เมทผมเป็นผู้หญิง!! (Nielong)

ตอนที่ 7 : เพื่อนเพื่อน{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    17 มี.ค. 61




***มีคำหยาบเพื่ออรรถรสนะจ๊ะ***







"มากันทำไมเนี่ย"ร่างสูงในชุดเสื้อกล้ามกางเกงบอลยืนอยู่หน้าประตูห้องเอ่ยถามแขกไม่ได้รับเชิญจำนวนหกคนถ้วนที่มายืนออกันอยู่หน้าประตูห้อง2510


ขนกันมาอะไรเบอร์นี้วะเนี่ย วันนี้วันหยุดเขาก็จะไม่มีเวลาส่วนตัวได้พักใช่ไหม!


"ก็เอมไม่สบายพวกกูเลยมาเยี่ยม"จิณณ์ที่สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการมาห้องเพื่อนพูดขึ้นทำให้เวทิศและจรัสกรพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย


เพราะจิณณ์ไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าเจอดิฐวัฒน์ไปซื้อเจลลดไข้ที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่างหอในตอนดึกเนื่องจากรูมเมทไม่สบายพวกเขาจึงตกลงกันว่าจะมาเยี่ยมคนป่วยที่ห้อง แล้วเวทิศกับจรัสกรซึ่งเป็นเพื่อนกับอริญชย์ก็เป็นห่วงเหมือนกันจึงขอตามมาด้วย


จำนวนคนเลยเยอะอย่างที่เห็น


"ไอ้สัดแล้วก็ไม่บอกกูก่อนเลยนะมึง"ดิฐวัฒน์บ่นออกมา ผมหนาสีอ่อนถูกขยี้จนยุ่งฟู


ที่จริงเขาพึ่งตื่นและอาบน้ำเสร็จได้ไม่นานนี้เอง ตอนตื่นมาก็เห็นคนป่วยที่แปะเจลลดไข้บนหน้าผากมายืนจ้องตาแป๋วอยู่ข้างเตียงอยู่ก่อนแล้ว


หลังจากถามไถ่อาการกันนิดหน่อยรูมเมทตัวบางก็ขอตัวไปอาบน้ำเพราะเหนียวตัวดิฐวัฒน์ที่เห็นว่าอีกคนอาการดีขึ้นมากแล้วก็เลยยอมให้ไปอาบน้ำได้แต่ก็กำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามสระผมเด็ดขาด


และเด็กดีก็ไม่ได้ขัดคำสั่งอะไรเขาจึงเข้าไปอาบน้ำต่อ หลังอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันได้ทำอะไรเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น ร่างสูงที่เห็นว่าเพื่อนร่วมห้องกำลังนั่งทำการบ้านอยู่จึงเดินไปเปิดเอง


แล้วก็เจอหน้าแป้นแล้นของเพื่อนที่เขาเบื่อขี้หน้าเต็มทน


วันหยุดก็ยังต้องเจอกันอีก!


"น่า~นี่กูซื้อของกินมาด้วยนะเนี่ย"จุมพลพูดขึ้นทำให้ลงกาต้องชูถุงขนมและเครื่องดื่มที่ถืออยู่ในมือขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูประกอบคำพูด

"แม่ง..."ร่างสูงเจ้าของห้องกรอกตาอย่างเซ็งๆแต่ก็ยอมหลบให้เพื่อนเข้ามาภายในห้องแต่โดยดี


ถึงไม่ให้เข้ายังไงพวกมันก็เข้ามาอยู่ดีนั่นแหละ


"โหย~ห้องสะอาดจนแปลกตา อย่างกับเข้าห้องผิด"จิณณ์มองไปรอบห้องอย่างไม่คุ้นชินนัก

"เว่อร์ไอ้สัด กูก็ไม่ได้ซกมกขนาดนั้นมะ"เจ้าของห้องจิกตาใส่เพื่อน


เขาไม่ใช่คนซกมกสักหน่อยแค่ขี้เกียจทำเลยปล่อยมันไว้อย่างนั้นห้องมันก็เลยรก ตอนที่จิณณ์อยู่ด้วยมันก็ไม่ยอมทำเลยอยู่รกๆด้วยกันแบบนั้น แต่ตอนนี้เขาวางอะไรผิดที่อริญชย์ก็คอยมาเก็บมันเข้าที่ให้ เขาทำห้องรกอีกคนก็บ่นงุ้งงิ้งใส่แล้วเก็บให้ห้องมันจะมีโอกาสได้รกได้ยังไง


แล้วหน้าตาตอนบ่นนี่โคตรงุยเลย คิ้วขมวด ปากยื่นๆจนน่าบีบซึ่งมันทำให้เขาใจเต้นแรงแล้วก็มีคำว่าน่ารักลอยเต็มในหัวไปหมด ดิฐวัฒน์เลยแก้ปัญหาโดยการไม่ทำห้องรกเพราะอีกคนจะได้ไม่ต้องบ่น เขาจะได้ไม่ต้องมองว่ามันน่ารักแล้วใจเต้นเป็นบ้าเป็นบอ


