บทเพลงที่ 15 แทรกซึม
ดวงอาทิตย์แผดแสงแรงกล้ารอดผ่านเงาไม้ลงมายังพื้นเบื้องล่างส่องกระทบร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาบนเชิงเขาสูงจากพื้นดินแดงร่วมสามเมตร
ชายหนุ่มหนึ่งในคนลึกลับดังกล่าวกำลังส่องกล้องสีดำอันเล็กพอดีมือมองลงไปด้านล่างไกลออกไปยังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง กล้องส่องทางไกลส่องประกายวาวเมื่อต้องแดดดีที่แมกไม้ที่ล้อมอยู่ช่วยกำบังประกายของมันเอาไว้ได้ ชายหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นขยับลำกล้องให้มองไปได้ไกลเพิ่มขึ้นอีกนิดมองอยู่สักพักก่อนจะลดกล้องลง
"เป็นไง" เสียงหญิงสาวข้างกายดังขึ้นถาม ใบหน้าของเธอละม้ายคล้ายคนที่ตนพูดด้วยยิ่งนัก
"ไม่มีการเคลื่อนไหว" ชายหนุ่มหันมาพูดด้วย มือขวาวางกล้องส่องทางไกลแบบตาเดียวลง (นึกให้ล้าสมัยหน่อยนะ ^O^) ส่วนอีกข้างยื่นไปรับกระบอกน้ำที่น้องสาวฝาแฝดร่วมสายเลือดส่งให้ก่อนยกขึ้นดื่ม
ทริเซียเห็นแบบนั้นก็หยิบกล้องขึ้นมาส่องดูบ้างก่อนจะลดลงพร้อมกับถอนใจ แล้วเบือนหน้ามามองคนข้างตัวอีกครั้ง
"หลังจากออกปล้นสะดมครั้งก่อนนี่ก็ผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้วแต่พวกมันยังไม่ยอมเคลื่อนไหวอะไรอีกเลย แล้วแบบนี้เราจะทำไง" ทริเซียเปรยถาม
ความจริงแล้วตามแผนที่ทั้งคู่ได้วางเอาไว้ก็กะกันว่าจะรอจังหวะที่กองโจรนี้ออกปล้นอีกครั้งแล้วพวกเขาก็จะปลอมเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ถูกจับหลังจากนั้นก็จะหาเรื่องเหมาะๆให้พวกตัวเองได้เข้ากลุ่มโจรด้วยเพื่อไม่ให้มีใครสงสัย แต่เจ็ดวันที่ผ่านมากองโจรดีมันกลับไม่เคลื่อนไหวอีกเลยแถมหมู่บ้านทาทารัส หมู่บ้านที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในเมืองโฮรัส เมืองชายแดนทางตอนใต้ของคาโนวาลหรือก็คือเมืองที่มันอาละวาดหนักที่สุดกลับเงียบเป็นเป่าสากราวกับเมืองร้างก็ไม่ปาน ถ้ายังไม่ติดว่าเขายังเห็นคนเข้าออกอยู่บ้างล่ะก็คงต้องคิดว่าพวกมันสลัดฐานที่มั่นแห่งนี้ไปแล้วแน่ๆ
เดี๋ยวสิ!! สลัดฐานที่มั่นงั้นหรือ..
