เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 4 : สอง วันร่วมสกุล (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

ช่วงเดือนสามหมู่มวลบุปผาบานสะพรั่ง เผลอเพียงประเดี๋ยวเดียวก็ถึงวันมงคลขออี้เหวินเหอแล้ว

 

วันนี้อี้เหวินเหอตื่นเช้ากว่าทุกวัน ยามอิ๋น[1]เดินมาได้ครึ่งหนึ่ง ดวงตานางก็สว่างดังจันทร์เพ็ญแล้ว

 

ด้านบ่าวรับใช้ ได้ยินเสียงเคลื่อนขยับตัวก็ค่อยๆตามตะเกียงขึ้นอย่างรู้หน้าที่ ชั่วหนึ่งอึดใจเรือนนอนของอวี้เหวินเหอก็สว่างไสว คล้อยจากนั้นเสี่ยวชุนก็เยี่ยมหน้าเข้ามาทักทาย “คารวะคุณหนู เมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่เจ้าคะ”

 

ถึงเสี่ยวชุนจะยิ้มแย้มแจ่มใส แต่มีหรืออี้เหวินเหอจะจับสัมผัสไม่ได้ ว่าในน้ำเสียงของเสี่ยวชุนมีความกังวลประเภทหนึ่งแฝงอยู่ “เกิดอะไรขึ้นหรือ”

 

เสี่ยวชุนไม่กล้าสบตา รีบกลบเกลือนด้วยรอยยิ้มแล้วเข้ามาช่วยประคองอี้เหวินเหอ “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ”

 

อี้เหวินเหอจับมือเสี่ยวชุน แค่นถามด้วยเสียงเรียบ “เสี่ยวชุนมีอะไร”

 

สีหน้าเสี่ยวชุนเปลี่ยนเป็นหนักใจระคนสงสาร อี้เหวินเหอก็แทบจะทราบได้ทันที เห็นทีเรื่องที่ทำให้เสี่ยวชุนกังวลเช่นนี้คงเกี่ยวกับพี่เซียวอีโดยแน่ “เกี่ยวกับพี่เซียวอีใช่หรือไม่”

 

ตาเสี่ยวชุนบ่ายมองไปทางอื่น ก่อนขานรับด้วยเสียงเบา “เจ้าค่ะ”

 

มุมปากอี้เหวินเหอคลี่เป็นยิ้มน้อยๆ ขับเน้นใบหน้าให้ดูงดงามขึ้นดั่งภาพเขียนเลื่องชื่อ ทว่าภาพนี้กลับชวนดูให้เศร้าจับใจยิ่งนัก “เขายังอยู่กับเสิ่นเซียงมี่ใช่หรือไม่ หากเป็นเรื่องนั้นข้ารู้ตั้งแต่มีคนมากระซิบบอกเจ้าตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้วล่ะ”

 

“คุณหนู! บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ ที่ทำให้คุณหนูตื่นขึ้นมากลางดึก” เสี่ยวชุนตกใจยิ่งรีบทรุดตัวลงคุกเข่า โขกศีรษะเป็นการใหญ่

 

ทางอี้เหวินเหอกลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ดึงเสี่ยวชุนให้ลุกขึ้นยืน “ช่างเถอะ เจ้าลุกขึ้นเถิด รีบมาช่วยข้าแต่งตัว วันนี้เป็นวันมงคลของข้าเชียวนะ หากชักช้าบัดเดี๋ยวจะไม่ทันฤกษ์”

 

ดังนี้เสี่ยวชุนจึงรีบลุกขึ้น แล้วช่วยอี้เหวินหอแต่งตัว พร้อมกับสี่เหนียงผู้รอบรู้พิธีการ ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามอี้เหวินเหอก็งานพร้อมในชุดสีแดง พร้อมออกไปทำพิธีที่จวนกั๋วกงแล้ว

 

วุ่นกับการทำพิธีภายในอยู่พักใหญ่ ก็ได้เวลาที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องมาทำพิธีที่บ้านเจ้าสาว ทว่ารอจนจวนจะถึงฤกษ์แล้ว เจ้าบ่าวก็ยังคงไปรากฎตัว

 

ภายในจวนกั๋วกงเริ่มเดินเท้าไม่ติดพื้น กั๋วกงอี้เหวินเจียงสีหน้าคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อ เหลียวมองทางประตูด้วยแววตาเข้ม ครั้นสุดท้ายทนไม่ไหว จึงสั่งให้บ่าวรับใช้วิ่งไปดูที่ประตู “เจ้าไปดูสิ ว่าขบวนของเจ้าบ่าวมาแล้วหรือไม่”

