เมทผมเป็นผู้หญิง!! (Nielong)

ตอนที่ 14 : ย้ายห้อง{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    20 พ.ย. 61








"นี่ทะเลาะกับดิฐจริงๆใช่ไหมเนี่ย"จรัสกรเอ่ยถามเพื่อนตัวบางที่กำลังพับเสื้อผ้าลงกระเป๋า


วันนี้เป็นวันหยุดที่จรัสกรและเวทิศมาหาอริญชย์ที่ห้อง แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มานั่งเล่นด้วยกันอย่างทุกทีเพราะวันนี้พวกเขามาช่วยเพื่อนตัวบางเก็บของ


เพื่อย้ายห้อง...


หลังจากที่อริญชย์มาถามเขาเรื่องรูมเมทที่ยังคงว่างอยู่ วันต่อมาอีกคนก็มาบอกว่าจะขอย้ายห้องมาอยู่ด้วย จรัสกรไม่ได้แย้งอะไรเพราะหากเพื่อนจะมาเขาก็ให้มาได้อยู่แล้ว แต่ในใจก็นึกสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนจึงขอย้ายห้องทั้งที่อยู่ห้องเดิมมาเทอมนึงเต็มๆแล้ว


"ไม่ได้ทะเลาะหรอก ไม่ได้คุยกันเลยมากกว่า"เจ้าของห้องเอ่ยตอบเบาๆขณะที่ปิดกระเป๋าลงเมื่อเก็บเสื้อผ้าใส่จนหมด


โดนหลบหน้าขนาดนั้นจะได้คุยกันยังไงล่ะ


"แล้วย้ายออกไปแบบนี้จะดีหรอเอม"เวทิศเอ่ยถามขึ้นบ้าง

"อื้ม...น่าจะดีที่สุดแล้วนะ ดิฐจะได้ไม่ต้องอึดอัดเพราะเรา"อริญชย์ยิ้มบางแล้วลุกขึ้นไปหยิบตุ๊กตาแมวน้ำสองตัวของตนที่พี่ชายและแฟนตัวหนาซื้อให้ขึ้นมาถือไว้


อย่างน้อยก็ขอเอาเจ้าแมวน้ำแก้มสามจุดนี้ไปด้วยแล้วกัน อริญชย์ไม่นึกอยากคืนเพราะมันคือของขวัญชิ้นแรกของเขาที่ดิฐวัฒน์ซื้อให้


อยากเก็บเอาไว้


เมื่อเห็นว่าเพื่อนเก็บของเสร็จหมดแล้วจรัสกรและเวทิศก็ลุกขึ้นตามก่อนจะช่วยกันถือของคนละอย่างสองอย่าง แม้ไม่เข้าใจนักว่าความสัมพันธ์ของอริญชย์และดิฐวัฒน์มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นแต่พวกเขาก็คิดว่าเพื่อนของเขาตัดสินใจดีแล้ว


"ดิฐกลับมาไม่เจอเอมคงตกใจแย่"ร่างเล็กพึมพำเบาๆ ตอนที่เขาและจรัสกรเข้ามาก็ไม่เจอร่างหนาของเจ้าของห้องอีกคนแล้ว เวทิศคิดว่าอีกคนน่าจะไปซ้อมกีฬาเพราะแฟนของตนก็ไป


กลับมาแล้วไม่เจอแฟนตัวเองอยู่ห้องก็น่าจะต้องตกใจเป็นธรรมดา


"ไม่หรอก...ไม่ตกใจหรอก.."

"งั้นเราไปกันเถอะ ไปอยู่ห้องเรา"จรัสกรเอ่ยด้วยรอยยิ้ม รู้ว่าเพื่อนกำลังไม่โอเคเขาก็พร้อมจะปลอบเสมอ

"อื้ม~"อริญชย์รับคำแล้วหันกลับมากวาดสายตามองไปทั่วห้องอีกครั้ง


ต่อไปนี้คงไม่ได้กลับมาที่ห้องนี้อีกแล้ว ต่อไปนี้เจ้าของห้องอีกคนจะได้กลับมาอยู่ห้องได้โดยที่ไม่ต้องคอยหลบออกไปอยู่กับเพื่อนเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน


ต่อไปนี้สถานะของเราสองคนมันจะเรียกว่าอะไรนะ


แฟน?


แฟนเก่า?


เพื่อน?


คนรู้จัก?


