บทเพลงมั่วๆนอกเรื่อง
เฟรินเดินเข้าไปใกล้มือบางยกขึ้นแตะเข้าที่ต้นแขนขวาของชายหนุ่มเบาๆ ใบหน้าก็เงยขึ้นมองสบสายตาของชายคนรักที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ด้วยไรผมสีเงิน
“จะร้องไห้ก็ได้นะ” เฟรินพูดขึ้นแผ่วเบา ร่างสูงไหวตัวน้อยๆแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เห็นแบบนั้นเฟรินจึงเอื้อมมือขึ้นแล้วจับศีรษะของชายหนุ่มให้โน้มลงมาซบกับบ่าของตัวแทน
“หากน้ำตาจะทำให้นายสบายใจได้ก็ร้องเถอะ” คำพูดของเฟรินทำให้บ่ากว้างสั่นไหวน้อยๆ
“ฉันอยู่ที่นี่แล้ว คาโล.. เพราะงั้นร้องออกมาเถอะนะ” สิ้นคำร่างของหญิงสาวก็ถูกรวบเข้าหาตัวชายหนุ่มแน่น ใบหน้าคมคายซุกอยู่กับบ่าเล็ก ไม่มีเสียงสะอื้น แต่อาการสั่นไหวและความชื้นที่บ่าก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังร้องไห้ออกมาจริงๆ
มือบางลูบไล้เส้นผมสีเงินแผ่วเบาปลอบโยน สัมผัสนั้น..เหมือนกับที่แคลมอบให้ไม่มีผิด ทำให้คาโลกอดกระชับร่างบางแน่นขึ้น
“ต่อไปนี้นายจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว..” เฟรินพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องอยู่คนเดียวเด็ดขาด” สิ้นคำใบหน้าคมคายก็เงยขึ้นพร้อมกับดันตัวเฟรินออกน้อยๆ “ฉันจะคอยอยู่ข้างๆนายเอง” น้ำตาอีกสายไหลรินออกจากดวงตาสีฟ้าสวยไหลผ่านลงมายังข้างแก้ม
เมื่อได้เห็นน้ำตาของชายคนรักก็ทำเอาเฟรินที่มองอยู่อดที่จะร้องตามไม่ได้ มือบางเอื้อมขึ้นกอดรอบคอของชายหนุ่มขณะที่ตาสีน้ำตาลที่มีน้ำตาคลอหลับพริ้ม หญิงสาวเขย่งตัวขึ้นประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มไล่ขึ้นไปถึงดวงตาจูบซับน้ำตาแห่งความเศร้าก่อนจะผละออกอย่างเชื่องช้า
“ความโศกเศร้าของนาย..ฉันจะเป็นคนลบมันออกไปเอง” ว่าแล้วเฟรินก็ประกบริมฝีปากเข้ากับชายหนุ่มมอบสัมผัสนุ่มนวลอ่อนหวานให้
“ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหน” เฟรินว่าหลังจากผละริมฝีปากออกเล็กน้อยก่อนจะประกบเข้าไปใหม่ มือบางลูบไล้ลงมายังแผ่นอกกว้างก่อนปลดกระดุมเสื้อของคาโลออกทีละเม็ดโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกทิ้งลงกับพื้น ในขณะที่มือเรียวอีกข้างยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของชายหนุ่มเบาๆพร้อมกับริมฝีปากสีกุหลาบที่ประทับลงยังข้างแก้มอีกครั้ง
“นี่เป็น..คำสัญญาชั่วชีวิต”
..............................................................
..................................
