เพียงหนึ่งรักมั่นนิรันดร์กาล ( ชื่อเดิม เส้นทางชีวิตของอี้เหวินเหอ 一文河的生活之路)

ตอนที่ 5 : สอง วันร่วมสกุล (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

 

ในจวนกั๋วกงเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่มีใครล่วงรู้ ทว่าชาวเมืองก็ต่างเห็นว่าบ่าวรับใช้ของรองเจ้ากรมคลังเข้าไปในจวนพร้อมไก่ตัวหนึ่งได้ไม่นาน ก็กลับมาพร้อมกับโถใบโต ส่วนไก่ตัวนั้นหายไปที่ไหนเสียก็ไม่มีใครล่วงรู้

 

ทว่าเซียวอี ที่พักอยู่ในห้องพักของเสิ่นเซียงมี่รู้ ทันทีที่เห็นโถใบโต เซียวอีก็ปัดลงพื้นโดยไม่ต้องเปิดดู

 

โถมีราคาตกกระทบพื้นก็แตกดังเพล้ง ซากไก่กับน้ำแกงร้อนก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา เสิ่นเซียงมี่ตกใจยิ่ง รีบยกมือขึ้นกุมอก

 

ตาของเซียวอี คล้ายมีเส้นสีดำเส้นหนึ่งพาดอยู่ หันมองอากู้ด้วยท่าทางทึ่มทื่อยิ่ง “หญิงผู้นั้นกล่าวว่าอย่างไร”

 

อากู้พลันหนักอกหนักใจ “คุณหนูกล่าวว่า ให้ข้านำน้ำแกงไก่มาให้ท่านกินเพื่อบำรุงขอรับ”

 

พริบตาที่อากู้พูดจบ เซียวอีก็กระแทกกำปั้นลงเตียงทรุดตัวลงเป็นรู! ตาจ้องเขม็งที่ซากไก่ที่ยังไม่มีแม้จะถอนขน มีหรือที่เซียวอีจะไม่รู้ ว่าอี้เหวินเหอกำลังด่าเขาทางอ้อม “แล้วอย่างไรอีก”

 

เซียวอีเชื่อว่าอี้เหวินเหอไม่ได้ส่งมาเพียงซากไก่ตัวนี้แน่! 

 

ข่มความเลิ่กลั่กลนลานอยู่ชั่วครู่ อากู้ก็หยิบจดหมายที่อี้เหวินเหอเขียนส่งให้ “คุณหนูห้าฝากจดหมายมาให้ท่านขอรับ”

 

มือเซียวอีเอื้อมไปหยิบมาเปิดอ่าน เมื่อกวาดตาครบรอบหนึ่ง สีหน้าของเซียวอีก็บิดเบี้ยวเสียจนผิดรูป กระแทกกำปั้นเข้ากับพื้นเตียงซ้ำๆ “บัดซบ! สตรีนางนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว”

 

เสิ่นเซียงมี่รีบเข้าไปยุดมือของเซียวอีไว้ “พี่เซียวอีเจ้าคะ อย่าทำร้ายตัวเอง”

 

เสียงราวน้ำเย็นปะพรมของเสิ่นเซียงมี่ทำให้เซียวอีสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าความเคร่งเครียดบนดวงหน้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป “ขอบใจเจ้าที่เตือนสติข้า”

 

ทั้งๆที่โทสะลดลงแล้ว แต่คิ้วของเซียวอียังขมวดมุ่นเข้าหากันไม่เลิก เสิ่นเซียงมี่จึงถามด้วยน้ำเสียงฉ่ำเย็นเช่นเดิม “พี่เซียวอีเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ อี้เหวินเหอนางเขียนมาว่าอย่างไร”

 

แววตาของเซียวอีพลันบังเกิดความไม่พอใจขึ้นมาท่วมท้นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมขยับตัวลุกขึ้น “เซียงมี่ เอาไว้คืนนี้ข้าจะมาหาเจ้า”

 

