My breath markjin

ตอนที่ 3 : ไม่ขอให้เชื่อแต่จะทำให้เห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    1 พ.ย. 61







ไม่ขอให้เชื่อแต่จะทำให้เห็น












ทุกครั้งที่ก้าวเท้าเข้ามาในมหาวิทยาลัยมีอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งคุณรู้ไหมว่ามันคืออะไร………………..


"น้องจินยองวันนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะคะ" ใบหน้าสวยส่งยิ้มหวานมาให้จินยองเหมือนทุกครั้งที่เจอกันแต่กลับดูขัดตาผมทุกครั้งที่ได้เห็น


"ก็เห็นพี่พูดแบบนี้ทุกวันแล้วเมื่อไหร่จะรักผมสักทีละครับ พี่จีซู" ผมหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมากดเขาแอพโน่นออกแอพนี้อย่างเบื่อหน่ายกับบทสนทนาของคนทั้งคู่ที่ได้ฟังอยู่ทุกวัน


"อย่ามาล้อเล่นนะถ้าพี่คิดจริงขึ้นมาถึงอยากจะถอยกลับพี่ก็จะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆหรอกนะ"


"แล้วถ้าผมสนใจนี้ผมจะได้คิวที่เท่าไหร่ครับ" เย็นไว้มาร์คไอ้จินยองมันไม่ชอบคนใจร้อนมึงต้องใจเย็นไว้


"สำหรับจินยองไม่ต้องรอคิวหรอก"


"ถ้าผสนใจพี่ผมจะได้เป็นที่หนึ่งของพี่จริงๆหรอครับ" คิ้วผมขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินบทสนทนาที่มันเริ่มจะลึกซึ้งมากขึ้นกว่าทุกวัน


"สนใจรับข้อเสนอพี่ไปพิจารณาไหมละ" 


"พี่พูดจริงป่ะเนี้ย อย่ามาล้อผมเล่นนะ" 


"พี่ต้องไปเรียนแล้วละ พี่ไปนะจินยอง มาร์ค" ผมทำเพียงยักไหล่ไปให้อีกคนโดยไม่แม้แต่เงยหน้ามองด้วยซ้ำ


"เดี๋ยวครับพี่จีซู"


"อืม ว่าไง"


"ผมขอไลน์พี่หน่อยได้ไหมครับ ไว้เผื่อมีอะไรผมจะได้ทักไปคุยได้" ผมชักสีหน้ามองอีกคนโดยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะชายตามองผมด้วยซ้ำ


"พี่จะรอนะ ไปละ"  ร่างบางเดินจากไปแล้วแต่ความไม่พอใจยังคงฝังอยู่ภายในใจของผม


"ชอบเขามากขนาดนั้นเลยหรือไง" ผมถามอีกคนออกไปโดยพยายามใช้โทนเสียงที่ปกติที่สุด


"พี่จีซูสวยขนาดนี้ใครๆก็ต้องชอบเป็นธรรมดาปะ ทำไมหวงพี่เขาหรือไง" เออหวง แต่หวงมึงนั้นแหละไอ้หน้าแมว


"คนโง่ๆแบบมึงตามเขาไม่ทันหรอกนะจินยอง ตัดใจเถอะ"


"มึงแม่งด่ากูตลอด หวงก้างก็บอกมาเถอะมึงอะ"


"แล้วถ้ากูบอกว่าใช่มึงจะเลิกยุ่งกับจีซู?"


