาย ><"
คิลโผล่แล้ว หุ ๆ ขอให้คาโลกับเฟรินอยู่ด้วยกันไว ๆ นะงับ
สุท้าย...รีบอัพอีกนะคะ ^^
PS. ..บทเพลง บรรเลง เชื่องช้า จากลา ด้วยใจ หม่นหมอง เฝ้าฝัน เฝ้าใฝ่ หทัยปอง เศร้าหมอง กับการ จากลา..บทเพลง บรรเลง แสนเศร้า บอกเล่า อารมณ์ คะนึงหา เฝ้าฝัน สักวัน จะกลับมา เหมือนดั่ง ธารา หวนคืน..แด่นาว^^
เอ่อ.. ความคิดเห็นที่ 8 กับ 9 มันหายไปไหนล่ะค่ะนี่
_ _"
เอาเป็นว่าเจอกันวันเสาร์แล้วกันนะคะ
ขอบคุณทุกคนเลยค่ะ
ฮิฮิ
PS. Ray..... ขอแสงสว่างจงส่องนำทาง......
PS. นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่คนที่กำหนดวันหมดอายุคือตัวเราเอง
ก่อนอื่น คำแรกขอรับท่าน
มันคือ เฟลิโอน่านะท่าน ท่านรั่วอีกแล้ว
ไม่เชื่อเลื่อนขึ้นไปได้
ตามมาด้วยคำที่สอง บัตร ท่าน มันคือบัตรขโมยทั่วสารทิศมิใช่รึ
เท่าที่สังเกตเห็นก็สองคำ ตอนที่แล้วไม่มีฮะ
เอาล่ะฮะ เรานึกออกซะที่ว่าอะไรที่มันติดอยู่ในความรู้สึก
มันคือความง่ายฮะ
ทุกอย่างมันง่ายไป ง่ายจนดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล
แน่ล่ะฮะ เรายังเห็นเหตุผลรองรับของทุกการกระทำ
แต่เรายังเห็นว่าเหตุผลเหล่านั้นยังค่อนข้างอ่อนไปกับความง่ายในการดำเนินเรื่อง
เอาล่ะฮะ ในฐานะที่แต่งเรื่องเหมือนกัน
เราค่อนข้างจะเข้าใจอย่างแรงกล้าฮะ ว่าความสมเหตุสมผลไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ
แต่เราจำเป็นต้องลองเขียนในมุมมองคนอ่านฮะ
เราเชื่อว่าอัลต้องอ่านเรื่องมาหลายๆเรื่องมากแน่ๆ
ลองอ่านแล้วเอาไปเทียบดูฮะ
จะเห็นได้เลยว่าเรื่องทั้งๆหลายที่ตีพิมพ์ได้นั้นทุกอย่างล้วนดูสมจริง
และมีเหตุผลมารองรับทุกการกระทำ และเป็นเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ
พูดมันก็ง่ายนะฮะ แ
ท่านนิค เม้นท์ ได้ชัดเจน เด็ดขาด เห็นภาพมาก
แต่ท่านอัลอย่ายอมแพ้นะ สู้ สู้ เราเป็นกำลังใจให้นะ
เราชอบเรื่องนี้เพราะเนื้อเรื่องดี ถึงแม้ในรายละเอียดบางอย่างอาจจะขาดน้ำหนักไปบ้าง แต่อ่านแล้วก็ยังสนุกอยู่มาก
สู้เขานะ
อยากรู้มากๆๆเลยสนุกสุดๆๆ เลยตอนนนี้ เฟรินกับคิลน่ารักมากๆๆ มิตรภาพแบบนี้ ซึ้ง
สนุกมากเลยนะคะ ทำให้อยากรู้เข้าไปอีก