อริญชย์ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้เราเลิกกันไปหรือยัง อีกคนยังมีความรู้สึกดีๆให้กันอยู่ไหม แต่สำหรับเขาแล้วนั้น...มันไม่เคยเปลี่ยน


ยังคงรักแม้ในวันที่ไม่เข้าใจกันแบบนี้


ขาเรียวก้าวไปตามเพื่อนอีกสองคนเพื่อไปยังห้อง 2520 ที่อยู่ฝั่งของตึกซึ่งเป็นห้องของจรัสกรและกำลังจะเป็นห้องของอริญชย์อีกคนในเร็วๆนี้


"เอมนอนเตียงบนได้ไหม หรือจะเอาเตียงล่างเดี๋ยวเราเปลี่ยนให้"เมื่อเข้ามาในห้องจรัสกรก็เอ่ยถามรูมเมทคนใหม่

"เรานอนข้างบนก็ได้ ตอนอยู่กับดิฐเราก็นอนชั้นบน"

"โอเค"


อริญชย์ตั้งกระเป๋าไว้หน้าตู้เสื้อผ้า เขาเคยมาห้องของเพื่อนแก้มอวบหลายครั้งแล้ว ห้องนี้ไม่ต่างจากห้องเก่าของเขานัก แต่สิ่งที่ต่างคือความรู้สึกของเขาเอง


ยังจำตอนที่เข้าหอพักครั้งแรกได้อยู่เลย รูมเมทเซอร์ไพรส์เขาด้วยห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดิน เขาคิดอยู่ตลอดว่าจะอยู่กับคนที่ไม่มีความเป็นระเบียบได้หรือเปล่า ซึ่งเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยไม่อึดอัดใจอะไร แต่วันนี้ก็ได้รู้อีกว่าที่สามารถอยู่ได้โดยไม่อึดอัดใจนั้นมันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง


สุดท้ายเขาก็ต้องย้ายออกมาอยู่ดี


"เก็บของเสร็จแล้วไปกินไอติมกันไหม"เวทิศเห็นว่าเพื่อนเริ่มทำหน้าเศร้าอีกแล้วก็เอ่ยชวนไปกินไอศกรีมเพื่อดึงอริญชย์ออกมาจากความคิดของตัวเอง


เขาคงต้องไปถามพลับบ้างแล้วว่าระหว่างรูมเมทห้อง 2510 มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่










"โย่~"เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเรียกให้เด็กหนุ่มสามคนที่กำลังนั่งกินไอศกรีมอยู่ที่ม้านั่งใต้หอเงยหน้าขึ้นไปมอง


จิณณ์โบกมือส่งมาให้พร้อมรอยยิ้มโชว์เขี้ยวสวย ด้านหลังมีกลุ่มเพื่อนที่เดินตามกันมา จุมพลเห็นว่าเป็นพวกอริญชย์ก็เดินมาทิ้งตัวนั่งด้วยทันที


"ซ้อมเสร็จแล้วหรอ"เวทิศเอ่ยถามขึ้นขณะที่ตักไอศกรีมรสวนิลาเข้าปาก พชรดนัยเดินแทรกเพื่อนตัวหนาที่เดินเอื่อยๆมาทิ้งตัวนั่งลงข้างแฟนของตน

"อื้อ ไอติมน่ากินว่ะ ลงกามึงยังไม่นั่งเดินไปซื้อไอติมให้กูหน่อยดิ เอาช็อคโกแลตนะ"จุมพลว่าขึ้นพลางหันไปบอกเพื่อนร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกล

"อืม"ลงการับคำแล้วหมุนตัวไปทางร้านไอศกรีมเพื่อซื้อไอศกรีมให้เพื่อนสนิท

"ไอ้ลงกากูฝากด้วยๆๆๆ"จิณณ์ร้องเรียก

"มีขาก็เดินมา"แต่ก็ถูกปฏิเสธซะอย่างนั้น

"อะไรว้าาา ทีไอ้จุมยังซื้อให้เลยอ่ะ"

"ไม่ได้ชื่อจุมก็ลำบากหน่อยนะ"จุมพลหัวเราะเยาะเพื่อนจนจิณณ์ยื่นมือมาตบหน้าผากดังเพี๊ยะ


อริญชย์มองคนตรงหน้ายิ้มๆกับความร่าเริงนั้น ตากลมละจากใบหน้าหวานของจุมพลมองเลยไปยังด้านหลัง ร่างหนาคุ้นตายืนอยู่ไม่ไกลนักแต่กลับไม่เดินเข้ามาใกล้ ตาคมเรียวรีนั้นมองสบกับเขาอยู่แวบหนึ่งก่อนที่จะหลบสายตาออกไป


