ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,171 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

"คุณหนูท่านพี่มาแล้วเจ้าค่ะ"

 

เสียงฟานอันทำให้นางต้องเงยขึ้นจากพิณราคาแพง ในความทรงจำของนางพี่ชายของฟางอันเป็นส่วนที่ไม่ชัดเจนนักราวกับว่านางคนก่อนไม่สนใจหรือใส่ใจแม้แต่น้อย แต่นางในเวลานี้ต้องการจะใช้เขาเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นวิกฤตและเอาตัวรอดจึงสั่งให้ฟางอันให้นัดแนะพี่ชายให้มาพบนางวันนี้

 

"คารวะคุณหนูขอรับ"

 

"นั่งเถอะที่ข้าให้มาพบเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย"นางเอ่ยบอกผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลง

 

ใบหน้าเรี่ยมเชี่ยมแม้ไม่หล่อเหลามากมายแต่ก็จัดว่าดูดีรับกับดวงตาที่ฉายแววคมอย่างคนที่รู้จักสังเกตไม่น้อย

 

คนผู้นี้คือ ฟางอี้ พี่ชายคนที่สองของฟางอันคนๆนี้ทำงานในกรมปกครองและคุ้นเคยกับการหาข่าวและข้อมูลไม่น้อยนางจึงเลือกให้พี่ชายคนที่สองของฟางอันช่วยเหลือแทนที่จะเป็นคนแรกที่ทำงานเอกสารใกล้ชิดกับท่านพ่อมากกว่า

 

"ขอรับ"ฟางอี้ตอบรับขยับลงนั่ง

 

อวี้เหลียนรอจนฟางอันรินชาเรียบร้อยแล้วนางจึงเอ่ยปาก"ข้ามีเรื่องอยากจะให้ช่วย"

 

"คุณหนูกล่าวเกินไปหากมีสิ่งใดที่ข้าน้อยช่วยคุณหนูได้ย่อมไม่เกี่ยงขอรับ"

 

นางขยับยิ้มสมกับที่รับใช้ครอบครัวสกุลจ้าวมานาน

 

"ข้าอยากให้ช่วยตามหาคนผู้หนึ่งนางเป็นสตรีมีนามว่าชุนจี๋อยู่ทางเขตเมืองจู๋จือ"

 

"คุณหนูอยากให้ตามหาเพื่ออันใดกันขอรับ"

 

ฟางอี้เอ่ยถามเขาไม่แน่ใจว่าคุณหนูจะสั่งให้ทำอะไรแต่ที่ทำให้แปลกใจคือคุณหนูไปรู้จักคนที่กำลังกล่าวถึงได้เช่นไรในเมื่อเมืองจู๋จืออยู่ไปทางตะวันออกของเมืองหลวง ต้องใช้เวลาเดินทางโดยม้าถึงสามวันกว่าจะถึง และเขามั่นใจว่าคุณหนูไม่เคยไปที่นั่น

 

"ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะใช้ให้ไปทำอะไรไม่ดีแต่เรื่องนี้สำคัญมากข้าต้องการให้เจ้านำหยกของนางมาโดยไม่ให้ใครรู้หยกที่มีเพียงเสี้ยวเดียวและเป็นหยกราคาแพง"

 

ยิ่งฟังฟางอี้ก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นแต่ถึงแบบนั้นอวี้เหลียนก็ยังจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง

 

"จะทำหรือไม่"

 

นางถามด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดขึ้นแม้ว่านางจะกำลังหวั่นใจก็ตามหากเขาไม่ช่วยนางก็คงต้องไปจ้างวานคนอื่น แต่การจ้างงานมีความเสี่ยงมากซ้ำร่างนี้ก็ไม่เคยไปไหนไกลจะไปรู้ได้เช่นไรว่าจะไปจ้างคนมีฝีมือได้ที่ไหนจะจ้างชาวบ้านธรรมดาเกรงว่านางเอกก็จะรู้ตัวอีก

 

"ข้าน้อยไม่กล้าขัดเพียงแต่นายท่าน..."

