ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,366 ครั้ง
    30 เม.ย. 63

อวี้เหลียนเดินตามนางกำนัลของพระสนมจ้าวกุ้ยเฟยเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นกลางรถม้าสำหรับใช้ในวังถูกเตรียมเอาไว้ก่อนแล้วทำให้ง่ายแก่การเดินทางยิ่งมีคนของพระสนมมารับยิ่งทำให้นางเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในได้สะดวก

 

'ตำหนักหยกงาม'เป็นตำหนักที่อยู่ใกล้กับที่ประทับขององค์ฮ่องเต้มากที่สุดหากไม่นับ 'ตำหนักหงส์ฟ้า'ของฮองเฮา ในความทรงจำของนางโอรสสวรรค์นั้นเลือนลางเต็มทีเพราะเจอตั้งแต่ยังเด็กเพียงครั้งเดียวนอกจากนั้นนางก็เพียงมาเข้าเฝ้าพระสนมกุ้ยเฟยเท่านั้นผิดกับสตรีสง่างามตรงหน้าที่นางจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าภาพถ่ายคุณภาพสูง

 

"ถวายพระพรพระสนมกุ้ยเฟยเพคะ"

 

นางยังรับรู้ขนบธรรมเนียมได้ดีมือนางประสานข้างขวาและย่อกายอ่อนช้อยที่สุดด้วยจำได้ดีเช่นกันว่าหากนางทำไม่งดงามนางคงได้ทำอีกซักร้อยรอบดังเช่นยามที่ยังเด็ก

 

"ลุกขึ้นเหลียนเออร์มานี่ๆมาหาอาเร็ว"

 

รับสั่งเป็นกันเองทำให้นางคลายความเกร็งและความตื่นเต้นประหนึ่งดวงใจจะหลุดออกมาได้

 

อันที่จริงนางเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ออกจากบ้านไม่ได้สนใจรอบข้างหรือตื่นเต้นกับความสิวิลัยของวังหลวงนัก ที่นางนั่งนิ่งก็เพียงสะกดความตื่นเต้นของตัวเองก็เท่านั้น

 

นางเดินไปจับมือบางที่สวมปลอบเล็บทองคำประดับเพชรดูน่าหวาดหวั่นอย่างมิอาจเลี่ยงแล้วนั่งลงข้างกายระหงส์ที่อยู่ในชุดหรูหราและอลังการแต่งดง่ามสมวัยและตำแหน่งไม่น้อย

 

"อาคิดถึงยิ่งนักเจ้าไม่ได้มาหานานแล้วนะเหลียนเออร์"

 

นางขยับยิ้มบางแล้วเอ่ยดังเช่นที่เจ้าของร่างควรจะเอ่ยเหมือนทุกครั้ง"ข้าก็คิดถึงอาหญิงเจ้าค่ะ"

 

รอยยิ้มงดงามปรากฏบนพระพักตร์ของผู้สูงวัยกว่าแต่นั่นก็ทำให้นางมองตาค้างได้

 

อาหญิงของอวี้เหลียนนับว่าเป็นสตรีที่งดงามไม่ต่างจากหลานสาวเลยจากความทรงจำฮ่องเต้ทรงโปรดปราณท่านอาผู้นี้มากตั้งแต่ถวายตัวเข้าวัง เพราะแบบนั้นโอรสองค์โตจึงเกิดจากอาของนางแทนที่จะเป็นฮองเฮา ความงามไม่ว่าจะชาติภพใดล้วนดึงดูบุรุษได้เสมอ

 

"เป็นอันใดไปเหลียนเออร์หรือว่าเจ้าไม่ชอบขนมที่อาเตรียมให้"

 

นางกระพริบตาเรียกสติ"จะไม่ชอบได้เช่นไรกันเพคะขนมของวังอร่อยทุกอย่างอยู่แล้วเพียงแต่ความงดงามของอาหญิงเจิดจ้ายิ่งนัก"

 

การเอาใจอาตัวเองที่มีอำนาจย่อมไม่เสียหาย คำพูดของนางทำให้นางได้รับรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

 

"ดูเจ้าสิช่างเอาใจเพราะแบบนี้อย่างไรเล่าอาจึงอยากมีธิดาบ้าง"

 

