ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,494 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

อวี้เหลียนพลิกตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนเตียงพอดีสำหรับนอนคนเดียวอย่างไม่อยากจะลุกนัก บรรยากาศเย็นสบายและสดชื่นภายในเรือนที่ตั้งอยู่บนเขาทำให้นางไม่อยากจะตื่น แต่นางก็นอนได้อีกเพียงไม่นานสุดท้ายแล้วก็ต้องขยับลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาอย่างไม่อาจหลีกเลียง

 

ท่านย่าของนางจะพาขึ้นเขาไปวัดในตอนเช้าเพื่อขอพรก่อนที่นางจะสามารถแยกลงมาฝึกปราณหรือพักผ่อนตามที่ต้องการได้ ด้วยแววตาที่ฉายแววดุของผู้เป็นยายทำให้นางรับรู้ทันที่ว่าตัวเองได้ดวงตาคมมาจากใครและนางรับรู้ได้ว่าไม่ควรขัดใจผู้เป็นย่าเด็ดขาด

 

แต่นางต้องปฏิบัติตัวเป็นหลานที่ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เช้าไปไหว้พระและเดินขึ้นไปส่งท่านย่าที่มักจะสวดมนต์ทุกวัน เย็นบรรเลงพิณให้ฟัง จะมีเพียงบางวันที่ย่าของนางเอ่ยปากชักชวนให้เล่นหมากล้อมด้วยกันและนั่นทำให้นางประจักษ์ว่าหญิงชราตรงหน้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก เพราะไม่ว่านางจะเล่นซักกี่ตาก็ไร้วี่แววของความชนะอย่างเสมอต้นเสมอปราย

 

นางใช้เวลาอยู่กับย่าร่วม 7วัน การฝึกฝนของนางจึงเห็นผล ปราณของนางเข้มข้นจนใกล้เลื่อนระดับเต็มที

 

นางมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นอัจฉริยะแต่ประการใดเพียงแต่นางในตอนนี้มีสมาธิจดจ่อมากพอ และสถานที่นี้ยังอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์หนาแน่นร่างกายนางจึงซึมซับได้อย่างดี แน่นอนว่าไม่ใช่นางไม่ผ่านความลำบากกว่าที่นางจะทำให้ปราณที่ริบหรี่ดังเปลวเทียนแปรรูปเป็นรูปร่างที่นางต้องการได้ก็เล่นเอานางเหงื่อท่วมตัวทีเดียว

 

นางนำยาสมุนไพรชั้นดีที่หลอมจากพืชที่มีปราณมาทานเพื่อช่วยเสริมส่งในการเลื่อนระดับปราณจากสีแดงเป็นสีม่วง ยาพวกนี้ล้วนมีราแพงจนยากที่สามัญชนจะจับต้อง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่แล้วแต่คนว่าร่างกายมีความต้องการตัวช่วยแค่ไหนจึงไม่แน่นอนนักว่านางจะต้องทานยาเข้าไปกี่เม็ดถึงจะเห็นผล แต่กฎของการเลื่อนระดับคือไม่อาจฝืนมากเกินมิเช่นนั้นปราณในร่างอาจสูญสลายจนเหลือระดับต่ำสุดได้ได้ ไม่ว่าร่างกายเราจะต้องการสมุนไพรมากแค่ไหนเราก็สามารถดูดซึมได้ทีละส่วนอยู่ดี

 

นางต้องปล่อยให้ร่างกายดูดซึมยาจนหมดก่อนจึงสามารถทานยาเม็ดถัดไปเข้าไปได้

 

อวี้เหลียนทำสมาธิ ฝึกควบคุมปราณ ทดลองใช้ปราณและทานยาสมุนไพรซ้ำไปมาอยู่ถึงสิบวันจึงเห็นผล

 

กลิ่นกายของนางฟุ้งกระจายก่อนที่ปราณรอบกายจะแข็งแกร่งขึ้นและถูกย้อมด้วยสีม่วงเข้มแทนสีแดงจนหมดในที่สุด

"ดีใจด้วยเจ้าค่ะ คุณหนู!!!"