 

"อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อ"นางตอบเสียงแข็ง

 

"ข้าน้อยเข้าใจแล้วจะเร่งไปจัดการให้ขอรับ" ฟางอี้ตอบรับในที่สุดด้วยเห็นว่าไม่ใช่งานยากเย็นอะไรและสิ่งที่คุณหนูทำไม่ได้อันตรายมากนัก

 

"ขอบใจเจ้ามาก" อวี้เหลียนเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลงแม้อีกฝ่ายจะผละไปแล้วแน่นางก็ยังมองตาม

 

"คุณหนูอย่าห่วงเลยเจ้าค่ะท่านพี่แม้จะเถรตรงไปบ้างแต่ก็ไม่กล้าทำให้ท่านผิดหวัง"

 

นางยกยิ้มกับคำกล่าวของฟางอัน"แล้วเรื่องความลับเล่าเขาเก็บอยู่หรือไม่"

 

"ข้าน้อยคิดว่าหากไม่เป็นอันตรายท่านพี่คงไม่เอ่ยปากเจ้าค่ะ"

 

คำตอบของสาวใช้คนสนิททำให้นางขยับยิ้มได้กว้างขึ้น

 

"ดีเพราะข้าก็ไม่มีใครพึ่งได้นอกจากเจ้ากับพี่ชายเจ้าแล้ว"

 

ที่นางบอกเช่นนี้มิใช่เยินยอแต่นางหมายความตามนั้นจริงๆเมื่อหยกถูกนำกลับมานางคงต้องรบกวนให้ฟางอันช่วยอีกแรง



 

 

การรอคอยของนางไม่เนิ่นนานจนเกินไปการที่คนของกรมปกครองที่มีทักษะต่อสู้อยู่ไม่น้อยแย่งชิงของชิ้นหนึ่งจากสตรีชาวบ้านย่อมไม่ยากเย็น ยังไม่ถึง6วันดีฟางอี้ก็นำของที่ต้องการมาวางเอาไว้ตรงหน้าอวี้เหลียน

 

มือบางยกหยกเนื้อดีสีเขียวอ่อนขึ้นมองนี่คือเศษชิ้นส่วนหยกที่มีตราประทับของตระกูลแม่ทัพอุดรอีกด้านนางเดาว่าคงเป็นชื่อฮูหยินผู้ล่วงลับ

 

"คุณหนูข้าไม่รู้ว่านางเกี่ยวพันอันใดกับตระกูลแม่ทัพอันแต่นางเป็นสตรีที่มีปราณไม่ธรรมดาเลย"

 

คำกล่าวของฟางอี้ทำให้คนที่สนใจหยกต้องเงยมองท่าทีเคร่งเครียดบ่งบอกความจริงจัง

 

"เจ้าหมายความเช่นไร?"

 

"แม้นางจะใช้ชีวิตเช่นชาวบ้านธรรมดาแต่ปราณของนางกลับอยู่ขั้นสีม่วงใกล้จะเข้าขั้นสีน้ำเงินเต็มทีแล้วขอรับ"

 

อวี้เหลียนขมวดคิ้วครุ่นคิดบางทีอาจจะเป็นเพราะสายเลือดของท่านแม่ทัพกับฮูหยินปราณของนางเอกถึงแข็งแกร่งนักแต่นี่ไม่ดีกับตัวนางเลย ตอนนี้ปราณของนางอยู่สีม่วงก็จริงแต่มันยังไม่เข้มข้นพอจะเลื่อนเป็นสีน้ำเงินแต่นางเอกนั้นไม่ใช่ทั้งๆที่ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาแต่กลับทะลวงปราณได้ถึงระดับนี้มิน่าเล่าองค์ชายสองจึงสนใจและต้องตานัก

 

