เมทผมเป็นผู้หญิง!! (Nielong)

ตอนที่ 13 : จบลงแล้ว{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    29 ก.ย. 61








"ดิฐมึงได้คุยกับเอมบ้างปะ"จุมพลเอ่ยถามเพื่อนที่นอนเหยียดยาวเต็มโซฟาดูทีวีอยู่


วันนี้พวกเขามารวมตัวกันที่บ้านของลงกา และจุมพลก็เปิดประเด็นขึ้นทันทีที่มีโอกาส ยังไงวันนี้เขาก็ต้องเค้นมันให้ได้ว่าอยู่ๆเกิดเป็นอะไรขึ้นมาถึงไม่ยอมติดต่อไปหาแฟน


ทั้งที่ปกติตัวติดกันมากแท้ๆ


"ทำไม?"คนถูกถามผงกหัวขึ้นมามองนิดๆพลางถามกลับ ขยับปลายเท้าถีบจิณณ์ที่นั่งทับลงมาบนขาของตนอย่างตั้งใจจะกวนประสาท

"ไอ้จิณณ์กูหนัก!"

"โอ้ย!แค่นี้ก็ต้องถีบกู"จิณณ์ยกขาเตะเพื่อนกลับแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาอีกตัวข้างเจ้าของบ้านร่างสูงที่นั่งไถมือถือเช็คข่าวสารในโซเชี่ยลด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

"เมื่อวานพวกกูเจอเอม"พชรดนัยที่นั่งอยู่บนพื้นหน้าโซฟาพูดขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง

"......."แฟนเจ้าของชื่อเงียบนิ่งไม่พูดอะไรออกมา

"เอมไปงานกับครอบครัว...แต่งตัวไปอย่างหล่ออ่ะ"จุมพลว่าขึ้น

"เหยดดดด มีรูปปะๆๆ"จิณณ์สะกิดถามซึ่งจุมพลก็ยื่นมือถือของตนให้เพื่อนดูรูปที่ถ่ายเซลฟี่เล่นๆไว้เมื่อคืน

"โคตรหล่อ~"

"หล่อดิ ออร่านี่เห็นแต่ไกล"ว่าพลางหยิบขนมขึ้นมากิน

"ดิฐ..."ลงกาเอ่ยเรียกเพื่อนที่ยังคงนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่หือไม่อือทั้งที่เพื่อนพึ่งจะไปเจอแฟนที่ไม่ได้เจอมาหลายวัน


ลงกาพอจะปะติดปะต่อเรื่องอะไรได้บ้างแล้ว แต่มันก็แค่การคาดเดาเขาจึงจะถามเพื่อนให้รู้เรื่อง


"อืม..ว่า"

"รู้แล้วใช่ไหม?"คำถามสั้นๆแต่กลับทำเอาคนถูกถามสะดุดกึกราวกับแผ่นซีดีกระตุก

"รู้ไรวะ?"เป็นจิณณ์ที่ยังไม่เข้าใจ

"รู้ว่าเอมเป็นผู้ชาย"พชรดนัยเอ่ยตอบให้แทนเมื่อลงกายังคงจ้องคาดคั้นเอาคำตอบกับร่างหนาบนโซฟา

"........."

"ดิฐ..."

"อืม...กูรู้แล้ว"

"เชี่ยยย มึงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"จิณณ์หันขวับไปถาม ตกใจถึงขนาดทำขนมหล่นลงจากมือ


ไอ้คนที่ยืนยันหนักแน่นว่าแฟนตัวเองเป็นผู้หญิงรู้แล้วว่าจริงๆนั้นแฟนตัวเองเป็นผู้ชาย


ถึงว่าเดี๋ยวนี้ชอบทำท่าทางแปลกๆตลอดเลย


"สอบวันสุดท้าย"

"แล้วมึงเป็นบ้าเป็นบอแบบนี้ทำไม"จุมพลหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าทำไมเพื่อนตนถึงเป็นแบบนี้


ปล่อยให้ใครอีกคนรอนี่ไม่คิดถึงใจเขาบ้างเลยหรอวะ


"กูแค่ตกใจ กูทำอะไรไม่ถูก แฟนคนแรกของกูเป็นผู้ชายอะมึง...พวกมึงจะให้กูทำยังไง"ดิฐวัฒน์ยันตัวลุกขึ้นนั่งขณะเอ่ยตอบไปด้วยความสับสน


ใช่...สอบวันสุดท้ายที่เขาจะไปเล่นบาสกับเพื่อนในตอนเย็น เขาที่ลงมาชั้นล่างแล้วเห็นว่ามีน้ำส้มคั้นขายอยู่ที่โรงอาหารใต้หอและนึกขึ้นได้ว่าแฟนตัวบางของตนบ่นอยากกิน เขาจึงให้เพื่อนไปก่อนแล้วแวะซื้อน้ำส้มคั้นขึ้นไปให้อริญชย์


วินาทีที่เปิดประตูเข้าไปเขาเกือบทำแก้วน้ำส้มหลุดมือ แผ่นหลังขาวเนียนที่ไม่เคยเห็นปรากฎสู่สายตาเมื่อคนในห้องกำลังเปลี่ยนเสื้อ ดิฐวัฒน์ใจเต้นแรงได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูแบบนั้นไม่กล้าเอ่ยเสียงทักทาย


ถึงจะไม่เห็นด้านหน้าแต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้แล้ว


อริญชย์ไม่ใช่ผู้หญิง...


ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาคิดเลยสักนิด เขาคิดไปเองอย่างที่เพื่อนว่าจริงๆ


ความตกใจปะปนกับความอึ้งทำให้ขายาวค่อยๆก้าวถอยออกมาจากห้อง วันนั้นดิฐวัฒน์สติหลุดจนโดนเพื่อนด่าที่เล่นบาสได้ห่วยแตกอย่างไม่เคยเป็น เขาเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องของลงกาตั้งแต่กลับมาจากเล่นบาสและกลับห้องดึกดื่นตอนที่คาดว่าอีกคนหลับไปแล้ว


ยังไม่กล้าเผชิญหน้า คือสิ่งที่เขาคิดอยู่ตอนนั้น


วันต่อมาที่อีกคนต้องกลับบ้าน ถ้าหากเป็นช่วงเวลาปกติเขาคงจะกอดอีกคนแน่นๆทดแทนที่จะไม่ได้เจอกันเป็นเดือน แต่ตอนนั้นเขากลับทำได้แค่มองส่งห่างๆด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มปากนัก


เขารู้ว่าที่เขาทำอาจทำให้อีกคนคิดมากแต่เขาทำตัวไม่ถูกจริงๆ เขาไม่ได้ชอบผู้ชาย เขารับไม่ได้ที่ตัวเองคบกับผู้ชาย


มันเป็นเหตุผลที่งี่เง่า แต่เขาไม่รู้จะทำยังไงจึงไม่ได้ติดต่อหาอีกคนเลยตั้งแต่ปิดเทอม


"มึงรู้ไหมเอมเป็นห่วงมึงมากนะ เมื่อวานที่เข้ามาถามกูก็ดูกังวลมากๆ พอกูบอกว่ามึงยังเล่นเกมกับกูอยู่เลยเอมหน้าเสียไปเลยนะมึง"

"ดิฐ..กูรู้ว่ามันยอมรับได้ยากนะ แต่มึงมองข้ามเรื่องเพศสภาพไปแล้วโฟกัสที่ความรู้สึกของมึงได้ไหม"ประโยคยาวๆหลุดออกมาจากปากของคนที่พูดน้อยที่สุดในกลุ่มอย่างพชรดนัย


เขาแค่อยากจะเตือนสติเพื่อนก่อนที่จะมีใครเสียใจไปมากกว่านี้


"ตัดสินใจให้ดีเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่มึงที่เจ็บ คนที่รอมึงอยู่เขาก็เจ็บ"ลงกาเสริม

"กูบอกตั้งนานแล้วว่าเอมเป็นผู้ชายแล้วก็ไม่เชื่อกู จนเรื่องมันเลยเถิดมาถึงคบกันเนี่ย"จิณณ์บ่นต่ออย่างขัดใจ


"เรื่องนี้เอมไม่รู้เรื่องเหี้ยไรด้วยเลย แต่ต้องเจ็บที่สุดหรอวะ"จุมพลลุกขึ้นเดินหนีออกไปเพื่อระงับอารมณ์ที่เหมือนจะหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ


เรื่องนี้มันเกิดจากความบ้าบอของเพื่อนเขาเองที่ทึกทักเอาเองว่าอริญชย์เป็นผู้หญิง ซึ่งอริญชย์และพวกเขาก็บอกอยู่ตลอดว่าเป็นผู้ชาย แต่เพื่อนเขามันก็ดันไม่เชื่อ พอได้รู้ความจริงขึ้นมาก็ช็อคแล้วเริ่มหนีทั้งที่แฟนมันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด


หากตอนจบของเรื่องนี้เพื่อนเขาเลือกจะหยุด คนที่เสียใจที่สุดก็คงเป็นอริญชย์ที่อยู่ๆก็ถูกแฟนบอกเลิกแบบไม่มีเหตุผล


หรือถึงมีก็เป็นเหตุผลที่แสนจะห่วยแตกอย่างการบอกว่าเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย


"กูขอโทษ...แต่กูขอตั้งตัวก่อนแล้วกูจะจัดการเรื่องนี้เอง"ดิฐวัฒน์มองตามหลังเพื่อนร่างอวบไปแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ


ขอเวลาให้เขาหน่อย ตอนนี้เขาตั้งรับเรื่องนี้ไม่ไหวจริงๆ


"กูเคยบอกตั้งแต่ตอนที่มึงจะขอเอมคบแล้วนะดิฐ รับผิดชอบการกระทำของตัวเองด้วย"ลงกาเน้นย้ำให้เพื่อนฟังก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปตามจุมพลที่เดินหนีออกไปเมื่อครู่