เสิ่นเซียงมี่งันไปชั่วระยะหนึ่ง “อะไรนะเจ้าคะ ไหนว่าท่านจะอยู่กับข้า”

 

เซียวอีดึงมือของเสิ่นเซียงมี่ขึ้นมากอบกุม เอ่ยสองสามประโยคก็หมุนตัวจากไป “เซียงมี่ ข้าขอโทษด้วย แต่ข้าสัญญา ว่าคืนนี้ข้าจะมาอยู่กับเจ้า”

 

“เดี๋ยวสิเจ้าคะ พี่เซียวอี พี่เซียวอี” เสิ่นเซียงมี่วิ่งตามไป ทว่าก็ตามไม่ทัน ด้านอากู้เองก็โค้งศีรษะให้เสิ่นเซียงมี่เล็กน้อยแล้ววิ่งตามเซียวอีไป

 

เซียวอี้ด่วนจากไปโดยไม่อธิบายอะไรเช่นนี้ เสิ่นเซียงมี่ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง นางเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง แล้วทุบกำปั้นลงไปอย่างโกรธเกรี้ยว ครั้นหางตาชำเลืองเห็นจดหมายที่เซียวอีทำตกเอาไว้ นางก็คลี่ขึ้นเปิดอ่าน

 

ตัวอักษรงดงามที่นางฝึกเท่าไรก็มิอาจเทียบเคียงได้ปรากฏสู่ดวงตานาง

 

‘ท่านมีสกุลเซียวที่ต้องแบกรับ ข้าเองก็มีสกุลอี้เหวินให้แบกรับเช่นกัน สองสกุลต่างรู้หน้าที่ อย่าให้ข้ากับท่านย่าเซียวต้องแบกหน้าไปรับท่านที่สกุลอื่นเลย’

 

เครื่องหน้างดงามของเสิ่นเซียงมี่พลันบิดเบี้ยว ราวกับเซียวอีในเมื่อครู่ก่อนอย่างไม่ผิดเพี้ยน มือนางค่อยๆงองุ้มเป็นกำปั้นก่อนทุบลงบนเตียงเต็มแรง แค้นใจถึงขีดสุด “อี้เหวินเหอ ข้าเกลียดเจ้า ข้าเกลียดเจ้า!”

 

“คุณหนู อย่าทำร้ายตัวเองสิเจ้าคะ อย่า” ฉาฉารีบวิ่งเข้าไปห้าม กุมมือข้างนั้นอย่างถนอมแล้วเอ่ยให้สติในคราวเดียวกัน “คุณหนู ท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ต้องมิสติ ท่านต้องทะนุถนอมร่างกายเอาไว้ เพื่อให้ท่านรองเจ้ากรมคลังนะเจ้าคะ”

 

ริมฝีปากของเสิ่นเซียงมี่ขบกันแน่น นานทีเดียวกว่าจะสามารถข่มโทสะอันพลุ้งพล่านลงได้ “รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ แล้วเจ้าจะรู้ว่าสิ่งที่เจ้าทำมันไร้ค่าเพียงใด อี้เหวินเหอ”

 

 

จวนอี้เหวินขณะรอเจ้าบ่าว ช่างเงียบงันนัก บ่าวไพร่ทั้งชายหญิงต่างล้วนไม่กล้าขยับตัว แม้แต่หายใจปรับจังหวะให้เบาลงจนแทบไม่ได้ยินเสียง อี้เหวินเหอนั่งอยู่ด้านข้างท่านปู่ผู้มีสีหน้าอึมทึม ราวกับเมฆฝนกำลังตั้งเค้าอยู่ก็มิปาน

 

ช่วงเพลานี้ผู้คนคงอยากให้เวลาเดินเร็วขึ้นจนแทบขาดใจ แต่ดูเหมือนว่าจะมิได้ดั่งใจ เพราะเพลาในยามนี้เดินช้าเสียน่าใจหาย

 

