The demon'god || ลำนำเทพอสูร

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 ความรักของแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 988 ครั้ง
    1 ส.ค. 63





        “แม่รักเจ้ามากนะเทียนหลง ถึงแม้แม่จะไม่เหลือใคร หรือมิมีผู้ใดรอคอยให้เจ้าฟื้นขึ้นมาจากพิษร้าย แต่แม่ก็ยังคงหวังว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะตื่นขึ้นมายิ้มให้แม่อีกสักครั้ง…”หยาดน้ำตาใสๆ ไหลมาจากดวงตาคู่งามที่บัดนี้หม่นหมองไปมาก หยดลงบนใบหน้าของเด็กน้อยในสายตาของนาง “แม่ไปทำงานก่อนนะลูกรัก เดี๋ยวนางพวกนั้นจะหาเรื่องมารังแกเจ้าอีก”



         หญิงวัยกลางคนมองหน้าดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของนางอีกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดประตูเรือนซ่อมซ่อใกล้จะพังเต็มทีอย่างเบามือ แล้วก้าวเดินจากไปด้วยหัวใจที่อ่อนล้าเหมือนทุกวัน โดยที่นางมิมีทางรู้เลยว่าวันนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่นางจะได้เจอหน้าบุตรชายอันเป็นที่รัก


.
.
.



         “เจ้ามั่นใจหรือเสี่ยวหมิง ที่จะส่งเทียนหลงไปเป็นเครื่องสังเวยแก่หลุมกลืนวิญญาณ ข้าว่าเจ้าลองไต่ตรองอีกทีดีไหม” เสียงแหบแห้งของชายชราวัยแปดสิบปีกล่าวกับบุตรชายที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ไม่ไกล “ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกของเจ้านะ”



         “แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นใดกันเล่าท่านพ่อ! ข้าเองก็ใช่ว่าอยากจะทำเช่นนี้เสียเมื่อไหร่ แต่ราชโองการที่ส่งมาจากวังจักรพรรดินั้นได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน ว่าปีนี้หลุมปีศาจนั่นต้องการเครื่องเส้นสังเวยจากตระกูลเย่เรา ท่านพ่อก็รู้ว่าเงื่อนไขของเครื่องเส้นแก่หลุมกลืนวิญญาณนั้นเป็นเช่นไร หากเราไม่ยอมส่งสายเลือดของผู้นำตระกูลไปเส้นสังเวยแก่มันแล้วล่ะก็ ต้องมีอีกกี่พันกี่หมื่นชีวิตที่จะต้องสังเวยให้แก่มันกัน” น้ำเสียงเรียบนิ่งมาจากใบหน้าที่เรียบเฉยของเย่เทียนหมิง ทั้งๆ ที่เพิ่งกล่าวถึงเรื่องการส่งบุตรของตนไปตาย ก็ยังคงหาเหตุผลมาได้อย่างหน้าตาเฉย



         'หลุมกลืนวิญญาณ' เป็นชื่อเรียกของหลุมที่ปรากฏขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหมื่นปีก่อน เป็นเหตุการณ์ที่มีสายฟ้าสีทองฟาดลงมาที่ใจกลางของแผ่นดินนภาคราม ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ถูกเรียกกันว่าเป็นลางบอกถึงสมบัติสวรรค์ที่ถูกส่งลงมาจุติบนโลกมนุษย์ ที่หลายหมื่นปีจะมีสักครั้ง และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เหล่ายอดฝีมือมากมายที่หมายตาสมบัติชิ้นนี้ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสมบัติสวรรค์ย่อมมิใช่ของธรรมดาสามัญ



        แต่มันกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของแผ่นดินนภาคราม ที่ต้องสูญเสียยอดฝีมือไปอย่างนับไม่ถ้วน ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมียอดฝีมือที่เป็นอิสตรีเท่านั้นที่รอดมาได้ แต่ต้องแลกมาด้วยพลังวัตทั้งหมดที่มี ส่วนบุรุษเพศนั้นล้วนตกตายไปจนหมดสิ้น



       หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างเกิดขึ้นมากมาย จนท้ายที่สุดแล้วก็ผ่านมากว่าห้าพันปี ถึงปรากฏมีพระรูปหนึ่งที่เดินทางมาปิดผนึกหลุมที่กลืนกินวิญญาณของผู้คนนี้ แต่ก็ต้องแลกด้วยเงื่อนไขที่ทุกสิบปีจะต้องจัดส่งบุรุษหนุ่มช่วงอายุสิบห้าถึงยี่สิบห้าปี ทั้งยังต้องมีพรสวรรค์อย่างน้อยที่ระดับมนุษย์ขั้นห้า เพื่อเป็นเครื่องเส้นสังเวยห้ามมิให้ขาด



