My breath markjin

ตอนที่ 2 : แรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    28 ต.ค. 61





แรกพบ










"ไอ้มาร์คทางนี้" ผมหันไปมองตามเสียงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร ไอ้แจ็คสันครับเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ ม.ต้น


"มึงจะตะโกนทำซากอะไร คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว"


"มันกลัวมึงมองไม่เห็นมันไง มึงก็รู้ว่ามันขาสั้น" เจบีเพื่อนสนิทอีกคนของผมพูดดขึ้นก่อนจะโดนไอ้เพื่อนขาสั้นกระโดดงับหูไปที


"แบบกูเขาเรียกหุ่นมาตราฐานชายไทยโว้ย คนขว้างโลกอย่างมึงไม่เข้าใจกูหรอก"


"กูบีคนชิคโวยสัส ให้เกียรติฉายากูด้วย"


"ชิคจริง แต่เป็นชิคเก้นนะ ฮ่าๆๆๆๆๆโอ้ยเชี่ยบีมึงตบหัวกูทำไม มาร์คช่วยเขาด้วยไอ้บีมันตีเขา" ไอ้สั้นวิ่งมาทำหน้าอ้อนเกาะแขนผมเหมือนที่มันชอบทำเวลาโดนไอ้บีเอาคืน และมันก็อ้อนได้ผลนะครับ แต่เป็นอ้อน ทรีน นะครับ


"ไอ้มาร์คมึงมันไม่เคยจะอ่อนโยนอ่ะ กูงอนพวกมึงแล้ว" งอนเป็นตุ๊ดไปโน่นละครับแล้วคิดว่าผมต้องง้อมันไหม ฝันเถอะครับคนอย่างมันเดี๋ยวก็วิ่งกลับมา นั้นไง


"ไอ้มาร์ค ไอ้บีพวกมึงไม่คิดรั้งกูไว้หน่อยหรอว่ะ" ผมมองหน้าผมกับเจบีสลับกันไปมา


"กูก็เห็นมึงแม่งงอนเองหายเองทุกทีอ่ะ ครั้งนี้ก็รีบหายงอนซะนะไม่งั้นพวกกูจะไปหาเพื่อนใหม่แล้วปล่อยมึงไว้คนเดียว" เจบีพูดสรุปทุกอย่างเสร็จก็เขย่าแขนผมเชิงเรียกให้ตามมันเข้าไป


"เออ งอนเองหายเองก็ได้ว่ะ กูแมนพอรอกูด้วย" 




      


         ครับผมลืมบอกไปเลยว่าวันนี้เป็นวันแรกที่พวกเรา 3 ก้าวมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแบบเต็มตัว ผมแยกกับพวกมัน 2 คนสักพักแล้วเพราะคณะที่ผมเรียนกับพวกมันเรียนเป็นคนละคณะกัน ไอ้แจ็คกับไอ้บีมันเรียนนิเทศด้วยกันเพราะพวกมันชอบการแสดงและร้องเพลงอะไรพวกนั้นแหละ ส่วนผมเลือกเรียนบริหารเพราะต้องไปช่วยงานของครอบครัว ที่จริงผมไม่คิดอยากจะเรียนต่อด้วยซ้ำแต่เพราะที่บ้านอยากให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมในบริษัทผมจึงต้องมาทนเรียนอยู่แบบนี้ แต่จะว่าไปที่นี่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดแฮะ อย่างน้อยสาวๆที่นี่ก็พอทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นมาได้บ้าง




"ปีหนึ่งมารวมกันทางนี้ครับ เดี๋ยวพวกพี่ๆจะพาไปแนะนำสถานที่ต่างๆภายในมหาลัยเราเร็วๆเลยครับ" เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ของผมไม่กี่ปีเรียกพวกเรารวม "น่าเบื่อ" ผมพูดกับตัวเองก่อนจะบังคับให้ตัวเองเคลื่อนตัวไปช้าๆเพราะไม่อยากเข้าไปเบียดคนในแถว


"น้องคนนั้นนะเรียนบริหารหรือเปล่าครับ" เสียงพี่คนเดิมดังขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้มีค่าพอที่จะทำให้ผมเงยหน้าจากจอสี่เหลี่ยมในมือ


"ครับ" เสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบาก็จะมีเสียงหอบเล็กๆออกมา คงจะวิ่งมาสินะ


"มาช้านะครับ เชิญเข้าแถวกับเพื่อนได้เลยครับ"


"ครับ ขอโทษที่ช้าครับ" ผมรู้สึกเหมือนที่ว่างข้างๆถูกแทนที่ด้วยใครบางคนที่เพิ่งมาใหม่แต่ก็นั่นแหละมันไม่ได้สนใจไปกว่าข้อความแชทจากสาวๆของผมหรอกนะ