 

เสียงฟางอันเอ่ยอย่างตื่นเต้นซึ่งนางก็รู้สึกไม่ต่างกัน ตั้งแต่มาอยู่ร่างนี้นางเพิ่งจะรับรู้ความรู้สึกนี้เองครั้งแรก นางรู้สึกราวกับร่างกายผ่อนคลายและเบาสบายราวกับเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกายได้รับการชำระล้าง แต่นั่นก็ทำให้เหงื่อของนางออกมามากมายจนนางต้องเบ้หน้าและต้องไปอาบน้ำทันที

 

แม้ว่านางจะเลื่อนระดับปราณสำเร็จแล้วแต่นางก็ยังอยู่กับท่านย่าต่อจนครบเดือนจึงเดินทางกลับ

 

อวี้เหลียนเท้าแขนกับที่พักแขนบนรถม้าเมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกมาจากหุบเขาได้ไม่นาน

 

"คุณหนู เป็นอันใดไปเจ้าค่ะข้าเห็นท่านทำหน้านิ่งตลอดเลย" ฟางอันเอ่ยถามอย่างอดไม่อยู่

 

"ไม่มีอันไร ข้าแค่รู้สึกราวกับว่ากำลังจะต้องเผชิญความจริงที่อยากจะหลีกหนี"

 

นางตอบรับคล้ายไม่ใส่ใจแต่ว่านางจะไม่ใส่ใจได้เช่นไร ในเมื่อนางหว่านเมล็ดไปย่อมต้องหวังผลและนางหวังว่าผลดังกล่าวจะเป็นไปในทางที่ดี

 

อวี้เหลียนค่อนข้างจดจ่อกับการเรื่องราวที่นางหาทางจัดการอยู่นานและผ่อนคลายกับการเดินทางกว่าขาไป แต่ใครจะคิดเล่าว่ายามที่ไร้การระวังตัวกลับเกิดเรื่องขึ้นได้

 

"หยุดรถทำไมกัน" นางเอ่ยปากถามเมื่อจู่ๆรถม้าก็หยุดลง

 

"ด้านหน้ามีต้นไม้ขวางทางไม่อาจควบม้าผ่านไปได้คงต้องใช้เส้นทางอ้อมแทนขอรับ" ฟางอี้ที่ควบม้ามาด้านข้างของรถม้าเอ่ยบอก

 

"แล้วจะไปถึงที่พักค่ำหรือไม่"

 

"ดูจากเวลาแล้วเราสามารถเข้าที่พักก่อนที่ฟ้าจะมืดได้ขอรับ"

 

"งั้นก็เอาตามนั้น" นางฟังแล้วเอ่ยอย่างโล่งอกเพราะไม่ต้องการพักค้างแรมในป่า ไม่เพียงแต่ไม่คุ้นเคยกับผู้คนแต่ขึ้นชื่อว่าป่านางเกรงว่าจะจะหลับไม่ลงเสียเปล่าๆ

 

"ขอรับ"

 

รถม้าเคลื่อนตัวอีกครั้งมุ่งตรงไปยังที่พักเดิมเช่นเดียวกับขาไปแต่ราวกับใครจงใจกลั่นแกล้ง อ้อมมาได้ครึ่งทางรถม้าของนางกลับหยุดกระทันหันจนหัวนางแทบจะทิ่ม ส่วนฟางอันนั้นไม่มีเหลือหัวถึงขาดโขกผนังรถม้าเสียงดังฟังชัดยิ่ง

 

"คุ้มกันคุณหนู!"

 

นางได้ยินเสียงฟางอี้ตะโกนและได้ยินเสียงคมดาบปะทะกันแว่วมา แต่มันดูเหมือนจะอยู่ห่างจากรถม้าของนางนางจึงแง้มม่านออกเอ่ยถาม

 

"เกิดอะไรอีก มีใครโจมตีหรือ"

 

"จู่ๆก็มีบุรุษชุดดำพุ่งออกมาจากข้างทางพร้อมม้าและคนอีกกลุ่มตามออกมา พวกเขากำลังต่อสู้กันขอรับ!"

 

สิ้นคำกล่าวของฟางอี้เสียงฝีเท้าม้ากลับมากขึ้นขนาบมาจากด้านหลังทำให้รถม้าของนางระส่ำระส่ายไปมาจนนางจะผลักบานประตูออกแต่ฟางอี้กลับเอ่ยสั่งเสียงดุดัน

 

"อย่าออกมาขอรับ!!"

