เมทผมเป็นผู้หญิง!! (Nielong)

ตอนที่ 17 : ดีกันนะ{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 737
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    15 พ.ค. 62




"ลงกากูอยากเล่นใหญ่ มึงช่วยกูหน่อย"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในคาบว่างช่วงเช้าเรียกให้เพื่อนที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่โต๊ะเรียนด้านหน้าหันกลับมามอง

"........."ลงกาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเพื่อนจะเอาอะไรแทนการพูดออกมา มือหนาปิดหนังสือลงรอฟังสิ่งที่เพื่อนต้องการความความช่วยเหลือ

"กูจะขอเอมคืนดีให้ได้ภายในอาทิตย์นี้"ดิฐวัฒน์กล่าวด้วยใบหน้ามุ่งมั่น


เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วและต้องทำมันให้สำเร็จด้วย ไม่อยากอยู่ในสถานะคนง้อแบบนี้อีกต่อไปแล้ว เขาอยากกลับไปเป็นแฟนที่รักกันหวานชื่นเหมือนเดิม


ถึงที่เป็นอยู่ตอนนี้มันจะไม่ต่างจากคนที่คืนดีกันแล้วก็เถอะแต่เขาอยากให้มันเป็นการคืนดีกันทั้งจากการกระทำและจากความรู้สึก เวลาอยากทำอะไรแบบที่คนเป็นแฟนเขาทำกันเขาจะได้ทำได้โดยที่อีกคนไม่งอแง


หมายถึงกอดน่ะ


"มึงจะทำยังไง"จุมพลหันมาถามอย่างอยากรู้ไปด้วย ร่างอวบขยับตัวหันไปทางโต๊ะเพื่อนทั้งตัวเพื่อให้คุยได้ถนัดมากขึ้น

"...ยังไม่รู้"แต่คนถูกถามกลับเอ่ยตอบเสียงแผ่วพร้อมกับส่ายศีรษะช้าๆ


เขาแค่คิดไว้ว่าจะต้องง้ออริญชย์ให้ได้และครั้งนี้เขาจะเล่นใหญ่กว่าตอนขอเป็นแฟนแต่ดิฐวัฒน์ยังไม่ได้คิดว่าจะขอคืนดียังไงดี


"เอ้าไอ้ห่า"จิณณ์ที่นั่งอยู่ด้านข้างยกมือขึ้นเบิ้ดกระโหลกเพื่อนไปทีนึงอย่างหมั่นไส้


ไอ้เราก็อุตส่าห์รอฟังแผนการง้อแฟนของมันแต่มันกลับยังไม่มีแผนอะไรเลยซะอย่างงั้น


"แล้วมึงจะให้กูช่วยอะไร"ลงกาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนยังไม่มีแผนการอะไรแต่มาขอความช่วยเหลือจากเขาแล้ว

"อันดับแรกช่วยกูคิดก่อน...ขอคืนดียังไงดีวะ"มือหนาทั้งสองยกขึ้นกุมขมับก่อนจะขยี้ผมเบาๆอย่างคิดไม่ตก


บอกเลยว่าเรื่องเรียนดิฐวัฒน์ยังไม่เครียดขนาดนี้ นี่ถ้าแม่รู้มีหวังเขาโดนบิดหูแดงแน่ๆ


"ชุดมาสคอตมั้ยๆๆ กูเคยเห็นที่แบบใส่มาเซอร์ไพรส์แฟน"จิณณ์เสนอความเห็น

"จะดีหรอวะ"ดิฐวัฒน์ลังเล ความคิดของจิณณ์มันก็เข้าท่าดีหรอกแต่เขาว่ามันยังธรรมดาไป

"อยากใหญ่กว่านี้?"ลงกาถามขึ้นหลังเห็นสีหน้าของเพื่อน

"อืม..."

