บทเพลงที่ 14 คำทำนายชะตาชีวิต
เรื่องเล่าครั้งอดีตถูกถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกให้คาโลผู้ที่ไม่เคยได้ล่วงรู้ความจริงถึงกับนั่งนิ่งฟังด้วยความหดหู่ใจ แคลมองดูใบหน้าลูกชายด้วยรอยยิ้มปราณี มืออบอุ่นยังคงลูบไล้เส้นผมสีเงินนุ่มอย่างปลอบประโลมตลอดเวลา
“เจ้าคงจะคิดสินะว่าทำไมแม่ที่ควรจะตายไปแล้วถึงได้มานั่งคุยกับเจ้าอยู่แบบนี้ได้” แคลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคาโลก้มหน้านิ่งมานาน คาโลเงยหน้าขึ้นทันควันเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ลูกไม่เคยคิด..” แต่แล้วคำพูดกลับถูกหยุดไว้ด้วยรอยยิ้มของผู้เป็นแม่
“แม่เองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอกนะ” แคลว่าพร้อมทำท่าคิดบ้าง “แต่เท่าที่แม่รู้อาจจะเป็นเพราะไข่มุกดำที่แม่มี”
“ไข่มุกดำ??” คาโลว่าขึ้นอย่างแปลกใจ
“ลูกเองก็รู้จักไม่ใช่หรือ” แคลถามกลับพร้อมกับภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ฉายวาบขึ้นหลังดวงตาของจอมภูติสาว
“แต่ว่านั่น..” ถ้าหากสิ่งที่ช่วยท่านแม่คือไข่มุกดำ แล้วที่เฟรินใช้ไปล่ะ..
“ที่พวกลูกรู้มาก็คือเรื่องที่ว่า ไข่มุกดำเป็นสมบัติล้ำค่าที่หายสาบสูญไปจากสโนวแลนด์” แคลพูดขัดขึ้น รอยยิ้มอ่อนโยนยังไม่คลายลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอกัน “นั่นเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
“ไข่มุกดำในโลกนี้มีอยู่ทั้งหมดสามชิ้นด้วยกัน ทั้งสามชิ้นถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีด้วยการดูแลของสองในเจ็ดจอมภูติ และอีกชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นชิ้นที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากที่สุด..องค์ราชินีเฮลฟาผู้ปกครองสูงสุดแห่งสโนวแลนด์เป็นคนเก็บเอาไว้ด้วยตัวเอง” แคลมองสีหน้าสงบของลูกชายก่อนจะเล่าต่อ
“ไข่มุกทั้งสามชิ้นมีอำนาจไม่เท่ากัน ดังนั้นองค์ราชินีจึงได้คัดเลือกผู้ดูแลมันจากความไว้ใจที่พระองค์ทรงมีให้ โดยชิ้นใหญ่ที่สุดพระองค์เป็นผู้เก็บรักษาไว้เอง รองลงมา..” แคลล่ะสายตาจากคาโลมองออกไปนอกห้องยังทิศที่เฟรินยืนอยู่ก่อนพูดต่อ
“ชิ้นที่เฟลิโอน่าใช้ไปนั่นล่ะ.. คือชิ้นที่สอง” สีหน้าของคาโลฉายแววสงสัยขึ้นมาทันที
ถ้าหากการดูแลรักษาไข่มุกขึ้นกับความไว้ใจที่ราชินีเฮลฟามีให้ ถ้าเช่นนั้นไข่มุกเม็ดที่สองที่มีอำนาจรองลงมา.. ทำไมถึงไปตกอยู่ที่เรเน่ได้ แถมตอนหลังยังมาอยู่ที่เฟรินอีก..
เดี๋ยวสิ.. หากชิ้นที่สองสามารถชุบชีวิตได้ ถ้าเช่นนั้น..หากได้ชิ้นแรกมา ท่านแม่ก็..