"ไม่โว้ย" ไม่ต้องทำหน้าเย้ยกูก็เจ็บจะตายแล้วจินยองมึงรู้ไหม


"ตามใจมึงเถอะ"


"แล้วนั้นมึงจะไปไหน"


"ห้องน้ำ"


"ไปด้วย"


"งั้นมึงไปก่อนเลยเดี๋ยวกูรออยู่ตรงนี้"


"กูไม่ได้ปวดกูแค่จะไปเป็นเพื่่อน"


"จะไปช่วยถือไง ถ้าไม่เข้าก็ขึ้นห้องไปไม่ต้องรอเดี๋ยวกูตามไปทีหลัง"ผมตอบโดยไม่หันไปมองหน้ามันด้วยซ้ำ ไม่อยากเห็นใบหน้าขึ้นสีน้อยๆด้วยความเขินอายนั้นไม่อยากเห็นเลยสักนิด






"ไอ้มาร์คทำไมมึงอยู่คนเดียว แล้วไอ้จินละ" ยองแจที่เดินสวนมาพอดีถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย


"โรงอาหาร"


"แล้วมึงจะรีบไปไหน"


"เรื่องกู" ผมบอกอย่างหัวเสียก่อนจะเร่งสาวเท้าให้เร็วมากขึ้นอีกจังหวะ


"สัสกูถามดีๆไหมว่ะ เหวี่ยงใส่กูเฉยเลย" ได้แต่ทำหน้าเอื้อมไล่หลังอีกคนไป







Jinyoung  talk's


"จิน ไอ้มาร์คมันอารมณ์เสียอะไรของมันแต่เช้าอะ" ผมถามเพื่อนที่นั่งหน้าหมุ่ยไม่ต่างจากไอ้ตัวที่เหวี่ยงผมไปเมื่อกี้


"ไม่รู้กับแม่ง"


"พวกมึงทะเลาะกัน?"


"...………………." ผมนิ่งไม่ตอบอะไร


"ชัดเลยมึงงอนมัน?"


"เปล่า"


"โกรธ?"


"ก็เปล่า"


"แล้วพวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกันว่ะ" เออ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นเหี้ยอะไร


"ช่างแม่งเหอะไม่เห็นจะสนใจเลย ไปยองแจ"


"ไปไหน?"


"เรียน"ผมเดินไปโดยไม่รอฟังอีกฝ่ายด้วยซ้ำ




ผมไม่ได้โกรธแล้วก็ไม่ได้งอนไอ้มาร์คนะแต่ผมแค่ไม่เข้าใจมันทั้งๆที่คิดว่าเราสนิทกันมากแล้วแท้ๆแต่บางครั้งผมกลับรู้สึกว่ามันพยายามออกห่างจากผม อดใจหายไม่ได้เวลาที่เห็นมันทำหน้าเหมือนไม่พอใจอะไรผมแต่พอถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ยอมตอบ หรือที่จริงมันมีแค่ผมที่คิดว่าเราเป็นเพื่อนรักที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องกันนะ








Mark talk's


"มาแล้วหรอมึงกูนึกว่าตกส้วมไปแล้ว" เป็นไอ้แจที่เอ่ยถามโดยมีไอ้หน้าแมวนั่งมองหน้าผมนิ่งแต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไร


"พอดีเจอไอยูระหว่างทางเลยคุยนานไปหน่อย"ผมตอบไปตามความจริง ไอยูเป็นเธอเป็นดาวคณะเราและผมเป็นเดือนทำให้พวกเราต้องร่วมงานกันบ่อยเลยค่อยข้างสนิทกันอยู่พอสมควร เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก ตรงสเปคผมทุกอย่างนี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจีบเธอไปแล้ว


"หน้าม่อ" เสียงทุ้มติดไม่พอใจนิดๆดังขึ้นเรียกให้ผมหันไปมอง


"หล่อๆแบบกูไม่ต้องม่อให้เสียเวลาหรอก"


"คิดว่าหล่อมาก?"