"โห่ไอ้สัด นี่ยังไม่ใหญ่อีกหรอ มึงเอาคนไปแปลอักษรขอคืนดีเลยไหมล่ะ"จุมพลเอ่ยประชดให้กับความเว่อร์ของเพื่อน

"...มึง"แต่คนถูกประชดกลับเบิกตาตี่ๆของตนขึ้นเหมือนกันนึกอะไรบางอย่างได้จากคำพูดนั้น


เขาว่าอันนี้เข้าท่า


"คิดออกแล้วหรอ"จิณณ์เลิกคิ้วถาม

"แบบที่ไอ้จุมพูดเมื่อกี้"

"ห้ะ กูหรอ?"นิ้วชี้ถูกชี้เข้าหาตัวเองงงๆอย่างไม่เข้าใจ เขาพูดอะไร? เมื่อกี้ที่ประชดไปน่ะหรอ


เห้ย...เอาจริงดิ


"แปลอักษร...ห้องเรียนเอมติดสนามพอดีเลย กูว่าไม่ยาก"ดิฐวัฒน์ปรบมือเมื่อคิดแผนการออกเป็นฉากๆ

"กูว่ามึงเล่นใหญ่ไปม้างงงง"จิณณ์ยิ้มแห้ง


เขาว่าแผนใส่ชุดมาสคอตของเขาใหญ่แล้วนะแค่นั้นก็คนมองทั้งโรงเรียนแล้วแต่นี่มันจะเอาแปลอักษรเลยเรอะ โห ใครในโรงเรียนไม่รับรู้เรื่องนี้ก็ให้มันรู้ไป


"กูคิดเหมือนจิณณ์"พชรดนัยที่นั่งเงียบฟังอยู่นานเอ่ยออกมา

"ไม่ดีหรอวะ"เสียงทุ้มพึมพำออกมาอย่างไม่มั่นใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างคิดไม่ตกอีกครั้ง


เพราะเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าทำให้ดิฐวัฒน์คิดตามสิ่งที่เพื่อนบอกมากขึ้น หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงตัดสินใจและทำเลยเพราะคิดว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นมันดีที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เขากลัวว่าสิ่งที่ตัวเองคิดจะผิดพลาดอีกจึงต้องรับฟังความเห็นของเพื่อนเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด


"ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี มันแค่เล่นใหญ่ไปหน่อย"ลงกาพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนทำหน้าแบบคนขาดความมั่นใจ

"เล่นใหญ่แล้วไง ดีซะอีก เอาเลยๆดิฐกูสนับสนุน"จุมพลตบโต๊ะแล้วเอ่ยบอกอย่างกระตือรือร้น

"เอ้อ...เอาวะ ใหญ่โตไปเลยคนจะได้รู้ว่าเอมมีเจ้าของแล้ว"สุดท้ายจิณณ์ก็พยักหน้ารับยอมคล้อยตามแม้ตอนแรกตนจะค้านขึ้นมาเป็นคนแรกก็เถอะ


หมาดิฐมันหูลู่หมดแล้วนั่น ว่าไงก็ว่าตามกันแหละ มันไม่ได้เสียหายอะไรนี่แค่กลายเป็นจุดสนใจเฉยๆ และเพื่อนเขามันคงไม่แคร์


"แล้วแต่"พชรดนัยยักไหล่ให้เมื่อดิฐวัฒน์หันมามองหน้าตนเหมือนขอความเห็นอีกครั้ง

"งั้นเอาแผนนี้ มึงจะให้แปลเป็นคำว่าอะไร กูจะได้ไปบอกน้องถูก"ลงกาสรุปแล้วยกมือถือขึ้นมากดทักไปหารุ่นน้องประธานชมรมเชียร์ที่เป็นคนจัดการเรื่องการแปลอักษรเมื่อมีงานโรงเรียนให้มาช่วยเพื่อนเขาในครั้งนี้

"กูขอพิมพ์เอง"มือหนาแบออกขอมือถือของเพื่อนที่ลงกาก็ยอมนำมันมาวางให้ดิฐวัฒน์เอาไปพิมพ์เอง


ดิฐวัฒน์ก้มหน้าพิมพ์ข้อความอยู่ครู่หนึ่งก็ยื่นมือถือไปคืนเจ้าของ เขาขอพิมพ์เองเพราะกลัวข้อความสั้นๆที่คิดไว้จะคลาดเคลื่อนไปแม้คำนั้นจะเป็นเพียงประโยคง่ายๆก็เถอะ


เขาอยากให้มันออกมาดีที่สุดและมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด


อยากให้เอมประทับใจในตัวเขา


"น้องบอกศุกร์บ่ายนะไวสุด ขอเวลาซ้อมก่อน"ลงกาคุยกับรุ่นน้องต่อสักพักก็เงยหน้าขึ้นมาบอกเพื่อน