“คัท!!!!!” เสียงหวานๆของผู้กำกับสาวเรย์กาดดังขึ้น ( -_-^ เหอๆ) ขัดอารมณ์สวีทของคู่หนุ่มสาวกลางห้อง
“ทำได้ดีมากเลยค่ะเฟรินคาโล เข้าถึงอารมณ์ดีมากๆเลย” เรย์พูดต่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่การถ่ายทำเป็นไปด้วยดี “เอาล่ะตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปพักได้แล้วนะคะ” พูดพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ตัวเอกทั้งสองที่ฝ่ายหญิงหันมายิ้มให้แต่ทางด้านเจ้าชายสงัดยังคงก้มหน้าเงียบเหมือนเดิม
“วันนี้คิวถ่ายของเฟรินกับคาโลหมดแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวจะไปถ่ายพวกเทรซกับทริเซียต่อ” รอยยิ้มยังไม่หายไปจากหน้าของเรย์ขณะพูด “เพราะงั้นกลับกันไปได้แล้วนะคะ (เหอๆไล่เลยเรอะ / เปล่าย่ะไม่ได้ไล่) หรือถ้าอยากอยู่ดูต่อก็ตามไปที่กองถ่ายที่สามแล้วกันนะคะ” พูดเสร็จก็เดินออกไปทันทีพร้อมกับลูกทีมที่เก็บข้าวของเสร็จแล้ว (ทำไมเก็บเร็วจัง =_= ) เดินตามออกไป
เฟรินมองตามหลังผู้กำกับสาวไปจนลับตาก่อนจะหันกลับมาสนใจคนข้างตัว “เราเองก็ไปกันมั่งเหอะ หิวจะตายชัก” เฟรินพูดพร้อมกับตั้งท่าจะเดินแต่พอเห็นท่าทางเงียบแบบแปลกๆของคนข้างตัวก็ทำเอาสาวน้อยต้องหมุนคิ้วสงสัยก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้
“นายเป็นอะไรอ่ะ” เฟรินว่ายิ้มๆ “หรืออินมากไป ว่าก็ว่าเถอะนะเมื่อกี้นายตีบทแตกชะมัด ร้องไห้งี้อย่างกับเขื่อนแตกแหนะ” พูดเสร็จก็หัวเราะลั่นอย่างคนอารมณ์ดีแต่คนตรงหน้าก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“เฮ่..คาโลนายเป็นไรรึเปล่า” เฟรินเริ่มเป็นห่วงแฟนตัวเองขึ้นมาตงิดๆ มือเล็กเอื้อมขึ้นไปแตะที่หน้าผากของคนตัวโตเบาๆพร้อมกับเลิกคิ้ว
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่.. เฮ้ย!!” แต่แล้วก็ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อมือของฝ่ายชายคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้าง..แน่น!! ราวกับคีมเหล็ก
“น่ะ นายจะทำอะไร” เฟรินถามเสียงหวาดๆ เริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจร่างตรงหน้าอย่างแรง!!
“นายผิดเองนะ” คาโลพูดออกมาเบาๆทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นก่อนจะเสกเตียงขนาดย่อมขึ้นมา (ใช้เวทเคลื่อนย้าย ย้ายมาจากห้องพักบนชั้นสามของตึก) แล้วผลักร่างเล็กล้มลงไปบนเตียงนั้นทันที
“อะไอ้บ้า!!” เฟรินด่าลั่น หน้าสวยๆแดงก่ำ “ฉันไปทำอะไรให้ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ” พูดเสร็จก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มก้าวตามขึ้นมาบนเตียง
“เฮ้ย!! ล่ะ ลงไปนะ อย่าคิดทำอะไรบ้าๆในนี้เชียว!!”
ไอ้บ้า.. นี่มันในกองถ่ายนะเว้ย!!
“ทำไมล่ะ” คาโลว่าเสียงซื่อๆไม่สมกับหน้าที่ฉาบยิ้มเจ้าเล่ห์ (-_-^ คาโลของอัล..) “จะอายทำไมเฟริน ในนี้ไม่มีใครซะหน่อย หรือถ้าเธอไม่ไว้ใจ ฉันลงเวทกันเอาไว้ก็ได้นะ” พูดพร้อมกับตั้งท่าจะทำจริงๆเสียแต่ถูกฝ่ายสาวเจ้าห้ามไว้ก่อน
“ไม่ต้อง!!” เสียงห้ามอย่างดังของเฟรินทำให้ชายหนุ่มชะงัก คิ้วคมเลิกขึ้นสูง
ขืนปล่อยให้นายร่ายเวทฉันก็หนีไม่ได้น่ะสิ
“หืม..” ริมฝีปากของคาโลกระตุกยิ้มก่อนว่า “ไม่ยักรู้ว่านายชอบให้มีผู้ชมด้วย” พูดแค่นั้นใบหน้าหวานก็แดงซ่านก่อนตวาดแหว
“ไอ้โรคจิต!! ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” แต่คาโลหาได้สะทกสะท้านไม่ แถมหัวเราะออกมา หึหึ ซะด้วย
ชายหนุ่มก้าวขึ้นมา มือก็รีบตรงเข้าจับข้อมือของเฟรินที่ตั้งท่าจะหนีเอาไว้ทันที ร่างกายกำยำที่เหลือเพียงกางเกงตัวเดียว (ใส่ค้างมาจากตอนถ่ายหนัง) ก้าวเข้ามาประชิด
“นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้นายเลยไม่ใช่รึไง”
“เธอทำไปแล้วล่ะ” คาโลว่าเรียบๆ “เมื่อกี้.. เธอทำอารมณ์ฉันกระเจิงไปแล้ว”
คำตอบทำเอาเฟรินเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน
ว่าไงน้า~~~~~~ ทำไมนายมันจุดไฟง่ายแบบนี้เล่า ไอ้บ้า!!