“ยามใดแล้ว” อี้เหวินเจียงเอ่ย ไม่นานก็มีเสียงขานรับมาจากบ่าวไพร่มุมหนึ่ง

 

“อีกหนึ่งเค่อจะยามเว่ย[1]แล้วขอรับ”

 

หลังจากนั้นอี้เหวินเหอก็ได้ยินเสียง ข่มลมหายใจของท่านปู่ เป็นอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว หากอี้เหวินเหอจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สาม

 

เหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งเค่อ ก็จะพ้นฤกษ์ยามแล้ว

 

อี้เหวินเหอคิดอย่างเจ็บปวด อีกแค่หนึ่งชั่วยามก็จะเลยฤกษ์ ดูเหมือน ถึงแม้ว่านางจะยกฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวมาเป็นข้ออ้าง เซียวอีผู้นั้นก็ยังคงไม่ใยดี หรือคิดจะรักษาหน้านาง

 

“มาแล้วขอรับ ท่านรองเจ้ากรมคลังมาแล้ว” 

 

ขณะคิดอย่างปลงตกในชะตาของตนเอง เสียงบ่าวชายที่คุ้นหูของคนผู้หนึ่งก็ดังแว่วมา 

 

อี้เหวินเหอหันไปมองตามจิตสำนึก เบื้องหลังของบ่าวรับใช้ที่มีสีหน้าลิงโลด ปรากฏร่างของเซียวอีในชุดสีแดง เขามา...พี่เซียวอีมาแล้ว

 

 แม้สีหน้าของเซียวอีจะไม่ยินดียินร้าย ทว่าก็ยังดีที่เขายังมา อี้เหวินเหอเก็บงำความดีใจนี้เอาไว้แทบไม่มิด มือทั้งสองซึ่งกุมอยู่บนหน้าตักด้วยความเคร่งเครียดตลอดเวลาสั่นระริก จนเสี่ยวชุนที่อยู่ด้านข้างรู้สึกได้

 

เสี่ยวชุนเองก็รู้ดีว่าเพลานี้คุณหนูเปี่ยมสุขเพียงใด จึงจับมือนั้นอย่างให้กำลังใจ “คุณหนูระวังนะเจ้าคะ”

 

ในเมื่อเจ้าบ่าวมาแล้ว แม้จะหวิดเลยฤกษ์พิธี แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในพิธี กั๋วกงอี้เหวินเจียงเองก็ข่มโทสะได้เป็นเลิศ ให้คนเริ่มพิธีอย่างรวดเร็ว

 

ขณะร่วมกันทำพิธีที่จวนกั๋วกง อี้เหวินเหอสัมผัสได้ ถึงอายทมิฬที่แผ่ล้นจนเหมือนอาภรณ์ห่อหุ้มตัวเซียวอีขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง นางรู้ว่าเขาคงโกรธเนื้อความในจดหมายมาก ทว่านางเองก็ไร้ทางเลือกเช่นกัน

 

นาง...อวี้เหวินเหอไม่กลัวเสียหน้า ใครต่างต่อว่าด่าทอนางได้ทั้งนั้น ทว่ากับหน้าตาของสกุลอี้เหวิน นางมิอาจให้ถูกทำลายได้

 

ครุ่นคิดด้วยใจอันบอบช้ำ เผลอเพียงแวบเดียวพิธีที่จวนกั๋วกงก็เป็นอันจบสิ้นแล้ว ตัวอี้เหวินเหอถูกส่งขึ้นเกี้ยวแปดคนหาม หลังจากนั้นนางก็ไม่เห็นเซียวอีอีกเลย รู้แต่เพียงว่าเขาอยู่บนหลังม้าหน้าขบวน 

 

เชื่อว่าเพลานี้คงแสดงสีหน้าแข็งทื่ออยู่เป็นแน่

 

คงเหมือนเดิม... เหมือนกับเมื่อตอนนางยังเด็ก


 

[1] ยามเว่ย เวลา 13.00-15.00 น.