"ทำไมน้องเอมถึงหงอยแบบนั้นนะพี่เจม"มนินทร์เอ่ยถามพี่ชายที่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆตนบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้องหนังสือ


มนินทร์ยืนอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว เขากำลังเฝ้ามองน้องชายของตนที่นับวันก็ยิ่งหงอยเหงาลงทุกที ร่างบางนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง ดวงตากลมใสที่มีแววสดใสอยู่เสมอกำลังทอดมองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย


น้องชายไม่ได้เล่าอะไรให้เขาและพี่ชายฟังเลยว่าตนกำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งทำให้ความเป็นห่วงในใจของเขาเพิ่มมากขึ้นทุกที


"น้องได้บอกอะไรบ้างไหม"จรินทร์เองก็กังวลใจไม่แพ้กัน กลัวจะเป็นแบบเมื่อก่อนที่น้องชายถูกเพื่อนๆในโรงเรียนบุลลี่แล้วไม่ยอมบอกที่บ้าน


แม้อริญชย์จะบอกเขาว่าเพื่อนๆที่โรงเรียนใหม่ดีกับตนมากก็เถอะ แต่เขาก็ยังอดที่จะกังวลไม่ได้


"ไม่เลยครับ"

"อ้าว...พี่เจม พี่เมม มาทำอะไรกันหรอครับ"คนที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างหันกลับมาเจอพี่ชายทั้งสองของตนก็เอ่ยถามอย่างสงสัย


ยืนทำอะไรกันอยู่หน้าประตูน่ะ


"น้องเอม~"เป็นมนินทร์ที่เอ่ยเรียกแล้วเดินเข้าไปหาก่อน ร่างสูงของนายตำรวจหนุ่มดึงร่างบางของน้อยชายสุดที่รักเข้ามากอดไว้แนบอก

"หืม? พี่เมมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ"คนถูกกอดเอ่ยถามเสียงอู้อี้เพราะหน้าแนบเข้ากับแผ่นอกแข็งของพี่ชาย


อะไรเนี่ยอยู่ๆมากอดเขาทำไมกัน


"เป็นอะไรหรือเปล่าน้องเอม ช่วงนี้ไม่ร่าเริงเลยครับ"มือหนาของพี่ชายคนโตวางลงบนศีรษะแล้วลูบเบาๆอย่างเป็นห่วง

"เอม..."

"บอกพวกพี่ได้ทุกเรื่องรู้ใช่ไหมครับ?"

"อื้อ~"

"ไหน คนเก่งเป็นอะไรบอกพี่เมมหน่อย"มนินทร์ดันตัวน้องชายออกพลางจ้องหน้ารอคำตอบ

"เอม..แค่...คิดถึง...โรงเรียน"เอ่ยตอบไปแบบนั้นเพราะไม่กล้าบอกว่าตนคิดถึงแฟนหนุ่มอย่างดิฐวัฒน์


ปิดเทอมมาเกือบเดือนแล้วก็ยังคงไม่มีการตอบรับกลับมาจากคนรัก อยู่ๆก็หายเงียบไปแบบที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่รู้ว่าโกรธอะไรเขาหรือเปล่าแต่เท่าที่ถามมาจากเพื่อนๆของดิฐวัฒน์ก็บอกว่าเขาไม่ได้ถูกโกรธ แค่ช่วงนี้แฟนของเขาอยู่ในอารมณ์ที่บ้าๆบอๆเท่านั้น


อริญชย์ไม่รู้ว่าอารมณ์บ้าๆบอๆนั้นมันคืออะไร แล้วมันเกี่ยวกับการไม่ติดต่อมาหาเขายังไง


พยายามจะไม่คิดแต่มันก็อดไม่ได้ เขาคิดถึงอีกคนจะตายอยู่แล้วในขณะที่ไม่รู้เลยว่าอีกคนกำลังรู้สึกยังไงอยู่


"คิดถึงโรงเรียนหรือคิดถึงแฟนกันนะ"จรินทร์เอ่ยหยอกแต่จบคำใบหน้าหวานกลับหงอยลงไปอีก

"มีอะไรหรือเปล่าน้องเอม ทะเลาะกันหรอครับ"มนินทร์ที่สังเกตเห็นถามขึ้นอีก

"เปล่าครับ...แต่...เอมติดต่อดิฐไม่ได้เลย"ยอมพูดออกมาตามตรงเพราะเขาเองก็อึดอัดเหลือเกินที่ต้องเก็บมันไว้แล้วคิดไปเองคนเดียว

"ทำไมครับ?"

"ดิฐไม่อ่านไม่ตอบข้อความเอมเลยตั้งแต่ปิดเทอม"

"ตั้งแต่ปิดเทอม?"