เทรซรีบพลิกตัวกลับจากท่านั่งหันหลังให้ฐานลับของเหล่าโจรเป็นหันหน้าเข้าหาพร้อมกับหมอบราบไปกับพื้นทันทีจนทริเซียที่นั่งอยู่ข้างๆยังถึงกับสะดุ้งกับท่าทางรีบร้อนของพี่ชาย มือกร้านคว้ากล้องส่องทางไกลแบบทำมือจากน้องสาวแล้วมองเข้าไปยังฐานลับอีกครั้ง สิ่งที่ลำกล้องฉายสะท้อนอยู่นั้นคือชายท่าทางซูบซีดใส่เสื้อมอๆแบบโจรสีน้ำเงินเข้มโดยมีเสื้อกั๊กแขนกุดสีดำสวมทับ ชายคนนั้นเดินออกมาจากทางเข้าหมู่บ้านเพียงลำพังเช่นเดียวกับอีกหลายคนก่อนหน้านี้ที่เดินเข้าและออกเป็นเวลาบางทีก็เป็นกลุ่มบางทีก็ฉายเดียวซึ่งแต่ล่ะครั้งจะมีเดินออกมาไม่เกินกลุ่มล่ะห้าคนแต่ขากลับนี่สิที่แปลก บางทีมีกลับมาแค่คนเดียวส่วนบ้างครั้งไปแล้วไปเลยไม่กลับมาอีกก็มี โดยถ้าให้รวมๆแล้ววันหนึ่งจะมีคนเดินเข้าออกวันล่ะสามรอบทุกวันบางทีก็ซ้ำหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพวกหน้าใหม่ๆที่เดินออกไปแล้วไม่กลับเข้ามาอีก
ใบหน้าอ่อนเยาว์ขยับยิ้มเพียงมุมปากพร้อมกับลดกล้องลง
"แบบนี้นี่เอง" เทรซว่าขึ้น
"อะไรหรือ" ทริเซียเอ่ยถามเมื่อเห็นเทรซกลับมานั่งแบบเดิมอีกครั้ง เทรซหันมามองน้องสาวก่อนจะยิ้มแบบเจ้าเล่ห์แล้วว่า
"ทริเซีย..เราจะเปลี่ยนแผน"
//////////////////////////////////////////////////////////////
"เฮ้ย!! ระวังหน่อยสิวะไอ้เห่ยเอ๊ย" เสียงหยาบคายดังมาจากมนุษย์กล้ามเนื้อหน้าโฉดคนหนึ่งที่ยืนคุมชาวบ้านจากหมู่บ้านที่ปล้นมาได้เมื่อเจ็ดวันก่อนให้เก็บข้าวของของพวกตนขึ้นเกวียนโทรมๆเล่มโตสี่เล่มที่วางเรียงต่อกันเป็นแถวยาวอยู่ข้างๆคฤหาสน์ชั้นเดียวหลังใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ท้ายเมือง ใบหน้าโฉดนั้นมองไปยังชายชราที่ตนตวาดเมื่อครู่เขม่ง
"เฮ้ย!!เสร็จรึยังวะราส หัวหน้าเร่งแล้วนะ" เสียงห้าวๆอีกเสียงตะโกนมาจากหน้าบ้านที่อยู่ห่างออกไปสองหลังเรียกชายกล้ามโตตัวสูงโย่งนามราสให้หันไปมองตามเสียงก่อนตะโกนรับกลับไปแล้วหันมามองยังชายแก่ตัวเล็กท่าทางอ่อนแอที่แบกของขึ้นเกวียนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาอำมหิตอีกครั้ง
"ไอ้นี่!! หัวหน้าพวกข้าเร่งแล้วเห็นมั้ยวะ" ว่าพร้อมกับใช้เท้าอันใหญ่โตถีบชายชราจนกระเด็น "ไอ้พวกชักช้าอืดอาดใช้การไม่ได้น่ะมันต้องเจอแบบนี้" ก่อนจะกระทืบซ้ำแล้วหัวเราะลั่นด้วยน้ำเสียงสะใจยิ่งนัก
"หยุดนะไอ้พวกบ้า!!" ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักตวาดขึ้นก่อนจะวิ่งเข้ามาผลักราสจนผงะหงายแล้วเข้าไปพยุงพ่อเฒ่าขึ้นเอ่ยเสียงร้องด้วยความตกใจกับสภาพสะบักสบอมของชายชรา
"พ่อ!!ทำใจดีๆไว้นะ" ชายชราตัวสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับมีเลือดไหลออกจากปากจำนวนมากแต่โชคยังดีนักที่ยังสามารถประคองลมหายใจของตนเอาไว้ได้ แต่ว่ายังไม่ทันให้ชายหนุ่มผู้เป็นลูกได้ดีใจนานนัก ราสก็ยันกายลุกขึ้นได้ในเวลาไม่นานและมองตรงมายังพวกเขาด้วยสายตาโกรธจัดที่บังอาจกระแทกมันจนล้มเป็นเหตุให้เพื่อนพ้องที่อยู่รอบด้านหัวเราะมันจนหน้าดำหน้าแดง