อยู่ๆก็อึดอัดใจที่จะมองหน้ากัน


"ไอ้ดิฐมึงจะไปยืนทำไรตรงนั้น มานั่งดิ"จิณณ์กวักมือเรียกเพื่อน

"ตามสบาย กูจะไปอาบน้ำ"แผ่นหลังหนาปรากฏให้เห็นเมื่ออีกคนหันหลังเดินจากไป อริญชย์มองตามจนสุดสายตาแล้วจึงก้มมาหมายจะกินไอศกรีมต่อ

"ละลายหมดแล้ว"พชรดนัยเอ่ยบอก

"ฮ่ะๆๆ สงสัยอากาศร้อนเกิน"ร่างบางหัวเราะแก้เก้อ

"เอมปล่อยให้มันละลายเองต่างหาก"จรัสกรเขกเบาๆบนหัวทุยอย่างเอ็นดู


ก็เห็นอยู่ว่าเอาแต่มองดิฐวัฒน์จนไม่สนใจไอศกรีมแล้ว


"ยังไม่ได้คุยกับมันหรอ"ลงกายื่นถ้วยไอศกรีมให้จุมพลพลางนั่งลงข้างๆก่อนจะเอ่ยถามออกมาแบบไม่มีการเกริ่นนำใดๆแต่คนถูกถามกลับเข้าใจมันอย่างดี

"อื้ม...คงไม่ได้คุยแล้วล่ะ"

"หื้ม?"คำพูดของอริญชย์เรียกให้ทุกคนหันมามอง

"เราย้ายออกมาจากห้องแล้ว"









แกร่ก


มือหนาดันบานประตูเปิดเมื่อแตะคีย์การ์ดเพื่อปลดล็อคแล้ว ขายาวก้าวเข้ามาในห้องก่อนที่สองเท้าจะหยุดชะงัก


ใบหน้าตี๋หันไปมองรอบห้องอย่างแปลกใจ ห้องของเขามันโล่งจนผิดสังเกต หันซ้ายไปเจอกับเตียงสองชั้นที่ชั้นบนว่างเปล่าไม่มีแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน หันขวามาเจอกับโต๊ะเขียนหนังสือของรูมเมทที่ว่างเปล่าไม่ต่างกัน


ขายาวก้าวช้าๆไปทางตู้เสื้อผ้าเอื้อมมือเปิดประตูตู้ด้านในออก และก็เป็นไปดังที่คิด


มันว่างเปล่า


ดิฐวัฒน์กระพริบตาปริบอย่างงงงวย รู้สึกหวิวในใจขึ้นมาแปลกๆ


เอมไปไหน?


เกิดคำถามขึ้นมาในหัวขณะที่ร่างหนายังคงเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง เขาไม่รู้จะทำอะไรก่อนจึงได้แต่ยืนหันไปหันมาอยู่อย่างนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นโพสอิสแผ่นเล็กสีชมพูหวานซึ่งเป็นสีโปรดของอีกคนแปะไว้ที่หัวตุ๊กตาแมวน้ำบนเตียงของเขา ร่างหนาเดินไปหยิบขึ้นมาดูทันที


'เราขอโทษที่ทำให้ดิฐอึดอัด เราย้ายออกให้แล้วนะ ต่อไปนี้ไม่ต้องคอยหลบหน้าเราแล้ว ขอโทษและขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ'


ตัวหนังสือคุ้นตาที่ดิฐวัฒน์จำได้แม่นว่ามันคือลายมือของอริญชย์ปรากฏสู่สายตาทันทีที่หยิบขึ้นมาดู และก็เหมือนถ้อยประโยคยาวๆนั้นบีบหัวใจเขาจนเจ็บหนึบ


เอมย้ายออกไปแล้ว


อยู่ดีๆความรู้สึกที่ต่อว่าตนว่าเป็นคนงี่เง่าก็ลอยเข้ามาปะทะใบหน้าอย่างจังจนรู้สึกหน้าชา


อืม...เขางี่เง่าจริงๆนั่นแหละ งี่เง่าในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถึงรู้อย่างนั้นแต่เขาก็ยังคงไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้


รู้สึกผิดกับอีกคนแต่ก็ยังรั้งให้กลับมาไม่ได้


เขาทำอะไรไม่ได้เลย











"ไงล่ะ เขาย้ายหนีไปแล้วเนี่ย"จุมพลเอ่ยขึ้นพลางเท้าเอวมองเพื่อนอย่างหาเรื่อง


หงุดหงิดใจจนอยากจะเบิ๊ดกระโหลกมันไปสักที


บ้าบอจนได้เรื่อง!