"ใครๆเขาก็พูดแบบนั้นกันทั้งนั้นหรือมึงไม่คิด" ผมถามออกไปเรียบๆแต่ภายในใจตอนนี้กลับเอาแต่จดจ่ออยู่กับคำตอบของอีกฝ่าย


"เว้นกูคนหนึ่งไอ้หน้าม่อ"


"สำหรับมึงคงเห็นกูเป็นแค่ไอ้หน้าม่อสินะ " ผมพูดราวกับกระซิบบอกตัวเอง


"มึงว่าไงนะ" มันเอียงหน้าแมวๆนั้นเล็กน้อย


"...………………..." ผมแกล้งทำเป็นสนใจบทเรียนตรงหน้าเพื่อไม่ให้อีกคนเลิกเซ้าซี้และดูเหมือนจะได้ผล




เมื่อก่อนผมมันก็เสือผู้หญิงดีๆนี่เองไม่แปลกที่มันจะบอกว่าผมหน้าม่อ แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คุยกับใครในเชิงชู้สาวแล้วจะมีบ้างที่สาวๆทั้งคนเก่าคนใหม่ทักมาหามากมายแต่ผมก็ไม่ได้จะใส่ใจอะไรมากมาย ถ้าถามว่าผมทำไปทำไหมผมตอบอย่างไม่อายเลยว่าทำเพื่อมันจะได้มองผมในแง่ดีบ้างแต่ก็นั้นแหละโง่ๆแบบมันไม่เคยจะเข้าใจอะไรสักอย่าง






"มาร์คเลิกเรียนไปกินติมหน้ามอกันไหม ยองแจด้วย" จินยองเอ่ยขึ้นทันทีที่คาบเรียนจบลง


"กูต้องรีบกลับอ่ะนัดกินข้าวเย็นกับแม่ มึงไปกับไอ้มาร์ค 2 คนละกัน"อยงแจบอกพรางหยิบโน่นนี้ใส่กระเป๋า


"กูก็มีนัดแล้ว"ผมตอบเสียงเรียบ


"ไปไหน?"


"นัด"


"สาว?"


"เออ ไปนะ"ผมกำลังจะเดินออกไปแต่ก็ต้องชะงัก


"มาร์คพรุ่งนี้เรานัดกันไปดูหนังนะ บอกไว้เผื่อมึงลืมอีก" มันบอกด้วยน้ำเสียงที่ยากจะเข้าใจอารมณ์ก่อนจะเดินผ่านหน้าผมออกไปโดยไม่หันกลับมามองผมเลยด้วยซ้ำ


"จินรอกูด้วย ไปปนะมาร์คขอให้สนุกกับสาวๆของมึงนะ"ยองแจว่าก่อนจะสาวเท้าตามอีกคนไปทิ้งผมให้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันไปหมด



"กูจะไม่ขอให้มึงเชื่อแต่กูจะทำให้มึงเห็นเองว่ากูจะไม่มีทางลืมนัดของเราแน่จินยอง " ผมบอกตัวเองเบาๆแต่หนักแน่น









                             2 เดือนที่แล้ว




ใบหน้าที่ผมคุ้นเคยตอนนี้นิ่งสนิทไร้ซึ่งคำใดๆหลุดออกมาจากปากอิ่มนั้นตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้าจนกระทั่งตอนนี้ที่รถเคลื่อนตัวมาถึงหน้าบ้านอีกคนก็ยังคงนิ่งเงียบเหมือนเดิมแถมไม่แม้แต่จะมองหน้าผมเลยด้วยซ้ำ



"จินยองมึงพูดอะไรหน่อยเถอะจะด่ากูก็ได้แต่อย่านิ่งแบบนี้เลยนะ" ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพูดคำนี้มากี่รอบแล้วแต่ในทุกรอบก็ได้รับเพียงความเงียบกลับมาแต่ผมก็ยังอยากที่จะพูดมัน


"เรานัดกันกี่โมง"มันตอบเสียงนิ่งจนผมใจหาย


"2 ทุ่ม"


"แล้วมึงมากี่โมง"


"...………………….."ราวกับมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่คอจนไม่อาจเปล่งเสียงใดๆออกมาได้


"กูตอบเองก็ได้ 5 ทุ่ม 3 ชั่วโมง มาร์ค"

"...………………….."


"3 ชั่วโมงที่กูนั่งรอมึง"


"...………………….."


"3 ชั่วโมงที่กูพยายามติดต่อมึงทุกทางแต่ก็ไร้การตอบรับ"


"...………………..."