"........."ศีรษะกลมขยับขึ้นลงแทนคำตอบ

"ทำไมอยู่ๆเป็นอย่างนั้นล่ะ"

"เอมไม่รู้"

"ลองโทรไปหรือยังครับ"จรินทร์ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงหน้าน้องชาย ดูท่าเรื่องนี้จะยาว


น้องชายคนเล็กของเขาพึ่งจะมีความรักเป็นครั้งแรก คงได้คุยได้ปรึกษากันอีกหลายๆเรื่องเลยล่ะ


"ไม่ติดเลยครับ"คำตอบทำเอาจรินทร์กับมนินทร์มองหน้ากัน พวกเขาต่างคิดตรงกันว่านี่มันคือการหลบหน้าดีๆนี่เอง


แต่หลบหน้าทำไมล่ะ?


หมดรักแล้ว?


มีคนอื่น?


สุดแต่จะคาดเดาไปถึงจิตใจของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ แต่ที่แน่ๆคือเรื่องนี้น้องชายของพวกเขาเป็นฝ่ายเสียใจ


"อีกห้าวันก็เปิดเทอมแล้ว ไปคุยต่อหน้าเลยดีไหมครับถ้าติดต่อทางมือถือไม่ได้"มนินทร์เอ่ยบอก

"ครับ...เอมอยากคุยกับดิฐมากๆเลย"จนถึงตอนนี้ดวงตากลมใสก็แดงเรื่อขึ้นมาเมื่อนึกไปถึงความสัมพันธ์ของตนและแฟนหนุ่มที่เริ่มไกลกันขึ้นเรื่อยๆทั้งจากระยะทางและความรู้สึก


ทำไมอยู่ๆถึงเป็นแบบนี้กันนะ


"ไม่ทำหน้าเศร้านะครับคนเก่ง ถ้ามันไม่ได้ดีอย่างที่คิดก็หยุดนะ พี่เจมไม่อยากให้น้องเอมเสียใจเลย"

"มีอะไรบอกพวกพี่ได้นะครับ บอกได้ทุกเรื่องเลยนะ"

"อื้อ ขอบคุณนะครับ"แขนเรียววาดกอดพี่ชายทั้งสองไว้แน่น รู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อมีพี่ชายที่แสนจะอบอุ่นของตนอยู่ใกล้ๆแบบนี้


ตอนนี้ทางเดียวที่อริญชย์ทำได้ก็มีแต่รอให้ถึงวันเปิดเทอมในอีกห้าวันข้างหน้า


วันที่เขาจะได้เจอกับรูมเมทซึ่งเป็นแฟนของเขาและได้คุยกันให้รู้เรื่องเสียที












ในที่สุดวันที่อริญชย์เฝ้ารอก็มาถึง...วันกลับหอ


ขาเรียวก้าวไปตามทางเดินของหอพักจนหยุดอยู่หน้าห้อง 2510 คีย์การ์ดถูกแตะลงบนตำแหน่งปลดล็อกประตู เพียงครู่เดียวเสียงสัญญาณปลดล็อกก็ดังขึ้น เจ้าของห้องยิ้มน้อยๆพร้อมกับผลักประตูเข้าไปภายในห้อง


ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่บ่งบอกว่าภายในห้องพักมีร่างบางอยู่แค่เพียงคนเดียว ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวาไปเจอกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของรูมเมทวางอยู่


ดิฐกลับมาหอแล้ว


แต่ตอนนี้อยู่ไหนกันนะ


มือถือถูกหยิบมาต่อสายหาอีกคนแต่ก็เช่นเคยที่ไม่มีใครรับสาย จะส่งข้อความไปหาแต่ข้อความเก่าๆที่เคยส่งไปก็ยังไม่ได้ถูกเปิดอ่าน


"เฮ้อออ"ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะลากกระเป๋าของตนไปวางหน้าตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อผ้าออกมาจัดใส่ตู้


ไม่ตามก็ได้อีกเดี๋ยวอีกคนก็คงจะกลับ


แกร็ก


ในขณะที่กำลังพับผ้าชิ้นสุดท้ายใส่ตู้ ประตูหน้าห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมร่างหนาที่แสนคิดถึงก้าวเข้ามาในห้องแล้วหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู


"ดิฐ.."อริญชย์หันไปมองแล้วเอ่ยเรียกเบาๆพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ส่งออกไปให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนดีใจที่ได้เจอกันสักที

".........."แต่ดิฐวัฒน์กลับยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้กระทั่งยิ้มทักทายอย่างเคยก็ไม่มี

".........."อริญชย์จึงเงียบลงตามเพราะไม่กล้าพูดอะไร ใบหน้าหวานสลดลงเพราะรอยยิ้มบนใบหน้าที่เลือนหายไป


ทั้งสองมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นก่อนที่ร่างบางจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนเพื่อทำลายความอึดอัดระหว่างกันที่ก่อตัวขึ้นได้อย่างไรก็ไม่รู้


