(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 17 : รอคอย [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่ 

รอคอย [1-2]


หลังโดนจ้าวฮูหยินปฏิเสธไม่ให้เข้าพบครบสามครั้ง เหว่ยชิงก็ตัดสินใจไม่ไปที่จวนแม่ทัพจ้าวอีก


ช่วงหลายวันมานี้ จักรพรรดิเรียกขุนนางเข้าพบตั้งแต่ฟ้าสางยันฟ้ามืด ไป๋หมิงเยวี่ยก็หายหน้าหายตาไร้ซึ่งข่าวคราว ได้แต่ชะเง้อคอยมองฝั่งตรงข้ามถ่างตารอเกี้ยวของอีกฝ่ายกลับมาก่อนจึงยอมเข้านอน


ถึงจะอยากรู้เรื่องของไป๋หมิงเยวี่ยแต่เหว่ยชิงกลับไม่กล้าโผล่หน้าไปฝั่งตรงข้าม จะลอบข้ามกำแพงเข้าไปหาก็ทำไม่ได้ เพราะองครักษ์ของอีกฝ่ายมีฝีมือมากพอที่จะรู้ถึงตัวตนของเขาได้ตั้งแต่ยังไม่กระโดดข้ามกำแพง


แม้จะไม่มีใครขัดขวางทั้งยังมีท่าทางเชื้อเชิญ แต่เขาไม่หน้าหนาพอที่จะบุกเข้าไปจึงได้แต่แอบมองอยู่บนต้นไม้ฝั่งรั้วบ้านตัวเองตาละห้อย


เหว่ยชิงตื่นเช้านอนดึกหลายวันเข้าก็เริ่มล้า ขนาดเขาแค่ตื่นเช้าและรอเข้านอนให้พร้อมอีกฝ่ายยังรู้สึกเหนื่อย แล้วไป๋หมิงเยวี่ยที่ต้องใช้สมองทำงานทั้งวันเล่าจะรู้สึกอย่างไร


ความเป็นห่วงทำให้เหว่ยชิงรู้สึกกระวนกระวายใจ เขากังวลเรื่องไป๋หมิงเยวี่ยจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน กระทั่งวันที่เจ็ด เขาก็ตื่นไม่ทันเวลาที่ไป๋หมิงเยวี่ยต้องออกจากวัง


เหว่ยชิงรู้ตัวแล้วว่าเขาเป็นห่วงไป๋หมิงเยวี่ยมากเสียจนการแอบมองบนต้นไม้ไม่สามารถบรรเทาให้มันบางเบาลงได้ จึงตัดสินใจชักชวนเหว่ยถิงออกไปซื้อของบำรุงร่างกายเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าพบ...ไม่ใช่สิ! ขอแค่ได้รู้ข่าวคราวของอีกฝ่ายว่าสบายดีหรือไม่เขาก็พอใจแล้ว!

 





เขาเป็นถึงจวิ้นอ๋องของเหล่านี้นับเป็นอะไรได้เหว่ยถิงบ่นขณะเดินเข้าร้านขายสมุนไพรเป็นร้านที่สาม แทนที่จะให้ของที่เขามีอยู่แล้ว เจ้าไปช่วยนวดผ่อนคลายให้เขาด้วยตัวเองไม่ดีกว่าหรือ ฝีมือการนวดของเจ้าเป็นหนึ่งไม่มีสอง ขนาดท่านปู่ยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก ดีกว่าของที่มีดาษดื่นตามท้องตลาดพวกนี้ตั้งเยอะ


แค่เวลานอนเขายังแทบจะไม่มี แล้วเขาจะมีเวลามาเจอข้าได้อย่างไร” เหว่ยชิงพูดด้วยท่าทางอับจน แต่พอเห็นสายตาไม่ย่อท้อของลูกพี่ลูกน้องสาวก็ต้องส่ายหน้าเอ่ยแย้งเสียงสูง


เขาเป็นใคร ข้าเป็นใคร จะให้ข้ากระโดดเข้าไปเสนอตัวขอนวดให้เขาได้อย่างไร ข้าจะไม่โดนจับด้วยข้อหาล่วงเกินเบื้องสูงหรือ?!”