"โอเค"ก็ยังถือว่าอยู่ในสัปดาห์นี้

"สรุปแล้วแปลเป็นคำว่าอะไรอ่ะ"จุมพลเอ่ยถามอย่างอยากรู้

"รอดูวันศุกร์"แต่ดิฐวัฒน์ไม่ยอมบอก ไหล่หนายกขึ้นน้อยๆกวนประสาทเพื่อนที่อยากรู้แล้วไม่ได้รู้

"ลงกาาาาา"ร่างอวบจึงหันไปอ้อนเพื่อนข้างๆขอคำตอบแทน

"ลงกา! มึงอย่าบอกเดี๋ยวความลับแพร่งพราย"มือหนาเอื้อมข้ามโต๊ะไปปิดปากเพื่อนตัวสูงไว้เมื่อเห็นว่าอีกคนอ้าปากเตรียมตอบคำถาม


ไอ้คนๆนี้นี่มันเคยขัดใจไอ้จุมสักครั้งไหมวะเนี่ย


"สัด!"คนถูกปิดปากสะบัดตัวออกแล้วด่าออกมาคำนึงที่อยู่ๆอีกคนก็พุ่งมาปิดปากตนไว้ตอนอ้าปากพอดิบพอดี


มือโคตรเค็มไอ้ห่าดิฐ


"อี๋ มือมันเค็มใช่ปะ"จิณณ์ทำหน้าแหยเมื่อเห็นว่าลงกาเช็ดปากป้อยๆ

"มันเพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา"พชรดนัยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

"ไอ้พวกเหี้ย กูล้างมือแล้ว!"





********




"โห วันนี้มาไว"จรัสกรเอ่ยออกมาเบาๆเมื่อบังเอิญหันไปเห็นร่างสูงคุ้นตายืนอยู่หน้าห้องเรียนของตน และเสียงนั้นก็เรียกให้เพื่อนอีกสองคนที่กำลังตั้งใจจดเลคเชอร์หันไปมองบ้าง

"........"อริญชย์อมยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อคนที่รออยู่หน้าห้องโบกมือกลับมาให้เขาพร้อมรอยยิ้มกว้างจนดวงตาตี่นั้นกลายเป็นขีด


เป็นภาพคุ้นตาของนักเรียนเกรด 12 ห้อง 8 ที่ทุกๆเที่ยงจะเห็นดิฐวัฒน์มารออริญชย์อยู่ที่หน้าห้องเรียนเพื่อไปทานข้าวกลางวันด้วยกันเหมือนอย่างเทอมที่ผ่านมาหลังจากช่วงเปิดเทอมก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเงียบหายไปพักหนึ่ง


ใบหน้าหวานละออกจากชายหนุ่มหน้าห้องหันกลับมาตั้งใจเรียนต่อจนเสียงออดพักเที่ยงดังขึ้นและอาจารย์หน้าห้องเอ่ยเลิกคลาสมือเรียวจึงเก็บของลงกระเป๋าเตรียมไปทานข้าว


"จารย์ปล่อยโคตรช้า"ร่างสูงที่เมื่อสักครู่ยืนรออยู่หน้าห้องเดินเข้ามาหาพลางเอ่ยบ่นงุบงิบ

"ปล่อยตามเวลาต่างหาก"ร่างบางเอ่ยตอบพลางลุกขึ้นยืน

"ไปกินข้าวกัน"ดิฐวัฒน์ยิ้มให้คนรักแล้วยื่นมือมาหาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคนง้ออยู่ห้ามทำแบบนี้จึงชักมือกลับให้อริญชย์ได้แต่มองตามยิ้มๆ

"วันนี้ไปกินที่ไหนกันหรอ"เวทิศเอ่ยถาม

"โรงอาหารเกรด 12 นี่แหละ พวกไอ้จุมมันจองโต๊ะไว้ให้แล้ว ไอ้พลับมันไม่ได้มาด้วยเพราะไปซื้อข้าวรอเวอ่ะ"ดิฐวัฒน์ตอบคำถามก่อนจะก้าวเดินนำแฟนและเพื่อนของแฟนไปทางโรงอาหาร

"อ๋อ"ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักพลางก้าวเท้าเดินขนาบข้างเพื่อนแก้มอวบไปด้วย