คิดได้อย่างนั้นแหละตอนนั้นแต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันไม่ช่วยอะไรเพราะอริญชย์ไม่ได้น่ารักแค่ตอนบ่นแต่มันน่ารักทุกอริยาบทเลยไงโว้ยยยย


"หวัดดีเอม~"จุมพลโบกมือให้กับร่างบางเจ้าของห้องอีกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกล่าวทักทายอย่างอารมณ์ดี

"อ้าว หวัดดีทุกคน จะไปไหนกันหรอ"อริญชย์ถามอย่างแปลกใจที่เห็นทั้งเพื่อนตนและเพื่อนรูมเมทยกกลุ่มกันมาเป็นโขยง

"มาเยี่ยมเอมนั่นแหละเป็นยังไงบ้างไปหาหมอดีไหม"เวทิศเดินแทรกเพื่อนแฟนออกมาหาอริญชย์มือเล็กวางทาบไปบนหน้าผากเนียนของเพื่อนอย่างเป็นห่วง

"หน้าซีดมากเลยเอม"จรัสกรที่เดินตามมาเอ่ยขึ้น

"ดีขึ้นแล้วล่ะ"อริญชย์ยิ้มตอบความห่วงใยที่เพื่อนส่งมาให้

"จุมมีขนมมาฝากด้วยนะ มากินกันๆๆ"จุมพลเอ่ยบอกอย่างร่าเริงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้องทำให้คนอื่นๆที่ยืนอยู่พากันนั่งลงตาม


คนเยอะขนาดนี้ก็ต้องนั่งบนพื้นนี่แหละ โชคดีที่ห้องพักมีขนาดกว้างพอสมควรทำให้เด็กหนุ่มจำนวนแปดคนนั่งได้โดยไม่เบียดกัน


"ขอบใจมากนะจุม"ร่างบางเจ้าของห้องย่อตัวลงนั่งข้างรูมเมทของตนก่อนจะที่ทุกคนจะค่อยๆขยับที่นั่งให้เป็นวง ลงกาวางถุงขนมและเครื่องดื่มลงกลางวงเช่นเดียวกับพชรดนัยที่เอาส่วนของตัวเองวางลงตาม

"อ้าว นั่งไมล่ะครับ ไปหาแก้วมาซี้"จิณณ์ที่นั่งข้างดิฐวัฒน์เอ่ยบอกเจ้าของห้องพร้อมกับใช้เท้าแซะเพื่อนให้ลุกขึ้น

"ไอ้สัด"ร่างสูงลุกขึ้นยืนเตะเพื่อนไปป้าบนึงก่อนจะหันตัวไปหาแก้วมาใส่เครื่องดื่ม

"มันมีแค่สามใบว่ะ"และเดินกลับมาพร้อมแก้วในมือสามใบ


ก็อยู่หอนี่จะมีแก้วไปทำไมเยอะแยะ แทบจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ นี่มันก็ของเขาหนึ่งใบ ของรูมเมทใหม่อย่างอริญชย์หนึ่งใบ และของรูมเมทเก่าอย่างจิณณ์ที่ไม่ได้เอาไปด้วยอีกหนึ่งใบ


"กูว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้เพราะงั้นกูเลยเตรียมมาด้วย"จุมพลยิ้มแฉ่งอวดว่าตนคาดเดาไว้ถูกต้องพร้อมชูแก้วสองใบขึ้นโชว์

"เราก็เอามาเหมือนกัน"เวทิศเปิดถุงขนมที่พชรดนัยวางไว้หยิบแก้วออกมาให้แฟนแก้วหนึ่งให้เพื่อนอย่างจรัสกรแก้วหนึ่งและของตนอีกแก้วหนึ่ง

"มากินกันเถอะ จากนี้เราจะได้สนิทกันมากขึ้น"ร่างอวบในชุดวอร์มสีดำข้างลงกาและพชรดนัยปรบมือเรียกความสนใจ


จุมพลเป็นคนชอบเข้าสังคม มีปฏิสัมพันธ์ดีเลยทำให้มีเพื่อนเยอะ ชอบพูดชอบคุยคอยทำให้บรรยากาศรอบตัวมีสีสันมากขึ้น ถึงเขาจะมีเพื่อนเยอะจากนิสัยส่วนตัวแต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะมาคบกับไอ้สี่คนนี้ทำไม


มีแต่คนแปลกประหลาด


ลงกาเทน้ำอัดลมใส่แก้วแจกให้กับทุกคนยกเว้นคนเป็นไข้ที่เครื่องดื่มเป็นน้ำส้มแทน


"ขอบใจทุกคนมากเลยนะที่มาเยี่ยม"อริญชย์จิบน้ำส้มในแก้วแล้วเอ่ยบอกทุกๆคนอย่างซึ้งใจ


แค่มาเยี่ยมก็ดีใจมากแล้วนี่ยังซื้อขนมมากินด้วยกัน มานั่งคุยกัน มันทำให้ร่างบางดีใจจนรู้สึกพองโตในอก


"ไม่เห็นต้องขอบใจเลยเพื่อนกันทั้งนั้น"จรัสกรหยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากแล้วเอ่ยตอบ