"3 ชั่วโมงที่กูเอาแต่กังวลว่ามึงจะเป็นอะไรไปไหม"


"...…………………."


"3 ชั่วโมงที่มึงเอาความรู้สึกกูไปเหยียบเล่นโดยที่มึงกับมีความสุขกับการไปเที่ยวเล่นกับสาวๆของมึง"


"จินยองกูขอโทษ"


"มาร์คกูไม่เคยคิดจะว่าอะไรมึงเลยนะที่มึงเอาแต่เที่ยวม่อสาวไปวันๆ แต่ครั้งนี้กูรับไม่ได้จริงๆ ถ้ามึงจะไม่มามึงก็น่าจะโทรบอกกูก่อนกูจะได้ไม่ต้องมานั่งรอ นั่งกังวลอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าแบบนี้ " น้ำเสียงเรียบนิ่งถูกเอ่ยออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้คนฟังจุกจนพูดอะไรไม่ออกสักคำ


"...……………………."


"ถ้ามึงเป็นกูมึงจะรู้สึกยังไง มึงจะยิ้มอย่างร่าเริงแล้วบอกว่าไม่เป็นไรงั้นหรอ กูถามก็ตอบมาสิ" ผมตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆอีกคนก็ขึ้นเสียงผมไม่เคยเห็นจินยองเป็นแบบนี้มาก่อนปกติจินยองเป็นคนใจเย็นมากพอเห็นมันโมโหแบบนี้เลยยิ่งหน้าเสียเข้าไปอีก


"กูขอโทษจินยอง กูจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นเพราะสิ่งที่มึงพูดมามันเป็นความจริงทุกอย่่าง กูผิดเองที่ลืมแต่กูสัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก มึงเชื่อใจกูได้จินยอง"


"ทำให้มันได้แล้วค่อยมาพูดเถอะมาร์ค กูขี้เกียจฟังคำสัญญาที่แม่งไม่รู้จริงหรือแค่พูดลอยๆของมึง"


"ยังไม่เชื่อตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแต่กูจะทำให้มึงเห็นเองว่ากูพูดจริง" ผมพูดอย่างหนักแน่นเพื่อหวังให้อีกฝ่ายมั่นใจ


"กลับไปเถอะมาร์คกูจะเข้าบ้านแล้ว" มันพูดก่อนจะเปิดประตูรถเดินลงไปอย่างไม่สนใจผมที่ได้แต่มองตามอีกคนจนลับสายตาแต่ก็ยังนั่งอยากนั่งอยู่อย่างนั้นต่ออีกสักพัก


"กูจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 แน่จินยอง"









"มาร์ค มาร์ค" เสียงหญิงสาวตรงหน้าทำให้ผมหลุดออกจากพวังของตัวเอง


"ว่าไงนะ"


"ใจลอยคิดถึงสาวที่ไหนเนี้ย" เสียงน่ารักเอ่ยอย่างคนอารมณ์ดีก่อนจะพูดต่อ "เราบอกว่าพวกพี่คุณบอกว่าปีนี้จะให้พวกเราโชว์อะไรเล็กๆน้อยๆให้อำลาตำแหน่งหน่อยเราก็เลยถามมาร์คว่าอยากทำอะไร"


"แค่พูดอำลาเลยไม่ได้หรือไง"


"เราก็เคยบอกพี่คุณไปแล้วแหละแต่พี่เขาบอกว่ามันง่ายไป" เธอพูดด้วยท่าทีที่ดูจริงจังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย


"ทำไมชอบทำให้เรื่องมันยุ่งยากนักนะ" ผมอดที่จะหัวเสียขึ้นมาไม่ได้


"เอาน่างานสุดท้ายแล้ว"


"แล้วเธอจะทำออะไร"


"เราว่าจะร้องเพลงอ่ะ มาร์คจะเอาด้วยไหม"


"งั้นเธอร้อง เดี๋ยวฉันเล่นกีต้าร์ให้เอง"