เขาอยากให้เจ้าล่วงเกินจะแย่เหว่ยถิงพูดพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง จะซื้ออะไรก็รีบซื้อเถอะ ใช้เวลาไปมากแล้ว เดี๋ยวเอาของไปส่งให้เขาไม่ทัน


ข้ายังได้ของไม่ครบ” เหว่ยชิงมองของที่ถือเต็มสองมือแต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจ จึงคิดเดินต่ออีกสักพัก 


กลับไปถึงก็คงเย็นมากแล้ว ค่อยไปพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” 


เหว่ยถิงได้ยินเช่นนั้นจึงตัดสินใจหนีกลับบ้านและทิ้งให้เหว่ยชิงต้องเดินซื้อของต่อคนเดียว


เหว่ยชิงเดินซื้อของต่อจนฟ้ามืด พอกลับถึงบ้านก็ต้องคัดต้องเลือกของอีกรอบ กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็เลยเวลาที่ไป๋หมิงเยวี่ยกลับมาจากวังหลวงไปนานแล้ว


เมื่อพบว่าตัวเองคลาดกับอีกฝ่าย เหว่ยชิงก็กลับไปเข้านอนด้วยความเสียดาย โดยไม่รู้เลยว่าการหายไปของเขาในเช้าวันนี้ทำให้คนบางคนมีท่าทางกระวนกระวายใจจนจักรพรรดิยอมรับสั่งให้เหล่าขุนนางได้หยุดพักผ่อนหนึ่งวัน

 





บรรยากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย ดวงดาวพร่างพราวแต่งแต้มเต็มท้องฟ้า จิ้งหรีดส่งเสียงเรไรเป็นท่วงทำนองขับกล่อม เหว่ยชิงที่กำลังนอนฝันหวานกลับรู้สึกเหมือนโดนลูบหน้าลูบตาราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามก่อกวนให้เขาตื่น


อืม” เหว่ยชิงพลิกตัวหนีกระเถิบกายเข้าไปด้านในเพราะคิดว่าเด็ก ๆ ต้องการปลุกให้เขาลุกไปกินมื้อเช้าด้วยกัน ถ้าหิวก็กินกันไปก่อนไม่ต้องรอข้า


แต่ผู้บุกรุกกลับไม่ยอมล่าถอย ก้าวขึ้นมาบนเตียงโดยไม่บอกกล่าว และยังคงพยายามก่อกวนต่อ


ข้ายังไม่หิว


เสียงนุ่มทุ้มอันแสนคุ้นเคยและฝ่ามือหนาที่รั้งตัวเขาเข้าไปในอ้อมกอดอย่างเอาแต่ใจทำให้เหว่ยชิงตื่นเต็มตา เขาค่อย ๆ หมุนกลับไปเผชิญหน้าผู้บุกรุกอย่างช้า ๆ พอเห็นใบหน้าของคนที่คิดถึงมาตลอดหลายวันก็ได้แต่อ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูก


จ..เจ้าไม่เข้าวังหรือเหว่ยชิงพยายามกระเถิบถอยหลังให้ห่างจากอีกฝ่ายแต่เตียงของเขาช่างคับแคบ ขยับตัวแค่สองครั้งแผ่นหลังก็ชิดผนังแล้ว


เมื่อเห็นว่าเหว่ยชิงมีท่าทีอึดอัดไป๋หมิงเยวี่ยก็คลายแรงกอด เปลี่ยนเป็นโอบเอาไว้หลวม ๆ แทน


วันนี้ข้าว่างเลยอยากมาชดเชยที่เคยผิดสัญญา


ชดเชย?”