 

"ถอยออกมา!!!"

 

เขาสั่งคนคุ้มกันอีกทีก่อนที่รถม้าของนางจะเคลื่อนหลบไปด้านข้าง การที่ไม่มีใครพุ่งเข้ามาโจมตีรถม้านางบ่งบอกว่าเป็นขบวนรถม้าของนางที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา แต่นางก็ไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้แม้แต่น้อย

 

ยิ่งนางแอบเปิดดูการต่อสู้เพื่อดูความเป็นไปเท่าใดนางก็ยิ่งรู้สึกอยากจะไปให้พ้นๆ

 

นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนและใครเป็นใคร หากพวกมันฆ่ากันแล้วพุ่งเป้ามาที่พวกนางจะไม่แย่หรือ? แต่นางก็รู้ดีว่าการฝ่าวงล้อมไปเป็นไปไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งมีเกือบสิบคน แต่อีกฝ่ายมากกว่าเท่าหนึ่งได้ แค่นี้ก็ขวางเต็มทางแล้ว!!

 

แต่หากจะหนีเข้าป่าก็คงไปไม่รอดซ้ำยังเสี่ยงต่อการเข้าใจผิดว่าเป็นพรรคพวกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ สิ่งที่ฟางอี้สั่งให้ผู้คุ้มกันทำได้ตอนนี้มีเพียงแค่ถอยหลบออกมาจริงๆ ส่วนตัวนางก็ทำได้เพียงภาวนาให้ฝ่ายมีชัยมีศีลธรรมรู้จักแยกแยะบ้าง ถึงจะคิดแบบนั้นแต่นางก็กำมีดพกที่ฟางอี้แอบส่งเข้ามาแน่นพลางมองการต่อสู้ด้านนอกไม่วางตา 

 

มิใช่ว่าอยากดูแต่นางรู้สึกว่าต้องฝืนดู!

 

เลือดที่สาดกระเซ็นกับร่างคนที่ขาดสะบั้นออกจากกันและร่วงหล่นเพียงช่วงกระพริบตาบ่งบอกว่าโลกนี้น่าหวาดหวั่นเพียงใดและน่ากลัวแค่ไหน แต่ทุกสิ่งกลับไม่อาจดึงดูสายตานางเท่าบุรุษในชุดสีดำแววตาดุดันผู้หนึ่ง ไอปราณของเขาเป็นสีทองส่องสว่างแต่ยามที่เลือดจากศัตรูกระเซ็นเปรอะเปื้อนเขากลับไม่สะท้านสะเทือน มือหนาวาดตวัดดาบฟาดฟันไร้ความลังเลหรืออารมณ์ไหววูบให้เห็นราวกับบรรดาผู้ที่โจมตีเขาล้วนเป็นเพียงเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นลงสู่ดินแม้ว่าหลังจากนั้นจะมีไส้ไหลออกมากองกับพื้นชวนให้คลื่นเหียนก็ตามที.....

 

อวี้เหลียนมือสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ยามที่เหยื่อรายสุดท้ายร่วงหล่นแทบเท้าเขา ดวงตาคมดุดันชวนขนลุกจะตวัดสายตามองมาที่ขบวนของนาง

 

นางรู้สึกว่าใจตัวเองสั่นรัวแต่กลับไม่อาจละสายตาจากเขาได้ นางเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งนางหวาดหวั่นนางกลับยิ่งไม่อาจละสายตาราวกับร่างกายของนางร้องสั่งให้นางกล้าหาญอย่างบีบบังคับจนนางต้องกำมือแน่นขึ้น

 

"พวกเจ้าเป็นใครกัน!"

 

เสียงตวาดถามจากกลุ่มชายชุดดำที่ได้รับชัยชนะจากการฆ่าคนเกือบสามสิบทำให้นางรู้สึกว่าสติกลับมาหลายส่วน นางขยับปิดม่านและประตูที่แอบแง้มออกเพื่อสงบใจตัวเอง 

 

"พวกเราเพียงผ่านทางมาเท่านั้นไม่ได้มีเจตนายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย"

 

ฟางอี้ตอบกลับอีกฝ่ายส่งผลให้อีกฝ่ายเงียบไปชั่วครู่ นางไม่ได้ยินอะไรแต่ก็พอเดาได้ว่าพวกเขาคงปรึกษากัน