ตลอดระยะเวลาห้าพันปีมานี้ ทั้งห้าอาณาจักรก็ทำข้อตกลงกันเพื่อผัดเปลี่ยนกันส่งเครื่องเส้นสังเวยให้แก่หลุมกลืนวิญญาณนี้ทุกปีมิเคยขาด เพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่ปีนั้นถึงเวลาส่งเครื่องเส้นสังเวยให้แก่หลุมกลืนวิญญาณ ปรากฏว่าเมืองนั้นทั้งเมืองหายไปไม่มีเหลือแม้แต่เถ้าธุลี



         ส่วนคราวนี้เป็นรอบที่อาณาจักรนภาครามจะต้องจัดส่งเครื่องสังเวยให้แก่หลุมกลืนวิญญาน ทั้งในปีนี้ยังถึงคราวของตระกูลเย่ที่ต้องเป็นตระกูลที่จะต้องส่งมอบอัจฉริยะให้แก่หลุมที่ว่านี้





          “แล้วเจ้าจะทำเช่นไรกับหลู่หลินกันเล่า เจ้าเองก็เห็นว่านางอดทนมานานแค่ไหนกับการปกป้องเทียนหลง ขนาดนางโดนเหล่าอนุของเจ้ากลั่นแกล้งมานานนับสิบปี ถูกทุบตีทำร้ายต่างๆ นาๆ มาเนิ่นนาน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังคงอดทนเพื่อบุตรของนางและเจ้า!” ภายในห้องที่ถูกตราเขตอาคมที่เป็นห้องจำเพาะของผู้นำตระกูลที่เก็บกักเสียงภายในและป้องกันทุกอย่างจากภายนอกถึงกับเงียบสงัด




        “..” เทียนหมิงที่เป็นคนเย็นชามานานหลายปีถึงกับขมวดคิ้ว ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ในข้อนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาตลอดเวลาหลายปีนี้เขาเองก็ใช่ว่าจะหูหนวกตาบอด แต่ความอยู่รอดของคนนับพันนับหมื่นก็สำคัญมากกว่าสำหรับเขา กว่าที่เขาจะรวบรวมอำนาจของตระกูลคืนกลับมาได้อีกครั้งเขาต้องแลกด้วยอะไรหลายๆ อย่าง และหนึ่งในนั้นคือหัวใจที่ตอนนี้ถูกปิดตายไปแล้ว ใช่! เขาอาจจะดูเลวร้ายที่ทิ้งลูกทิ้งเมียให้ตกระกำลำบาก แต่ถ้าเขาต้องการจะวางรากฐานอำนาจของตนเองเพื่อที่จะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลที่ทรงอำนาจเบ็ดเสร็จแล้วล่ะก็ มันก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ…




        หลายปีก่อนหลังจากที่เขากลับจากงานประลองที่อาณาจักรประตูฟ้า เขาแยกตัวออกมาจากขบวนเดินทางเพื่อฝึกฝนตนเอง หลังจากที่ออกมาได้พักใหญ่เขาก็ได้เจอกับสมุนไพรจิตวิญญาณหายากมากชนิดหนึ่ง จึงหมายจะเก็บมันมาฝากบิดาที่รอคอยอยู่ที่ตระกูล




        แต่อย่างที่รู้กันดีในหมู่ยอดยุทธ์และคนทั่วไปที่ไฝ่หาโชคลาภ ว่ายิ่งสมุนไพรจิตวิญญาณล้ำค่า หรือแม้แต่สินแร่จิตวิญญานที่หาได้ยากนั้น ล้วนแล้วแต่มีปีศาจเฝ้าสมบัติปกป้องอยู่ และยิ่งสมุนไพรจิตวิญญาณหรือสินแร่นั้นๆ ทรงพลังมากแค่ไหนก็จะเท่ากับว่าปีศาจที่เฝ้ามันอยู่ก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย เหตุก็เป็นเพราะพลังจิตวิญาณที่แข็งแกร่งเองก็เป็นพลังงานที่เหล่าปีศาจต้องการเช่นกัน และหากสมบัติจิตวิญญาณนั้นๆ แข็งแกร่งและปลดปล่อยกลิ่นอายวิญญาณมากเท่าไหร่ ก็จะมีปีศาจที่แข็งแกร่งต่อสู้กันเพื่อครอบครองพื้นที่นั้นเอาไว้ใช้สำหรับดูดซับพลัง




        และเห็ดโลหิตวิญญาณที่หายากแสนยากดอกที่เทียนหมิงได้พบเจอก็มีปีศาจสายเลือดมังกรพันทางเฝ้าเอาไว้อยู่ ด้วยตอนนั้นเขายังเป็นคนหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่ง ที่หยิ่งในพลังของตนเองไม่น้อย จึงได้เข้าต่อสู้กับปีศาจตนนั้นเพื่อแย่งชิงสมบัติวิญญาณที่ว่ากันว่าในรอบพันปีถึงจะปรากฏออกมาสักหนึ่งดอก