ใบหน้างอง้ำคล้ายแง่งอนไม่ทำให้ผู้กระทำดูแย่แม้แต่น้อยเพราะนางรู้ดีว่าคงเกิดจากการน้อยใจลูกชายที่เป็นโอรสองค์โตของฮ่องเต้ซึ่งมิได้มาเยี่ยมนัก

 

"ท่านพี่องค์ชายคงงานยุ่งมากเจ้าค่ะ"

 

นางกัดขนมเอ่ยบอกที่นางเรียกฐานะซ้ำซ้อนเช่นนี้เพราะนางจำได้ว่าเจ้าของร่างเรียกเช่นนี้มาแต่เด็ก ซ้ำผู้ถูกกล่าวถึงยังยิ้มหน้าบานรับด้วยความขบขันอวี้เหลียนจึงติดเรียกเช่นนี้มาจนโต

 

"แต่หากท่านอาอยากมีธิดาเหตุใดไม่ทูลของฮ่องเต้ดูเล่าเพคะ" นางแกล้งกระเซ้า

 

"ดูเจ้าพูดเข้าสิเด็กคนนี้" ถึงจะทำตาดุใสนางแต่รอยยิ้มบนใบหน้าบ่งบอกชัดว่ากำลังเขินอายไม่น้อย

 

"อาแก่แล้วยังจะให้มีลูกยามนี้คงไม่ไหวกระมัง"

 

นางมองคนแก่ที่ว่าด้วยความรู้สึกไม่เห็นด้วยอายุราวๆ36-37อย่างท่านน้านี่ไม่น่าจะเรียกว่าแก่ได้แต่นางก็ไม่เอ่ยปากคาดคั้นด้วยรู้ดีว่าการแพทย์ที่นี่แตกต่างจากที่ที่นางจากมาไม่น้อย

 

แต่ถึงแบบนั้นนางกลับเห็นว่าน้าตัวเองปิดปากหาวบ่อยครั้งซ้ำยังรอยแดงที่โผล่พ้นผ้าเนื้อดีบนข้างลำคอระหงส์ด้วย

อวี้เหลียนขยับยิ้ม"ท่านอานอนพักซักหน่อยจะดีหรือไม่เจ้าคะอวี้เหลียนจะเล่นพิณถวาย"

 

"ดีเหมือนกันอาจะได้ดูความคืบหน้าของเจ้าด้วย"

 

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้พระสนมกุ้ยเฟยพลันสายตาคมดุฉายแววเข้มงวดทันทีแต่นางก็ยังยิ้มอ้อนขยับไปจับมือบาง

 

"หากเหลียนเออร์เล่นพิณได้ดีท่านอาประทานอนุญาตให้ข้าไปหอตำราจะได้หรือไม่เจ้าคะ"

 

พระสนมกุ้ยเฟยเลิกคิ้วสูงปกติแล้วหลานสาวของนางมิได้โปรดปราณที่จะอ่านตำรามากมายเพราะต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ที่สตรีพึงมีอยู่ตลอดซ้ำนางยังชื่นชอบเช่นนั้นดูท่าเรื่องที่อวี้เหลียนเปลี่ยนไปบางส่วนอย่างที่พี่สะใภ้ส่งมาบอกกล่าวคงจะจริง

 

"เจ้าอยากจะไปทำอันใดกัน"

 

สายตาคล้ายจับผิดทำให้นางต้องยิ้มด้วยท่าทีน่ารักมากขึ้น"ข้าเพียงอยากลองเข้าไปซักครั้งเพื่อดูตำราที่สนใจบ้างข้าได้ยินว่าที่นั่นมีตำราทุกประเภทแม้แต่ตำราทำอาหารก็ยังมี"

 

"เป็นเช่นนั้นตำราที่นั่นมีมากมายหลากหลายดังที่เจ้ากล่าว"

 

จ้าวกุ้ยเฟยพยักหน้าตอบนางไม่คิดจะห้ามอย่างไรก็เป็นหอตำรามิใช่ว่าไปซุกซนที่ใด แต่ว่าหลานสาวของนางงดงามสะดุดสายตาเกินไป หอตำราแม้จะอยู่ในวังแต่มิได้จำกัดผู้คนชนชั้นแม้ไม่มีชาวบ้านธรรมดาแต่ยังมีข้าราชบริพาลชั้นต่ำสุดไปจนถึงองค์ฮ่องเต้ที่เข้าออกที่นั่นได้