อืม วันนี้ข้าจะอยู่กับท่านทั้งวัน


ไป๋หมิงเยวี่ยเท้าแขนนอนตะแคงมองเหว่ยชิงด้วยรอยยิ้ม มือข้างที่โอบเหว่ยชิงคอยลูบไหล่ ลูบหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ลงต่ำ...


หยุด! หยุดก่อน!” 


เหว่ยชิงสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้รับสัมผัสของ คนกันเอง’ ที่ห่างหายไปนาน ก่อนจะเหลือบมองไปนอกหน้าต่างสลับกับประตูด้วยความร้อนรน ถ้ามีคนมาเจอเข้าจะทำอย่างไร


ไป๋หมิงเยวี่ยหลุดหัวเราะทันทีที่เห็นท่าทางเหมือนคนกำลังลักลอบกระทำความผิดของเหว่ยชิง เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะโวยวาย ต่อต้าน และผลักไส แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลว่าจะโดนคนในบ้านจับได้ว่าแอบเอาเขาเข้าห้อง


พี่ชิงของเขาน่ารักเกินไปแล้ว!


เสียงหัวเราะที่นาน ๆ จะได้ยินครั้งทำให้เหว่ยชิงหยุดลุกลี้ลุกลนและหันมาสนใจใบหน้าของไป๋หมิงเยวี่ย นอกจากรอยคล้ำจาง ๆ ที่ใต้ตา ทุกอย่างยังคงสมบูรณ์แบบจนเขาเผลอขยับเข้าไปมองใกล้ ๆ


ประตูถูกลงกลอนเอาไว้แล้ว ไม่มีใครเข้ามาหรอก” ไป๋หมิงเยวี่ยขยับเข้าหาคนที่เคลื่อนตัวเข้ามาด้วยรอยยิ้มละมุนเอ่ยเสียงหยอกเย้าแต่ถ้ามีคนเข้ามาก็ดี จะได้เข้าใจถูกต้องกันเสียที


ขะ เข้าใจเรื่องอะไร?”


เหว่ยชิงเหม่อถามเสียงอ้ำอึ้ง สายตาถูกตรึงไว้กับใบหน้างดงามชวนลุ่มหลงของคนตรงหน้า


เข้าใจว่าข้า...” ไป๋หมิงเยวี่ยพูดได้เท่านั้นก็หลุบตาลง


เหว่ยชิงเห็นอีกฝ่ายหยุดพูดด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยหัวใจพลันเต้นแรง ดวงตาตรึงอยู่ที่ริมฝีปากได้รูปด้วยใจจดจ่อ ก่อนเสียงนุ่มทุ้มมีเสน่ห์จะดังขึ้น


ข้าชอบท่าน


ไป๋หมิงเยวี่ยพูดจบก็กดจูบเบา ๆ บนริมฝีปากของเหว่ยชิงก่อนจะผละตัวออกไป คำพูดและการกระทำที่มาไวไปไวเช่นนี้ทำให้เหว่ยชิงที่นิ่งค้างอยู่ท่าเดิมต้องใช้เวลาครู่หนึ่งถึงจะรู้สึกตัว


ความรู้สึกของข้าท่านรับรู้หมดแล้วไป๋หมิงเยวี่ยมองมาด้วยดวงตาพราวระยับ จะรับมันไว้หรือจะผลักไสทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านพูดจบจึงยื่นมือขึ้นมาลูบใบหน้าของเหว่ยชิงอย่างอ่อนโยน แววตาบ่งบอกถึงความตั้งใจที่ไม่มีวันสั่นคลอน


“…”


เมื่อเหว่ยชิงตระหนักได้ว่าตัวเองเพิ่งโดนเกี้ยวพาชุดใหญ่ ทั้งยังโดนขโมยจูบโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าพลันร้อนผ่าว เกรงว่ายามนี้ทั้งหน้าทั้งหูของเขาคงจะแดงเหมือนกุ้งต้มสุกอยู่เป็นแน่


คำสารภาพในครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงชวนอ่อนระทวยเหมือนครั้งก่อน แต่ความหนักแน่นในน้ำเสียงและสายตาที่บ่งบอกว่าเอาจริงของไป๋หมิงเยวี่ยล้วนทำให้เขาใจเต้นระรัวได้ไม่แพ้กัน


อา...ไม่ไหว” เหว่ยชิงได้แต่พูดงึมงำก้มหน้าลงไม่กล้าสบสายตากับคนตรงหน้า 


ไป๋หมิงเยวี่ยที่เปิดเผยเช่นนี้ ไป๋หมิงเยวี่ยที่เสน่ห์เหลือล้นเช่นนี้ เขาสู้ไม่ไหว!


หลายวันมานี้เขาสู้อุตส่าห์พยายามครุ่นคิดตั้งมากมายว่าจะตัดใจจากไป๋หมิงเยวี่ยอย่างไร แต่พอได้ยินคำพูดอันแสนชัดเจนจากอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่าตัวเองใช้สมองไปอย่างไร้ค่าใช้เวลาคร่ำครวญอบ่างเสียเปล่าเพราะเขายังไม่อยากตัดใจ


ในเมื่อจ้าวหรานไม่อยากแต่งกับเขา ไม่ใช่สิ! ไม่มีสตรีนางใดอยากแต่งให้เขา เขาก็จะไม่สนเรื่องแต่งงานแล้ว หน้าที่สืบสกุลปล่อยให้เป็นของอี้เจี้ยนกับอี้เทียนไปก็แล้วกัน 


ส่วนเรื่องฟื้นฟูชื่อเสียงของตระกูลเหว่ย เพื่อให้ฐานะตนเองเหมาะสมกับหมิงเยวี่ย...


เหว่ยชิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่เต้นแรง แต่พอเห็นใบหน้างดงามสูงส่งเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขาความมั่นใจที่มีพลันหายวับ


เฮ้อ...” เหว่ยชิงพ่นลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยายามสอบขุนนางมาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จสักครั้ง เกรงว่าหากเขาอยากจะให้ผู้คนยอมรับและสามารถยืนทัดเทียมกับไป๋หมิงเยวี่ยได้ คงต้องไปเลือกสมัครเป็นทหาร เจริญรอยตามทานปู่ ท่านลุง และบิดาแทนเสียแล้ว


ถึงจะถูกท่านปู่ห้ามเพราะเขาหัวทึบเกินกว่าจะเป็นผู้นำใคร แต่ถ้าเป็นทหาร เขาอาจจะสามารถใช้ความสามารถด้านการต่อสู้สร้างความดีความชอบจนคว้าตำแหน่งขุนนางขั้นกลางมาได้...


ไป๋หมิงเยวี่ยมองเหว่ยชิงเปลี่ยนสีหน้าไปมาอย่างเพลิดเพลิน แม้จะไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าและสายตามาดมั่นนั้นคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็พอเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องของเขาถึงเจ็ดในสิบส่วน


เขารู้ได้อย่างไรน่ะหรือก็สายตาที่เหลือบมองมาเป็นระยะ ๆ ของอีกฝ่ายดูโจ่งแจ้งถึงเพียงนั้น ไม่ได้คิดเรื่องเขาแล้วจะคิดเรื่องของใคร


แม้จะพอใจที่เหว่ยชิงกำลังคิดเรื่องของตัวเอง แต่เขาอยู่ตรงหน้าก็ควรสนใจเขาก่อนมิใช่หรือ


คิดได้เช่นนั้นไป๋หมิงเยวี่ยก็ขยับมือกลับไปโอบกอดอีกฝ่าย แล้วกระชับอ้อมกอดเบา ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจกลับมาที่ตัวเอง


ตั้งแต่กลับมาถึงเมืองหลวงข้าก็นอนไม่ค่อยหลับ ตอนนี้เพิ่งยามโฉ่ว (01.00 น. จนถึง 02.59 น.) พวกเรานอนกันต่ออีกหน่อยเถิด