อึดอัดกว่าตอนเจอกันครั้งแรกเสียอีก


"กลับมาตั้งแต่ตอนไหนหรอ"

"...ตั้งแต่เช้าแล้ว"เสียงทุ้มเอ่ยตอบเบาๆก่อนจะก้าวขาไปทางกระเป๋าผ้าของตน หยิบของด้านในออกมาจัดเข้าที่

"อ๋อ.."อริญชย์ได้แต่รับคำเบาๆไม่กล้าถามอะไรต่อแม้จะมีคำถามมากมายในใจที่อยากจะถามอีกคนออกไป


เพราะดิฐหน้านิ่งเกินไปจนอริญชย์ไม่ชิน ดิฐวัฒน์ที่เขารู้จักคือเด็กหนุ่มมาดกวนที่มักมีรอยยิ้มอารมณ์ดีติดใบหน้าอยู่เสมอแต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ ไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่ รู้เพียงแต่ว่าท่าทางแบบนั้นมันทำให้ร่างบางรู้สึกวูบโหวงภายในใจแปลกๆ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆเมื่อไม่ได้เป็นที่สนใจของอีกคน


เขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ


คำถามที่ถามตัวเองอยู่ทุกวันวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง


ร่างหนาทิ้งตัวนั่งบนเตียงชั้นล่างของตนหลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อย มือหนาหยิบมือถือขึ้นมากดเข้าเกมทำเป็นไม่สนใจแฟนตัวบางที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ที่จริงดิฐวัฒน์อยากคุยกับอีกคนจะแย่ อยากเข้าไปสวมกอดด้วยความคิดถึงแต่ร่างกายกลับไม่เป็นตามที่คิดสักนิด เขาพูดไม่ออก ขยับตัวไปหาอีกคนไม่ได้


ไม่รู้ทำไมคำว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายถึงมีอิทธิพลกับเขามากขนาดนี้ มากเกินกว่าจะก้าวข้ามมันได้ง่ายๆ


เขากำลังใช้เวลาทบทวนกับตัวเองอยู่ซึ่งตอนนี้มันยังไม่สำเร็จ


เขายังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป


ปัง!


เสียงปิดประตูห้องน้ำเบาๆเรียกให้ดิฐวัฒน์เงยหน้าขึ้นมอง ร่างบางที่คุ้นเคยหายไปหลังประตูบานนั้น


"เฮ้อ~"ร่างหนาถอนหายใจออกมาเบาๆขณะที่จ้องมองไปยังประตูห้องน้ำ


เอมจะโกรธเขาหรือเปล่านะที่ติดต่อไม่ได้เลยตลอดช่วงปิดเทอมแถมมาเจอหน้ากันเขายังทำเป็นไม่สนใจแบบนี้อีก










"เอมเป็นอะไรหรือเปล่า"เวทิศเอ่ยถามเบาๆหลังจากหมดคาบเรียนสุดท้ายของวัน เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้วตั้งแต่เปิดเทอมมาที่เพื่อนตัวบางของเขาเอาแต่นั่งหงอย พูดน้อยลง ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ร่าเริงเลยสักนิด


เหมือนไม่ใช่อริญชย์ตัวจริงเลย เพราะอริญชย์ตัวจริงน่ะมักจะมีรอยยิ้มหวานที่เป็นเอกลักษณ์ติดบนใบหน้าตลอดไม่ใช่หรอ


"นั่นสิ ไม่สดใสเลย"จรัสกรเองก็อดที่จะห่วงไม่ได้

"ม..ไม่มีอะไรๆ เราแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ"ร่างบางยกยิ้มเอ่ยปฏิเสธ เขาไม่ได้เป็นอะไรหรอกแต่เพียงแค่คิดอะไรอยู่นิดหน่อยเท่านั้น


แค่คิดว่าเรื่องระหว่างตนกับแฟนตัวหนาคนนั้นจะไปทิศทางไหนต่อเมื่อเปิดเทอมมาหลายวันแล้วก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างจริงจังเสียที


อริญชย์รู้ว่าอีกคนกำลังหลบหน้าตนอยู่เพราะจากที่สังเกตดูดิฐวัฒน์จะไม่อยู่ห้องเลย หลังจากกลับมาจากเรียนเสร็จก็แค่แวะเอาของมาเก็บแล้วก็ออกไป กว่าจะกลับมาอีกทีก็ดึกดื่นเสียจนเขาเข้านอนไปแล้ว ช่วงเช้าที่ได้เจอกันก็เป็นเวลาเพียงน้อยนิดที่ต่างคนต่างเร่งรีบเพื่อที่จะไปเรียนให้ทันในคาบแรก


เหมือนไม่ได้เจอกันทั้งที่เป็นรูมเมทกันแท้ๆ


จนถึงตอนนี้ที่เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้นแล้วแต่อริญชย์ก็ยังไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดถึงทำให้คนรักตีตัวออกห่างแบบนั้น แต่สิ่งที่เขาเข้าใจคืออีกไม่นานเรื่องระหว่างเราสองคนคงจะจบลง