 

"แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้เส้นทางปกติ"

 

"เส้นทางปกตินั้นถูกกีดขวางด้วยต้นไม่ใหญ่ที่โค่นล้มหลายต้นเราจึงจำต้องใช้เส้นทางนี้ ขอพี่ชายปล่อยพวกเราไปเถอะ คุณหนูของเราเพียงต้องการเดินทางกลับจวนเท่านั้น"

 

อวี้เหลียนเลิกคิ้ว เหตุใดฟางอี้จึงต้องบอกกล่าวสถานะนางกันหรือเจ้าตัวสังเกตเห็นอะไร?

 

"พวกเราเป็นชาวแคว้นเฟิ่งฟูเช่นเดียวกับพวกท่าน คุณหนูของข้าเป็นบุตรสาวเสนาบดีจ้าวหากต้องการยืนยันโปรดดูป้ายประจำตัว"

 

ฟางอี้ชี้แจงก่อนจะเปิดหน้าต่างรถม้าอีกครั้ง "คุณหนูรบกวนแสดงป้ายซักครู่ขอรับ"

 

"ท่านพี่ บอกฐานะคุณหนูจะดีหรือ?"

 

ฟางอันเอ่ยอย่างตำหนิ นางกลัวจะแย่อยู่แล้วแต่พี่ชายนางกลับไม่หวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นโจรแม้แต่น้อย

 

"วางใจเถอะ คุณหนูข้าสังเกตดูแล้วพวกเขาเป็นคนของหน่วยพยัคฆ์ทมิฬเป็นหนึ่งในกองทัพของชินอ๋องเป็นแน่ขอรับ"

 

อวี้เหลียนขมวดคิ้ว ชินอ๋องที่ว่าคงเป็นท่านอ๋องชางเซิ่งเจี๋ยหู่ผู้นั้น นางไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคนผู้นักแต่ขึ้นชื่อว่าเป็นพยัคฆ์ไร้พ่ายแห่งเฟิ่งฟู่และเป็นพี่ชายแท้ๆของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

 

นางส่งหยกให้ฟางอี้ในที่สุดแม้จะไม่แน่ใจว่าฟางอี้จับสังเกตคนพวกนั้นได้อย่างไรก็ตาม  นางรู้เพียงหากนางไม่นำออกมาแสดง คนของนางอาจจะถูกจัดการในพริบตาได้จึงต้องทำตามไปก่อน

 

ไม่นานฟางอี้ก็กลับมาแต่คำกล่าวของเขากลับทำให้นางอยากจะร้องไห้

 

"เหตุใดพวกเขาต้องเดินทางไปพร้อมเราด้วย!!" นางถามอย่างไม่ยอมรับและโมโหอยู่ในที

 

"ดูเหมือนพวกเขาจะกำลังสืบบางอย่างอยู่จึงอยากปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เดิมทีพวกเขาวางแผนจะแยกกันเพื่อไม่ให้ผู้คนสังเกตแต่หากไปกับคุณหนูคงทำให้ไม่มีใครสงสัยนักขอรับ"

 

นางเบ้หน้าก้มมองหยกสีดำราวกับของต้องสาปในมือ ความทรงจำของนางบอกว่าหยกดำนั้นล้ำค่ามากแต่มองยังไงนางก็ไม่ชอบจนอยากจะโยนทิ้ง แม้มันจะเป็นของที่ใช้ยืนยันฐานะของอีกฝ่ายที่มอบให้นางเก็บเอาไว้เพื่อความสบายใจก็ตาม แต่ใครมันอยากได้ความสบายใจที่มาพร้อมกับความไม่สบายใจแบบนี้เล่า!!!

 

นางกำลังจะเดินทางกับฆาตกรโหดที่ฟันร่างคนราวกับใบไม่ร่วง!!!

 

"ข้าไม่อยากให้พวกเขาไปด้วย" นางกระซิบกับฟางอี้

 

"คุณหนู แม้พวกเขาจะทำให้ท่านกลัวแต่ก็นับว่ามีประโยชน์ เส้นทางอ้อมนี้ไม่ใช่ไม่อันตราย อีกเพียงหนึ่งชั่วยามครึ่งก็จะถึงที่พักการที่มีพวกเขาไปด้วยน่าจะดีกว่าขอรับ"

 

ฟางอี้มิใช่ไม่เห็นใจคุณหนูแต่ว่าเขาก็ไม่กล้าขัดคนพวกนั้นเช่นกันในเมื่อหยกดำที่คุณหนูถือมันเป็นหยกของท่านอ๋อง!  