"นั่นสิ เอมเป็นรูมเมทไอ้ดิฐก็เหมือนเพื่อนจุมนั่นแหละ"คนที่เคี้ยวขนมเต็มปากพูดขึ้นจนคนที่นั่งอยู่ข้างๆฟาดเพี๊ยะลงบนมือขาวให้กินดีๆ


อริญชย์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม กลุ่มเพื่อนของดิฐวัฒน์อยู่ด้วยแล้วไม่เบื่อเลย เพราะจุมพลคุยเก่ง จิณณ์ก็ตลก ตอนที่ทะเลาะกันเองในกลุ่มมันก็ดูสนิทสนมกันดี


เป็นกลุ่มเพื่อนแบบที่อริญชย์อยากมีมาตลอด


"ไอ้พลับชิ้นสุดท้ายนั่นของกู!"จิณณ์โวยวายขึ้นมาเมื่อมันฝรั่งทอดกรอบรสบาร์บีคิวชิ้นสุดท้ายที่ตนจ้องไว้ถูกเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหยิบเข้าปากไปต่อหน้าต่อตา

"กินแล้ว"พชรดนัยตอบอย่างไม่แคร์ ไหล่กว้างยกขึ้นเบาๆประกอบคำพูด

"เชี่ยแม่ง"เจ้าของเขี้ยวสวยสบถอย่างหงุดหงิดแต่นั่นกลับเรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี

"โตเป็นควายแล้วยังจะแย่งขนมกันอีกนะพวกมึง"เจ้าของห้องเอ่ยเหน็บ

"แหม่ มึงลืมไปแล้วหรอว่ามึงก็เคยแย่งไก่ไอ้จุมกิน"

"กูไม่ได้แย่งแค่ขอแบ่งมา"

"ถุย"

"จิณณ์กินอันนี้ก็ได้นะ เราซื้อมาสองห่อ"เวทิศเปิดถุงขนมแบบเดียวกันอีกถุงแล้วยื่นให้หนุ่มเขี้ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

"ขอบคุณครับ"จิณณ์ยิ้มให้แฟนเพื่อนก่อนจะหันไปยักคิ้วให้พชรดนัยที่นั่งทำหน้านิ่งเป็นเอกลักษณ์อยู่

"มึง...กูอยากกินพิซซ่าว่ะ"ดิฐวัฒน์เอ่ยขึ้นเมื่อมองขนมตรงหน้า


ขนมรสบาร์บีคิวแต่เขาเห็นแล้วหิวพิซซ่า ไม่รู้ทำไม


"เราก็อยากกินเหมือนกัน"จรัสกรพยักหน้าเห็นด้วยเพราะตนก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้า แม้จะกินขนมไปแต่ท้องก็ยังร้องอยู่ดี

"เดี๋ยวกูโทรให้"ลงกาหยิบมือถือมากดโทรสั่งพิซซ่าตามที่เพื่อนต้องการเพียงไม่นานก็วางมือถือลงบนพื้นข้างตัว

"อีกนานไหมวะ กูก็หิวอ่ะ"จุมพลหันไปถามเพื่อนที่เป็นคนโทรสั่ง

"รอก่อน"

"โห่ย~"ริมฝีปากอิ่มบู้บี้อย่างขัดใจจนถูกมือหนาของเพื่อนบีบมันอย่างมันเขี้ยว

"ดิฐ...จุมกับลงกาเป็นแฟนกันหรอ"อริญชย์กระซิบถามรูมเมทอย่างอยากรู้

"บ้า มันเพื่อนกัน"คนถูกถามหันมากระซิบตอบ

"หรอ..."ร่างบางพยักหน้ารับ แม้ในใจจะแปลกใจนิดหน่อยเพราะดูแล้วเหมือนแฟนกันมากกว่า


ภาพที่สองรูมเมทกระซิบกระซาบกันอย่างสนิทสนมอยู่ในสายตาของเพื่อนทั้งหมดที่นั่งอยู่ จิณณ์ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้จุมพลที่จุมพลเองก็ส่งสายตาแบบเดียวกันกลับมา


สายตาของชิปเปอร์


"ทำจมูกบานกันทำเชี่ยไร"ดิฐวัฒน์เอ่ยขึ้นเมื่อหันกลับมาแล้วเห็นเพื่อนทำหน้าแปลกๆ


เป็นอะไรกันวะ กลั้นยิ้มจนจมูกบานนี่คือ?


"เรื่องกู๊~"จุมพลแลบลิ้นใส่กวนประสาทเพื่อนทำให้ดิฐวัฒน์ปาขนมในมือใส่อย่างหมั่นไส้แต่คนถูกปองร้ายก็ขยับไปหลบอยู่หลังลงกาอย่างรู้ทัน


กวนตีนจริงๆเลย


"ดิฐอย่าปาขนมสิ มันเลอะนะ"อริญชย์คว่ำปากใส่รูมเมทพร้อมคำบ่นอย่างคนรักสะอาดที่เห็นเพื่อนทำห้องสกปรก

"สกปรก"พชรดนัยว่าขึ้นแต่ก็หยิบขนมที่ตกอยู่ตรงหน้าตนปาใส่เพื่อนกลับจนถูกเวทิศตีมือเบาๆ

"เอมดูสิ~ไอ้ดิฐรังแกจุม"คนที่พึ่งขยับออกจากหลังเพื่อนมานั่งที่เดิมหันไปอ้อนเจ้าของห้อง

"จุมมึงอย่าทำตัวอย่างนี้กูขนลุก"จิณณ์ลูบแขนของตนไปมาประกอบคำพูด

"กูออกจะน่ารัก ใช่มะลงกา"

"อือ"

"ลงกามึงอย่าไปชมมัน หลักกิโลแบบมันเอาอะไรมาน่ารักวะ"ดิฐวัฒน์สวนขึ้น

"นั่นปากเรอะ!"