"แล้วสตรีนางนั้นรู้หรือไม่ว่าหยกหายไป"

 

นางเอ่ยปากถามเพราะไม่ต้องการให้มีการสืบสาวมาถึงนางในภายหลัง

 

"ไม่ทราบขอรับนางเก็บหยกเอาไว้ในห้องข้าน้อยแอบเข้าไปเอายามที่นางไม่อยู่"

 

อันที่จริงเพราะคำสั่งคุณหนูทำให้เขาต้องเฝ้าสังเกตสตรีน้อยนางนั้นอยู่หนึ่งวันรูปลักษณ์นาง นิสัยใจคอท่าทีล้วนทำให้เขาประหลาดใจแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาที่ไปยุ่งเกี่ยวมากเกินคำสั่ง

 

"ดีแล้ว ขอบใจเจ้าสำหรับเรื่องหยกนี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยรับเอาไว้เถอะ"

 

นางเลื่อนถุงบรรจุเงินให้อีกฝ่ายด้านในมีเหรียญทองไม่น้อยซึ่งมากกว่าเงินเดือนของฟางอี้แน่นอน

 

"ข้าน้อยรับไว้ไม่ได้เป็นหน้าที่ขอรับที่จะช่วยเหลือคุณหนู"

 

นางสบตาอีกฝ่าย"ถือว่าเป็นค่าปิดปากแล้วกันอย่างเพิ่งบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อหากไม่รับไปข้าคงเข้าใจได้อย่างเดียว..."

 

แม้ระบบชนชั้นของที่นี่จะชัดเจนแต่นางไม่มีความคิดเอาเปรียบที่นางยังทำเช่นนี้ก็เพื่อให้อีกฝ่ายปิดปากและดูท่าทีเพียงเท่านั้น

 

อวี้เหลียนทำเป็นไม่สนใจท่าทีลำบากใจของอีกฝ่ายรอจนเขายื่นมือมาหยิบไป

 

นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเลวที่บังคับเอามีดจ่อคอฟางอี้ก็ไม่ปานแต่เรื่องนี้สำคัญสำหรับนางจริงๆ

 

ในตอนนี้นางต้องคิดหาทางให้หยกนี้ถึงมือท่านแม่ทัพอันโดยไม่ให้เขารู้ว่าใครเป็นผู้ส่งตัวเลือกของนางก็คงมีอยู่ผู้เดียวแต่นางไม่คิดอยากให้สืบสาวต้นตอได้จึงวางแผนจะปลอมตัวให้ฟางอัน

 

นางบอกกล่าวฟางอันบางส่วนและร้องขอให้อีกฝ่ายนำหยกชิ้นนี้พร้อมจดหมายที่นางปลอมขึ้นไปส่งที่จวนแม่ทัพอัน

 

แม้แผนการจะหละหลวมแต่ขอเพียงหยกส่งถึงมือแม่ทัพก็เพียงพอ และเวลาเดียวที่นางพอจะรู้ว่าแม่ทัพต้องออกจากจวนคือเวลาเช้าตรู่ที่ต้องเข้าวังไปหารือราชกิจกับฮ่องเต้ไม่ต่างจากบิดานาง

 

นางจัดการลองแต่งหน้าแปลงโฉมให้ฟางอันคล้ายหนุ่มน้อยชาวบ้านหรือลูกจ้างธรรมดาด้วยเครื่องสำอางที่ไม่อื้ออำนายนัก

 

ถ่านถูกนำมาเขียนคิ้วจนเข้มริมฝีปากนางทาด้วยสีชาดผสมสีของดอกไม้ทำให้ดูเป็นสีแดงคล้ำลงเล็กน้อย

 

สีเหลืองกับน้ำตาลที่นางนำมาผาผิวนั้นนำมากจากเปลือกไม้และดอกไม้ทั้งสิ้นการที่นางมีของพวกนี้นั้นก็เป็นเพราะนางนำมาผสมเล่นเพื่อทาลงบนภาพเขียนที่นางวาดเล่นยามว่าง