"แก.." ราสคำรามขณะใช้กายใหญ่โตของมันเข้าประชิดหลังของสองพ่อลูกสร้างความหวาดหวั่นให้กับชาวบ้านอ่อนแอเช่นพวกเขายิ่งนัก
ฝ่าเท้าพิฆาตพุ่งเป้าไปหาชายหนุ่มผู้เป็นลูกอัดเอาชายคนนั้นกระเด็ดไถครูดไปกับพื้นถึงสองเมตรพร้อมกับกระอักเลือดสดจำนวนมากออกมา เสียงหวีดร้องของเหล่าผู้หญิงดังระงม โดยมีเด็กน้อยคนหนึ่งทำท่าจะวิ่งออกมาหาชายหนุ่มปากของเด็กน้อยก็ร้องเรียกพ่อของตนแบบใจแทบขาดแต่ร่างเล็กๆนั่นก็ถูกผู้เป็นแม่กอดเอาไว้แน่นจนขยับไปไหนไม่ได้เลยได้แต่ร้องไห้กันจนน้ำตาแทบจะกลายเป็นสายเลือดกันทั้งแม่ทั้งลูกขณะมองชายผู้เป็นสามีและพ่อถูกทารุณ
"แกกล้ามาหือกับข้าแบบนี้คงเตรียมตัวตายไว้แล้วใช่มั้ย" ราสคำรามอีกครั้งพร้อมกับชักดาบเล่มโตที่เอวออกมา ร่างใหญ่ยักษ์ก้าวสามขุมเข้าหา มือหยาบยกขึ้นสูงเตรียมลงทัณฑ์ ใบหน้าแสยะยิ้มกว้างกระหายเลือดมองสบใบหน้ากร้านแดดที่บัดนี้ทอประกายแข็งกร้าวและแค้นเคืองของชายหนุ่มที่นอนหมอบอยู่กับพื้น
ราสตีสีหน้าบูดเบี้ยวไม่สบอารมณ์กับสายตาอาฆาตที่ไม่มีแววหวาดหวั่นของชายหนุ่มที่จ้องมองมาก่อนจะตวาดลั่น "หนอย.. ดูสิว่าพอหัวขาดแล้วแกจะทำหน้าแบบนั้นได้อีกมั้ย"
ดาบใหญ่ฟาดฟันทันทีที่สิ้นคำ หญิงสาวสองคนหนึ่งเมียหนึ่งลูกกรีดร้องเสียงหลงในขณะที่สายตาของชายหนุ่มผู้ถูกล่าสังหารยังคงฉายแววกล้าไม่เปลี่ยนแปลง
ราสหัวเราะลั่นราวคนเสียงสติขณะลงดาบแต่แรงดาบที่ฟันลงอย่างบ้าคลั่งกลับหยุดกึกด้วยเสียงหัวเราะไม่คุ้นหูของใครคนหนึ่ง
ดาบที่ฟันลงชะงักอยู่แค่ปลายจมูก ราสหันซ้ายขวาตามเสียงเช่นเดียวกับพวกของมันอีกสิบกว่าคนที่ยืนกระจัดกระจายคุมชาวบ้านอยู่โดยรอบและรวมไปถึงชาวบ้านตาดำๆที่ถูกจับมาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ยังมองหาเสียงนั้นด้วยเช่นกัน
"ไม่นึกว่ากองโจรชื่อดังจะมีพวกบ้าๆที่มีความสุขกับแค่ได้ฆ่าคนเพียงคนเดียวด้วยแฮะ หึหึ" เสียงกวนโทสะดังขึ้นอีกครั้งจากบนเสาไม้สูงสองเมตรที่เอาไว้สำหรับแขวนโคมไฟซึ่งเสาต้นนั้นก็อยู่ห่างจากตัวราสไปแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น
ทุกสายตารวมไปถึงตัวราสเองตวัดขึ้นไปมองยังด้านบนสุดของเสาต้นนั้นทันที
ด้านบนนั้นชายหนุ่มใบหน้าสวยคมผิวขาวแม้จะไม่ถึงกับขาวจัดแต่ก็ดูเหมือนพวกคุณหนูที่ไม่เคยออกมาโดนแดดนัก ผมยาวสีดำขลับถูกรวบไว้ง่ายๆด้วยเชือกสีเดียวกัน อีกทั้งดวงตาคมกริบสีนิลก็กำลังฉายประกายแวววาวราวกับจิ้งจอกน้อยกำลังล่าสิงโตไม่มีผิด
เทรซฉีกยิ้มเพียงมุมปากขณะนั่งยองๆอยู่บนเสาไม้ต้นเล็กอย่างไม่น่าจะทำได้ก่อนมือที่กอดเข่าของตัวอยู่จะยกขึ้นข้างหนึ่งในท่าโบกมือนิ่งใบหน้าแย้มยิ้มกวนประสาทแล้วว่า
"ไง.."