"กลับหอกันเลยไหม"จรัสกรเอ่ยถามหลังจากหยิบกระเป๋ามาถือเตรียมออกจากห้องเรียน

"เราว่าจะไปหาพลับที่โรงยิม 4 น่ะ เอมไปด้วยกันไหม"เวทิศตอบก่อนจะหันมาถามเพื่อนอีกคน


ช่วงนี้กลุ่มของคนรักซ้อมกีฬากันค่อนข้างหนักเพราะอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ก็เป็นวันแข่งกีฬาแล้ว อริญชย์รู้ว่าดิฐวัฒน์เองก็ไปซ้อมบาสกับเพื่อนๆเช่นกัน เขาเคยตามเวทิศไปดูการซ้อมอยู่ครั้งนึงแต่การที่เขาไปมันทำให้ดิฐวัฒน์ไม่มีสมาธิเลยสักนิดจนโดนเพื่อนในทีมต่อว่า หลังจากนั้นอริญชย์จึงไม่ได้ไปอีก


ไม่อยากทำให้อีกคนเสียสมาธิ


"เรากลับหอดีกว่า"ใบหน้าหวานส่ายปฏิเสธเบาๆที่เพื่อนตัวเล็กก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะขอตัวแยกไปอีกทาง เหลือเพียงแค่อริญชย์และจรัสกรที่เดินกลับหอด้วยกัน

"แจม.."

"หืม?ว่าไง?"จรัสกรที่กำลังมองนักวิ่งในสนามกลางแจ้งหันมาหาเพื่อนที่เรียกชื่อตน คิ้วสวยเลิกขึ้นอย่างสงสัยเมื่ออริญชย์เงียบอยู่นานกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมา

"...ที่แจมเคยบอกว่าอยู่ห้องคนเดียว...ตอนนี้มีรูมเมทหรือยัง"











สี่ทุ่มสามสิบหก


ตากลมละจากนาฬิกาบนจอมือถือเหลือบมองประตูห้องนอนเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ตั้งแต่เย็นมาแต่มันก็ไม่ถูกเปิดออกเสียที


เป็นอย่างทุกวันที่อริญชย์มักจะนอนรอให้รูมเมทกลับมาที่ห้อง แต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่รอจนหลับไป จากตอนแรกที่อยากจะคุยกันให้เข้าใจตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่อยากจะเจอหน้าอีกคนบ้าง


บางวันอริญชย์ก็ลงไปนอนรออีกคนที่เตียงชั้นล่างแล้วเผลอหลับ ตื่นมาอีกทีในตอนเช้าเขาก็ยังคงนอนอยู่ที่เตียงชั้นล่างเหมือนเดิม ส่วนรูมเมทอีกคนที่ไม่รู้ว่ากลับมาตอนไหนกลับขึ้นไปนอนบนเตียงชั้นบนของเขาแทนทั้งที่ปกติมักจะมาเบียดนอนด้วยกันแท้ๆ


แขนเรียวกระชับกอดตุ๊กตาแมวน้ำตัวนิ่มที่มีสามจุดบนแก้มเหมือนกันกับตนซึ่งเป็นของขวัญชิ้นแรกที่คนรักซื้อให้ ใบหน้าหวานซบลงกับหัวของมันอย่างเหนื่อยใจ


ทำไมความรักมันถึงยากแบบนี้นะ


ทำไมเขาถึงอยากจะเจออีกคนมากๆในขณะที่อีกคนกำลังหนีเขาไปแบบนี้


ทำไมเขาถึงอยากคุยกับอีกคนในขณะที่อีกคนก็พยายามเลี่ยงทุกทาง


ความไม่รู้อะไรเลยมันทำให้เจ้าของร่างบางอึดอัดจนอยากระบายออกมา แต่ก็ไม่กล้าที่จะเล่าให้เพื่อนฟัง ยิ่งพี่ชายทั้งสองยิ่งแล้วใหญ่เพราะทั้งคู่ต้องเป็นห่วงเขามากแน่ๆ


จึงทำได้แค่คิดทบทวนกับตัวเองซ้ำๆว่าตอนนี้ทุกอย่างมันคืออะไร และก็ได้คำตอบที่แสนจะทำให้ใจหนึบชาที่ว่า


ดิฐไม่ได้รักกันแล้ว


ไม่รู้ทำไมถึงคิดแบบนี้ เขาไม่เคยมีแฟนก็เลยไม่รู้อะไรมากนัก แต่การที่อยู่ๆแฟนก็หนีหน้าไม่คุยด้วย เลี่ยงทุกอย่างที่จะได้อยู่ด้วยกันอยู่เป็นเดือนมันก็ชัดพอแล้วไม่ใช่หรอ