 

แม้ไม่ใช่ป้ายประจำพระองค์แต่มันก็ยังเป็นป้ายบ่งบอกฐานะของแม่ทัพพิทักษ์ดินแดน เขาไม่รู้ว่าผู้ที่พกป้ายนี้เป็นใครแต่ต้องเป็นคนที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากพยัคฆ์ทมิฬผู้นั้นอย่างมากเป็นแน่ เพราะเช่นนั้นการไม่ให้ความร่วมมือไม่ใช่เรื่องดีเลย

 

"ก็ได้ ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่ยิ่งทำเราแย่ไปด้วยหรอกนะ" อวี้เหลียนเอ่ยด้วยความไม่ชอบใจนัก

 

คนพวกนี้ถูกตามฆ่าต่อให้เป็นทหารก็ยังไม่แน่ว่าร่วมขบวนกับนางแล้วจะไม่ถูกตามฆ่าอีก แต่นางไม่ให้ความร่วมมือก็เกรงว่าจะไม่ดี  อย่างน้อยหยกในมือนางก็บ่งบอกเจ้าของหยกมีฐานะในกองทัพไม่น้อย

 

รถม้าของนางเคลื่อนตัวอีกครั้งหลังจากที่พวกทหารนำเสื้อผ้าธรรมดามาสวมทับกันเรียบร้อยแล้ว มีหลายคนนำผ้าปิดหน้าออกแต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีบางคนที่ไม่นำออก การกระทำนั้นทำให้นางอดที่จะไม่พอใจไม่ได้ ขบวนของนางดูลึกลับราวกับผู้กระทำผิดหลบหนีเพราะพวกเขานี่แหละ!!

 

ทันทีที่นางถึงที่พักจึงไม่สนใจพวกเขาอีกปล่อยให้ฟางอี้เป็นคนจัดการนำหยกดำไปคืนหัวหน้าของพวกเขาแต่ไม่นานฟางอี้กลับกลับมาหานางอีกครั้งพร้อมหยกดำชิ้นเดิม

 

"คุณหนูพวกเขาให้ท่านเก็บเอาไว้ขอรับ"

 

"เหตุใดข้าจึงต้องเก็บด้วย" นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

 

"พวกเขาจะไปก่อนเช้า นี่เป็นของตอบแทนที่มอบให้ขอรับ หากวันหน้าท่านอยากได้รับการช่วยเหลือใดจากหน่วยพยัคฆ์ทมิฬท่านสามารถแสดงหยกนี้เพื่อร้องขออย่างเหมาะสมได้"

 

คำกล่าวของฟางอี้ทำให้นางไม่เข้าใจมากกว่าเดิม นางก้มมองหยกที่รับมาอีกครั้งอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

แค่ให้พวกเขาติดมากับขบวนด้วยแค่นี้ก็ถือเป็นบุญคุณแล้วหรือ? คนพวกนี้ทำอะไรแปลกยิ่งนัก

 

แม้ผู้ที่รับหยกจะไม่ให้ค่าสิ่งของที่ได้รับนักด้วยคิดว่าการที่ให้อีกฝ่ายติดมากับขบวนด้วยจะถือเป็นเรื่องที่มีบุญคุณมากมายอะไร แต่จริงๆแล้วผู้ที่มอบหยกให้เป็นถึงรองแม่ทัพแห่งแผ่นดินซึ่งเป็นคนสนิทของชินอ๋องชางเซิงเจี๋ยหู่และพวกเขาอยู่ระหว่าภารกิจสำคัญ

 

ในยามนี้ดินแดนข้างเคียงกำลังเกิดการซ่องสุมกำลังอย่างน่าสงสัย พวกเขาได้รับหน้าที่ให้ไปสืบความแต่ผู้ใดจะคิดในระหว่าเดินทางกลับกลับถูกลอบโจมตี พวกเขาจำเป็นต้องปลอมตัวและหาทางรอดกลับไปหาชินอ๋องที่ได้รับบาดเจ็บจากพิษและหลบซ่อนตัวอยู่ เรื่องสำคัญเช่นนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดพวกเขาจึงต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เพราะแบบนั้นการอาศัยขบวนเดินทางของคุณหนูสกุลจ้าวย่อมเป็นตัวเลือกที่ดี 