"โอเค งั้นเราไปกันเลยไหมครับจะได้ไม่เสียเวลาพี่จะแบ่งพวกเราออกเป็น 5 กลุ่มละกันนะจะได้ง่ายขึ้น" สิ้นเสียงของชายหนุ่มก็เกิดความโกลาหลขึ้นชั่วขณะก่อนจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง


"น้องๆตามพี่มาทางนี้เลยค่ะ วันนี้เดี๋ยวพี่พาทัวร์เองไปกันเลย" เสียงพูดน่ารักเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากผมได้ไม่น้อย


"สวยจัง" ไม่ใช่เสียงผมหรอกแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่นั่งข้างๆผมคนนั้น ผมจ้องใบหน้าผู้ชายคนนั้นก่อนที่เจ้าตัวจะหันมา "นายว่าพี่คนนั้นสวยไหม ฉันว่าพี่เขาสวยมากเลยละ" ก่อนจะส่งยิ้มจนตาปิดนั้นมาให้ผม


"หน้าแมว" ผมพูดเบาราวกับกระซิบบอกตัวเอง


"นายว่าไงนะ"


"ห๊ะ เปล่านิ" ผมบอกปัดก่อนจะก้มหน้ามองจอสี่เหลี่ยมในมืออีกครั้ง





        พวกเรายังคงนั่งรถรางของมหาลัยไปเรื่อยๆโดยมีพี่สาวคนสวยที่ทำหน้าที่เป็นไกด์คอยแนะนำตลอดทาง และดุเหมือนจะเป็นไกด์ที่ดีมากด้วยเพราะนอกจากจะแนะนำสถานที่ต่างๆแล้วยังคอยสร้างสีสันตลอดการเดินทางด้วย พี่เขาสวยก็จริงนะครับแต่บอกเลยว่าแบบนั้นนะไม่ใช่สเปคผมหรอกนะครับ ผมชอบคนน่ารักมากกว่าคนสวย แต่ที่ผมสงสัยคือ………….




"พี่เขาสวยจังเลย" เสียงทุ้มเอ่ยข้างหูผมอีกครั้ง


"...…………..."


"มีแฟนหรือยังนะ" อีกครั้ง


"...………………." ใจเย็นมาร์ค


"นายว่าถ้าฉันจีบพี่เขา ฉันจะจีบติดไหม"


"...………………….." อยากรู้ก็ไปถามพี่เขาสิจะมาถามฉันทำไม


"นาย  ฉันกำลังพูดกับนายอยู่นะอย่าทำเหมือนฉันพูดคนเดียวสิ" เสียงทุ้มเอ่ยราวกับถูกขัดใจ


"พูดมาก ฉันต้องใช้สมาธิ" ผมบอกออกไปแต่ก็ยังไม่ได้สนใจเงยหน้ามามองคนข้างๆ


"ตอบแชทสาวเนี้ยนะ มันต้องใช้สมาธิขนาดนั้นเลยหรือไง"


"อย่าพูดมาก นายกำลังจะทำให้ฉันสับสน" คุณรู้ใช่ไหมว่าการจะสับรางผู้หญิงหลายๆคนเนี้ยเราต้องคำนวณอะไรบ้าง แต่ไอ้หน้าแมวนี่กลับมากวนเวลาผมอยู่ได้ แล้วทำไมวันนี้มันมีคนทักมาอะไรมากมายขนาดนี้ว่ะเนี้ย


"ฉันแค่ถามนายเองนายจะอะไรกันนักหนา ก็แค่ตอบเอง" เสียงกร้าวในตอนแรกเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาลงในตอนท้ายเรียกในผมเงยหน้าขึ้นมอง


"หน้าแมว" ผู้ชายคนนี้มันหน้าแมวชัดๆตอนแรกผมคิดว่ามันจะเหมือนแมวแค่ตอนยิ้มแต่ผมคิดผิด ตอนมันงอนหน้ามันก็เหมือนแมว


"นายพูดแบบนี้อีกแล้วนะ ใครหน้าแมว"


"ก็นายไง"


"ไอ้" ตากลมมองสำรวจผมไปมาราวกับกำลังสรรหาคำมาด่าผม ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้ผมเกือบหลุดขำออกมา "ไอ้เสือผู้หญิง"


"...…………………………." ดื้อ เป็นคำแรกที่ผุดขี้นมาในหัวผมหลังจากลองมองหน้าผู้ชายคนนี้อีกครั้ง