น้ำเสียงและท่าทางของไอ้เด็กไม่รู้จักตายตรงหน้าช่างกวนโทสะนัก นี่คือสิ่งที่ราสคิดและทันใดโดยไม่ต้องไตร่ตรองดาบยักษ์ในมือก็ฟันใส่เสาตนนั้นทันทีจนมันหักโค่นลงแต่เทรซก็ไวพอที่กระโดดลงจากเสาได้ทันพร้อมกับทิ้งร่างสมส่วนของตัวลงพื้นอย่างสวยงามด้วยปลายเท้าเพียงข้างเดียว
เทรซยืนนิ่งหันหลังให้ราสแต่เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นใบหน้าสวยของเด็กหนุ่มก็เบือนกลับมาอีกครั้ง..เพียงเล็กน้อยโดยไม่ได้หันตัวตาม รอยยิ้มเยาะกระตุกที่มุมปากก่อนปากสวยๆจะขยับ
"อะไรกันๆ..เป็นพวกใช้แต่แรงไม่ใช้สมองหรือนี่" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขยับกว้าง "น่าเบื่อจังเลยน้า.."
ราสที่ถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมดูถูกถึงกลับตัวสั่นระริกไปทั้งร่าง ใบหน้าเหี้ยมแดงก่ำอย่างโกรธจัด
"แก..พูดแบบนี้อยากตายมากนักใช่มั้ย!!" สิ้นคำราสก็พุ่งเข้าหาเทรซด้วยความเร็วสูงอย่างบ้าคลั่งแต่เทรซเพียงแค่หันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างที่พุ่งมาอย่างเร็วนั้นโดยยังไม่ได้ขยับไปไหน แม้แต่มือทั้งสองข้างก็ยังไม่ได้ละออกจากกระเป๋ากางเกงเลยแม้แต่น้อย
หึหึ เทรซหัวเราะในลำคอเบาๆเมื่อราสวิ่งเข้าใกล้ยิ่งเรียกความโกรธประทุถึงจุดสูงสุด ดาบคมฟาดซ้ายขวาแต่เทรซเพียงพลิ้วตัวหลบแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นและในจังหวะที่ราสผู้บ้าคลั่งฟันดาบลงมาเป็นครั้งที่ห้าแล้ววืดนั่นเองเทรซก็ยกมือขวาขึ้นก่อนใช้มือนั้นพุ่งเสียบอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายคือ..คอของราส!!
///////////////////////////////////////////////////////////
เมื่อสองชั่วโมงก่อน..