“นายจะมาโทษฉันได้ยังไงเล่า ก็บทมันเป็นงี้อ่ะ ถ้าจะลงโทษก็ไปลงเอากับไอ้ผู้กำกับบ้านั่นเซ่”
ผู้กำกับสาวที่เดินห่างออกไปไกลราวสามสิบเมตรหูกระดิกหันหน้างามๆกลับมาทางห้องถ่ายที่หนึ่งที่ตัวเอกทั้งสองกำลัง ‘นอน’ เคลียปัญหากันอยู่ ก่อนจะหัวเราะ หึหึ ออกมาด้วยเสียงสยองให้ลูกทีมที่เดินตามมาหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง
“จะไปโทษผู้กำกับเค้าไม่ได้หรอกนะเฟริน” คาโลกล่าวแก้ให้โดยมีคนที่ถูกพาดพิงถึงพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วยขณะที่ยืนห่างออกไปไกลถึงสามสิบเมตร (<= เอ็งมีตาทิพย์หูทิพย์รึไง)
“ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอดันยั่วฉันมากไปเองต่างหาก” ว่าเสร็จก็จับสองแขนของเฟรินไปตรึงเอาไว้เหนือหัว
“คงต้องขอให้เธอชดใช้ล่ะนะ”
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ไม่นะ ใครก็ได้ช่วยลูกด้วย.. เฟรินกรีดร้องในใจ ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้เพราะปากของเจ้าตัวถูกปิดด้วยริมฝีปากของคนตรงหน้าไปซะแล้ว
“อือ..” เฟรินส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อมือซุกซนของฝ่ายชายไม่ยอมอยู่กับที่
คาโลจัดการรวบข้อมือของเฟรินเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวส่วนอีกข้างก็เริ่มลูบไล้มาตามท่อนแขนมาหยุดอยู่ที่ทรวงอก
ตาสีน้ำตาลของเฟรินเบิกกว้างเมื่อร่างกายถูกสัมผัส ร่างเล็กๆเริ่มดิ้นแรงขึ้นแต่คนแรงเยอะกว่ามีหรือจะสน มือของชายหนุ่มตรงเข้าจับที่เส้นเชือกของเสื้อคลุม แค่กระตุกเพียงนิดเดียวโบที่ผูกเอาไว้ก็หลุดออก ชายหนุ่มไม่หยุดเพียงแค่นั้นตอนนี้เป้าหมายของเขาคือสายเชือกเส้นบางที่ร้อยตัวคล้องอยู่กับไหลมน แค่ดึงออกเท่านั้นสิ่งกีดขวางผืนบางๆนี่ก็จะหลุด
คิดแบบนั้นมือก็ทำตามทันที
ว๊ากกกกกกกกกกกกกก ไม่เอานะ..ไม่อาววววววววววววว
เสียงกรีดร้องในใจดังขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อชุดกระโปรงถูกดึงออกไป
พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วยยยยยยยยยยยย
แล้วดูเหมือนสวรรค์จะยังปราณีลูกแกะน้อยเมื่อเสียงกระป๋องโค้กตกกระทบพื้นดังขึ้นขัดอารมณ์ของเจ้าชายหื่นกามได้สำเร็จ
แกร๊ง!!
คาโลหันขวับกลับไปยังทิศที่เกิดเสียง ตาสีฟ้าสวยหรี่ลงอย่างหงุดหงิดเมื่อได้เห็นหน้าบุคคลไม่พึงประสงค์ (ใครเข้ามาตอนนี้ก็ไม่พึงประสงค์ทั้งนั้นล่ะ เหอๆ)
“มีธุระอะไร คิล” เสียงที่ว่าไปนั้นฟังออกชัดว่าหงุดหงิดอย่างรุนแรง คิลยิ้มเจื่อน เกาหัวแกรกแก้เก้อ..