หมดรัก...คือคำตอบที่ชัดเจนแล้ว


"ฮึก..."หลุดสะอื้นออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องน่าอึดอัดนี้ ทนไม่ไหวแล้วกับความสับสน ความครึ่งๆกลางๆในความรู้สึก อริญชย์เหมือนกับกำลังทำให้ดิฐวัฒน์ลำบาก ทำให้คนที่เป็นเจ้าของห้องมาก่อนต้องหลบออกไปอยู่ที่อื่นเพียงเขาอยู่ที่นี่


เขารู้ว่าหลังซ้อมบาสเสร็จดิฐวัฒน์จะไปอยู่ที่ห้องเพื่อนและคงไม่พ้นห้องตรงข้ามซึ่งเป็นห้องของลงกาและจุมพล ทั้งที่รู้แต่ก็ไม่ได้ไปตาม เขาไม่อยากทำตัวงี่เง่าแบบนั้น ไม่อยากเซ้าซี้ให้อีกคนรำคาญใจจึงทำได้แค่เพียงรออีกคนให้กลับมาที่ห้องแบบนี้


ร่างบางนอนคุดคู้กอดตุ๊กตาไว้แน่น น้ำตาอุ่นๆไหลออกมาเป็นสายแต่กลับไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ อยู่ๆก็นอนไม่หลับขึ้นมาเสียดื้อๆ ภายในหัวปวดตื้อไปหมดแต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะลุกขึ้นมาหายากิน


แกร็ก


เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้รู้ว่าใครอีกคนกลับมาที่ห้องแล้ว อริญชย์นอนนิ่งไม่ได้ลุกขึ้นไปทักทายไม่อยากเห็นท่าทางเมินเฉยของอีกคนให้ใจเจ็บไปมากกว่านี้ แม้อีกใจจะอยากเห็นหน้าอีกคนมากขนาดไหนก็ตาม


ไฟที่สว่างในห้องถูกปิดลงด้วยมือของคนที่พึ่งเข้ามาเพราะคิดว่ารูมเมทตัวบางหลับไปแล้ว ร่างหนาเดินไปเปิดโคมไฟที่โต๊ะเขียนหนังสือของตนให้ภายในห้องพอมีแสงสว่างอยู่บ้างก่อนจะค้นหาชุดนอนเพื่อไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนในวันที่เหนื่อยล้าแบบนี้


เพราะต้องซ้อมกีฬาอย่างหนักแล้วยังมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดจึงทำให้ดิฐวัฒน์เพลียไปมากเหมือนกันเพลียทั้งร่างกายและหัวใจ


ใบหน้าตี๋หันไปมองบนเตียงชั้นบนที่มีร่างบางนอนหันหลังมาให้ ยืนมองนิ่งอยู่แบบนั้นก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


หลังจากได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำ ร่างบางที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นมานั่ง ตากลมที่แดงเรื่อมองไปยังประตูที่ปิดสนิท มือเรียวยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ริมฝีปากบางเผยอออกเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบาออกมาช้าๆหวังให้สายลมส่งผ่านมันไปให้อีกคนได้รับรู้


"เรารักดิฐนะ..."







100%


#เมทผมเป็นผู้หญิง




ไม่ได้ไปเคคอน เศร้ามากTTแต่งฟิคดีกว่า
ใครไปฝากหวีดคุณแดนกับคุณองด้วยยย
ส่วนใครไม่ได้ไปมาอ่านฟิคเร้ววววว
จบลงด้วยความมึนๆงงๆเพราะเขาไม่คุยกัน
คนนึงก็หนีอีกคนก็ไม่ตาม เฮ้อออออ 

//แอบชะเง้อมองจากหลังประตู     
มาช้ามาก....ขอโทษค่ะTT
อย่าตีหนูววววววว
ไม่ได้ทิ้งเรื่องนี้น้า จบแน่ๆยังไงก็จบค่ะเพราะวางพล็อตไว้หมดแล้ว55555

สำหรับเนื้อเรื่องตอนนี้จะยังคงเดินช้าๆอยู่นะคะแม้เวลาจะผ่านไปเกือบเดือน5555
พระเอกเรากำลังหนีความจริงอยู่(น่าตีจริงๆ) 
การตัดสินใจต่างๆของดิฐเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ค่ะ ด้วยความผีบ้าผีบอของนางเองนั่นแหละ
และน้องเอมของแม่นั้น ฮือออ //กอดลูก

