ข้ากลายเป็นนางร้าย...เกี้ยวรัก(สนพ.เฟยฮุ่ย)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,685 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

นิยายเรื่อใหม่ของไรท์ค่ะ มันเกิดขึ้นตอนที่เขียนเรื่อง บุตรมังกรอ้อนรัก ตอนท้ายๆ

ตอนนั้นไรท์เขียนไม่ออกและเครียดมากเลยคิดว่าเราไม่สามารถเขียนต่อได้แล้วรึเปล่าแต่เพราะความมอยากเขียนจึงคิดว่าลองคิดเรื่องอื่นดู

ปรากฎว่าเป็นเพราะความเครียดสะสมหรืออะไรไม่ทราบที่ทำให้ระบายออกมาได้หลายตอนก่อนจะกลับไปเขียนเรื่องเก่าต่อจนจบ ตอนนี้เอามาลงให้อ่านกันแล้ว ฝากนางร้ายของไรท์ด้วยนะคะ

.............................................

 

 

ณ ตอนนี้เธอกำลังนั่งมองตัวเองในกระจกทั้งแววตาริมฝีปากรูปหน้าของเธอจัดว่าสวยมากยิ่งมองรวมไปจนถึงเรือนร่างขาวผ่องหน้าอกอวบอิ่มลำคอระหงส์ดูแล้วอรชรอ้อนแอ้นแต่กลับเย้ายวนชวนให้กิเลสแตกแล้วบอกได้คำเดียวซวยโคตร!!!

 

เธอถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันได้ นี่มันบ้ามากไม่บ้าธรรมดา

 

อยู่ดีๆเธอก็ตายอย่างไรสาเหตุซึ่งเธอสันนิฐานว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคร้ายอะไรซักอย่างแค่ไม่รู้ตัวพอมีอาการก็เฉียบพลันทันทีแต่ไปไหนไม่ไปดันมาอยู่ที่โลกนี้

 

มันคงดูธรรมดามากถ้ามันเหมือนกับในนิยายและจบลงอย่างสวยงาม แต่ปัญหาคือเธอเลือกไม่ได้ว่าจะเป็นใครแล้วจะอยู่ในนิยายเรื่องไหน และที่เธอบอกว่าบ้ามากก็เพราะเธอดันไม่ไปอยู่ในร่างนางเอกแต่ดันเป็นนางร้ายที่ยังไงก็ตายอนาถแล้วยังเป็นนิยายที่แต่งไม่จบอีกในเมื่อคนเขียนมันดันเป็นเพื่อนของเธอเองแต่ที่ซวยยิ่งกว่าคือเพื่อนเธอไม่ใช่นักเขียนอาชีพแต่เจ้าตัวแค่เขียนเล่นๆ แบบว่าลองเขียนด้วยความที่อ่านมาเยอะเลยอยากลองมั่งซึ่งนั่นมันก็ปกติของคนชอบอ่านนิยาย แต่เธอที่อยู่ด้วยกันกับเพื่อนเพราะยังไม่มีแฟนทั้งคู่กลับได้ฟังจุดจบอนาถของตัวเองมาหลายแนวประหนึ่งเกมจีบหนุ่มที่มีให้เลือกรูทตายยังไงอย่างนั้นแต่ถึงแบบนั้นเพื่อนเธอยังแต่งไปไม่ถึงตรงนั้นไงแถมยังหยุดเขียนไปอีกตอนนี้เธอเลยไม่รู้จะเอายังไงดีแล้ว!!

 

แค่นี้เธอก็มึนตึบจะแย่ แต่นั่นยังไม่จบในเมื่อเพื่อนเธอเป็นพวกหวานแหววสโนไวท์จ๋าเธอจึงยิ่งเครียดหนักเพราะมันไม่ใช่สไตล์เธอนัก

 

เนื้อเรื่องย่อๆเท่าที่เธอจำได้คือนางเอกและพระเอกพบกันตอนที่พระเอกสุดหล่อเลิศไปทำภารกิจปราบโจรตามรับสั่งฮ่องเต้และได้พบนางเอก ซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่งดงามมากแต่เธอก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าพบกันยังไงแต่ที่แน่ๆมันเป็นรักแรกพบเหมือนกับที่สโนไวท์พบรักกับเจ้าชายขณะหลับและตื่นมาสบตากันและจบลงด้วยการแต่งงานเลย