“เอ่อ..ฉัน..” ยังไม่ทันที่คิลจะได้พูดอะไรคาโลก็สวนเข้าให้ซะก่อน
“ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปซะ” แถมดันไล่ซะด้วย
คิลที่หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนได้แต่อ้ำอึ้ง ถึงแม้จากมุมที่มองจะไม่เห็นสภาพของเฟรินเพราะตัวคาโลปิดเอาไว้ก็เถอะแต่แค่ชุดของเจ้าหล่อนที่ถูกถอดกองอยู่กับพื้นแบบไม่ไยดีแค่นั้นก็เพียงพอที่จะรู้โดยไม่ต้องมานั่งเดากันแล้วล่ะ
“ง่ะ งั้นฉันขอตัว ไม่รบกวนแล้วล่ะ” คิลตอบอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันหลังเตรียมวิ่ง
“เดี๋ยวคิล!!อย่าเพิ่งไป!!” เสียงเฟรินร้องลั่น คิลหยุดกึกหันมามองเพียงเล็กน้อยก็ต้องรีบหันกลับไปเพราะตาสีฟ้าที่มองมาแบบกินเลือดกินเนื้อนั่นมาน่ากลัวน้อยอยู่เมื่อไหร่
“โทษทีว่ะเฟริน คราวนี้เอาตัวรอดเอาเองแล้วกัน” ว่าเสร็จนักฆ่าอ่อนหัดก็วิ่งจู๊ดหายไปทันที
เฟรินกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อตัวช่วยไร้ประโยชน์ที่สวรรค์ส่งมาวิ่งหายลับไปกับตา
สาวน้อยกระพริบตาปริบๆหันมาสบกับนัยน์ตาที่คุ้นเคยซึ่งทอดมองมาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนเจ้าตัวดีจะฉีกยิ้มแหยให้
“วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกันนะคาโล ฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว เอาไว้วันหลังก็แล้วกันนะ.. นะ” ว่าแบบกะเอาตัวรอดเต็มที่ แน่นอนว่าวันหลังที่ว่าชาติหน้าก็มาไม่ถึงแต่ใครจะไปประกาศให้หมอนี่มันรู้กันล่ะ
คาโลคลายมือออกเล็กน้อยเหมือนจะคล้อยตามให้เฟรินที่มองอยู่ยิ้มกริ่มแต่แล้วใบหน้าสลักกลับยิ้มกว้างขึ้นให้คนที่ยิ้มอยู่ตอนแรกหุบยิ้มลงฉับพลัน
“ถ้าเหนื่อยนักก็พักไปสิที่เหลือฉันจัดการเอง” คาโลว่าง่ายๆให้คนโดนกระทำแถบอยากจะลุกขึ้นเอาพระบาทยัน เสียแต่น้ำหนักที่กดทับลงมาทำให้ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิด
“ไม่..” คำปฏิเสธกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากได้รูปทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
ร่างเล็กสั่นสะท้านเมื่อมือร้อนลูบไล้ไปทั่วร่าง คาโลที่เห็นแบบนั้นจึงถอนริมฝีปากออกพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ
“ไม่ต้องกลัวเฟริน ฉันไม่เคยทำเธอเจ็บเลยซักครั้ง เธอก็รู้ดีไม่ใช่หรือ” คาโลว่าเสียงอ่อนให้ฝ่ายหญิงใจชื่นขึ้น แต่.. แต่ว่า..
นั้นมันไม่ใช่ปัญหาเฟ้ย!!
“มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้นนะ” เฟรินว่าเมื่อปากเป็นอิสระ “แต่ฉันไม่ชอบให้นายทำแบบนี้รู้เอาไว้ซะ” คำต่อว่าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มโกรธเลยแม้แต่น้อย คาโลกลับขยับยิ้มขึ้นอีก
“แต่ร่างกายกับคำพูดของนายน่ะ มันคนล่ะเรื่องเลยนะ” คาโลยิ้มให้กับหน้าที่แดงซ่านไปถึงหู เฟรินหันหน้าหลบไปด้านข้างทันทีแบบไม่กล้าสบสายตาก่อนจะพูดอ้อมแอ้มออกมาเบาๆ
“ไม่รู้ด้วยแล้ว”
คาโลยิ้มอ่อนโยนให้ก้มหน้าประทับจูบที่เรือนผมไล่ลงมายังเปลือกตาก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก “ฉันรักเธอนะเฟริน”
คำบอกรักง่ายๆแต่ทำให้คนฟังหัวใจพองโตได้อย่างน่าประหลาด เฟรินลืมตาขึ้นมองคนถือดีตรงๆด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อก่อนจะเบนสายตาหนีน้อยๆ “รู้แล้ว..นายบอกฉันเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้ง”
คาโลยิ้มจางๆให้ ขณะก้มลงกระซิบเบาๆที่ข้างหู “ฉันกลัวเธอจะลืม”
“บ้า.. ฉันไม่ความจำสั้นขนาดนั้นนะ”
“ถ้างั้น..”
“อะไร”
“เป็นของฉันนะ” คาโลของ่ายๆ ให้ฝ่ายหญิงสบถอุบแต่ไม่ได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มเมื่อเห็นแบบนั้นเลยเหมาเอาว่าอนุญาต ใบหน้าคมก้มต่ำลิ้มรสความหอมหวานจากเรือนร่างขณะที่มือก็จัดการกับพันธการสองชิ้นสุดท้ายออกจากร่างกายของหญิงสาว
จูบร้อนกดประทับจนทั่วร่างปรากฏรอยแดงเต็มไปทั่วโดยเฉพาะซอกคอและเนินอก ก่อนร่างสูงจะหยัดกายขึ้นจัดการถอดกางเกงของตัวออกบ้าง ดวงตาคู่สวยไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานที่มีเหงื่อผุดพลายแม้แต่น้อย ตาสีน้ำตาลนั่นหรี่ปรือแต่กลับเย้ายวนในเวลาเดียวกัน เรือนร่างเล็กขาวนวลตรงหน้าก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้พุ่งสูงขึ้นได้ไม่ยาก
คาโลเพ่งพินิจร่างของหญิงสาวที่กำลังหายใจหอบถี่ก่อนจะก้าวขึ้นเตียงทิ้งตัวลงนั่งอยู่เคียงข้าง มือใหญ่เอื้อมขึ้นลูบเรือนผมสีเปลือกไม้แผ่วเบาพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมน
“อีกแป๊บนะ” ชายหนุ่มกระซิบบอกเมื่อเห็นร่างตรงหน้าใกล้จะหลับเต็มทีด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ต้องถ่ายหนังติดต่อกันมาหลายวันแบบไม่ได้พักผ่อนก่อนจะยกกายขึ้นคร่อม
คาโลประกบปากเข้ากับเรียวปากสีกุหลาบอีกครั้งโดยมีเฟรินคอยกระชับกอดตัวเขาแน่น พร้อมกับตอบรับเขาเป็นอย่างดี ลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดรุกรับกันอย่างเป็นธรรมชาติเนินนานกว่าคนทั้งคู่จะยอมผละออกจากกัน ริมฝีปากร้อนไต่ล่ะไล่ลงยังเบื้องร่างอีกครั้งพร้อมกับซุกหน้าลงบนอกอิ่ม ขาแกร่งกดขาทั้งสองข้างของหญิงสาวให้แยกออกก่อนจะสอดแทรกร่างของตนเข้าไปภายใน
แขนเรียวที่กอดชายหนุ่มอยู่รัดแน่นขึ้นกระทันหัน สีหน้าแสดงความเจ็บปวดเมื่อร่างกายถูกล่วงล้ำ ร่างเล็กๆสั่นสะท้านหายใจถี่ คาโลหยุดการเคลื่อนไหวทันควันใบหน้าคมคายเงยขึ้นพร้อมกับประกบจูบที่ริมฝีปากเพื่อหันเหความสนใจ เมื่อเห็นว่าอาการเกร็งของหญิงสาวค่อยคลายลงร่างสูงจึงได้เคลื่อนไหวตัวอีกครั้งเพื่อหลอมรวมกายเป็นหนึ่ง
บทเพลงรักบรรเลงต่อไปท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องถ่ายที่หนึ่ง
ความรักที่ก่อตัวเริ่มโอบล้อมสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
แน่นแฟ้น ยาวนาน.. ด้วยสายใยรักที่ถักทอจากคนสองคน
สายใยรักที่ไม่ใช่ความรักเพียงแค่ในจอ..