 

“ขอรับ” บ่าวรับใช้ขานรับ พร้อมวิ่งฉิวออกไป

 

หายไปช่วงเวลาหนึ่ง บ่าวรับใช้คนนั้นก็วิ่งกลับมารายงานอย่างนบนอบ “ยังไม่เห็นขบวนเลยขอรับ”

 

เพลานี้ทั้งขบวนทั้งมโหรี ทั้งเจ้าบ่าว ต่างไม่เห็นเงาทั้งสิ้น

 

อี้เหวินเจียงได้ยินก็สบถออกมาเสียงดัง โทสะสูงหมื่นจั้งพวยพุ่งออกมาทางดวงตา “บัดซบ! สกุลเซียวคิดจะหยามหน้าสกุลเหวินอย่างรึ!”

 

เห็นท่านปู่อารมณ์ไม่สู้ดีแล้ว อี้เหวินเหอก็รีบเดินเข้าหา “ท่านปู่อย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ นี่ยังถึงฤกษ์เลยนะเจ้าคะ”

 

“ได้อย่างไรกัน เพลานี้เซียวอีคนนั้นสมควรจะมายืนอยู่เบื้องหน้าข้าแล้ว” อี้เหวินเจียงฉุนเฉียวไม่หาย จังหวะที่คิดว่าจะบันดาลโทสะออกมาให้สกุลเวียวไม่เหลือหน้า เสียงมโหรีก็พลันแว่วมา

 

บ่าวรับใช้ชายคนเดิมรีบวิ่งปรู๊ดออกไปหน้าประตูจวนอย่างรู้หน้าที พร้อมวิ่งกลับมารายงานอย่างเร็วไว “มาแล้วขอรับ ขบวนของเจ้าบ่าวมาแล้วขอรับ”

 

จบคำรายงานของบ่าวรับใช้ สีหน้าของอี้เหวินเจียงก็ดีขึ้นมาบ้าง จัดอารมณ์อยู่แวบหนึ่งก็สะบัดชายเสื้อเดินไปนั่งที่ม้านั่ง รอการมาของเจ้าบ่าวอย่างใจเย็น ทว่าที่เข้ามากลับมีเพียงบ่าวรับใช้คนสนิทของเซียวอี และไก่ตัวหนึ่งเพียงเท่านั้น!

 

ใบหน้าของอี้เหวินเจียงคล้ำลงในพริบตา! ดีดตัวลุกจากม้านั่งราวลูกไฟ “บัดซบ เซียวอีผู้นี้คิดจะดูแคลนข้าใช่หรือไม่”

 

ด้านอี้เหวินเหอเหลียวมองไก่ตัวหนึ่งด้วยหัวใจอันเจ็บหนึบ ทว่าสีหน้ายังคงเย่อหยิ่งสมกับเป็นอี้เหวินเหอผู้แสนเย่อหยิ่งและทระนง นางค่อยๆบ่ายหน้ามองบ่าวรับใช้ของเซียวอีช้าๆ บ่าวคนนี้ติดตามพี่เซียวอีมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนต่างแรกขานว่าออากู้ “อากู้ พี่เซียวอีเล่า”

 

อากู้น้ำท่วมปาก ตอบไปไม่เต็มเสียง “ท่านรองเจ้ากรมคลัง ตะ...ติดธุระด่วนขอรับ”

 

มุมปากอี้เหวินเหอกระดกขึ้นนิดๆ ตวัดมือเพียงครั้งหนึ่ง ผ้าคลุมหน้าก็ขึ้นไปเกี่ยวอยู่บนเครื่องสวมบนศีรษะแล้ว บ่าวรับใช้เห็นเช่นนั้นก็รีบก้มหน้าลงตามจิตสำนึก

 

ฝ่ายอี้เหวินเหอกลับเฉยชา นางรู้ว่านางกำลังผิดธรรมเนียม ทว่าพี่เซียวอีคนนั้นเป็นคนผิดธรรมเนียมก่อนมิใช่หรือ “เช่นนั้นหรอกหรือ เพราะติดธุระ พี่เซียวอีเลยมาไหว้ศาลบรรพชนของข้ามิได้ใช่หรือไม่”

 

“ใช่ขอรับ” อากู้พยักหน้า มือกอดไก่เอาไว้อย่างงันงก เผชิญหน้ากับอี้เหวินเหอคนนี้ทีไร อากู้รู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนกองไฟเสียทุกที

 

“เหอะ!” อวี้เหวินเหอ แค่นเสียงผ่านจมูก นางก้าวยาวๆไปคว้ากระบี่ออกมาจากข้างเอวขององครักษ์คนสนิทของท่านปู่ แล้วนำมาบั่นลงบนคอของไก่ตัวนั้นเสีย

 

“...” การกระทำของอี้เหวินเหอ ทำให้จวนกั๋วกงเงียบงันยิ่ง เกรงว่าเพลานี้เพียงเข็มด้ามหนึ่งตกลงพื้น คงได้ยินกันถ้วนทั่ว

 

ไก่ซึ่งมีชะตาน่าอนาจ ถูกบั่นคอชนิดที่เร็วเท่ากระพริบตาชีวิตก็ถูกพรากจากไปแล้ว ตัวยังคงกระตุกอยู่นิดๆ ทว่าไม่นานก็นิ่งสงบลงในอ้อมกอดของคนพามา

 

อากู้หลุบตามองไก่ลักษณะดีที่สิ้นชีพไปแล้วด้วยสีหน้าตกตะลึงพึงเพริด “คุณหนูห้า!”

 

อี้เหวินเหอไม่แม้จะชำเลืองตามอง นางหันไปส่งเสียงเรียกบ่าวห้องครัวคนหนึ่งให้มานำไก่ตัวนี้ไป “เจ้านำไก่ตัวนี้ไปทำน้ำแกง แล้วนำไปให้อากู้ ส่งไปมอบให้พี่เซียวอีเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนไปส่งที่ใด อากู้น่าจะรู้ดี!”

 

บ่าวคนนั้นเงอะงะอยู่ในช่วงแรก ทว่าหลังฟังคำสั่งด้วยเสียงดุดันเอาเรื่องของอี้เหวินเหอแล้ว แข้งขาก็กระฉับกระเฉงขึ้นมา ตัวเบาคล้ายเมฆ มือนึงคว้าตัวมือหนึ่งคว้าคอที่ขาดสะบั้น แล้วพาวิ่งกลับไปที่ห้องครัว

 

ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็กลับมาพร้อมโถลายวิจิตร ยื่นส่งให้อากู้ “น้ำแกงได้แล้วเจ้าค่ะ”

 

อากู้กับมาด้วยท่าทางเซ่อซ่า แข้งขายังคงชาจนแทบจะก้าวไม่ออก ทว่าเมื่อได้รับแววตาร้ายกาจเอาแต่ใจของอี้เหวินเหอ และอี้เหวินเจียงขาก็ก้าวออก รีบสับเท้าเดิน ก่อนหมุนตัวกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของอี้เหวินเหอ “อากู้!”

 

ชื่อเสียงฉาวโฉ่ของอี้เหวินเหอโด่งดังมา ไม่ใช่อากูจะไม่รู้ แต่พบเจอกับตาเช่นนี้ก็ตกตะลึงไม่น้อย จังหวะที่หันมาจึงดูเงอะงะเหลือประมาณ “ขะ...ขอรับ”

 

อี้เหวินเหอส่งสายตาให้เสี่ยวชุน “เสี่ยวชุน”

 

“เจ้าค่ะ คุณหนู” เสี่ยวชุนเข้าใจได้ในทันที รีบนำจดหมายที่คุณหนูเข้าไปเขียนเมื่อหนึ่งก้านธูปก่อน ออกมาส่งให้อากู้

 

ดวงตาของอากู้จับจ้องที่กระดาษแผ่นนั้นไม่วางตา ก่อนเร่งรีบไปโดยเร็ว

 

อากู้จากไปแล้วท่าทีแข็งกร้าวของอี้เหวินเหอก็อ่อนลง ดวงตาที่แข็งขืนเริ่มขึ้นเงาแดงระเรื่อ เพื่อแอบซ่อนความอ่อนแอ และด้วยเกรงว่าผู้ใดจะเห็น นางจึงดึงผ้าคลุมศีรษะคลุมใบหน้าตนเองอีกครั้ง

 

[1] ยามอิ๋น เวลา 3.00-5.00 น.