"ดีเลย งั้นเอาตามนี้เลยละกันนะเดี๋ยวเราจะทักไปบอกพี่คุณก่อน แปปนะ"เธอก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความลงบนจอสี่เหลี่ยมในมือ


"มาร์คจะไปไหนต่อไหม" เธอเงยหน้าจากมือถือมามองผม


"ก็คงกลับคอนโดเลย"


"พอดีพวกพี่คุณอย่างให้เราเข้าไปคุยกับพี่แกหน่อยอ่ะ มาร์คจะไปไหม"


"ฉันฝากเธอฟังมาเผื่อด้วยเลยละกัน" ผมพูดก่อนจะทำหน้าเอือมระอาเต็มทนส่งไปให้หญิงสาว


"ตลอดแหละมาร์คอ่ะ งั้นแยกกันตรงนี้เลยไหม"


"เดี๋ยวไปส่ง"


"ว้าว วันนี้สาวคงได้อิจฉาเราเป็นแถวแน่" หญิงสาวแกล้งทำตาโตราวกับตื่นเต้นอย่างสุดตัว "งั้นรอแปปนะไปห้องน้ำก่อน" เธอลุกออกไปแล้วเหลือแค่ผมที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม



ผมได้แต่มองตามสาวน้อยขี้เล่นคนนั้นไปจนลับสายตาก่อนจะเข้าสู่ห้วงความคิดของตัวเองอีกครั้ง




แต่ก็มีบางอย่างเรียกให้ผมต้องออกมา……..





"จินยองพี่ถึงร้านแล้วนะ เราอยู่ไหนแล้วเนี้ย" เสียงผู้หญิงที่แสนคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกลมากนัก



"เข้ามาข้างในเลยพี่อยู่ข้างในกำลังโต๊ะนั่งอยู่ดีเหมือนกันจะได้มาช่วยกันเลือกโต๊ะ" ขออย่าให้เป็นมึงเลยนะ




กริ๊งงงงงงงงงงงงงง






ทันทีที่ประตูเปิดออกก็ปรากฏร่างที่ผมแสนจะหวงแหนขึ้น รอยยิ้มที่ผมชื่นชอบกำลังแย้มอย่างสดใสแต่มันไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อผมแต่เพื่อหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ท่าทางที่คุยกันอย่างสนุกสนานทำให้ผมทำอะไรไม่ถูกโมโหจนอยากจะเดินไปกระชากอีกคนออกมา แต่อีกใจกลับกลัวสิ่งที่อาจจะตามมาจากผลของความใจร้อนของตัวเอง 






พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนบาป ผมเพิ่งเข้าใจแจ่มชัดก็วันนี้แหละ








"อ้าว มาร์คมาร้านนี้เหมือนกันหรอ" ผมไม่ตอบอะไรทำเพียงไหวไหล่นิดๆราวกับไม่ใส่ใจอะไร


"มากับสาวคนไหนกันนะ อยากรู้จัง"


"เรื่องของฉัน"


"งั้นขอนั่งด้วยคนได้ไหมโต๊ะมันเต็มหมดแล้วอะ" 


"อย่าไปกวนมันเลยครับพี่จีซูเราไปร้านอื่นก็ได้" เสียงทุ้มที่ผมชอบเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบมาตลอด


"แต่จินยองบอกว่าอยากกินร้านนี้ มาร์คก็เพื่อนจินยองขอนั่งด้วยแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งเนอะมาร์ค" เธอพูดอย่างร่าเริงพร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจใครหลายคนแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน ยิ่งทำให้อารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นทวีขึ้นไปอีก


"ไม่เป็นไรหรอกรบกวนมันเปล่าๆ" กลัวกูเป็นก้างมึงหรือไง


"มาร์คมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" คนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำดูเหมือนจะงงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าที่โต๊ะไม่ได้มีผมเพียงคนเดียว


"ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็น้องไอยูนี่เอง"