///////////////////////////////////////////////////////////
เหอๆ อย่าไปคิดมากค่ะ ตอนนี้มาจากความบ้าของคนแต่ง และอารมณ์อันคั่งค้างของคนอ่านที่เก็บสะสมมานานหลายที.. ท้วงมาหลายรอบ ดังนั้นมันเลยออกมาเป็นตอนหื่นๆอันนี้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลักแต่อย่างใด
ถือว่าอ่านแก้ขัด เพราะตอนต่อไปจะเข้าเรื่องซีเรียสของเนื้อเรื่องจริงแล้ว
ดังนั้นห้ามพลาดนะคะ
บ๊ายบาย
RayGuard
ความคิดเห็น
คิลเนี่ยน้า เป็น กขค ตลอดศกจริงๆด้วย แต่คราวนี้คาโลเอาจริง
เลยเป็นกขค ไร้ประโยชน์ (ต่อเฟริน) ไปซะงั้น
จะรออ่านบทที่ 15 นะคะ
ป.ล. ขอบคุณเรย์จังที่ช่วยแต่งตอนพิเศษนะคะ อิอิ
ย้ากกกก...
หื่นจริงๆ ด้วย... แต่ก็ชอบฮ่ะ
ว่าแต่...ตอนก่อนๆ เวลาถ่ายทำฉากหื่นๆ คาโลยอมหยุดได้ไงเนี่ย
ไม่ได้เข้ามาหลายวันเรย์จังอัพได้ตั้วหลายตอนแล้ว โบก็ขออนุญาตเมนต์อันล่าสุดเลยน่ะ
ไม่ว่ากันน้ะจ้ะ แหมๆไหนอัลจังบอกว่าจะลงเรทคาโลเฟรินให้ไง ไหงตัดฉับซะงั้
เครีดยเลย...แกเครียดไรว่ะไอ้โบ =,.=+++
วันนนี้ไปก่อนล่ะ บ้ายบายๆ คิดถึงเรย์จังน้า
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เลือดหมดตัว
อ๋า ชอบตอนนี้ที่สุดเลยอะ ฮิฮิ (หน้าไอ้เปิ้ลเข้าโหมดหื่นแล้ว)
เฟรินทิ้งยาคุมไปแล้ว งั้นคราวนี้สมใจคาโลที่จะมีทายาทแล้วสินะ
อัพต่อเร็วๆ น๊า อยากอ่านต่อ ฮิฮิ
Up Quick Please
ดูท่าจะมีแต่คนชอบแหะ เหอๆ
รีบๆมาต่อนะคะ อยากอ่านใจจะขาด
ปล.ขอบคุณที่ไปอ่านฟิคของมิเนะค่า
เอิ๊อก!!
คาโลเอ่ย....
ว่าแต่เนื้อเรื่องหลักจะเครียดเเล้วเหรอค่ะ T T
เอิ้ก เย้ท่านอัลอุตสาห์แต่งให้ ไม่ต้องให้คนอ่านไปค้างเอง
งุ ต่อไปซีเรียสแล้วหรอ...
ไม่พลาดหรอกค่ะ
คราวนี้ท่านอัลแต่งหื่น เอิ๊กๆ นึกว่าจะปล่อยให้อารมณ์ค้างซะอีก ฮิฮุ
(หื่นจัง ตนอ่านน) เก่งจังเลยสุ่ต่อไปนะ
เลือดพุ่งอ่ะ
PS. ขอให้ความบ้าบารามอสจงอยู่คู่เรา อาเมน
ออกแนวหื่นแต่รักคนเขียนจังแต่งได้ไงเนี่ย-*-a
แต่งเยอะนะชอบๆ
สมกับอารมณืที่ค้างคา
หื่นได้จัยมั่กๆ
>////< ถูกใจท่านผู้อ่านอย่างแรง
วันนี้เอดินไดเร็กเซลล์ขอเสนอ!!
ถ่านยี้ห้อคาโล!!! จุดปุ๊ปติดปั๊ป!! ไม่สิ้นเปลืองเวลา!!
โอ้!!พระเจ้า เฟรินมันยอดมาก!!
เเละหากท่านโทรมาในครึ่งชั่วโมงนี้ท่านยังจะได้รับที่หลอมนำเเข็งขนาดพกพาอีกด้วย!!