       ในการต่อสู้ในครั้งนั้นทั้งสองฝ่ายสูสีกันมาก ทั้งพลังวัตที่ใกล้เคียงกัน ทั้งฝีมือที่ต่างไม่ตกเป็นรอง ทั้งคู่จึงต่อสู้ขับเขี้ยวกันนานกว่าสามวันกว่าจะรู้ผล และผู้ที่ได้รับชัยชนะก็ไม่ใช่ใครนอกจากเทียนหลง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังกระเสือกกระสนไปจนถึงดอกเห็ด แล้วเก็บมันลงไปในกล่องคงสภาพที่จะป้องกันการเสื่อมสลายและแพร่กระจายของพลังวิญญานจากสมบัติ จากนั้นก็นำกล่องนั้นเก็บลงไปในกำไลอาคมพิเศษที่มีเพียงแค่ไม่กี่สิบวงในอาณาจักรเมฆาคราม ก่อนที่จะสิ้นสติไป




        ซึ่งหลังจากนั้นเองที่เขาได้ถูกหลู่หลินที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านที่บังเอิญพบเจอเขาหมดสติอยู่ริมน้ำ และได้ทำการช่วยเหลือแก้ไขจนเขาฟื้นคืนสติ และพาเขากลับเรือนเก่าๆ โทรมๆ ของนางและคอยดูแลรักษาจนเทียนหมิงหายดีเป็นปกติ




         ในระหว่างที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนั้นเอง ที่ต้นรักได้แตกหน่อขึ้นจนเติบโตและผลิดอกออกผล ในท้ายที่สุดเทียนหมิงก็ตัดสินใจที่จะนำนางกลับมาที่ตระกูล และตบแต่งนางขึ้นเป็นภริยาเอกโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านที่ดังมาทั่วทุกสารทิศ ขนาดองค์จักรพรรดิเองที่หมายตาเทียนหมิงเอาไว้ เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีทั้งพรสวรรค์และสติปัญญา จึงอยากให้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับธิดาคนเล็กยังไม่ใคร่จะพอใจกับการกระทำที่หักน้ำพระทัยของพระองค์เช่นนี้




        แต่ถึงอย่างนั้นเทียนหมิงก็ยังคงมิสนใจสิ่งใด ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นาๆ จนตำแหน่งฮูหยินเพียงคนเดียวของเขามั่นคง ทั้งเห็ดโลหิตวิญญาณพันปีที่เขาเก็บกลับมาได้ยังช่วยยกระดับของตระกูลเย่ให้เข้มแข็งขึ้นจนยากจะทำลายได้…




         แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่อดีตไปแล้ว สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วนั้นล้วนมีอายุขัยที่ยืนนานหลายสิบหรืออาจจะหลายร้อยปี ความรู้สึกและห้วงอารมณ์เพียงชั่วเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาของเขาไม่อาจจะเทียบได้กับตระกูลที่ยืนยงคู่แผ่นดินเมฆาครามมาหลายพันปีได้ เขาถูกทุกคนไว้วางใจให้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป เขาก็จะทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด แม้จะดูชั่วช้าเลือดเย็นมากแค่ไหนก็ตาม แต่ตระกูลเย่จะต้องไม่สิ้นสุดในรุ่นของเขาเด็ดขาด!!






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 988 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

757 ความคิดเห็น

  1. #253 kimurakung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:42
    ท่าทางจะเป็นพ่อที่แสน....(ละเอาไว้)
    #253
    0
  2. #240 Lucky_777 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 19:10
    รีไรท์รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี้ย!เบื่อโว้ยยยยยยยยยยยต่อเร้วๆน่ะไรท์
    #240
    0
  3. #151 mmaxza001 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 13:37

    ขขอบคุณครับ

    #151
    0
  4. #114 Lingyug007 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 20:49
    รอลุ้นต่อไปว่าจะเทพแบบไหน
    #114
    0
  5. #74 Lucky_777 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 09:11
    ต่อๆๆๆๆ
    #74
    0
  6. #14 Voicewolf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:55
    รอพระเอกเทพ. ว่าแต่เว้นช่องว่างมากไปนะ อ่านแล้วมันขัดๆ
    #14
    0
  7. #13 Voicewolf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:55
    รอพระเอกเทพ. ว่าแต่เว้นช่องว่างมากไปนะ อ่านแล้วมันขัดๆ
    #13
    0
  8. #10 KuhakuX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:26
    สนุกมากครับ
    #10
    0
  9. #4 toooootooooo2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:11
    เอาอีก
    #4
    0