 

"อาจะให้ไปแต่เจ้าต้องผูกผ้าปิดบังใบหน้าแล้วต้องให้ม่านชิงเป็นผู้ติดตามไปด้วย"

 

ม่านชิงที่อาหญิงของนางพูดถึงเป็นหนึ่งในสาวใช้คนสนิทของท่านอานางจึงไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ

 

"เจ้าค่ะเหลียนเออร์ขอบคุณท่านอา"

 

"เอาละๆเจ้าอย่างเพิ่งดีใจไปยังมิได้ลองดีดพิณให้อาฟังเลยมิแน่เจ้าอาจจะมิได้ไป"

 

"เช่นนั้นท่านอาก็ข้าผ่านสิเจ้าคะ"

 

"เด็กคนนี้หัดเจ้าเล่ห์แล้ว"

 

แม้จะเอ่ยคล้ายดุแต่กลับขบขันอย่างอารมณ์ดี

 

แน่นอนว่านางย่อมไม่มีทางไม่ได้ไปแค่เพียงครึ่งชั่วยามนางก็ได้ผละออกจากตำหนักหยกงามแล้วหลังจากที่ท่านอาของนางสลึมสะลือและหลับไป

 

ม่านชิงนำทางให้นางไปยังหอตำราอย่างรู้หน้าที่ผ้าคลุมหน้าสีเข้มปักลายงดงามอยู่บนใบหน้าของนางเรียบร้อย

 

เดิมทีแล้วตัวนางที่ยังไม่ได้เปิดตัวในงานใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีผ้าปิดหากมิได้ไปอยู่ในที่ผู้คนพลุกพล่านหลายชนชั้นอย่างตลาด แต่ในวังกลับขัดแย้งกันตรงที่ยังไม่ถึงวัยออกเรือนควรปกปิดใบหน้าตนเองเพื่อสงวนท่าทีแต่กลับเปิดหน้าออกได้ยามที่พ้นงานเปิดตัวหลังงานปักปิ่นของตัวเองแล้วเมื่ออยู่ในวังฟังดูแปลกแต่นางก็ไม่ใคร่จะสนใจนัก

 

ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามรถม้าที่นางนั่งมาก็มาถึงด้านหน้าหอตำราการนับเวลาที่นี่นั้น1ชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมงที่นางเคยรู้จักจึงไม่ยากเกินความเข้าใจของนาง

 

อวี้เหลียนก้าวเท้าลงจากรถม้าโดยมีหนึ่งนางกำนัลหนึ่งสาวใช้ช่วยเหลือ ความโอ่อ่าและดูเก่าแก่ของตึกไม้หลังโตถึงหกชั้นทำให้นางต้องเบิกตากว้างคำว่าอลังการและดูทรงภูมิใช้กล่าวกับหอตำราได้เป็นอย่างดี

 

ม่านชิงบอกกล่าวกับนางว่านางสามารถใช้หอตำราได้แค่ชั้นสามเท่านั้น ชั้นสี่ถึงชั้นห้าสงวนเอาไว้ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตและเชื้อพระวงศ์

 

นางพยักหน้ารับรู้และก้าวเท้าเข้าสู่หอตำราด้วยความรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

 

กลิ่นอายหนังสือลอยฟุ้งเข้าจมูกนางแม้มิใช่กลิ่นอายดังในร้านหนังสือแต่ก็นับว่าไม่เลว

 

ที่นี่มีผู้ดูแลอยู่นางจึงบอกกล่าวว่าอยากศึกษาตำราเกี่ยวกับแคว้นเฟิ่งฟู่โดยรวมเพียงไม่นานตำราสามเล่มกว่าก็มาอยู่ตรงหน้านาง

 

นางบอกกล่าวของคุณผู้ดูแลและให้ม่านชิงนำทางไปยังที่นั่งอ่านโดยไม่รบกวนผู้ดูแล

 

อวี้เหลียนเปิดตำราที่ดูจะน้อยเกินไปมากในความคิดของนางหากเทียนกับระยะเวลาที่ก่อตั้งราชวงศ์ชางเซิ่งแต่เมื่ออ่านแล้วก็เข้าใจทันที

 