 

พระเอกถูกชะตานางเอกมากและด้วยเป็นคนที่สวยจนมีแต่คนเหลียวหลังตัวนางเอกที่อยู่ในวัยสาวจึงแทบจะถูกผู้ชายทั้งหมู่บ้านหมายตาแล้วยังไปเข้าตาลูกชายคนใหญ่คนโตระดับนายอำเภอเข้าไปอีกทำให้พ่อแม่ที่เป็นชาวบ้านธรรมดาไม่รู้จะช่วยยังไงดีที่พระเอกให้ความช่วยเหลือนางจึงตามพระเอกออกจากที่นั่น

 

ด้วยความที่ฐานะต่างกันองค์ชายรองที่เป็นพระเอกเกรงว่าจะเกิดปัญหาหากพากลับไปที่วังเลยจึงนำตัวนางเอกไปซุกซ่อนเอาไว้ที่ตำหนักฤดูร้อนนอกวังแล้วหาทางสร้างผลงานเพื่อทูลขอเสด็จพ่อให้รับสตรีในดวงใจเข้าวังอย่างถูกต้อง

 

แต่เรื่องราวมันไม่ง่ายเมื่อมีแม่มดใจร้ายแบบเธอ......

 

ด้วยฐานะบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายซ้ายย่อมต้องแต่งงานกับคนดีๆและคนดีดีที่ว่าก็ดันเป็นพระเอกของเรื่องไปอีก

 

แน่นอนว่าด้วยความใสซื่อของเด็กสาวก็ต้องคล้อยตามผู้ใหญ่ตัวเธอในเรื่องคิดอ่านว่าตนเองคือผู้ที่จะเป็นภรรยาของพระเอกเท่านั้น แต่ฝันก็สลายทันทีเมื่อให้คนไปสืบว่าพระเอกมีธุระอะไรข้างนอกบ่อยนักแล้วได้รู้ว่าพระเอกซุกผู้หญิงเอาไว้ข้างนอก

 

ด้วยฐานะและด้วยความเอาแต่ใจในแบบคุณหนูกับความเสียหน้าที่องค์ชายรองดันไปคว้าผู้หญิงสามัญมาเป็นภรรยา แถมยังข้ามหน้าข้ามตาข้ามหัวนางอย่างแรงนางในเรื่องจึงเกิดโทสะและความริษยา มหากรรมกลั่นแกล้งจึงเกิดขึ้นทั้งส่งคนไปว่ากล่าวก็แล้วตบตีก็แล้ว ด้วยความน่าสงสารอันเหลือล้นของนางเอกพระเอกจึงยิ่งตอบโต้นางร้ายด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรง

 

สุดท้ายนางจึงวางแผนวางยากำหนัดให้นางเอกอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงและให้พระเอกเข้าใจผิดว่าเป็นนางเอกที่คิดจะยั่วยวนตน

 

แน่นอนว่าพอนางเอกรู้ตัวว่าโดนวางยานางก็วิ่งไปหาพระเอกทั้งๆที่เธอก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าทำไมไม่ตามสาวใช้แต่พอถามเพื่อน เพื่อนเธอดันตอบง่ายๆว่าก็อยากให้ได้กันและก็เป็นอย่างที่เพื่อนเธอปรารถนา

 

ความเป็นจริงที่นางเอกยั่วยวนพระเอกถูกมองข้ามเป็นความน่าสงสารที่ถูกพรากความบริสุทธิ์ไปเพราะฤทธิ์ยาที่มีคนจงใจกลั่นแกล้ง

 

นางเอกร้องไห้ตาบวมช้ำทั้งที่ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพระเอกซึ่งเป็นผู้ชายที่ตัวเองอยากได้เป็นสามี

 

ในตอนนั้นเธออ่านของเพื่อนแล้วอดกรอกตาไม่ได้จริงๆแถมยังบอกไปว่ายังจะมาเอาผิดอะไรนางร้ายอีกก็ได้กันแล้วสมใจดี แต่เพื่อนเธอกลับแจกแจงอย่างมีเหตุผลว่าผิดก็คือผิด ผิดทั้งศีลธรรมและความถูกต้องรวมไปถึงน้ำหนักในใจของพระเอกเธอจึงได้แต่จนคำพูด เพราะมันก็คือชะตากรรมของนางร้ายแม้ว่าทั้งพระเอกและนางเอกจะเปรมกับฉากบนเตียงแบบติดเรทรุนแรงแต่เรื่องที่นางร้ายวางยาก็ไม่เปลี่ยนไป