ไว้เจอกันจ้า^^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

378 ความคิดเห็น

  1. #374 TiamoI3amx2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:56
    ย้ายไปนอนกับแจมเลยลูก ไม่ต้องบอกดิฐด้วย หนูย้ายหนีไปเลย
    #374
    0
  2. #276 ,,fAiYa*A,, (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 11:28
    ดิฐเมื่อไหร่จะคิดได้
    #276
    0
  3. #275 LittleChild Tomoyamomo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 03:12
    ตอนที่น้องเอมบอกรักดิฐคือโคตรจี๊ด รักเขามากแต่เขาทำเหมือนเราเป็นอะไรก็ไม่รู้สำหรับเขาแบบนี้นี่มัน.../ฮืออออออออ น้องเอมมาหาแม่มากลูก โอ๋ๆนะ ;-;
    #275
    0
  4. #225 GalaxingYoonwooP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 09:06
    หนีไปเลยลูกแม่! ไม่ต้องมารักดิฐแล้วรู้ก หนีไปเลย!!!!
    #225
    0
  5. #224 GalaxingYoonwooP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 09:05
    เบื่อดิฐอะ โง่เอง ซื่อบื้อเอง ยังจะมาทำน้องเจ็บ เดะแม่ก็กระทืบสะเลย!!!! มะโห!!!!!
    #224
    0
  6. #223 WannableOngNiel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:12
    หน่วงจังแง มาต่อไวๆนะคะ รออ่านอยู่น้าา
    #223
    0
  7. #222 aomkunsr47 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:47

    เอมลูกกกกกกกกกมากอดด

    #222
    0
  8. #221 ppqtrn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:50
    รอนะคะะะ ขอดราม่าหนักๆ
    #221
    0
  9. #220 555ccc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 09:45
    เลิกไปเลยลูกเอาให้ดิฐมันเจ็บหนักๆงอนนานๆ
    #220
    0
  10. #218 อ๋งญิงของน้อง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 16:22
    อึดอัดแทนเอม
    #218
    0
  11. #216 Melanieee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 03:04
    กอดน้องเอมแน่นๆ ฮือออ ดิฐคือไปเลยนะไม่ต้องมายุ่งกับเอมเลย โกรธมากกกกกกก ทำน้องเสียใจ
    #216
    0
  12. #215 jjmkong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 20:16

    อยากต่อยดิฐว่ะ งี่เง่า

    #215
    0
  13. #214 _felicityy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:47
    แง สงสารเอม น้องไม่ผิดเลยอะ
    #214
    0
  14. #213 REALWANNAXP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:24
    รักกันก็คือรักกันซี่ ทำไมต้องมองเรื่องเพศด้วย แงงง
    #213
    0
  15. #212 Kuntida Tanaree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:01
    ฮืออออ ลูกฉันร้องไห้ เอมลูกแกล้งไม่สนใจบ้างเลย
    #212
    0
  16. #211 dontgetmeewrong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:38
    สงสารเอม มากกกกก มันไม่ใช่ความผิดเอมเลยจิงๆ อยากให้เอมเลิกกับดิฐไปเลยด้วยซ้ำ ถ้ายังทำตัวไม่เห็นค่ากันอย่างงี้ กาปล่อยกันไปเถอะ
    #211
    0
  17. #210 MOOK_KDN_LKL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 04:14
    ไม่เอาแบบบเน้ไรท์ไว้ชีวิตรีทด้วยยยน้ำตาจิไหลสงสารรรรเอมมม
    #210
    0
  18. #209 Tangthaii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 03:09
    หนีไปลูก สงสารเอมมมมมม
    #209
    0
  19. #208 vviez (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:55
    สงสารน้องเอมมาก รูกแม่
    #208
    0
  20. #207 noonafy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 23:15
    น้องเอมลูก ฮือออ
    #207
    0
  21. #206 siirii_k (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 22:23
    วางพล็อตไว้หมดแล้ว 5555 คิอไรอ่ะ ขำไรหรอ
    #206
    0
  22. #205 ᄒᄈ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 22:06
    น้องเอม อึดอัดมากเลยใช่มั้ย
    #205
    0
  23. #204 P-pin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:19
    อยากให้คุยกันสักที อึดอัด สงสารเอม
    #204
    0
  24. #203 miruza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 20:22
    ไม่ได้ไปเหมือนกันค่ะ เราเลยได้อ่านฟิค แอบรออยู่นะคะ เราอยากให้เค้าได้เปิดใจคุยกันค่ะ ยิ่งนานไปเอมยิ่งเสียใจ แต่อีกใจก็อยากให้เอมตัดใจไปเลย ฮืออออ สงสารน้องมาก
    #203
    0
  25. #202 MaiNatkamon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 19:24
    ไม่เข้าใจดิฐอ่ะฮือ ความรักมันไม่เกี่ยวเพศ รักก็คือรักสิ ใช้ความรู้สึกมาตัดสิน อย่าตัดสินแค่เพราะเป็นผู้ชาย จริงๆดิฐควรคิดไว้ด้วยว่าเผื่อเอมเป็นผู้ชาย เพราะก่อนคบกันไม่มีอะไรมายืนยันว่าเอมเป็นผู้หญิงเลยนะ แค่หน้าสวยอ่ะ เห้ออออดิฐเอ้ยไม่น่าอินซีรีย์เกินไปเลย55555 จุดๆนี้คือสงสารเอมคนเดียว
    #202
    0