"พอเขาอยู่ก็เมินเขา หลบหน้าเขา พอเขาย้ายหนีก็นั่งหงอยเป็นหมาเหงา"จิณณ์ร่วมวงไปกับจุมพลบ่นเพื่อนด้วย


เมื่อวานที่รู้ว่าอริญชย์ย้ายห้องไปแล้วเขาก็ตกใจอยู่หรอก พอเช้ามาเห็นเพื่อนเดินเข้าห้องเรียนมาด้วยใบหน้าซังกะตายก็ยิ่งหงุดหงิด


มันขัดใจจังโว้ยยยย


"..........."ดิฐวัฒน์นั่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป


เขาพูดอะไรไม่ออก ไม่มีอะไรจะเถียง ตั้งแต่เมื่อคืนที่รู้ว่ารูมเมทย้ายห้องออกไป เขาก็ทำตัวอึนขาดความกระฉับกระเฉงไปเสียหมด ก็รู้ว่าทั้งหมดคือความผิดของตัวเองทั้งนั้น แต่เขาไม่ได้คิดว่าผลของมันจะเป็นแบบนี้


ตอนหลบหน้าอริญชย์ ดิฐวัฒน์เองก็รู้ตัวอยู่ตลอดว่าคิดถึงอีกคนขนาดไหน พอมารู้ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องคอยหลบหน้าแล้วเพราะอีกคนหนีเขาไปแล้วก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงมากขึ้นไปอีก


ติดอยู่ที่กรอบของตัวเองที่กำลังพยายามทุบมันให้พังมันค้ำคอเขาเอาไว้


"คิดดีๆ ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีแล้วหรอ"ลงกาตบบ่ากว้างเบาๆ


รู้ว่าเพื่อนก็เสียใจกับเรื่องนี้ไม่น้อยเหมือนกัน แต่เพียงแค่คนๆนั้นที่ไม่ได้มารู้เรื่องอะไรด้วยเสียใจมากกว่า


"ถ้ามึงรักเอมจริงๆ เรื่องที่ว่าพวกมึงเป็นผู้ชายกันทั้งคู่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยดิฐ ดูอย่างเอมสิมึงบ้าขนาดนี้มันยังรักมึงเลย"จิณณ์เสริมเพราะเขาเองก็เคยผ่านความรู้สึกนี้มาก่อน


จิณณ์ไม่ได้ชอบผู้ชายออกจากชอบผู้หญิงน่ารักๆด้วยซ้ำ แต่พอได้มาเจอแฟนคนปัจจุบันมันก็ทำให้เขาเปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร ไม่ได้รู้สึกแปลกที่จะคบกัน ก็เพราะว่ารักคำเดียวเลย


หากรักแล้วเขาก็ไม่สนอะไรแล้ว


และจิณณ์หวังว่าเพื่อนของเขาจะเข้าใจตรงนี้บ้าง


"ไปคิดดู รีบคิดรีบตัดสินใจ เพราะถ้าเอมเปลี่ยนใจจากมึงขึ้นมาก็จบ ถึงมึงจะอยากได้เขาคืนมาแต่ตอนนั้นมันจะสายไปแล้ว"พชรดนัยตบท้ายด้วยประโยคยาวเหยียดก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่

"กูรักเอม"เสียงทุ้มเปล่งออกมาเบาๆราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง


ดิฐวัฒน์รักอริญชย์


ไม่ว่าจะถามตัวเองอีกกี่ครั้งคำตอบมันก็เป็นแบบเดิม


แต่เขาไม่รู้ว่ารักนั้นมันมากพอที่จะทำให้เขาทุบกรอบของตัวเองได้สำเร็จไหม


"รักแล้วทำไมปล่อยให้มันเป็นแบบนี้วะ"เป็นอีกครั้งที่จุมพลเอ่ยขึ้น

"จุมใจเย็นๆก่อน"ลงกายกมือปราม จุมพลจึงได้แต่หันหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์

"กูไม่ได้อยากให้เอมมาเจ็บเพราะกู กูกำลังพยายาม"

"พยายามอะไร?"

"พยายามพังกรอบของกู...แต่มันยาก กูโคตรรักมันเลย รักแบบที่ไม่เคยรักใคร แต่เพราะมันเป็นผู้ชายกูถึงต้องใช้เวลา"

"แต่เวลาของมึงนานไป...อย่าลืมว่าไม่มีใครรอมึงได้ตลอด"จิณณ์กล่าวอย่างจริงจัง

".........."