 

สุดท้ายแล้วพระเอกจึงประกาศว่าจะหาทางถอนหมั้นนางร้ายแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองก็ซุกผู้หญิงเอาไว้ไม่ให้พ่อรู้เหมือนกัน

 

แน่นอนว่านางร้ายไม่ยอมจบเพราะแทนที่พระเอกจะโกรธซักนิดกลับยิ่งโอ๋นางเอกเข้าไปอีกซ้ำยังนอนร่วมห้องเดียวกันราวกับเข้าพิธีแต่งงานแล้วนางร้ายจึงตั้งใจจะไปกราบทูลฮ่องเต้

 

แน่นอนว่านางทำสำเร็จด้วยความร่วมมือของอาสาวที่เป็นสนมยศสูงและพ่อที่เป็นเสนาบดีฮ่องเต้กริ้วมากและคิดจะจับสตรีสามัญที่ล่อลวงลูกชายมาโบยสั่งสอนซักครั้งและจำกัดยศในฐานะภรรยาของพระเอกให้เป็นแค่อนุไปตลอด แต่คดีก็พลิกอีกรอบเมื่อทันทีที่นางเอกย่างกรายเข้าวังแล้วบรรดาขุนนางเห็นแม่ทัพแห่งแผ่นดินกลับถลันเข้าไปหาต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ทันที

 

ด้วยใบหน้าที่เหมือนราวกับถอดพิมพ์รวมถึงหยกประจำประตระกูลหนึ่งในสองเสี้ยวที่มีติดตัวนางเอกท่านแม่ทัพก็รู้ทันทีว่านางเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ที่จากไปแล้ว

 

สุดท้ายก็ต้องสืบสาวไปถึงดราม่าครอบครัวแม่ทัพฮูหยินรองเป็นผู้จัดการนำเด็กออกไปแล้วแจ้งกับฮูหยินใหญ่ว่าเด็กตายในวันที่คลอดโดยที่ไม่รู้ว่าหมอหญิงที่ทำคลอดเกิดสงสารเด็กและนำไปวางทิ้งเอาไว้โดยที่ไม่ได้ฆ่าและด้วยความที่ฮูหยินรองมิได้ตรวจดูให้ดีจึงไม่รู้ว่ามีหยกติดตัวเด็กอยู่ซ้ำยังเป็นช่วงที่แม่ทัพไม่อยู่บ้านฮูหยินใหญ่จึงตรอมใจและนั่งยิ่งทำให้ไม่อาจลุกจากเตียงได้เมื่อฮูหยินรองแจ้งเช่นนั้นพร้อมกับบอกกล่าวว่านำศพใส่โรงไปแล้วแม่ทัพกลับมาก็ได้รู้ข่าวว่าลูกตัวเองตายตอนคลอดส่วยฮูหยินใหญ่ของตัวเองก็ตรอมใจเต็มทีร่างกายผ่ายผอมจนสุดท้ายแล้วก็สิ้นใจจากไป

 

เมื่อพระเอกเห็นเป็นแบบนั้นจึงร้องขอฮ่องเต้ตามตรงและขอขมาแม่ทัพเรื่องที่ตนทำผิดขนบธรรมเนียมและขอให้ยกบุตรสาวให้ท่ามกลางประจักษ์พยานมากมายที่ได้เห็นว่าองค์ชายรองรักนางเอกขนาดไหนสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ได้รักกัน

 

นี่เป็นเรื่องคราวๆที่เธออ่านและที่เพื่อนเธอพล็อตส่วนนางร้ายจะตายยังไงเพื่อนเธอดันเลือกไม่ได้ซักที!

