The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 พ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 953 ครั้ง
    1 ส.ค. 63





“…” ทางฝ่ายชายชราที่มองใบหน้าอมทุกข์ของบุตรชายก็ได้เเต่เศร้าใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าผู้บุตรคิดเห็นสิ่งใด ในเมื่อเขาเป็นคนเลี้ยงมันมากับมือตั้งแต่แบเบาะ ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งไร้อารมณ์นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแค่ไหน เป็นเพราะเขาเองที่มอบภาระหน้าที่อันหนักอึ้งให้กับบุตรชาย…




        “พ่อ…ขอโทษ” เสียงแหบแห้งของชายชราเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา




          “ท่านพ่อขอโทษสิ่งใดหรือขอรับ ท่านไม่ได้ทำสิ่งใดปิดเสียหน่อย ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ข้าตัดสินใจเองทั้งหมด อีกอย่างหนึ่งถ้าเราไม่ส่งตัวเทียนหลงไป แล้วเราจะยอมสููญเสียผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับมนุษย์ขั้นห้าขึ้นไปแก่หลุมปีศาจนั่นหรือ สำหรับเทียนหลงที่อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกตลอดชีวิตของมัน กับกำลังรบที่จะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของตระกูลในวันข้างหน้า…ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก”




         “แล้วหลู่หลินเล่า….”




           “เรื่องของหลู่หลินข้าจะจัดการเองขอรับ! ทานพ่อไปเตรียมอาคมเคลื่อนย้ายให้พร้อมก็เพียงพอแล้ว รุ่งสางวันพรุ่งเราจะทำการใช้เขตอาคมนั่นส่งเทียนหลงไปยังหลุมกลืนวิญญาณนั่นทันที” กล่าวเพียงแค่นั้นเทียนหมิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องปิดตายไป ทิ้งให้ชายชราได้แต่นั่งถอนหายใจอยู่เพียงผู้เดียว




         “เฮ้อ…เอาเถอะในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าเองก็ไม่อาจจะทำอะไรได้แล้วสินะ ปู่ขอโทษเจ้าจริงๆ เทียนหลงหลานปู่ เพราะปู่มันอ่อนแอจนเกินไปจนทำให้เจ้าต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ถ้าหากชาติหน้ามีจริงปู่ขอชดใช้ให้เจ้า…ปู่…” พลันหยาดน้ำตาใสๆ ก็ไหลออกมาจากใบหน้าของชายชรา ก่อนที่มันจะถูกปาดออกไปอย่างลวกๆ




         หลังจากที่นั่งทำใจอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดชายชราที่ดูเหมือนจะแก่ตัวลงไปอีกหลายปีก็พยุงตัวลุกขึ้น แล้วใช้กลไกลับที่ถูกสืบทอดเฉพาะผู้นำตระกูลทุกรุ่น เพื่อที่จะลงไปยังชั้นใต้ดินที่ลึกหลายร้อนเมตร เพื่อไปยังลานพิธีลับที่จะต้องถูกจัดเตรียมพิเศษและเสริมพลังก่อนที่จะใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าตระกูลใหญ่ทั้งแผนดินนภาครามต่างรู้ดีว่ามันคือสิ่งใด…เขตอาคมเคลื่อนย้ายพิเศษสำหรับหรับส่งเครื่องสังเวยแก่หลุมกลืนวิญญาณ




'เขตอาคมกลืนวิญญาณ!!'






         หลังจากที่ออกมาจากเรือนหลักของตระกูลเย่ ซึ่งเป็นสถานที่เฉพาะผู้นำตระกูลและคนสนิทเท่านั้น เย่เทียนหมิงก็รีบมุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายของตนในทันที เพราะเรื่องนี้นั้นเขาได้คิดวางแผนเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ได้รับราชโองการมาเมื่อสามวันก่อน


         แม้ว่าใครจะมองว่าเขาเป็นคนใจไม้ไส้ระกำ หรือว่าเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลที่ดี แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังคงเป็นเขา เป็นเย่เทียนหมิงเฉกเช่นสมัยก่อน แม้ว่าการแสดงออกจะเย็นชามากแค่ไหน แต่ทั้งหมดก็ทำเพื่อตระกูลที่ท่านพ่อฝากเอาไว้ อีกทั้งเรื่องนี้ยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เลยแม้แต่น้อย นอกจากจะยอมเสียสละบุตรชายที่นอนเป็นผักมานานหลายปี



         อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการที่ถูกส่งเป็นเครื่องเส้นสังเวยแก่หลุมกลืนวิญญาณนั้นคือการถูกส่งไปตาย แล้วใครบ้างที่อยากจะเสียสละตนเองเพื่อตระกูล ทั้งตระกูลเย่เองก็ยังแตกหน่อแตกแขนงออกไปหลายก๊กหลายเหล่า หากว่าเขาตัดสินใจที่จะเลือกใครคนใดคนหนึ่งย่อมต้องไปกระทบไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน เนื่องด้วยเงื่อนไขของการส่งเครื่องเส้นสังเวยก็คือต้องเป็นบุรุษในช่วงอายุสิบห้าถึงยี่สิบห้าปี และต้องมีระดับพรสวรรค์ระดับมนุษย์ขั้นห้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งแม้จะเป็นตระกูลเย่เองพรสวรรค์ระดับนี้ก็ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสายเลือดของเหล่าผู้อาวุโสไม่ก็หัวหน้ากลุ่มใหญ่ ถึงแม้ว่าในโองการจะไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นสายตระกูลหลักหรือว่าเป็นผู้ใด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถเลือกใครอื่นได้อยู่ดี





        “ฮูหยินอยู่หรือไม่ ข้ามีธุระสำคัญอยากจะปรึกษานางสักหน่อย”



        “ฮูหยินใหญ่กำลังปักผ้าอยู่เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเรียนฮูหยินให้นะเจ้าคะ”


         “ไม่ต้อง! เดี๋ยวข้าจะเข้าไปหานางเองเจ้ารออยู่ที่นี่แหละ”



         เดินมาได้ไม่นานเดินมาได้ไม่นานเดินมาได้ไม่นานเดินมาได้ไม่นาน เขาก็เดินมาถึงเรือนหลังงาม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของภริยาเอกของเขาในตอนนี้ พ่ววด้วยศักดิ์ที่เป็นถึงองค์หญิงคนเล็กในองค์จักรพรรดิ ที่ทั้งทรงรักทรงหวงยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ถึงอย่างนั้นตั้งแต่ออกเรือนมา นางมิเคยที่จะใช้อำนาจใดๆ ที่ตนมีเพื่อข่มเหงผู้อื่นเลย แม้จะดูเหมือนเด็กน้อยที่เอาแต่ใจไปบ้าง แต่นางก็เป็นภริยาที่ดีของเขา และเป็นแม่ที่ดีของลูกๆ ทั้งสองมาโดยตลอด



         มีเพียงสิ่งเดียวที่นางแสดงออกอย่าวชัดเจนว่าไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ ก็คือสองแม่ลูกที่ตกระกำลำบากอยู่ท้ายจวน สาเหตุนั้นมิใช่เขาจะไม่รู้ แต่ว่ามิอาจจะแก้ไขสิ่งใดได้ ซึ่งมันประจวบเหมาะกับสิ่งที่เขากำลังจะทำพอดิบพอดี คานว่านางคงไม่ปฏิเสธเป็นแน่แท้



           “ท่านพี่! ลมอันใดหอบท่านมาจากกองงานได้กันเจ้าคะ ปกติยามนี้ท่านพี่ถ้าไม่ฝึกฝนก็น่าจะทำงานอยู่ที่เรือนนี่เจ้าคะ” เสียงหวานใสกล่าวขึ้น ในคราแรกนางก็คิดว่าสาวใช้คนสนิทเข้ามาหา แต่พอเงยหน้าขึ้นจากผ้าที่ปรากฏว่าเป็นบุรุษอันเป็นที่รักยิ่งนางก็อดตกใจมิได้ เพราะปกติเขาจะมาหานางในช่วงเย็นเพื่อรับประทานอาหาร อาจจะมีอยู่ค้างคืนบ้างแต่ก็ส่วนน้อย เพราะงานของเขารัดตัวมากแค่ไหนทำไมนางจะไม่รู้ แต่วันนี้กลับมาตั้งแต่เช้าตรู่นางจึงตกใจจนเข็มเกือบจะตำนิ้ว



        “ขอโทษน้องหญิงที่ทำให้เจ้าตกอกตกใจ ข้ามีเรืองจะมาปรึกษาและอยากจะไว้วานเจ้าสักหน่อย เจ้าพอจะรับฟังข้าได้หรือไม่”