"วันนี้อยากกินไร"ร่างสูงเอ่ยถามร่างบางที่เดินอยู่ข้างๆ

"อืมมมม ข้าวผัดไข่"อริญชย์ทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มหวานอันเป็นเอกลักษณ์


ยิ้มหวานที่ไม่ว่าดิฐวัฒน์จะมองมันตอนไหนก็ทำให้ใจสั่นไม่หยุดทุกครั้ง เห้อ...น่ารักขนาดนี้ได้ยังไงนะคนเรา ที่บ้านเลี้ยงมาแบบไหนถึงได้หวานน่ากินได้ขนาดนี้ทั้งที่เป็นผู้ชายแท้ๆ


ทำเขาเสียอาการไปหมด


"งั้นกูกินข้าวผัดไข่ด้วย"ก่อนที่จะเผลอสะดุดนู่นนี่เพราะหลงไปกับความน่ารักตรงหน้าดิฐวัฒน์ก็ละสายตาหนีแล้วเอ่ยต่อบทสนทนา

"ขี้ลอกนี่"ริมฝีปากบางบุ้ยออกมาน้อยๆดูน่ามันเขี้ยวจนคนข้างๆอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบมันเบาๆจนถูกตีมือดังแปะ

"เอ่อ...อย่าเพิ่งจีบกันได้เปล่า หิวมาก"จรัสกรที่เดินตามมาเอ่ยบอกเบาๆเพราะคนข้างหน้าเอาแต่จีบกันไม่หยุด


เดินจีบกันไปแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงโรงอาหารเนี่ย ท้องเขาร้องดังไปถึงหน้าโรงเรียนแล้ว


"ฮ่าๆๆโทษทีๆๆ"ดิฐวัฒน์ขำออกมาเมื่อถูกทักก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือคนรักที่กำลังเผลอจูงให้ก้าวยาวๆไปยังโรงอาหารพร้อมกัน


จับได้แค่ตอนเผลอนี่แหละ เดี๋ยวนึกขึ้นได้ก็มาขู่ฟ่อๆใส่ว่าคนง้ออยู่ห้ามจับมือกัน คอยดูเถอะ คืนดีกันเมื่อไหร่นะจะจับฟัดซะให้เข็ด


"ไปนานจังวะ"ทันทีที่เดินไปถึงโต๊ะที่เพื่อนมาจองไว้รอจิณณ์ก็เอ่ยทักอย่างสงสัยเพราะเพื่อนปลีกตัวไปรับแฟนนานพอสมควร

"จารย์ปล่อยตรงเวลาเลยอ่ะห่า"ร่างสูงบ่นก่อนจะหันไปบอกให้คนรักไปซื้อน้ำส่วนตนจะไปซื้อข้าวมาให้


เห็นแถวซื้อข้าวมันยาวเขาไม่อยากให้เอมมันไปยืนเบียดกับคนอื่นนานๆ ตัวก็บางแค่นั้น เขาไปซื้อให้เองดีกว่า


"ดิฐเอาเก็กฮวยนะ"อริญชย์ถามเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะเดินออกไปซื้อเพราะตนจำได้ว่าดิฐวัฒน์นั้นชอบกินน้ำเก็กฮวย

"ครับผม"คำตอบรับของร่างสูงทำเอาคนฟังบุ้ยปากใส่แล้วผละตัวออกไปยังร้านขายน้ำเรียกเสียงหัวเราะอย่างมันเขี้ยวจากดิฐวัฒน์ได้เป็นอย่างดี

"บอกกูอีกสักทีว่ามันยังไม่ดีกัน"จุมพลเอ่ยถามก่อนจะยื่นส้อมไปจิ้มลูกชิ้นจากถ้วยก๋วยเตี๋ยวของพชรดนัยที่กำลังเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวอีกชามไปให้คนตัวเล็กข้างกาย


เห็นมันลอยตุ๊บป่องยั่วยวนแล้วอดใจไม่ไหว ขอสักคำนะพลับนะ


"ยังไม่ดีก็เหมือนดีนั่นแหละ"เวทิศหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วเงยหน้าตอบเพื่อนแฟนด้วยรอยยิ้ม