"เฮ้อ...เอาเหอะ ยังไงพวกกูก็ต้องช่วยมึงอยู่แล้ว"จุมพลที่มีท่าทีหงุดหงิดก่อนหน้าถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยบอก

"ขอบใจ"ร่างหนาเอ่ยขอบคุณเบาๆ

"แต่อย่าชักช้านักล่ะ"

"อืม...จะพยายาม"












เสียงอื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นภายในโรงยิมเนื่องจากคนจำนวนมากที่นั่งบนอัศจรรย์เสียจนแทบไม่มีที่ว่างกำลังพูดคุยกันจอแจไม่หยุด


ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาแข่งขันบาสเก็ตบอลระหว่างสีแดงและสีเขียวแล้ว ดิฐวัฒน์ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาตัวจริงของคณะสีแดงยืดแขนยืดขาวอร์มร่างกายขณะที่มองดูเพื่อนของตนรับขวดน้ำเย็นมาจากแฟนตัวเล็ก


"พลับสู้ๆนะ เดี๋ยวเวนั่งเชียร์อยู่ตรงนี้"เวทิศกำมือทั้งสองข้างชูขึ้นระดับอกเพื่อให้กำลังใจแฟนของตนพลางบอกว่าจะนั่งเชียร์อยู่ข้างๆสนามเลย

"อืม"พชรดนัยยิ้มน้อยๆพลางวางมือลงบนหัวทุยเบาๆ


ดิฐวัฒน์เบะปากเบือนสายตาออกมาพลางกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย


จะหวานอะไรกันขนาดนั้นอ่ะ


แต่พอหันหน้ามาทางขวาก็เจอกับจิณณ์ที่กำลังยืนคุยกับแฟนอยู่ ดิฐวัฒน์พึ่งจะเคยเห็นแฟนของจิณณ์เป็นครั้งแรกก็วันนี้ ซึ่งอีกฝ่ายก็น่ารักดี แต่จะมาสวีทหวานอะไรกันตรงนี้อีกคู่ล่ะ นี่ดีนะที่ลงกากับจุมพลยังไม่มีแฟนกันน่ะ สองคนนั้นมันเลยดูแลกันเองซึ่งเขาเห็นแล้วก็หมั่นไส้อยู่ดี


สองแขนยาวเหยียดขึ้นฟ้าทำเป็นไม่สนใจคนที่กำลังให้กำลังใจกันอยู่ ตาเรียวตี่กวาดมองไปรอบๆบริเวณใกล้ๆเพื่อสังเกตอะไรบางอย่าง


ไม่มี...


ไม่มีแฟนของเขา...


เอมไม่ได้มากับเวทั้งที่ปกติไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด...


ใบหน้าหล่อตี๋สลดวูบลงนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าวันนี้แฟนร่างบางของตนจะไม่มาเชียร์ แต่ก็นะ ใครเขาจะมากัน ช่วงที่เขาซ้อมเอมยังเคยมาดูแค่ครั้งเดียวเลยซึ่งตอนนั้นเขาก็ได้ทำท่าทางไม่ดีให้อีกคนเห็นไป นั่นคือเขาไม่มีสมาธิซ้อมเพราะแฟนที่ตนกำลังมีท่าทีอึดอัดด้วยมานั่งดูใกล้ๆ และเอมก็คงจะดูออกเพราะหลังจากนั้นก็ไม่ได้มาดูเขาอีกเลย ป่านนี้คงโกรธเขาแย่แล้วแน่ๆที่เขาทำตัวแย่ๆใส่แบบนั้น


ทำเหี้ยไรลงไปวะ...


"พี่ดิฐคับ ลงสนามได้แล้ว"และเพราะว่าดิฐวัฒน์คงจะเหม่อมากเกินไปจนไม่ได้ยินเสียงเรียกให้นักกีฬาลงสนาม รุ่นน้องในทีมจึงเดินมาสะกิดเรียกให้เขาหลุดออกจากความคิดของตัวเอง


ตาตี่กระพริบปริบเมื่อสติถูกดึงกลับมาที่ปัจจุบัน ดิฐวัฒน์มองหน้ารุ่นน้องตัวสูงในชุดบาสของคณะสีแดงที่กำลังยืนมองมาที่ตนด้วยใบหน้างงงวยเหมือนสุนัขตัวน้อยที่กำลังสงสัยว่าเขาเป็นอะไร


"โทษที พี่คิดไรนิดหน่อย"เอ่ยบอกพลางก้าวขาตามรุ่นน้องไป แต่ก่อนที่จะก้าวขาลงสนามใบหน้าตี๋ก็หันกลับมาอีกครั้งพลางกวาดสายตาไปมาตามอัศจรรย์เชียร์


เผื่อว่าจะเจอ...