 

หมึกของที่นี่ยังไม่สีหลากหลายนักซ้ำสีที่จะหามาใช้ยังต้องใช้วิธีสั่งล่วงหน้า นางจึงลองนำมาดอกไม้ใบไม้มาละเลงลงบนผ้าแทนแม้กระทั่งสีแดงสดของชาดนางยังนำมาทำเป็นดอกไม้

 

เมื่อเห็นการแปลงโฉมฟางอันไม่แย่นักนางจึงให้เจ้าตัวจัดการนำหยกและจดหมายไปส่งให้ผู้เฝ้าประตูในเช้าวันถัดมา

 

ฟางอันต้องดูจนแน่ใจก่อนว่าได้มีการจัดกำลังคนให้เดินทางไปหาชุนจี๋ทันทีแล้วจึงกลับส่วนนางในตอนนี้ทำได้เพียงนั่งรออย่างใจจดจ่ออยู่ที่จวนเพราะหากนางหายไปอีกคนต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

 

เกือบชั่วยามกว่าที่ฟางอันกลับมาแม้จะออกแอบไปในสภาพของผู้ชายแต่เจ้าตัวจัดการแอบไปเปลี่ยนที่ร้านขายผ้าเรียบร้อยตามที่นางสั่งจึงกลับมาแบบปกติไม่ต้องแอบหลบไปออกที่ประตูท้ายจวน

 

คำกล่าวของสาวใช้คนสนิททำให้นางโล่งใจทันทีที่รับฟัง

 

นางคิดว่าท่านแม่ทัพจะสั่งให้คนไปตรวจสอบก่อนว่าเรื่องราวเป็นจริงดังที่นางเขียนเอาไว้ในจดหมายหรือไม่แต่นี่ปรากฏว่าท่านแม่ทัพถึงกับขนาดลางานทันทีแล้วพาผู้ติดตามไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรนางก็ได้เปลี่ยนแปลงชะตาตัวเองแล้ว

 

คนที่พบกับนางเอกก่อนเป็นพ่อแท้ๆแบบนี้แล้วหากมีการหมั่นหมายระหว่างพระเอกและนางเอกในภายหลังที่พบเจอกันหลังจากนี้ก็คงไม่เกี่ยวกับนางนางวางใจได้ส่วนหนึ่งตอนนี้เหลือเพียงวางแผนเอาตัวรอดจากสมรสพระราชทานให้ได้แต่นั่นเป็นส่วนที่ยังมาไม่ถึงในตอนนี้เรื่องที่นางต้องคิดหาทางจัดการคือเรื่องปราณที่ไม่มั่นคงของตัวเองและเลื่อนระดับมันให้ได้

 

แม้นางจะลงมือเปลี่ยนแปลงชะตากรรมหนึ่งแล้วแต่หากนางยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อย่อมไม่มีอะไรรับรองชะตากรรมอื่นที่นางอาจจะต้องพบเจอ

 

การมีปราณที่แข็งแกร่งก็นับเป็นตัวเลือกที่สมควรกระทำที่สุด

 

เช้าวันถัดมาอวี้เหลียนตัดสินใจไปพบมารดาที่เรือนใหญ่ ท่านแม่ของนางและแม่รองพูดคุยกันถึงเรื่องหลายอย่างในจวนอยู่

 