 

พวกเขาสามารถเข้าเมืองและซื้อของจำเป็นได้ครบถ้วน แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่มีสิ่งใดพอจะตอบแทนได้จึงมอบหยกเอาไว้ให้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในวันหน้าสำหรับนาง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.494K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2822 TammyBeNana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 01:51
    เหตุผลให้ตอบแทนยังน้อยไปหน่อยนะคะ
    #2,822
    0
  2. #2792 Anusara Oonsakol (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 20:22
    อ่านถึงบทนี้ ตอนใช้ปราณรักษา แอบมีความคล้าย ชะตาพ่ายนางร้ายข้ามภพ
    #2,792
    0
  3. #2784 1988yongsi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 09:10
    สนุกค่ะ
    #2,784
    0
  4. #2669 555 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 20:09

    ลงเรือชินอ่อง หุหุ

    #2,669
    0
  5. #2489 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 13:35
    ย่อหน้าสอง สรุปยายหรือย่าคะ เริ่มงง
    #2,489
    0
  6. #2400 Mollows (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 02:43
    จะเป็น ท่านย่า หรือ ท่านนาย มีผิดในย่อหน้าเดียวกันด้วยสับสนมาก
    ปรานคงเป็น แดง ไป ม่วง สินะ สับสนเลย
    #2,400
    0
  7. #1474 deang88 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 17:00
    (จากตอน40)อัปเถอะค่ะรอๆๆๆลุ้นอะฮือๆๆ
    #1,474
    0
  8. #1199 Mimee-Mookky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:52
    นางเอกไม่ได้โง่ใช่ไหมคะ? ไปกับคนพวกนี้ประโยชน์เยอะ มองไม่เห็นจริงเหรอ?
    #1,199
    1
    • #1199-1 \\^o^// miNi_Mint \\^o^//(จากตอนที่ 4)
      22 พฤษภาคม 2563 / 17:27
      ไม่ได้โง่หรอก แต่ลองนึกว่าเดินทางกับคนที่กำลังถูกตามฆ่าสิ
      #1199-1
  9. #1169 Moo.chompoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:22
    สรุปปราณของน้องจะอยู่ที่แสงหรือสีม่วงจ๊ะ.. ตอนแรกสุดบอกสีแดง.. อ่านไปอีกหน่อยบอกสีม่วงแล้ว.. อยากมาพัฒนาให้เป็นสีน้ำเงินเหมือนนางเอก.. พอมาหาย่า.. กลายเป็นปราณสีแดงแล้วพัฒนาไปถึงแค่ปราณสีม่วง.. ที่ไม่ถึงสีน้ำเงิน.. แล้วแบบนี้จะสู้นางเอกได้เหรอคะ
    #1,169
    1
    • #1169-1 Rainbowdash_24(จากตอนที่ 4)
      18 พฤษภาคม 2563 / 15:20
      ทีแรกน้องสีแดงค่ะ พอมาอยู่กับย่าระดับเพิ่มเป็นสีม่วง
      แต่นางเอกสีม่วง ใกล้จะเป็นน้ำเงินค่ะ
      #1169-1
  10. #1027 tomo_466 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 03:19
    สรุปจะย่าหรือยายกันเเน่จะปู่หรือตาค่ะ???
    #1,027
    0
  11. #821 Supriya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:49
    สนุกมากค่ะ ชอบนะคะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะไรท์
    #821
    0
  12. #710 Kungbible (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:58
    ไรท์คะ บทนี้ ตอนนางเอกพูดถึง ย่าหรือยาย กันแน่คะ
    #710
    0
  13. #149 sujittraphomphai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:15

    สนุกๆๆ
    #149
    0
  14. #36 กินชาดอง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 05:51
    ติดตามต่อไปสนุกมากครับ
    #36
    1
    • #36-1 Porjounju(จากตอนที่ 4)
      9 เมษายน 2563 / 23:05
      ขอบคุณค่าาาา^^
      #36-1