"โอ้ย...กลุ่มนี้นี่มันทะเลาะกันแบบนี้ตลอดเลยหรอ"จรัสกรที่นั่งอยู่ระหว่างจิณณ์และลงกาพูดขึ้นหลังจากมองคนเถียงกันไปมาจนเวียนหัว


เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่ากลุ่มตัวเป้งของโรงเรียนจะเป็นแบบนี้แม้จะได้ยินคำเล่าจากเพื่อนอย่างเวทิศมาบ้างแต่ก็ยังไม่เชื่อ


คิดว่าจะคูลและเท่ห์กว่านี้ซะอีกที่แท้ก็เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆที่ออกจะต๊องๆหน่อยแค่นั้น


"เหย..นี่ไม่ได้ทะเลาะ คุยกันแบบปกติสุดๆเหอะ ไอ้จุมมันขี้โวยวายเอง"ดิฐวัฒน์แสร้งตอบด้วยใบหน้าจริงจังยั่วโมโหเพื่อน

"ไอ้พวกเหี้ย!"


ถึงแม้จะด่ากันแทบทุกคำที่พูดออกมาแต่ทุกคนก็ยังคงยิ้มและหัวเราะให้กันไม่หยุดเพราะรู้กันว่าสิ่งที่พูดที่เล่นไปมันคือเรื่องปกติที่ไม่ได้จริงจังกับคำด่าของกันและกันเลยสักนิดสำหรับกลุ่มเพื่อนที่คบกันมาหลายปีอย่างพวกเขา


สนิทกันจนแทบจะหาเรื่องมาโกรธกันไม่ลงแล้ว







"ยิ้มกว้างเชียวนะมึง"มือหนาวางแปะลงบนศีรษะกลมก่อนจะออกแรงขยี้ด้วยความมันเขี้ยวจนกลุ่มผมนุ่มฟูฟ่อง

"งื้อ ดิฐอย่าขยี้สิ ผมเรายุ่งหมดแล้ว"อริญชย์เอี้ยวตัวหนีจากมือหนาของรูมเมทแล้วใช้มือของตนจัดทรงผมให้เข้าที่ตามเดิม ใบหน้าหวานบู้บี้อย่างขัดใจ

"เห็นมึงยิ้มแล้วกูมันเขี้ยว"ดิฐวัฒน์ว่าขึ้นตามที่ตนคิดแต่ลืมนึกไปว่าไม่ได้อยู่ในห้องด้วยกันเพียงสองคน

"แหมมมมมม"เสียงแซวลากยาวจึงเกิดขึ้นจนคนโดนแซวแทบเท้ากระตุก


อยากจะไล่พวกแม่งออกจากห้องไปจริงๆ


"เค้ามันเขี้ยวกันเนาะ"จุมพลทำหน้าล้อเลียนอย่างสนุกสนานโดยมีจิณณ์เป็นลูกคู่ไปด้วย

"แววตาอ่อนโยนนั้นมันอะไรกันล่ะคร้าบบบ"


คำเอ่ยแซวจากจุมพลและจิณณ์หลายต่อหลายคำทำเอาอริญชย์หน้าเหวอทำตัวไม่ถูกแต่ถึงอย่างนั้นใบหูบางก็แดงเรื่อจนเห็นได้ชัด


"อย่าล้อกันสิเอมหูแดงแล้วนั่น"จรัสกรที่นั่งอมยิ้มสังเกตการณ์มาตลอดอดไม่ได้เอ่ยแซวไปอีกคน

"แจมอย่าสิ"มือบางยกขึ้นปิดหูทั้งสองข้างของตนหลังจากเพื่อนทัก ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

"ไม่ให้มันเขี้ยวได้ไงก็เอมน่ารักขนาดนี้"เวทิศที่นั่งอยู่ข้างอริญชย์ยกมือขึ้นหยิกแก้มนิ่มเบาๆอย่างมันเขี้ยว


ใครเห็นก็อยากหยิกทั้งนั้นแหละ เอมน่ารักมากนี่นา


"แล้วเอมยิ้มไรหรอ"จุมพลเลิกแซวหันมาถาม ที่จริงเขาก็สังเกตเหมือนกันว่าวันนี้รูมเมทของเพื่อนยิ้มกว้างกว่าที่เคย


คนเป็นป่วยไม่น่าร่าเริงได้ขนาดนี้นา


"แค่มีความสุขน่ะ"ตอบพร้อมอมยิ้มบางๆ

"ทำไม?"ดิฐวัฒน์สงสัย รูมเมทเขามีความสุขอะไรกันนะ

"เราแค่มีความสุขที่ย้ายโรงเรียนมาเจอทุกคนแบบนี้ ได้มีเพื่อนด้วย"