ตำรานี้เป็นสรุปที่ย่อจริงๆมิได้ลงลึกเรื่องใดเป็นพิเศษแม้แต่น้อยแต่นั่นก็เพียงพอให้นางเข้าใจความเป็นไปของที่นี่

 

เจ้าของร่างบางเอนพิงพนักเก้าอี้หลับตานิ่ง นางกำลังคัดกรองสิ่งที่อ่านที่แคว้นนี้นับถือเทพอสูรไป๋หู่ว่ากันว่าต้นตระกูลชางเซิ่งคือผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากเทพอสูรก่อนที่เทพอสูรหรือสัตว์เทพทั้งหลายจะเร้นกายไม่ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์หากอิงจากที่มีสัตว์ปราณและมนุษย์ใช้ปราณประหลาดได้ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเรื่องจริง

 

แต่นี่มันแฟนตาซีเกินไปแล้ว!!!! อวี้เหลียนขมวดคิ้วมุ่นยามลืมตาอีกครั้ง

 

นางไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับโลกณตอนนี้ไหวหรือไม่ในเมื่อมันช่างผิดแผกแตกต่างไปหมดแต่นางก็ไม่มีทางเลือก

 

"คุณหนูหากท่านอ่านแล้วเบื่อหน่ายลองไปเดินชมภาพวาดทางโน้นจะดีหรือไม่เจ้าคะ"

 

นางเลิกคิ้วมองสาวใช้คนสนิท"มีของแบบนั้นด้วยหรือ"

 

"เจ้าค่ะฟานอันได้ยินว่าที่นี่มีรูปภาพฝีพระหัตถ์ขององค์ฮ่องเต้รวมถึงเชื้อพระวงศ์ให้ชมเป็นบางภาพ"

 

"มีเพียงบางภาพที่ฝ่าบาททรงอนุญาตเท่านั้นเจ้าค่ะแต่หากคุณหนูจ้าวอยากชมข้าจะนำทางให้"ม่านชิงเอ่ย

อวี้เหลียนพยักหน้ารับง่ายดายนางลุกตามนางกำนัลของอาหญิงไป

 

ภาพวาดถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่ชั้นสามแต่ม่านชิงบอกว่าชั้นบนสุดยังมีภาพฝีพระหัตถ์เก็บเอาไว้อีกแต่ชั้นบนสุดนั้นอนุญาตเฉพาะเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิดจริงๆ

 

นางอดคิดไม่ได้ว่าบางทีอาจจะมีของล้ำค่าอะไรเก็บอยู่ด้วยแน่นอนว่านางคงไม่เอาตัวเองไปยุ่งกับความตายไวนัก

 

นางคิดแบบนั้นจริงๆแต่ทันทีที่เท้าของนางก้าวขึ้นมายังชั้นสามนางก็พบเจอบุคคลที่อาจจะทำให้หนทางชีวิตนางถูกนำไปสู่ความตาย

 

องค์ชายรอง ‘ชางเซิ่งเหอเสี่ยง!

 

นางอยากจะหมุนตัวหนีเพราะที่จริงแล้งนางและเขาไม่ควรพบกันไวเช่นนี้ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะนางที่เข้าวังมาจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่นางคงไม่ตกหลุมรักอะไรแบบนั้นแน่นอน

 

อวี้เหลียนประสานสายตากับผู้ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยด้วยระยะเท่านี้ไม่มีความจำเป็นที่นางจะต้องย่อกายถวายพระพรให้มิเช่นนั้นคงรบกวนคนทั้งหอตำรา

 

นางเดินตามม่านชิงไปอย่างไม่สนใจจนเข้าสู่โซนที่ใช้เก็บภาพวาด

 

ภาพวาดงดงามแขวนเรียงรายชวนให้นางอดทึ่งไม่ได้ ยิ่งได้ประสานสายตากับพยัคฆ์สีดำทมิฬตัวโตบนภาพขนาดใหญ่นางยิ่งรู้สึกราวกับชนลุกชันด้วยความหวาดหวั่น

 

ในโลกที่จากมานางไม่เคยเข้าใจคำว่าเข้าถึงจิตวิญญาณของบรรดาศิลปินฝีมือดี อันไหนที่สวยตรึงตาก็คือสวยอันที่ต้องใช้จิตวิญญาณอะไรนั่นนางล้วนไม่อาจเข้าถึงแต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกเข้าใจขึ้นมาหลายส่วนแต่ก็มีเพียงภาพเดียวที่นางรู้สึกเช่นนั้นส่วนภาพอื่นๆยามมองนางก็กลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว

 

ด้วยความที่นางไม่อยากอยู่นานจึงจำต้องกลับออกมาไวหน่อยไม่ให้ต้องพบเจอกับผู้นำหายานะมาสู่นาง แต่ทันทีที่ก้าวเท้าออกมานางกลับรู้สึกราวกับความตายตามติดนางประหนึ่งเงาตามตัว

 

แม่ทัพทิศอุดรอันเป็นบิดาแท้ๆของนางเอกในนิยายกำลังยืนพูดคุยกับใครซักคนอยู่ที่ชั้นล่างด้วยท่าทีเคร่งเครียด

 

กลิ่นอายดุดันกับใบหน้าคมเข้มทำให้นางอดนึกชื่นชมในใจไม่ได้แต่พอคิดว่าคนผู้นี้เป็นบิดาของนางเอกตัวนางก็ไร้ซึ่งความรู้สึกอยากจะไปชื่นชมใดๆอีก

 

อวี้เหลียนมองอีกฝ่ายด้วยความครุ่นคิดจวบจนออกจากหอตำรา องค์ชายรองดูจะไม่เกี่ยวข้องกับแม่ทัพอุดรในยามนี้มากนัก แต่ในวันข้างหน้านางไม่แน่ใจว่านางจะถูกพวกเขารวมหัวกำจัดหรือไม่เพราะนางไปรังแกดวงใจของพวกเขา

 

ดูจากการที่นางต้องมาเจอทั้งสองคนที่นี่ชัดเจนแล้วว่านางไม่อาจหลีกหนีพวกเขาได้หากเป็นเช่นนั้นคงมีหนทางเดียวคือต้องเปลี่ยนแปลงและวิ่งหนีสุดชีวิตเท่านั้น

 



 

อวี้เหลียนนั่งมองใบหน้างดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใสที่ไม่ต่างจากโลกเดิมของตนเองนัก

 

ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็งดงามชวนมองซ้ำยังเย้ายวนจนแม้แต่ตัวนางเองยังอดหวั่นไหวกับรูปลักษณ์ของตนเองในตอนนี้ไม่ได้

 

มันน่าแปลกจริงๆที่นางต้องมาอยู่ที่นี่ในร่างนี้ร่างที่มีพื้นฐานนิสัยคล้ายคลึงกับตัวเอง

 

ใช่แล้วละเพื่อนเธอใช้พื้นฐานนิสัยที่คล้ายเธอบางส่วนมาแต่งเป็นตัวอวี้เหลียนแรกเริ่มเธอก็ทุ่มเถียงด้วยความไม่พอใจอยู่บ้างเพราะใครๆก็คงจะไม่อยากจะเป็นนางร้าย แต่พอเห็นคาร์แร็คเตอร์นางเอกของเพื่อนเธอก็ส่ายหัวหวือและยอมให้ตัวเองเป็นต้นแบบของนางร้ายแต่โดยดีแต่มันก็ไร้เหตุผลสิ้นดีที่นางจะมาอยู่ที่นี่ได้เพราะเรื่องแค่นั้น

 

"คุณหนูเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"

 

ฟางอันเอ่ยนางจึงขยับลุกขึ้นจากหน้ากระจกเดินไปยังเตียงกว้างนับตั้งแต่นางกลับจากวังพร้อมท่านพ่อนางก็นั่งครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าควรจะจัดการชะตากรรมของตัวเองเช่นไร และตอนนี้นางก็ได้คำตอบแล้วจึงไม่คิดต่อให้มากความเพียงรอให้ถึงพรุ่งนี้เท่านั้น

 

"ฟางอันอย่าลืมที่ข้าสั่งเล่า" นางเอ่ยย้ำคำสั่งกับสาวใช้คนสนิท

 

"เจ้าค่ะคุณหนู" ฟางอันตอบรับพลางดึงม่านคลุมเตียงให้

 

แสงไฟดับลงทันทีที่นางล้มตัวลงนอน

 

อวี้เหลียนขยับยิ้มบางดวงตาหงส์วาวโรจน์ขึ้นชะตากรรมอะไรกับข้าจะทำลายให้สิ้น!