"น้อง 2 คนมีปัญหาอะไรไหมคะ สงสัยอะไรไหมเอ่ย" เสียงพี่คนสวยเรียกให้ผมมองตามก่อนจะได้รู้ว่า 2 คนที่หมายถึงก็คือผมกับไอหน้าแมวข้างๆนี่เอง


"พี่มีแฟนหรือยัง" คงไม่ต้องบอกนะว่าใครเป็นคนถาม


"คะ??" พี่คนสวยดูงงๆนิดๆถ้าดูไม่ผิดใบหน้าขาวคงขึ้นสีนิดๆด้วยแต่ผมไม่สนใจหรอกนะ


"ผมถามว่าพี่ มี แฟน ยัง" ผมเน้นที่ละคำ


"ยังค่ะ น้องถามทำไมจะจีบพี่หรอ" สิ้นเสียงหญิงสาวก็ตามมาด้วยเสียงโห่แซวจากคนทั้งรถ


"แล้วระหว่างผมกับไอ้เนี้ย" ผมชี้นิ้วไปทางไอ้หน้าแมวที่อยู่ข้างตัว ก่อนจะได้เห็นสีหน้าตกใจของมัน หน้าแมวผมยืนยันได้ว่ามันนะหน้าแมว


"ถ้าผมกับมันจีบพี่ พี่จะเทใจให้ใครมากกว่ากัน" ผมหันไปหาหญิงสาวอีกครั้งดดยไม่สนใจเสียงแซวที่ดังมากขึ้นกว่าเดิม


"พวกน้องกำลังเล่นอะไรกันเนี้ย" หน้าหญิงสาวตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจนกลัวว่ามันจะระเบิดออกมา ทำไมกันเขินอะไรผมก้แค่ถามตามที่ไอ้หน้าแมวมันสงสัย แต่พอหันมามองคนข้างตัวที่เอาแต่ก้มหน้าจนหน้าจะติดไปกับเบาะข้างน้าอยู่แล้วเป็นอะไรของมันว่ะอ่อนต่อโลกขนาดนั้น


"ผมแค่ถามนะครับ แต่ถ้าพี่ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร" ผมไหวไหหล่เป้นเชิงไม่ใส่ใจ


"น้อง 2 คนก็หน้าตาดีกันทัั้งคู่นะ แต่ถ้าถามว่าใครตรงสเปคพี่มากกว่ากันพี่ว่ามาร์คน่าจะรู้อยู่แล้วนะ"

"ครับๆๆ" ผมตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก






         ผมคงยังไม่ได้บอกสินะว่าพี่จีซูก็เป็นหนึ่งในสาวที่ผมเคยควงอยู่สักพัก แต่ก็แค่สักพักนั่นแหละก็บอกแล้วว่าผมชอบแบบน่ารักมากกว่าแบบสวยๆ ทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันเป็นปีแล้วไม่คิดว่าอยู่ๆจะได้มาเจอกันที่นี้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองจะพรุนเพราะคนข้างๆที่เอาแต่จ้องมองผมโดยที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีมันน่าอึดอัดนะ





"จะพูดอะไรก็รีบๆพูดมา" ในที่สุดความอดทนผมก็หมดลงจนต้องเอ่ยปากถามมันก่อน


"นายรู้จักกับพี่เขามาก่อนหรอ" ใบหน้าที่หงิกเล็กน้อยเอ่ยเสียงเบา


"เคยคุยนะ"


"งั้นก็น่าจะบอกกันก่อนสิ ปล่อยให้พูดอยู่ได้"


"...……………." ผมยังคงนิ่งรอฟังว่ามันจะพูดอะไร


"มาร์คใช่ไหมนายนะ เราชื่อจินยองมาเป็นเพื่อนกันเถอะ" จากหน้าหงิกงอเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหมือนที่เห็นตอนแรก


"อะไรของนายเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายฉันตามไม่ทันแล้วเนี้ย" ลำพังแค่ไอ้แจ็คกับไอ้บีก็ทำผมแทบจะบ้าตามมันไปอีกคนแล้ว ถ้าต้องมาคบไอ้หน้าแมวที่อารมณ์แปรป่วนอีกคนผมได้บ้าไปก่อนพวกมันแน่



"ไม่ได้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายซะหน่อย แค่ไม่รู้ว่าจะชวนคุยอะไรดีเลยใช่เรื่องพี่เขามาคุยกับเสืออย่างนายไง แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าเท่าไหร่ไหนๆก็ไหนๆละเรามาเป็นเพื่อนกันเลยละกัน อะเอาเบอร์นายมา" ไอโฟนสีขาวสะอาดตาถูกยื่นมาตรงหน้าผม