"...………………." เธอดูเหมือนจะงงกับคำพูดของจีซูไม่น้อยจึงได้แต่ยิ้มบางส่งให้อีกฝ่าย


"เรื่องแบบนี้ไม่เห็นต้องปิดเลยน่ายินดีออกจะตาย"


"...………………."เธอส่งสายตาเหมือนต้องการคำอธิบายมาให้ผม


"เราไปเถอะไอยู  เชิญนั่งกันตามสบาย" ผมออกแรงดึงมืออีกคนให้เดินตามออกมาโดยไม่สนใจเสียงประท้วงที่ลอยตามมาของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ผมรู้แค่ว่าผมต้องรีบออกไปให้ไกลจากตรงนี้ก่อนที่อะไรๆมันจะแย่ลงไปเพราะตัวผมเอง







อึดอัด บรรยากาศตอนนี้มันน่าอึดอัดจนเหมือนจะหายใจไม่ออก ถึงแม้อีกคนจะไม่ได้พูดอะไรแต่สายตาที่ทอดมองอย่างนิ่งๆนั้นทำให้ผมคาดเดาอะไรไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่





กลัว ผมกลัวว่าสักวันหนึ่งจินยองให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าผมและตอนนี้ผมก็กลัวความใจร้อนที่เคยคิดว่าอาจจะจางหายไปแล้วมันกลับมาอีกครั้ง เพราะถ้าผมเผลอทำอะไรลงไปผมกลัวว่าแม้แต่คำเพื่อนรักที่มันมอบให้ก็อาจไม่หลงเหลือให้คนเลวอย่างผม




  



ผมเคยบอกคุณหรือยังว่าผมไม่ใช่คนอ่อนแอหรือยอมแพ้อะไรง่ายๆ


แต่พอเป็นเรื่องของ จินยอง ผมกลับอ่อนแอจนนึกสมเพชตัวเอง






---------------------------------------------------------------------------------------------------








มาแล้วววววววว  เข้ามาอ่านกันได้แล้วน้าา ตอนแรกไรท์คิดว่าการแต่งนิยายจะง่ายแต่พอได้ลองมาแต่งจริงๆไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยนะ สับสนอยู่กับตัวเองตั้งนานว่าจะเริ่มเขียนแบบไหนสุดท้ายก็ออกมาแบบเบลอๆเขียนถูกเขียนผิดตีรวนกันไปหมด เฮ้อออออออออออ ถ้าไม่สนุกก็อย่าว่ากันนะไรท์พยายามสุดชีวิตแล้ว

ขอบคุณคอมเม้นท์ทุกคอมเม้นท์และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ แนะนะติชมกันได้เนอะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #7 AnnaMTJYP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 13:04

    สนุกค่าาาา แต่งได้ดีเลย

    ฮรืออออ สงสารมาร์ค
    #7
    1
    • #7-1 Mitsubi_AU(จากตอนที่ 3)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 06:58
      😘😘😘
      #7-1
  2. #6 ssomo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 07:02

    ครส.นี้ยากแท้ โอ๊ยยยยย คนนึงเคยทำให้เขาไม่เชื่อใจมาแล้วครั้งหนึ่งกับคนนึงที่ทำทุกอย่างให้เขามีคสพคือเท่าเทียมทุกคนแต่ไม่เคยรู้เลยว่าเขาคิดกับเราเกินเพื่อน แง้งง เป็นอะไรที่เดาทางยาก ไม่รู้เลยว่าตอนจบจะออกมาแฮปปี้หรือจะโซแบด แต่เอนใจไปฝั่งแฮปปี้ได้มั้ย ไม่อยากร้องไห้จริงๆ คสพ.นี้คือเจ็บจริงถ้าเขาไม่รับรู้ครส.เรา อินแปป /สู้ๆนะไรท์
    #6
    1
    • #6-1 Mitsubi_AU(จากตอนที่ 3)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 07:00
      เรื่องนี้มีอะไรอีกเยอะที่คาดเดายากค่ะเพราะไรท์เป็นไบโพล่า อิอิ
      #6-1