"ทำไมพูดเหมือนไม่เคยมีเพื่อนล่ะ"ลงกาเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกแปลกใจ


ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนที่ถูกเข้าหาสิทำไมถึงพูดเหมือนไม่มีเพื่อนคบ


"จะเรียกว่าเคยมีได้หรือเปล่านะ"คำบอกเล่าเคล้าไปกับเสียงหัวเราะแหบแห้ง

"เอมมีอะไรหรือเปล่า เล่าได้นะ"เวทิศเป็นห่วงเมื่อเห็นเพื่อนแปลกไป มือเล็กวางลงบนเข่าเพื่อนเบาๆ

"อื้ม...ก็..แค่ไม่ค่อยมีเพื่อนน่ะ"

"ทำไมล่ะ เอมก็ดูอัธยาศัยดีนี่"จิณณ์แปลกใจไปด้วยอีกคน น่ารักขนาดนี้ทำไมถึงไม่ค่อยมีเพื่อนอ่ะ งง

"มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ เพื่อนเลยพาลไม่ชอบเราทั้งห้อง"

"ทั้งห้อง?"

"ตั้งแต่ตอนไหน ก่อนย้ายมาหรอ"จรัสกรวางแก้วน้ำในมือลงเงยหน้าขึ้นถาม

"เปล่าหรอก...ตั้งแต่เกรด 8 "

"หา? นานขนาดนั้น"จุมพลร้องอย่างตกใจ ตั้งแต่เกรด 8 ที่โดนเพื่อนในห้องแบนจนถึงตอนนี้ก็ 5 ปีแล้วนะ อริญชย์อยู่มาได้ยังไงนานขนาดนั้น เป็นเขานี่อึดอัดตายไปแล้ว

"ถามได้ไหมว่าเรื่องอะไร"พชรดนัยเอ่ยถามทั้งที่ปกติจะเป็นคนนั่งฟังเงียบๆมากกว่า

"...."

"ไม่ต้องเล่าก็ได้"ดิฐวัฒน์วางมือลงบนไหล่บางแล้วบีบเบาๆอย่างปลอบโยน ดูแล้วสาเหตุที่ทำให้รูมเมทเขาย้ายโรงเรียนมาที่นี่คงหนักหนาพอสมควร

"ไม่เป็นไร เราเล่าได้...แค่โดนเข้าใจผิดว่าไปยุ่งกับแฟนเพื่อนน่ะ เลยโดนเกลียด...แล้วในห้องก็สนิทกับเพื่อนคนนั้นมากกว่า เลยไม่มีใครมายุ่งกับเรา"

"เพื่อนผู้ชาย?"

"เปล่า ผู้หญิงน่ะ ตอนแรกเราเรียนโรงเรียนสหศึกษาทั่วไป"มือบางหมุนแก้วไปมาขณะเล่าไปด้วย

"เดี๋ยวๆงั้นแฟนที่ว่าก็ผู้ชาย?"จุมพลท้วงขึ้นมา

"อื้อ"

"เอ้า ในเมื่อแฟนเป็นผู้ชายแล้วเอมก็ผู้ชายจะหึงอะไรวะ"งงไปหมดเดี๋ยวนี้เค้าหึงผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันแล้วหรอวะเนี่ย


ถึงเอมจะหน้าหวานแบบที่ผู้ชายหลายๆคนชอบแต่มันก็ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับคนที่เป็นเพื่อนกันนะ


"ไอ้จุม...ไม่ใช่"ดิฐวัฒน์มองหน้าเพื่อน ตาตี่กำลังสื่ออะไรบางอย่างออกไปให้เพื่อนรับรู้

"ห้ะ.."

"...."

"เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่อยู่ๆก็โดนด่าไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง"ดวงตากลมฉายประกายหมองเศร้าเสียจนเพื่อนๆนึกเป็นห่วง

"แล้วผู้ชายคนนั้นไม่ช่วยพูดหรอ"ลงกาเอ่ยติดตำหนิ เพื่อนถูกเข้าใจผิดไม่คิดจะช่วยสักนิดเลยหรือไงกัน

"...."ศีรษะกลมส่ายไปมาปฏิเสธ


อริญชย์เข้าใจนะที่เพื่อนไม่ช่วย คงไม่อยากมีปัญหากับแฟนนั่นแหละ เขาก็ไม่ได้อะไรมากเพราะยังไงก็รู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่ได้ทำอะไร แต่ไม่คิดว่าหลังจากนั้นจะถูกเพื่อนในห้องหันหลังให้เหมือนเขาทำอะไรผิดนักหนา เหมือนความเป็นเพื่อนที่เคยมีมามันไม่ใช่เรื่องจริง


เอาจริงๆก็เสียใจไม่คิดว่าเพื่อนที่คบกันมาจะเห็นตนเป็นคนแบบนั้นแล้วพากันเกลียดไปหมด


"แล้วไม่มีใครคุยด้วยเลยหรอ"เวทิศเบะปาก เรื่องเพื่อนเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากสำหรับเขาถ้าเป็นเวทิศต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้คงอยู่ไม่ได้แน่ๆ

"ก็มีนะ เวลาทำงานกลุ่มอะไรแบบนี้"

"ไม่ใช่ว่าคุยเพื่อให้เอมทำงานแล้วลับหลังเอาไปนินทานะ"จุมพลตบเข่าอย่างอารมณ์เสียแม้สิ่งที่พูดออกมาจะเป็นการคาดเดา

"...."