"นั่นดิ กูกับแฟนยังไม่หวานเท่านี้เลยเอาจริง"จิณณ์พยักหน้าหงึกหงักพลางตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"ก็ดีแล้วไหม"ลงกาเอ่ยขึ้น นึกไปถึงใบหน้าหงอยเหงาของเพื่อนช่วงสำนึกผิดแล้วก็รู้สึกรำคาญหูรำคาญตา

"อืม"พชรดนัยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ถึงเขาจะไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นอะไรนักแต่ก็รับฟังและเห็นด้วยกับเพื่อนในหลายๆเรื่อง

"ตอนนี้เอมมีความสุขมากๆเลยนะ ยิ้มเยอะกว่าเมื่อก่อนอีก"เวทิศเอ่ยบอก


ช่วงเปิดเทอมแรกๆน่ะเอมซึมไปมากจนเขาและแจมนึกเป็นห่วง ยิ่งช่วงที่ย้ายออกมาจากห้องแล้วก็ยิ่งซึมซะจนอยากโอ๋ แต่ช่วงนี้ที่ดิฐมาตามง้อก็ทำให้รอยยิ้มสดใสของอีกคนกลับคืนมาอีกครั้ง แถมความสุขของเอมมันยังเอ่อร้นมาเผื่อแผ่คนรอบข้างจนเขาสัมผัสได้อีก


อริญชย์น่ะเหมาะกับความสดใสที่สุดแล้ว


"ดื้อว่ะ บอกให้มานั่งก่อนก็ไม่มา"เสียงทุ้มบ่นพึมพำขณะที่ก้าวขาตรงมายังโต๊ะที่มีเพื่อนนั่งทานข้าวคุยกันอยู่ ในมือหนาทั้งสองข้างถือจานข้าวผัดไข่มาข้างละใบพลางวางลงบนโต๊ะข้างกัน

"ก็เราอยากรอนี่นา"คนที่ถือน้ำเก็กฮวยสองแก้วเอ่ยแย้งจนปากยื่น

"ถึงบอกว่าดื้อนี่ไง"

"เอ้าๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน กินข้าวเถอะเดี๋ยวจะบ่ายเอา"จิณณ์โบกมือห้ามสงครามง้องแง้งของคู่รักข้างๆ


เถียงกันไม่จริงจังหรอกคู่นี้น่ะ เหมือนเถียงเพราะเอ็นดูมากกว่าแต่แบบนั้นมันจะกลายเป็นวนกลับมาจีบกันอีกครั้งนี่สิ ขืนไม่ห้ามซะก่อนก็ไม่ต้องกินกันแล้วข้าวปลาน่ะ




********




"หืม? เขาทำอะไรกันน่ะ"จรัสกรขมวดคิ้วเมื่อเห็นอะไรแปลกๆที่สนามกว้างด้านล่างผ่านทางหน้าต่างเป็นจังหวะเดียวกับที่อริญชย์กดเปิดอ่านข้อความของคนรักที่ส่งเข้ามาหา


'มายืนที่หน้าต่างหน่อย'


ใบหน้าหวานงุนงงเล็กน้อยหลังจากอ่านข้อความจบแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินไปทางหน้าต่างอย่างที่ดิฐวัฒน์บอก ขาเรียวก้าวเข้าไปยืนข้างๆจรัสกรที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว ตากลมทอดมองออกไปด้านล่างเห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มทำกิจกรรมอะไรสักอย่างอยู่


และนอกจากนักเรียนกลุ่มนั้นอริญชย์ก็เห็นคนรักของตนที่โบกมือมาให้อย่างร่าเริงโดยที่ข้างๆมีเพื่อนในกลุ่มยืนถือป้ายขนาดใหญ่อยู่คนละอัน


กำลังจะทำอะไรกันนะ


"ดิฐมันจะทำอะไรนั่น"จรัสกรเอ่ยถาม

"ไม่รู้สิ"อริญชย์ส่ายหน้าตอบเพราะตนก็ไม่รู้ว่าคนรักกำลังทำอะไร

"จะขอเอมคืนดีหรือเปล่า"เวทิศที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยแซวขำๆหลังจากเห็นท่าทางของคนในสนาม