 

 

 

ตำหนักชั้นกลาง


"ว่าอย่างไรบ้าง" ร่างสง่างามที่ประทับหลังโต๊ะไม้สลักลายเนื้อดีเอ่ยดวงตาคมกริบประหนึ่งกระบี่จ้องมองช้ารับใช้คนสนิทที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าอย่างรอคอยแต่ก็ไม่ได้คาดคั้น

 

"ทูลองค์ชายนางเป็นบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายจ้าวอวี้เหลียนพะยะค่ะ"

 

องค์ชายชางเซิ่งเหอเสี่ยงประสายมือบนตักด้วยท่าทีครุ่นคิดแววตาคมกล้าไร้ความเกรงกลัวที่จ้องมองเขายังคงติดตรึงไม่เสื่อมคลายแค่เพียงสบตากันกลับทำให้เขารู้สึกสนใจขึ้นมาได้นับว่าบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายน่าสนใจไม่น้อยแล้วยังท่าทีเมินเฉยนั่นอีกแต่เท่าทีเขารู้นางเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นจึงยังไม่เคยเข้าร่วมงานในวังแม้แต่น้อยเขายอมรับว่าสตรีนางนี้งดงามดึงดูดสายตาเขามากนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจกลับเป็นความรู้สึกประหลาดที่ยากจะอธิบายยามสบตา

 

แต่ตอนนี้เขาต้องปล่อยนางไปก่อนเพราะมีสิ่งจำเป็นเร่งด่วนกว่าที่เขาต้องจัดการอีกไม่นานเสด็จลุงกำลังจะกลับมาซ้ำเสด็จพ่อยังมีรับสั่งให้มีการแข่งขันสร้างผลงานระหว่างในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเพื่อเลือกผู้ที่จะเป็นไท่จื่อในเวลานี้

 

เขาไม่รู้ว่าเสด็จพ่อทรงคิดจะทำอะไรแต่ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังดูออกว่าผู้ที่พวกเขาต้องทำมากที่สุดในตอนนี้เป็นอะไร ทำให้ได้รับการยอมรับจากแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดิน 'ชางเซิ่งเจี๋ยหู่'ซึ่งมีฐานะเป็นลุงของเขา

 

..............

ตอนสองมาค่ะ

 

ปล.นิยายเรื่องนี้แต่งแบบสบายๆไม่ซับซ้อน ใครนิยมชิงดีชิงเด่นแก้แค้นรุนแรงไม่แนะนำค่ะ เรื่องที่แล้วเขียนซับซ้อนไปแล้วอยากเขียนแบบสบาบๆบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.366K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2800 oomnyBenjy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 23:55
    ความจริงถ้าเราไม่ไปยุ่งกับนางเอกก็ไม่ตายป่ะ นางเป็นคนที่น่ารำคาญเหมือนกันนะไม่เข้าใจว่าจะกลัวอะไรนักหนา แล้วบางอย่างนางก็มีความคิดแบบแปลกๆคืองงบทมันเลยดูน่ารำคาญนะคะ
    #2,800
    0
  2. #2782 1988yongsi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 08:40
    ท่านอาท้องรึปล่าว??ง่วงบ่อย
    #2,782
    0
  3. #2773 maewnay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 17:49
    ไม่รังแกนางเอกทุกอย่างก็จบป่ะ ไม่ต้องตายต่างคนต่างอยู่อ่ะ ไม่เข้าใจกลัวอะไรนักหนาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
    #2,773
    0
  4. #2759 LukNum_S (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 20:09
    สรรพนามของพระสนม มีทั้งอาและน้า งงๆหน่อยจ้า
    #2,759
    0
  5. #2543 babibam1a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 07:30
    ยังอุตส่าห์ไปเดินร่อนให้เขาเจอแล้วมาหวาดกลัวเองเอื่อยเฉื่อยละเกิน
    #2,543
    0
  6. #2520 saena2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 22:12

    เนื้อเรื่องน่าติดตามค่ะ แต่เราคิดว่ามันยังมีอะไรที่ติดขัดไปนิดหน่อยน่ะค่ะ อยากให้แก้ไขตรงการบรรยาย เพื่อเพิ่มความไหลลื่น;-;