แม่รองของนางเกิดจากตระกูลพ่อค้าจึงนับว่ามีฐานะด้อยกว่าท่านแม่ของนางที่บุตรสาวเจ้าเมือง ซ้ำเจ้าตัวยังมิใช่คนที่มีนิสัยโหดร้ายไม่รู้จักพอจวนสกุลจ้าวจึงสงบสุขไม่มีการตบตีกลั่นแกล้งกันยิ่งแม่รองยังไม่อาจมีทายาทให้ท่านพ่อเจ้าตัวก็ยิ่งเจียมตัวและรู้ฐานะตัวเองทั้งที่เดิมทีแล้วท่านพ่อรับนางเข้ามาด้วยเห็นว่าหลายปีแล้วท่านแม่ยังไม่ตั้งครรภ์ทายาทสืบสกุลเสียที แต่ปรากฏว่าหลังจากที่ท่านพ่อแต่งแม่รองเข้ามาได้เพียงเดือนเดียวท่านแม่ของนางก็หน้ามืดเป็นลมเมื่อท่านหมอมาตรวจกลับพบว่าตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนที่จะแต่งแม่รองเข้ามาเสียอีก

 

แต่ถึงแบบนั้นแม่ของนางก็ไม่คิดรังแกน้ำใจใครเอ่ยปากให้แม่รองอยู่ต่อไม่ต้องจากไปในฐานะฮูหยินรอง

 

ที่นางมาพบท่านแม่มิใช่ต้องการจับผิดแม่รองเพราะอวี้เหลียนคนเก่าทำไปมากพอแล้ว แต่นางเพียงอยากขอร้องท่านแม่ให้ส่งนางไปอยู่กับท่านย่าที่หุบเขาเผี้ยวเลี่ยง(งดงาม)ซักพัก

 

หลังจากที่ท่านปู่สิ้นท่านย่าก็ไปอยู่ที่นั่นตลอด เนื่องจากที่นั่นมีส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของตระกูลจ้าวที่สามารถสร้างจวนได้บนเนินเขาและอีกส่วนท่านตาท่านย่าได้ทำการสร้างวัดขึ้นมาจึงถือเป็นวัดตระกูลจ้าวเลยก็ว่าได้

 

เรื่องแบบนี้ไม่นับว่าแปลกออกจะเป็นปกติของตระกูลใหญ่โตทั้งหลายยิ่งแคว้นเฟิ่งฟู่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์มีภูเขาสลับซับซ้อนมากมายยิ่งไม่แปลก

 

ที่นางไปที่นั่นก็หวังจะฝึกปราณที่ราวกับเทียนจะมอดดับของตัวเองและเลื่อนระดับให้ได้

 

"ท่านแม่ให้ข้าไปนะเจ้าคะ"นางเอ่ยบอกพลางบีบนวดท่านแม่อย่างเอาใจ

 

"เจ้าบอกมาซะดีดีเหลียนเออร์ที่แท้เจ้าไม่อยากฝึกฝนดังเช่นเมื่อก่อนเสียมากกว่าใช่หรือไม่"

 

แม่ของนางเอ่ยเสียงเข้มวางถ้วยชาเสียงดังไม่น้อยแต่นางก็ขยับยิ้มกว้าง

 

"ท่านแม่ก็รู้ว่าข้าไม่ชอบแต่ก็มิใช่ว่าจะหลีกหนีเพียงแต่ลูกอยากฝึกฝนปราณให้แข็งแกร่งอีกนิด"

 

นางรินชาเอาใจเอ่ยปกต่ออย่างไหลรื่นด้วยเตรียมการมาอย่างดี

 

"ท่านแม่คงลืมไปว่าปีนี้ลูกต้องเข้าร่วมงานในวังหากมีปราณด้อยเกรงว่าจะทำให้ท่านพ่อท่านแม่ขายหน้าเจ้าค่ะ"

 

ท่าทีของฮูหยินจ้าวยังคงครุ่นคิดทำให้ฮูหยินรองที่นั่งไม่ห่างขยับยิ้มบาง

 

"พี่หญิงให้นางไปเถอะเจ้าค่ะปกปติแล้วท่านไปเยี่ยมท่านแม่ทุกปีแต่ปีนี้ท่านตั้งครรภ์ก็ถือเสียว่าให้เหลียนเออร์ไปเยี่ยมเยียนแทน"

 