เหมือนจะมาเซอร์ไพรส์อะไรเลย


อริญชย์ที่ได้ยินแบบนั้นก็หันกลับไปมองในสนามอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่กลุ่มเพื่อนของดิฐวัฒน์เริ่มพลิกป้ายที่ถืออยู่จนอริญชย์มองเห็นข้อความตัวใหญ่ในนั้นจึงไล่สายตาอ่านตามช้าๆ


'ตั้ง ใจ อ่าน นะ'


ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆหลังจากอ่านจบและนึกไปถึงวันที่อีกคนขอตนเป็นแฟนด้วยวิธีนี้ ก่อนที่คิ้วสวยจะขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเมื่อดิฐวัฒน์และกลุ่มเพื่อนวิ่งออกไปจากสนาม


อ้าว...แล้วให้เขาอ่านอะไร


ก่อนที่จะสงสัยมากไปกว่านั้นเด็กนักเรียนที่จับกลุ่มกันอยู่ในสนามก็เริ่มขยับตัวเป็นจังหวะจนเกิดเป็นตัวอักษรอย่างสวยงาม อริญชย์มองภาพตรงหน้าอึ้งๆไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้


'เอม'

'ดี'

'กัน'

'นะ'


ข้อความสั้นๆพร้อมเสียงเฮของเพื่อนในห้องที่เรียกให้อริญชย์รู้ตัวว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตนและเพื่อนอีกสองคนเท่านั้นที่มายืนอยู่ตรงหน้าต่างแล้วมองดูการเคลื่อนไหวในสนาม แต่เพื่อนคนอื่นๆในห้องนั้นก็มายืนเบียดกันอยู่ริมหน้าต่างดูภาพด้านล่างด้วยเช่นกัน


ตากลมละจากเพื่อนๆในห้องที่มองมาอย่างแซวๆกลับมาที่สนามด้านล่างอีกครั้งเพื่อดูการแปลอักษรต่อและหลีกเลี่ยงความเขินที่แทบจะระเบิดออกมา


แก้มเขาร้อนไปหมดแล้ว


'♡'

'หัน'

'หลัง'


คิ้วสวยเลิกขึ้นน้อยๆหลังอ่านข้อความสุดท้ายจบก่อนกลุ่มนักเรียนกลางสนามจะแตกกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง เสียงเฮของเพื่อนในห้องดังขึ้นอีกครั้งทำให้ร่างบางรีบหันตัวกลับมาตามที่ข้อความข้างล่างบอก


ใจดวงน้อยเต้นตุบตับทันทีที่หันมาเจอร่างสูงคุ้นตากำลังเดินเข้ามาหา ในอ้อมแขนของดิฐวัฒน์มีตุ๊กตาแมวน้ำสีขาวตัวใหญ่ที่มีสามจุดบนแก้มซ้ายอยู่ด้วยที่อริญชย์คิดว่าอีกคนคงไปซื้อมาจากร้านที่เคยพาเขาไปแน่ๆเพราะตุ๊กตาแบบนี้มีขายแค่ที่ห้างของพ่อเจ้าตัว


ก็ดิฐเป็นคนขอให้พ่อซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตนี่นา


"ดิฐ..."เสียงนุ่มเอ่ยเรียกเบาๆทำให้รอยยิ้มของอีกคนยิ่งกว้างมากขึ้น

"เอม...ดีกันนะ"มือหนาเอื้อมมากุมมือบางเอาไว้ทั้งที่ยังกอดตุ๊กตาอยู่ ภายในห้องเรียนเงียบลงเมื่อบทสนทนาของคู่รักเริ่มขึ้นที่หากหันไปมองรอบๆห้องแล้วล่ะก็จะเห็นว่าที่เงียบนั่นก็เพราะคนอื่นๆกำลังเม้มปากกลั้นยิ้มกันอยู่อย่างสุดฤทธิ์เพราะกลัวจะขัดจังหวะบรรยากาศดีๆแบบนี้

"ที่ผ่านมากูขอโทษ กูขอโทษจริงๆที่งี่เง่าแบบนั้น แต่หลังจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว...กูจะมองแค่มึง แค่มึงที่เป็นมึง"แววตาขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นแน่วแน่เมื่อเอ่ยเรื่องจริงจังออกมา

".........."