         “เรื่องด่วนอันใดหรือเจ้าคะ ถึงได้รีบร้อนขนาดนี้” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ แต่ก็พอจะเริ่มเดาคร่าวๆ ได้บ้างแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าบุรุษผู้เป็นที่รักจะจัดการเช่นไร เพราะนางเองก็ใช่ว่าจะมือใสใจสะอาดนัก มีบ่าวรับใช้ที่คอยส่งข่าวต่างๆ ให้นางรับรู้เสมอ แลเหากนางเดามิผิด ที่ท่านพี่มาหานางคงไม่พ้นเรื่องของเครื่องเส้นสังเวยที่กำลังจะมาถึง



          “ข้าอยากให้เจ้าพาเหล่าอนุไปถือศีลที่วัดประจำตระกูลสักสามเดือน” “ทำไมหรือเจ้าคะ”



        “เจ้าคงจะรู้อยู่แล้วว่าในปีนี้เป็นปีที่ครบรอบที่ต้องส่งเครื่องเส้นสังเวยไปยังหลุมกลืนวิญญาณ ทั้งปีนี้ยังเป็นคราที่ตระกูลเย่ที่ต้องส่งเครื่องสังเวย…ข้าจะใช้บุตรชายคนโตของข้าเป็นเครื่องสังเวย ข้าอยากจะให้เจ้าพาหลู่หลินไปยังวัดประจำตระกูลกับเจ้าด้วย เพื่อป้องกันความวุ่นวาย เจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่”



       “ได้เจ้าค่ะ แล้วท่านพี่ต้องการจะให้ข้าออกเดินทางวันไหนหรือเจ้าคะ” “วันนี้เลย หากเจ้าพร้อมเจ้าจะออกเดินทางตั้งแต่ช่วงสายก็จะดีมาก เพราะข้ากับท่านพ่อต้องเตรียมการอีกหลายอย่าง”



         “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวไปจัดการเรื่องเดินทางก่อนนะเจ้าคะ ฟ้าเริ่มสางแล้วหากช้าแดดจะแรงจะเดินทางลำบากเจ้าค่ะ”



         “ขอบใจเจ้ามากน้องหญิง เจ้าไปเถอะ”



             คราแรกที่ได้ยินองค์หญิงถึงกับตกใจ แต่หลังจากที่ออกมาจากเรือนใหญ่แล้วแววตากลับสั่นระรึก สองแม่ลูกนั้นเป็นหนามตำใจของนางมาเนิ่นนาน และเป็นสาเหตุที่ทำให้บุรุษที่นางรักทำตัวเย็นชา ทำไมนางจะไม่รู้ว่าท่านพี่ของนางยังคงมีใจให้กับสองแม่ลูกนั่นอยู่ นางเป็นองค์หญิงน้อยของวังจักรพรรดิ กว่าที่นางจะมีชีวิตรอดออกมาจากที่นั่นได้นางต้องผ่านอะไรมามากมาย กับแค่แววตาของคนที่นางรักทำไม่นางจะอ่านไม่ออก



        ไม่นานหลังจากนั้นข่าวว่าฮูหยินใหญ่เกิดฝันร้ายและต้องการที่จะไปถือศีลกินผักที่วัดประจำตระกูลโดยเร็วก็กระจายไปทั่วจวน เหล่าคนรับใช้ต่างก็จัดเตรียมข้าวของกันจ้าละหวั่น เหล่าอนุทั้งหลายรวมถึงบ่าวไพร่อีกหลายคนถูกเรียกตัวไปเพื่อให้ร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหลู่หลินที่เพิ่งเสร็จงานของตนและเพิ่งล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเรียบร้อยได้ไม่นาน



          แสงแดดเริ่มอุ่นขึ้นได้ไม่นานขบวนของสกุลเย่โดยมีฮูหยินใหญ่ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นผู้นำ ตามด้วยอนุและบ่าวไพร่อีกหลายสิบชีวิต เนื่องด้วยเป็นการเดินทางที่เร่งรีบ หลู่หลินจึงยังมิได้กลับไปหาบุตรชาย และมาทราบรายละเอียดที่หลังว่าต้องอยู่นานถึงสามเดือน ทำให้นางเป็นกังวลเป็นอย่างมาก ว่าจากนี้จะมีใครไปรังแกทำร้ายบุตรชายของนางหรือไม่ ทั้งจิตใจของนางยังรู้สึกสังหรณ์ประหลาด แต่ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนเเปลงสิ่งใดได้อีกแล้ว ได้แต่หวังว่าฟ้าจะไม่โหดร้ายต่อนางกับลูกมากเกินไปนัก