แต่เพราะจำนวนคนที่เยอะมากๆเขาจึงไม่สามารถมองเห็นคนที่เขากำลังมองหาได้ หรือไม่...อริญชย์ก็คงไม่มา...


และสุดท้ายดิฐวัฒน์ก็ตัดสินใจก้าวลงสนามไปเพราะเตรียมการแข่งขัน


ปรี๊ดดดดดด


เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมเกมส์กีฬาที่เริ่มต้นขึ้น ภายในยิมกว้างเสียงดังมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อบางคนเริ่มส่งเสียงเชียร์เวลาสีของตนได้แต้ม


"ชะเง้อขนาดนี้ลงไปเชียร์ข้างสนามเลยไหมล่ะเอม"จรัสกรเอ่ยแซวเพื่อนตัวบางที่ชะเง้อคอมองลงไปที่สนามบาสด้านล่างจนคอแทบยืดเป็นยีราฟ


เขาโดนอริญชย์ลากมานั่งที่อัศจรรย์ชั้นบนสุดแทนที่จะไปนั่งใกล้ๆสนามอย่างเวทิศ ทำให้การมองการแข่งขันข้างล่างต้องชะเง้อคอมองบ้างเพื่อให้เห็นได้ชัดขึ้น


"ไม่ได้หรอก เดี๋ยวดิฐเสียสมาธิถ้าเห็นเรา"อริญชย์เอ่ยตอบ เพราะเคยเข้าไปดูใกล้ๆแล้วอีกคนมีท่าทีประหม่าและอึดอัดจนเล่นบาสได้ไม่เต็มที่อย่างที่ควร


อริญชย์กลัวว่าถ้าตนยังเข้าไปอยู่ใกล้ๆอีกจะทำให้ดิฐวัฒน์ไม่มีสมาธิและแพ้ให้กับคู่แข่งหรือร้ายแรงที่สุดก็อาจจะได้รับบาดเจ็บเพราะมัวแต่ประหม่าจนไม่ระวังตัว เพราะงั้นเขานั่งดูอยู่ที่ไกลๆแบบนี้ก็ได้


"งั้นกลับดีไหม"จรัสกรเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่มองสนามด้านล่างไม่ละสายตาน้ำตาคลอเมื่อพูดถึงคนที่กำลังวิ่งอยู่ในสนามด้านล่าง


ดูเอาสิ อยากมาเชียร์เขาแต่พอมาเห็นแล้วก็จะร้องไห้ซะอย่างนั้น


"....ไม่เอา...เราสัญญากับดิฐไว้แล้วว่ามาเชียร์วันดิฐแข่ง"ใบหน้าหวานส่ายไปมาเบาๆขณะเอ่ยตอบ

"เชียร์แบบที่เขาไม่รู้เนี่ยหรอ"

"อื้ม...แบบนี้ดีที่สุดแล้ว"รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นที่มุมปาก


ภาพด้านล่างที่แม้จะไกลจนแทบดูไม่ออกว่าใครเป็นใครแต่อริญชย์ก็ยังคงรู้ว่าคนไหนคืออดีตรูมเมทของตน ตากลมใสจับจ้องไปที่ร่างหนาที่กำลังวิ่งไปมาอยู่ในสนามไม่วางตา คอยเอาใจช่วยเมื่ออีกคนแย่งลูกบาสมาได้ ก่อนที่ร่างบางจะสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อร่างหนาที่ตนเฝ้ามองโดนกระแทกจนล้มลงกับพื้นสนาม


"จ..แจม ดิฐล้ม"เอ่ยบอกเพื่อนทั้งที่มองลงไปไม่ละสายตาด้วยความเป็นห่วง

"ดิฐไม่เป็นอะไรเอม ดูสิลุกขึ้นไปเล่นต่อแล้วเห็นไหม"จรัสกรลูบมือบางของเพื่อนเบาๆพลางพูดปลอบให้ใจเย็นลง


ยังไงดิฐวัฒน์ก็ยังขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแฟนของอริญชย์อยู่การที่เพื่อนของเขาจะเป็นห่วงจนตัวเองลนลานแบบนี้ก็ไม่แปลก แต่ถึงจะไม่ใช่แฟนแล้วอริญชย์ก็ยังคงจะห่วงอีกคนอยู่แบบนี้อยู่ดี