อวี้เหลียหันไปยิ้มให้แม่รองที่ช่วยเกลี้ยกล่อมนางพยักหน้าเห็นด้วยสุดแรงจนสุดท้ายแล้วท่านแม่ของนางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมอบรมอีกชุดก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตในที่สุด

 

นางแทบจะหุบยิ้มไม่ได้เมื่อคิดว่าตัวเองจะได้มีอิสระบ้างชั่วคราวไม่ต้องระวังไม่ต้องสนใจอะไรแล้วยังได้เที่ยวเป็นของแถมอีก

 

มีใครบ้างจะไม่ตื่นเต้นกับโลกใหม่ที่เพิ่งจะได้รู้จัก!

 



 

กำหนดการและของต่างๆสำหรับเดินทางของนางถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว ท่านพ่อของนางไม่ขัดข้องแต่ส่งผู้คุ้มกันฝีมือดีติดตามไปไม่น้อยและดูเหมือนว่านางกับพี่ชายฟางอันจะชะตาต้องกันไม่น้อยในเมื่อฟางอี้คือหนึ่งในผู้คุ้มกันที่ว่าแต่นั่นก็ทำให้นางเบาใจลงได้ว่าจะมีคนที่คุ้นเคยบ้างนอกจากฟางอัน

 

อวี้เหลียนแต่ก่อนแม้จะพอจำหน้าคนในจวนได้แต่ก็ไม่เคยพูดคุยกับใครเป็นพิเศษตัวนางก็เป็นเช่นนั้นในเมื่อมีฟางอี้แล้วนางคิดว่าการเดินทางของนางจึงไม่ชวนให้อึดอัดกับผู้คุ้มกันอื่นๆมากนัก

 

การเดินทางไปวัดเผี้ยวเลี่ยงใช้เวลาเดินทางจากเมือหลวงหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มนับว่าไม่มากแต่ก็ไม่น้อยสำหรับการเดินทางคนเดียวครั้งแรกของนาง

 

จากความทรงจำนางเคยไปกับท่านแม่หรือไม่ก็ท่านพ่อแต่ไม่เคยมาคนเดียวแบบนี้มาก่อนเลยแต่ในเมื่อนางเป็นผู้เอ่ยปากขอจะเปลี่ยนใจก็คงไม่ดีนางจึงสงบใจมองทิวทัศน์สองข้างทางแทน

 

เดินทางครึ่งวันนางก็มาถึงที่พักแรมสำหรับค่ำคืนแรกนอกจวนเนื่องจากยังไม่ห่างจากตัวเมืองหลวงนักที่พักจึงค่อนข้างดี

 

ฟางอี้เป็นผู้จัดการเรื่องที่พักให้นางกับฟางอันอย่างคล่องแคล่วนางกับฟางอันจึงพักผ่อนอย่างสบายใจ

 

การเดินทางในวันที่สองเป็นไปอย่างราบลื่นแต่ยิ่งใกล้เขตวัดความอุดมสมบูรณ์และความหนาทึบของต้นไม่ก็ยิ่งมากขึ้น

 

นางอดที่จะชื่นชมบรรยากาศไม่ได้ในเมื่อมันช่างบริสุทธิ์ซะจนนางรู้สึกถึงไอพลังปราณธรรมชาติชัดเจน

 

...................

ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่ไม่ซับซ้อนเนื่องจากคนแต่งอยากแต่งแบบสบายๆไม่เครียด หากใครชอบแก้แค้นรุนแรงไม่แนะนำค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.171K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2821 TammyBeNana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 01:43
    ถ้าน้องตีสนิทกับนางเอก ทำทีไปพบหยกเลยช่วยให้ไปพบท่านแม่ทัพจะดูฉลาดกว่า แล้วยังสร้างบุญคุณให้ทั้งพ่อทั้งลูกเลยนะ เลี่ยงจากอันตรายได้มากกว่าส่งคนไปขโมยแบบนี้อีก
    #2,821
    0
  2. #2783 1988yongsi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 08:57
    น้องแอบไปเติมทรู
    #2,783
    0
  3. #1860 บ๋าย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 12:30
    ถาษาลื่นดีมากเลยนะคะ แต่มันยังมีบางเรื่องที่ขัดๆกันบ้างเช่นปราณของน้องเขามันเลื่อนขั้นเร็วไปนิดอยากให้ใส่รายละเอียดไปเพิ่มแต่ดูรวมๆแล้วไม่ขัดมากค่ะชอบสู้ๆนะคะ
    #1,860
    0
  4. #1619 WanatWaen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 10:41
    ไปขโมยอย่างนั้นเดี๋ยวก็มีเรื่องตามมา ดูนางคิดน้อยไปหน่อย
    #1,619
    0
  5. #1489 150221 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:45
    มีคำผิดอยู่นะค่ะไรท์ ท่านปู่ไม่ใข่ท่านตา
    #1,489
    0
  6. #1186 yuisao2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:04
    ชื่อวัด "สวย"
    #1,186
    0
  7. #962 SONAKY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 23:02
    ทำไมตอนที่แล้วยังบอกว่าตัวเองมีปราณสีแดงตอนนี้ทำไมกลายมาเป็นสีม่วงแล้วอะเร็วเกิน
    #962
    2
    • #962-1 chayadap21(จากตอนที่ 3)
      16 พฤษภาคม 2563 / 01:04
      นั่นสินะ
      #962-1
    • #962-2 plaily next(จากตอนที่ 3)
      20 พฤษภาคม 2563 / 00:18
      จริงด้วยค่ะ เอาเวลาที่ไหนฝึกฝนน้าา
      #962-2
  8. #862 milk9876 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:32
    ชอบมากๆ
    #862
    0
  9. #817 Supriya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:39
    สนุกค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์ และน้องนางเอกนะคะ ขอบคุณมากๆเลยนะฮะ
    #817
    0
  10. #477 Jong ah wook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:01
    ชอบๆ รอติดตามนะคะ
    #477
    0
  11. #148 sujittraphomphai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:14
    ขอน้องเติมทรูแปบ
    #148
    0
  12. #39 NongZaRa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 10:51
    ตามมาแล้วเด้อ
    ชอบวิถี เลยขอตามมาเน้อ!!
    #39
    1
    • #39-1 Porjounju(จากตอนที่ 3)
      9 เมษายน 2563 / 23:05
      555 ขอบคุณค่ะ มาค่ะมา
      #39-1
  13. #31 staticeflora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 14:33
    ตกลงไปหาท่านยายใช่ไหมคะ พอตอนอธิบาย กล่าวถึงท่านปู่สิ้นแล้วท่านย่าอยู่ที่นั่นตลอด เลยงงนิดหน่อยค่ะ
    #31
    1
    • #31-1 Porjounju(จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2563 / 22:29
      ไม่ค่ะ ย่า คืออันเก่าเป็นยายแล้วไรท์ก็ไล่แก้แต่น่าจะตกหล่น
      #31-1
  14. #29 bect1267 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 01:19
    คุ้นๆเหมือนเคยอ่าน อันนี้รีไรท์รึเปล่าคะ
    #29
    2
    • #29-1 monthason(จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2563 / 01:42
      ใช่ค่ะ

      เจ้าของเรื่องเขาย้ายไอดี และรีไร้ทใหม่ เปลี่ยนชื่อด้วย เขาชี้แจงไว้ในเรื่องเก่า
      #29-1
    • #29-2 Porjounju(จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2563 / 22:29
      มีคนตอบแทนไรท์ด้วยยย 555
      #29-2
  15. #28 HOZIP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 01:02

    ติดตามมมมม
    #28
    1
    • #28-1 Porjounju(จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2563 / 22:29
      ขอบคุณค่ะ
      #28-1