"ฉันต้องให้หรือไง" ผมมองนิ่งๆไม่ยอมรับมาสักทีจนอีกคนส่งเสียงจิจ๊ะในลำคออย่างขัดใจ แต่ก็พยายามทำเป็นใจเย็น



"ก็ต้องให้สิก็เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ เราจะได้เอาไว้ติดต่อกันไง" เสียงทุ้มเอ่ยให้เหตุผล


"ฉันบอกแล้วหรือไงว่าจะเป็นเพื่อนกับนาย"


"ก็……." อีกคนกำลังจะเถียงแต่ก็ต้องเงียบไปเหมือนหาข้อโต้แย้งไม่ได้


"ก็อะไร" ได้แกล้งไอ้หน้าแมวนี่ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ


"ก็ฉันไม่รู้จักใครนอกจากนาย แล้วนายจะไม่ยอมเป็นเพื่อนกับฉันหรือไง" ดื้อ ผมบอกแล้วไงว่าคนคนนี้นะดื้อ แถมยังดื้อตาใสด้วยนะ


"ไอ้หน้าแมว" ผมหยิบมือถือในมือมันมากดพิมพ์ก่อนจะส่งคืนเจ้าตัว


"เย้ งั้นเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ มาร์ค" มือเรียวยื่นมาข้างเล็กน้อย


"อือ" มือผมถูกจับไว้แน่นโดยมือเรียวของอีกคน ก่อนที่หน้าแมวๆนั้นจะยิ้มออกมาอีกครั้ง


.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.




"มาร์ค มาร์คคคคคคคคค" เสียงทุ้มของคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนสนิทตะโกนก้องในหูจนผมสะดุ้งออกจากความคิดของตัวเอง


"มึงจะตะโกนทำไม หูกูจะดับอยู่แล้ว" ผมบ่นไปอย่างไม่ได้ใส่ใจจมากนัก


"มึงจะเหม่ออีกนานป่ะ ไปเรียนได้แล้วยองแจมันบอกว่า อ.เข้าแล้วด้วย" ไม่ว่าเปล่าแขนที่มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยก็ออกแรงดึงให้ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะลากผมมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์


"มึงจะรีบอะไรนักหนาว่ะ วันแรก อ.คงไม่ใจร้ายมากขนาดนั้นหรอก"


"ขี้เกียจไม่เปลี่ยนเลยนะ ปี 2 แล้วนะจะมาทำตัวไร้แก่นสารเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว"


"ครับแม่" ผมยิ้มให้มันอย่างนึกสนุก


"มาร์ค" ทำไมผมถึงได้รู้สึกชอบเวลาได้แกล้งให้มันหน้างอจังนะ














                  ผมบอกคุณหรือยังว่าตอนนี้พวกผมอยู่ปี 2 กันแล้วนะ ผมกับจินยองเป็นเพื่อนกันมาปีหนึ่งแล้วและเหมือนผมจะถูกเลื่อนขั้นให้เป็นเพื่อนรักของมันด้วยแต่ในกลุ่มเราก็ไม่ได้มีแค่จินยองกับผมหรอกนะ ยังมียองแจอีกคนที่มารู้จักกันตอนปีหนึ่งเทอม 2 แต่ก็สนิทกันได้ไม่ยาก เอาเป็นว่าตอนนี้ผมได้เลื่อนขั้นเป็นเพื่อนรักแล้วนะถึงแม้จะรู้สึกหน่วงแปลกๆก็เถอะ



------------------------------------------------------------------------------














 





*** จบตอนไปแล้วนะคะ มาแบบงง จบแบบงง555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ฝากติชมแนะนำด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #5 Bubble-1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 21:18

    แแล้วมาร์คจะเริ่มรุกตอนไหนล่ะ ลุ้นๆๆ

    #5
    1
    • #5-1 Mitsubi_AU(จากตอนที่ 2)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 15:05
      จะรุกหรือจะยอมแพ้ก็คงต้องรอลุ้นกันต่อนะคะ อิอิ
      #5-1
  2. #3 ssomo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 12:37

    ขอใหจิน้รู้อะไรในความรู้สึกของมาร์คด้วยนะ ไม่อยากให้เรื่องมันหน่วง คุณพระคุณเจ้าต้องเตรียมทิชชู่มั้ยยยน
    #3
    1
    • #3-1 Mitsubi_AU(จากตอนที่ 2)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 15:08
      ไนท์เองก็ไม่อยากให้มันหน่วงเหมือนกันตอนนี้ก็เถียงกับตัวเองเรื่องพล็อตอยู่5555(ในเลข 5 เต็มไปด้วยความสับสนของไรท์)
      #3-1