 

ตัวเธอในตอนนี้อายุ16 ซึ่งอีกไม่เกินหนึ่งปีหลังจากนี้นางได้เปิดตัวในงานเลี้ยงในวังนางและจะได้หมั่นหมายกับองค์ชายรองด้วยความสามารถที่ล้นเหลือของนางทำให้สะดุดตาฮ่องเต้และฮองเฮามากกว่าใคร

 

จริงๆแล้วตัวนางในเรื่องล้วนเก่งกาจชนิดหาตัวจับยากและฐานอำนาจยังสูงมาก เพราะความที่ถูกอบรมตั้งแต่เด็กและความเข้มงวดของท่านอาที่ส่งคนจากในวังของตนเองมาสอนจึงไม่แปลกแต่เธอที่เข้ามาอยู่ร่างนี้อย่างไร้สาเหตุไม่อยากจะไปต้องตาใครซักนิด

 

ตัวนางในตอนนี้อึดอัดคับข้องในอกจนอยากจะกรีดร้องระบายซักหนแต่กลับทำได้เพียงถอนหายใจ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าคนอื่นๆในบ้านจะหาว่านางถูกภูตผีสิงไปแล้ว

 

เรื่องอีกอย่างที่ทำให้เธอลำบากใจคือความเหนือธรรมชาติของที่นี่เธอจำได้แม่นยำว่าในเรื่องเพื่อนไม่ได้เขียนให้แฟนตาซีประหนึ่งดินแดนเซียนแบบนี้ เธอเลยค่อนข้างงุนงงเมื่อเห็นว่าสาวใช้ตัวเองใช้ปราณสีเหลืองของตัวเองซึ่งเป็นขั้นต่ำสุดส่องสว่างต่างเทียนยามที่ออกจากห้องนางเมื่อคืน

 

ปราณแบ่งลำดับความแข็งแกร่งตามสีไล่จากขาวเหลืองเขียว ส้มแดงม่วงน้ำเงินฟ้า เงินทองและดำซึ่งขั้นสีทองและสีดำจะมีลักษณะพิเศษคือผู้ที่ครอบครองปราณทั้งสองขั้นนี้ดวงตาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีทองไปตลอดชีวิต

 

แน่นอนว่าตัวนางก็สามารถใช้ปราณได้แม้ว่าตอนนี้มันจะอ่อนแรงประหนึ่งเทียนต้องลมเพราะนางยังจับจุดไม่ค่อยได้ก็ตาม แต่นางมีปราณขั้นแดงแล้วซึ่งถือว่าสูงพอสมควรสำหรับสตรีในวัยเดียวกัน

 

ปราณนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะฉะนั้นแม้แต่สตรีชั้นสูงไม่ต้องฝึกการต่อสู้แต่ก็ต้องฝึกปราณให้มีระดับสีม่วงเป็นอย่างน้อย เพราะปราณที่แข็งแกร่งส่งผลกับลูกที่จะให้กำเนิดโดยตรงและนั่นหมายถึงอนาคตของตระกูลฝ่ายชายเลยทีเดียวยิ่งปราณสูงก็ยิ่งดีและยิ่งมีผู้ชายอยากแต่งงานด้วยเยอะไม่เว้นแม้แต่ลูกอนุก็ตาม

 

แต่การฝึกฝนก็มีขั้นมีตอนและอาศัยทรัพยากรสมุนไพรชั้นดีควบคู่เพราะแบบนั้นจึงไม่พบเห็นสามัญชนใช้ปราณที่แข็งแกร่งได้มากนัก

 

นอกจากเรื่องปราณแล้วจากความทรงจำนางยังรู้อีกด้วยว่าที่นี่สัตว์ต่างๆล้วนมีปราณเป็นเรื่องปกติแม้แต่กระต่ายตัวน้อยก็ไม่เว้นและนั่นรวมถึงเรื่องภูตผีหรือเทพเซียนด้วย

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่เหนือธรรมชาตินี้ทำให้เธอเชื่อไปแล้วหลายส่วนว่าตัวเองต้องถูกนำพามาด้วยสิ่งลึกลับอะไรซักอย่าง เพราะถึงเธอจะคิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคร้ายแบบหลบในแต่พอมาในร่างนี้เจ้าตัวก็เหมือนหลับแล้วหายไปเฉยๆและมีเธอมาอยู่แทนทั้งที่ไม่ได้มีอาการป่วยหรือประสบอุบัติเหตุก่อนเลยจึงทำให้คนในบ้านไม่สงสัยแม้แต่น้อย แต่นั่นก็ทำให้เธอหาข้อมูลและสอบถามเรื่องราวต่างๆได้ยากเช่นกันถ้าไม่ติดว่ามีความทรงจำและความสามารถส่วนใหญ่ของ'จ้าวอวี้เหลียน'อยู่เธอคงแย่แน่นอน