--------------------------------------

ระหว่างอี้เหวินเหอ นอกจากจะมีความรักและเกลียดจนสุดหัวใจ พวกเขายังมีหน้าตาของสกุลให้แบก หน่วงต่อไปสิ ต่อไปสิ

ปล. ตอนเย็นมาลงพาร์ทจบของตอนนี้ให้ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

545 ความคิดเห็น

  1. #544 chanutda180557 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 15:48
    อ่านมาถึงตอนนี้คือกำลังหาว่าเหตุผลอะไรที่นางเอกต้องทำอะไรที่บ้าบอขนาดนี้เพื่ออะไร
    #544
    0
  2. #509 echoesofsilence (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 11:29
    ไม่ออกความคิดเห็นถึงท่าทางเขียนนางร้ายให้ร้ายแบบในละคร ไม่ชอบเท่าไหร่แต่เข้าใจว่าเป็นสไตล์คนเขียน แต่ที่อยากด่าสุดคือเป็นถึงรองเจ้ากรม ทำอะไรตามอำเภอใจจนไม่น่าเชื่อว่าจะฉลาดตำแหน่งสูงได้
    #509
    0
  3. #481 salapaona (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 18:43
    หน่วงตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว
    #481
    0
  4. #415 BKJelly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 01:23

    อ่านแล้วรู้สึกแย่อะ...
    #415
    0
  5. #386 tararat-fah (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 13:31
    รู้ตัวว่าเขาไม่รักตั้งแต่แรกแล้วจะแต่งทำไม ผชชาติตระกูลดีๆมันมีคนเดียวหรือไง
    #386
    0
  6. #275 hatepolice (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 11:15

    นางคนนี้ก็อย่างไร อยากได้ผู้ชายแบบนี้เหลือเกิ๊น เห้อ น่าสงสาร ๆ ในความโง่เขลาของนางคนนี้จริง ๆ

    #275
    1
    • #275-1 Ratphak(จากตอนที่ 5)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:45
      โง่จริงๆค่ะนางเอกคนนี้
      #275-1
  7. #264 Bee_v7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 10:00
    เขาไม่รักก็ยังจะฝืน โง่ดักดาน
    #264
    1
    • #264-1 Ratphak(จากตอนที่ 5)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:50
      ต้องจับเอาหัวโขกกกก
      #264-1
  8. #186 dekzalove5363833 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:24
    สมรสพระราชทานไหมนิ ถ้าไม่ใช่ผช.ก็น่าจะปฏิเสธได้หรือป่าว รู้ว่ามีภาระสองสกุลแบกไว้ แต่ผช.ทำงี้คือโคตรไม่ไว้หน้าแม้แต่ตระกูลตัวเองอะ คนนี้พระเอกไหมนิ ดูจากคำโปรยเหมือนจะไม่ใช่หรือป่าว
    #186
    0
  9. #137 orn2515 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 20:40
    ต่างคนต่างแบกมีภาระ
    #137
    1
    • #137-1 Ratphak(จากตอนที่ 5)
      17 พฤษภาคม 2563 / 19:02
      ุกคนมีภาระ หน้าตาของสกุล สองบ่าหนักอึ้งมากๆเลยค่ะ
      #137-1
  10. #12 supakornseanla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 11:25
    เซียวอีก็แปลกเนาะชอยเซียวมี่ ที่ดูให้ท่า ไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ให้ผู้ชายเข้าห้องนอน
    #12
    1
    • #12-1 Ratphak(จากตอนที่ 5)
      7 พฤษภาคม 2563 / 11:38
      นี่ล่ะค่ะผู้ชาย หลงไปกับเปลือกนอกของมารยาหญิง ชอบเปลือกที่สวยงาม ชอบผู้หญิงหัวอ่อน สามารถชี้ไปซ้ายขวาได้ (โดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว มันเป็นแค่เปลือก จริงๆผู้หญิงต่างหากที่กำลัง ควบคุมตัวเองอยู่) ส่วนคนที่รักจริง ทำเป็นมองไม่เห็น
      #12-1