"ทริเซีย..เราจะเปลี่ยนแผน" คำบอกง่ายๆเรียกสายตาของทริเซียให้หันมามองเขม่ง
"เปลี่ยนแผน" ทริเซียถามย้ำทันทีพลางขยับมานั่งในท่าที่ถนัดตั้งใจฟังเต็มที่
"ใช่" เทรซตอบคำน้องสาวก่อนจะหันหน้าไปยังหมู่บ้านด้านล่าง "เพราะหัวหน้าของพวกมันฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้" สิ้นเสียงเทรซก็หัวเราะเบาๆในลำคอด้วยเสียงสยองให้ทริเซียที่นั่งฟังอยู่อดที่จะเสียวสันหลังตามไปไม่ได้
เธอไม่ชอบให้เทรซหัวเราะแบบนี้เลยให้ตายสิ..
แต่การหัวเราะแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้ได้ว่าพี่ชายของเธอกำลังสนุกและเมื่อความคิดนี้โผล่ขึ้นมาในหัวของเทรซเมื่อไหร่ ไอ้พวกโจรนั่นก็เตรียมร้องไห้กันเอาไว้ได้เลยล่ะ
"แล้วจะเปลี่ยนเป็นอะไรล่ะ" ทริเซียถามซ้ำเมื่อเห็นเทรซไม่ยอมพูดต่อเอาแต่มองไปยังหมู่บ้านด้านล่างด้วยประกายตาแวววาว
เทรซหันกลับมามองหน้าน้องสาวแต่แล้วพอได้เห็นใบหน้าเซ็งๆของแฝดผู้น้องเจ้าตัวก็จำต้องรีบปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติแล้วว่า
"คราวนี้ฉันจะเข้าไปหาพวกมันแบบตรงๆ"
ทริเซียขมวดคิ้วมุ่นก่อนถาม "หมายความว่าไง"
เทรซยิ้มรับใบหน้างงนั้นก่อนแถลงให้กระจ่างขึ้น "ฉันจะเข้าไปหาพวกมันตรงๆเลยและบอกให้พวกมันรับฉันเป็นพวกด้วย ส่วนเธอก็ซุ่มรอดูอยู่ห่างๆ"
ทริเซียตีหน้าเครียดขึ้นกว่าเดิมทันที "นายบ้าไปแล้วเทรซ ขืนเข้าไปแบบนั้นมีแต่จะแผนแตก แถมนายก็จะเป็นอันตรายด้วย ไหนเมื่อกี้เพิ่งจะบอกว่าหัวหน้าของพวกมันฉลาดนักฉลาดหนาไงล่ะ"
เทรซหัวเราะน้อยๆเรียกสีหน้าหงุดหงิดของฝ่ายสาวเจ้าที่อุตส่าห์เป็นห่วงได้ชะงัด
"รู้อะไรมั้ยทริเซีย..พวกคนฉลาดน่ะมักจะตายเพราะความฉลาดของตัวเองนะ เพราะพวกนี้มักจะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป หึหึ"
ทริเซียครางในลำคอเหมือนเสียง 'อ้อ' ให้เทรซได้ยินก่อนจะมองพี่ชายด้วยสายตาประมาณว่า 'รู้สิ..ก็ตรงหน้าเธอมันมีอยู่คนหนึ่งนี่' และดูเหมือนเทรซจะอ่านสายตาของน้องสาวออกเจ้าหัวถึงได้หัวเราะออกมาอีกครั้ง
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันน่ะไม่ใช่พวกหลงตัวเองแบบนั้นหรอกนะเธอเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือ"
ทริเซียทำหน้าเหมือนไม่เชื่อก่อนว่า "ถึงแบบนั้นก็เถอะ ฉันว่ามันก็ยังเสี่ยงเกินไปอยู่ดี นายแน่ใจได้ไงว่าพวกมันจะรับนายทันทีที่เห็นหน้าน่ะ"