 

แต่แน่นอนเมื่อความคิดเปลี่ยนจิตวิญญาณเปลี่ยนการแสดงออกและความชอบย่อมเปลี่ยนตอนนี้นางรู้อยู่หนึ่งอย่างคือตัวนางไม่มีความคิดอยากจะหมั้นกับองค์ชายรองหรือองค์ชายคนไหนแม้แต่น้อยนางจึงตัดสินใจไม่สนใจศาสตร์ต่างๆแห่งกุลสตรีเท่าเมื่อก่อน

 

แน่นอนว่าท่านแม่ถามไถ่แกมตำหนิแต่นางก็ไม่นำพาและแบ่งเวลามาทำสิ่งที่อยากทำแทนด้วยความที่นางยังเป็นลูกคนเดียวจึงง่ายแก่การต่อรองแต่ก็ใช่ว่าสกุลจ้าวของนางจะไร้ผู้สืบสกุลในเมื่อท่านแม่ของนางกำลังตั้งครรภ์และคาดว่าผู้ที่ออกมาต้องเป็นเด็กชายนางจึงเอาเวลาไปอ่านตำราหรือวาดภาพสบายๆอย่างที่นางสนใจและเอกเขนกกินขนมทุกวันพร้อมๆกับคิดไปด้วยว่าจะทำยังไงให้หลบเลี่ยงชะตากรรมที่จะต้องไปหมั้นหมายกับพระเอกดี

 

"คุณหนูฟานอันเติมชาให้นะเจ้าคะ"

 

"อือ"

 

นางส่งเสียงตอบเอียงหน้ามอง'ฟานอัน'ซึ่งเป็นสาวใช้ประจำตัวนางหรือก็คืออวี้เหลียนคนเก่าฟางอันเป็นคนใช้ได้และดูเหมือนจะถูกเลือกสรรมาอย่างดีแม่ของฟางอันไม่ได้เป็นคนสนิทของท่านแม่แต่เป็นคนครัวแต่พ่อเป็นพ่อบ้านซึ่งเป็นคนสนิทของท่านพ่อและมีพี่ชายสองคนทั้งสองคนสามารถสอบเข้ารับราชการได้คนกลางทำงานภายใต้การดูแลของท่านพ่อ แต่อีกคนอยู่ในกรมปกครองทำงานด้านหน่วยข่าวซึ่งน่าจะคอยหาข่าวอื่นๆให้ท่านพ่อด้วย

 

"คุณหนูฟานอันว่าคุณหนูน่าจะนำภาพวาดไปถวายพระสนมนะเพคะ"

 

"ฝีมือข้ามิได้เก่งกาจปานนั้น"

 

นางบอกกล่าพลางพลิกหน้าตำราที่นางลองนำมาศึกษาดูตำราที่นางเลือกอ่านคร่าวๆเป็นตำราเกี่ยวกับแคว้นเฟิ่งฟู่(อุดมสมบูรณ์)และตำราเกี่ยวกับพลังลึกลับอย่างปราณ

 

แต่ที่สาวใช้ของนางกล่าวเช่นนี้ก็เพราะตัวนางก่อนหน้านี้มีความชอบเรื่องการวาดภาพเป็นอย่างมาก พอมาที่นี่ความสามารถของนางกับอวี้เหลียนที่มีพื้นฐานที่ดีรวมกันก็กลายเป็นภาพวาดงดงามที่สาวใช้เอ่ยปากถึงแต่อย่างไรนางก็ไม่กล้าลำพองตนแม้แต่น้อยเพราะที่ดินแดนนี้ภาพวาดดีๆมักจะมีราคาแพงจนน่าตื่นตะลึง แต่นางก็ไม่ได้เก่งกาจถึงขนาดแยกได้ว่าอันไหนลึกซึ้งกินใจปานไหนเลยไม่กล้าหลงตัวเองเพราะกลัวจะขายหน้า

 

"แต่ฟานอันว่างดงามมากเจ้าค่ะ"

 

"เจ้าว่าเช่นนั้นคนอื่นอาจจะไม่ใช่ก็ได้" นางบอกเสียงเรียบแล้วพลิกตัวหยิบขนมเข้าปากด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ

 