“มันสายไปแล้วล่ะคาโล” แคลพูดตัดความคิดของลูกชายเรียกสายตาของคาโลให้เงยสบ
“ถึงแม้พลังของชิ้นแรกนั้นแม่จะไม่รู้ว่ามันมีมากขนาดไหนแต่ถ้าดูจากชิ้นที่อยู่กับเฟลิโอน่าแล้วหากชิ้นนั้นสามารถชุบชีวิตคนได้หนึ่งคน ชิ้นที่อยู่กับองค์ราชินีก็คงจะมีอำนาจมากกว่านั้น”
“ถ้างั้นทำไม..”
“ที่แม่ว่าสายไปแล้วน่ะหรือ” คาโลพยักหน้ารับ
“เพราะคนที่ใช้ไข่มุกไปแล้วครั้งหนึ่งจะใช้มันไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง แปลกดีใช่มั้ยล่ะ.. แต่เรื่องนี้องค์ราชินีทรงบอกกับแม่เอง ที่สำคัญไข่มุกที่ใช้การไปแล้วก็จะสลายไปทันทีใช้การไม่ได้อีก”
“ถ้าเช่นนั้น..แล้วไข่มุกที่อยู่กับท่าน..”
“แม่ใช้ไปแล้วล่ะ” แคลตอบทั้งๆที่คาโลยังพูดไม่จบ “ก่อนที่แม่จะตาย ความจริงแม่กะมอบไข่มุกให้กับบาโรแล้วฝากให้เขาให้ลูกต่ออีกทีหนึ่ง แต่ว่าตอนนั้นภาพอนาคตบางอย่างกลับฉายขึ้นมาในหัวของแม่ ทว่ามันกลับเลือนรางนักจนแม่ไม่แน่ใจแต่จากลางสังหรณ์ของแม่มันจะต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ดังนั้นหากเราจะป้องกันก็มีแต่ต้องรู้ให้แน่ชักเท่านั้นเพราะเหตุนี้แม่จึงตัดสินใจใช้ไข่มุก.. แต่น่าเสียดายที่ไข่มุกที่แม่ถือครองมีอำนาจมนต์ต่ำที่สุด มันทำได้แค่ยื้อชีวิตแม่เอาไว้เท่านั้น ดังนั้นแม่จึงทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพจำศีลเพื่อกักเก็บพลังให้มากที่สุดเพื่ออยู่รอให้ถึงวันที่เจ้าเติบโตและมีครอบครัว”
คำพูดของแคลสร้างสีหน้าสลดให้แก่คาโลทันที มือของผู้เป็นแม่ค่อยวางลงบนหลังมือของคาโลอย่างนุ่มนวลพร้อมกับบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจแต่การทำแบบนั้นกลับทำให้ขอบตาของชายหนุ่มร้อนผ่าวมากยิ่งขึ้น มืออีกข้างกำเข้าหากันแน่นในขณะที่ไหล่กว้างเริ่มสั่นเทิ้ม
ทำไม..
ทั้งๆที่คิดว่าได้ท่านแม่กลับคืนมาแล้ว..
ทำไม..
ท่านถึงจะจากไปเร็วนัก..
ท่านแม่..