เทรซยิ้มให้กับความคิดแสนซื่อของทริเซีย "ใครว่าว่าฉันจะเข้าไปบอกให้มันรับเข้ากลุ่มเฉยๆล่ะ"
"เอ๊..งั้น..หรือว่านาย.." ทริเซียตาโตพูดออกมาไม่เป็นคำ
"ปิ๊งป่อง!!" เทรซว่ายิ้มๆ "บางครั้งวิธีระห่ำๆน่ะก็เหมาะจะใช้กับสถานการณ์แบบนี้เหมือนกันนะ" ว่าเสร็จก็ลุกขึ้นพร้อมกับปัดฝุ่นออกจากเสื้อกับกางเกงที่เป็นสีดำล้วนทั้งชุดก่อนจะเอื้อมมือไปแก้เชือกที่มัดผมออกแล้วรวบใหม่
"เอาล่ะ..งานนี้ขออาละวาดหน่อยก็แล้วกันนะ..คุณโจรทั้งหลาย" ว่าพร้อมกับออกเดินไป
"เดี๋ยวสิเทรซ" แต่ทริเซียร้องห้ามไว้ "เราน่าจะคิดแผนให้ดีเสียก่อน"
เทรซหันมายิ้มกวนอารมณ์ให้อีกเป็นครั้งสุดท้าย "ฝากที่เหลือด้วยล่ะทริเซีย แล้วติดต่อกันทางต่างหูนี่นะ" มือกร้านเอื้อมไปดีดต่างหูที่ใส่ไว้ที่หูด้านซ้ายของตนจนมันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งก่อนจะกระโดดลงไปยังพื้นด้านล่างทันทีแบบที่ทริเซียท้วงไม่ทัน..
"ให้ตายสิ" ทริเซียเอ่ยขึ้นขณะยืนมองร่างของแฝดผู้พี่ที่วิ่งหายเข้าหมู่บ้านไปไวๆ
"ฉันไม่รู้ด้วยแล้วนะ"
///////////////////////////////////////////////////////////
ปัจจุบัน..
ปลายนิ้วเรียวทั้งห้ารวบเข้าหากัน สายตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองมาด้วยรอยยิ้มสนุกราวกับการฆ่าเป็นเพียงการละเล่นนั้นช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนักอีกทั้งมือขวาที่พุ่งออกมาก็รวดเร็วจนราสหน้าซีดเผือดด้วยรู้ว่าไม่มีแม้ปัญญาที่จะหลบพ้น
ราวกับมัจจุราชมาปรากฏตรงหน้าเมื่อมือขาวๆที่ไม่น่าจะมีแรงมากมายอะไรแต่บัดนี้ไอ้เด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้านั่นกำลังจะใช้มันแทนดาบ และดาบมนุษย์เล่มนี้ก็กำลังจะบั่นคอของเขาแล้วในอีกไม่ถึงเสียววินาที
ใจของราสเต้นระทึกขณะมองมือที่เคลื่อนเข้าใกล้
สามคืบ..
สองคืบ..
หนึ่งคืบ..
และแล้ว..
"หยุดอยู่แค่นั้นล่ะ" เสียงอันเต็มเปลี่ยมไปด้วยพลังของชายคนหนึ่งกลับดังขึ้นทันหยุดมือของเทรซที่ปลายเล็บเฉือนคอของราสเข้าไปแล้วราวๆสองมิลเรียกเลือดไหลซิบๆจากร่างใหญ่ยักษ์
เทรซแอบยิ้มน้อยๆในใจขณะลดมือลงแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงในขณะที่ราสทรุดลงไปนั่งแหมะเข่าอ่อนหมดแรงอยู่บนพื้น
"เจ้าเป็นใคร เจ้าหนุ่ม" เจ้าของเสียงนั้นว่าต่อแต่เทรซเพียงแค่พิจารณาคนพูดเงียบๆยังไม่ได้ตอบอะไรออกไป