เสียงกระซิบแผ่วเบาข้าง ๆ หูทำให้เหว่ยชิงหลุดออกจากภวังค์ความคิด เมื่อเห็นไป๋หมิงเยวี่ยปรือตาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน ใจของเขาพลันอ่อนยวบและรีบโอบกอดอีกฝ่ายกลับก่อนจะตบหลังเบา ๆ เหมือนยามที่เขากล่อมหลาน ๆ เข้านอน


เจ้าเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วยามจะรีบตื่นมาทำไม ข้ารู้ว่าเจ้าอยากชดเชยให้ข้าแต่ก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนมิใช่หรือ เมื่อวานข้าซื้อสมุนไพรบำรุงร่างกายมาหลายอย่าง ไม่รู้ว่าที่วังของเจ้าจะมีหรือไม่ แต่เหลือดีกว่าขาด หมั่นต้มกินบ่อย ๆ ไม่นานก็หมด...


ไป๋หมิงเยวี่ยขยับตัวซุกตรงซอกคอของเหว่ยชิงก่อนจะหลับตา กลิ่นหอมบางเบาและเสียงบ่นพึมพำจากคนตรงหน้าทำให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว 


เหว่ยชิงบ่นไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอจากไป๋หมิงเยวี่ย สายตาเหลือบมองไปนอกหน้าต่างที่เปิดกว้างกว่าตอนก่อนเข้านอน นอกจากเสียงลมและจิ้งหรีดแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีก


เขาเชื่อแล้วว่าอีกฝ่ายรีบมาหาเขา ถึงขั้นลงทุนแอบปีนเข้ามาทางหน้าต่าง ทำตัวเหมือนโจรเด็ดบุปผาทั้ง ๆ ที่รออีกไม่กี่ชั่วยามก็สามารถเดินผ่านประตูเข้ามาอย่างสบาย ๆ ได้แล้วแท้ ๆ


ดูท่าเขาคงติดสินบนคนเฝ้าประตูคฤหาสน์ก่อนจะปีนเข้ามาโดยไม่คิดจะรักษาหน้าตาในฐานะจวิ้นอ๋องของตัวเอง...


เจ้าแสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ แล้วข้าจะถอนตัวได้อย่างไร” 


เหว่ยชิงบ่นพึมพำนอนมองใบหน้าหล่อเหลาหลับตาพริ้มอย่างหมั่นไส้ แม้จะกังวลว่าหลาน ๆ อาจจะพังประตูเข้ามาก่อกวนในยามเช้าอยู่บ้าง แต่ใต้ตาดำคล้ำและสีหน้าเหนื่อยล้าของอีกฝ่ายทำให้เขายอมหลับตาทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในท่าโอบกอดซึ่งกันและกัน 


เอาเถิด หากมีใครมาเห็น ก็ค่อยโกหกไปว่าคนตรงหน้านอนไม่หลับจึงมาขอให้เขาช่วยกล่อมก็ใช้ได้แล้ว


พอคิดข้ออ้างให้กับสภาพในยามนี้เสร็จ เหว่ยชิงก็เข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างสบายใจ


...............



วันนี้ของดละครโรงเล็กนะคะ เสี่ยวชิงกับหมิงเยวี่ยหลับอยู่ ต่ายไม่กล้ารบกวนจริง ๆ ค่ะ >///<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #341 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:41
    พระเอกเหมือนหมาตัวโน้ยๆเลยอะ
    #341
    0
  2. #256 jeep2ornm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    ละครโรงเล็กสนุกอ่ะ.. ชอบอ่านนะ
    #256
    0
  3. #234 chira10127 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:02
    น่ารักๆๆๆๆๆ
    #234
    0
  4. วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 21:58
    โอ้ยยยย ทนทนรอไม่ไหวเลยปีนมาหาถึงเตียง น่าร๊ากกกกกก
    #77
    0