แคลยิ้มเศร้าเมื่อได้ยินคำตัดพ้อในใจของลูกชายแต่แล้วใบหน้างามก็ปรับให้เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนได้อีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนจะเอ่ยต่อ
“ยามนี้..อนาคตที่แม่ได้เห็นในครานั้นมันแจ่มชัดในดวงตาของแม่แล้ว แต่การเข้าไปฝืนหรือเปลี่ยนแปลงจะยิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ได้กลับเลวร้ายจนยากจะคาดคิด” คาโลจำใจเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดไม่ให้สั่น
“มันเรื่องอะไรกันแน่ท่านแม่.. หรือจะเกี่ยวกับ เฟริน”
“ก็ไม่เชิง.. จะว่าเกี่ยวกับตัวเจ้าด้วยก็ได้” แคลตอบเรียบๆ “เพราะมันเป็นชะตาชีวิตของลูกเจ้า.. คาโล” คำตอบที่คาดไม่ถึงเรียกสีหน้างงงวยปรากฏขึ้น
“เกี่ยวกับลูก..ของลูกหรือ”
แคลพยักหน้ารับน้อยๆก่อนว่าต่อ “แม่ไม่อาจบอกอะไรเจ้าได้ตรงๆนัก คาโล เพราะการพูดไปนั้นจะทำให้ชะตากรรมเปลี่ยนแปลงและอาจนำไปสู่ทางที่เลวร้ายยิ่งกว่า แต่ยามใดที่ลูกของเจ้าเติบโตจนรู้ความ เมื่อนั้น..ขอให้เจ้าจงส่งต่อข้อความนี้แก่ลูกชายของเจ้าด้วย” แคลเงียบไปพักหนึ่งเหมือนจะสรรหาคำพูดที่ดีที่สุด ตาสีเงินหลุบลงก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้งรวดเร็วพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“..ยามที่เจ้าสิ้นหวังถึงขีดสุด โอรสแห่งสามสายเลือดเอ๋ย.. จงออกเดินทางไปยังดินแดนแห่งบรรพบุรุษพร้อมกับดาวนิล แล้วตามหาวงแหวนแห่งชะตา..และจงอย่าลืม เจ้าจงนำพาชีวิตของเจ้าไปด้วย เมื่อใดเจ้าทำสำเร็จ เมื่อนั้น..เจ้าจะได้สิ่งที่เจ้าปรารถนากลับคืน”
ใบหน้าของแคลกลับมาประดับรอยยิ้มอีกครั้ง “ลูกจำได้รึเปล่า”
“ครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงร่างของแคลกลับเปล่งแสงขึ้นพร้อมกับกายหยาบที่เริ่มเรือนรางลง
“ดูเหมือนเวลาของแม่จะหมดลงแล้วล่ะ” คาโลรีบคว้าแขนของแคลไว้ทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แคลเอื้อมมือขึ้นจับมือของลูกชายเอาไว้
“คาโล.. แม้ว่าแม่จะไม่อาจอยู่ข้างลูกได้แต่แม่อยากให้ลูกรู้ไว้นะว่า..” แขนสีขาวบริสุทธิ์ดึงรั้งร่างลูกชายมากอดเอาไว้แนบอก “แม่รักลูกนะ”
นัยน์ตาสีฟ้าครามเต็มไปด้วยหยาดน้ำ คาโลหลับตานิ่งก่อนจะเอื้อมมือกอดตอบผู้เป็นมารดาบ้าง
“ลูกก็รักท่าน..ท่านแม่” และแล้วร่างของแคลก็สลายไปพร้อมกับรอยยิ้มสุดท้าย
แม่ดีใจที่ได้เห็นหน้าเจ้าอีกครั้ง..คาโล
เขตแดนน้ำแข็งค่อยๆจางหายราวกับจะรับรู้ว่าร่างของผู้ที่ตนพิทักษ์จากไปแล้ว
จากไปชั่วนิรันดร์..