คนตรงหน้าเขาเป็นชายอายุน่าจะไม่เกินสามสิบห้า รูปร่างหน้าผมดูดีราวกับนายแบบดูยังไงก็ดูไม่ออกว่าคนๆนี้เป็นหนึ่งในกองโจรถ้าหากไม่ใช่กลิ่นคาวเลือดที่เป็นเอกลักษณ์ของคนพวกนี้โชยมาแตะจมูกของเขาแล้วล่ะก็เทรซคงไม่มีทางเชื่อแน่ๆ
ว่าแล้วลูกครึ่งชนเผ่ามายาก็ขยับยิ้มอีกครั้ง "นี่ลุง..ก่อนจะถามชื่อคนอื่นน่ะควรจะบอกชื่อของตัวเองซะก่อนนะ" เทรซพูดเสียงยียวนเรียกเลือดของเหล่าลูกน้องรอบด้านฉีดขึ้นหน้า พวกมันหลายคนตะโกนด่าทอชายหนุ่มลั่นอย่างหยาบคายพร้อมกับล้อมกรอบเข้าหาแต่เทรซก็ยังคงมองแบบไม่ยี่หละเช่นเดิม
"หยุดก่อน" กลายเป็นชายหน้าตาดีคนเมื่อครู่เอ่ยห้ามลูกน้องแทนพร้อมกับเดินช้าๆเข้าไปหาเทรซโดยมีเหล่าลูกสมุนโจรแหวกทางให้
"ข้ามาคอน..เป็นหัวหน้าของเจ้าพวกนี้" ชายคนนั้นว่าพร้อมขับรอยยิ้มถูกใจในท่าทางของเด็กอวดดี "ทีนี้เจ้าก็บอกชื่อแล้วก็จุดประสงค์ของเจ้ามาซะ" สิ้นคำเหล่าโจรที่รายล้อมก็ชักดาบคู่มือออกมาปลายดาบเล็งไปที่เด็กอายุน้อยที่สุดกลางวง
เทรซขยับยิ้มไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อยก่อนพูดขึ้นด้วยเสียงของคนรักสนุก
"ฉันชื่อเทรซ.. ส่วนเรื่องมาทำอะไรที่นี่" เทรซเว้นช่วงไปขณะหันไปมองพวกชาวบ้านที่ยืนเบียดกันตัวสั่น ตาสีนิลตวัดกลับมายังบุรุษเป้าหมายก่อนกระตุกยิ้มเย็น
"ฉันมา..เพื่อจะเข้าร่วมกลุ่มโจรดีมันยังไงล่ะ"
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ขอโทษนะคะ ความจริงจะลงให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ไอ้ control panel นี่สิมันเป็นบ้าอะไรไม่รู้เดี๋ยวใช้ได้เดี๋ยวใช้ไม่ได้ พอลงตอนคิลเรนอนเสร็จก็เดี๊ยงไปซะงั้นแหละ ทำหลายรอบจนเซ็งเลยปิดไป
วันนี้ก็ไม่ว่างทั้งวันเลยค่ะ เพิ่งจะเอามาลงได้ก็ตอนนี้เอง ขอโทษอีกครั้งนะคะทุกคน
ปล. เอ่อ..ตอนแรกรู้สึกจะพูดจารุนแรงใส่อารมณ์ไปหน่อย โทษทีนะคะที่อาจทำให้เด็กบางคนตกใจ -_-" แต่อารมณ์มันขึ้นทุกทีที่นึกถึงเลยค่ะ เฮ้อ..
วันนี้หน่อยแล้ว บ๊ายบายเลยแล้วกันนะ
แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ
RayGuard
14/10/2006
ความคิดเห็น
อ๊าก สนุกมากเลยค่ะ >O<
ว่าแล้วขอกร๊ดเทรซแทนคาโลชั่วขณะ!! >///<
ละลาย แล้ว น่ารักและเท่ห์ที่สุดเลย~
มาอัพอีกนะคะท่านเรย์!!! จะคอยค่ะ เป็นกำลังใจให้ท่านด้วย >O<///
แต่ถ้าให้ดี อัพบ่อยๆๆนะ
หนุกดีค่ะสุ้ต่อปาย แล้วอัพบ่อยๆๆด้วยนะคะ งิงุ
อยากไห้อัพบ่อยๆๆด้วยนะคะ เราชอบฟิคนี้มากเรย
บายๆๆค่ากลิ้งไปอ่านตอนต่อไปนะคะ
กลิ้งไปอ่านคอนค่อไปด่วน
PS. ขอให้ความบ้าบารามอสจงอยู่คู่เรา อาเมน