"เห้ย จริงดิ"ดิฐวัฒน์เห็นรูมเมทเงียบก็รู้ได้ทันทีว่าที่จุมพลพูดมามันคือความจริง


โห คุยเพื่อเอาประโยชน์จากเค้าแล้วลับหลังก็เอาเค้าไปนินทาเนี่ยนะ


จิตใจคนเรา


โรงเรียนไหนวะ กูจะเอาบอมส์ไปถล่มแม่งให้


"ก็เลยย้ายมานี่ใช่ไหม"จรัสกรเห็นใจเพื่อน เรื่องที่เจอมามันก็หนักอยู่สำหรับเด็กมัธยมคนหนึ่งแล้วไม่ใช่แค่ระยะเวลาสั้นๆเลยสักนิด

"ที่จริงเราไม่ได้จะย้ายหรอก...มันเหลืออีกแค่ปีเดียว...แต่พี่ชายเรารู้เข้า พ่อเลยให้หาโรงเรียนใหม่"อริญชย์ทนกับสิ่งที่เจอมาตลอดไม่ได้บอกคนที่บ้าน แต่ช่วงสอบปลายภาคจบเกรด 11 เขาทนความกดดันจากเพื่อนไม่ไหว หลังจากกลับมาบ้านจึงแอบไปร้องไห้แล้วถูกพี่เจมเจอเข้า


และเขาก็หลุดปากเล่าให้พี่ชายคนโตฟังเพราะมันอึดอัดจนเก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว หลังจากนั้นพ่อก็หาโรงเรียนให้ใหม่โดยให้พี่เมมจัดการทุกอย่างให้และจะเอาเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนเก่าด้วยแต่อริญชย์ขอไว้ว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวแล้ว พ่อจึงยอมตามใจ


"ไม่เป็นไรแล้ว อยู่กับพวกกูมึงไม่ต้องกลัว"ดิฐวัฒน์อดไม่ได้ที่จะลูบเบาๆบนศีรษะกลมนั้น อริญชย์เข้มแข็งมากกว่าที่เขาคิด เพราะถ้าเป็นเขาคงขอพ่อย้ายโรงเรียนตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว


ใครจะไปทนวะ ถูกเพื่อนแบนแบบนั้น


"มาอยู่โรงเรียนนี้ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก มีอะไรบอกลงกาได้เลยเดี๋ยวให้พ่อมันจัดการให้"จุมพลยิ้มน้อยๆให้กำลังใจเพื่อนพร้อมบอกว่าตอนนี้อยู่กลุ่มเดียวกับลูกเจ้าของโรงเรียนไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

"ขอบคุณนะ...ขอบคุณทุกคนเลย"เอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มเต็มริมฝีปาก ตากลมที่หมองเศร้าในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นประกายยินดีที่คลอไปด้วยน้ำจนวาววาม อริญชย์กำลังรู้สึกขอบคุณ ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้มาเจอเพื่อนดีๆแบบที่เคยคิดไว้ว่าชีวิตนี้คงไม่มี ตอนนี้เขาซึ้งใจมากจริงๆ

"เอมเข้มแข็งมากเลยรู้ไหม...ใครไม่เป็นเพื่อนกับเอมก็ช่างมันเพราะเราจะเป็นเพื่อนเอมเอง"เวทิศหันมากอดเพื่อนอย่างปลอบประโลมทำให้จรัสกรลุกขึ้นมากอดด้วยคน จุมพลเห็นดังนั้นก็รีบลุกตามมากอดอีกคนทำให้จิณณ์ลุกตาม ก่อนที่ทุกๆคนจะเคลื่อนตัวมากอดกันกลมเป็นก้อนอยู่กลางห้อง


เสียงพึมพำปลอบโยนพร้อมคำพูดให้กำลังใจดังขึ้นไม่หยุดจากก้อนกลมนั้น


"ไอ้สัดจิณณ์มึงกอดแน่นเกินแล้วกูหายใจไม่ออก!"จุมพลที่อยู่แทบจะวงในหันไปแหวเพื่อนด้านนอกที่รัดแน่นจนตนแทบขยับไม่ได้


อยากจะซึ้งนานๆอยู่หรอก แต่ตอนนี้เขาหายใจไม่ออก!