เพราะเพื่อนตัวบางของเขาน่ะรักอีกคนมากๆยังไงล่ะ









การแข่งขันบาสเก็ตบอลจบลงด้วยชัยชนะของสีแดง นักกีฬาต่างพากันเดินออกจากสนามเพื่อเตรียมไปพัก


"พี่ดิฐเจ็บไหมคับ นูเห็นล้มแรงมากเลย"รุ่นน้องในทีมคนเดิมเดินเข้ามาถามรุ่นพี่ตัวหนาที่ล้มกระแทกพื้นในช่วงการแข่งขันอย่างเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรๆ จิ๊บๆ"มือหนาโบกปฏิเสธก่อนจะร้องโอ้ยออกมาเมื่อถูกเพื่อนบีบเข้าที่ไหล่

"โอ้ย!!ไอ้จุมไอ้สัด!!บีบมาได้ กูเจ็บนะ"ขายาวตวัดจะเตะกลับแต่ไอ้เพื่อนตัวดีกลับวิ่งไปหลบหลังลงกาที่กำลังเช็ดเหงื่ออยู่ไม่ไกล


มันน่าจริงๆเลย!! หาที่หลบไวตลอด


"ก็เมื่อกี้มึงบอกจิ๊บๆกูเลยทดสอบดู"จุมพลชะโงกหน้ามาตอบ เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่อะไรกับตนแล้วก็เดินมายื่นผ้าเช็ดหน้าและขวดน้ำเย็นให้


เพราะพลับกับจิณณ์มีแฟนมาคอยดูแลแล้วเขาที่ไม่ได้ลงแข่งกีฬาอย่างเพื่อนๆจึงต้องคอยดูแลเพื่อนอีกสองคนที่ไม่มีใครมาดูแล


ที่จริงคนนึงก็ควรจะมีนั่นแหละแต่เพราะความบ้าบอของมันที่ทำให้มันไม่มี


แล้วหน้าที่นั้นจึงตกเป็นของเขาที่ต้องคอยหาน้ำหาผ้ามาให้


"ดิฐ"เสียงเล็กดังขึ้นเรียกให้คนที่กำลังจะกระดกน้ำดื่มชะงักแล้วหันไปมอง เวทิศยิ้มให้ดิฐวัฒน์เล็กๆแล้วยื่นของบางอย่างมาให้ ร่างหนามองอยู่พักหนึ่งก็ยื่นมือไปรับมาถือเอง

"เอมฝากมาให้น่ะ"

"ยาแก้ฟกช้ำ?"หลังจากยกขึ้นมาดูดิฐวัฒน์ก็รู้ว่ามันคืออะไร


แสดงว่าอริญชย์ต้องอยู่ในนี้แล้วเห็นว่าเขาล้มแน่ๆถึงได้ฝากยาแก้ฟกช้ำมาให้เขาแบบนี้


ยังคงเป็นห่วงเขาอยู่เสมอเลยสินะ


ยังคงเป็นห่วงเขาแม้เขาจะทำตัวแย่ๆใส่ให้เสียใจ


คนที่รักเขาขนาดนี้...เขาจะสามารถปล่อยไปได้จริงๆหรอ


จะปล่อยไปเพราะเรื่องงี่เง่านั่นจริงๆหรอ


"อยู่ไหนหรอ...เอมอยู่ไหน"มือหนากำกล่องยาในมือพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงลนลาน


ไม่สนใจแล้ว...


จะผู้ชายเหมือนกันก็ช่างมัน...


แค่คนๆนั้นรักเขาและเขาก็รักกลับ เรื่องอื่นๆช่างแม่งแล้ว








100%






บางคนก็ไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เจอได้ในทันที
ดิฐเองก็เหมือนกัน น้องรู้ว่าตัวเองผิดและงี่เง่า 
แต่น้องยังจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่เคลียร์เลยทำอะไรต่อไม่ได้
น้องเอมเองก็ไม่ผิดที่ไม่รอ เพราะไม่ได้รับคำอธิบายอะไรเลย จะออกไปแบบนั้นก็ไม่แปลก
แต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเองเนาะ อยู่ที่ว่าพวกเขาจะแก้ปัญหายังไง^^
แถมนี่เป็นความรักครั้งแรกของเขาสองคนด้วย มันก็ต้องมีบ้างที่ทำอะไรไม่ถูก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

378 ความคิดเห็น

  1. #375 TiamoI3amx2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:14
    กว่าจะยอมรับได้
    #375
    0
  2. #303 SupisaraFiws (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 21:03
    แอดคะ รออยู่นะTT รอว่าเมืิไรเค้าจะคืนดีกัน มาต่อเร็วะนะคะ
    #303
    0
  3. #302 pp4523pimpimm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 16:56