ที่จริงนางไม่อยากพูดถึงการเข้าวังไปพบพระสนมนัก นั่นเป็นเรื้องปกติที่อวี้เเหลียนจะทำแต่ไม่ใช่กับนาง

 

ความรู้สึกกดดันและหวาดหวั่นลึกๆนี่ทำนางสงบใจลำบากจนอยากจะหาเหตุแกล้งป่วยทีเดียว

 

แต่นางรู้ดีว่าหลังวันเกิดนางก็ต้องเข้าร่วมอย่างไม่อาจเลียงจึงถือว่าการไปเข้าเฝ้าพระสนมเป็นการทดสอบความกล้าท้าทายความกลัวของตัวเอง

 

 

บรรยากาศยามเช้าในฤดูตงจี้ทำให้เจ้าของร่างบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ยิ่งดูดึงดูดสายตาแต่ถึงแบบนั้นเจ้าตัวกลับไม่สนใจนักแล้วยังมีแววตาคล้ายง่วงงุนอยู่หลายส่วน

 

ด้วยความที่ต้องเข้าวังการแต่งกายรวมถึงทรงผมและเครื่องประดับจึงเป็นสิ่งที่ต้องถูกจัดแต่งอย่างดี ท่านแม่นางรวมถึงแม่รองจึงพร้อมใจกันช่วยเหลือจนเกินพอดีในความคิดของนาง

 

แต่ก็ต้องยอมรับว่านางในตอนนี้งดงามประหนึ่งเทพเซียนอย่างไม่หลงตัวเองแม้แต่นิดเดียว

 

ยิ่งนางเดินเคียงข้างท่านพ่อที่เป็นขุนนางใหญ่จึงยิ่งเป็นที่จับจ้อง

 

"เหลียนเออร์คนของพระสนมมารอรับเจ้าแล้วเจ้าไปเถอะ"

 

ท่านพ่อของนางกล่าวเมื่อเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นนอกแล้วพ่อของนางเป็นเสนาบดีย่อมต้องไปปรึกษาราชกิจกับฮ่องเต้ส่วนนางก็แยกไปเข้าเฝ้าพระสนม

 

"เจ้าค่ะเช่นนั้นลูกขอตัวก่อน"

 

เสนาบดีจ้าวมองตามบุตรสาวไปด้วยความห่วงใยมิใช่ว่านางมิเคยเข้าวังเพียงแต่เขารู้สึกประหลาดกับลูกสาวในช่วงนี้นัก

 

ดูนางจะเบื่อๆและมีท่าทีห่างเหินเล็กน้อยแต่รอยยิ้มของนางก็เป็นเช่นเดิมเขาจึงมิได้เอ่ยปากถามสิ่งใดได้แต่ถามฮูหยิน แต่ก็ได้รับรู้เพียงเรื่องราวที่บุตรสาวของเขาไม่ค่อยชอบเรียนนักดังเช่นเมื่อเมื่อก่อนและเก็บตัวมากขึ้น แต่ฮูหยินของเขาก็กล่าวว่าคงเพราะใกล้จะโตเป็นสาวเต็มทีอวี้เหลียนจึงเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเขาจึงเลือกที่จะไม่ทำสิ่งใดเพียงเฝ้ามองและหวังเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้จะเป็นเรื่องที่ดีเพียงเท่านั้น

 

 

ปล. นิยายเรื่องนี้จะอัพแบบ 1 ตอนแบ่งเป็นสองตอน ระยะเวลายังไม่แน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.685K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,834 ความคิดเห็น

  1. #2781 1988yongsi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 08:25
    ติดตามค่ะ
    #2,781
    0
  2. #2643 zenail (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 09:38

    ไรท์น่าจะเว้นช่องคำหน่อย เราอ่านคุณหนูฟานอันตอนแรกนึกว่าคุณหนูชื่อฟานอัน

    #2,643
    0
  3. #2009 bonggu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 02:21
    ไรต์ควรเว้นช่องไฟ อ่านแล้วทำให้สับสน
    #2,009
    0
  4. #1864 pudpunpun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:43
    อยากซื้อe-bookแล้วอ่ะค่ะ
    #1,864
    0
  5. #1623 Roschees94 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 11:48
    บทนี้คำว่า แต่ เยอะเกินไปรึเปล่าคะ อ่านได้ประโยคสองประโยค ก็เจอคำว่า แต่ อีกแล้ว