เปลี่ยนชื่อเรื่องจากฮูหยินสกุลเซียว เป็นเส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ เรื่องนี้จะเป็นแนวเล่าเรื่องชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักผู้ชายสักคน แต่ผู้ชายคนแรกที่ปักใจรักกลับไม่ใช่ลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง (ปกติซื้อหวย สองตัวยังถูกยากเลยค่ะ ดังนั้นผู้ชายก็เช่นกัน)

เรื่องนี้ไม่มีใครดี 100 % ไม่มีใครเลว 100 % แต่ละครมีเหตุผลของตัวเอง และเหตุผลของเรื่องราวจะทยอยออกมาเรื่อยๆ

อ่านไปช่วงนี้ ทุกคนจะเห็นว่า อี้เหวินเหอคือผู้หญิงที่ร้ายกาจ เพราะ แย่งคนรักของเพื่อนสนิท

เซียวอี คือชั่วช้า ที่ทิ้งภรรยา

เสิ่นเซียงมี่ คือผู้หญิงสารเลวที่แย่งสามีชาวบ้าน

และ...ลาไปก่อนนน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #508 echoesofsilence (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:25
    บทนี้คนอ่านสงสารไก่ค่ะ 5555
    #508
    0
  2. #367 Pujeap (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 09:34
    อ่านจนถึงตอนนี้ ยังไม่รู้สึกสงสารนางเอก เพราะนางไปบังคับเขาก่อนแท้ๆ
    #367
    0
  3. #260 555 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 07:04

    ในเมื่อเค้าไม่รักไม่ใส่ใจ ก็ถอยออกมาหาหลัวใไม่ไฉไลกว่าเก่าดีก่าน่ะ หุหุ

    #260
    1
    • #260-1 Ratphak(จากตอนที่ 4)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:52
      แน่นอนค่ะ
      #260-1
  4. #136 orn2515 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:34
    น่าสงสารไก่เเน้อ..ตายอนาจ
    #136
    1
    • #136-1 Ratphak(จากตอนที่ 4)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:02
      ไก่รับกรรม
      #136-1
  5. #129 krathi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 18:19
    เท่าที่อ่านแต่ละตัวละครมีเหตุและผลต่างออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำตัวแบบไหน แต่ทำตัวแบบเซียวอีไม่ชอบมาก ให้ความรู้สึกแบบพวกหัวชนฝาแต่ไม่กล้าเจอเหวินเหอ เพราะตั้งแต่อ่านมายังไม่เห็นมาเจอสักนิด แบบฉันไม่ชอบเธอไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่ชอบ เอาแต่พูดว่าปฏิเสธไม่ได้แต่ไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้นเพื่อคนที่ตัวเองรัก ขอบคุณค่ะ
    #129
    1
    • #129-1 Ratphak(จากตอนที่ 4)
      17 พฤษภาคม 2563 / 18:58
      ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านนะคะ และตัวละครมีเหตุผลของตัวเอง
      #129-1
  6. #46 srisupanuch (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:05
    อี้เหวินเหอเลวสุดเพราะเป็นคนเริ่มเรื่อง
    #46
    2
    • #46-1 Ratphak(จากตอนที่ 4)
      10 พฤษภาคม 2563 / 10:28
      อ่านตอนที่แปดยังคะนักอ่านที่รักของไรต์ ไรต์รู้ว่าสิ่งที่ว่าไรต์แต่มันชวนให้ขึ้นจริงๆ แต่คนเริ่มเรื่อง บัดซบนี้จริงคืออี้เหวินเจียงกั๋งกงกับฮูหยินผู้เฒ่าเซียวค่ะ เขาสองคนไปตกลงกัน อี้เหวินเหอนางยอมคงสถานะน้องสาวของเซียวอีมาตั้งนานแล้ว ที่นางแสดงวีรกรรมไล่บุรุษ เพราะนางคิดว่า ถ้าไม่ใช่เซียวอี นางก็จะอยู่ครองเป็นโสดเป็นชั่วชีวิต สุดท้ายเมื่อโดนอี้เหวินเจียงบังคับ ทั้งจากไร้หนทางและความไขว้เขวอี้เหวินเหอจึงยอมแต่ง แต่สุดท้ายผลที่นางได้รับคือเท่าทวีคูณเลยนะคะ
      #46-1
    • #46-2 poppular9515(จากตอนที่ 4)
      14 พฤษภาคม 2563 / 01:24
      อึดอัดมากก

      อนุญาตข้ามไปเลยได้มั้ยคะไรต์

      ฮื่ออออ
      #46-2
  7. #4 qxmxi_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:42
    อึดอัดมากแง้;-;
    #4
    1
    • #4-1 Ratphak(จากตอนที่ 4)
      3 พฤษภาคม 2563 / 06:39
      ให้นางเอกเขาทุกข์กบการรักผู้ชายที่รักตัวเองไปก่อนค่ะ
      #4-1