"ขอโอกาสให้กูอีกครั้งนะ กูจะทำมันให้ดีที่สุด"กระชับมือที่กอบกุมไว้พลางสบตากลมของคนตรงหน้านิ่ง เปิดเผยความจริงใจในแววตาให้อีกคนเห็นอย่างไม่ปิดบัง


ดิฐวัฒน์ไม่ใช่คนดีอะไรนักและยังไม่โตพอสำหรับบางเรื่องซึ่งเขาอยากจะค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆเติบโตไปพร้อมๆกับอีกคน


อยากเติบโตให้ดีโดยที่มีอริญชย์อยู่ข้างๆ


"..........."

"ดีกันนะ"

"...อื้อ"คนถูกกุมมือเอ่ยตอบออกไปเบาๆพลางเม้มปากกลั้นยิ้มแต่สุดท้ายก็หลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้


ดิฐวัฒน์ยิ้มกว้างตามคนรักก่อนจะอ้าแขนดึงเอาร่างบางเข้ามากอดไว้แทนตุ๊กตาตัวอ้วนเรียกเสียงเฮจากคนในห้องที่แอบเชียร์อยู่เงียบๆจนดังลั่นไปทั่วห้องเรียน


"กูรักมึง"ก้มลงกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันแค่สองคน

"อื้อ เราก็รักดิฐ"ใบหน้าหวานที่ซุกอยู่กับบ่ากว้างพยักหงึกหงักตอบกลับไป


ในตอนนี้ไม่รู้ว่าเสียงเป่าปากแซวจากเพื่อนในห้องหรือเสียงหัวใจของเขาทั้งสองคนกันแน่ที่มันดังกว่ากัน


"กูมีสมาชิกใหม่มาให้ด้วย"ร่างสูงปล่อยอ้อมกอดออกแล้วขยับตุ๊กตามาข้างหน้าคนรักเพื่อให้อีกคนเห็นมันชัดๆ

"น่ารักจัง"อริญชย์ใช้สองมือวางทาบไปบนแก้มกลมของตุ๊กตาแล้วเอ่ยออกมา

"เหมือนมึงไง"

"อื้อ"ร่างบางรับตุ๊กตาตัวอ้วนมากอดไว้เองพลางพยักหน้ารับคำชมไม่ปฏิเสธจนคนชมมันเขี้ยวส่งมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มเบาๆ


น่ารักไม่มีใครเกิน มันเขี้ยวจนอยากกัด


"มดขึ้นแล้วคร้าบบบบบ"เสียงใครสักคนในห้องตะโกนดังขึ้นส่งผลให้เพื่อนคนอื่นๆหัวเราะออกมาจนคนถูกแซวเขินไปคนละทาง


ดิฐวัฒน์ยกมือขึ้นเกาหลังคอแก้เก้อ ส่วนอริญชย์นั้นซุกหน้าลงกับตุ๊กตาในอ้อมแขนซ่อนใบหน้าแดงเรื่อไม่ให้ใครเห็น





*********





"กลับมานอนห้องเราดิ"เสียงทุ้มเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าตี๋หันไปมองร่างบางเป็นเชิงออดอ้อน

"แต่เราก็มาห้องดิฐบ่อยนี่นา"ร่างบางเอ่ยตอบ


เขามาห้องนี้บ่อยจะตาย อย่างตอนนี้ที่อริญชย์ก็มานั่งอยู่ในห้องของดิฐวัฒน์ตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว


"แต่มึงกลับไปนอนกับแจมอ่ะ กูนอนคนเดียวเหงานะ"ศีรษะภายใต้กลุ่มผมสีอ่อนวางแหมะลงกับบ่าเล็กทำตัวเป็นคนไร้เรี่ยวแรง

"ดิฐขี้โม้ เราไม่เชื่อหรอก จิณณ์บอกเรามาว่าตอนที่เราย้ายมาใหม่ๆดิฐบอกให้ลงกาเอาเราไปไว้ห้องอื่น"อริญชย์เอ่ยปากยื่นจนถูกคนที่พิงไหล่อยู่ยื่นมือมาบีบปากเบาๆอย่างมันเขี้ยว

"ทำปากเป็นเป็ดไปได้"

"อะไรเล่า"

"ฮ่าๆๆๆ แต่ว่านะ นั่นมันก่อนกูรู้จักมึงนี่หว่า แต่ตอนนี้เป็นแฟนกันอ่ะ กูอยากอยู่ด้วย"

".........."