"สัด ไม่ใช่กู!ไอ้ลงกานู่น!"คนถูกกล่าวหาโบ้ยให้เพื่อนที่อยู่นอกกว่าเพราะตนก็ถูกรัดมาอีกที

"ไม่ใช่กู ไอ้พลับ"คนถูกกล่าวหาเบอร์สองโบ้ยไปอีกที

"ไอ้ดิฐนู่น"พชรดนัยก็ไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเช่นกัน

"ไอ้ดิฐ!"จุมพลแหวอีกครั้งเมื่อเจอตัวการ ขนาดเขายังอึดอัดขนาดนี้แล้วอริญชย์กับเวทิศที่อยู่ในสุดล่ะ ขาดอากาศหายใจไปแล้วมั้งนั่น

"อะไรว้าา กูแค่อยากอยากกอดด้วยอ่ะ"ร่างสูงที่อยู่นอกสุดบ่นออกมาก่อนจะปล่อยอ้อมกอดออกแล้วขยับถอยออกไปให้เพื่อนที่กอดกันอยู่คลายตัวออกมา

"ฮ่ะๆๆ ฮึก ฮ่ะๆๆ"หลังจากก้อนกลมของเด็กหนุ่มทั้งแปดคนคลายออกจากกัน คนที่อยู่ในสุดก็หัวเราะออกมาเบาๆทั้งที่ยังสะอื้นอยู่


อริญชย์หัวเราะให้กับความน่ารักของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีอะไรให้ได้เถียงกันอยู่ตลอดเวลา


และร้องไห้ให้กับสิ่งที่ตนได้รับ อริญชย์ไม่คิดว่าเพื่อนๆจะเข้ามากอดตนแบบนั้น อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นเต็มไปด้วยมิตรภาพแบบที่ไม่เคยได้รับจากเพื่อนมันทำให้ใจของเขาอุ่นฟูขึ้นมาเสียจนห้ามน้ำตาไม่ได้ เขาดีใจ ดีใจมากจริงๆ


"เอ้า ร้องไห้ทำไมเนี่ย"ดิฐวัฒน์ตกใจวางมือหนาของตนบนหลังบางแล้วลูบเบาๆเป็นการปลอบ

"เรา ฮึก ดีใจ"มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มหวานอย่างคนมีความสุข

"เลิกร้องๆ ขี้แยจังมึงเนี่ย"แม้คำพูดจะเหมือนบ่นแต่มันกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ทุกคนสัมผัสได้

"ขอบคุณทุกคนจริงๆนะ"

"ไม่เป็นไรเลย เราเป็นเพื่อนกันแล้วมีอะไรบอกได้ทุกเรื่องเลยนะ"จรัสกรแอบน้ำตาซึมตามเพื่อนไปเหมือนกันแต่เวทิศนั้นร้องไห้ตามไปแล้วจนพชรดนัยต้องคอยปลอบ

"อื้ม~"

"คนเก่ง"คำชมจากริมฝีปากหนาเรียกให้ดวงตากลมแดงช้ำหันไปมอง


ดิฐวัฒน์สบตากับอีกคนก่อนจะยิ้มให้บางๆทำเอาคนตรงหน้าหน้าแดงไปแวบหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้


จิณณ์และจุมพลสะกิดกันไม่หยุดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าจนลงกาต้องมองปรามให้เพื่อนเก็บอาการ


เดี๋ยวดิฐมันรู้ก็หันมาด่าเอาอีกหรอก บางทีคนห้ามทัพก็เหนื่อยเหมือนกันนะ


"อะแฮ่ม!"พชรดนัยแกล้งกระแอมไอเพราะหมั่นไส้เพื่อน ปากก็บอกขัดนู่นนี่นั่น แต่จริงๆก็ชอบเค้าไปแล้วใช่ไหมล่ะ มองตาหวานซะขนาดนั้น


คนไม่รู้ใจตัวเองนี่น่ารำคาญจริงๆ


ดิฐวัฒน์และอริญชย์สะดุ้งตกใจกับเสียงกระแอมของเพื่อน มือหนาคว้าฝาขวดน้ำอัดลมที่วางอยู่ตรงหน้าปาใส่เพื่อน


"สัด กูตกใจหมด!"

"แหมๆๆๆ ทำเป็นตกอกตกใจ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเพื่อนก็อยู่ด้วย สร้างโลกส่วนตัวกันอยู่ได้"ร่างอวบจีบปากจีบคอพูดล้อเลียน

"อ..อะไรของมึง"

"เปล่าจ้า"

"หลายรอบล่ะนะมึงอ่ะจุม"นิ้วชี้ยาวชี้หน้าคาดโทษ

"อุ้ย เพื่อนดิฐจะทำไรเราหรอออ"

"เดี๋ยวกูถีบคว่ำ"

"พิซซ่ามาแล้ว"ลงกาเอ่ยขึ้นขัดสงครามระหว่างเพื่อนตรงหน้าก่อนที่จะได้ลงไม้ลงมือกันจริงๆ

"จิณณ์มึงลงไปเอา"จุมพลหันไปสั่ง

"เอ้า ไมเป็นกูอ่ะ"

"เพราะกูขี้เกียจ"

"ห่า ชิปก็ชิปด้วยกันทีนี้ละไม่เห็นค่าของกู"จิณณ์ตัดพ้อน้อยใจ แต่แท้จริงแล้วเขาก็ขี้เกียจเหมือนกัน

"เดี๋ยวเราลงไปเอาให้ก็ได้นะ"เวทิศขันอาสา

"งั้นเราไปด้วย"เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นพร้อมยกมือขึ้นน้อยๆเหมือนขออนุญาต