    TT
    #1,623
    1
    • #1623-1 แฟนพี่ดุ๊บ :D(จากตอนที่ 1)
      23 พฤษภาคม 2563 / 12:31
      เห็นด้วยค่ะ ไรท์ใช้คำว่าแต่เยอะมาก จนทำให้คำพูดดูไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร
      #1623-1
  6. #1588 TvTT0T (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 14:18
    รีดอยากให้ไรท์ปรับปรุงด้านการใช้ภาษาในการบรรยายค่ะ เพราะบางอย่างรีดรู้สึกขัดๆอย่างเช่น “เจ้าตัวกลับไม่สนใจนักเเล้วยังมีแววตา...” ตรงนี้น่าจะเปลี่ยนเป็น “ซ้ำยังมีเเววตา” อะไรประมาณนั้นค่ะ เเล้วก็เว้นวรรคให้มากขึ้นจะได้อ่านง่ายๆ นี้เป็นเเค่ความคิดเห็นส่วนตัวของรีด ถ้าไม่ถูกใจก็ขอโทษนะคะ ส่วนเนื้อเรื่องก็น่าติดตามมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,588
    1
    • #1588-1 LiffLinN(จากตอนที่ 1)
      24 พฤษภาคม 2563 / 18:56
      ขอดันคอมเม้นให้ไรท์เห็นนะคะ เห็นด้วยเลย อยากให้ใส่ใจกับการเว้นวรรคมากๆค่ะ ส่วนตัวแล้ว บางทีความหมายเปลี่ยนไปเลย และทำให้การทำความเข้าใจเนื้อเรื่องยากขึ้นไปอีก;-;
      #1588-1
  7. #1557 amrose (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 23:42
    น่าสนใจจะอ่านไปเรื่อยๆนะคะแต่ตอนนี้ไปนอนก่อนนนนนนน
    #1,557
    0
  8. #1309 u้ำIIข้ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 03:20
    น่าสนใจค่ะไรท์ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ แต่อยากให้ไรท์เว้นช่องไฟหน่อยนะคะ ช่วงคำพูดของตัวละครค่ะ จะทำให้อ่านง่ายขึ้นและไม่สะดุดด้วยค่าาา
    #1,309
    0
  9. #801 Supriya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:44
    น่าติดตามมากเลยค่ะะ ขอบคุณนะคะไรท์
    #801
    0
  10. #366 Aonprpat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 14:37
    ส่วย*ต้องเป็นส่วนรึเปล่าคะ
    #366
    0
  11. #146 sujittraphomphai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:12

    น่าสนุก
    #146
    0
  12. #77 C_cream14795 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 22:33
    นานแค่ไหนก็รอ
    #77
    1
    • #77-1 Porjounju(จากตอนที่ 1)
      16 เมษายน 2563 / 23:13
      ขอบคุณค่าา ฮืออออ คนเก่าที่ตามมารอหน่อยนะคะ
      #77-1
  13. #53 tavigar_25 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 19:28
    ฟานอันน่ะแทนตัวเองว่าบ่าวดีกว่ามั้ยคะแทนด้วยชื่ออ่านแล้วแปลกๆยังไงไม่รู้แค่แนะนำนะคะ
    #53
    1
    • #53-1 Porjounju(จากตอนที่ 1)
      10 เมษายน 2563 / 22:56
      ตอนอ่านแล้วไรท์ไม่ได้รู้สึกขัดอ่ะค่ะเลยแต่งไปตามนั้นแล้วอีกอย่างไรท์อยากให้มันดูสบายๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นบ่าวน่าจะทำให้นิยายดูจริงจังขึ้นแบบเคร่งครัดอะไรแบบนี้ ยังไงก็ขอบคุณที่แนะนำนะคะ^^
      #53-1
  14. #19 JInoo_× (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:56

    รอนะคะ
    #19
    1
    • #19-1 Porjounju(จากตอนที่ 1)
      5 เมษายน 2563 / 21:25
      ค่า ขอบคุณค่ะ
      #19-1
  15. #16 beehihgg (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 10:55
    รอนะคะ
    #16
    1
    • #16-1 Porjounju(จากตอนที่ 1)
      5 เมษายน 2563 / 21:25
      มาแล้วค่ะ
      #16-1