"เอ้า มึงหน้าแดงทำไมเนี่ย กูไม่ได้หยอดเลยนะ"

"ไม่ต้องเลย"มือเรียวปัดมือหนาของอีกคนที่ชี้หน้าตนอยู่ออกพลางเบะปากใส่


ไม่ได้หยอดแต่คำพูดตรงๆแบบนั้นอริญชย์ก็เขินอยู่ดี


"กลับห้องเหอะ...นะ...เราดีกันแล้วนี่ไง"ดิฐวัฒน์ส่งนิ้วก้อยซ้ายไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอีกคนไว้ประกอบการพูด

"ขอถามแจมก่อนได้ไหม เรากลัวแจมเหงา"ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่วเพราะไม่กล้าทิ้งเพื่อนให้อยู่คนเดียว


ตอนมีปัญหาไปอยู่กับเพื่อนพอคืนดีกับแฟนจะย้ายกลับมาเลยก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนไปหาเพื่อนเฉพาะเวลาที่มีปัญหาเลย อริญชย์ไม่อยากให้จรัสกรรู้สึกแบบนั้น


"ได้ดิ ไม่เป็นไรไม่ต้องคิดมาก ถ้ามึงกลัวแจมเหงาเดี๋ยวกูหอบหมอนไปนอนนู่นกันมึงเอง"ดิฐวัฒน์ไม่อยากบังคับเพราะรู้ว่าคนรักของตนแคร์เพื่อนมากขนาดไหน


คงกลัวจะเกิดความรู้สึกไม่ดีระหว่างกันแล้วความสัมพันธ์จะเป็นแบบเพื่อนที่โรงเรียนเก่าล่ะมั้ง


"อื้อ ขอบใจนะ"

"ขอบใจอะไรกันล่ะ เรื่องแค่นี้กูตามใจมึงได้อยู่แล้ว"มือหนาลูบเบาๆบนผมนุ่มอย่างเอ็นดูที่อีกคนก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

"จริงสิ พรุ่งนี้ไปเดทกัน"ดิฐวัฒน์เอ่ยชวน

"ที่ไหนหรอ"

"มึงอยากไปไหนอ่ะ กูพาไปได้หมด"

"อืมมมมมม...งั้นไปห้างของที่บ้านดิฐก็ได้"อริญชย์เองก็ไม่รู้จะไปที่ไหนจึงเสนอสถานที่ที่พวกเขาไปเดทกันครั้งแรก

"ตามบัญชาเลยครับ"





100%




#เมทผมเป็นผู้หญิง


เรื่องเล่นใหญ่ไว้ใจพี่ดิฐ และพี่ลงกาผู้หาทุกอย่างในโรงเรียนมาให้ได้????

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าจ้าาา❤❤
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

378 ความคิดเห็น

  1. #357 Wart K.T. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 09:43
    เรื่องเล่นใหญ่ไว้ใจพี่ดิษฐ์เค้าเถอะ แต่พ่อลงกานี่ก็ไม่ทัมดานะนายช่างสรรหาอะไรมาได้ตล๊อดดดดดดด อย่าลืมไปชาบูๆๆๆๆๆพ่อเค้านะดิษฐ์😂😂
    #357
    0
  2. #356 'alexis▴ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 16:01
    แงงงง น่ารักมาก หวานแบบมดขึ้นจริงๆ ฮือ
    #356
    0
  3. #353 Danikniel (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 02:02
    เป็นความเล่นใหญ่ที่โคตรน่ารักเลยไอ่หนุ่ม เอ็งทำดีมากพ่อพุมจัยว่ะ แงงงง้ ในที่สุดก็้ดีกันสักที ปาดนั้มตา คุณไรท์คะเราอยากจะบอกว่าคิดถึงๆๆนะคะ ดูแลสุขภาพด้วย เป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้เสมอ รักๆ จุ๊บๆ
    #353
    0
  4. #352 Ttawanp55 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:58
    แงงงงน่ารักทากกก
    #352
    0
  5. #351 Galaxy_Pcy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:50
    แงงน่ารักกมากกค่ะเขินนมากฮือออ
    #351
    0
  6. #350 moo-min1998 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่พอดีเลยยยย >< เห็นแจ้งเตือนนึกว่าตาฝาด น่ารักกกกกกกก
    #350
    0