"ไม่เอาๆเอมป่วยอยู่ เดี๋ยวเราไปเอง"จรัสกรไม่ยอม เป็นไข้เดินไปเดินมากลัวจะวูบเอาเดี๋ยวเขาไปแทนดีกว่า


เพียงไม่นานพิซซ่าถาดใหญ่สามถาดก็ถูกวางลงกลางวงล้อมแล้วถูกหยิบออกไปทีละชิ้นตามจำนวนคน


"วันหยุดหน้าเราไปเที่ยวกันไหม อยากกินบิงซูอ่ะ"จุมพลที่เคี้ยวพิซซ่าจนแก้มตุ่ยเสนอไอเดีย

"ที่ไหนหรอ"เวทิศกลืนพิซซ่าลงคอแล้วถามขึ้นอย่างสนใจ

"ห้างพ่อไอ้ดิฐ"

"เอ้า ทำไมต้องห้างพ่อกู"

"เผื่อมีส่วนลดจากร้านพิเศษสำหรับลูกเจ้าของห้างงี้"เจ้าของไอเดียยิ้มกลิ่มจนแก้มขึ้นเป็นก้อน

"มึงทำเหมือนมึงจนอ่ะจุม"ดิฐวัฒน์มองค้อนให้กับความขี้เหนียวของเพื่อน

"กูแค่ประหยัด ไปกันนะๆๆ"

"เราจะออกไปกันยังไงหรอ จะออกจากโรงเรียนต้องให้ผู้ปกครองมารับนี่นา"อริญชย์แปลกใจ ออกไปกันเองได้ด้วยหรอ

"มีคนนี้อยู่กลัวอะไร"จิณณ์บุ้ยปากไปใส่ร่างสูงที่กำลังนั่งกินพิซซ่าเงียบๆ

"เป็นเพื่อนกับลูกเจ้าของโรงเรียนมันดีอย่างนี้นี่เอง"จรัสกรพยักหน้าหงึกหงัก

"สรุปไปนะๆๆ ไปกันทุกคนเลย"จุมพลเอ่ยบอกอย่างร่าเริง


อยู่แต่ในรั้วโรงเรียนน่าเบื่อจะตาย ออกไปเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างดีกว่า






100%




สอดคล้องกับชื่อตอนเนาะมีเพื่อนๆทั้งตอน
พี่ดิฐกับน้องเอมเลยไม่ได้มีโมเม้นท์กันเท่าไหร่เลย
ตอนนี้จะบอกเหตุผลที่ทำให้เอมต้องย้ายโรงเรียน
ในมุมมองของเราเรื่องเพื่อนมันคือเรื่องอ่อนไหวสำหรับเด็กมัธยม
เลยหยิบเอาประเด็นนี้มาใส่ให้เป็นปมของเอม
แต่เอมมีมากกว่าหนึ่ง...ซึ่งเชื่อมโยงมาจากปมนี้ เอ้ะ...งงไหม5555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

378 ความคิดเห็น

  1. #173 aomkunsr47 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 08:45

    เอมมมมมลูกนุเก่งมากกกก

    #173
    0
  2. #149 Melanieee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 06:10
    น้องเอมมมน่ารักมากกเลยอะ เอ็นดูมาก แต่แอบขำดิฐที่ยั้งเพื่อนว่าไม่ใช่ผช555555 ฮืออเมื่อไหร่เค้าจะรู้ตัว
    #149
    0
  3. #59 papaloyp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 12:27
    ยังเอ็นดูกับความคิดของดิฐที่คิดว่าเอมเป็นผญ5555555555555555555555555 แต่กะงุ้งงิ้งๆน่ารักสร้างโลกกันอยู่2คนนะครับแหม่ น่าเอ็นดูๆๆๆ
    #59
    0
  4. #58 ᄒᄈ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:49
    ขอร่วมอุดมการณ์ชิปกันสองจ.ด้วยคน
    น้องเอมรูกก จับหิมหัวปลอบสักทีสิ ดีใจด้วยที่หลุดพ้นรร.นั้นมาสักทีเนาะ
    #58
    0
  5. #54 SUNMA_96 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 12:47
    อ่านรวดเดียวเลยยยยยยย เอมน่ารักมากกกกกกกกกกกกอ่านไปกลั้นยิ้มไป55555
    #54
    0
  6. #52 Markindahouse (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 10:57
    กรี๊สสส อ่านรวดเดียวเลยยย น้องไม่ใช่ผู้หญิงหรอกน่าาาา น้องแค่น่ารักกกกก พี่ดิฐก็เปิดใจหน่อยสิคะะะ แหม ชอบเค้าสายนั้นแล้วอ้ะะะ /ส่งสายตาของชิปเปอร์ เรื่องนี้น่ารักมากๆเลย น้องเอมนุ่มนิ่มจริงๆ ฮือ กลุ่มดิฐก็น่ารัก 55555
    #52
    0
  7. #51 BlazeBlue (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 08:33
    -00-/ทำตะหมูกบานตาม2จ
    #51
    0
  8. #50 _NKKXN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 02:33
    สายตาของชิปเปอร์อย่างเราๆ
    #50
    0