    #2,520
    0
  7. #2506 PPsry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 08:51
    เวลาพูดกับพระสนม บางที เจ้าคะ เพคะ แอบงง ใช้ยังไง😅
    #2,506
    0
  8. #2215 แมวน้อยกินจุ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 08:52
    อันนี้จะใช้คำว่า นาง มาเกินไป อ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิด(ขออภัย) เปลี่ยนไปเป็นใส่ชื่อลงไปเลยหรือการใช้คำอื่นแทน แต่เนื้อเรื่องพล็อตเรื่องน่าติดตามค่ะ
    #2,215
    0
  9. #1765 ChositaJainan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 17:59
    เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ น่าติดตามค่ะ แต่อยากให้ช่วยแก้ไขเรื่อง การใช้ภาษา และวรรคตอน การไม่เว้นวรรคเลย หรือใช้คำเชื่อมผิด ทำให้เนื้อความแปลกๆ ความหมายแปลกๆ อ่านค่อนข้างยากค่ะ ถ้าแก้ไขจะดีมาก จะติดตามเนื้อเรื่องต่อไปนะคะ
    #1,765
    0
  10. #1484 balloon60626 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 10:35
    มาแว้ววววว
    #1,484
    0
  11. #1362 sasamama (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 10:49
    สนุกค่ะ แต่ถ้ามีแบ่งวรรค จะสนุกเพิ่มขึ้นอีก เป็นกำลังใจให้คะ
    #1,362
    0
  12. #1206 kook-kook22 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:04
    ชอบๆค่ะ อ่านสบายๆ
    #1,206
    0
  13. #1197 T--dZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:02

    ตามมาอ่านนิยายสบายๆกันบ้างค่ะ

    #1,197
    0
  14. #1190 Pung_Devilpig (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 02:50
    จะอ่านง่ายและรู้เรื่องกว่านี้ถ้ามีการเคาะเว้นวรรคในประโยคบ้าง นี่ติดกันเป็นพรืดเลย ไม่เว้นวรรคคำ ทำให้บางท่อนบางประโยคอ่านผ่านๆความหมายเปลี่ยนเลย
    #1,190
    0
  15. #1041 kotchakorn456 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 10:06
    แอบอ่านยากนะเนี่ย ไม่มีการเว้นวรรคเลย สู้ๆค่ะ
    #1,041
    0
  16. #814 Supriya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:29
    สนุกค่ะะ ขอบคุณนะคะไรท์
    #814
    0
  17. #807 ohsen9488 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:01
    ดีจังเลยค่ะ ชอบนิยายที่อ่านแล้วสบายๆ อิอิ
    #807
    0
  18. #706 Kungbible (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 14:15
    ลุง นี่คือพี่ชายฮ่องเต้ใช่ไหมคะ
    #706
    0
  19. #328 krunumpu2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 13:23
    ชอบนิยายสบายๆเหมือนกันค่ะ เชียร์ไรท์นะคะ
    #328
    0
  20. #217 Lalunaxx. 95 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:25
    ชอบนิยายของไรท์มาก ให้กำลังใจต่อไปนะคะ
    #217
    0
  21. #209 nat-nanako (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:31
    พระเอกน่าจะเป็นชางเซิงเจี๋ยหู่นะ

    เดาๆ
    #209
    0
  22. #147 sujittraphomphai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:12
    ไม่ต้องมาสืบเลยชายรอง
    #147
    0
  23. #50 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:28
    ขอบคุณมากค่ะไรท์.
    พระสนมเป็นท่านอา หรือ ท่านน้าคะ?
    #50
    1
    • #50-1 Porjounju(จากตอนที่ 2)
      10 เมษายน 2563 / 22:56
      น้าค่ะ ไรท์ตกหล่นเอง
      #50-1
  24. #32 sweetydow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:33

    ตามมาอ่านใหม่อีกรอบจ้าาาา อิอิ

    #32
    1
    • #32-1 Porjounju(จากตอนที่ 2)
      8 เมษายน 2563 / 21:12
      ขอบคุณค่า
      #32-1
  25. #27 ae15051973 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 19:00

    รอจ้าติดตามมาตั้งแต่เรื่องเดิมค่่ะ
    #27
    1
    • #27-1 Porjounju(จากตอนที่ 2)
      7 เมษายน 2563 / 00:12
      ขอบคุณค่ะ
      #27-1