/////////////////////////////////////////////////////////////////
เฟรินที่ยืนอยู่ด้านนอนเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รอบด้านก็รับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นจึงได้ตัดสินใจหมุนตัวกลับแล้วเดินเข้าไปยังห้องด้านใน
ห้องที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังเกาะพราวไปด้วยน้ำแข็งบัดนี้กลับกลายเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมกว้างที่สร้างขึ้นจากดินสีน้ำตาลเท่านั้น
พื้นห้องที่เมื่อไร้น้ำแข็งหนาแน่นปกคลุมจึงได้ปรากฏวงแหวนขนาดใหญ่ที่เคยใช้ประกอบพิธีสะกดพลังให้กับคาโลเผยออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด มันเป็นวงแหวนสองวงซ้อนกันภายในวงแหวนวงในถูกขีดเป็นรูปดาวแปดแฉกโดยมีตัวอักษรประหลาดสลักไว้โดยรอบเต็มไปหมด และตรงกลางวงแหวนเวทนั่นเองร่างของคาโลยืนก้มหน้านิ่งอยู่
เฟรินเดินเข้าไปใกล้มือบางยกขึ้นแตะเข้าที่ต้นแขนขวาของชายหนุ่มเบาๆ ใบหน้าก็เงยขึ้นมองสบสายตาของชายคนรักที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ด้วยไรผมสีเงิน
“จะร้องไห้ก็ได้นะ” เฟรินพูดขึ้นแผ่วเบา ร่างสูงไหวตัวน้อยๆแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เห็นแบบนั้นเฟรินจึงเอื้อมมือขึ้นแล้วจับศีรษะของชายหนุ่มให้โน้มลงมาซบกับบ่าของตัวแทน
“หากน้ำตาจะทำให้นายสบายใจได้ก็ร้องเถอะ” คำพูดของเฟรินทำให้บ่ากว้างสั่นไหวน้อยๆ
“ฉันอยู่ที่นี่แล้ว คาโล.. เพราะงั้นร้องออกมาเถอะนะ” สิ้นคำร่างของหญิงสาวก็ถูกรวบเข้าหาตัวชายหนุ่มแน่น ใบหน้าคมคายซุกอยู่กับบ่าเล็ก ไม่มีเสียงสะอื้น แต่อาการสั่นไหวและความชื้นที่บ่าก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังร้องไห้ออกมาจริงๆ
มือบางลูบไล้เส้นผมสีเงินแผ่วเบาปลอบโยน สัมผัสนั้น..เหมือนกับที่แคลมอบให้ไม่มีผิด ทำให้คาโลกอดกระชับร่างบางแน่นขึ้น
“ต่อไปนี้นายจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว..” เฟรินพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องอยู่คนเดียวเด็ดขาด” สิ้นคำใบหน้าคมคายก็เงยขึ้นพร้อมกับดันตัวเฟรินออกน้อยๆ “ฉันจะคอยอยู่ข้างๆนายเอง” น้ำตาอีกสายไหลรินออกจากดวงตาสีฟ้าสวยไหลผ่านลงมายังข้างแก้ม
เมื่อได้เห็นน้ำตาของชายคนรักก็ทำเอาเฟรินที่มองอยู่อดที่จะร้องตามไม่ได้ มือบางเอื้อมขึ้นกอดรอบคอของชายหนุ่มขณะที่ตาสีน้ำตาลที่มีน้ำตาคลอหลับพริ้ม หญิงสาวเขย่งตัวขึ้นประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มไล่ขึ้นไปถึงดวงตาจูบซับน้ำตาแห่งความเศร้าก่อนจะผละออกอย่างเชื่องช้า
“ความโศกเศร้าของนาย..ฉันจะเป็นคนลบมันออกไปเอง” ว่าแล้วเฟรินก็ประกบริมฝีปากเข้ากับชายหนุ่มมอบสัมผัสนุ่มนวลอ่อนหวานให้
“ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหน” เฟรินว่าหลังจากผละริมฝีปากออกเล็กน้อยก่อนจะประกบเข้าไปใหม่ มือบางลูบไล้ลงมายังแผ่นอกกว้างก่อนปลดกระดุมเสื้อของคาโลออกทีละเม็ดโดยที่ริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี
“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกทิ้งลงกับพื้น ในขณะที่มือเรียวอีกข้างยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของชายหนุ่มเบาๆพร้อมกับริมฝีปากสีกุหลาบที่ประทับลงยังข้างแก้ม
“นี่เป็น..คำสัญญาชั่วชีวิต”
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
เหอๆ แล้วเราก็ตัดจบอีกจนได้ รู้สึกสงสารคาโลจนไม่ยากเขียนฉากอย่างว่าต่อ
ไปจิ้นเอาเองแล้วกัน ( -_-^ ผลักความรับผิดชอบ ฮิฮิ)
แล้วเจอกันตอนต่อไปค่ะ
RayGuard
11/10/2006
ความคิดเห็น
มาอ่านแล้วนะคะพี่เรย์ ยังหนุกหนานเช่นเคย ซึ้งจริงๆเลยค่ะ^o^
อ้อ แล้วก็ขอบคุณที่ไปอ่านแล้วก็เม้นฟิคของหนูทุกครั้งนะคะ ดีใจจริงๆ TT^TT
แต่ที่พี่เรย์เม้นว่า 'แปลงร่างเปยแวนเฮลซิ่ง'เนี่ย ฮามากๆเลยนะคะ^^
ยังไงๆก็พยายามเข้านะคะ ^^ สู้ๆค่า
จิ้นเองอีกแล้วเหอๆๆๆอ๊ากกกก
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ^^
สงสารจัง อ่านไปก็น้ำตาซึมไป
สงสาคาโล เจอแม่ไม่นก็ต้องจากไปแล้ว
เหอะ!! ท่านไปจิ้นเองเลยเรอะ!! (_ _") ไม่กล้าจิ้นกลัวมันเลยเถิด
แฮะๆ อัพต่อไวๆน่ะค่ะ
เย่ๆๆ ในที่สุดก้อมาลงตอนเก่าจนจบ แถมอัพตอนใหม่ให้อีก คนอะไรน่ารักขนาดนี้ ฮิฮิ
พอๆเลิกๆๆ ขอบคุนนะคับที่มาอัพให้ เศร้าจัง T_T ฮือๆๆ
สนุกมากคร้าบบบบบ ตอนหน้ามาอัพไวๆน้อ
ไปล่ะ บ๊ะบาย
คาโลน่าสงสาร แต่คำทำนายนั้นมันจะมีผลยังไงเหรอ คงอีกนานสิกว่าจะรู้
ว่าแต่เฟรินกะจะ........ในถ้ำจริงๆเหรอพื้นมันไม่ค่อยจะสะอาดนะ
รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ Rayจังแต่งสนุกมากเลย
แต่จะสนุกกว่านี้ถ้าไม่ตัดบท.......ออกไปนะคะ (แสดงความชอบส่วนตัวออกมาซะแล้ว อิอิ)
ตอนนี้คาโลน่าสงสารจัง T_T
ดีใจที่ในที่สุดท่านRayก็เอาตอนใหม่มาให้อ่านแล้ว ^O^
แต่ว่าท่านRayน่าจะช่วยจิ้นให้อ่านหน่อยนะ
เพราะขืนให้ไปจิ้นกันเองมีหวัง... (>~<) บรื๋อ!! ไม่อยากนึก
สงสารคาโลจังค่ะ T T แต่คาโลยังมีเฟรินนะ...
แอบเห็นด้วยกับท่านออโรร่า...เอ่อ พื้นที่มันไม่ค่อยเอื้ออำนวยเลยแหะ หุๆ ท่านจิ้นให้หน่อยสิค่ะ!!
เรื่องของท่านสนุกมากค่ะ...ว่าแล้วก็ไปอ่านบทเพลงต่อไป >O<
ซึ้งอีกรอบเฟรินกับคาโลน่ารักจังเลย
สัญญาชั่วชีวิต อิอิ สนุกมากๆๆเลยค่ะอ่านแล้วทำให้รุ้ตอนต่อไปสุดๆๆไปอ่านนะคะ
แง้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
TT^TT
น้ำตาไหลแล้ว
PS. ขอให้ความบ้าบารามอสจงอยู่คู่เรา อาเมน