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 953 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #692 ゼロに (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 10:34
    อ่านไปขนลุกไป เพราะอะไรน่ะหรอ หนาว!!
    #692
    0
  2. #631 ujasaai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 05:48
    เลวเด้อออ
    #631
    0
  3. #525 wuttui (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 10:57
    ทั้งปู่และพ่อพระเอก อ้างตระกูลเพื่อตนเอง ไม่ปกป้องไม่รู้ว่าทั้งตระกูลนอกจากมันสองพ่อลูกแล้วคนอื่นดูแลไม่ได้หรือ?

    สงสัยจะเป็นพวกเดียวกะลุงตู่?
    #525
    1
    • #525-1 (จากตอนที่ 4)
      13 เมษายน 2562 / 13:51
      เฮ้ยๆ ไม่เอาจิ ไม่เกี่ยวกัน.....ไม่หารนะ *-*
      #525-1
  4. #422 abeja2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 10:24

    ไม่เข้าใจ ทั้งที่บอกว่า คนที่โดนยาพิษ ส่วนมากจะตาย แต่ก็มีรอดอยู่ น่าจะรอให้ ฟื้นแล้วมาเป็น กำลังสำคัญ ให้ตระกูล ดันเอาไปฆ่า ชะงั้น

    #422
    1
    • #422-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 4)
      21 มีนาคม 2562 / 19:43
      ตอนนี้น่าจขะอ่านไปถึงแล้ว....คงไม่ต้องอธิบายนะ แฮ่ะๆ
      #422-1
  5. #369 Felix_Dmsc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:40
    ถ้าตระกูลมันเลวขนาดนี้แล้วตอนพระเอกมันพื้นแล้วไม่คิดทำลายตระกูลทิ้งเพื่อแก้แค้นนี้ ถือว่าทำร้ายใจคนอ่านมากเลยนะ
    #369
    1
    • #369-1 ปู่ชา(จากตอนที่ 4)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:58
      โปรดติดตามตอนต่อไป...หึๆ
      #369-1
  6. #343 kitty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 09:12

    นี่ขนาดบอกว่าเจ็บปวดใจยังปล่อยให้เมียที่เคยช่วยขีวิตกับลูกถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็น พยายามอ้างความสำคัญของตระกูลมาปกป้องการกระทำชัวร้ายของตนเองอีก การปล่อยทำเป็นไม่รู้ว่าเมียและลูกถูกทำร้ายก็คือการสมรู้ร่วมคิดนั่นแหละ จะเอาลูกไปทิ้งให้ตายโดยกลายเป็นความดีความชอบของตระกูลแต่ยังปิดบังไม่ให้แม่รู้อีก

    #343
    0
  7. #254 kimurakung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:47
    น่าสงสารหลู่หลิน ถ้ามารู้ข่าว..เห้อ หัวอกคนเป็นแม่
    #254
    0
  8. #152 mmaxza001 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 13:45

    ขอบคุณครับ

    #152
    0
  9. #83 N T P (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 19:13
    คันฉ่องคือ? พอดีไม่รู้จักศัพท์พวกนี้เท่าไหร่ จะดีถ้าอธิบายรูปร่างเพิ่มอีกครับ :D
    #83
    2
    • #83-2 Aitzee(จากตอนที่ 4)
      11 พฤษภาคม 2561 / 12:37
      กระจกที่ทำจาหทองเหลืองขัดเงาครับ เป็นสิ่งที่ใช้แทนกระจก สมัยราชวงค์จีน
      #83-2
  10. #77 Neung02012536 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:19

    หนุกๆๆๆ

    #77
    0
  11. #76 Lucky_777 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 16:23
    เม้นๆๆๆๆๆ
    #76
    0
  12. #11 KuhakuX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:39
    555ขำประโยคสุดท้ายเดียวให้ไข่
    #11
    0
  13. #6 ไป๋เหลียนฮวา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 21:13
    5555...ติดสินบนแฮ่ะ....นำไข่มาเร็วๆๆๆๆๆๆ
    #6
    0
  14. #5 toooootooooo2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:12
    ต่ออีก
    #5
    0