    รอแอดยุนะ

    #302
    0
  4. #301 napassox (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:16
    ยังรออยู่นะคะㅠㅠ
    #301
    0
  5. #300 scarecrowkharub (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 16:17
    กลับมาน่ะคับ รออยู่ สงสารน้องงงง
    #300
    0
  6. #298 ตัวกลม 🐖 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:11

    เชียร์พิดิฐนะคะ เย่😂#พิดิฐน้อนเอม#เรือเราต้องไม่จม#เมทผมเป็นผู้หญิง
    #298
    0
  7. #295 atcharee4973 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 08:57

    สนุกมากกกก
    #295
    0
  8. #294 nosanranghae♥ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:54
    องสงสารน้องเอมม
    #294
    0
  9. #293 PreawPamii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 04:33
    เรารู้ว่าดิฐทำได้ เธอรักเอมมากกว่าอึติส่วนตัวอยู่แล้ว แต่แค่ยอมรับมันให้ได้แค่นั้นเอง ตอนนี้เธอยอมรับได้แล้ว ก็รีบบอกให้อีกคนได้รู้ เพราะถึงแม้เอมจะรักดิฐมากแค่ไหน แต่ใจคนที่โดนเมินอ่ะ ทนได้ไม่นานหรอก // สู้ๆนะไรต์ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย อ่านแล้วอินนนนนน
    #293
    1
    • #293-1 PreawPamii(จากตอนที่ 14)
      30 ธันวาคม 2561 / 04:33
      * อคติส่วนตัว
      #293-1
  10. #292 J_ets (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:21

    แงง รอออออออ
    #292
    0
  11. #291 c1212312121 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 16:01
    รอออออ
    #291
    0
  12. #290 Sunoii Diiz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:48
    ให้ไวเลยดิฐ วิ่งงงงง
    #290
    0
  13. #289 nakwun_nn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 23:44

    คิดถึงเจ้าเอมมากๆเลย

    #289
    0
  14. #286 thisisjimmy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 09:01
    เจ้าดิฐ! เธอรีบง้อเอมเลยนะะะะะ เดี๋ยวนี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แงงงงงง
    ป.ล. น้องนูต๋าาาาาา กี๊ดดดดดดดดดด
    #286
    0
  15. #285 Hun_S (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 00:23
    สงสารน้องเอม แต่ก็ขอบคุณดิฐที่กล้าจะพังกรอบของตัวเองเพื่อคนที่รัก ลุยเลย!! //รอนะคะไรท์
    #285
    0
  16. #284 ppqtrn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:22
    สู้ๆนะคะไรท์ ติดตามอยู่น้า
    #284
    0
  17. #283 ppeachdn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:41
    รอตอนนต่อไปค่ะชอบมาก
    #283
    0
  18. #282 'alexis▴ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:26
    สักทีเหอะ ดิฐ ทำน้องเจ็บมาหลายรอบแล้ว ฮือออออออออออออออออออออออ แต่เก่งมากแล้วแหละที่หลุดออกจากอีโก้ตัวเองได้แล้ว
    #282
    0
  19. #281 Wee11050 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:04
    ดิฐเก่งมากแล้ว รีบไปหาน้องเอมเลย!!!
    #281
    0
  20. #280 WannableOngNiel (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:33
    ดิฐเก่งมากแล้ว เก่งทั้งคู่เลย จากนี้ทำตามหัวใจตัวเองกันนะ สู้ๆ
    #280
    0
  21. #279 aomkunsr47 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 23:48
    นั่นแหละดิฐ ไม่ต้องสนนนไปหาเอมมมมมมมเร็ว
    #279
    0
  22. #278 Juji_Han (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:26
    ดีมากดิฐ สู้สิ อย่าไปกลัว อย่าทำเอมเสียใจอีก
    #278
    0
  23. #277 ,,fAiYa*A,, (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 11:35
    พร้อมให้อภัยดิฐนะะ เข้าใจแหละว่าเรื่องนี้มันยากสำหรับบางคนจริงๆที่จะยอมรับ
    #277
    0
  24. #274 Perr_tis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:33
    ฮืออรอนะคะ แต่เอมต้องอย่าใจอ่อนง่ายๆนะ ให้ดิฐรู้ซะบ้าง
    #274
    0
  25. #273 Minurin_DN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 21:22
    มันต้องอย่างนี้สิ!!!!
    #273
    0